ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่สนามซ้อมขี่ม้า วัชรีกับอมาวสีขี่ม้าทะยานข้ามเครื่องกีดขวางกันอย่างสวยงาม ที่ถนนข้างสนามซ้อม ราชขับรถคู่กันมาจนสุดทางทั้งสองฝ่ายจึงลงมาทักทายกัน

วัชรีถามราชว่ามาทำอะไรที่นี่หรือ เขาบอกว่า

มาคุยงานเพราะตนทำเกี่ยวกับเรื่องขนส่งเคลื่อนย้ายม้าแข่ง เพราะบริษัทตนรับเคลื่อนย้ายพัสดุทุกประเภท ราชอาสาจะไปส่งทั้งสอง ให้วัชรีโทร.บอกคุณพ่อได้เลยว่า ราช รัชภูมิ อาสาไปส่งเพราะท่านรู้จักตนดี วัชรีจึงชวนเขาไปงานเลี้ยงต้อนรับวารินกลับจากญี่ปุ่น

พอรู้ว่าจะจัดงานแบบแฟนซีย้อนยุคมีเต้นรำแบบบอลรูมด้วย ราชออกตัวว่าตนเต้นรำไม่เก่งเสียด้วย วัชรียุให้อมาวสีช่วยฝึกให้เพราะเธอเต้นเก่ง หรือจะฝึกซ้อมกับตนก่อนก็ได้ ราชบอกว่าตนขอไปฝึกมาเองก่อนก็แล้วกัน

ทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนานถูกคอ จนอมาวสีที่นั่งอยู่เบาะหลังรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน

ส่งวัชรีแล้วอมาวสีขอลงตรงนั้นและกลับเอง เพราะไม่อยากรบกวนราช วัชรีลุ้นให้ราชไปส่ง ราชเองก็กระตือรือร้นว่าเป็นทางผ่านของตนอยู่แล้วไม่ลำบากอะไรเลย

อมาวสีถามว่ารู้จักบ้านตนด้วยหรือ ราชไม่เพียงรู้จักบ้านหากยังรู้จักสมาชิกในบ้านด้วย โดยเฉพาะท่านกวีอดีตรัฐมนตรีช่วย

เมื่ออมาวสีขึ้นนั่งคู่กันไปในรถ เธอยังคงนั่งเงียบเหมือนเมื่อครู่จนราชพูดออกตัวว่ารถตนนั่งไม่ค่อยสบายเพราะเห็นเธอไม่พูดอะไรเลย อมาวสีย้อนถามว่าแล้วจะให้ส่งเสียงอะไรหรือ ราชถามว่าใครสอนเธอเต้นรำ เดาว่า คุณภากร พิชิตพงษ์ ใช่ไหม หรือคุณลุงกวี เพราะทั้งสองคนชอบเต้นรำเหมือนกัน แต่คงไม่ใช่คุณหญิงอำภาเพราะเธอไม่ชอบออกงานสังคม

อมาวสีแปลกใจที่เขารู้เรื่องของคนในบ้านพิชิตพงษ์ดี ถามว่าเขาจะซื้อบ้านต้องสืบประวัติคนขายละเอียดขนาดนี้เลยหรือ ซ้ำยังให้ราคาสูงมากด้วย ถามว่าเขาอยากได้บ้านแก้วไปทำอะไร ราชให้เดา เธอเดาว่า หนึ่งซื้อไปตบแต่งใหม่เพื่อขายต่อแต่ข้อนี้เขาต้องขาดทุน

ไม่เป็นท่าแน่ สองเขาอาจมีธุรกิจผิดกฎหมายซื้อเพื่อฟอกเงิน ราชถามว่าแบบอื่นมีอีกไหม

หรือไม่งั้น คุณก็อาจจะเป็น...” ราชถามว่าเป็นอะไร เธอจึงบอกว่า “เป็นใครสักคนที่มีความผูกพันกับบ้านแก้ว

คุณเพ้อเจ้อได้เพลิดเพลินมาก ขอชมจากใจจริง...” แล้วราชจึงชี้แจงเหตุผลที่ซื้อบ้านแก้วว่าเพราะตนเป็นพวกนิยมของเก่า อย่างบ้านแก้ว แค่ค่าเช่าสำหรับถ่ายหนัง ถ่ายละครถ่ายโฆษณาก็คุ้มแล้ว

รถมาถึงหน้าบ้านพิชิตพงษ์พอดี อมาวสีขอบคุณที่มาส่งและขออนุญาตแนะนำว่า “เวลาคุณเจอผู้หญิงคนไหนเป็นครั้งแรก คุณควรแนะนำตัวกับเธอตรงๆอย่างจริงใจว่าคุณเป็นใคร ดีกว่าโผล่แว่บไปแว่บมา ทำท่าลึกลับให้ชวนสงสัย เพราะคงจะมีแต่วัชรีคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะที่ชอบผู้ชายแบบนี้” พูดแล้วจะเปิดประตูลงจากรถ ปรากฏว่าประตูล็อกอยู่

ราชเอื้อมมือไปปลดปุ่มล็อกจับค้างอยู่อย่างนั้นดูเผินๆเหมือนเขากำลังโอบกอดเธออมาวสีถามว่าปุ่มล็อกของเขาต้องจับค้างไว้นานๆอย่างนี้หรือใครเห็นอาจคิดว่าเขากำลังกอดตนอยู่ราชถามว่าแล้วเธอคิดอย่างไร

ดิฉันคิดว่าคุณควรจะปล่อยมือได้แล้วค่ะ

คุณควรจะขอบคุณผมอย่างจริงใจมากกว่านี้เพราะไม่งั้นคุณจะไม่สามารถก้าวออกจากรถคันนี้ได้เลย

ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่ชอบไว้หนวดไว้เครามักจะหยาบกระด้างอย่างนี้นี่เอง...” พอก้าวลงจากรถเธอเอ่ยขอบคุณอีกครั้งที่กรุณามาส่งและสวัสดีค่ะราชมองตามอมาวสีไปสีหน้าเขานิ่งจนไม่อาจเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่...

ooooooo

ราชกับเทินไปดูบ้านแก้วก่อนซื้อเทินพบว่าเครื่องเงินเครื่องแก้วเจียระไนในตู้หายไปหมดถามลุงกอบผู้ดูแลบ้านก็ไม่รู้เทินชักฉุนราชบอกเทินว่าเท่าที่เห็นนี่ก็โอเคแล้วให้ลุงกอบติดต่อเจ้าของบ้านเลย

พอทนายชอบบอกกวีว่าคนซื้อเจ้าแรกถอนตัวเพราะสู้ราคานายราชไม่ไหวกวีถามว่าถ้าตกลงวันนี้เราน่าจะได้เงินจ่ายทันค่าหุ้นใช่ไหมหยุดคิดนิดหนึ่งสั่งทนายชอบว่า

โทร.ไปบอกเขาว่าฉันขอสี่สิบล้านถ้าตกลงก็โอนได้เลย

ราชตกลงตามนั้นกวีพอใจมากบอกคุณหญิงว่าราคาแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วบ้านปลวกกินทั้งหลังอย่างนี้ขายได้สี่สิบล้านแล้วพูดอย่างดูแคลนคนซื้อว่า

ไอ้หมอนี่มันต้องเป็นเศรษฐีใหม่ใช้เงินไม่เป็นหรือไม่ก็โง่สุดๆแหม...ถ้าผมยอมขายตั้งแต่ยี่สิบห้าล้านละก็เสียดายแย่แล้วรวบรัดตัดบทว่าถ้าคุณหญิงไม่พูดอะไรตนถือว่าตกลงจะได้ให้ทนายชอบทำสัญญาซื้อขายเลยคุณหญิงบอกว่าตนยกสิทธิ์ให้เขาแล้วแต่ขอว่า...

