ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะมองหน้ากันอยู่อย่างวัดใจอีกฝ่ายนั่น คนขับรถของบ้านวัชรีก็มาเรียกอมาวสีเสียงดังอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งสองผละจากกัน อมาวสีถามว่ามีอะไรหรือ

“มีคนมารอคุณอมาวสีอยู่หน้าบ้านครับ ผมเชิญให้เข้ามาในงานก็ไม่ยอมเข้า บอกว่าจะรออยู่ในรถ ท่าทางเหมือนจะเมาหน่อยๆครับ ผมเลยรีบมาบอกคุณหนูก่อน ไม่ทราบว่าคุณอมาวสีนัดใครไว้หรือเปล่า”

“ว่าแล้วเชียว” ราชยิ้มเยาะ อมาวสีปฏิเสธว่าตนไม่ได้นัด แล้วหันไปบอกคนขับรถ “แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวอ้อออกไปดูเองค่ะลุง”

คนขับรถเดินมาพูดกับราชเชิงออกตัวว่า “ไม่ทราบว่าผมมาขัดจังหวะอะไรรึเปล่า”

“มาได้จังหวะพอดีต่างหาก” ราชส่ายหน้าแล้วเดินไป คนขับรถมองงงๆ เทียบคำตอบกับภาพที่เห็น

อมาวสีออกไปพบภากรมานั่งรออยู่ในรถ เขาบอกกลับกันได้แล้ว อมาวสียังไม่อยากกลับเพราะงานเพิ่งเริ่มได้ไม่เท่าไหร่เอง เดินมาบอกภากรเมื่อเห็นเขาเริ่มหงุดหงิดว่า

“อ้อบอกแล้วไงว่าคุณภากรไม่จำเป็นต้องมารับอ้อ คุณภากรจะมาลำบากรออ้ออยู่ทำไม” ภากรบอกว่าไม่ลำบาก ตนสั่งเหล้ามานั่งกินรอสบายจะตาย

อมาวสีติงว่าแล้ววัชรีกับวารินจะคิดอย่างไร เหมือนตนไม่ให้เกียรติ ไม่ไว้ใจ แค่นี้ก็ต้องให้เขามาคุม ภากรย้อนถามว่าตนมารับแล้วมันผิดหรือเสียหายตรงไหน อมาวสีย้อนถามว่าแล้วตนกลับกับเพื่อนมันผิดตรงไหนเพราะก็ได้ขออนุญาตคุณลุงคุณป้าแล้ว ภากรตะแบงว่าไม่ผิด แต่กลับกับตนย่อมดีกว่ากลับกับเพื่อน

พออมาวสีขยับห่างออก ภากรฉุดมือไว้สั่งคืนนี้อ้อต้องกลับกับพี่ ไม่ว่าจะเดี๋ยวนี้หรือดึกแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ากลัวว่าเพื่อนๆจะไม่เข้าใจ จะให้พี่ไปประกาศอย่างนี้ในงานด้วยไหม”

เสียงวางอำนาจของภากรทำให้อมาวสีไม่พอใจ แต่พยายามสะกดกลั้นความโกรธ

ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก ราชยืนมองอยู่ ข้างหลังเขา คนขับรถของเขายืนอยู่เยื้องๆ ราชพูดกับคนขับรถเบาๆว่า

“อย่าเล่าเรื่องนี้ให้นายวารินฟังเป็นอันขาด ไม่งั้นจะเสียทั้งจังหวะและอารมณ์เป็นอย่างแรง”

คนขับรถรับทราบ ทั้งที่ไม่เข้าใจนัก

ooooooo

ในที่สุดอมาวสีก็กลับไปกับภากร เขาขับรถอย่างอารมณ์ดี ทั้งเพราะสมใจและแอลกอฮอล์ ในขณะที่อมาวสีนั่งหน้านิ่งอย่างระมัดระวังตัว จนเขาถามว่าโกรธตนหรือ

อมาวสีนิ่งเงียบ เขาถามย้ำเธอจึงบอกว่าเปล่า แต่ถ้าเขาต้องการให้พูดคำว่าโกรธ ตนก็ขอบอกว่าโกรธ ภากรฟังแล้วหัวเราะลั่นจนเธอถามว่าเมาหรือเปล่า เขาขอให้เธอเข้าใจว่าตนทำเพราะหวังดี

“ดื่มเหล้าแล้วขับรถไม่น่าจะเป็นการหวังดีต่อผู้โดยสารนะคะ”

“งั้นพี่จอดรถ รอให้หายเมาก่อนดีไหม เผื่อผู้โดยสารจะได้ประทับใจในตัวโชเฟอร์คนนี้ขึ้นมาบ้าง”

เป็นคำตอบที่ทำให้อมาวสียิ่งเกร็ง ระวังตัวบอกว่าถ้าจะให้ปลอดภัยจริงๆ ตนขอลงตรงนี้ดีกว่า ภากรเลยเลี้ยวรถลงไหล่ทางทันที แล้วหันจ้องหน้าอมาวสีพูดเสียงเข้มหาว่าเธอก้าวร้าว อมาวสีถามว่าตนก้าวร้าวตรงไหน

ภากรหาว่าท่าทีที่รังเกียจมันชัดเจนอยู่แล้ว “ทีกับไอ้สารเลวภาคย์นั่น อ้อไม่เห็นเคยเป็นอย่างนี้เลย” อมาวสีเสียงเข้มถามว่าเขาใช้คำว่าสารเลวกับพี่ชายตัวเองเลยหรือ “ใครบอกว่ามันเป็นพี่ฉัน ฉันไม่เคยนับมันเป็นพี่ มันคือศัตรู คนที่หวังจะช่วงชิงทุกอย่างในบ้านพิชิตพงษ์ไปเป็นของมันต่างหาก!”

