ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รถตู้ที่ขับโดยโชเฟอร์กิตติมศักดิ์วาริน นำสี่สาวไปถึงหน้าบ้านชื่นชลธี ของตระกูลรัตนพงษ์ พอรถจอดบรรดาสาวๆก็ลงจากรถตู้อย่างร่าเริงแจ่มใส

“ขอต้อนรับสาวสวยทั้งสี่เข้าสู่บ้านชื่นชลธี เชิญทุกคนลงมาเยี่ยมชมบ้านพักของเราได้ ณ บัดนี้คร้าบบบบ” วารินลงจากรถไปต้อนรับสาวๆอย่างอารมณ์ดี

ทั้งวัชรี นิลรัตน์ และพึงใจ หัวเราะกันเสียงใสชื่นชอบบรรยากาศชายทะเล มีแต่อมาวสีที่ยังเศร้า จนวารินถามว่าไม่ชอบทะเลหรือ ดูไม่ยิ้มแย้มเลย

“คงเพิ่งหายไข้น่ะค่ะ” เธอตอบเสียงเศร้า

“ไปพวกเรา ไปดูบ้าน เลือกห้องนอนกันดีกว่า” วัชรีชวนเพื่อนๆ แล้ววิ่งนำเข้าไปในบ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านไม้ มีสามห้องนอนหนึ่งห้องโถงและระเบียงสวย

นิลรัตน์ชมว่าน่าอยู่จัง พึงใจเลยชวนอยู่กันสักสองเดือนเลยดีไหม พอนิลรัตน์บอกว่าไม่ต้องสอบไม่ต้องจบไม่ต้องรับปริญญากันพอดี พึงใจบอกเพื่อนว่าพูดเล่น พอดีวัชรีถามเพื่อนๆว่าจะนอนห้องไหนกันดี

ทุกคนชี้ไปที่ห้องใหญ่ ซึ่งมีระเบียงมองเห็นทะเล พึงใจเสนอให้เรานอนรวมกันห้องนี้เลยดีไหม ทุกคนโอเค

พึงใจเห็นมีห้องว่างอีกห้องหนึ่งถามว่าห้องนี้ล่ะ วัชรีอำว่า “ห้องนี้เอาไว้เป็นเซอร์ไพรส์ย่ะ”

“เวลคั่มดริ๊งค์ สำหรับทุกคนครับ” วารินยกถาดเครื่องดื่มสีสวยเข้ามา พึงใจถลาเข้าไปดูชมว่าน่ารักจัง วารินหยิบดอกไม้ส่งให้อมาวสี “และนี่ดอกไม้สำหรับน้องอ้อ” เลยถูกนิลรัตน์ตัดพ้อว่าให้คนเดียวหรือ วารินแก้เกี้ยวว่า “ก็น้องเพิ่งหายป่วยก็ต้องเอาใจหน่อย พึงใจเลยทำทะเล้นจะเป็นลมบอกว่าป่วยฉับพลันเพราะอยากได้ดอกไม้บ้าง

“เอาดอกหน้าวัวไหม เดี๋ยวฉันหาให้” วัชรีจิกเพื่อนเล่น

วารินยื่นดอกไม้ให้อมาวสี เธอขอบคุณสำหรับเซอร์ไพรส์ดอกนี้ วารินอ่อยว่ามีเซอร์ไพรส์มากกว่านี้อีก ทุกคนกำลังสนใจว่าอะไร ก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาที่หน้าบ้าน หันมอง พอเห็นผู้มาใหม่ก็ยิ้มแย้มยินดี เพราะ...ผู้มาใหม่ คือ ราช อนุ และการันต์ พึงใจออกอาการกว่าเพื่อนตัดพ้อว่าการันต์จะมาก็ไม่บอกก่อนจะได้เตรียมเสื้อผ้าสวยๆมาใส่วารินเดินออกมาพร้อมอมาวสี เฉลยห้องที่สามที่เหลืออยู่ว่า เป็นห้องนอนของหนุ่มๆ ทั้งสาม แล้วบอกทุกคนว่าเชิญตามสบาย ตนจะไปเช็กเรือก่อนเผื่อจะเอามาขับเล่นกัน

พอราชอยู่ลำพังกับอมาวสี เขาถามว่าหายดีแล้วหรือ แล้วเขาก็เหน็บทันทีว่า

“คงได้ยาดี...หมอดี”

“ค่ะ พี่วารินเป็นธุระดูแลให้อย่างดี”

“น่าสงสารไอ้หมอวาริน ถ้ามันได้ข่าวบางอย่างของคุณเข้า มันอาจจะช็อกหมดสติไปเลยก็ได้” อมาวสีทำหน้างงถามว่าข่าวอะไรหรือ “ข่าวงานมงคลจากประมุขแห่งบ้านพิชิตพงษ์ หวังว่าคงเป็นข่าวโคมลอยนะ”

ooooooo

วันนี้ กวีและคุณหญิงนั่งอ่านเอกสารเกี่ยวกับการลงทุนในกิจการขายยาของบริษัทเฮลท์ตี้ ฟาร์ม่า โดยมีทนายชอบคอยอธิบายรายละเอียดประกอบเอกสารอยู่ใกล้ๆ

“ผมดำเนินการจดทะเบียนบริษัทแล้วนะครับ มีชื่อคุณหญิงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนรายชื่อกรรมการเจ็ดคนก็ตามรายชื่อเดิมของเรา” กวีถามว่าไม่มีรายชื่อตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยใช่ไหม ทนายชอบบอกว่านอกจากเป็นประธานที่ปรึกษาเท่านั้น

“ถ้ามีปัญหาอะไร ฉันก็รับคนเดียวเต็มๆ เลยสินะ” คุณหญิงถาม

“ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนครับ เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ยกเว้นแต่ว่าบริษัทนี้ ไปก่อหนี้สินเท่านั้นแหละ ที่จะเป็นภาระของคุณหญิง” ทนายชอบชี้แจง

กวีถามว่าหรือตนกับคุณหญิงจะหย่ากันก่อนเพื่อเลี่ยงปัญหาที่จะเกี่ยวโยงกัน คุณหญิงตัดบทว่าให้กวีเลิกเล่นการเมืองจะง่ายกว่า กวีหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วเสนอให้ดูเรื่อง cash flow กันต่อดีกว่า

ฟังทนายชอบแจ้งการลงทุนในแต่ละขั้นตอน นับแต่ที่ดินสำหรับสร้างโรงงานที่ลาดกระบัง ออฟฟิศในกรุงเทพฯพร้อมตึกที่เข้าอยู่ได้ทันที การลงทุนสร้างโรงงานรวมค่าออกแบบ รวมๆแล้วประมาณ 144 ล้านบาท ส่วนเครื่องจักร ทางหว่องจะจัดการให้แต่เราต้องวางเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นมีค่าลิขสิทธิ์ของกลุ่มนักวิจัยซึ่งต้องรอตัวเลขจากหว่องก่อน

คุณหญิงอำภาถามว่าปีแรกเราลงเงินอย่างเดียวแล้วจะเริ่มมีรายได้เข้ามาเมื่อไหร่ ?