ถ้ามีเงินเหลือจากที่คุณต้องเอาไปลงทุนคุณช่วยเปิดบัญชีเป็นชื่อภาคย์ไว้ได้ไหมคะกวีรับปากทันทีว่าถ้าภาคย์กลับมาเมื่อไรจะคืนเงินให้ทั้งหมดเลยก็ได้คุณหญิงขอเข้าไปดูบ้านอีกครั้งก่อนขายกวีไม่มีปัญหาเขาเดินออกไปพลางโทร.สั่ง

คุณชอบ...เป็นอันว่าตกลงตามนั้นทุกอย่าง

กวีออกไปแล้วคุณหญิงยังนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้อง....คิดถึงเหตุการณ์เมื่อสิบห้าปีก่อนที่ภาคย์ซุกตัวร้องไห้อยู่มุมห้องพอคุณหญิงเข้ามาภาคย์ถามสะอึกสะอื้นว่าเมื่อไรคุณแม่จะบอกสักทีว่าตนเป็นลูกใครเป็นเด็กที่คุณพ่อคุณแม่เก็บมาเลี้ยงใช่ไหมเวลานั้นคุณหญิงดุว่าอย่ามาซักถามอะไรเลอะเทอะพูดอย่างรำคาญใจว่า

แกอยากจะคิดว่าแกเป็นลูกใครก็ตามใจแกเถอะ!” เมื่อภาคย์จะถามอีกก็เอ็ดบอกว่าอย่าเซ้าซี้ไงล่ะ

เมื่อคุณหญิงออกไปแล้วภาคย์ได้แต่ซุกตัวร้องไห้ตามลำพัง...

ooooooo

วันนี้ภากรไปขายประกันชีวิตให้ชัยที่บ้านชัยฟังแล้วขอเอกสารไว้อ่านเพราะมีเพื่อนมาเสนอเงื่อนไขดีกว่านี้เยอะระหว่างนั้นชิดชไมเดินลงจากข้างบนภากรหันไปจี๋จ๋าทันทีถามว่าจะไปไหนหรือ

พอชิดชไมบอกว่าจะออกไปทำงานก็เสนอตัวจะขับรถบริการให้เพราะเธอเพิ่งกลับเมืองไทยคงไม่คุ้นเส้นทาง

ไม่เป็นไรค่ะดิฉันนัดพระเอกของดิฉันมารับแล้วค่ะชิดชไมตอบอย่างไม่ไว้หน้าภากรยังอ่อยว่าถ้าพระเอกของเธอกลายร่างเป็นผู้ร้ายเมื่อไรละก้อ... “ดิฉันจะรีบทำประกันสุขภาพจิตกับคุณภากรทันทีค่ะ

ชิดชไมเดินไปส่งภากรที่รถพอดีราชมาถึงเขาจอดรถรออยู่ข้างนอกพอเธอเดินไปหาราชจึงรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นพี่เขยเธอชื่อภากรพิชิตพงษ์ราชถามหยั่งว่านายภากรอยากเปลี่ยนสถานะพี่เขยเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าเธอถามว่าเพราะหน้าตนเหมือนชาลินีงั้นหรือราชบอกว่าดูจะเป็นแรงจูงใจที่ดี

ถ้าแคลร์เหมือนพี่ชาลินีจริงเขาก็ยิ่งหมดสิทธิ์เพราะพี่ชาลินีสารภาพก่อนตายว่าเธอรักผู้ชายอีกคนนึงมากกว่าราชทำเสียงตกใจว่ายังมีผู้ชายอีกคนหรือค่ะคุณป้าเล่าให้ฟังเขามีชื่อว่า...” ราชพูดแทรกล้อๆว่าราชรัชภูมิชิดชไมค้อนบอกประชดว่าภาคย์พิชิตพงษ์ค่า...”

ชัยเดินมาเจอราชทักทายกันแล้วชัยปรารภว่าอยากขนย้ายเฟอร์นิเจอร์จากมิลานกลับมาใช้ที่นี่ราชอาสาทันทีเพราะเป็นอาชีพตนอยู่แล้วชิดชไมขัดขึ้นว่าแต่วันนี้ต้องไปกับตนก่อนตนอยากไปซุ่มดูเด็กวัยรุ่นสาวๆสักหน่อยแล้วหันสัพยอกราชว่าน่าจะถูกใจราชใช่ไหมคะราชแค่ยิ้มๆแต่ไม่กระสัน

ooooooo

คุณหญิงไปนั่งที่ระเบียงบ้านนมพริ้งคุยกันประสาคนเก่าแก่ที่อยู่ด้วยกันนานถามนมพริ้งว่ารู้แล้วใช่ไหมว่ามีคนมาซื้อบ้านแก้วไปแล้วคุณหญิงรำพึงว่าห้าปีแล้วที่ตนไม่ได้ไปที่บ้านแก้วเลย

แล้วถ้าคุณภาคย์กลับมาล่ะคะคุณหญิงนมพริ้งถามคุณหญิงย้อนถามว่าคิดว่าภาคย์ยังจะกลับมาอีกหรือกลับสิคะคุณภาคย์ต้องกลับมาสักวันนึง

อาจเป็นวันที่ไม่มีวันจะมาถึง...อาจเป็นเพียงฝันลมๆแล้งๆของเราสุดท้ายแล้วอาจจะไม่มีใครต้องการบ้านแก้วหลังนี้เลยนอกจากฉันกับพริ้งเท่านั้น

ยังมีนายราชอีกคนไงคะไม่งั้นเขาคงไม่ทุ่มเงินมากขนาดนี้พูดแล้วนมพริ้งตั้งข้อสังเกตว่าคุณหญิงคะคุณหญิงไม่สงสัยบ้างเหรอคะว่าทำไมนายราชคนนี้ถึงอยากได้บ้านแก้วนักหนา?” คำถามนี้ทำให้คุณหญิงอำภาฉุกคิดขึ้นมานิดหนึ่ง...

