ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"

ที่อพาร์ตเมนต์ของราช จอคอมฯของเขามีสัญลักษณ์ว่ามีเมลเข้า เขาเปิดเมลนั้นแล้วถอยไปยืนดูห่างจากโต๊ะ

ในจอมีภาพอมาวสีกับภากรยืนคู่กัน ภากรเป็นคนพูดด้วยสีหน้าเยาะเย้ยว่า

“นี่คือการ์ดเชิญที่เราสองคนตั้งใจทำให้คุณเป็นพิเศษ ไม่ว่าคุณจะเคยพูดจาโกหกเรามากี่เรื่องก็ตาม ทั้งเรื่องรักกับอมาวสี จดทะเบียนสมรสกับอมาวสี เราก็จะไม่ถือสาอะไร เพราะคุณมันก็ไม่ต่างจากผีเปรตที่มาขอส่วนบุญจากงานมงคลสมรสของเรา”

ราชกลับมานั่งจ้องหน้าจอแววตาแข็งกร้าว

“ฉะนั้นเราจึงส่งคำเชิญพิเศษนี้มาถึงคุณเพียง

คนเดียว เพื่อให้คุณได้รู้ว่า เราสองคนรักกันมากและไม่อาจรอคอยวันเวลาที่จะอยู่ด้วยกันได้อีกต่อไปแล้ว เราจึงเลื่อนงานแต่งงานของเราเร็วขึ้นมาอีกสองอาทิตย์...อย่าอิจฉาเราจนหัวใจวายตายเสียก่อนล่ะ คุณราช รัชภูมิ”

แล้วภากรก็หันบอกอมาวสีว่า “บอกรักพี่ให้ไอ้หมอ นี่ฟังหน่อยสิจ๊ะอ้อ” อมาวสี ค่อยๆ เอ่ยอย่างตั้งใจว่า

“อ้อรักคุณภากรและจะแต่งงานกับคุณภากรค่ะ” แล้วภากรก็พูดยั่วราชต่อว่า

“ถ้าว่างก็ขอเชิญที่งานนะ” แล้วยื่นหน้าใส่กล้องเหมือนพูดใส่หน้าราชว่า “แกไม่มีวันชนะฉันหรอก ไอ้ราช รัชภูมิฮ่าๆๆๆ”

แม้จบไฟล์แล้ว ราชก็ยังจ้องจออยู่ด้วยแววตาแข็งกร้าว

ooooooo

เมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว เด็กชายภาคย์กับเด็กหญิงอมาวสี จ้องมองตุ๊กตาเซรามิกสวยน่ารักเป็นรูปลักษณ์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เด็กน้อยทั้งสองจ้องตุ๊กตาอย่างหลงใหล

เด็กหญิงถามว่านี่ชุดแต่งงานใช่ไหม คนเราต้องแต่งกันด้วยหรือ เด็กชายบอกว่าถ้าเขารักกันก็ต้องแต่งงานกัน เด็กหญิงถามอีกว่าแล้วพี่ภาคย์ต้องแต่งงานไหม? แล้วอ้อล่ะ? เด็กชายตอบว่าวันนึงก็ต้องแต่งงานเหมือนกัน

“แล้วอ้อต้องแต่งกับใคร”

“ก็แต่งกับคนที่อ้อรักสิ” เด็กหญิงถามว่าถ้าอ้อไม่รักล่ะ “ก็ไม่ต้องแต่ง จำไว้นะอ้อ อย่ายอมให้ใครบังคับหัวใจเราเป็นอันขาด”

เด็กทั้งสองยังคงจ้องตุ๊กตาอย่างหลงใหลในความน่ารักต่อไป...

และวันนี้ที่โถงบ้านพิชิตพงษ์ กำลังเตรียมจัด

งานแต่งงานอย่างเอิกเกริก ระหว่างภากรกับอมาวสี ครีเอทีฟ บรรยายการจัดงานที่กะทันหันแก่เจ้าภาพว่า หลายท่านอาจจะกังวลใจเกรงจะไม่ทัน จะทำไม่ดีจะไม่เป็นที่น่าประทับใจ แล้วบรรยายให้ทุกคนมั่นใจว่า

“ให้ยกความกังวลทั้งหมดมาไว้ที่เรา...เรายินดีทำให้ทุกอย่างของคุณเป็นเรื่องง่ายมาก เพียงแค่คุณเตรียมตัวทุกอย่างตามที่เราบอก เริ่มจากชิ้นสำคัญคือ แหวนแต่งงาน อาจเป็นแหวนแต่งงานตั้งแต่สมัยคุณแม่ที่ยังเก็บไว้และตกทอดมาถึงรุ่นลูก คู่บ่าวสาวหลายคู่เลือกแหวนแต่งงานแบบนี้ เพราะมันมีเรื่องราวและมีคุณค่าน่าประทับใจยิ่งนัก”

ครีเอทีฟยังบรรยายสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมคือการ์ดแต่งงาน เรื่องใหญ่ที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าทั้งชุดของเจ้าบ่าว และชุดของเจ้าสาว รวมทั้งชุดของคุณพ่อคุณแม่ด้วย ประการสุดท้ายคือเรื่องอาหาร ครีเอทีฟย้ำว่า

“เรื่องอาหารถือว่าสำคัญ รายการอาหารที่เหมาะสม ควรจะสัมพันธ์กับรูปแบบของการจัดงาน แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าภาพสามารถมีเมนูพิเศษคิดขึ้นมาเฉพาะงานนี้ได้ ก็จะนับว่าเก๋ไก๋ไม่น้อย”

ครีเอทีฟยังอธิบายลำดับการแต่งงานให้เจ้าภาพสบายใจและเชื่อถือต่อไปว่า...

“และเนื่องจากท่านกวีและคุณหญิงอำภาเป็นที่รู้จักดีในสังคมชั้นสูง ดังนั้นเพื่อความเหมาะสม สวยงาม และควรค่าแก่การจดจำ ดิฉันขอเสนอให้ถ่ายรูปสวยๆ ไม่เฉพาะเพียงคู่บ่าวสาว แต่จะรวมทั้งครอบครัว ทั้งคุณพ่อคุณแม่ไปด้วยเลย...ดีไหมคะ”

กวีโอเคทันที ครีเอทีฟถามว่าไม่มีอะไรสงสัยแล้วใช่ไหม ภากรแทรกขึ้นว่า

“ฝากไว้เรื่องเดียวครับ คุณต้องทำให้งานแต่งงานของผมเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกนานแสนนานนะครับ”

“แน่นอนค่ะ จนกว่าคุณจะมีงานแต่งงานครั้งใหม่ อุ๊บ...ซึ่งไม่น่าจะมี ขอตัวก่อนล่ะค่ะ”

พอทีมงานออกาไนซ์ออกไป กวีก็เอ่ยกับภากรและอมาวสีว่า แต่งงานครั้งนี้ตนจะต่อเติมบ้านใหม่ให้เป็นเรือนหอโดยเฉพาะ แต่ระหว่างนี้ให้อมาวสีย้ายมานอนห้องภากรไปก่อน และคิดเอาไว้ด้วยว่าอยากจะไปฮันนีมูนกันที่ไหน

ooooooo

ที่อพาร์ตเมนต์ของราช การันต์กับอนุกำลังคุยกันถึงสถานที่ที่อยากจะไปกัน การันต์บอกว่าพึงใจไปเรียนที่ไหนตนก็อยากจะไปที่นั่น