“ปีที่สามครับ หลังจากทำประชาสัมพันธ์ดีๆ รายได้จะเข้ามาแบบพรวดพราด ดูจากเอกสารคุณหว่อง เชื่อได้ว่าลูกค้าของเรามีมากกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร” ทนายชอบชี้แจง กวีถามว่าแปลว่าปีที่สามเราจะกำไรถล่มทลาย? “ยังครับ ปีที่สามและสี่ถือเป็นการคืนทุน กำไรจะอยู่ที่ปีที่ห้า จากนั้นก็จะกำไรตลอด การลงทุนเพิ่มเติมจะน้อยมาก”

คุณหญิงอำภาถามกวีว่าเขาจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุน กวีอธิบายว่าตนจะดึงเงินจากบัญชีเมืองนอกกลับมา คุณหญิงติงว่าเป็นเงินที่ไม่มีที่มาที่ไปใช่ไหม กวีอ้างว่าตนจะขายตึกที่ถนนตก

“ฟอกเงิน?” คุณหญิงเครียดเล็กน้อย

“ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น” กวีพูดสบายๆ ชี้แจงว่าเงินเราไม่ใช่ได้จากการคอร์รัปชันโกงบ้านโกงเมือง แต่ “มันแค่คอมมิชชั่นนิดหน่อยเท่านั้น และผมก็จะโอนบ้านหลังนี้ให้นายภากร ให้มันเอาไปเข้าแบงก์ เอาเงินจากแบงก์มาผสม” แล้วหันถามนายชอบว่าทำได้ไหม ทนายชอบบอกว่าใครๆ ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น คุณหญิงอำภาถามว่าแล้วมันถูกหรือผิดล่ะ? กวีตัดบททันทีว่า “ผมทำถูกมาทั้งชีวิต จะผิดนิดผิดหน่อยบ้างไม่ได้เหรอ”

“ผิดก็คือผิด จะผิดมากหรือน้อยก็คือผิด ฉันไม่อยากทำอะไรผิดมากไปกว่าที่เคยทำมาอีกแล้วค่ะ” คุณหญิงพูดอย่างมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด

ooooooo

ที่บ้านพักชายทะเล “ชื่นชลธี” หนุ่มๆสาวๆอยู่ในอารมณ์ตื่นเต้นกับบรรยากาศสวยงามริมทะเล และเตรียมการเล่นน้ำทะเลกัน

“กิจกรรมทุกอย่างที่พี่วารินเตรียมไว้ให้ ล้วนแต่เป็นสปอร์ตเอ็กซตรีมทั้งนั้น” วัชรีบอกเพื่อนๆ พึงใจชวนรีบไปดูกันเลย

ที่ชายหาดนั้น มีอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมต่างๆพร้อม มีม้าชายหาด 4 ตัว เรือเร็วหนึ่งลำ และ kite boarding สองชุด

วารินประกาศว่าใครอยากเล่นอะไรเลือกเลย นิลรัตน์กับพึงใจเลือกสปีดโบ๊ต วัชรีกันท่าว่าสบายไป เรือเร็วนั่งสบายเหมาะสำหรับคนเพิ่งฟื้นไข้ นิลรัตน์เลยเปลี่ยนเป็นขี่ม้า พึงใจ อนุกับการันต์เอาด้วย เลยพอดีกับม้าสี่ตัว

“คุณราชกับวัชเล่นไคท์กันนะคะ” วัชรีเสนอ ราชไม่มีปัญหา สุดท้ายวัชรีเสนอ “พี่วารินขับเรือให้อมานั่งนะคะ” วารินตอบรับด้วยความยินดีทันที วัชรีบอกทุกคนอย่างร่าเริงว่า “โอเค ทุกอย่างลงตัว show time!”

ทุกคนวิ่งไปยังอุปกรณ์ที่ตัวเองเลือก ราชลอบ มองหน้าอมาวสีอีกทีเหมือนจะอ่านความรู้สึกของเธอ... นิลรัตน์กับพึงใจขึ้นหลังม้าอย่างทะมัดทะแมง ส่วนอนุกับการันต์กระเย้อกระแหย่งแต่ก็ขึ้นไปจนได้ ม้าสี่ตัวเดินเคียงคู่กันไปบนหาดทราย หนุ่มสาวคุยกันบนหลังม้า ดูกระจุ๋งกระจิ๋งน่ารัก สองหนุ่มถูกสองสาวขัดคอบ้างดักคอบ้าง หยอกแกมหยิกกันไปตามประสา

แล้วจู่ๆอนุก็บ่นว่าขืนเดินคุยกันอย่างนี้มีหวังหลับแน่ เลยท้าแข่งม้ากับสองสาว บอกว่าใครชนะได้รางวัล นิลรัตน์ถามว่ารางวัลอะไร พอการันต์บอกว่าอะไรก็ได้ที่สองสาวต้องการ ทั้งนิลรัตน์และพึงใจรับคำท้าพาม้าทะยานออกไปทันที

แต่ม้าของอนุกับการันต์กลับยืนเฉย ทำอย่างไรก็ไม่ขยับ เอะใจหันมอง ปรากฏว่าม้าทั้งสองตัวพร้อมใจกันตั้งหน้าตั้งตาอึก้อนโต! กว่ามันจะทำธุระเสร็จ อนุกับการันต์ก็ไม่เห็นนิลรัตน์กับพึงใจแล้ว เดือดร้อนถึงคนคุมม้า

ต้องมาแนะนำให้หวดม้าแรงๆ แล้วเงื้อแส้ฟาดให้ดูม้าโดนแส้อย่างแรงก็ทะยานพุ่งไปทันที ทั้งอนุและการันต์ไม่ทันตั้งตัวตกจากหลังม้าไม่เป็นท่า ม้าทั้งสองตัววิ่งไปทันม้าของนิลรัตน์กับพึงใจ สองสาวมองหน้ากันเหวอ เพราะมาแต่ม้า มองไปเห็นสองหนุ่มกำลังวิ่ง
หน้าตั้งตามหลังม้ามาไกลๆ

วัชรีกับราชอยู่ในชุดพร้อมบอร์ดดิ้ง ราชยืนมองไปในทะเลที่วารินกำลังสอนอมาวสีขับเรือ โดยวารินยืนข้างหลังโอบเธอเพื่ออธิบายการขับเรือ วัชรีเห็นราชมองอยู่ เธอเอ่ยอวยว่า

“สองคนนั้นดูน่ารักและเข้ากันดีนะคะ คุณราชว่าไหม”

“เราเชียร์นายวาริน เราก็ต้องว่าอย่างนั้นสิครับ”

“แต่รู้อะไรไหมคะ คุณราชอยู่ในชุดนี้เท่กว่าพี่วารินขับเรือเป็นไหนๆ”

“ถามจริง?”