“ใช่เหรอคะ อ้อว่าน่าจะตรงข้ามกันมากกว่า” ภากรตวาดถามว่าไอ้เลวมันวิเศษกว่าตนตรงไหน “พี่ภาคย์อาจจะไม่มีอะไรวิเศษ แต่พี่ภาคย์เป็นคนดีที่น่ารักน่าเคารพ”

ภากรเซ็งจนบอกไม่ถูก ออกรถอย่างแรงและย้อนกลับไปทางเดิม อมาวสีถามว่าจะไปไหน นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้าน ภากรไม่ตอบแต่เลี้ยวรถเข้าทางเปลี่ยวอย่างรวดเร็วจนฝุ่นฟุ้งกระจาย บอกว่าไปหาที่คุยกันให้รู้เรื่อง ที่ที่บรรยากาศดีๆ แล้วเขาก็เลี้ยวรถเข้าไปซุกจอดใต้โพรงไม้ลับตาข้างทางเปลี่ยว

ooooooo

อมาวสีตึงเครียด ภากรเริ่มต้นคุยอย่างนุ่มนวลขึ้น เขาบอกว่าเรารู้จักกันมานานแล้วตนอาจมีส่วนที่เลวบ้างแต่ตนก็พร้อมจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นตามเธอต้องการ แต่ตอนนี้เธอบอกได้ไหมว่ารู้สึกอย่างไรกับตน

“อ้อไม่มีความรู้สึกอะไรค่ะ”

“แต่พี่มี และมันก็มีมากขึ้น...มากขึ้นจนพี่ชักจะห้ามใจไม่อยู่” ไม่พูดเปล่าเบียดตัวเข้าหาด้วย อมาวสีถามว่าจะทำอะไร “ทำตามความปรารถนาของหัวใจไง อยากรู้ไหมว่าพี่ปรารถนาอะไร...พี่ปรารถนาในตัวอ้อ พี่อยากจะแต่งงานกับอ้อ”

ภากรรุกอย่างไม่ให้อมาวสีตั้งตัว แล้วบอกรักดึงร่างเธอเข้าไปกอดซุกไซ้อย่างหน้ามืด อมาวสีสะบัดหน้าไปมา ผลักเขาสุดแรง พูดเกือบเป็นตะโกนว่า “อ้อไม่ได้รักคุณภากรนะคะ” ภากรกำลังหน้ามืดบอกว่ารักไม่รักเอาไว้พูดกันทีหลัง แต่ขณะเขากำลังหน้ามืดนั่นเอง มีแสงไฟลำใหญ่สาดใส่หน้าจนเขาผงะหรี่ตามองว่าใครมันบังอาจ

ราช รัชภูมิ นั่นเอง เขาถือไฟฉายกระบอกใหญ่ส่องหน้าภากรจนฝ่ายนั้นต้องผละจากอมาวสี ตวาดถาม

“แกเป็นใคร มาแส่เรื่องของชาวบ้าน”

“บังเอิญชาวบ้านที่ผมเห็น กำลังทำเรื่องที่ไม่ดีงามอยู่ ผมก็เลยขอเสนอทางออกที่ถูกทำนองคลองธรรมให้ แต่ถ้าคุณทั้งสองยังอยากจะทำกิจกรรมต่อให้เสร็จ ผมก็จะปิดไฟฉายเสีย ก็เท่านั้น”

อมาวสีดันร่างภากรออกแล้ววิ่งไปยืนข้างหลังราช ราชบอกภากรว่าดูเหมือนสุภาพสตรีไม่เล่นด้วย ภากรฉุนขาดตะโกนสั่งอมาวสีให้ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ อมาวสีไม่ไป ซ้ำยังมีท่าทีหวังให้ราชปกป้องตนจากภากรด้วย

ภากรอ้างว่าอมาวสีเป็นน้องสาวตน ราชหัวเราะเยาะว่า

“อ้าว...นี่น้องสาวคุณเหรอครับ โอ้โห...คุณเป็นมนุษย์พันธุ์ไหนกันเนี่ย ถึงได้แสดงความรักกับน้องสาวแบบนี้ คุณภากร” ภากรชะงักถามว่ารู้จักชื่อตนได้ยังไง ราชบอกว่าตนฟังอยู่นานแล้วได้ยินอมาวสีเรียกชื่อเขาหลายครั้ง ตัดบทว่า

“เอาล่ะครับ คุณผู้หญิงต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าคุณจะไปกับผมหรือนั่งรถไปกับพี่ชายวิปริตของคุณ”