พอดีราชถือของว่างมาวาง การันต์เลยถามว่าเขา

จะปักหลักอยู่ที่นี่กับชิดชไม หรือจะแว่บไปเรียนต่อเมืองนอกกับวัชรี ราชพูดหน้านิ่งๆว่า “ฉันมีเรื่องที่ต้องคิดมากกว่านั้นว่ะ” อนุถามว่าเรื่องอะไร “ฉันอาจจะต้องลงใต้ เพื่อดูแลธุรกิจของคุณลุง” อนุเดาว่าชิดชไมต้องตามไปอยู่ด้วยชัวร์ ราชส่ายหน้าบอกเพื่อนว่าเธอมีงานทำอยู่ที่นี่จะไปด้วยได้ไง

“เออ...แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเธอเลยว่ะเพื่อน” การันต์ฉุกคิดได้ ราชจึงกดโทรศัพท์เปิดไฟล์เสียงในไลน์ให้ฟัง

“แคลร์จำเป็นต้องหายหน้าไปสักพัก น่าจะห้าเดือนกว่าๆ จะเรียกโกรธหรือก็ไม่ใช่ งอนก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าราชดูแลตัวเองดีๆแล้วกัน อีกครึ่งปีค่อยเจอกันใหม่ แล้ว

ดูซิว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ระหว่างเราสองคน อ้อ...ที่หายไปน่ะ แคลร์ไปทำงานเมืองนอกนะจ๊ะ อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมร่วง...บ๊ายบาย...”

การัตน์บอกว่าอยากได้แฟนแบบนี้จัง สปอร์ตมาก แมนมากๆ ให้อิสระเราได้ทุกอย่าง ส่วนอนุฟันธงว่าแบบนี้เลิกกันชัวร์ ถามราชว่าเขาบอกเลิกไปหรือยัง

“จะบอกเลิกได้ไง ในเมื่อยังไม่เคยรักกัน” เป็นคำตอบที่ทำเอาเพื่อนทั้งสองอึ้ง

ราชส่งเงินสดให้การันต์ เป็นทั้งเงินต้นและ

ดอกที่กู้มาซื้อบ้านแก้ว การันต์บอกว่ายังไม่ต้องรีบจ่ายก็ได้

“ฉันอยากเคลียร์ให้จบๆว่ะ เผื่อว่าจะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว” ทำเอาเพื่อนทั้งสองมองหน้ากันอย่างแปลกใจอีกครั้ง

ooooooo

ที่สำนักงานกวี ทนายชอบกำลังเตรียมรายชื่อแขกที่จะเชิญมางานแต่งงานของภากรกับอมาวสี และแผนบริหารจัดการเรื่องทรัพย์สินเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของกวี

“หลักๆก็คือ บ้านจะเป็นของคุณภากรซึ่งกำลังจะแต่งงาน ส่วนอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เป็นของคุณหญิง เงินสดในบัญชีก็คงไว้เท่าที่สมเหตุผล...นอกนั้นก็มีการโอนเข้ามูลนิธิต่างๆ ที่ท่านดูแลอยู่” ฟังทนายชอบแจกแจงแล้ว กวีบอกว่าทำยังไงก็ได้อย่าให้มายึดทรัพย์ของตนไปเท่านั้นแหละ ยึดไปแต่ละทีกว่าจะได้คืนมันยุ่งยาก

ส่วนอมาวสีก็เริ่มจัดเก็บข้าวของเตรียมย้ายไปอยู่ห้องหอ นมพริ้งเข้ามาดูบอกว่าตนมีโอกาสได้ใกล้ชิดว่าที่เจ้าสาวมาแล้วถึงสองคนคือคุณหญิงอำภาและชาลินี ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองคนไม่ต่างจากอมาวสีเลย แปลกคือทั้งสามคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว ก็น่าจะมีความสุขที่สุด แต่มันตรงข้ามกับท่าทางของเจ้าสาวทั้งสามคนโดยสิ้นเชิง

“ต่างคนต่างจิตต่างใจ ความสุขของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้”

“ขอให้เป็นความสุขจริงๆเถิด” นมพริ้งภาวนา

พอดีภากรเดินเข้ามาพร้อมรูปที่ไปลองชุด ถามว่าเห็นรูปพวกนี้หรือยัง สวยทุกชุดเลยนะ แต่เราต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะเอาชุดไหนจะได้ตัดทัน นมพริ้งมาดูชมว่าสวยทุกชุดเลย ภากรรวบรัดว่าเอาชุดทำบุญเช้า ชุดหมั้น ชุดรดน้ำ ชุดงานเลี้ยง รวมทั้งหมดสี่ชุด อมาวสีบอกว่าเดี๋ยวตนค่อยเลือกอีกที ภากรขอเป็นคนเลือกชุดนอน ทั้งยังสั่งเตียงนอนใหม่ไว้แล้วด้วย

อมาวสีถอนใจเบาๆ ก่อนรับคำไปอย่างนั้นเอง ภากรเข้าไปหอมแก้มบอกว่าจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว จึงเดินออกไป นมพริ้งพูดอย่างเอ็นดูว่าบางทีภากรก็ดูเหมือนเด็ก

“ใช่จ้ะ เหมือนเด็กดีใจที่ได้ของเล่น และอ้อก็คงเป็นของเล่นของเขาชิ้นหนึ่งเท่านี้เอง ป้าก็เคยเห็นตอนได้ของเล่นชิ้นก่อนแล้วนี่ ก็เป็นแบบนี้แหละ ใช่ไหมจ๊ะ”

คืนเดียวกันนี้ ราชให้เทินขนกระเป๋าเดินทางสี่ห้าใบไปไว้ในรถ...

ooooooo

เช้านี้ วัชรีโทร.หาวารินวุ่นวาย บ่นว่าไปไหนแต่เช้าก็ไม่บอกกัน วันนี้อมาวสีจะมาแจกการ์ดแต่งงานเสียด้วย
สายๆนิลรัตน์และพึงใจก็มาถึงเพื่อรับการ์ด

แต่งงานพร้อมกัน ก็พอดีวารินโทร.เข้ามา วัชรีถามว่าอยู่ที่ไหน ออกจากบ้านก็ไม่บอกแทนที่จะรอรับการ์ดแต่งงานของอมาวสี วารินตอบสบายๆ ว่าไม่ต้องห่วง ให้รับการ์ดแทนตนด้วยแล้วกัน

“คุณพี่นี่ขี้ขลาดจังเลย ตื๊อน่ะ คุณพี่รู้จักตื๊อไหม ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันแต่งงานจริงๆ คุณพี่ก็ยังมีสิทธิ์สู้มีสิทธิ์ตื๊อ”

“พี่รู้น่า นายราชจะเป็นคนตื๊อแทนพี่เอง พี่เชื่อมือมัน”