“แต่อย่าไปบอกพี่วารินนะคะเดี๋ยวแกจะเสียใจ... เราโฉบไปใกล้ๆเขาดีไหมคะ”

ราชเห็นด้วย ทั้งสองถืออุปกรณ์ลงทะเลไปด้วยกัน... แต่ต่างอารมณ์กัน เพราะวัชรีเชียร์พี่ชายกับอมาวสีสุดใจ ในขณะที่ราชลอบมองอมาวสีด้วยสีหน้าเรียบเฉย

วัชรีกับราช เล่นบอร์ดโฉบไปทางเรือเร็วที่วาริน กำลังประคองมืออมาวสีสอนขับเรืออยู่ จังหวะหนึ่งราชกับอมาวสีสบตากันพอดี แล้วจู่ๆวารินก็ขับเรือแหวกออกไป บ่ายหน้าสู่เกาะแก่งสวยงามเบื้องหน้า

ooooooo

วารินเอาเรือมาลอยลำอยู่กลางทะเล เขาชม อมาวสีว่าขับเรือเป็นแล้วไม่ยากเลยใช่ไหม เธอถ่อมตนว่าเป็นเพราะมีเขาคอยช่วยจึงทำได้

“ถ้างั้น จากนี้ไปไม่ว่าเรื่องอะไรที่ติดขัด เป็นปัญหา พี่ยินดีประคับประคองน้องอ้อทุกเรื่อง” เธอถามว่าจะดีหรือ? “ทำไมจะไม่ดีละครับ พี่ยินดีอาสาทุกอย่าง เริ่มตอนนี้เลยไหม พี่จะสอนน้องอ้อดำน้ำ”

อมาวสีติงว่าตนเพิ่งหายไข้ เขานึกได้เลยไปเอาผลไม้และเครื่องดื่มมาให้ เธอถามว่าเขาเตรียมมาด้วยหรือ ปรากฏว่าคนเตรียมให้คือวัชรี แต่เจ้าตัวกำชับห้ามบอกเมื่อพลั้งปากไปแล้ว เลยหัวเราะขำๆ กัน วารินเสพูดออกตัวว่า

“พี่คิดว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ต้องเริ่มจากการพูดความจริงซึ่งกันและกัน” แล้วบอกให้อมาวสีนั่งทานผลไม้ไปก่อน ตนขอสน็อกเกิร์ลลิ่งแถวนี้เล่นสักพัก แล้วถอดเสื้อกระโดดน้ำเลย อมาวสีมองร่างที่หายไปใต้ผิวน้ำที่กระเพื่อมอย่างสบายใจ

แต่ไม่ทันไร ราชก็โผล่ขึ้นจากน้ำอีกฝั่งหนึ่งของเรือ ทักแกมประชดว่า

“มีความสุขดีไหมครับ”

“คุณ...” อมาวสีอึ้งที่เห็นราชโผล่จากน้ำกลางทะเล...

ooooooo

ราชปีนขึ้นไปนั่งบนเรือบอกเธอว่า “ผมตีมือกับนายวารินระหว่างมันไปดำน้ำ ผมก็เลยอยู่เป็นเพื่อน คุณแทนมัน หรือคุณไม่ชอบหน้าผม”

ราชพูดยั่วอมาวสีต่างๆนานาตามเคย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการพูดประชดว่าเธอชอบหลอกล่อคนโน้นอ่อยคนนี้ พออมาวสีไม่พอใจถามว่าพูดอะไรของคุณราชได้ทีพูดเข้าประเด็นที่อยากเหน็บทันที

“นี่ขนาดผู้หลักผู้ใหญ่วางตัวจะหมั้นหมายแต่งงงแต่งงานอยู่แล้ว ยังมีเวลามาอ่อยเพื่อนผมอีกต่างหาก โดยเฉพาะลูกไม้แกล้งป่วยนี่ แหม...ได้ผลชะงัด”

ราชพูดยั่วจนอมาวสีทนไม่ได้จะตบก็ถูกหาว่าเถียงสู้ไม่ได้ก็จะใช้กำลัง เลยถูกเธอผลักตกน้ำ วาริน โผล่ขึ้นมาพอดีถามราชว่าไหนว่าจะเอาเจ็ตสกีมา ราชชี้ไปที่วัชรีบอกว่ามาโน่น พลางตัวเองก็หยอกวารินเหน็บอมาวสีว่า

“เราไปก่อนนะ ไม่อยากขัดจังหวะ คนกำลังมีความสุข” วารินบอกว่าฝากวัชรีด้วย ราชตอบทันที... “ได้เลยเพื่อน”

อมาวสีขุ่นใจ แต่เธอก็ทำได้แค่มองตามราชไปเคืองๆเท่านั้น

ooooooo

ได้เงินจากราชไปหนึ่งแสนบาท จอนปรับปรุง บ่อนและปรุงแต่งลูกน้องจนดูดี วันนี้สายบัวจึงพาภากรเข้าไปเล่นจอนทำทีมาเจอทักทายต้อนรับภากรอย่างกระตือรือร้น ชวนเล่นลูเล็ตก่อน เอาชิปให้บอกว่าเอาของตนเล่นก่อนก็ได้ ปรากฏว่าภากรเล่นได้เขาดีใจมาก เล่นต่ออีกก็ได้อีก จอนชมว่ามือขึ้น อย่างนี้ต้องเล่นต่อ ภากรเล่นได้ดีใจกระโดดตัวลอย จอนยอว่า “เยี่ยมไปเลย เก่งมากครับ” เจ้ามือส่งเงินให้ภากร สายบัวแอบมองเงินนั้น

“เงินกูทั้งนั้นเลยนั่นน่ะ” ไอ้เผือกที่แอบดูอยู่หลังหลืบบ่น

ภากรเล่นติดลม จอนชวนไปเล่นโป๊กเกอร์โกหกว่าเดี๋ยวจะมีลูกค้ารายใหญ่ขาประจำรับรองสนุกแน่ เดิมพันกันทีเป็นแสน ภากรโอดว่าขนาดนั้นตนคงไม่ไหวจอนเอาใจ สั่งสาวๆให้เอาเหล้าเบียร์มาบริการ

พอได้เวลาของโป๊กเกอร์ ไอ้เผือก ไอ้เหิมและไอ้บอยก็แสดงบทบาทของตนทันที ผ่านการฝึกและชุบตัวมาทำให้มันทั้งสามสวมบทบาทได้เนียนขึ้น จอนแนะนำให้รู้จักกันแล้ว ไอ้เผือกชวนภากรให้มาเล่นด้วยกันจะได้ครบสี่ขาพอดี

“วันหลังดีกว่าครับ วันนี้ดึกแล้ว ผมพาจูดี้ไปทานข้าวข้างนอก พี่จอนคงไม่ว่าอะไรนะครับ”

จอนปั้นยิ้ม สายบัวมองหน้าจอนทำนองว่าวันนี้ได้แค่นี้แหละ ก่อนภากรกลับไปเขาแบ่งเงินให้เจ้ามือบอกว่าทิป แล้วโอบสายบัวพากันออกไป แต่พอภากรไป จอนก็กระชากเงินทิปจากเจ้ามือไปพูดหน้าตาเฉยว่า

“เอาเงินทิปมานี่...ของกู” แล้วบอกไอ้เหิมที่หน้าจ๋อยเพราะเหยื่อหลุดมือว่า “ใจเย็นๆ จะตกปลาตัวใหญ่มันต้องใช้เวลา และใช้เหยื่อเยอะหน่อย” ไอ้อ้อนปากเสียเตือนว่าระวังจะเสียทั้งเหยื่อเสียทั้งเมีย เลยโดนจอนถีบเสียกระเด็น

ooooooo

คืนนี้ ที่บ้านพักริมทะเล มีกิจกรรมแคมป์ไฟริมหาด ทุกคนกินเล่นกันอย่างสนุกสนาน มีวงดนตรีมา ขับกล่อมและหยอกเย้าหนุ่มสาวแต่ละคนเป็นที่สนุกสนาน