ภากรกระชากคอเสื้อราช สั่งอมาวสีให้ขึ้นรถ เมื่ออมาวสียืนกรานไม่ไปกับเขา ภากรโมโหชกราชทันที แต่ราชระวังตัวอยู่แล้วชกสวนไปสามสี่หมัดจนภากรหลับกลางอากาศร่วงลงไปกองอยู่ตรงนั้น

“ถ้าเชื่อผมตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้วล่ะคุณภากร” แล้วหันบอกอมาวสี “ไม่ถึงตายหรอกครับ เดี๋ยวก็ฟื้น คงหลังจากที่คุณถึงบ้านพักพอดี หรือคุณจะเปลี่ยนใจยืนเฝ้าเขาอยู่ตรงนี้ก็เชิญ” พอเขาเดินไปอมาวสีก็รีบตามไปแทนคำตอบ

ราชพาอมาวสีไปไกลจนเธอถามว่ารถเขาจอดอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าเดี๋ยวก็เห็นถ้าเดินไม่ไหวก็ยืนรอตรงนี้เดี๋ยวมารับ

ทั้งสองเดินไปด้วยกันอย่างระหองระแหง อมาวสีระแวงระวัง จนราชถามว่าไม่เชื่อใจตนหรือ หรือกลัวหนีเสือปะจระเข้

“การที่ฉันเดินตามคุณมา ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเชื่ออะไรคุณนักหนา ไม่ว่าหน้าคุณจะเหมือนหรือไม่เหมือนจระเข้ก็ตาม” ราชบ่นว่าผู้หญิงนี่เรื่องมากจริงๆ อมาวสีย้อนว่า “คุณเรื่องน้อยนักนี่”

“มันจะไม่ยุ่งยาก ไม่วุ่นวายอย่างนี้เลย ถ้าคุณยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับนายภากรเสียก็จะสิ้นเรื่อง คุณกับเขาก็ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

ระยะทางสั้นๆขณะเดินไปที่รถ ทั้งสองก็โต้เถียงเชือดเฉือนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนราชเปลี่ยนมาพูดเรื่องหัวใจว่า ใจเธอยังอยู่กับตัวหรือเปล่า หรืออยู่กับพี่ภาคย์อะไรนั่นแล้ว

“ค่ะ...พี่ภาคย์คือคนที่ดิฉันรักและคิดถึงอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะไม่เคยคิดถึงดิฉันเลยสักนิด” ราชแหย่ว่าน้ำเสียงเธอเหมือนงอน “พี่ภาคย์ไม่เห็นฉันเวลางอนหรอกค่ะ” อมาวสีตอบกวนๆและท้าทายยิ่งขึ้น จนราชตัดบทเชิญเธอขึ้นรถ
ปรากฏว่ารถของราชคือมอเตอร์ไซค์ดูคาติที่สวยงาม เขาหยิบหมวกกันน็อกให้เธอ อมาวสีถามว่าเขาขับรถคันนี้มาหรือ เขามองหน้าย้อนถามเหน็บๆ

“ทำไมล่ะ ดีออก จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการเอื้อมมือเปิดปิดประตูไง”

อมาวสีค้อนเคืองๆแต่ก็ขึ้นรถไปกับเขา อย่าง แม้จะระแวงระวังแต่ก็ดูน่าไว้ใจกว่าภากร

ooooooo

ส่งอมาวสีถึงบ้านพิชิตพงษ์แล้ว ราชเตือนเธอว่า

“ผมเชื่อว่าหมอนั่นคงยังกลับมาไม่ถึง เพราะฉะนั้น คุณควรรีบเข้าห้องนอนซะ เพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้”

อมาวสีมองหน้าเชิงถาม ราชพูดอย่างรู้จักภากรดีว่า

“เพราะนายภากรคงจะต้องแต่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นคืนนี้ขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะเหตุที่ใบหน้าของเขามีรอยช้ำจากการถูกผมชก เนื้อเรื่องคงจะโลดโผนน่าดู” แล้วเขายื่นนามบัตรให้ “นี่นามบัตรของผม ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวมาทางผม หรือผมพอจะช่วยเหลืออะไรได้ เชิญโทร.ได้ทุกเวลา”

ไม่เพียงเท่านั้น พออมาวสีจะเข้าบ้าน เขายังเอามือถือจากกระเป๋ายื่นให้

“และนี่โทรศัพท์มือถือของคุณ มันตกอยู่ที่หน้างาน ผมเก็บมาให้ รู้สึกจะมีสายเรียกเข้าประมาณยี่สิบกว่าครั้ง”

อมาวสีเดินเบาๆ เข้าไปในห้องโถงที่ปิดไฟมืด พลางพูดโทรศัพท์เบาๆ ไปด้วย เธอโทร.ไปขอโทษวัชรีที่กลับโดยไม่ได้บอก วัชรีพูดอย่างโล่งใจว่าเป็นห่วงแทบแย่โทร.หาก็ไม่มีใครรับสาย ย้ำว่า

“รู้ไหมว่าพี่วารินก็พลอยเป็นกังวลไปด้วย”

“เรามีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้เราโอเคแล้ว ถึงบ้านแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ จะเล่าละเอียดเลยจ้ะ”

ooooooo

ส่วนราชส่งอมาวสีแล้วเขาโทร.ถึงทินถามว่าใครเป็นคนสั่งให้เอารถคันนี้มาให้ตน ทินบอกว่าไม่มีใครสั่งคุยอวดๆ ว่าเป็นภูมิปัญญาของตน เลยถูกราช เตือนว่าทีหลังไม่ต้องใช้ภูมิปัญญาอีก ไม่แน่ใจให้ถามอย่าคิดเอง

“ตกลงผมผิดเหรอครับ...ก็บอสเร่ง ผมก็รีบ ผมกลัวไม่ทัน ก็เลยเปลี่ยนจากรถสี่ล้อเป็นสองล้อ คล่องตัวและทันเวลาเป๊ะ ผมทำไม่ถูกใจเหรอครับ”

ราชชี้ให้เห็นความเหมาะสมว่ารู้ไหมว่าตนแต่งตัวยังไงมันเหมาะกับการขี่มอเตอร์ไซค์คันนี้ไหม? แล้วก็จอดเสียไกลเชียว ทินโอดว่าจุดนัดหมายที่ราชนัดนั้นดูยากไม่รู้ว่าเสาไฟฟ้าต้นไหนเป็นต้นไหน

“เอาล่ะ บอกพ่อว่ากลับบ้านได้เลย ไม่ต้องรอ” ราชตัดบทแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ดูคาติคันงามพุ่งออกไป...

ooooooo

พออมาวสีเข้าห้อง ก็เอานามบัตรของ ราช รัชภูมิ เสียบบนกระจกโต๊ะแต่งตัวคู่กับรูปของเด็กชายภาคย์ที่เสียบอยู่ก่อนแล้ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ภากรส่งเสียงเข้ามาว่า “อ้อ...พี่รู้นะว่าอ้อยังไม่นอน พี่ขอโทษ” เมื่อไม่ได้ยินเสียงใดๆจากข้างใน ภากรพูดต่อ “ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะพี่หวังดีกับอ้อนะ แล้ววันนึงอ้อจะเข้าใจพี่เอง”

อมาวสีได้ยินเสียงภากรเดินไปจากหน้าห้องแล้ว เธอคิดถึงเรื่องในอดีตสมัยที่ภากรยังเป็นเด็กชาย เวลานั้น เขามายืนเรียกที่หน้าห้องให้ออกไปเอาตุ๊กตา บอกว่าอุตส่าห์เก็บไว้ให้เพราะกลัวหาย ให้เปิดประตูออกมาเอา แต่พออมาวสีเปิดประตูจะไปเอาตุ๊กตา ภากรก็ดึงมือกลับและหักคอตุ๊กตาจนขาดสะบั้น!

นาทีนั้น เด็กหญิงอ้อร้องกรี๊ด ร้องไห้แทบขาดใจ ในขณะที่ภากรหัวเราะชอบใจ เยาะเย้ยว่า “อ้อหน้าโง่...อ้อหน้าโง่”

ฝ่ายราช เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ เขาส่งอีเมลไปให้ลุงรักษ์ทันที เล่าเรื่องที่รับรู้ทั้งหมดแก่ลุงรักษ์...

“เชื่อได้ว่าอมาวสีไม่ได้รักนายภากร อย่างน้อยก็ในเวลานี้ แต่นายภากรนั่นแหละ ที่รักและปรารถนาในตัวอมาวสีเป็นอย่างมาก ดังนั้น...แผนการเดิมที่วางไว้ก็ยังคงใช้ได้ เพราะจะทำให้นายภากรรู้สึกถึงความสูญเสียเจ็บช้ำ และพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ส่วนเรื่องบ้านแก้ว คงจะมีการโอนกันไม่เกินสัปดาห์หน้า ขอบคุณลุงรักษ์มากสำหรับความกรุณาที่มีต่อผมมาโดยตลอด...ราช รัชภูมิ”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อมาวสีนั่งทานอาหารลำพังคนเดียว นมพริ้งเอาแก้วน้ำมาวางข้าง ๆ ถามว่า เมื่อคืนคงกลับดึกมากสินะ?งานสนุกไหม? ได้เต้นรำทั้งคืนสมกับที่ซ้อมไว้หรือเปล่า?

อมาวสีตอบสั้นๆ แค่ “จ้ะ...จ้ะ...” นมพริ้งถามว่า เธอกับภากรใครกลับก่อนกัน? อมาวสีย้อนถามว่าถามทำไมหรือ นมพริ้งเล่าเป็นตุเป็นตะจากที่ได้ฟังจันเม้าท์ที่ครัวว่า

“คุณอ้อ...ยังไม่เจอคุณภากรใช่ไหมคะ โอ๊ย...หน้าตาช้ำปากคอแตก ไม่รู้ไปมีเรื่องชกต่อยกับใครมา กลับมาก็ดึก นั่งดื่มเหล้าจนเช้าแล้วรีบออกจากบ้านไปเลย” อมาวสีถามว่าคุณลุงคุณป้าทราบหรือยัง “คงยังหรอก เพราะถ้าถึงหูคุณท่านเมื่อไหร่ มีหวังเอ็ดตะโรลั่น ดีไม่ดีจะเรียกเด็กในบ้านทุกคนมาสอบสวนเรียงตัวเลยด้วยซ้ำ เฮ้อ...แย่จริง นิสัยคุณภากรนี่ช่างต่างจากคุณภาคย์หน้ามือเป็นหลังมือ”