ส่วนที่สำนักงานของกวีภากรยิ้มเยาะว่าราชที่ทุ่มเงินซื้อบ้านแก้วถึง 40 ล้านบาทนั่นโง่...แถวบ้านเราเรียกว่าโง่...เศรษฐีใหม่หน้าโง่ทนายชอบเสริมว่าหรือไม่ก็ฟอกเงินหรือธุรกิจลับๆล่อๆอะไรสักอย่าง

มันเป็นอาชีพสงวนของนักการเมืองภากรเอ่ยถูกกวีติงว่าพ่อก็เป็นนักการเมืองนะยกเว้นท่านกวีไว้คนนึงส..​สอบตกเราไม่นับ

เอาเถอะไม่ว่ามันจะซื้อบ้านแก้วไปทำอะไรก็ช่างเราขายได้เงินมาแล้วก็จบกวีตัดบทแล้วสั่งทนายชอบให้รีบดำเนินการให้เรียบร้อย

พอทนายชอบออกไปภากรก็เข้าไปเว้าวอนกวีว่าขายบ้านได้ราคาดีอย่างนี้ตนขอยืมสักแปดล้านได้ไหมกวีถามว่าเอาไปทำอะไรภากรบอกว่าเอาไปใช้หนี้แต่พอกวีบอกให้ไปเอาหลักฐานการเป็นหนี้มาภากรก็บอกว่าคืนนี้ตนไม่กลับ

เลี้ยงลูกค้าประกันอีกเหรอกวีดักคอเตือนเขาว่านายภากรแกมีพ่อเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีและเลือกตั้งคราวหน้าฉันก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกเพราะฉะนั้นทำอะไรนึกถึงหน้าพ่อบ้างนะ

ภากรแค่ฟังแล้วเดินออกไปทนายชอบเดินมากระซิบบอกกวีว่าดูเหมือนภากรจะถูกแบล็กเมล์กวีถึงกับสะดุ้งเฮือก!

ooooooo

คืนนี้ก่อนไปทำงานนายสุดถามสีไพรว่าภากรยังมาหาอีกหรือเปล่าสีไพรส่ายหน้าถามว่าพ่อตั้งใจเรียกเงินภากร  8  ล้านจริงๆหรือค่าตัวของตนแพงขนาดนั้นเลยหรือ

สุดชี้แจงว่าเราเป็นคนตั้งราคาตัวเราเราจะตั้งเท่าไหร่ก็ได้มันเป็นสิทธิ์ของเราที่พ่อเรียกเงินไปอย่างนั้นก็เพราะไม่ต้องการให้เขาทิ้งลูกพ่อไม่อยากเห็นลูกต้องเจ็บปวดแล้วบอกสีไพรว่า

วันนี้พ่อรับงานเฝ้าตลาดพ่อกลับเช้าเลยนะ 

อยู่บ้านดีๆล่ะมีอะไรต้องบอกพ่ออย่าโกหกพ่อนะลูก

สีไพรรับคำแต่พอนายสุดไปภากรก็มาหาสีไพรกลัวพ่อรู้จะยิ่งช้ำใจภากรปลอบว่าตนไม่ทิ้งสีไพรอยู่แล้วถามว่า

แต่สีไพรก็รู้ใช่ไหมว่าเราสองคนห่างไกลกันมากฉันอาจจะให้อะไรสีไพรไม่ได้มากไปกว่านี้นะหวังว่าพ่อ

คงไม่เร่งรัดเอาเงินแปดล้านจากฉันนะสีไพรบอกว่าพ่อไม่อยากได้เงินจากเขาภากรโถมกอดสีไพรอ้อน 

แต่ฉันอยากได้สีไพรนะแล้วกอดสีไพรล้มนอนไปด้วยกัน...

ก่อนภากรจะกลับสีไพรถามว่าจะมาหาตนอีกเมื่อไรเขาบอกว่าเมื่อฉันว่างแล้วเอาเงินให้สีไพรจำนวนหนึ่งสีไพรบอกว่าตนไม่ได้ต้องการเขาอ้างว่าเธอยังไม่มีงานทำเอาไว้เผื่อใช้จ่าย

เมื่อภากรไปแล้วสีไพรมองเงินในมือไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกดีกับน้ำใจไมตรีนั้นผ่านเงินก้อนนี้หรือว่า... มันคือค่าตอบแทน... เป็นเพียงการค้าอย่างหนึ่งเท่านั้น??

ooooooo

คืนนี้ราชนัดพบกับอนุและการันต์ที่ไนต์คลับหรูแห่งหนึ่งราชขอให้การันต์ช่วยเอาบ้านแก้วไปทำลิสซิ่งให้อนุด่าราชว่าบ้าที่ยอมทุ่มเงินถึง 40 ล้านซื้อบ้านเก่าที่เจ้าของตั้งราคาเว่อร์ขนาดนั้น

เขาไม่ได้ตั้งฉันจ่ายให้เขาเองการันต์ถึงกับสบถ...เวรก็มันเป็นความพอใจของฉันฉันอยากเป็นเจ้าของทรัพย์สินของอดีตรัฐมนตรีกวีทั้งหมดอนุถาม

ว่าเกลียดอะไรเขานักหนาราชพูดลอยๆว่ามันเป็นปณิธานว่ะ

อนุราชว่าบ้าใหญ่แล้วอีกหน่อยถ้าเขาขายลูกขายเมียราชมิต้องตระเวนรับซื้อไว้หมดหรือราชบอกว่าลูกชายกับเมียไม่เอาแต่ถ้าหลานสาว...ไม่แน่การันต์ถามว่าเคยเจอหลานสาวเขาแล้วหรือราชบอกว่าเขาสองคนก็เคยเจอแล้วเธอชื่ออมาวสี

 “แล้วแกจะเอาคุณแคลร์ชิดชไมไปไว้ตรงไหนอนุถาม

 “ไม่เป็นปัญหาฉันเป็นเจ้าของบริษัทมูฟวิ่งเชี่ยวชาญเรื่องการเคลื่อนย้ายของทุกชนิดราชพูดหน้าตาย

ooooooo

นมพริ้งปรารภกับอมาวสีอย่างติดใจสงสัยว่าอยากรู้จริงๆว่าราชรัชภูมิหน้าตาเป็นอย่างไรทำไมจึงต้องการบ้านแก้วจนยอมทุ่มถึง 40 ล้าน

อมาวสีหยอกนมพริ้งว่าซื้อบ้านเกี่ยวกับหน้าตาด้วยหรือนมพริ้งบอกว่าเผื่อเขาจะเป็น...”

