ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"

สิบห้าปีก่อน...

เด็กชายภาคย์เดินเตะน้ำเล่นที่ชายหาด หยิบหินหยิบเปลือกหอยปาไปประสาเด็ก บอกกับตัวเองเหมือนย้ำเตือนความจำว่า

“ผมไม่มีพ่อ...ผมไม่มีแม่...ผมไม่มีที่อยู่...ผมไม่มีที่ไป...ไม่มีอนาคต...ไม่มีอดีต...ไม่มีความสุข...ไม่มีความทรงจำ...”

ที่ริมหาดนี้ เด็กชายภาคย์ถูกตำรวจที่นั่งคุยด้วยถามว่าชื่ออะไร “ไม่มีชื่อ ไม่มีนามสกุล” ตำรวจถามอีกว่ารู้ไหมว่าคนที่เราเพิ่งช่วยชีวิตเขาเป็นใคร เด็กชายภาคย์ส่ายหน้า ตำรวจบอกว่า

“เขาเป็นเศรษฐีที่นี่ เป็นเจ้าของเกาะรักษ์เล ชื่อ รักษ์ รัชภูมิ เขาไม่มีลูก เขาจะอุปการะเธอ เขาจะเลี้ยงดูเธอจนโตเป็นผู้ใหญ่ และให้เธอใช้นามสกุลของเขาจะเอาไหม?” เด็กชายภาคย์มองหน้าตำรวจนิ่ง “เขาฝากฉันมาถามว่า เธออยากจะมีชื่อว่าอะไร”

เด็กชายภาคย์มองที่อกเสื้อเจ้าหน้าที่กู้ภัย เห็นตัว หนังสือเขียนว่า “ถวายชีพ เป็นราชพลี” เด็กชายภาคย์เดินไปชี้ที่ตัวอักษร “ราช” ตำรวจพูดยิ้มขำๆ ว่า “ราช... ราช รัชภูมิ ชื่อเหมือนพระเอกลิเกว่ะ”

เหตุการณ์นั้นเกิดเมื่อดึกคืนหนึ่ง เด็กชายภาคย์นั่งรถทัวร์มาถึงชายหาด เห็นซากเรือเร็วถูกคลื่นซัดมากระแทกหินจนแตกไม่มีชิ้นดี ที่ใกล้ๆนั้น มีร่างหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ริมหาด เด็กชายภาคย์รีบไปช่วยเหลือด้วยการผายปอดจนชายคนนั้นรู้สึกตัว เขาปรือตามองเด็กชายที่ช่วยชีวิตตน เอ่ยเบาๆ

“ขอบใจมาก ไอ้หนู...” เขาคือลุงรักษ์ รัชภูมิ นั่นเอง...

ooooooo

วันนี้...ในโลกใบนี้ มีแต่ ราช รัชภูมิ ไม่มีภาคย์ พิชิตพงษ์ ในความทรงจำอีกแล้ว คุณหญิงอำภาจึงผิดหวัง ใจสลายเมื่อราช รัชภูมิ บอกว่าคุณหญิงคงเข้าใจอะไรผิดกระมัง ยืนยันว่า

“ผมคือ ราช รัชภูมิ ผมไม่เคยมีแม่เป็นคุณหญิงอย่างท่าน แม่ผมเป็นเพียงคนธรรมดา แต่อาจจะรักลูกมากกว่าแม่ที่มีฐานะเป็นคุณหญิงก็ได้”

คุณหญิงอ้อนวอนว่า เขาจะกล่าวหาหรือพูดอย่างไรก็ได้ ขอเพียงอย่างเดียว ให้ยอมรับว่าเขาคือภาคย์ พิชิตพงษ์ ได้ไหม คุณหญิงพร่ำบอกว่า “ภาคย์จะโกรธเกลียดแม่ก็โกรธไปเถิด แต่แม่รักภาคย์นะลูก”

ราชยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สีหน้าเรียบเฉยว่าตนคือ ราช รัชภูมิ ขอให้คุณหญิงกลับไปเสีย และฝากบอกอมาวสีด้วยว่า อย่าทำอย่างนี้กับตนอีก

คุณหญิงกลับถึงบ้านพิชิตพงษ์ด้วยหัวใจที่แตกสลาย แต่คุณหญิงก็รู้สึกตัวเองผิดเมื่อทบทวนอดีตที่ผ่านมา ที่ตนไม่ได้ให้สิ่งใดแก่เขาทัดเทียมกับภากรเลย แม้กระทั่ง...ความรัก เหตุเพราะคุณหญิงเกรงว่า ใบหน้าที่ละม้ายท่านชายคฑาเทพของเขาจะประกาศให้โลกรู้ถึงความพลั้งพลาด ความผิดบาปของตน และทำให้ตระกูลพิชิตพงษ์เสื่อมเสีย

“เพราะเหตุนี้เอง จึงทำให้แม่เกลียดภาคย์ แม่ให้ความรักและการเอาใจใส่ภาคย์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น มาวันนี้...กรรมจึงได้ตามสนองแม่แล้ว แม้แม่จะพร่ำบอกว่ารักภาคย์ สักเพียงใด แม่ก็จะไม่มีวันได้รับความรักและความยินดีจากลูก”

เมื่อเข้าห้องพระ คุณหญิงน้ำตาอาบแก้มพนมมือรำพึง...“ภาคย์เป็นคนอื่นสำหรับแม่ไปเสียแล้ว และภาคย์คงจะยิ่งเพิ่มความโกรธเกลียดแม่มากยิ่งขึ้น หากภาคย์ได้รู้ถึงกำเนิดที่แท้จริงของลูก...”

จนค่ำ ขณะคุณหญิงนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียงนั้น นมพริ้งเข้ามาถามว่าเจอเขาไหม?

“เจอ...ได้คุยกันพักนึง” คุณหญิงตอบแผ่วเบา นมพริ้งตื่นเต้นถามว่าภาคย์พูดอะไรบ้าง “พูดว่า เขาไม่ใช่ภาคย์ เขาไม่ยอมรับว่าฉันเป็นแม่ ไม่แม้แต่จะยอมให้ฉันสัมผัสตัวเขา”

นมพริ้งถามว่า หรือเขาไม่ใช่ภาคย์ คุณหญิงย้ำว่าตนจำได้ทั้งเขาและพ่อของเขา พอดีอมาวสีเอาน้ำและผลไม้มาให้ทักว่าคุณหญิงไม่สบายหรือ คุณหญิงตอบว่าสบายดี สิ้นเสียงก็วูบล้มลง

เป็นเวลาที่กวีกับภากรอยู่ที่งานเลี้ยงของนักการเมือง อมาวสีโทรศัพท์ไปแจ้งว่าคุณหญิงวูบไปขณะนี้อยู่โรงพยาบาล หมอตรวจแล้วแจ้งแก่กวีและภากรที่มานั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินแล้วว่า คุณหญิงหลอดเลือดหัวใจตีบ เตือนให้ระวังเรื่องความเครียด