อมาวสีไม่แสดงความเห็น แต่ทักว่าวันนี้นมพริ้งแต่งตัวสวยจะไปไหนหรือ จึงรู้ว่า คุณหญิงอำภาชวนไปดูบ้านแก้วเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถูกขายไป

ในวันที่คุณหญิงไปดูบ้านแก้วนั้น ทนายชอบนัดให้กวีพบกับนักการเมืองสองสามคนที่ห้องอาหารหรู ในนั้นมีหว่องที่แนะนำตัวเองว่าเป็นตัวแทนบริษัท เอเออาร์ ออลแอเรีย รีเสิร์ช ประจำประเทศไทย เสนอขายสูตรยาจากงานวิจัยของแพทย์ชาวเกาหลีในการผลิตยารักษาโรคภูมิแพ้แบบถาวร งานวิจัยชิ้นนี้จะนำเราไปสู่สูตรการผลิตยาแก้แพ้ที่กินแล้วหายขาดเพื่อให้กวีเป็นเจ้าของยาตัวนี้แต่เพียงผู้เดียวในภาคพื้นอาเซียน

กวีมองหน้าทนายชอบเชิงปรึกษา ทนายพูดเบาๆว่า “หมอดูเคยแนะนำให้ท่านทำธุรกิจเรื่องยา จำได้ไหมครับ”

คุณหญิงยังอยู่ที่บ้านแก้ว เห็นรูปตัวเองสมัยสาวๆ กำลังวิ่งเล่นกับชายหนุ่มบุคลิกดีคนหนึ่งแม้ไม่เห็นหน้าแต่เห็นเสื้อผ้าก็รู้ว่าเป็นใคร อีกรูปเป็นเด็กชายภาคย์นั่งตักคุณย่า คุณหญิงอำภาดูรูปนั้นด้วยแววตาเศร้า

ระหว่างนั้นกวีโทร.เข้ามือถือคุณหญิง เตือนว่าวันนี้มีงานเลี้ยงท่านทูตห้าโมงเย็นอย่าลืม แต่ตนมีข่าวดีกว่าเรื่องงานเลี้ยงเดี๋ยวกลับมาจะเล่าให้ฟัง รับรองว่าถูกใจคุณหญิงแน่ๆ คุณหญิงถามว่าเรื่องอะไร กวีตอบเพียงสั้นๆว่า

“คุณก็สนใจเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพไม่ใช่เหรอ”

คุณหญิงบอกนมพริ้งว่าเดี๋ยวต้องกลับแล้ว นมพริ้งเสนอว่าวันหลังค่อยมาดูใหม่ตนมาเป็นเพื่อนคุณหญิงได้ทุกเวลา

“คงไม่แล้วล่ะ บางที...อาจจะดีกว่า ถ้าฉันจะลืมเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นที่บ้านหลังนี้ให้หมด”

ooooooo

หลังงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของวารินเมื่อคืนแล้ว สี่สาวโทร.คุยกันสี่คนจากบ้านของตัวเอง ทุกคนซักถามอมาวสีเรื่องการเดินทางกลับเมื่อคืน สั่งให้เล่าอย่างละเอียด ทั้งเรื่องผู้ชายที่มารับและทำไมถึงกลับบ้านดึก

อมาวสีบอกว่าภากรมารับ วัชรีถามว่าราชก็ขับรถมารับเธอเหมือนกันนี่ ก็พอดีอมาวสีบอกให้พอแค่นี้ก่อนเพราะมีสายเข้า

เป็นสายจากราชนั่นเอง เขาโทร.มาถามด้วยความเป็นห่วงว่า เมื่อเช้านี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า อมาวสีถามว่าเขาได้เบอร์โทร.ของตนจากไหน ราชตอบสบายๆว่ามือถือเธออยู่กับตนหลายชั่วโมงบังเอิญเห็นเข้า เธอแปลกใจที่เขาโทร.มาหา

“แหม...ผมอุตส่าห์โทร.ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าอาจจะมีปัญหาแล้วคุณไม่กล้าโทร.หาผม งั้นขออีกสักคำถามแล้วกัน ผมได้ยินคุณพูดถึงพี่ภาคย์บ่อยๆ ถามตรงๆเลยนะ เขาอยู่ที่ไหนเหรอ” ราชหยั่งเชิง

“เขาออกจากบ้านไปสิบห้าปีแล้ว แล้วไม่เคยกลับมาอีกเลย”

“แสดงว่าเขาคงช้ำใจกับอะไรบางอย่างที่บ้าน และผมเชื่อว่า ถ้าเป็นแบบนี้เขาคงไม่กลับมาอีกแล้ว หรือถ้าจะกลับก็คงเปลี่ยนแปลงเป็นคนละคนไปเลย แค่นี้นะครับ เออ...มีผู้ชายคนนึงกำลังไปหาคุณนะครับ คุณรอรับของฝากจากเขาด้วยก็แล้วกัน...สวัสดี”