แต่ขณะบรรยากาศกำลังดีมากนั่นเอง ชิดชไมก็โผล่มาทำให้บรรยากาศเครียดขึ้นทันที โดยเฉพาะวัชรีที่รู้ว่าชิดชไมสนิทกับราช ซ้ำพอมาถึงเธอยังเข้าไปกระแซะอิงแอบแนบชิดถ่ายรูปทั้งกับราชและวารินด้วย

ระหว่างนั้น อมาวสีได้รับโทรศัพท์เธอจึงเดินเลี่ยงออกไปคุย ราชเห็นดังนั้นบอกเพื่อนๆว่าจะไปเอาน้ำแข็งมาให้แล้วรีบตามไปเป็นสายจากภากร พออมาวสีรับสายก็ถูกต่อว่าที่รับสายช้า อ้อนว่ารู้ไหมว่าตนเป็นห่วง ถ้าไม่ติดงานคุณพ่อ ก็จะตามมาแล้ว พูดอย่างระแวงว่า “หวังว่าทะเลที่อำเภอปราณบุรี คงจะไม่มีไอ้ราชโผล่ไปอยู่ด้วยหรอกนะ” อมาวสีเห็นราชยืนเอาน้ำแข็งอยู่แต่บอกภากรไปว่า“ไม่มีค่ะ”

ขณะภากรโทร.หาอมาวสีอย่าง “หวงก้าง” นั้น เขาจอดรถรอสายบัวที่เข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ พอสายบัวออกมาเขาก็ตัดสายกับอมาวสี บอกสายบัวว่าเดี๋ยวจะพาเธอไปส่งที่เดิม สายบัวถามว่าไม่ไปเล่นโป๊กเกอร์ต่ออีกสักรอบหรือ

“ขอเป็นวันหลังดีกว่า พรุ่งนี้ผมมีงานสำคัญกับคุณพ่อ”

พออมาวสีกดปิดการสนทนา ราชก็เข้าไปยั่วทันทีว่าจะให้เดาไหมว่าใครโทร.มา? เห็นเธอนิ่งเขายั่วต่อ

“คงโทร.มาเช็กความประพฤติของว่าที่เจ้าสาวมั้ง...”

ราชพูดยั่วจนอมาวสีร้องไห้ขอร้องว่าถ้าเขาจะมีความเห็นใจตนสักนิดก็อย่าพูดอะไรอีกเลย ทำให้ราช รู้สึกตัว เข้าไปจับไหล่ทั้งสองของเธอ เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า...

“ผมขอโทษ ถ้าคุณมีปัญหาอะไรอึดอัดใจ หรือมีเรื่องทุกข์ใจ ที่หาทางแก้ไม่ได้ ผมยินดีช่วยเหลือขอให้นึกถึงผม จำไว้นะ นึกถึงผมเถอะ แม้จะนึกถึงเป็นคน สุดท้ายก็ยังดี...”

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง...นาน...ต่างนึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กที่ภาคย์เคยปลอบใจอ้อเมื่อถูกภากรรังแก...

ooooooo

วัชรีหมดสนุกในทันทีที่เห็นชิดชไมตามมาอ้อนราชถึงทะเล เธอแผลงฤทธิ์ด้วยการขนกระเป๋าของพวกชายหนุ่มไปกองที่ระเบียงไล่ให้ไปนอนที่ระเบียงให้หมด แล้วแบ่งห้องนอนใหม่

วัชรีจัดให้อมาวสีนอนคนเดียว นิลรัตน์กับพึงใจหนึ่งห้อง ตัวเองหนึ่งห้อง ครบสามห้องพอดี และล็อกบ้านเลย พอรู้ว่าชิดชไมเอาโคมลอยมาด้วย ก็ชวนพรรคพวกไปป่วนทันที

ชิดชไมเอาโคมลอยมา 4 โคม แบ่งให้ชายหนุ่มสามคนคนละโคม อีกโคมตนกับราชลอยด้วยกัน ถูกวัชรีทวงว่าแล้วพวกตนล่ะ! ชิดชไมไปเปิดกระเป๋าหยิบโคมเล็กๆออกมา

“นี่ไงคะ โคมเล็กน่ารักสำหรับเด็กๆทั้งสี่” วัชรีไม่ยอมบอกว่าอย่างนี้ต้องจัดใหม่ จัดแจงยึดโคมใหญ่ไปแบ่งใหม่

“คุณอนุกับนิลรัตน์โคมที่หนึ่ง คุณการันต์กับพึงใจโคมที่สอง พี่วารินกับอมาโคมที่สาม คุณยักษ์กับวัชรีโคมที่สี่ และนี่โคมเล็กของคุณชิดชไมคนเดียวเลยค่ะ” วารินติงน้องสาวที่ทำน่าเกลียด เธอตัดบทขึงขังว่า “ตามนี้ค่ะพี่วาริน ไม่งั้นก็ไม่ต้องจุดกันเลย”

แต่พอถึงเวลาจุดโคม ชิดชไมปล้ำจุดโคมเล็กจนไฟไหม้โคมลามไปไหม้ของคนอื่นด้วย แต่อมาวสีปกป้องโคมอย่างดีจึงปลอดภัย... อมาวสีค่อยๆปล่อยโคมพร้อมกับราช เป็นเพียงโคมเดียวที่ลอยได้สำเร็จในคืนนี้...

ooooooo

ในงานเปิดบริษัท เฮลตี้ ฟาร์ม่า ของกวีนั้น ม.ร.ว.ทิพย์สุดาขอติดตามนพไปงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบรู้เรื่องลูกชายคนโตของกวีกับคุณหญิงอำภาให้ได้

เมื่อสบโอกาสจึงถามภากรว่ามีพี่ชายคนหนึ่งใช่ไหม ภากรอึกอัก ทิพย์สุดาถามอีกว่า คนที่หายสาบสูญไปเป็นพี่ชายเขาใช่ไหม ภากรจำต้องยอมรับ ทิพย์สุดาทำเวลารีบถามว่า

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ หลานพอจะรู้ข่าวคราวไหมว่าเขาเป็นตายร้ายดียังไง”

ทันใดนั้น กวีก็ร้องทักเข้ามา ทิพย์สุดาหันไปปั้นยิ้มให้ กวีเดินรี่เข้าหา ภากรจะปลีกตัวไป ทิพย์สุดายังอุตส่าห์ถาม

“ยินดีด้วยอีกครั้งนะลูก เอ...แม่ล่ะ...คุณแม่อยู่ไหน” ภากรตอบสั้นๆว่าไม่ทราบ แล้วรีบเดินเลี่ยงไป กวีเชิญทิพย์สุดาด้วยถ้อยคำสุภาพแต่เสียงเข้ม พอเดินห่างออกไป ก็ถามเกือบเป็นตวาดว่า “ใครเชิญคุณมาที่นี่!”