 อมาวสีเดาใจนมพริ้งออกบอกว่าตนเคยเจอเขา

แล้วนมพริ้งตื่นเต้นถามว่าจริงหรือเธอนึกสนุกเลยให้นมพริ้งทายส่วนสูงสีผิวหน้าตาดุหรืออ่อนโยนหนุ่มหรือแก่ปรากฏว่านมพริ้งทายผิดหมดอมาวสีเฉลยแล้วบอกนมพริ้งว่า

ทีนี้ป้าลองเอาบุคลิกทั้งหมดนี้ผสมกันดูสิจ๊ะ 

ว่าเขาจะเป็นพี่ภาคย์ได้ไหม...ที่สำคัญที่สุดก็คือแววตาแววตาของหมอนี่ต่างกับพี่ภาคย์โดยสิ้นเชิง

นมพริ้งจำเหตุการณ์เมื่อสิบห้าปีก่อนได้ฝังใจว่าภาคย์ใช้มือซ้ายของเขาจับมือนมพริ้งขึ้นพูดเสียงสั่นเครือว่าถ้าตนไม่อยู่นมพริ้งต้องเก็บรักษาบ้านแก้วไว้ให้ตนด้วยนมพริ้งถามว่าเขาจะไปไหน

รับปากฉันสินม...แล้ววันนึงฉันจะกลับมาเอาบ้านแก้วของฉันคืนไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน...รับปากฉัน

นะนม...” นึกได้แล้วนมพริ้งบอกว่าคุณภาคย์ถนัดซ้าย

ooooooo

คุยกับนมพริ้งเสร็จขณะมาดีในชุดนอนเดินกลับเจอภากรเพิ่งกลับมาในสภาพเมาเขาเรียกแล้วเดินมาหาท่าทางกรุ้มกริ่มพูดจามีเลศนัยแต่อมาวสีไม่ตกใจถือสาเพราะเห็นจนเคยชินแล้ว

ทักทายกันไม่กี่คำอมาวสีจะเดินเลี่ยงไปภากรเดินมาขวางไว้ถามว่าไปไหนมาจับมือเธอบอกให้คุยกันก่อนพอถูกเธอเตือนว่าท่าทางเขาดูไม่ปกติภากรพูด

ประชดว่าตนไม่มีอะไรดีเลยใช่ไหมสู้ไอ้ภาคย์ไม่ได้เลยใช่ไหมเมื่ออมาวสีไม่อยากเสวนาด้วยภากรกุมมือเธอพูดอย่างหมายมาดว่า

สักวันนึงอ้อจะต้องเป็นฝ่ายเดินมาหาพี่ไม่ใช่เดินหนีพี่อย่างนี้

หวังว่าวันนั้นคงไม่ต้องถึงดึกดื่นอย่างนี้นะคะอมาวสีเหน็บแล้วเดินผละไปภากรทำได้แค่มองหื่นๆเคืองๆ

เมื่ออมาวสีกลับถึงห้องเธอนอนไม่หลับลุกขึ้นมาเปิดคอมพิวเตอร์สิร์ชคำว่าราชรัชภูมิปรากฏเป็นหน้าเขาและคลิปโฆษณาบริษัทของเขาเธอคลิกซูมอินเข้าไปที่ดวงตาเขามองอย่างพิจารณาคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมว่าราชรัชภูมิคือพี่ภาคย์?

คืนเดียวกันหลังจากราชวางแผนการจ่ายเงินซื้อบ้านแก้วและส่งอีเมลไปให้ลุงรักษ์ดูแล้วเขาสิร์ชเข้าที่ชื่ออมาวสีนอกจากเจอสิ่งอื่นๆมากมายเกี่ยวกับอมาวสีแล้วยังเจอภาพอมาวสีกับเพื่อนๆด้วย

พลันสมาธิก็ถูกรบกวนเมื่อมือถือเขาดังขึ้นเห็นเป็นข้อความส่งผ่านทาง What’s App ใจความว่า

ถึงเมืองไทยแล้วคร้าบ...​ถ้าว่างโทร​.หากันหน่อยโว้ยจากวาริน

วารินคุยกับราชขณะนั่งรถลีมูซีนออกจากสนามบินสุวรรณภูมิอย่างเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานต่างถามกันประสาชายหนุ่มว่าหิ้วแหม่มกลับมาด้วยหรือเปล่าวารินหัวเราะบอกว่ายังโสดสนิทเพราะตนชอบผู้หญิงไทยมากกว่าราชหยอกว่าแล้วจะหาให้สักคนเลยถูกวารินดักคอว่าได้ข่าวว่ากำลังเจ๊าะแจ๊ะอยู่กับวัชรีน้องสาวตนอยู่จริงหรือเปล่า???

ราชอ้างว่าวารินฝากให้ตนดูแลน้องสาวให้ตนก็ดูแลให้อย่างดีคุยติดลมว่าเพื่อนๆของวัชรีนั้นสวยๆทั้งนั้นเลยวารินบอกว่าวัชรีแนะนำและเชียร์สุดๆให้คนหนึ่งชื่ออมาวสีถามว่าราชเคยเจอหรือยังราชบอกว่าตนช่วยเชียร์อีกแรงก็ได้แล้ววารินก็นัดเจอกันสักครั้งแต่ตนไม่อยู่เมืองไทยห้าหกปีไปไหนไม่ถูกให้ราชมารับด้วย

โอเคเราจะเป็นหมานำทางให้เองราชตอบรับอย่างยินดี

ooooooo

เพื่อเตรียมงานต้อนรับวารินซึ่งจะมีลีลาศด้วยสี่สาวจึงพากันมาซ้อมเต้นกับครูที่บ้านนิลรัตน์สี่สาวซ้อมกันจนเหนื่อยครูจึงให้หยุดพักก่อน

ระหว่างนั้นนพพ่อของนิลรัตน์เดินมาถามว่าซ้อมกันเป็นอย่างไรบ้างพร้อมกับแนะนำให้รู้จักป้าหญิงของนิลรัตน์คือม...​หญิงทิพย์สุดานิลรัตน์จึงแนะนำเพื่อนๆแก่ป้าหญิงทีละคน...