อึดใจเดียว จันก็มาบอกว่ามีคนมาหาชื่อวาริน เขาฝากของไว้ให้และกลับไปแล้ว จันยื่นซองจดหมายให้ อมาวสีเปิดดูเป็นรูปโปสต์การ์ดนักเต้นสวยงามมาก มีข้อความเขียนไว้ว่า

“ขอบคุณที่มาร่วมงานเลี้ยงของผม หวังว่าคงมีโอกาสเต้นรำด้วยกันอีกนะครับ...วาริน”

เมื่อราชกับวารินไปนั่งในร้านอาหารสวยเก๋ ราชบ่นวารินว่าแทนที่จะให้เองกลับฝากไว้ วารินบอกว่าขอจีบอย่างใจเย็นและมั่นคงดีกว่า เพราะวัชรีก็เชียร์เต็มที่อยู่แล้ว ส่วนวารินก็ลุ้นราชว่า

“ถ้านายไม่คิดจริงจังกับคุณชิดชไมละก็...ฝากดูๆ น้องสาวเราสักคนแล้วกันนะ”

ooooooo

ภากรหลบหน้าพ่อแม่กลัวเห็นรอยฟกช้ำที่หน้า นัดสีไพรไปพบกันที่สวนสาธารณะ ระหว่างนั้นมีโทร.เข้ามือถือ เขาไม่รับสาย สีไพรพูดให้สบายใจว่า เรื่องเงินแปดล้านพ่อไม่ได้จริงจัง พ่อแค่อยากให้ตนมีความสุขเท่านั้น

ภากรหงุดหงิด บอกสีไพรให้หยุดพูดได้แล้ว ตนอยากพักผ่อน มีโทร.เข้ามือถืออีก สีไพรจึงเดินห่างออกไปรับสาย ระหว่างนั้นภากรเห็นสายบัวนั่งอยู่อีกฝั่งของบึง เขามองสายบัวที่ยิ้มหวานยั่วยวนอย่างสนใจ

สีไพรกลับมาบอกว่า ลูกค้าประกันของเขาประสบอุบัติเหตุรถชนที่ราชบุรีต้องการให้เขาไปดูแลด่วน ภากรหลอกให้สีไพรไปซื้ออะไรเย็นๆให้เพราะตนต้องขับรถไกล พอสีไพรไปเขาก็หันมองสายบัวอย่างสนใจอีกครั้ง

วันนี้ชิดชไมมาหาราชเพื่อให้ช่วยตีราคาการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ห้าสิบกว่าชิ้นเพื่อตนจะได้นำเสนอราคาในที่ประชุมอาทิตย์หน้า ราชถามหยอกว่าเธอจะคิดค่าคอมมิชชั่นกี่เปอร์เซ็นต์ดี

“ขอเป็นดินเนอร์หรูๆ สองมื้อกับรีสอร์ตริมทะเลสักคืนได้ไหม” ชิดชไมส่งสายตายิ้มหวาน

“โอเค งั้นคืนนี้ออเดิร์ฟแบบเบาๆ ที่นี่ก่อนแล้วกัน”

จังหวะนั้นโทรศัพท์ราชดังขึ้น เป็นสายจากพวกก่อกวนที่โทร.มากวนประสาทแต่เช้าหลายครั้งแล้ว และเขาก็ด่ากลับไปทุกครั้ง ชิดชไมถามว่าเป็นพวกโรคจิตหรือเปล่า ราชไม่สนใจ ชวนเธอเข้าครัวกันดีกว่า

ที่แท้เป็นฝีมือของจอนที่กำลังจะเปิดบ่อน จอนให้สมุนทั้งสามปลอมตัวเป็นนักเล่นมือหนัก โดยให้ไอ้เผือกปลอมเป็นพ่อเลี้ยงทวีชัย พ่อค้าไม้เถื่อนจากภาคเหนือ ไอ้เหิมปลอมเป็นเถ้าแก่จั๊วะเจ้าของร้านทองจากจันทบุรี และไอ้อ้อนปลอมเป็นคุณหนูบอยลูกนักเลงใหญ่จากระนอง

ส่วนตัวเอง จอนบอกว่าเป็นมิสเตอร์จอน เจ้าของบ่อน สั่งสมุนให้ไปหานักเลงปลายแถวอีกสักห้าหกคนมาคอยคุมบ่อน เรียกมาเฉพาะเวลาที่มีเหยื่อ ส่วนสายบัวมีหน้าที่หาเหยื่อให้ชื่อว่าจูดี้เป็นน้องสาวตน ตอนนี้เธอหาได้รายหนึ่งแล้วเป็นลูกนักการเมืองชื่อภากร พ่อรวย ตนกำชับสายบัวแล้วว่าต้องจีบให้ติด

กวีเรียกภากรกลับไปด่าที่บ้านเพราะบริษัทประกันภัยโทร.มาบอกว่าเขาเบี้ยวงานและเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่โทร.มาขอความช่วยเหลือแต่ภากรไม่รับสาย ฝากข้อความไว้ก็ไม่ตามเรื่อง ระหว่างนั้นกวีถามว่าใส่แว่นดำทำไมปิดบังอะไรอยู่ สั่งให้ถอดแว่นดำออก พอภากรถอดแว่นคุณหญิงอำภาเห็นรอยช้ำที่ขอบตาถามว่าไปโดนอะไรหรือว่าไปมีเรื่องกับใครมา