พอดีอมาวสีมากับภากรแล้ว เพื่อนๆจึงออกไปรับ อมาวสีมอบการ์ดแต่งงานให้บอกเพื่อนรักว่า

“อาทิตย์หน้า เราเชิญทุกคนเลยนะ”

ส่งอมาวสีที่บ้านวัชรีแล้ว ภากรขอตัวไปหาเพื่อน วัชรีถามอมาวสีทันทีว่าเต็มใจแต่งงานจริงๆหรือ เธอเงียบ วัชรีบ่นว่าอยากให้วารินอยู่ด้วยจัง นิลรัตน์ถามว่าแล้วเมื่อกี๊โทร.ไปพี่เขาว่าอย่างไร

“เขาบอกว่านายราชจะจัดการทุกอย่างให้ อย่าห่วง” เพื่อนๆฟังแล้วแปลกใจ ก็พอดีคนรับใช้มาบอกวัชรีว่ามีคนมาหา ไม่ทันตั้งหลักเสียงราชก็ทักเข้ามา

“สวัสดีครับ ผมในฐานะตัวแทนของนายวาริน รัตนพงษ์ ขออนุญาตคุยกับคุณอมาวสีหน่อยได้ไหมครับ”

วัชรีจัดสถานที่ที่เหมาะสมให้ทั้งสองได้คุยกัน ส่วนตัวเองโทรศัพท์บอกวารินว่าราชมาแล้ว

“พี่บอกคุณน้องแล้วไง เพื่อนพี่คนนี้ไว้ใจได้ เขาทำทุกอย่างแทนพี่ได้หมด” วัชรีถามว่าแม้กระทั่งเรื่องจีบเพื่อนตนเนี่ยนะ “นายราชจะยืนยันกับพี่ได้ว่า อมาวสีถูกบังคับแต่งงานจริงหรือเปล่า และเธอมีใจให้พี่บ้างไหม...”

นิลรัตน์ที่นั่งฟังอยู่ด้วย พูดเมื่อวัชรีวางสายแล้วว่า “ถ้ายายอมาจะไม่ชอบพี่วารินของเธอ ฉันว่าต้นเหตุต้องมาจากนายราชนี่แหละ” เพื่อนๆเลยมองหน้ากันไปมา

ooooooo

ที่มุมสงบในบ้านวัชรีที่เธอจัดให้ราชกับอมาวสีได้คุยกันตามลำพัง อมาวสียืนห่างจากราชอย่างเป็นทางการ ราชขอบคุณสำหรับการ์ดเชิญพิเศษที่กรุณาส่งให้ตนอย่างเฉพาะเจาะจง ขอชมความคิดสร้างสรรค์นั้น

อมาวสีปัดว่าต้องชมภากรเพราะเขาเป็นเจ้าของความคิด ราชหัวเราะเยาะว่าภากรหรือจะมีความคิดสร้างสรรค์ แล้วตัดบทเข้าเรื่อง บอกว่าที่ตนมาหาเธอวันนี้เพราะเป็นเรื่องที่มีความหมายมากสำหรับวาริน เธอถามว่าทำไมเขาไม่มาบอกเอง ราชบอกว่าเขากลัวคำตอบของเธอจะไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง

“ถ้าคำตอบของฉันเป็นอย่างนั้น คุณจะทำยังไง” ราชบอกว่าตนก็จะเลือกบอกเฉพาะที่ทำให้เขาพอใจ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ต้องมาถามฉันหรอกค่ะ คุณอยากจะพูดยังไงก็บอกพี่เขาไปเลยแล้วกัน”

“ไม่ได้ครับ ผมไม่ใช่คนมักง่ายขนาดนั้น และผมต้องการรู้ความจริงจากใจของคุณ ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมมีทางเลือกสำหรับคุณสามทาง หนึ่ง แต่งงานกับพี่ชายวิปริตของคุณ แต่งไปเลย ตามกำหนดการอันแสนจะฉุกละหุก แล้วก็มีความสุขกับการเป็นเมีย เป็นแม่ เป็นคุณนายอมทุกข์ไม่ต่างจากคุณหญิงอำภา”

อมาวสีจ้องหน้าราช ฟังเขาพูดอย่างตั้งใจ

“ทางเลือกที่สอง บอกเลิกนายภากรซะ พูดความจริงต่อหน้าทุกคนว่าคุณไม่ได้รักไอ้หมอนั่น แล้วก็เทใจให้นายวารินซะ คุณจะมีชีวิตครอบครัวที่เป็นสุขด้วยความอบอุ่นจากคนในตระกูลของวาริน ชีวิตคู่ของคุณอาจจะไม่โลดโผนเร้าใจ แต่คุณจะไม่มีความทุกข์ใจใดๆ เพราะความเป็นคนดีของนายวาริน”

“ทางเลือกที่สาม?”

“เป็นทางเลือกที่โลดโผนที่สุด คือบอกเลิกผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณทุกคน ให้โอกาสตัวเองได้มีชีวิตอิสระ รอจนกว่าจะมีผู้ชายคนใหม่ที่คุณมั่นใจผ่านเข้ามาในชีวิต น่าจะดีกว่ารีบร้อนแต่งงานแบบไม่มีสาเหตุ”

เห็นอมาวสีนิ่งคิด ราชเอ่ยอย่างไม่เร่งรัดว่า เธอจะตอบตนเดี๋ยวนี้เลยก็จะดีมากหรือยังต้องการเวลาใคร่ครวญมากกว่านี้อีก แทนที่อมาวสีจะตอบ กลับย้อนถามว่าเขามีความสุขมากกับการทำตัวเป็นคนที่เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต เข้าใจปัญหาของคนอื่นมากหรือ ราชบอกว่าตนทำตามสัญชาตญาณที่คิดว่าควรจะทำ

“งั้นก็กรุณาฟังคำตอบ ฉันมีให้คุณสามข้อ คำตอบที่หนึ่ง คุณไปบอกพี่วารินว่า ทุกอย่างที่ฉันทำ ฉันตัดสินใจดีแล้วไม่ต้องเป็นห่วง คำตอบที่สอง คราวหน้าคราวหลังถ้าอยากรู้อะไรให้มาหาฉันด้วยตัวเอง แล้วพูดกันต่อหน้า ไม่ใช่ให้คนอื่นมาอย่างนี้

“สามล่ะ?”