เมื่อหมอไปแล้ว ภากรขยับเข้าไปถามกวีว่า งานแต่งงานของตนกับอมาวสีต้องเลื่อนหรือเปล่า กวีตอบทันทีว่า

“ไม่ ทุกอย่างตามกำหนดเดิม”

มือถือภากรดังขึ้น เขาดูหน้าจอแล้วขอตัวกับกวีเดินเลี่ยงไปรับสาย บอกว่าเดี๋ยวจะตามเข้าไปในห้อง

ooooooo

กวีเข้าไปในห้อง เห็นอมาวสีกำลังประคองคุณหญิงลุกขึ้นดื่มน้ำเขาถามคุณหญิงว่าเป็นอย่างไรบ้าง คุณหญิงบอกว่าค่อยยังชั่วแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆก็วูบไปเฉยๆ

กวีบอกว่าเครียดและจากนี้ไปก็ต้องระวังเรื่องอาหารด้วย เขาบอกอมาวสีให้ออกไปข้างนอกก่อนตนขอคุยเรื่องสำคัญกับคุณป้านิดหนึ่ง คุณหญิงบอกอมาวสีก่อนออกไปว่าให้นอนเป็นเพื่อนตนที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยให้นมพริ้งมาเปลี่ยน

พออมาวสีออกไป กวีถามคุณหญิงว่ามีเรื่องอะไรทำให้คิดมากจนเครียดหรือเปล่า คุณหญิงส่ายหน้าก็ถูกเหน็บว่า

“คงไม่ได้เผลอไปนึกถึงใครเข้านะ” คุณหญิงตัดบทให้พูดเรื่องสำคัญของเขาดีกว่า กวีถามทันทีว่า “ยายอ้อจดทะเบียนสมรสกับนายราชแล้วจริงหรือ”

ooooooo

คนที่โทรศัพท์ถึงภากรคือสายบัว โทร.มาเร่งรัดเรื่องหนี้พนัน ภากรบอกว่าตนกำลังพยายามอยู่ ขอเวลาอีกนิด ตนไม่เบี้ยวแน่นอนขอให้เธอเชื่อใจ

สายบัวบอกว่าไม่ได้อยู่ที่ตนหรือจอน แล้วบอกว่าพ่อเลี้ยงอยากคุยด้วย จอนพยักหน้าเรียกไอ้เผือกที่อุปโลกน์เป็นพ่อเลี้ยงมาพูด ไอ้เผือกดัดเสียงให้เหี้ยม ตะคอกถาม

“ว่าไงไอ้หนุ่ม อยากตายเร็วหรือไงไม่ทราบ!” ภากรอึกอัก ไอ้เผือกตัดบทว่า “ผมจะไม่พูดมากละนะ เสียเวลาผม เอาสั้นๆเลย ไม่จ่าย ตาย! เป็นไงชัดเจนไหม แล้วระดับพ่อเลี้ยงอย่างผมไม่ให้ตายคนเดียวด้วย ต้องตายทั้งโคตร!”

“ขู่กันอย่างนี้ คิดว่าผมจะกลัวเหรอ”

“กลัวหรือเปล่าไม่รู้ ไม่สน ผมสนแต่ว่า คุณต้องเอาเงินมาจ่ายผมตามเวลา...ทีตอนเล่น คุณยังกล้าขอยืม ตอนเลิกเล่นก็ต้องกล้าจ่ายด้วยสิ ถามหน่อยซิ มีใครบังคับให้คุณมาเล่นรึเปล่า”

ระหว่างนั้น จอนสะกิดให้ไอ้เผือกพูดเรื่องปืน มันจึงทำเป็นตะโกนสั่ง

“เฮ้ย เอาปืนออกมาเช็ดสิ...เตรียมใช้งานทุกกระบอกเลย”

ทันใดนั้น พวกสมุนก็ทำเสียงเช็ดปืนกันคึกคัก มันเอาโทรศัพท์ไปจ่อให้เสียงดังเข้าไปให้ภากรได้ฟังชัดๆ

ooooooo

อมาวสีออกมาข้างนอกเพราะกวีต้องการคุยส่วนตัวกับคุณหญิง เธอเดินมานั่งไม่ไกลจากที่ภากรคุยโทรศัพท์นัก

ภากรเครียดเมื่อได้ยินเสียงเช็ดปืนเตรียมใช้งานดังเข้ามาในโทรศัพท์ พร้อมคำขู่ของไอ้เหิม

“อาทิตย์หน้า ถ้ายังไม่มีเงินทั้งหมดมาวางตรงหน้าผม คนของผมจะถูกส่งไปเยี่ยมคุณถึงบ้าน พร้อมด้วยกระเช้าใบใหญ่ ใส่เอ็มสิบหก และอาก้า ถ้าชอบก็ลองดู” พูดแล้วส่งโทรศัพท์ให้สายบัวพูดต่อ

“จูดี้บอกแล้วไงว่าพ่อเลี้ยงแกเอาจริง”

“ผมรู้แล้ว ผมจะรีบหาเงินมาทยอยใช้ให้นะ ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้ามาจากทางโน้น จูดี้ต้องรีบส่งสัญญาณบอกผมนะ” พูดจบกดตัดสายแล้วนั่งกุมขมับเครียดจัด กวีเดินออกมาบอกว่า

“ฉันเคลียร์กับแม่แกแล้วนะ งานแต่งงานระหว่างแกกับยายอ้อจะมีขึ้นเดือนหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ” ภากรรับทราบซึมๆ กวีถามว่าคุยโทรศัพท์จนลืมแม่เลยหรือ บอกให้เข้าไปเยี่ยมแม่เสีย เสร็จแล้วจะได้กลับ

ooooooo

อมาวสีเข้าไปในห้อง คุณหญิงบอกว่าจะนอนเลยก็ได้ เธอจึงนอนที่โซฟา ต่างคนต่างเงียบไปครู่ใหญ่ คุณหญิงจึงเอ่ยขึ้นว่า

“ป้าพูดกับคุณลุงแล้วนะเรื่องการแต่งงาน คุณลุงเขาไม่ยอม ถ้าอ้อจดทะเบียนกับคุณราชจริงก็รีบไปหย่าเสีย คุณลุงเขาเชื่อว่าแต่งงานอยู่กินกันไปกับภากร อ้อก็จะรักภากรเอง”

อมาวสีถามว่าคุณป้าเชื่อเหมือนคุณลุงไหม คุณหญิงบอกว่ามันก็มีโอกาสเป็นไปได้ เธอย้อนถามว่าแล้วถ้าเป็นไปไม่ได้ล่ะ? ถามแล้วเห็นคุณหญิงใช้ความคิดหนัก เธอขอโทษที่ไม่ควรทำให้คุณป้าเครียด

“ป้าคงจะทักท้วงหรือสนับสนุนอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นชีวิตของอ้อ การตัดสินใจจึงอยู่ที่อ้อ ไม่ได้อยู่ที่ป้า ถ้าอ้อจะรักคุณราชมันก็เป็นสิทธิ์ของอ้อ แต่ถ้ารักเพราะเชื่อว่าคุณราชเขาจะกลับมาเป็นพี่ภาคย์คนเดิมของอ้อละก็...อ้ออาจจะต้องผิดหวังไม่ต่างกับป้า”

อมาวสีฟังแล้วเครียด...