นี่พึงใจสาวสวยหุ่นดีที่สุดในกลุ่มเราค่ะนี่วัชรีลูกสาวนายห้างวิรัตน์แห่งบริษัทสยามทรัพย์ค่ะและนี่อมาวสีหลานสาวคนสวยของรัฐมนตรีกวีพิชิตพงษ์อมาวสีติงว่าอดีตรัฐมนตรีต่างหากเหอะน่า...นักการเมืองเขาเรียกกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ

เอ...ไม่เคยได้ยินว่าท่านกวีมีหลานสาวนะทิพย์สุดาติง

ยายอมาเธอประเภทโลว์โปรไฟล์ค่ะไม่ค่อยชอบแสดงตัววัชรีพูดขำๆอมาสีแนะนำตัวเองเพิ่มเติมว่าตนเป็นหลานห่างๆคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุคุณลุงกวีกรุณาเลี้ยงตนมาตั้งแต่เล็กๆ

โถ...แล้วลูกชายท่านกวีล่ะสบายดีทั้งสองคนไหม

อมาวสีนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนตอบอย่างไม่สบายใจนักว่าตอนนี้อยู่แต่ภากรเพราะภาคย์พี่ชายคนโตหนีออกจากบ้านไปสิบห้าปีแล้วยังไม่กลับมาเลย

ตายจริง...เรื่องจริงเหรอเนี่ยป้านึกว่าข่าวลือเสียอีก

ทุกคนเลยอึ้งเงียบกันไปหมดนพจึงให้สาวๆซ้อมกันต่อและเดินออกไปกับม...​ทิพย์สุดาผู้เป็นพี่สะใภ้

พี่ดีใจจริงๆที่แวะมาบ้านเธอวันนี้นะพ่อนพทิพย์สุดาเอ่ยนพถามว่าทำไมหรือ? “พี่รู้สึกว่ากำลังเข้าใกล้เรื่องราวที่เฝ้าติดตามมานานนับสิบปีทิพย์สุดาพูดทิ้งไว้แค่นั้นนพนิ่งไปเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ทิพย์สุดาพูดนัก

ooooooo

วันนี้กวีให้หมอดูไพ่ยิปซีมาดูที่สำนักงานมีเพื่อนนักการเมืองสองคนนั่งอยู่ด้วย

หมอดูไพ่ยิปซีบอกกวีหลังจากดูไพ่ว่าดวงเขาเหนื่อยมานับสิบๆปีทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัวชี้ว่า

สิบห้าปีที่แล้วมีของบางอย่างในบ้านท่านหายไปแต่ทำให้ท่านสบายใจขึ้นระหว่างนั้นทนายชอบเอาเอกสารมาให้กวีเซ็นเสร็จแล้วออกไปหมอดูทำนายต่อว่าเขาเหมาะแล้วที่จะเป็นนักการเมืองเพราะดวงชะตาเขาต้องรับใช้แผ่นดินรับใช้ประชาชนเพื่อนคนหนึ่งถามว่าสมัยหน้าได้เป็นรัฐมนตรีแน่นะหมอดูบอกว่ายังมีวิบากกรรม

อีกสองเดือนก็ครบห้าปีที่ถูกตัดสิทธิ์แล้วยังไม่หมดกรรมอีกเหรอเพื่อนอีกคนถามหมอดูบอกว่าไม่ใช่กรรมนี้เพื่อนคนนั้นถามอีกว่ากรรมเก่าหรือ

หมอดูบอกว่าก็ไม่เก่ามากสักยี่สิบสามสิบปีที่แล้วนี่เองเป็นเรื่องการพรากของรักของหวงของคนอื่นมันก็เป็นกรรมเหมือนกันแนะว่าท่านต้องแก้เคล็ดด้วยการหันมาจับธุรกิจที่เป็นบุญทานเป็นการรักษาชีวิตผู้คน

ทนายชอบเข้ามาอีกครั้งเอาเอกสารมาให้บอกว่าเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวตนจะรีบไปแบงก์พูดอย่างยินดีว่า

ภายในบ่ายนี้หุ้นกลอนกวีทั้งหมด 51 เปอร์เซ็นต์จะเป็นของท่านทีนี้ท่านจะกำหนดทิศทางบริษัทของท่านได้เองเหมือนเดิมครับบอกแล้วทนายชอบรีบออกไป

หมอดูแนะนำให้กวีทำหลายอย่างเพื่อแก้เคล็ดแต่กวีไม่มีอารมณ์จะฟังแล้วบอกหมอดูว่าวันหลังค่อยมาดูใหม่แล้วกันวันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีหันไปถามเพื่อนสองคนว่าจะดูบ้างไหมทั้งสองไม่ดูแต่จะไปส่ง

หมอดูกลับเลยก่อนหมอดูจะออกไปเขาเข้าไปถามกวีเบาๆว่า

โทษนะครับท่านมีลูกชายคนเดียวหรือสองคนครับกวีนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนบอกว่าหายสาบสูญไปคนหนึ่งก็เท่ากับเหลืออยู่คนเดียวอืม...​มันมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งใกล้ชิดท่านมากแต่ไม่ใช่ลูกท่านเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่าน

กวีฟังแล้วอึ้ง

ooooooo

ราชไปหาวารินที่บ้านพรสุขทั้งสองกอดกันด้วยความดีใจแต่ในบ้านเงียบกริบวารินคาดว่าคงออกไปซื้อของเตรียมงานเลี้ยงเซอร์ไพรส์ตนแน่ๆ

ราชจะรับวารินออกไปหาอะไรกินกันแต่วัชรีโทร.​เข้ามาบอกว่ากำลังกลับมาพร้อมอาหารมากมายวารินชวนราชอยู่กินด้วยกันก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

 วัชรีกลับมาพร้อมเพื่อนรักทั้งสามและอาหารมากมายวันนี้ฉลองกันด้วยอาหารพื้นบ้านพวกสาวๆจะแสดงฝีมือตำส้มตำเองส่วนไก่ย่างหมูย่างและเนื้อย่างซื้อมาเพียบ

ระหว่างช่วยกันเตรียมอาหารนั่นเองอมาวสีเห็นราชสับไก่ด้วยมือซ้ายเธอมองอย่างสนใจพอถามว่าเขาถนัดซ้ายหรือราชบอกว่าถนัดทั้งซ้ายทั้งขวาพูดหยอกกวนๆตามประสาว่าแต่ไม่เคยรู้ว่ากฎการสับไก่ต้องใช้มือขวา

อมาวสีมองราชสับไก่ติงว่าชิ้นใหญ่ไปหรือเปล่าราชสับชิ้นเล็กลงทำเป็นบ่นว่าจู้จี้เหมือนกันนะเราพออมาวสีเอาจานมาวางบอกว่านี่จานนะคะก็ถูกเขาพูดกวนๆว่าผมรู้จักตั้งแต่เด็กแล้วครับเธอเลยสะบัดหน้าออกไปโดนว่าตามหลังอีกว่าขี้งอนอีกต่างหาก

ดิฉันไม่ได้ขี้งอนแต่ไม่สนุกกับการต่อปากต่อคำกับคนแปลกหน้า

ถือตัว...ถือให้ได้ตลอดก็แล้วกันเผื่อวันนึงนายภาคย์อะไรของคุณเขากลับมาเขาจะได้ไม่ผิดหวัง

อมาวสีบอกว่าภาคย์จะผิดหวังเรื่องเดียวคือเขามาแย่งบ้านแก้วไปจากเขาราชแย้งว่าตนไม่ได้แย่งแต่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายและแลกด้วยเงินจำนวนที่สูงไม่น้อย

พอดีวัชรีเดินมาทวงไก่ย่างการตอบโต้กันจึงยุติลงโดยปริยาย

ระหว่างกินอาหารมีการหยอกล้อกันประสาหนุ่มสาววัชรีในฐานะแม่งานบอกว่าเดี๋ยวให้วารินไปส่งอมาวสีเธอบอกว่าไม่ต้องตนกลับเองได้วัชรีเลยเกณฑ์ให้ราชไปส่งราชบอกทันทีว่าบังเอิญตนมีนัดเสียแล้วแล้วพยักพเยิดไปทางวารินพึงใจที่พอใจวารินอยู่แล้วขอไปด้วยจะได้บอกทางให้เพื่อนๆเลยเบ้หน้าใส่อย่างรู้ทัน

ราชมองอมาวสีพูดลอยๆเบาๆว่า...