“คำตอบที่สาม คุณช่วยบอกเขาไปเลยว่า ฉันมีความสุขเมื่อได้ทำอะไรก็ตามที่เป็นการตอบแทนผู้มีพระคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรจะกระทำ มันคือกตัญญูกตเวที ฉันเป็นคนที่สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็กๆ แต่ฉันก็ยังรู้จักหาโอกาสทดแทนบุญคุณผู้ชุบเลี้ยง อุปการะ ยังดีกว่าคนที่มีแม่...แม่แท้ๆ แต่กลับปฏิเสธความเป็นแม่ลูก ฉันไม่รู้ว่าคนแบบนั้นจะมีความสุขในชีวิตได้สักแค่ไหน”

ราชจ้องหน้าเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ถามว่า “แปลว่าคุณเต็มใจแต่งงานกับนายภากร?” อมาวสีบอกว่าคำตอบตนชัดเจนอยู่แล้ว ราชเลยตัดบท “งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว”

“คงงั้นมังคะ”

“ผมจะเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับนายวาริน ส่วนเรา คุณกับผม เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกนาน ผมขออวยพรล่วงหน้า ขอให้ลูกที่จะเกิดขึ้นระหว่างคุณกับสามีจงแข็งแรง สุขภาพดีไม่โง่งี่เง่าเหมือนว่าที่พ่อของเขานะครับ”

แต่พอจะออกไป ราชย้ำกับเธอว่า “เอ้อ...แล้ววันใดที่คุณเป็นแม่ ผมหวังว่าคุณจะเป็นแม่ที่นึกถึงลูกมากกว่าตัวเองนะครับ เพราะเมื่อคุณเป็นแม่ นั่นหมายความว่า ชีวิตที่เหลือของคุณต้องอยู่เพื่ออนาคตของลูกไม่ใช่อยู่เพื่อตักตวงความสุขใส่ตนเองก่อนตาย”

อมาวสีมองตามราชที่เดินผละไปอึ้งๆ

ooooooo

ที่ภากรบอกอมาวสีและเพื่อนๆ ว่าขอไปหาเพื่อนก่อนนั้น เพื่อนของเขาคือสีไพรนั่นเอง เขารับเธอไปกินอาหารในร้านหรู ถามว่า

“เธอเคยฝันถึงอนาคตบ้างไหม รู้ไหมว่า คนเราจะมีความสุขได้จากสามเวลาเท่านั้น คืออดีต ปัจจุบันและอนาคต ถ้าในอดีตเรามีความสุข ทุกครั้งที่เรานึกถึงมันเราก็จะมีความสุข มันทำให้ปัจจุบันของเรามีความสุข นั่นคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา บางคนมีอดีตที่เลวร้าย
ปัจจุบันก็ยังไม่เข้าท่า แต่เขาก็ยังเฝ้ารอเวลาแห่งความสุขในอนาคต สีไพรรู้ไหม ว่าฉันมีความสุขกับเวลาไหนมากที่สุด”

“ไพเชื่อว่าคุณภากรมีความสุขได้ทั้งสามเวลา”

“ไม่จริงหรอก อดีตของฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อนาคตของฉันก็ยังเอาแน่ไม่ได้ แต่ฉันมีความสุขกับปัจจุบัน โดยเฉพาะวันที่มีสีไพรอยู่ข้างๆ ฉัน” เขาถามว่าแล้วเธอล่ะ สีไพรบอกว่าตนอยู่กับปัจจุบัน เขาถามว่าเคยวาดฝันอนาคตบ้างไหม เธอบอกว่าไม่กล้าฝัน “ต้องกล้าสิ ใครจะรู้ ทุกอย่างที่เราฝันมันอาจจะเป็นจริงได้ทั้งนั้น”

สีไพรเล่าว่าแม่ทำอาหารเก่ง ตนเคยฝันว่าวันหนึ่งเราจะมีร้านอาหารของตัวเอง

“ฝันของไพต้องเป็นจริง ฉันจะรอดูวันนั้น ฉันขอเป็นลูกค้าคนแรกที่เข้าไปกินในร้านของสีไพรได้ไหม?” สีไพรบอกว่าตนจะดีใจมากเลย ภากรกุมมือเธอพูดอย่างอ่อนโยน “วันนี้ฉันกำลังสร้างอนาคตของฉันใหม่ ฉันอาจจะอยู่ใกล้สีไพรได้ไม่บ่อยเหมือนก่อน แต่ฉันไม่มีวันลืมสีไพรนะ จำไว้”

ภากรมอบสร้อยทองเส้นหนึ่งให้ บอกสีไพรว่าให้เพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตน สีไพรร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติ ภากรบอกว่าเก็บน้ำตาไว้ร้องไห้วันที่ตนตายดีกว่า

“ไม่ค่ะ ถึงวันนั้นสีไพรจะยอมตายแทนคุณภากรค่ะ” ภากรรับรองว่าตนจะไม่เป็นอะไรมีแต่จะรุ่งเรืองไปเรื่อยๆ สีไพรถามว่า “คุณภากรยังเก็บสร้อยข้อมือไว้ใต้หมอนหรือเปล่าคะ” เขาพยักหน้าไปอย่างนั้นเอง

ooooooo

คืนนี้ ราชพิมพ์ข้อความเพื่อส่งเมลไปยังลุงรักษ์ท่ามกลางสายฝนพรำ...

“มีความจำเป็นทางธุรกิจการลงทุนบางอย่างที่ทำให้ผมต้องหายหน้าไปสักพักใหญ่ๆ ผมอาจจะไม่มีโอกาสส่งข้อความแจ้งความคืบหน้ามาหาคุณลุงบ่อยนัก แต่ผมสัญญาว่า เมื่อเสร็จภาระครั้งนี้ ผมจะรีบกลับไปหาคุณลุงโดยเร็ว ผมจะไม่ทำอะไรที่เป็นสิ่งผิดบาปเป็นอันขาด...ผมสัญญา”

ราชขับรถออกไปท่ามกลางสายฝนในยามดึก...

เป็นเวลาที่อมาวสีกำลังนอนฝันร้าย...ว่าตนกำลังตั้งครรภ์นอนไม่หลับพลิกตัวไปมาถูกภากรด่าว่าคิดถึงใครอยู่หรือ ตัวอยู่ที่นี่กับตนแต่ใจคิดถึงคนอื่น คาดคั้นว่า คิดถึงภาคย์หรือราช พาลหาว่าลูกในท้องเป็นลูกใครกันแน่

อมาวสีปฏิเสธ ภากรจะให้เธอยอมรับให้ได้ เธอจึงลุกวิ่งออกจากห้องนอน ภากรไล่ตามตะโกนให้กลับมาเดี๋ยวนี้ เธอวิ่งหนีจนฟุบไป...

สะดุ้งตื่นจากฝันร้าย อมาวสีเหงื่อแตกพลั่ก พอดีนมพริ้งมาเคาะประตูบอกว่าช่างแต่งหน้ามาแล้ว

เป็นวันที่นัดถ่ายรูปครอบครัวสำหรับใช้โชว์ในงานแต่งงาน ภากรแต่งเสร็จก่อนเดินไปบอกช่างที่แต่งให้อมาวสีว่า “แต่งภรรยาผมให้สวยๆนะครับ ไม่สวยผมไม่ยอม” แล้วเดินออกไปหากวีที่กำลังคุยกับหว่องอยู่ที่ห้องรับแขก

หว่องมาครั้งนี้ เขาแจ้งแก่กวีว่า ตัวยาที่เราจะดำเนินการผลิตนี้ไม่ผ่าน FDA ในบางประเทศ กวีตกใจเพราะตนต้องจ่ายดอกเบี้ยมาก หว่องตะล่อมว่า