ส่วนกวีนั่งรถกลับบ้านกับภากรเขาเห็นภากรเครียด ถามว่าเครียดอะไรอีก เรื่องเขากับอมาวสีก็จัดการให้แล้ว

ภากรบอกว่าตนมีปัญหา ขอร้องว่าถ้าตนพูดแล้วพ่ออย่าโกรธ กวีบอกว่าไม่รับปาก คาดว่าเป็นเรื่องผู้หญิงใช่ไหม ภากรบอกว่าไม่ใช่ เป็นเรื่องเงิน

“โธ่...เดือนหน้าหลังแต่งงาน แกก็จะมีเงินตั้ง

สิบห้าล้าน ค่อยแบ่งไปใช้หนี้เขา มันจะยากอะไร ไม่เห็น ต้องเครียด คนกำลังจะแต่งงาน คิดอะไรทำอะไรที่มันทำให้สุขสดชื่นหน่อยสิวะ”

“ครับพ่อ” ภากรรับคำ ทั้งที่ความเครียดไม่ได้ลงน้อยลงเลย...

ooooooo

รุ่งขึ้นกวีแปลกใจเมื่อเห็นหว่องกับผู้ติดตามและทนายชอบมาหาแต่เช้า

หว่องบอกว่าเพิ่งทราบว่าคุณหญิงอยู่โรงพยาบาล บอกว่าคราวหน้าจะเอาวิตามินมาฝาก เป็นวิตามินรวมเหมาะกับวัยอย่างเขากับคุณหญิง รับรองกินแล้วแข็งแรงไม่แพ้วัยรุ่น กวีถามทนายชอบว่าสนใจไหม ทนายชอบยุให้เอามาผลิตเองเลย หว่องบอกว่าบริษัทเขาไม่เอางานวิจัยไปผูกขาดกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากแต่ต้องการให้ทุกภูมิภาคมียาดีๆใช้ ทนายชอบจึงให้คุยเรื่องเฮ้ลท์ตี้ฟาร์ม่าของเราดีกว่าว่าเมื่อไรเราจะเริ่มการผลิตได้

หว่องแจ้งว่าต้องรอ FDA ของอเมริกาก่อน กวี ถามว่าอีกนานไหม หว่องบอกว่าตนตอบไม่ได้จริงๆ ทนายชอบร้องอ้าว...หว่องชี้แจงว่า

“เป็นอย่างนี้ทุกครั้งครับ ยาทุกตัวก่อนจำหน่ายได้ ก็ต้องรออย่างนี้แหละครับ พอดีกับที่กำหนดการนำส่งเครื่องจักรต่างๆที่สั่งไว้ ทางโรงงานเขาขอดีเลย์ออกไปสามเดือน ผมก็เลยต้องรีบมาแจ้งท่าน”

กวีหน้าตึงถามว่าตนลงทุนไปก่อนแล้วดอกเบี้ยกินตายแน่มิขาดทุนแย่หรือ ทนายชอบบอกว่าแผนงานของเราได้เผื่อเวลาเหล่านี้ไว้แล้ว กวีจึงคลายกังวล เขาเห็นอมาวสีเดินมารีรออยู่ จึงขอตัวออกไปถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือเปล่า

พออมาวสีบอกว่าเรื่องแต่งงาน กวีก็ตัดบททันทีว่าตนพูดคำไหนคำนั้นและก็ได้บอกผู้คนไปมากแล้วยกเลิกไม่ได้ อมาวสีขอให้เลื่อนไปก่อนได้ไหม อ้างว่าคุณป้ากำลังป่วยไม่น่าจะเหมาะ

“เหมาะหรือไม่เหมาะ ฉันเป็นผู้พิจารณาเอง เธอมีหน้าที่ทำจิตใจให้สบายทำร่างกายให้ผ่องใสเท่านั้นแหละไม่มีอะไรต้องกังวล ฟังลุงนะอ้อ ตั้งแต่พ่อแม่เธอตาย ไปหมด ฉันเป็นผู้เลี้ยงดูเธอมา ฉันส่งเสียเลี้ยงดูเธอเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างทุกวันนี้ มีตรงไหนที่แสดงให้เห็นว่าฉันไม่หวังดีกับเธอหรือเปล่า”

อมาวสีส่ายหน้า กวีย้ำว่า “ถ้ายังเห็นว่าลุงมีบุญคุณก็อย่าขัดขืนในสิ่งดีๆ ที่ลุงหยิบยื่นให้ และไม่ต้องเอาเรื่องนี้มาพูดกับลุงอีกนะ”

ooooooo

คุณหญิงอำภาอยู่ในความเศร้าเสียใจเรื่องราช บอกนมพริ้งที่มาแทนอมาวสีในตอนเช้าว่า ตนตายไปจากความทรงจำของภาคย์แล้วและราชเองก็ทำให้เห็นเหมือนว่าภาคย์ก็ตายไปจากโลกนี้แล้วเหมือนกัน

“เอาของที่ฉันสั่งมาหรือเปล่าพริ้ง” คุณหญิงถาม นมพริ้งจึงเอากล่องใส่เครื่องประดับมีลิ้นชักเล็กๆ ให้ คุณหญิงรับไป พอเห็นกล่องก็หน้าสลดเมื่อระลึกถึงอดีตเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมา...

เวลานั้น อำภาในวัยสาวมีทารกนอนเบาะอยู่ข้างๆ เธอเขียนจดหมายอย่างตั้งใจ...

“ฉันยอมรับว่า เขาคือสายเลือดทวยไท แม้ฉันจะเลือกทางเดินที่ไม่ถูกใจคุณนัก แต่ฉันสัญญาว่าจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เติบโตสมกับเป็นสายเลือดของคุณ อย่างน้อยมันอาจจะทำให้ฉันระลึกถึงความรักระหว่างเรา ขอโทษสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่คุณสบายใจเถอะค่ะ ...สายเลือดของคุณยังคงอยู่... เขาคือ ภาคย์ ทวยไท ลูกชายของคุณค่ะ”

นี่เสมือนบันทึกสายเลือดของภาคย์ แต่จดหมายฉบับนี้ ก็ถูกเก็บไว้ในกล่องนั้น ตราบวันนี้...