ถ้าบังเอิญเห็นใครถนัดซ้ายอย่าเพิ่งทึกทักว่าเขาเป็นพี่ภาคย์ของคุณนะครับเพราะมันไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปหรอก

ooooooo

ราชกับชิดชไมพากันไปเดินแถวถนนข้าวสารประสาคนชอบถ่ายรูปเหมือนกันระหว่างดูร้านค้าและถ่ายรูปกันนั้นมีวัยรุ่นชายสองคนโต้เถียงกันเอาเป็นเอาตายคนหนึ่งหาว่าอีกคนขโมยของจากร้านค้าคนนั้นโต้ว่าไม่ได้ขโมย

ที่แท้มันทั้งสองคือไอ้เผือกกับไอ้เหิมมันทำทีทะเลาะกันเรียกความสนใจแล้วให้ไอ้อ้อนเพื่อนอีกคนอาศัยทีคนเผลอขโมยของในร้านและจิ๊กกระเป๋าบรรดาไทยมุงมันทั้งสามทำงานกันเป็นทีมโดยการบัญชาของจอนหลานชายของลุงรักษ์ที่เคยมีเรื่องกับราชนั่นเองจอนได้เงินสองหมื่นจากลุงรักษ์ก็มาเช่าตึกแถวเก่าๆตั้งแก๊งมิจฉาชีพหาเงินตามถนัดของมัน

พอไอ้อ้อนฉกของและจิ๊กกระเป๋าเงินได้พอสมควรแล้วมันก็รีบเลี่ยงไปจากตรงนั้นในขณะที่ไอ้เผือกกับไอ้เหิมก็ยังทะเลาะกันอยู่แต่ราชเห็นพฤติรมของมันทั้งหมดเดินไปดักหน้าไอ้อ้อนสั่งให้เอาของที่ฉกและจิ๊กไปมาคืนเจ้าของให้หมดไอ้อ้อนทำหน้าตายถามว่าของอะไรตนไม่รู้เรื่องเลยถูกราชจับแขนบิดหักจนร้องลั่น

ชิดชไมเดินมาถ่ายรูปราชเห็นไอ้อ้อนกำลังควักของออกมาให้ราชทีละชิ้น...ทีละชิ้นราชบอกให้ชิดชไมประกาศหาเจ้าของไอ้เผือกกับไอ้เหิมเห็นไอ้อ้อนถูกจับได้มันหยุดทะเลาะกันค่อยๆหลบจากตรงนั้นไอ้เหิมแกล้งเดินเฉี่ยวราชไปพอเอาของคืนเจ้าของหมดแล้วราชไล่ไอ้อ้อนจะไปไหนก็ไปไม่อย่างนั้นจะจับส่งตำรวจมันโกยแน่ไม่เหลียวหลัง

กลับไปถึงตึกแถวทั้งสามถูกจอนด่าว่าไปตั้งครึ่งค่อนวันไม่ได้อะไรมาเลยๆไอ้อ้อนบอกว่าจะได้อยู่แล้วแต่มีคนมาขวางไอ้เหิมควักกระเป๋าสตางค์ที่ฉกจากราชมาได้ให้จอนดูมันไม่มีสตางค์เลยมีแต่นามบัตรอยู่ใบเดียวจอนเอาไปดูนามบัตรระบุชื่อราชรัชภูมิ D.S.F. Moving” จอนแสยะยิ้มพึมพำนึกว่าใคร...” แล้วขยำนามบัตรทิ้ง

ราชรู้ว่าถูกจิ๊กกระเป๋าไปเขาบอกชิดชไมว่ากระเป๋ามีแต่นามบัตรไม่มีสตางค์แกล้งให้มันเจ็บใจเล่นเท่านั้นชิดชไมเตือนว่าระวังจะถูกมันล้างแค้นเอาทีหลังราชบอกว่าตนไม่เป็นไรหรอกไม่ต้องห่วง

ooooooo

นายสุดอยู่ยามทั้งคืนกลับถึงบ้านก็นอนพักสีไพรบอกพ่อว่าเดี๋ยวตนทำอาหารเสร็จค่อยตื่นมากินกัน

สีไพรบ่นอยากไปทำงานนายสุดยังเจ็บปวดกับการที่สีไพรไปทำงานในร้านอาหารจนได้พบกับภากรและเป็นปัญหามาจนทุกวันนี้บอกสีไพรว่าถ้าจะทำร้านอาหารพ่อจะหาเงินมาเปิดร้านให้เองสีไพรถามว่ามันจะเป็นไปได้หรือ

พ่อต้องทำให้มันเป็นไปได้ลูกอาจจะโชคไม่ดีที่คนอื่นมีพ่อหยิบยื่นโอกาสให้แต่ลูกได้เพียงน้อยนิดเพราะฉะนั้นพ่อจะไม่ลดละความพยายามที่จะทำให้ฝันของลูกเป็นจริงให้ได้

สีไพรกลัวพ่อจะไปเอาเงินจากภากรมาเปิดร้านอาหารบอกพ่อว่าถ้าทำอย่างนั้นตนคงไม่มีความสุขเพราะภากรไม่มีเงินมากขนาดนั้นนายสุดถามว่ายังคบกันอยู่หรือสีไพรยอมรับแต่ไม่ได้ไปที่อย่างนั้นอีกแล้วภากรเป็นคนมาหาตนตอนที่พ่อไม่อยู่สีไพรบอกกับนายสุดอย่างรักภากรหมดหัวใจว่าอย่างน้อยก็แปลว่าภากรไม่ได้ทอดทิ้งตนไป

บ่ายนี้เอง นายสุดไปพบกวีที่สำนักงาน แนะนำตัวเองและเล่าความสัมพันธ์ระหว่างภากรกับสีไพรให้ฟัง กวีฟังแล้วถึงกับช็อก นายสุดเล่าว่า

สีไพรอายุยี่สิบเอ็ด เมื่อห้าเดือนก่อนไปเป็นแคชเชียร์ที่ร้านอาหาร ภากรไปเจอและตามจีบจนมีอะไรกัน กวีพูดทันทีว่าทั้งสองคนโตๆกันแล้วไม่เห็นต้องมาร้องทุกข์กล่าวโทษอะไรกัน นายสุดถามว่าถ้าสองคนรักกันท่านจะว่าอย่างไร
“มันจะเป็นไปได้ยังไง ลูกชายฉันกับลูกสาวภารโรงอย่างนาย นายใช้อะไรคิด!” กวีขึงขังเสียงดังขึ้นมา นายสุดก็เสียงเข้มขึ้นว่า เป็นอย่างที่ตนคิดจริงๆ ลูกชายท่านหลอกลวงลูกสาวตน กวีตัดบทถามว่า “นายจะเรียกเงินใช่ไหม” พอนายสุดบอกว่าตนบอกกับภากรไปแล้ว กวีถามทันที “แปดล้านบาทใช่ไหม?”