“ประเทศเหล่านั้นไม่ใช่ลูกค้าหลัก ทันทีที่เราผ่าน FDA ของอเมริกาได้ อีกหลายประเทศทั่วโลกก็จะอนุมัติทันทีเพราะเขาเชื่อในมาตรฐานของอเมริกา”
“งั้นก็เร่งๆให้มันผ่านเร็วๆหน่อย ไม่งั้นนั่งจ่ายดอกเบี้ยกันตายพอดี” กวีเร่ง

ทีมงานถ่ายรูปมาถึงพอดี สตาฟฟ์มาเชิญให้กวีไปดูโลเกชั่นก่อนแล้วทางตนจะให้รถตู้มารับอมาวสีภายหลัง

“โอเค ตกลงตามนี้นะคุณหว่อง” กวีกำชับหว่องอีกครั้งแล้วเดินไปกับภากร

พออมาวสีแต่งชุดเจ้าสาวเสร็จ ก็ได้รับโทรศัพท์จากพึงใจและนิลรัตน์ที่นั่งกินไอติมกับการันต์และอนุอยู่ที่ร้าน อมาวสีคุยกับเพื่อนพลางเดินไปขึ้นรถตู้ ถามว่าตกลงพวกเธอจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือเปล่า พึงใจตอบแทนทุกคนว่า “มาซี่...ทุกคนเลย” นิลรัตน์ถามว่า เพื่อนเจ้าบ่าวเป็นใคร อมาวสีบอกว่าตนยังไม่รู้ เพราะภากรไม่ได้บอกอะไรเลย

“น้ำเสียงเธอดูห่างเหินนะ เปลี่ยนใจไหม” นิลรัตน์ถามทีเล่นทีจริง พึงใจดึงโทรศัพท์ไปยุว่า

“จริง...หนีเลย ถ้าไม่กล้าบอกคุณลุงก็หนีเลย เอาเปล่า?”

อมาวสีขึ้นรถตู้พลางคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเลยไม่ทันได้สังเกตอะไร รถตู้คันนั้นพาเธอออกจากบ้านพิชิตพงษ์ มีนายเทินเป็นคนขับ!

พอเห็นเทินเป็นคนขับรถ อมาวสีถามว่าเขาย้ายมาทำงานที่บริษัทถ่ายรูปแล้วหรือ เทินบอกว่าเธอขึ้นรถผิด แต่ตนก็มีเรื่องอยากจะคุยด้วย เกี่ยวกับราช อมาวสีถามอย่างร้อนใจว่า เขาเป็นอะไรหรือ เทินทำท่าจะร้องไห้บอกให้เธอไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่า อมาวสีบอกว่าตนต้องรีบไปถ่ายรูปเพราะคุณลุงคุณป้ารออยู่

“ถ้าเป็นผมจะไม่ทำอย่างนั้นเชื่อผมเถอะครับ คุณทำใจดีๆ แล้วอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเป็นอันขาด”

ooooooo

เทินขับรถพาอมาวสีไปที่บ้านแก้ว เธอร้อนใจจนไม่รอให้ทินมาเปิดประตู ลงจากรถเดินเข้าไปหาราชชั้นล่างไม่มีจึงเดินขึ้นชั้นบน

พลันเธอก็ถูกถุงดำครอบหัวแล้วเอาผ้ายื่นเข้าไปในถุงโปะยาสลบจนเธอแน่นิ่งไป เป็นฝีมือของสองพ่อลูกนายเทินกับทินนั่นเอง! ทินถามพ่อว่าแล้วจะเอาอย่างไรต่อ

“เดินหน้า...ตามแผน” เทินสั่ง

ทุกคนรออมาวสีอยู่ที่สวนสาธารณะนานผิดปกติ กวีขอให้ถ่ายรูปตนก่อนได้ไหมแล้วค่อยเอาไปตัดต่อเพราะตนต้องรีบไปประชุมพรรค

ส่วนภากรเดินงุ่นง่านโทร.หาวัชรีบอกว่าอมาวสีหายตัวไป ตนอยากรู้ว่าเจ้าสาวตนอยู่ที่ไหน โทร.หาเธอบ้างหรือเปล่า วัชรีปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นแต่ถ้าได้ข่าวเมื่อไรก็จะรีบแจ้งทันที ภากรขอร้องอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัวตน

พอวางสายจากภากร วัชรีก็โทร.เช็กกับนิลรัตน์ พึงใจ แต่ทุกคนไม่รู้เรื่องอมาวสีเลย พึงใจตั้งข้อสังเกตว่าสงสัยจะหนีแต่งงาน นิลรัตน์ไม่เชื่อว่าอมาวสีจะกล้าทำ

“งั้นก็ต้องมีคนช่วย” พึงใจฟันธง วัชรีถามว่าตายักษ์หรือเปล่า นิลรัตน์ถามว่าหรือเป็นวาริน วัชรีร้องว่า“ใช่แล้ว ตายักษ์ลักพาตัวยายอมาไปให้พี่วารินแน่ๆเลย” ว่าแล้วก็โทร.ถึงวาริน ถามว่า “รู้รึเปล่า ว่ายายอมาหายตัวไป”

วารินถามว่าน้องเขาหายตัวไปอย่างไร วัชรีดักคอว่าหรือราชฉุดอมาวสีไปเองโดยไม่บอกเขา

“พูดกับมันเลยไหมล่ะ มันนั่งอยู่กับพี่ที่นี่แหละ อยู่ริมทะเลพัทยามันอยู่กับพี่ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้า มันจะหายตัวไปจับตัวอมาวสีได้ยังไง”

“งั้นเรื่องใหญ่แล้วแหละคุณพี่ เราต้องช่วยกันตามหายัยอมาให้ได้นะ” วัชรีเป็นห่วงเพื่อนมาก

วารินบอกว่าเดี๋ยวจะปรึกษาราชดู วัชรีย้ำว่าอย่าเพิ่งกระโตกกระตากไปเดี๋ยวมันจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อนตน

พอวารินเล่าให้ราชฟัง เขากลับบอกว่าเป็นข่าวดี เพราะเมื่อเจ้าสาวหายตัวไป งานแต่งงานก็ต้องเลื่อนออกไป ช่วงนี้เราก็ต้องช่วยกันภาวนาให้อมาวสีกลับมาหาเขาเร็วๆ วารินอยู่ไม่ติดชวนราชรีบกลับกรุงเทพฯกันดีกว่า

“คิดว่าจะช่วยอะไรเขาได้ไหมล่ะ” ราชถามหน้านิ่งๆ

ooooooo

ภากรกลับถึงบ้านเดินวนเหมือนคนบ้า ด่าพวกที่อยู่บ้านว่าอยู่กันยังไงคนหายไปทั้งคนไม่มีใครรู้เรื่องเลย

จันบอกว่าเห็นเธอเดินรีบร้อนขึ้นรถตู้ออกไป แต่รถตู้จากไหนเป็นของใครไม่รู้ จนนมพริ้งตั้งข้อสังเกตว่าอาจขึ้นรถผิดคันก็ได้ ภากรโทร.ไปบอกกวีให้จ้างสายสืบออกตามหา กวีบอกว่าทำแล้วแต่ต้องทำเงียบๆ เตือนภากรว่าต้องคุมสติตัวเองหน่อย ปล่อยเรื่องนี้ให้ตนจัดการเอง เขาจะไปผ่อนคลายสมองอะไรที่ไหนก็ไป แต่อย่าสร้างเรื่องขึ้นมาอีกก็แล้วกัน