“ทั้งหมดนี้คือกรรมของฉัน มันเป็นตราบาปที่ฉันเป็นผู้ก่อไว้” คุณหญิงเอ่ยกับนมพริ้งน้ำตาคลอ

“เรื่องแบบนี้ จะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้หรอกค่ะ ถ้ามันเป็นกรรมมันก็คือกรรมของทุกคนที่ถูกโชคชะตานำพาให้เรามาเจอกัน”

“แต่มันเป็นการตัดสินใจผิดของฉันเพียงคนเดียว มันเป็นกรรมที่เกิดจากฉันคนเดียวเท่านั้น...ถ้าฉันกล้ากว่านี้ กล้าที่จะยอมรับความจริงมากกว่านี้ มันก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก”

คุณหญิงมองจดหมายฉบับนั้น ยังเห็นคราบหยาดน้ำตาที่หยดอยู่บนกระดาษนั้นอย่างชัดเจน...

ooooooo

วัชรีโทรศัพท์ถึงอมาวสี บ่นเพื่อนรักว่าใจร้าย พวกตนรอคำตอบไปเขาใหญ่จากเธอก็หายเงียบไป แซวว่าจะแต่งงานแล้วลืมเพื่อนฝูงหมดเลยหรือ

อมาวสีนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ บอกวัชรีว่าตนยุ่งอยู่จริงๆ วัชรีขอให้เธอไปเยี่ยมวารินบ้างเพราะเมาหัวราน้ำทุกวัน

“คงต้องฝากเยี่ยมก่อนนะ คุณป้าของฉันเข้าโรงพยาบาล เราต้องนอนเฝ้าคุณป้า แล้วก็ต้องทำธุระให้คุณป้าด้วย”

“สงสารพี่วารินจัง ฉันเพิ่งรู้สึกว่าเขาไม่มีใครเลยก็วันนี้แหละ คุณราชก็หายเงียบไป ติดต่อไม่ได้ด้วย แย่จัง”

แม้อมาวสีจะเห็นใจเพื่อน แต่เธอมีภารกิจที่ต้องทำ เพราะเธอกำลังบ่ายหน้าไปบ้านแก้วหมายได้พบราชที่นั่น

แต่พอไปถึง เจอทินจอมกวน พูดกวนประสาทเสียเวลาไปนาน จึงรู้ว่าราชไม่ได้อยู่ที่บ้านแก้ว แต่ก็มีแก่ใจโทร.ถามเทินผู้เป็นพ่อให้ เทินบอกว่าอย่ายุ่ง อมาวสีจึงหันหลังกลับอย่างผิดหวัง ได้ยินเสียงทินพูดลอยๆตามหลังมาบอกบ้านของราช หลังจากนั้นก็โทรศัพท์สารภาพบาปกับพ่อ

แต่เมื่อเธอไปถึงอพาร์ตเมนต์ของราช กลับเจอชิดชไมออกมาทักทาย แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งตัวราชและที่อยู่ ถามว่ามีธุระอะไรพูดกับตนก็ได้ อมาวสีบอกว่าเป็นธุระของคุณป้า

“อ๋อ...แต่ราชเขาไม่อยู่จ้ะ แล้วเวลาที่เขาหายไปเฉยๆโดยไม่บอกใครเนี่ย อย่าหวังว่าจะมีใครหาเขาเจอ เขาเป็นคนอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรมาแล้วล่ะ วันไหนพี่ว่างพี่ก็แวะมาดูแลบ้านให้เขา ถ้าน้องไม่รีบไปไหน จะอยู่รอก่อนก็ได้นะ สักสามสี่ทุ่มน่ะ ถ้าเขาไม่มาก็แปลว่าคืนนี้ไม่กลับ ส่วนพี่นอนที่นี่จนคุ้นเคยไม่มีปัญหา”

อมาวสีบอกว่าตนกลับก่อนดีกว่า ชิดชไมถามว่าจะให้บอกราชไหมว่าคุณป้าเธอมีธุระอะไร

“ไม่ต้องค่ะ เขาคงไม่อยากรู้เท่าไหร่”

ooooooo

ที่บาร์แห่งหนึ่งที่สายบัวนัดภากรไปพบ เพื่อบอกเขาว่า

“พ่อเลี้ยงทวีชัยขนลูกน้องจากลำปางมาสิบกว่าคน พวกนี้โหดๆทั้งนั้น จิตใจเหี้ยม ยิงปืนแม่น ฆ่าคนได้ง่ายๆเหมือนเป็นผักปลา จูดี้เป็นห่วงคุณภากรนะคะ ไม่อยากให้คุณภากรต้องมีอันเป็นไป” แต่พอภากรขอให้เธอช่วยสายบัวก็ครวญ “โถ...แสนนึงจูดี้ยังมีไม่ถึงเลยค่ะ ตั้งสิบล้านบาท จะให้ช่วยยังไง ไม่มีปัญญาหรอกค่ะ”

ภากรขอให้ช่วยผ่อนผันยืดเวลาให้หน่อย สายบัวชำเลืองไปทางที่จอนซุ่มสั่งการอยู่ เห็นสัญญาณจากจอนไม่ยอม จึงตอบภากรว่า พ่อเลี้ยงไม่ยอมแต่จะช่วยไม่ให้ตายในทันที แล้วบรรยายการฆ่าทีละนิดลิดทีละส่วนอย่างน่าหวาดเสียว ภากรถามว่าถ้าตนหนีล่ะ สายบัวบอกว่าไม่มีทางเพราะแขนขาของพ่อเลี้ยงมีทั่วประเทศ

ขู่และกดดันจนภากรไม่มีทางออก นั่งหน้าซีดเหงื่อท่วมหน้าแล้ว สายบัวเปลี่ยนเป็นปลอบโยนแนะทางแก้ว่า

“ลองบอกพ่อคุณก่อนดีไหมคะ พ่อคุณใหญ่โตจนขนาดนั้น ท่านไม่น่าปล่อยให้ลูกชายตายฟรีหรอกมังคะ นะ...เชื่อจูดี้เถอะค่ะ”

ooooooo

ภากรกลับถึงบ้านอย่างเซื่องซึม กวีถามว่าไปเยี่ยมแม่มาหรือยัง ภากรตอบอย่างเหม่อลอยว่ายัง แล้วขอปรึกษาเรื่องหนี้สิน สารภาพว่าตนติดหนี้พ่อเลี้ยงทวีชัยที่บ่อนของจอน ถูกขู่จะเล่นงานถึงตาย กวีถามว่า “บ่อนอยู่ที่ไหน”

“เป็นตึกแถวส่วนตัวย่านบางบอน พ่อจะออกตังค์ให้ผมก่อนได้ไหมครับ”

“ฉันรับผิดชอบเรื่องนี้แทนแกเองภากร” ภากรโล่งใจรีบก้มกราบขอบคุณ “ไม่เป็นไร แล้วแกก็กลับเนื้อกลับตัวเสียทีนะลูก” ภากรสัญญาว่าตนจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีก กวีมองภากรที่เดินขึ้นบันไดไป แล้วหยิบโทรศัพท์กด โทร.ออก

กวีโทร.คุยกับคุณหญิงอย่างห่วงใยกัน พอคุณหญิงคุยเสร็จวางโทรศัพท์ลง อมาวสีก็ออกจากห้องน้ำพอดี คุณหญิงถามว่าวันนี้ไปบ้านแก้วมาใช่ไหม เห็นอมาวสีชะงักจึงบอกว่า นมพริ้งบอกตน

“ค่ะ อ้ออยากให้เขารู้ว่า เขาทำร้ายจิตใจคุณป้าแค่ไหน” คุณหญิงถามว่าเจอไหม อมาวสีส่ายหน้าเศร้าๆ

“ไม่ต้องไปแล้วนะอ้อ ไม่มีอะไรหรอก สิ่งที่เราควรจะทำก็คือทำใจยอมรับความจริงว่า ภาคย์ลูกแม่ได้ตายจากกันไปแล้ว”

ราช รัชภูมิ ที่หายไปจากแวดวงเพื่อนฝูงและสังคมจนถูกตามหาควั่กนั้น เขาไปอยู่ที่ไร่ข้าวโพดเหมือนตัดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง!