นพรีบตอบแทนว่าตนเป็นพ่อของนิลรัตน์เพื่อนอมาวสี มาเพราะทราบจากข่าวสังคมธุรกิจ ทิพย์สุดาจึงตัดสินใจโพล่งไปว่า “ดิฉันตั้งใจมาถามข่าวคราวลูกชายคนโตของท่านน่ะค่ะ”

“ไม่มีข่าว ใครก็ตามที่หนีออกจากบ้านพิชิตพงษ์ไป เราก็แทงบัญชีสูญ คือสาบสูญ อาจจะตายไปแล้วก็ได้”

“โถ...น่าสงสารคนเป็นพ่อนะคะ” ทิพย์สุดาพึมพำ แต่ตาจ้องกวีอย่างดุดัน

นพหงุดหงิดที่ทิพย์สุดาทำให้เสียบรรยากาศบ่นว่าอีกนิดเดียวเขาคงเรียก รปภ.มาลากเราสองคนโยนออกไปแน่

“ลากก็ไม่ไป เพราะมันคุ้มค่าที่จะอยู่ต่อ ถ้าทำให้การตามหาทายาททวยไทใกล้เคียงความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น...โน่น เป้าหมายของฉันมาแล้ว” ทิพย์สุดามองคุณหญิงอำภาที่กำลังเดินมา แล้วเดินรี่ไปทัก ถามคุณหญิงทันทีว่า “คุณยังจำท่านชายคฑาเทพ อาของดิฉันได้อยู่หรือเปล่า”

คุณหญิงน้ำตาเอ่อทันที ทิพย์สุดาเข้าไปนั่งข้างๆ คุยกับคุณหญิงอย่างตึงเครียด กวีมองทิพย์สุดาและคุณหญิงอย่างระแวง ไม่พอใจ แต่ทนายชอบมาบอกว่าหัวหน้าพรรคมา เขาจึงจำต้องไปต้อนรับหัวหน้าพรรค

ooooooo

ราชกลับมาถึงบ้านแก้ว ข้าวของที่เอากลับจากทะเลยังวางอยู่ข้างๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเทินแจ้งข่าวการเปิดบริษัทของกวี

“งานใหญ่ไหม...ชื่อบริษัทอะไรนะ...ขายยาเหรอ... คนในบ้านนั้นไม่น่าจะมีใครมีความรู้เรื่องยานี่นา...งานนี้คงโดนหลอกอีกตามเคยเชื่อผมสิ...ปล่อยเขาไป อย่าไปยุ่งกับเขาเลย รอเขาเจ๊ง ย่ำแย่เราค่อยซ้ำ...ขอบคุณมากนะ น้าเทิน”

ระหว่างนั้น ทินมาด้อมๆมองๆ พอเขาวางสายจากเทินก็เข้ามายิ้มหน้าระรื่นบอกว่ามีสาวสวยมารอพบ ราชถามว่าชื่ออะไร ทินยิ้มเป็นนัยบอกว่า “ชื่อนางสาวอรัญญาครับผม”

อรัญญาเข้ามาถึงพอดี เธอเอ่ย สวัสดีกลางวันเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยน้ำเสียงน่ารัก ราชถามว่ามาถูกได้ยังไง เธอบอกว่าไม่เห็นยากเลย แล้วเอาอินทผลัมให้ ราชชวนเข้าบ้านก่อน

“ไม่ล่ะค่ะ น้องแก้วต้องไปอีกหลายแห่ง อ้อ...ลุงรักษ์ฝากความคิดถึงด้วยนะคะ คุณลุงบอกว่าถ้าว่างให้โทร.หาลุงด้วยค่ะ ขอให้พี่ราชโชคดีนะคะ ซาโยนาระ” เธอค้อมตัวน่ารักแล้วเดินออกไป ราชยิ้มอย่างเอ็นดู แล้วรีบโทร.หาลุงรักษ์ทันที

ราชบอกลุงรักษ์ว่าแปลกใจ ทำไมต้องฝากความคิดถึงให้ตนด้วยเพราะตนก็ไปหาลุงอยู่ตลอด

“ก็น้องอรัญญาเขาคิดถึง เขาอยากแวะไปเยี่ยมราช... ทำไม ไม่ชอบน้องเหรอ” ราชบอกว่าไม่ใช่ไม่ชอบ “แปลว่า...อีกหน่อยเธอก็อาจจะชอบน้องได้?”

“คุณลุงพูดเหมือนกำลังจะเป็นพ่อสื่อนะครับ”

“ฮ่ะๆๆ ไม่มีอะไรหรอก ลุงว่าน้องอรัญญาเขาน่ารักดี ขยัน เอาการเอางาน ผู้หญิงแบบนี้เหมาะจะเป็นศรีภรรยา เอาน่า ลุงก็พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าเราจะลองดูๆไว้ก็ไม่เลวนะ”

ราชถามว่าลุงจะขึ้นมากรุงเทพฯ เมื่อไหร่จะได้มาดูบ้านแก้ว และไม่แน่ ตนอาจจะพาลุงไปเที่ยวงานแต่งงานของนายภากรก็ได้ ลุงรักษ์ถามทันทีว่าแต่งกับใคร

“อมาวสี คนที่ลุงอยากจะเจอตัวไงครับ”

ooooooo

วารินมาส่งอมาวสีที่หน้าบ้านพิชิตพงษ์ มีของจากทะเลมาฝากคุณลุงกับคุณป้าด้วย พออมาวสีเดินเข้าบ้าน จันก็มาดักบอกว่า ให้เดินเลี่ยงไปทางหลังบ้านเพราะคุณท่านกำลังทะเลาะกันอยู่เสียงดังลั่นเลย

“ทะเลาะเรื่องอะไร?” อมาวสีทั้งตกใจและแปลกใจ จนเมื่อเดินผ่านห้องนั้นจึงได้ยินทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง

กวีคาดคั้นคุณหญิงว่าทิพย์สุดามาคุยเรื่องอะไร คุณหญิงบอกว่าถามไถ่ทุกข์สุขธรรมดา

“ไต่ถามสารทุกข์? แล้วคุณร้องไห้ทำไม! หรือแค่เห็นหน้ายายหม่อมราชวงศ์นั่นคุณก็น้ำตาไหลขึ้นมาเฉยๆ เพราะนึกถึงอาเขารึไง!” คุณหญิงอุทานเรียกกวีอย่างตกใจ กวีไม่ยี่หระพูดต่อ “คุณก็ยอมรับมาสิ แม่คนนั้นมาชวนคุณคุยเรื่องหม่อมเจ้าคฑาเทพใช่ไหม!”

อมาวสีตกใจแต่อยากรู้ ก้าวเข้าไปยืนหลบฟัง...