คุณหญิงถามนมพริ้งว่าเคยระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อนไหม นมพริ้งบอกว่าไม่เคยได้ยินอมาวสีปริปากอะไรเลย ตนรู้แต่ว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับภากร

“เป็นไปได้ไหม ว่ายายอ้อจะหนีไปเองเพราะไม่อยากแต่งงาน”

“ไม่รู้สิคะ แต่ถ้าเป็นพริ้ง พริ้งก็คงหนี”

“คงมีแต่ฉันละมัง ที่ไม่กล้าตัดสินใจแบบนี้” คุณหญิงรำพึงกับตัวเอง

ooooooo

อมาวสีรู้สึกตัว พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่มืดทึบแต่ตบแต่งอย่างดี สำรวจตัวเองยังอยู่ในชุดเจ้าสาว เรียบร้อย

เธอควานหาโทรศัพท์มือถือแต่ไม่พบ เห็นมีโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแต่พอเดินไปดูปรากฏว่าไม่มีปุ่มกด ประตูก็ถูกล็อกแน่นหนา เธอหมุนลูกบิดอยู่ครู่หนึ่งก็มีกระดาษขนาดเอ 4 สอดเข้ามาจากใต้ประตู เขียนว่า “สวัสดีครับ” อีกแผ่นเขียนว่า “สวัสดีค่ะ” แล้วก็มีสอดเข้ามาอย่างต่อเนื่องทักทายว่าตื่นแล้วไหม, ประตูล็อกเปิดไม่ออกหรอก

อมาวสีพยายามตะโกนถามว่าใครสอดกระดาษเข้ามา กระดาษสอดเข้ามาเขียนว่า “ตอบไม่ได้”

“เป็นใบ้หรือไงถึงตอบไม่ได้ แล้วน้าเทินล่ะ” เธอพยายามขอคุยด้วย แต่ไม่มีใครตอบเธอ มีแต่กระดาษที่เขียนข้อความทักทายแสดงความห่วงใย บอกให้เปิดม่านดูพระอาทิตย์ บอกว่าห้องน้ำอยู่หลังหัวเตียง อมาวสีตัดสินใจเปิดผ้าม่านเห็นพระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา เห็นทิวเขาและป่าเขียวชอุ่ม แต่ไม่มีผู้คนให้เห็นและพูดคุยด้วย มีแต่แผ่นกระดาษที่สอดเข้ามาพร้อมตัวหนังสือที่ไม่อาจตอบปัญหาอะไรได้เลย

ที่บ้านพิชิตพงษ์ ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการตามหาอมาวสี ตำรวจนอกเครื่องแบบมาสอบถามและดูกล้องวงจรปิด เห็นอมาวสีเดินไปขึ้นรถตู้เอง ไม่มีการฉุดลาก เพียงแต่ว่าหลังจากรถเคลื่อนออกไปแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างเป็นเรื่องที่ต้องสืบหาข้อมูลต่อไป

ตำรวจสอบถามว่ามีของหายไหม มีจดหมายขู่หรือเปล่า มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เช่นไม่อยากแต่งงาน ตำรวจซักถามมากมายจนกวีบอกให้พอเถิดให้ตำรวจตามหาร่องรอยรถตู้คันนั้นก็แล้วกัน ตำรวจบอกว่าได้ความอย่างไรจะรีบแจ้งให้ทราบ

เมื่อตำรวจนอกเครื่องแบบไปแล้ว อำภาถามกวีว่าเรื่องแต่งงานจะเลื่อนไหม กวีขอดูอีกสองวันค่อยตัดสินใจ

ooooooo

อมาวสีร้องถาม ตะโกนขอความช่วยเหลือ ก็มี แต่แผ่นกระดาษเขียนหนังสือสอดเข้ามา เธอโมโหเลยตะโกนบอกว่าตนต้องการพูดกับคนไม่ใช่กระดาษแบบนี้แน่จริงก็ออกมาสิ

เสียงประตูดังกริ๊ก อมาวสีดีใจค่อยๆเปิดประตูเดินออกไปอย่างระแวดระวัง ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย เธอเดินเมียงมองไป พลันก็ตกใจสุดขีดเมื่อมีชายร่างใหญ่หน้าตาดุดันสักเต็มตัวโผล่มายิ้มเหมือนแยกเขี้ยวใส่ เธอตกใจจนเป็นลม

ทันใดนั้น ชายสูงวัยคือน้าป่วนกับสาววัยกระเตาะคือแอ้มเดินออกมาดู แอ้มถามชายร่างใหญ่ว่าทำอะไรนายหญิง ป่วนเดาได้ถามว่ายิ้มให้นายหญิงใช่ไหม ชายคนนั้น ชื่อไอ้แปลกเป็นคนใบ้ได้แต่เกาหัวแกรกๆ ยิ้มแหยๆ

ป่วนสงสัยนายหญิงจะหิว สั่งแอ้มไปบอกป้าเอิบทำกับข้าวให้นายหญิง สั่งแปลกให้มาช่วยกันแบกนายหญิงเข้าห้อง

แอ้มไปบอกป้าเอิบให้ทำอาหารตามรายการอาหารที่นายจดไว้ให้ทั้งหมด ป้าเอิบถามว่านายหญิงตื่นแล้วหรือแอ้มบอกว่าตื่นแล้วและหลับไปอีกแล้ว ป้าเอิบถามว่าเป็นอะไรมากไหม มียาหรือเปล่า

“นายบอกว่าไม่ต้องใช้ยา โรคนี้ต้องใช้เวลาและก็กินให้อิ่มๆ พออารมณ์ดีๆ เดี๋ยวนายหญิงแกก็หายเอง” แอ้มบอก ป้าเอิบงงถามว่าโรคอะไร แอ้มบอกว่าโรคกลัวแต่งงาน ขณะนั้นเองเสียงป่วนก็ดังเข้ามาทางวิทยุสื่อสารถามว่ากับข้าวเสร็จหรือยัง แอ้มหยิบวิทยุที่เหน็บข้างตัวกดตอบ “ยัง...ป้าเอิบน่ะสิ มัวแต่คุย โอ้เอ้ที่สุด”

“เร่งๆหน่อย เดี๋ยวนายหญิงโมโหหิวจะยุ่งกันใหญ่ ทุกคน เช็ก ว.ด้วย ได้ยินชัดเจนไหม” ทุกคนตอบพร้อมกันว่าชัดเจน เลยถูกป่วนดุ “เฮ้ย...ทีละคน อย่ากด ว.ซ้อนกัน สอนไม่จำเลยนะ”

ooooooo

อมาวสีรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง พบว่าตัวเองอยู่ในห้องเดิมแล้ว เธอออกไปที่ระเบียงมองไปด้านล่างเห็นนายแปลกถือปืนเงยหน้ายิ้มน่ากลัวให้ เธอถอยกรูดเข้าห้องทันที