ที่ไร่ข้าวโพดนี้ ขณะราชนั่งทอดอารมณ์อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พินัยก็เอาโทรศัพท์ของเขามาให้บอกว่ามีมิสคอลมากมายถามว่าจะให้อ่านรายชื่อให้ฟังไหม

“ฝากเก็บไว้ก่อนได้ไหม ช่วงนี้ขอปิดเครื่องตัวเอง รีสตาร์ตใหม่”

“ตามใจ บ้านแกใกล้เสร็จแล้วนะ อยากแวะไปดูหน่อยไหมล่ะ”

“เสร็จแล้วค่อยดูดีกว่า บอกช่างให้เร่งมือหน่อยสิ บางทีฉันอาจจะย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่เลย”

“ถามจริง...อยากเป็นชาวไร่ขึ้นมาซะงั้น?”

“ฉันอาจจะแต่งงาน”

“หา!” พินัยอุทานทึ่งที่ได้ยินคำนี้จากปากราชผู้ไม่เคยมีวี่แววว่าจะรักชอบใครจนถึงขั้นจะแต่งงานมาก่อนเลย

ooooooo

ในที่สุดบ่อนของจอนก็ได้รับการชำระหนี้ด้วยวิธีการพิเศษของกวี นั่นคือให้ตำรวจไปทลายบ่อน จอนกับสายบัวรวมทั้งพ่อเลี้ยง เสี่ยและคุณหนูบอย ถูกรวบเกลี้ยง ลอกคราบกลับมาเป็นไอ้เหิม ไอ้เผือกและไอ้อ้อนตามเดิม!

งานนี้สำเร็จลงเงียบๆ เพราะกวีไม่ต้องการให้เป็นข่าวเอิกเกริก

ภากรไปหาสีไพรที่ตึกแถวอีกหลังจากไม่ได้มาเก้าวันแล้ว วันนี้เขาเห็นสีไพรใบหน้าซีดเซียว ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอปดว่าเพิ่งหายไข้ ภากรเอาเงินให้สีไพรมากกว่าทุกครั้ง จนสีไพรทักว่าให้เยอะจัง

“วันนี้ฉันมีความสุขมากกว่าวันก่อนๆมั้ง”

“มีอะไรเป็นพิเศษเหรอคะ”

“เกี่ยวกับงานของฉัน มันกำลังจะลงตัวทุกอย่าง ชีวิตของฉันกำลังจะก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้วรู้ไหม”

“มีสีไพรอยู่ในก้าวนั้นด้วยหรือเปล่าคะ”

“ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ฉันจะกลับมาหาสีไพรเสมอเมื่อมีโอกาส จำไว้ว่าสีไพรคือที่พักใจที่ดีที่สุดของฉันนะ”

ระหว่างนั้น สีไพรเกิดอาการคลื่นไส้ เธอผละจากอ้อมกอดภากรขอไปเข้าห้องน้ำก่อน เมื่อสีไพรลุกไป ภากรถอดเสื้อนอนที่เตียงอย่างผ่อนคลาย รู้สึกสบายใจเมื่อมาอยู่ที่นี่ ส่วนสีไพรพอเข้าห้องน้ำก็อาเจียนอย่างหนัก...

ooooooo

คุณหญิงอำภาอาการดีขึ้นมากจนหมออนุญาตพรุ่งนี้ให้กลับบ้านได้แล้ว โดยแนะนำการปฏิบัติตนไม่ให้เครียด คุณหมอย้ำว่าต้องระวังอย่าให้เกิดอาการแบบนี้ซ้ำอีก

“ต้องระวังยังไงล่ะคะ”

“หมอจะให้ยาอมใต้ลิ้นเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินนะครับ ใช้เมื่อเจ็บหน้าอกรุนแรงนะครับ” หมอย้ำเป็นพิเศษว่าระวังอย่าให้เครียด แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ให้มาพบหมอทันที

พอหมอออกไป คุณหญิงถามอมาวสีว่าวันนี้ไปหาเขาอีกหรือเปล่า เธอไม่กล้าตอบ

“อย่าพยายามอีกเลยนะอ้อ” คุณหญิงพูดเหมือนทำใจได้แล้ว อมาวสีตอบอย่างมุ่งมั่นว่า

“อ้อจะทำให้คุณราชกลับมาเป็นพี่ภาคย์คนเดิมให้ได้ค่ะ ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหนก็ตาม”

“เขาจะไม่อยู่รอเจออ้อหรอก...เชื่อป้าสิ”

ooooooo

ที่ไร่ข้าวโพด คนงานรายงานผ่านวิทยุสื่อสารที่ราชเหน็บไว้ที่หูรายงานว่ามีโทรศัพท์ถึงเขา ราชถามว่าบอกแล้วว่าไม่รับโทรศัพท์จำไม่ได้หรือ

คนงานบอกว่าจำได้แต่ยกเว้นคนชื่อเทินโทร.มายังไงก็ต้องรับ ราชรับโทรศัพท์ไปทันที เทินพูดเป็นนัยว่ามีพัสดุเพศเมียส่งมาถึงเขาถามว่าจะมาเซ็นรับเองหรือให้ตนส่งคืนเจ้าของ

“ยึดไว้ก่อน เดี๋ยวผมกลับไปตัดสินใจเอง”

เทินรับคำแล้วหันถามอมาวสีที่นั่งรอคำตอบอยู่ข้างหลังว่า “ไม่ทราบว่าคุณจะรอถึงดึกได้ไหมครับ”

ราชขับรถมาถึงอพาร์ตเมนต์ก็สั่งเทินให้เอารถเข้าอู่และกลับไปได้เลย ทันทีที่เข้าไปเห็นอมาวสี เขาถามเสียงกระด้าง

“คราวก่อนคุณโทร.นัดผม แต่กลับส่งคนอื่นมาแทน คราวนี้คุณมาเอง โดยไม่โทร.นัดล่วงหน้า แหม...คุณนี่ลูกเล่นเยอะจังนะครับ”