“คุณกวีคะ คุณกำลังทำผิดสัญญาที่ให้ไว้กับดิฉันนะคะ คุณเคยให้สัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องท่านชายคฑาเทพให้ดิฉันได้ยิน”

“แต่คุณพูดได้ใช่ไหม คุณจะแอบพูดกับใครๆ ก็ได้งั้นเหรอ... ยังคิดถึง ยังเห็นใจ ยังคงเสียดายที่ไม่ได้สั่งเสียล่ำลากับมันก่อนตายใช่ไหม”

“คุณกวี!!” คุณหญิงเสียงสั่นสะท้าน

“แทงใจดำใช่ไหมล่ะ สามสิบปีที่ผ่านมา คุณยังไม่เคยลืมไอ้หม่อมนั่นเลยผมรู้ ตัวคุณอยู่กับผม แต่หัวใจคุณอยู่กับมัน อยากจะตายตามมันไปด้วยซ้ำใช่ไหม”

อมาวสีใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งตกใจตื่นเต้นกับเรื่องราวที่ได้ยิน

“ทำไมคุณพูดกับฉันอย่างนี้ ฉันไม่เคยคิดเลยสักนิด คุณลืมหมดแล้วหรือคะ ที่คุณบอกว่าคุณให้อภัยฉันทุกอย่างก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ฉันเล่าทุกเรื่องให้คุณฟังจนหมด คุณสัญญากับฉันเองว่าเราจะลืมเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน แต่วันนี้...คุณหยิบเรื่องนี้มาพูดเสียดแทงฉันทำไม...”

“เพราะผมทนเป็นไอ้โง่ให้ยายญาติชู้รักของคุณมาดูถูกผมไม่ได้ หน็อย...ทำเป็นมาถามหาลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วง มันคงคิดจะมาดูหน้าทายาทของอามันน่ะสิ เชอะ! สายเลือดของทวยไท ฝากไปบอกด้วยว่า ไอ้ภาคย์ ลูกของอามันน่ะตายโหงตายห่าไปนานแล้ว และขอให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้ยินชื่อไอ้ภาคย์และไอ้คฑาเทพ พ่อของมัน!”

กวีรื้อฟื้นความหลังขึ้นมาด่าจนคุณหญิงเป็นลม อมาวสีตกใจรีบวิ่งเข้าไปดูแล กวีบอกให้ไปหยิบยาดมที่โต๊ะและเรียกนมพริ้งกับคนอื่นๆมาด้วย ตัวเองก็ประคองคุณหญิงไว้ด้วยความห่วงใย

อมาวสีไปหานมพริ้งถามด้วยความตระหนกว่าป้ารู้ไหมว่าภาคย์ไม่ใช่ลูกของคุณลุง? ภาคย์เป็นลูกของ ท่านชายคฑาเทพ!

อมาวสีบอกนมพริ้งว่า ตนเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าราชหน้าเหมือนท่านชายคฑาเทพ เขาตั้งใจจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายพิชิตพงษ์ พอนมพริ้งลำดับเรื่องราวได้ ถึงกับยกมือไหว้ท่วมหัวภาวนา...

“สาธุ...อย่าให้ความเกลียดชังกันแต่หนหลัง ทำให้ต้องมาทำร้ายทำลายกันวันนี้เลยเจ้าประคู้ณณณ...”

ooooooo

ม.ร.ว.ทิพย์สุดากลับถึงบ้าน ถูกนาถสามีที่เป็นพี่ชายของนพถามว่าได้ความว่าอย่างไรบ้าง เห็นนพบอกว่าโดนด่าหน้าหงายมาเลย

“หน้าฉันไม่หงายหรอกค่ะ แต่น้องชายคุณน่ะสิหน้าออกจะบางไปหน่อย” นาถแก้ต่างให้นพว่า เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยตกใจเป็นธรรมดา ถามว่าตกลงได้ความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

“พวกเขาตัดขาดเรื่องนี้ทั้งผัวทั้งเมีย ใจร้ายจริงๆ แต่ดิฉันมั่นใจว่าเด็กคนที่หนีหายไปนั่นแหละลูกชายของท่านอา เป็นไปได้ว่าเด็กคนที่เศรษฐีภูเก็ตอุปการะไว้อาจจะเป็นสายเลือดทวยไทของท่านอา”

ooooooo

คืนนี้คุณหญิงอำภานอนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนบ่าย ที่ได้คุยกับทิพย์สุดาอย่างไม่อาจข่มใจให้สงบได้...

เวลานั้นคุณหญิงถูกทิพย์สุดาถามด้วยสีหน้าจริงจังว่าเคยรู้สึกผิดบ้างไหม? คุณหญิงตอบด้วยสีหน้าเศร้าสลดว่า ตนอยู่กับความรู้สึกนี้มาตลอด

“จริงเหรอคะ แต่คุณหญิงไม่เคยคิดจะตามหาเขาเลย ทั้งเด็กคนนั้นและก็พ่อของเด็กคนนั้น หรือว่าคุณหญิงเพิ่งจะรู้สึกผิดคะ” ทิพย์สุดารุก

“คุณไม่ได้เป็นดิฉัน คุณไม่มีวันรู้หรอกค่ะ ว่าดิฉันลำบากใจแค่ไหน”

ทิพย์สุดาประชดว่าตนจะไม่มีทางรู้เพราะตนจะไม่มีวันตัดสินใจอย่างที่คุณหญิงทำ พูดออกตัวว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะมากล่าวหาอะไร แค่อยากมาถามข่าวคราวของหลานชายเท่านั้น ไม่นึกว่าคนในสกุลของพวกคุณหญิงจะใจร้ายได้ถึงขนาดนี้ พูดแล้วทิพย์สุดาลุกขึ้น แต่นึกได้ หยุดพูดต่อว่า

“อ้อ...อีกนิดนึงนะคะ ก่อนท่านจะสิ้น ท่านอาของดิฉันไม่ได้ทุรนทุรายอะไรเลย และก็ไม่ได้เอ่ยหรือฝากอะไรถึงคุณแม้แต่น้อย ฉันคิดว่าท่านคงชิงชังคุณจนไม่เห็นหัวคุณเลยนั่นแหละ”

พูดแล้วทิพย์สุดาเดินออกไปทันที ทิ้งคุณหญิงให้น้ำตาไหลพรากๆ...อยู่ตรงนั้น...

ooooooo

เช้านี้ที่โต๊ะอาหารบ้านพิชิตพงษ์ มีแต่กวีนั่งทานอยู่คนเดียวอย่างเหงาหงอย ครู่เดียวภากรเดินเข้ามาทักทายแล้วจะเดินผ่านไป กวีถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะไปสำรวจตลาดยาแก้แพ้ แล้วไปเลย

อึดใจต่อมา อมาวสีเดินผ่านมา กวีถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปมหาวิทยาลัย เขาถามว่าทำไมไม่ให้ภากรไปส่ง เพราะเขาเคยอาสาไว้แล้ว

“คงลืมมังคะ แต่...อ้อไปเองง่ายกว่าค่ะ” พอเธอขยับจะออกไป กวีเรียกไว้ถามว่า

“เมื่อวานนี้อ้อได้ยินที่ลุงคุยกับป้าหรือเปล่า ก่อนที่เขาจะเป็นลมน่ะ”

“อ้อไม่ได้ยินอะไรเลยค่ะ” เธอตอบอย่างไร้พิรุธเพราะเตรียมคำตอบไว้ก่อนแล้ว

“ดีแล้ว...ไปได้” กวีพูดด้วยสีหน้าสบายใจขึ้น

ที่ห้องนอนคุณหญิงอำภา...นมพริ้งขึ้นไปถามว่าคุณหญิงไม่ลงไปทานข้าวหรือ คุณหญิงบอกว่าไม่อยากทาน พอนมพริ้งขอให้ทานสักหน่อยเกรงเดี๋ยวปุบปับเป็นลมขึ้นมาอีก คุณหญิงจึงให้นมพริ้งยกขึ้นมาให้