เข้าห้องแล้วสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นมีคนมายืนเรียงแถวกัน 4 คน คือ เอิบ แอ้ม ป่วน และป๊อด ทั้งสี่ยิ้มอย่าง เป็นมิตร ป่วนถามว่าอร่อยไหมนายหญิง อมาวสีไม่ตอบถามหวาดๆ ว่าพวกเขาเป็นใคร ทำไมเรียกตนว่านายหญิง

ความหวาดระแวงทำให้อมาวสีหันไปคว้ามีดที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารที่จัดวางอาหารเต็มโต๊ะอย่างสวยงาม

“พวกแกใช่ไหมที่จับตัวฉันมา อย่านะ อย่าเข้ามา” ป่วนบอกว่าไม่เข้าไปแน่เพราะนายสั่งไว้ให้เข้าได้แค่นี้

“ใครคือนายของแก” อมาวสีถาม ป่วนตัดบทว่า นายหญิงทานให้อิ่ม หลับให้สบาย พรุ่งนี้ค่อยคุยกันดีกว่า แอ้มบอกว่าถ้าอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าตนเอาของตัวเองมาให้แก้ขัดไปก่อน พลางวางไว้ที่ปลายเตียง แล้วทั้งสี่ก็พากันออกไป อมาวสีมองรอบๆ นึกไม่ออกว่าจะออกไปจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร

เมื่อเจ้าสาวหายตัวไปอย่างลึกลับ ภากรไปดื่มในร้านเหล้าท่ามกลางนักดื่มขาประจำ เขาเพียรโทร.เข้ามือถือของอมาวสีก็ไม่มีสัญญาณ เขากระแทกมือถือลงบนโต๊ะ ยกแก้วขึ้นกระดกทีเดียวหมด

ฝ่ายบรรดาเพื่อนๆของอมาวสีคิดไม่ออกว่าจะตามหาเธอได้ที่ไหน จึงเล่นผีถ้วยแก้วให้ช่วยบอก

ผีถ้วยแก้วบอกว่าถูกจับตัว อยู่ในป่า คนจับคือวาริน

พอดีวารินมาเจอ บ่นน้องๆว่าเชื่ออะไรกับผีถ้วยแก้ว พึงใจบอกวัชรีให้เลิกดันถ้วยแก้วได้แล้ว บอกวารินว่าพวกตนเป็นห่วงอมาวสีแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

“ไม่เป็นไร ไอ้นายราชมันรับปากกับพี่แล้วว่าจะตามหาให้เองหลังจากเสร็จงานที่พม่า” บอกแล้วเดินเลี่ยงไป

“พูดถึงนายราชนี่ก็ลับๆ ล่อๆ ชอบกล ป้าฉันลงไปภูเก็ตไปสืบประวัติเขา เห็นป้าบอกว่าข้อมูลนายคนนี้กระจัดกระจาย จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นใครมาจากไหนกันแน่” นิลรัตน์เล่าให้เพื่อนๆฟัง

“ช่างเถอะ...ตอนนี้ขอให้อมาปลอดภัยก่อนเถอะนะ” วัชรีตัดบท เพื่อนๆเลยพากันยกมือท่วมหัวภาวนาพร้อมกัน

ooooooo

อมาวสียังอยู่ในชุดเจ้าสาว และถูกขังอยู่ในห้อง แต่เปลี่ยนการสื่อสารจากเขียนหนังสือสอดกระดาษเข้ามาทางใต้ประตู เป็นวิทยุติดต่อแทน

เพราะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ในห้อง เธอทำอะไรจึงอยู่ในสายตาพวกที่มาดูแลเธอตลอดเวลา เธอรับรู้จากบรรดาผู้ที่ดูแลเธอว่านายผู้ชายบอกว่าเธอสติไม่ดี แต่ถ้ากินอิ่มนอนหลับก็จะหาย

อมาวสีไม่ยอมกินอะไรทั้งสิ้น ถามผ่านวิทยุติดต่อว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหน ได้รับคำตอบว่าอยู่กลางไร่ข้าวโพด เธอถามว่าพวกเขาฆ่านายเทินกับทินไปแล้วใช่ไหม

“พวกเราไม่เคยฆ่าใครครับ พวกเราจิตใจดีทุกคน ไม่เชื่อนายโผล่หน้ามามองที่ระเบียงสิครับ” เสียงนายป่วนบอก

พอเธอโผล่ไปดู เห็นหมู่คนงานเจ็ดคนยืนเรียงแถวอยู่หน้าบ้านพร้อมชูป้ายผ้าขนาดใหญ่มีตัวอักษรเขียนด้วยสีสวยงามว่า “ขอต้อนรับสู่บ้านไร่แสนสุข” พร้อมกับเสียงนายป่วนกด ว.พูดกับเธอว่า...

“พวกเราจะออกไปไถดินด้านหลังไร่ กลับเอาตอนเย็นเลย จะไม่มีใครอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้น ถ้านายหญิงต้องการอะไรก็กดวิทยุบอกนะครับ พวกเราจะได้ยินเสียงนายทุกคน ขอให้มีความสุขในบ้านไร่หลังนี้นะครับ” พูดแล้วทั้งหมดก็เดินเรียงแถวร้องเพลงออกไป

“พวกนายทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด” อมาวสีกดวิทยุพูดกับพวกเขาเหล่านั้น

ooooooo

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่บ้านพิชิตพงษ์แต่เช้า ภากรรีบมารับสายถามอย่างตื่นเต้นว่าเจอตัวแล้วหรือ?

เป็นตำรวจโทร.เข้ามาแจ้งว่า เจอรถตู้แล้ว รถตู้

คันนั้นพอออกจากหน้าบ้านพิชิตพงษ์ก็ตรงไปที่บ้านแก้ว อมาวสีลงรถที่นั่น โชเฟอร์รถตู้รับเงินแล้วก็ขับกลับไปเลย ทางตำรวจยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปที่ไหนอีก

“ต้องเป็นไอ้ราชแน่ มันเป็นคนที่ซื้อบ้านหลังนั้นจากเรา ผมเชื่อว่าต้องเป็นมันแน่ๆ” ตำรวจจึงนัดภากรให้ไปพบกันที่บ้านนั้นเลย

ภากรกับตำรวจไปถึงบ้านแก้ว เจอทินออกมาทักทายด้วยลีลากวนประสาทตามเคย ตำรวจแจ้งว่าจะมาตามหาคนหาย ภากรยุว่าค้นเลยดีกว่า

“คุณตำรวจอยากค้นก็ค้นได้ครับ แต่ผมสงสัยว่า ถ้าใช้วิธีคิดอย่างคุณคนนี้ เราคงจะค้นบ้านทุกหลังในประเทศนี้ได้อย่างหน้าตาเฉย เชิญครับ”

ตำรวจเห็นท่าไม่ดีเลยไม่ค้น ชวนกันกลับ ทินพูดตามหลังไปว่า

“แถวนี้รถตู้วิ่งไปวิ่งมาวันละเกือบร้อยคัน บางทีก็จอดนอนแถวนี้ จะมีรถคันไหนแบบที่ว่าหรือเปล่าผมก็ไม่รู้นะ”