“ฉันมีเรื่องสำคัญที่คิดว่าคุณควรจะรู้” ราชสะบัดเสียงว่าเชิญ! อมาวสีพูดจริงจังว่า “คุณป้ากำลังป่วย กลับจากบ้านแก้ววันนั้น คุณป้าก็ล้มป่วยด้วยอาการที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ” ราชถามห้วนๆว่าแล้วมาบอกตนทำไม “เพราะคุณเป็นลูกชายของท่าน!” อมาวสีโพล่งออกไป แต่ไม่ทำให้ราชสะทกสะท้านเลย เขาจ้องหน้าเธอนิ่ง

“คุณป้าทราบดีว่าคุณคือพี่ภาคย์ แต่คุณกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย” ราชพูดหยันว่าไปกันใหญ่แล้ว อมาวสีไม่สนใจถามว่า “คุณจะไปเยี่ยมท่านบ้างได้ไหมคะ”

ราชส่ายหน้า พูดอย่างไม่แยแส “คนอย่างผมต่ำต้อยเกินกว่าจะได้เป็นบุตรชายของคุณหญิงอำภา พิชิตพงษ์ คุณอมาวสีช่วยกรุณากลับไปอธิบายท่านอีกครั้งเถอะครับ ว่าผมไม่ใช่นายภาคย์และไม่มีเกียรติพอที่จะมีแม่อย่างท่าน”

“คุณใจร้ายมาก ใจร้ายมากกว่าที่ใครๆเขาพูดกันเสียอีก” อมาวสีเสียงเครืออย่างผิดหวังมาก ราช

ถามว่า แล้วเธอคิดว่าตนเป็นคนอย่างไร เธอตอบอย่างห่างเหินว่า “อย่ารู้เลยค่ะ เพราะหลังจากวันนี้ คุณจะไม่อยู่ในความคิดของฉันอีกต่อไปแล้ว” พูดแล้วจะเดินออกไป ถูกราชคว้ามือไว้ไม่ให้กลับ

“คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” ราชอ้างว่าสิทธิ์ของสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย อมาวสีสวนไปอย่างไม่สะทก สะท้านว่า “ฉันไม่บ้าไปกับเรื่องราวเพ้อเจ้อที่คุณกุขึ้นหรอก และรู้ไว้ด้วยว่า ไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้แม้แต่คนเดียว”

“แปลว่าคุณยินดีที่จะแต่งงานกับนายภากร?”

“ใช่!”

ราชถามว่าเมื่อไหร่ เธอบอกว่าเดือนหน้า เขาถามว่าเธอรักภากรหรือ อมาวสีตอบประชดว่าอยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง ราชจ้องหน้าถามว่าแน่ใจหรือว่าอยู่กับเขาแล้วจะมีความสุข?

“มีความสุขมากกว่าอยู่กับคุณตอนนี้ก็แล้วกัน”

ราชยื่นหน้าเข้าไปถามว่ายังไม่เคยอยู่กับตนจะรู้ได้ไง น่าจะลองดูสักหน่อย

อมาวสีตบหน้าเขาอย่างแรง ถามว่า “คุณจะทำอะไรฉัน”

“ผมมั่นว่าผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ และคนอย่างผมก็ไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนตบหน้าฟรีๆเสียด้วยสิ” พลันก็จู่โจมจูบจนอมาวสีหลบไม่ทัน พอเขาถอยออกก็ถูกตบอีกสองฉาด

“ว้าว...อย่างนี้นี่เอง ที่เขาเรียกว่าฉากตบจูบ...” เสียงชิดชไมร่าเริงเข้ามา อมาวสีฉวยโอกาสนั้นวิ่งออกไป ราชโทร.บอกเทินทันทีว่าอมาวสีเพิ่งวิ่งออกจากห้องไป ให้ช่วยดูว่าเธอขึ้นรถกลับถึงบ้านปลอดภัยไหม

“นึกว่าดูละครหลังข่าวอยู่นะเนี่ย... แหมสุภาพบุรุษจริงๆเลย จะมีโฆษณาคั่นไหมคะราช” ชิดชไมยังสนุกอยู่

“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์เล่นกับคุณ โทษทีนะแคลร์” ราชไม่เล่นด้วย เขาเดินออกจากห้องไปทันที ชิดชไมมองตามอย่างผิดหวัง ที่วันนี้ราชไม่เหมือนเดิมแล้ว...

ooooooo

กลับถึงบ้านพิชิตพงษ์ อมาวสีวิ่งเข้าห้องนั่งร้องไห้ที่เตียง นมพริ้งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น อมาวสีร้องไห้โฮพร่ำพูดแต่ว่า “อ้อเกลียดเขาค่ะ...อ้อเกลียดเขา”

นมพริ้งรำพึงว่า จริงอย่างที่คุณหญิงท่านคาดเดา บอกอมาวสีว่าท่านกลับจากโรงพยาบาลแล้วและรอเธออยู่จนดึกเพิ่งจะหลับไป บอกเธอว่าพรุ่งนี้ให้ไปหาท่านหน่อย

เทินทำหน้าที่เสร็จก็โทร.รายงานราชว่า อมาวสีนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยแล้ว ราชขอบใจและฝากเทินกลับไปบอกชิดชไมว่าคืนนี้ตนไม่กลับ

ชิดชไมเหงา...ผิดหวังกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของราช ออกไปนั่งดื่มที่ผับ บังเอิญเจอกับวารินที่ไปนั่งดื่มอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองจึงไปนั่งดื่มด้วยกันอย่างคนในอารมณ์เดียวกัน ชิดชไมชวนวารินให้อยู่ถึงเช้าเลย

“ได้เลยครับ ผมกำลังเหงา” วารินรับคำทันที ต่างยกแก้วกระดกเหล้ากันอึกใหญ่

ooooooo

ดึกแล้ว...ราชขับรถไปบนถนนกว้างขวางที่เงียบเหงา ปล่อยใจไปตามความคิดคำนึง

“...อารมณ์มนุษย์เรานั้น ละเอียดอ่อน ซับซ้อนและยุ่งเหยิงในบางที...หลายครั้งที่เราปล่อยให้อารมณ์นำพาเราไปจนเราอาจจะทำในสิ่งที่ไม่คาดฝันมาก่อน... บางครั้งสิ่งเหล่านั้นก็เป็นความสุข แต่บางครั้งกลับเป็นความทุกข์ และยากอยู่เหมือนกัน ถ้าจะบอกว่าโอกาสสุขหรือทุกข์แบบไหนเป็นไปได้มากกว่ากัน...และที่สำคัญ ในบางครั้ง สุขหรือทุกข์ของเรามันอาจจะส่งผลไปถึงคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว....”

ราชทอดสายตาไปข้างหน้า ที่แสงเงินแสงทองเริ่มฉายที่ขอบฟ้า...เขาเลี้ยวรถเข้าไปในวัด เดินไปยืนสงบนิ่งหน้ากำแพงซึ่งเป็นที่เก็บกระดูกของชาลินี...

ขณะที่หัวใจเขายังคงคิดคำนึง...