“ถ้าทั้งสองรักกันเงินก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเป็นการหลอกลวงกัน ท่านอาจจะต้องแลกเงินจำนวนนี้กับชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่านที่จะต้องเสียหาย หลังจากคลิปลับถูกเปิดเผย ด้วยเงื่อนไขแบบนี้ ผมว่าแปดล้านบาทนั่นน้อยมาก มันก็แค่เศษเงินเล็กๆของนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่อย่างท่านเท่านั้นเอง”

คืนนี้กวีจึงโทร.ตามภากรที่กำลังเมาอยู่ในสถานบันเทิงสั่งให้กลับมาเดี๋ยวนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกัน

คุณหญิงอำภาได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของกวี ถามว่า มีเรื่องอะไรหรือ กวีเล่าให้ฟังแต่บอกคุณหญิงว่าตนขอจัดการเอง

ooooooo

ภากรแทบหายเมาเมื่อถูกกวีเรียกกลับมาจัดการเรื่องสีไพร หลังจากด่าจนพอใจแล้ว กวีสั่งเด็ดขาดว่า

“ไปทำอะไรยังไงก็ได้ให้เรื่องทั้งหมดมันจบอย่างเร็วและเงียบเชียบ” ภากรถามว่าทำอย่างไร? “ก็ไปบอกเขาสิ ว่าแกไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ของอย่างนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าจะผิดมันก็ต้องผิดทั้งคู่ แล้วก็เอาไอ้คลิปฉาวนั่นมาทำลายเสีย ฉันต้องจ่ายเงินให้มันเท่าไหร่ก็บอกมา แต่ต้องจบขาด ไม่ใช่ยืดเยื้อขู่แล้วขู่อีกอย่างนี้ ทำได้หรือเปล่า!”

พอภากรรับคำ กวีสำทับว่า “ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกจากบ้านหลังนี้ แล้วไปเป็นลูกเขยภารโรงซะ!!”

อมาวสีผ่านมาและได้ยินทั้งหมด ภากรออกมาเจอบอกว่าอย่าเข้าใจผิดเรื่องตนกับสีไพร เพราะผู้หญิงอย่างนั้นไม่คู่ควรกับตนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เพราะตนมีคนที่ปรารถนาจะใช้ชีวิตด้วยกันแบบจีรังยั่งยืนแล้วคือตัวเธอ ตนรู้ว่าตัวเองคู่ควรกับใคร อมาวสีถามประชดว่า

“เหมือนที่เคยรู้ว่าควรจะแย่งคนรักจากพี่ภาคย์ไปใช่ไหม?”

“เอาล่ะ พี่ไม่อยากจะอารมณ์เสียใส่อ้อ แต่จำไว้นะ วันนึงอ้อจะรู้เองว่าพี่รักอ้อจริง” พูดแล้วเห็นอมาวสีถือชุดสีชมพูในมือถามว่าเตรียมจะไปไหน เธอบอกว่าไปงานเลี้ยงต้อนรับพี่ชายวัชรี ภากรขอไปด้วย เธอบอกว่าเขาไปก็ไม่รู้จักใคร เขาขอไปส่ง ถูกปฏิเสธก็เปลี่ยนเป็นขอไปรับก็ถูกปฏิเสธอีก

ooooooo

เช้านี้ นายสุดกลับบ้านในสภาพเมามาย สีไพรตกใจเพราะพ่อไม่เคยเป็นอย่างนี้ นายสุดรำพึงรำพันผิดหวังเสียใจในชีวิต สีไพรบอกให้พ่อไปนอนพักเสีย

นายสุดมองสีไพรเต็มตาบอกว่าลูกเป็นแก้วตาดวงใจจนพ่อตายแทนลูกได้ นายสุดขอให้สีไพรเลิกยุ่งกับภากรได้ไหม เห็นสีไพรเงียบ นายสุดนึกรู้คำตอบโวยวายชีวิตที่ผิดหวัง สีไพรยอมรับว่าตนรักภากร นายสุดถามว่ารักเข้าไปได้อย่างไร ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างกันในสังคม สีไพรอ้างว่าภากรรักและเมตตาตน นายสุดจึงแฉภากรให้ฟังว่า

เมื่อคืนภากรไปหาตนที่ตลาด เขาพูดดูถูกเหยียด หยามสีไพรว่าเป็นฝ่ายให้ท่าตน ด่านายสุดว่าเป็นพ่อแบบไหนแอบถ่ายคลิปฉาวของลูกสาวตัวเอง ซ้ำขู่ว่า ถ้าเอาคลิปนั้นไปเผยแพร่ สีไพรก็จะเสียหายไม่น้อยกว่าตน เดินไปไหนมาไหนคนก็จะนึกถึงแต่ฉากรักที่เร่าร้อนนั้น ขู่จนนายสุดอึ้งแล้วภากรก็ตัดบทก่อนไปว่า

“ที่ฉันมาวันนี้ เพื่อจะมาบอกว่าฉันไม่มีเงินแปดล้านหรอก ลุงอยากจะเอาคลิปนั่นไปทำอะไรก็เชิญ”

นายสุดโกรธจนชกหน้าภากรและปาเมมโมรี่การ์ดใส่หน้าเขา “เอาไปเลย แล้วอย่าโผล่มาให้ผมเห็นหน้าอีก แล้วรู้ไว้ด้วยว่า เงินของคุณแม้แต่บาทเดียวผมก็ไม่เคยคิดจะเอา คุณค่าของสีไพรนั้นมันมากมากว่าเงินของนักการเมืองอย่างพ่อคุณ และจิตใจเธอก็สูงส่งกว่าที่คุณจะนึกถึง ผู้ชายเลวๆอย่างคุณไม่คู่ควรกับสีไพรของผมหรอกจะบอกให้”