ตำรวจขอบใจแล้วพากันกลับ ภากรถามอย่างขัดใจว่า ทำไมไม่ค้น ถ้าค้นเราต้องได้หลักฐานสาวไปถึงตัวราชแน่ๆ

“ใจเย็นครับ ผมจะส่งทีมมาเฝ้าดูไว้ รับรองว่าหลักฐาน ไม่หนีเราไปไหนแน่ๆ ถ้ามันมีอยู่จริง”

พอดีเสียงมือถือภากรดังขึ้น เป็นสายจากทนายชอบบอกว่ามีคนมาหาเขาที่บริษัท ภากรหงุดหงิดบอกว่าตนไม่ได้นัดใคร ให้เขากลับไปก่อน ทนายชอบบอกว่าไม่ได้เพราะเขาบอกว่าเขาเป็นคนสำคัญมาก มีของมาให้ด้วย ภากรถามว่าใคร

“คุณราช รัชภูมิครับ”

ภากรกระซิบบอกตำรวจว่าราช ตำรวจให้เขาคุยปกติไปก่อนอย่าเพิ่งบอกอะไร ภากรถามทนายชอบว่าเขามีเรื่องอะไรจะคุยกับตน ทนายชอบจึงส่งโทรศัพท์ให้ราชคุยกันเอง

“คุณภากรเหรอครับ...บังเอิญผมผ่านมาแถวบริษัทคุณ ผมเลยแวะเอาของขวัญแต่งงานมาให้ เผื่อวันงานผมติดธุระอาจจะไปไม่ทัน” ภากรถามเสียงขุ่นว่าแค่นั้นเหรอ “ครับ ถ้าคุณจะมาถึงบริษัทภายในยี่สิบนาที ผมจะยืนรอ แต่ถ้านานกว่านั้นผมขออนุญาตฝากของขวัญไว้ที่น้าคนนี้แล้วกันนะครับ”

ภากรบอกตำรวจว่าราชจะรอยี่สิบนาที ตำรวจให้ตอบไปเลยว่าจะไปให้เร็วที่สุดให้เขารอพบให้ได้

“โอเคเดี๋ยวเจอกัน ผมจะพยายามไปให้ทัน”

“ผมจะรอเท่าที่รอได้ แต่ขออวยพรทางนี้ก่อนก็แล้วกัน กันพลาด ขอให้คุณมีความสุขตลอดชีวิตการแต่งงานนะครับ หวังว่าวันงานแขกเหรื่อคงจะล้นหลาม และไม่มีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น” ภากรถามว่าจะมีอะไรผิดพลาดได้ยังไง “ผมคงไม่อาจทราบล่วงหน้าได้ครับ” พูดเสร็จราชกดยกเลิกการสนทนาทันที

ภากรบอกตำรวจว่าราชต้องเป็นคนเอาตัวอมาวสีไปแน่ๆ แต่ตำรวจบอกให้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปตามเกมก่อน อย่าให้เขารู้ว่าเรารู้ทัน

ooooooo

อมาวสีวางแผนจะหนีออกจากห้อง เธอทำเป็นเวียนหัวจะอาเจียน บอกให้ใครก็ได้เปิดประตูให้ตนได้ลงไปเหยียบพื้นดินหน่อย

ป๊อดที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเปิดประตู บอกว่านายสั่งไว้ว่าถ้ามีอาการแบบนี้ให้เปิดประตูให้อากาศระบายเข้าไปแล้วนายผู้หญิงก็จะหายเอง พอเปิดประตูอมาวสีขอโผล่ไปดูข้างนอก ถามว่าตนอยู่ชั้นไหน พอรู้ว่าชั้นสามก็ถามว่าถ้าตนกระโดดลงไป? ป๊อดบอกว่าไม่ตายก็ขาหัก

ป๊อดเปิดประตูให้นานพอสมควรแล้วบอกให้เธอกลับเข้าไปเสีย อมาวสีแอบเอาชายกระโปรงสอดไว้ตรงช่องล็อกประตู พอป๊อดไม่อยู่ เธอจึงแอบออกไป

ราชออกจากบริษัทเฮลท์ตี้ฟาร์ม่าแล้วไปหาวารินที่บ้าน เขาบอกวารินว่าไปพม่ากลับมาแล้วจะตามเรื่องอมาวสีให้

ภากรกลับไปถึงบริษัทไม่เจอราชแล้ว ได้รับแต่กล่องของขวัญ พอเปิดดูเห็นเป็นตุ๊กตาเซรามิกเจ้าบ่าวเจ้าสาว เขาปาทิ้งอย่างโกรธจัดหาว่าหยามกันชัดๆ เชื่อว่าราชต้องรู้เรื่องอมาวสีหายตัวไปเพราะสนิทกับก๊วนเพื่อนของเธอ ทนายชอบติงว่าเราไม่ควรโกรธเพราะเขาอุตส่าห์เอาของขวัญมาให้ ภากรประกาศกร้าวว่า

“ทำไมผมจะโกรธมันไม่ได้ ผมรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ ผมจะเอาคืนกับมันด้วยซ้ำ คอยดู!”

คุณหญิงอำภาถามกวีว่าเราจะทำอย่างไรกับงานแต่งงานเพราะเขาทั้งแถลงข่าวและแจกการ์ดไปแล้วด้วย

“คุณป่วยอีกทีได้ไหมล่ะอำภา ผมจะได้มีข้ออ้างในการเลื่อนงานแต่ง” กวีเสนอ คุณหญิงนิ่งไปคล้ายจะคล้อยตาม

ooooooo

อมาวสีแอบออกจากห้อง เดินหาทางออกจากบ้าน เห็นช่องว่างข้างระเบียงที่ปีนออกไปได้ เธอรวบชุดค่อยๆปีนออกไปคาดว่าทางไหนจะมีทางออกก็มุ่งไป จนกระทั่งขึ้นไปถึงดาดฟ้า!

พอขึ้นถึงดาดฟ้า เธอตกใจเมื่อเห็นพวกคนงานแต่งตัวสวยงามคอยต้อนรับอยู่ บนดาดฟ้าระยิบระยับไปด้วยแสงไฟสวยงาม มีซุ้มดอกไม้ ที่สำคัญมีเค้กแต่งงานด้วย นายป่วนยิ้มแฉ่งทักทายยินดี อมาวสีถามว่าพวกเขาขึ้นมาทำอะไรบนนี้ นายป่วนบอกว่าจัดงานแต่งงานให้นายหญิง ป๊อดบอกว่านายหญิงหนีงานแต่งงานจากกรุงเทพฯ พวกตนเลยจัดให้ที่นี่ จะได้ไม่เสียฤกษ์

อมาวสีถามว่าแต่งกับใคร แอ้มบอกว่าแต่งกับนายผู้ชาย แล้วนายป่วนก็ชี้ลงไปข้างล่าง อมาวสีมองลงไป เธอตะลึงอึ้ง เมื่อเห็น ราช รัชภูมิ ในชุดขาวนั่งอย่างสง่างามอยู่บนหลังม้าสีขาว เขายิ้มหวาน หล่อเท่ ให้เธออย่างที่ไม่เคยยิ้มมาก่อนเลย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.