“ตลอดชีวิตของผม ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง หลายหน ล้วนเป็นผลจากการตัดสินใจของผมเอง จวบจนถึงวันนี้ หากคุณยังอยู่ คุณคงจะบอกผมได้ว่า อะไรผิด อะไรถูก อะไรควร อะไรไม่ควร ดังนั้น ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงตั้งใจมาหาคุณอีกครั้ง เพื่อจะบอกให้คุณรู้ว่า ผม...คิดถึงคุณ ผมคิดถึงคุณไม่น้อยกว่าใครๆเลยครับ...ชาลินี”

ราชวางดอกไม้เบื้องหน้ารูปถ่ายของชาลินีอย่างอ่อนโยน...

ooooooo

เช้านี้ ที่สำนักงานของกวี บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันแถลงข่าวเนื่องในโอกาสพ้นจากการเว้นวรรคการเมือง 5 ปี และกวียังถือเป็นโอกาสดีประกาศการแต่งงานของภากรกับอมาวสีด้วยทีวีและสื่ออื่นมาทำข่าวกันคึกคัก นายสุดกับสีไพรดูข่าวทีวีอยู่ด้วยกัน สีไพรอาเจียนเป็นระยะ นายสุดต้องคอยดูแลและปลอบโยนสีไพรกับข่าวการแต่งงานของภากร

ที่ห้องขังโรงพัก พวกจอนที่ถูกขังอยู่เห็นข่าวทีวีก็พากันคึกคักขึ้นมาอีก จอนบอกพรรคพวกว่าจะต้องไปเอาเงินจากภากรมาให้ได้แม้สักครึ่งก็ยังดี คิดแล้วขอยืมโทรศัพท์จากดาบที่อยู่เวรบอกว่าจะโทร.หาญาติ

จอนโทร.หาญาติจริงๆ มันโทร.หาราช ด่าราชว่าเลิกปอกลอกเงินจากลุงเสียทีและให้โอนมรดกทั้งหมดของลุงมาให้ตน ราชบอกว่าเรื่องนี้เขาต้องพูดกับลุงรักษ์เอง พอราชจะตัดสาย มันรีบถามว่าจะมาประกันตัวเมื่อไร วันนี้เลยหรือเปล่า

“เมื่อฉันอยากให้แกออกมา ซึ่งยังไม่ใช่วันนี้” ราชนอนเอกเขนกคุยอยู่ที่โซฟาบ้านแก้วแล้วตัดสายเลย

เช้าวันเดียวกัน วารินกับชิดชไมเมาหลับกันอยู่ในรถเก๋งคันโตของวารินที่จอดอยู่ริมถนน พลันวารินก็สะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์จากวัชรี เธอโทร.ตามพี่ชายด้วยความเป็นห่วงที่เมื่อคืนไม่กลับบ้านถามว่าจะให้ฟ้องป๋าไหม

วารินสั่งวัชรีให้ปิดปากเงียบไปเลย ตนต้องไปส่งเพื่อนก่อน วัชรีถามว่าเพื่อนคนไหน? ราชหรือ?

“ไม่ใช่ เอ้อ...เพื่อนใหม่ เพิ่งรู้จักกัน แค่นี้นะ อย่าบอกป๋านะ” วารินกดตัดสายเลย แล้วหันปลุกชิดชไมที่ยังซบไหล่เขาหลับอยู่ “คุณชิดชไมครับ จะให้ผมไปส่ง ที่ไหนดี”

“ไม่...ไม่ส่ง...ยังไม่อยากกลับ...มากอดกันก่อนน่า...” ว่าแล้วก็กอดวารินไว้ จนเขาทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

พอคุณหญิงอำภารู้จากนมพริ้งว่าเมื่อคืนอมาวสีกลับมาร้องไห้ที่ห้อง เมื่ออมาวสีมาหา คุณหญิงถามว่า เธอไปเจอราชไม่ต่างกับที่ตนเจอเลยใช่ไหม เชื่อหรือยังว่าเขาไม่ยอมเป็นลูกของตนอีกต่อไปแล้ว

อมาวสีพูดอย่างเจ็บปวดว่าเขาก็ไม่ใช่พี่ภาคย์ของตนเช่นกัน คุณหญิงถามว่า แล้วเธอจะรักเขาแบบที่เขาเป็น ราช รัชภูมิ ได้หรือเปล่า

“ไม่ค่ะ ไม่มีวัน อ้อไม่เหลือใจให้เขาอีกแล้ว อ้อจะแต่งงานกับคุณภากรค่ะ” คุณหญิงถามว่าประชดหรือเปล่า “เปล่าค่ะ แต่เขาทำให้อ้อได้เห็นถึงความป่าเถื่อน หยาบกระด้าง ซึ่งอ้อรับไม่ได้ค่ะ” อมาวสีบอกคุณหญิงว่าตนจะพยายามรักภากรได้ไม่ยาก คุณหญิงยังติงให้คิดอีกว่า

“แต่การพยายามเลิกรักคนที่เรารักมันอาจจะยากกว่าเป็นร้อยๆเท่านะ คิดให้ดี”

“อ้อคิดทั้งคืนแล้วค่ะ อย่างน้อยอ้อก็ทำให้คุณลุง มีความสุข...เท่านี้ อ้อก็ดีใจแล้วค่ะ”

ooooooo

สายวันเดียวกัน ราชไปหาภากรที่บริษัทเฮลท์ตี้ ฟาร์ม่า ที่ไม่มีพนักงานหรือ รปภ.ทำงานแม้แต่คนเดียว ภากรตกใจเมื่อเห็นราชมายืนที่ประตู ถามว่ามาทำไม

“มาแสดงความยินดีด้วยหลายเรื่อง” ภากรยืนคุยกับราชที่หน้าบริษัท ราชมองเข้าไปข้างใน พูดเย้ยว่า “ผมว่าบริษัทคุณส่อแววเจ๊งตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้ว ไม่มีพนักงานสักคน ไม่มียาม ไม่มี รปภ. ไม่มีอะไรเลย และที่ไม่มีมากที่สุดน่าจะเป็นสมองนะครับ”

เห็นภากรโกรธ ราชเลยแกล้งอวยพรบริษัทของเขาให้มีพนักงานและยามรักษาความปลอดภัยโดยเร็ว และวันใดที่บริษัทเจ๊งก็อย่าลืมบอกตน จะได้มารับซื้อรับเซ้งธุรกิจตายซากของเขา

“แกมันสถุล ต่ำช้า หยาบคายมาก ออกไปจากบริษัทฉันเดี๋ยวนี้เลย” ภากรโกรธจนปากคอสั่น แต่ราชยังยิ้มยียวนบอกว่า

“อีกเรื่องที่ต้องแสดงความยินดีด้วยก็คือ เรื่องที่คุณกำลังจะมีเมีย และขอชมคุณว่า ช่างมีหูตาแหลมคม มาก ที่เลือกภรรยาผมมาเป็นเมียคุณ...เอาละ สุดท้ายครับ ขอชื่นชมรสนิยมอันคงเส้นคงวาของคุณ ที่ชอบแต่งงานกับเมียคนอื่น อาจเป็นเพราะทำอะไรเองไม่เป็นจึงต้องพึ่งพวกของมือสอง ก็ขอให้มีความสุขนะครับ แล้วผม จะรีบหย่าให้”