“นักเลงปากไม่ดีมันพูดไม่เข้าหู” ภากรปั้นเรื่องว่า ที่งานเลี้ยงของเพื่อนอมาวสี ตนขับรถไปรับแต่เจอกลุ่มวัยรุ่นพูดถึงอมาวสีไม่ดี “มันว่าหน้าตาอย่างนี้น่าหลอกไปฟันจริงๆ และคงหลอกได้ไม่ยาก มันบอกอยากฟันหลานรัฐมนตรีฟรีๆสักครั้ง”

ภากรปั้นเรื่องโกหกคำโตแล้วเสนอว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าอมาวสีจะไปไหนเพื่อความปลอดภัยตนขอเป็นคนรับส่งเอง กวีฟังแล้วอนุญาตทันที อมาวสีนั่งฟังอยู่ด้วยแต่ไม่กล้าโต้แย้ง แต่พอลับหลังกวีและคุณหญิง ภากรก็ขอโทษเธอเรื่องเมื่อคืนและที่ตนจำเป็นต้องโกหกพ่อไปอย่างนั้น ขอบคุณที่เธอไม่โต้แย้ง ไม่อย่างนั้นมีหวังตนถูกพ่อเล่นงานตายแน่

ภากรถามว่ารู้ไหมคนที่เล่นงานตนเมื่อคืนเป็นใคร พอรู้ว่าชื่อราช รัชภูมิ คนที่ซื้อบ้านแก้ว ก็หัวเราะเยาะว่า

“ไอ้เศรษฐีบ้านนอกหน้าโง่คนนี้นี่เอง ฮ่ะๆๆ” อมาวสีตกใจถามว่าจะทำอะไรเขาหรือ “ลูกผู้ชายก็ต้องมีการเอาคืนกันบ้างเป็นธรรมดา”

พอดีนมพริ้งกลับมา ภากรสั่งนมพริ้งให้ยกเลิกมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มารับอมาวสีประจำ ต่อไปนี้ตนจะรับส่งเธอเอง

พอภากรไป นมพริ้งบอกอมาวสีว่าวันนี้ไปบ้านแก้วกับคุณหญิงมา ทุกอย่างที่นั่นยังเหมือนเดิมต่างกันตรงความทรุดโทรม แต่รูปวาดนายแม่ยังสวยงามไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย อมาวสีนึกถึงรูปนั้น บอกว่า “เป็นรูปวาดที่พี่ภาคย์ชอบที่สุด”

ooooooo

กวีกล่อมคุณหญิงเรื่องการผลิตและจำหน่ายยาแก้แพ้ เอาผลประโยชน์ที่จะได้มาหว่านล้อม คุณหญิงกังวลเรื่องการลงทุนมหาศาล กวีบอกว่าไม่ต้องห่วง เราเรียกหุ้นได้ แต่เราต้องถือหุ้นใหญ่

นอกจากคุณหญิงแล้ว กวียังให้ภากรเป็น MD บริษัทออกหน้าแทนตนด้วย โดยทนายชอบรับรองว่าไม่มีอะไรผิดกฎหมาย กวีเอาใจภากรด้วยการยอมจ่ายแปดล้านเพื่อตัดปัญหาสีไพรไม่ให้มาวุ่นวายภายหลัง ภากรบอกว่าเรื่องนั้นตนจัดการแล้ว ส่วนเรื่องคลิปที่กวีเป็นห่วงภากรบอกว่าอยู่ที่ตนแล้วเช่นกัน

แต่คืนต่อมา เมื่อเขาไปหาสีไพรที่บ้าน ภากรแอบเอาเมมโมรี่การ์ดไปเปิดดู ที่หน้าจอโชว์ว่า “ไม่มีข้อมูล” เขาบังคับสีไพรให้พาไปหานายสุดที่ตลาดทันที หาว่านายสุดก๊อบปี้ภาพไว้รอจังหวะเรียกเงินมากกว่านี้ใช่ไหม

นายสุดบอกความจริงว่าไม่มีการจ้างใครมาถ่ายคลิปและตนก็ไม่มีคลิปนั้น ถามว่า พ่อที่ไหนจะถ่ายรูปลูกสาวนอนกับผู้ชายมาแบล็คเมล์ การที่เขาไม่หลอกไม่ทิ้งสีไพรก็ถือเป็นบุญเป็นกรรมของสีไพรเอง แล้วเดินหนีไปเลย

ooooooo

อมาวสีได้ยินภากรประกาศจะเอาคืนราชก็เป็นห่วงพิมพ์ข้อความจะส่งไปเตือนเขา แต่พอได้รับโทรศัพท์จากวัชรีโทร.มาถามว่าได้รับการ์ดของวารินหรือยัง อมาวสีชมว่าการ์ดสวยดี วัชรีบอกว่าราชเป็นคนเลือกให้ เธอก็ไปลบข้อความที่เตรียมจะส่งให้ราชทิ้งทันที

คืนนี้ภากรแอบไปที่บ้านแก้ว ปรากฏว่าประตูรั้วถูกใส่กุญแจดอกโตไว้แล้ว เขาลัดเลาะจนข้ามรั้วเข้าไปได้ เดินสำรวจรอบบ้านแล้วตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