ก่อนลงไปจัดอาหารให้คุณหญิง นมพริ้งบอกว่า “เมื่อบ่ายวานนี้ที่คุณหญิงทะเลาะกับคุณท่านน่ะ หนูอ้อเธอได้ยินด้วยนะคะ” คุณหญิงตกใจถามว่า แล้วเธอว่ายังไง “เธอก็ไปปะติดปะต่อเรื่องได้เองเรียบร้อยเลยค่ะ”

“เฮ้อ...บางทีฉันอยากจะเป็นคนเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดเสียเองให้มันจบๆกันไปเสียที”

นมพริ้งรีบห้ามเพราะมันจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย และก็ไม่ได้ทำให้เราแก้ไขอะไรในอดีตได้ด้วย คุณหญิงจึงให้นมพริ้งไปยกอาหารมาให้ตน แต่นมพริ้งยังอยากพูดต่อ อยากให้คุณหญิงรู้สิ่งที่ตนได้รู้ได้เห็นมา

“คุณหญิงรู้ไหมคะ นายราช รัชภูมิ ที่ซื้อบ้านแก้วไปจากเราน่ะ หน้าเหมือนท่านชายคฑาเทพมากเลยค่ะ”

คำบอกเล่าของนมพริ้งทำให้คุณหญิงคิดถึงคืนสุดท้ายที่ได้อยู่กับท่านชายเมื่อสามสิบปีก่อน...

วันนั้น...อำภาในวัยสาว นัดพบกับท่านชายคฑาเทพในวัยหนุ่มที่สวนร่มรื่น วันนั้นอำภาบอกท่านชายว่าวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน ท่านชายถอยออกไปมองหน้าอำภาอย่างคาดไม่ถึง

“ดิฉันขัดผู้ใหญ่ไม่ได้ค่ะ” อำภาเอ่ยเสียงเครือ “พรุ่งนี้...ดิฉันต้องเข้าพิธีหมั้น และอีกหกเดือนก็เป็นพิธีแต่งงาน”

เวลานั้น ท่านชายฝืนยิ้มพูดเหมือนให้กำลังใจกันว่าหมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้ อำภาติงว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะพ่อของกวีมีอิทธิพลที่ใครๆก็ปฏิเสธไม่ได้ ท่านชายโพล่งออกไปอย่างรับไม่ได้ว่า

“ไม่จริงหรอก ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักอีกแล้ว” อำภาติงว่าแต่จุดจบของความรักอาจจะไม่ใช่การได้อยู่ด้วยกันก็ได้ ท่านชายนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนเอ่ยอย่างอาวรณ์ว่า “ถ้าวันนี้จะต้องเป็นวันสุดท้ายของเรา ผมขออยู่กับคุณทั้งคืนเลยได้ไหม?”

อำภามองหน้าท่านชายคฑาเทพอย่างปวดร้าวก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ...

ooooooo

วันนี้ ภากรไปหาสีไพรที่ห้องแต่เช้า เขามอบเงินให้เธอก้อนหนึ่ง บอกเธอว่าไม่ต้องไปทำงานที่ไหน ให้อยู่ทำงานบ้านและดูแลพ่อก็พอตนจะให้เงินเธอใช้เอง

ภากรยัดเยียดเงินให้เธอแล้วรีบไปบอกว่าจะไปทำงาน สีไพรจึงเอาเชือกถักเป็นสร้อยมีอักษรย่อชื่อตัวเองและชื่อภากรมอบให้ บอกว่าเป็นของขวัญที่เขาเปิดบริษัทใหม่ ภากรขอบใจ รับสร้อยถักใส่กระเป๋าเสื้อแล้วเดินออกไปเลย

ที่แท้ภากรไปรับสายบัวเพื่อไปบ่อนด้วยกัน เขาขอให้สายบัวอยู่เคียงข้างตลอดเวลาเพราะเธอคือตัวนำโชคไปถึงบ่อนเจอจอนกับสมุนทั้งสามอยู่ที่นั่นแล้ว ภากรทักขำๆว่า นึกว่าตนมาถึงเป็นคนแรกเสียอีก

ไอ้อ้อน ไอ้เผือก ช่วยกันชี้แจงล่อใจว่า เมื่อคืนพวกตนเล่นกันยาวยังไม่ได้กลับเลย

“น้องภากรจะนอนที่นี่ก็ได้นะ พี่จอนเปิดห้องให้ได้” จอนได้ช่องรีบเสนอ

“อย่าเพิ่งถึงขั้นนั้นเลยครับ ผมเอาแค่ค่ำๆ พอได้กำไรสักแปดเก้าแสนก็เลิกแล้วครับ” จอนทำทีถามว่าวันนี้เอาทุนมาเท่าไร ภากรพูดเหมือนเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยว่า “เบาะๆ ล้านห้า”

“งั้นมาเล่นกันเลยแล้วกัน...น้องๆขอเครื่องดื่มให้ขาใหญ่หน่อย” ไอ้เหิมเปิดฉากทันที

สายบัวเข้าไปคลอเคลียนัวเนียภากร แอบสบตากับทุกคนในวงอย่างรู้กัน

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัย สี่สาวนั่งล้อมวงอ่านหนังสือเตรียมสอบกันอย่างคร่ำเคร่ง พลันทุกคนก็สะดุ้งเมื่อมือถือดังขึ้น ต่างมองมือถือของตัวเอง

“ของฉันย่ะ” วัชรีหยิบโทรศัพท์ “ฮัลโหล...คิดถึงใครเหรอโทร.มาเนี่ย...คงไม่ได้คิดถึงน้องสาวหรอกนะ”

ฟังวัชรีทักทายแล้วทุกคนก็เดาออกว่าปลายสายคือวาริน แล้ววัชรีก็หันบอกอมาวสีว่า

“อมา...พี่ชายฉันถามว่าทำไมเธอนั่งเหม่อ ไม่ท่องหนังสือเหมือนคนอื่น” แล้วพูดใส่โทรศัพท์ “เอ๊ะ...พี่วารินรู้ได้ไง”

ที่แท้วารินอยู่แถวนั้น เขาเดินพูดโทรศัพท์ เข้ามาบอกว่า “ก็เห็นน่ะสิ” พลางโบกมือให้ พวกสาวๆ เลยกรี๊ดกัน วัชรีแซวพี่ชายว่า “ก้าวหน้านะเนี่ย ตามจีบสาวถึงมหา’ลัยเลย” พึงใจทำหน้าเป็นถามว่าสาวคนไหนหรือ เลยถูกวัชรีกันท่าว่า

“เธอมันสะใภ้ร้านทอง ส่วนเธอเถ้าแก่เนี้ยบริษัทขายรถ” นิลรัตน์เลยถามบ้างว่าแล้วเธอล่ะ “ฉันก็...หุ้นส่วนบริษัทอิสระ ราชแอนด์วัชรี คอมปานีลิมิเต็ด” เลยถูกนิลรัตน์ขัดคอว่าฝ่าด่านชิดชไมให้ได้ก่อนเถอะ