ภากรโกรธจนปราดเข้ากระชากคอเสื้อราช แต่มือคนละชั้น แค่ราชจับหักมือก็ร้องลั่นแล้ว ราชพูดทิ้งท้ายว่า

“แถมแง่คิดให้อีกข้อสำหรับคุณโดยเฉพาะ การแต่งงานเดี๋ยวนี้มันแต่งง่าย และก็หย่าง่าย เพราะฉะนั้นขออวยพรให้เจ้าสาวอยู่รอคุณจนถึงวันแต่งงาน ไม่หนีหายไปไหนเสียก่อนก็แล้วกัน”

ราชผลักภากรจนกระเด็นก่อนเดินจากไป

ภากรแค้นใจจะเอาชนะราชให้ได้ เขาไปรอพบกวีที่สำนักงาน พอกวีมาถึงก็เข้าไปเสนอทันที

“ผมขอเลื่อนงานแต่งงานให้เร็วขึ้นครับพ่อ ผมรออีกเดือนนึงไม่ไหวแล้วครับพ่อ ผมอยากให้มันเสร็จวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ” กวีถามว่าเขามีปัญหาอะไรหรือ “ผมทนให้ไอ้ราชมันมาหยามกันไม่ได้อีกต่อไปแล้วครับ”

กวีบอกว่าราชพูดมั่วไปเองทั้งนั้นไม่ต้องเอามาใส่ใจ

“ผมต้องการหยามมันกลับ มันบอกว่าอ้อไม่อยู่รอจนถึงวันแต่งงาน...ผมก็จะรีบแต่งให้มันเห็น”

กวีบอกว่าอีกเดือนเดียวเท่านั้น และที่สำคัญไม่มีวันไหนฤกษ์ดีเท่าเดือนหน้าอีกแล้ว ภากรบอกว่าตนไม่สนใจเรื่องฤกษ์แต่ขอฉีกหน้าราชแรงๆ เร็วๆ รบเร้าจนกวีรับปากจะลองให้อาจารย์หาวันดู

ooooooo

ออกจากภากรแล้ว ราชไปที่บ้านวาริน เจอวัชรีเธอเล่าว่าเมื่อคืนวารินก็ไม่กลับบ้านบอกว่าจะไปส่งเพื่อนใหม่ ไม่รู้เพื่อนใหม่อยู่ที่ไหนจนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย

วัชรีบอกราชอีกว่า วารินโทร.หาเขาทุกวัน บ่นว่าถูกทิ้งไม่มีใครช่วย ขอร้องราชช่วยพี่ชายตนหน่อยได้ไหม

“ผมจะพยายามครับ” ราชรับปากด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

บ่ายวันนี้เอง ราชก็นัดพบกับวารินที่ร้านอาหาร แต่พอไปถึงเจอแต่ชิดชไม พอถามถึงวาริน เธอบอกว่าเข้าห้องน้ำสงสัยจะไปอ้วก ราชนั่งข้างชิดชไม พูดเชิงตำหนิว่า

“เพื่อนผมไม่ใช่คนคอแข็งนะแคลร์ คุณพานายวารินกินเหล้าทั้งคืนอย่างนี้ไม่ได้นะ พ่อแม่เขาเป็นห่วงกันทั้งบ้าน”

ชิดชไมถามอ้อนๆว่าแล้วมีใครเป็นห่วงตนบ้างไหม ราชบอกว่าตนเป็นห่วงทั้งสองคนนั่นแหละไม่อย่างนั้นจะตามมาถึงนี่หรือ ก็พอดีวารินออกมา เขาร้องทักราชอย่างตื่นเต้นดีใจว่าหายไปเป็นชาติ จะพึ่งอะไรก็ตามตัวไม่เจอ ราชตัดบทถามว่าจะกลับบ้านได้หรือยัง

“ยังกลับไม่ได้ ต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณชิดชไมก่อน” เธอบอกว่าไม่เป็นไรเพราะอยู่คนเดียวจนชินแล้ว “ไม่ได้สิครับ เมื่อคืนคุณยังอยู่เป็นเพื่อนผมทั้งคืนเลย ผมทิ้งคุณไปเฉยๆ ไม่ได้หรอก เอ้อ...ราช นายรู้ข่าวงานแต่งงานของอมาวสีรึยัง”

ราชพยักหน้า วารินรำพึงรำพันว่าตนเหมือนคนอกหัก ไม่รู้จะทำอย่างไร เกิดมาไม่เคยเป็นแบบนี้ ราช จึงรับปากว่าตนจะช่วยเขาเอง ชิดชไมถามว่าช่วยได้แน่หรือ

วารินตอบแทนราชว่า

“มันช่วยได้แน่ครับ ไอ้นี่มันถนัดเรื่องจิตวิทยากับผู้หญิง ถ้ามันรับปากจะช่วย รับรองว่ามันจะไม่ทำให้ผิดหวัง”

“มิน่าล่ะ” ชิดชไมทำเสียงล้อๆ ถามว่า “ว่าแต่ที่รับปากจะช่วยน่ะ ช่วยคุณวารินหรือช่วยตัวเองกันแน่คะ”

ราชมองหน้าชิดชไมนิ่ง ส่วนวารินไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเพราะยังเมาค้างอยู่

ooooooo

วันนี้กวีเรียกทั้งคุณหญิงอำภา ภากร และอมาวสี มานั่งกันพร้อมหน้า แจ้งให้รู้ว่าตนไปหาฤกษ์ได้แล้ว เลื่อนเวลาแต่งงานเข้ามาได้อีกสองอาทิตย์

คุณหญิงถามว่าวันนั้นฤกษ์ดีหรือ กวีบอกว่าอาจจะไม่ดีที่สุด แต่ก็ไม่เลวร้ายอะไร ถามว่าใครยังมีปัญหาอะไรไหม เมื่อไม่มีใครมีปัญหา จึงเป็นอันตกลงตามนั้น

ภากรดีใจมาก ขออยู่ตามลำพังกับอมาวสีสักครู่ พอกวีกับคุณหญิงออกไป ภากรก็เข้าคลอเคลียอมาวสีทันที เธอบ่ายเบี่ยงขอให้ถึงเวลาก่อน อีกแค่สองอาทิตย์เอง

“กว่าจะถึงวันนั้น เรามาทำอะไรสนุกๆร่วมกันในวันนี้ก่อนได้ไหม”

“ทำอะไรคะ” อมาวสีระแวง

“ส่งเมล...ส่งเมลให้นายราช รัชภูมิ” ภากรพูดอย่างกระหยิ่มที่จะได้เอาคืนราชให้สาแก่ใจ!

ooooooo



นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ
9 เม.ย. 2563
08:01 น.