รุ่งขึ้น เทินไปเคาะประตูห้องราช พบชิดชไมในชุดนอนอยู่ในห้อง เทินยิ้มเป็นนัยแล้วจึงเตือนราชเรื่องพรุ่งนี้ต้องไปทำโอนบ้านแก้ว ราชมอบอำนาจให้เทินทำแทนโดยให้โอนลอยไว้แล้วค่อยโอนกลับมาให้ตนภายหลัง เพราะไม่อยากไปเจอคนซื้อ ส่วนตัวเขาจะไปเดินห้างกับชิดชไมเพื่อดูเฟอร์นิเจอร์กับเธอ

เป็นความบังเอิญที่ทิพย์สุดากับนพและนิลรัตน์ไปทานอาหารในห้าง ทิพย์สุดาเห็นราชก็สะดุดตา บอกให้นิลรัตน์ไปถ่ายรูปราชให้ พอรู้ว่านิลรัตน์รู้จักราช ทิพย์สุดาวานหลานสาวให้สืบประวัติราชให้ เพราะหน้าตาเขาเหมือนท่านชายคฑาเทพท่านอาของตนมาก

“แต่ถ้าคุณป้าเห็นก่อนหน้านี้สักวันเดียว คุณป้าต้องพูดอีกอย่างหนึ่งแน่ เพราะเขาไว้หนวดเครารกรุงรัง ไม่หล่อสะอาดสะอ้านแบบนี้หรอก” นิลรัตน์เล่าขำๆ นพมองราชกับชิดชไมชมว่าเหมาะสมกันดี นิลรัตน์ติงว่า “ยายวัชรีได้ยินเข้ามีหวังกรี๊ดสลบแน่”

นิลรัตน์โทร.บอกวัชรีว่าเธอมีคู่แข่งแล้วคือชิดชไม วัชรีไม่กังวลเพราะสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน เมื่อนิลรัตน์

บอกว่าอยากคุยกับวารินเรื่องราช วัชรีเลยให้นัดเพื่อนๆ มากันให้ครบเซตเลย นิลรัตน์รับปากแต่ติงว่าอมาวสีไม่ชอบหน้านายยักษ์นะ

ooooooo

รุ่งขึ้น ราชก็ได้รับข่าวจากเทินว่ากระจกหน้าต่างบ้านแก้วถูกยิงถูกทุบแตกทุกบาน เขาเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นฝีมือภากร แต่ก็ให้เทินไปทำโอนเสียให้เรียบร้อย

กวีบ่นเสียดายที่ราชไม่มาโอนเองเลยไม่ได้เห็นหน้าค่าตากัน คุณหญิงอำภาถามทนายชอบอย่างสนใจว่าเขาเองก็ไม่รู้จักราชหรือว่าเป็นใครมาจากไหน

นิลรัตน์ วัชรี พึงใจและอมาวสี ถามเรื่องราชจากวาริน เขาเล่าให้น้องๆฟังว่า

“ราช รัชภูมิ เป็นคนดีมีน้ำใจ ขยันขันแข็ง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เคยคิดร้ายกับใคร พื้นเพเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้แน่ชัดรู้กันแต่เพียงว่า พ่อแม่ตายหมด เขาได้รับความอุปการะจากลุงรักษ์ นักธุรกิจท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต...ลุงรักษ์ไม่มีลูก ด้วยความเอ็นดูในตัวราช เขาก็เลยส่งราชไปเรียนเรื่องเครื่องจักรที่เยอรมันจนได้เจอกับพี่ที่นั่น”

บรรดาสาวๆถามว่าราชมีครอบครัวหรือยังซุกไว้ที่ไหนหรือเปล่า หรืออาจเป็นเกย์ก็ได้ วารินบอกว่าราชไม่เคยรักใคร ผู้หญิงที่สนิทด้วยที่สุดคือชิดชไม แล้วถามบ้างว่า พวกเธออยากรู้เรื่องราชไปทำไม

“ป้าของนิลรัตน์อยากรู้ค่ะเพราะว่าหน้าตาของนายยักษ์นั่นเหมือนท่านอาของคุณป้ามาก” วัชรีชี้แจง

เมื่อนิลรัตน์นำเรื่องและรูปของราชทั้งที่ไว้หนวดเคราอยู่และที่โกนทิ้งแล้วไปให้ทิพย์สุดาดู เธอยิ่งรู้สึกเหมือนท่านอามาก บ่นเสียดายที่ไม่มีรูปมาเทียบ ตัวท่านเองอกหักหนีไปอยู่อเมริกาสามสิบกว่าปีและเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสองปีก่อน เลยยังไม่อาจได้ข้อสรุปอะไร

อมาวสีเล่าเรื่องราชที่ได้ฟังมาให้นมพริ้งฟัง บอกนมพริ้งว่า ไม่มีทางที่ราชจะเป็นภาคย์ นมพริ้งติงว่า

“แต่ไอ้ที่ว่าพ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็กนี่มันยังไงๆ อยู่นะคะ อาจจะเป็นการสร้างเรื่องเพื่อปกปิดความจริงก็ได้นะคะคุณอ้อ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.