พอดีวารินเดินมาถึง เขาซื้อขนมมาฝากสาวๆ มากมาย มองอมาวสีทักว่าดูเครียดๆ เธอบอกว่าพอดีมีเรื่องต้องคิดเยอะ เขาบอกให้ทำสมองปลอดโปร่งบ้างดีกว่า ชวนไปทานของอร่อยๆกันดีไหม เสร็จแล้วจะตระเวนส่งทุกคนเลย

“พี่วารินอยากไปส่งเฉพาะยายอมาก็บอกเถอะ” พึงใจรู้ทัน

“ฉันขอตัวนะวัชรี วันนี้ฉันต้องรีบกลับไปทำธุระให้คุณป้าน่ะ” อมาวสีขอตัว บรรยากาศเลยกร่อยไป

ooooooo

ธุระที่อมาวสีไปทำให้คุณป้าคือไปหาราชที่บ้านแก้ว ราชถามกวนๆว่ามีธุระอะไรหรือถึงดั้นด้นมาหาตนถึงที่นี่

“ฉันมีคำถามจะมาถามคุณค่ะ” เธอมองหน้าถามอย่างไม่อ้อมค้อม “หม่อมเจ้าคฑาเทพ ทวยไท คุณรู้จักไหมคะ”

ราชทำหน้าหน่าย บ่นว่าเธอเป็นคนที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ถามคำถามนี้กับตน แล้วพูดตัดบทว่าชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นคนละชั้น คนละสังคมกับตน อมาวสีถามว่าแล้วทำไมหน้าตาถึงเหมือนท่าน เขาเลยตอบประชดว่า “ผมเป็นลูกท่านมั้ง”

ระหว่างพูดคุยกันนั้น ชิดชไมก็ส่งเสียงหวานทักอมาวสีว่าเจอกันอีกแล้วหลานสาวรัฐมนตรีกวี อมาวสีหน้าเจื่อนบอกราชว่าตนไม่รู้ว่าเขามีแขก

“ฉันไม่ใช่แขกจ้ะ ฉันคนที่นี่ ฉันมาที่นี่พร้อมราช” พลางเดินเข้าไปโอบไหล่ราชอย่างสนิทแนบ อมาวสีจึงลากลับบอกว่าเสร็จธุระพอดี

พออมาวสีออกไป ชิดชไมหยอกราชว่าเด็กคนนี้ยิ่งดูยิ่งน่ารัก เขาปากหวานว่าสู้เธอไม่ได้หรอก

“เว่อร์...ปากไม่ตรงกับใจนะเราน่ะ ตาราชมันฟ้อง เวลามองน้องคนนั้นกับมองแคลร์คนละเรื่องเลย”

ราชเลยแก้เกี้ยวบอกให้ดูใหม่อีกทีว่าเวลาตนมองเธอเป็นยังไง แล้วอุ้มพาเข้าบ้านไปเลย

ooooooo

ภากรย่ามใจไปเล่นที่บ่อนจอนอีกหมายจะได้เงินเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้เป็นวันเชือดของพวกจอน ที่วางแผนกันมาแล้ว โดยมีสายบัวเป็นคนคอยส่ง สัญญาณให้ไอ้เหิมกับไอ้เผือกและไอ้อ้อน

เมื่อภากรเล่นจนเงินหมด เขาบ่นว่าไม่น่าเลยทำไมไม่มีดวงขนาดนี้ จอนอาสาขอยืมพ่อเลี้ยงให้แล้วค่อยเคลียร์คืนทีหลัง แต่ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด

“ตกลงครับ ดวงผมกำลังมา ผมต้องได้เงินของผมคืนแน่ ขอกำไรแค่มาใช้หนี้พ่อเลี้ยงเท่านั้นพอ”

“ระวังนะครับ...การพนันไม่เข้าใครออกใคร” จอนทำเป็นเตือน พาภากรเข้าไปหาไอ้เหิมที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็นพ่อเลี้ยง

ปรากฏว่าภากรหมดตัวอีกครั้ง จอนสรุปว่าเขาติดหนี้พ่อเลี้ยงล้านสอง มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนก็ได้ ภากรโอบไหล่สายบัวจะเดินออกไป สายบัวอ้อนว่าวันนี้ง่วงขอกลับกับพี่ชายดีกว่า พอภากรออกไปแล้ว แก๊งของจอนก็ล้อมวงนั่งนับเงินหัวเราะกันอย่างสำราญใจ ไอ้เผือกบอกว่าเรารวยแล้ว

“ยังเว้ย ยังรวยไม่พอ นี่แค่จุดเริ่มต้น ไอ้พวกลูกนักการเมืองตังค์เยอะ พ่อมันโกงไปตั้งเท่าไหร่ เราก็ต้องโกงกลับบ้างสิวะ” จอนหัวเราะร่าแล้วก็นับเงินต่อ

ส่วนภากรออกไปนั่งเศร้าอยู่ในรถ ครู่ใหญ่ก็ไปหาสีไพรขอนอนที่นั่นเพราะไม่กล้ากลับบ้าน สั่งสีไพรว่าให้ปลุกตนตอนเช้ามืดก่อนพ่อเธอกลับมา

ooooooo

คืนต่อมา คุณหญิงอำภาตัดสินใจขอโทษกวี ไม่เฉพาะเรื่องที่คุยกับทิพย์สุดาแต่ขอโทษทุกเรื่องที่ผ่านมา

“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมพยายามทำดีที่สุดแล้วสำหรับเรื่องระหว่างเรา ผมไม่เคยทำอะไรให้คุณต้องเสื่อมเสียเกียรติ เพราะฉะนั้นกรุณาให้เกียรติผมด้วย คงไม่ต้องบอกว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายมันอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะเมื่อไหร่ที่เขารู้สึกว่าหมดสิ้นศักดิ์ศรี เมื่อนั้นมันจะไม่เหลือความรักแม้แต่น้อย” พูดแล้วเข้าไปหอมแก้ม คุณหญิงก่อนเดินออกจากห้อง

คุณหญิงนั่งอึ้ง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อสามสิบปีก่อน วันที่พบกับท่านชายที่บ้านสวนร่มรื่น เป็นเวลาที่เธอแพ้ท้องอาเจียนหนัก แต่พอท่านชายถาม เธอกลับปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่บอกท่านชายว่า เราคงต้องเลิกกัน อ้างว่าพ่อเขากับแม่ตนตกลงกันแล้ว ตนขัดไม่ได้ ขอร้องท่านชายอย่ามาทำลายชีวิตตนให้ต้องพินาศย่อยยับอีกเลย จะไปไหนก็ไป

“ก็ได้...คุณรู้ไหม ผมไม่เคยขัดใจคุณเลย ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อคุณไล่ผม ผมก็จะไป และคุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าผมอีกต่อไป คนใจร้ายอย่างคุณไม่ว่าอยู่ที่ไหนขอให้กรรมจงตามสนองให้สาสมด้วยเถอะ” พูดแล้วท่านชายวิ่งออกไป อำภาเอามือกดท้องพร่ำถามน้ำตานอง “แกเกิดมาทำไม...เกิดมาทำไม??”

คิดถึงอดีตแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น คุณหญิงอำภาบอกนมพริ้งที่เข้ามาปรนนิบัติว่า

“ช่วยให้ฉันได้เจอเขาได้ไหม...ราช...ราช รัชภูมิ ฉันอยากเห็นหน้าเขา...”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.