กระนั้นสีไพรก็ยังรักภากร ขอร้องพ่ออย่าทำร้ายเขาเลย จะทำอะไรให้ทำที่ตนเพราะตนเลวเอง นายสุดได้แต่กอดสีไพรพูดอย่างเจ็บปวด... “สีไพรเอ๊ย...เอ็งมันเหมือนแม่ตรงนี้แหละ บูชาความรักเหนือสิ่งอื่นใด”

ooooooo

อมาวสีเตรียมตัวไปงานแต่เช้า ภากรพยายามจะไปส่ง แต่พอดีวัชรีมารับเขาเลยเก้อแต่ก็ยังจะไปรับกลับ จนอมาวสีต้องขอร้องอย่าไปเพราะตนกลับกับเพื่อนได้

เมื่อไปถึงงาน บรรยากาศคึกคักร่าเริง ดนตรีวงใหญ่ตั้งอยู่กลางเวที แขกผู้มีเกียรติกระจายกันทั่วงาน ทุกคนอยู่ในชุดเสื้อผ้าหน้าผมในยุคปลายทศวรรษ 60 ตามความ ปรารถนาของนายห้างวิรัติ คุณพ่อของวารินผู้เป็นเจ้าภาพ
พิธีกรขึ้นเวทีสร้างบรรยากาศแต่พูดยาวจน

นิลรัตน์บ่น ส่วนพึงใจกระซิบบอกเพื่อนว่าปวดฉี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน

อนุกับการันต์มาพร้อมกัน ส่วนราชมาเดี่ยว เดินเข้ามาในงานอย่างสง่างาม เขาโกนหนวดเคราออกหล่อจนคนทั้งงานมองอึ้ง อนุกับการันต์รีบเข้าไปหาราชเดินเท่กันเข้าไปในงาน

พิธีกรกับนายห้างยังยืนอยู่บนเวที พิธีกรประกาศว่า “เพื่อให้ผู้มีเกียรติทุกท่านได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับคุณวารินอย่างทั่วถึง เราจึงมีกติกาการเต้นรำคืนนี้ ที่กำหนดโดยนายห้างเอง”

“เมื่อทุกคนได้ยินเสียงกระดิ่งนี้” วิรัติยกกระดิ่งเขย่า “ท่านจะต้องสลับเปลี่ยนคู่เต้นทันที...ผมจะเป็นคนสั่นกระดิ่งด้วยตัวเองตามความเหมาะสมของผมเอง” วิรัติแจ้งกติกา

“และแล้วก็ถึงช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานครื้นเครง เราจะเปิดฟลอร์เต้นรำด้วยคู่เต้นคู่แรก คุณวาริน รัตนพงษ์ และคุณวัชรี รัตนพงษ์ น้องสาวของเขาเองครับ”

สิ้นเสียงพิธีกร พอวงดนตรีบรรเลง วัชรีก็เดินสวยสง่าออกมากลางฟลอร์วารินก้าวเข้าประชิดเต้นรำกันในจังหวะวอลทซ์ ระหว่างเต้นวัชรีกำหนดกะเกณฑ์วารินว่าเดี๋ยวพอป๋าสั่นกระดิ่งให้เขารีบไปโค้งอมาวสีเลย แล้วเปลี่ยนมาเป็นพึงใจหรือนิลรัตน์ต่อไป จากนั้นก็วนมาที่อมาวสีอีก กำชับพี่ชายให้วนอยู่แค่นี้

เมื่อวิรัติสั่นกระดิ่ง วารินก็มาโค้งอมาวสีตามแผน วัชรีมองหาราชจนเจอเขาเดินมาโค้งเธอ ส่วนอนุกับการันต์หันไปโค้งนิลรัตน์กับพึงใจ ทั้งฟลอร์จึงมีแต่หนุ่มหล่อสาวสวยเต้นกันอย่างถูกคู่มีความสุข

วิรัติที่เป็นผู้สั่นกระดิ่งเปลี่ยนเพลงเปลี่ยนจังหวะอันเป็นสัญญาณการเปลี่ยนคู่ด้วย เขาสนุกกับการคุมเกม พอจะเปลี่ยนจังหวะก็คว้าไมโครโฟนประกาศ “ดนตรีเปลี่ยนจังหวะเป็นช่าช่าช่า” พวกสาวๆหนุ่มๆก็เล็งเปลี่ยนคู่กันอย่างสนุกสนาน

การันต์ยืนหง่าวอยู่นานเพราะพึงใจขอไปเข้าห้องน้ำจนได้คู่กับอมาวสี เขาบอกเธอว่าพึงใจไปเข้าห้องน้ำนานมากยังไม่ออกมาเลย

นายห้างวิรัติเปลี่ยนจังหวะเพลงเป็นว่าเล่น จากช่าช่าช่า ก็สั่นกระดิ่งเปลี่ยนเป็นแทงโก้ แต่ทั้งราชและอมาวสีต่างมองกันอย่างไม่มีใครแยแสใคร ราชค่อยๆ เดินออกจากเวทีไป อมาวสีก็ปลีกตัวออกไปคนละทาง แต่ก็ไปเจอกันจนได้
ราชถามว่าไม่สนุกหรือถึงแยกมาอยู่เงียบๆ อมาวสีบอกให้เขาถามตัวเองดูเพราะเขาก็ออกมาเหมือนกัน ราชยังไม่วายพูดกวนอารมณ์อมาวสี ต่างตีฝีปากใส่กัน อมาวสีพูดอย่างหมั่นไส้ว่านึกว่าโกนหนวดแล้วนิสัยนี้จะหาย ราชก็หาว่าเธอเป็นผู้หญิงอวดเก่ง ฉะฉาน ก็แค่หวังจะยั่วยวนให้ผู้ชายหลงใหลแล้วทอดทิ้ง ว่าจนอมาวสีถามว่าเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า

“ผมหมั่นไส้คุณ”

ราชแหย่ว่าเธอก็หมั่นไส้ตนเพราะตนไม่ใช่พี่ภาคย์ของเธอ ถ้าตนยอมรับว่าเป็นภาคย์เธอคงหลงใหลตนมากเลยสินะ

“คุณไม่มีทางเป็นพี่ภาคย์ได้หรอก ไม่มีทาง ไม่แม้แต่นิดเดียว เพราะพี่ภาคย์สุภาพ อ่อนโยนและมีหัวใจที่ต่างจากคุณโดยสิ้นเชิง” พูดแล้วขยับตัวจะไป ถูกราชคว้าไว้ชวนเต้นรำกันก่อน เพราะตนได้ยินจังหวะสโลว์

“ไม่ค่ะ ดิฉันจะกลับบ้าน” สั่งให้เขาปล่อย ราชไม่ปล่อย เธอยกมือจะตบถูกเขาจับมือไว้ ดึงเข้าหาตัว จ้องหน้าพูด

“ลองเดาซิว่าผมจะทำอะไรต่อไป” ต่างจ้องหน้ากันนิ่งอยู่อย่างนั้น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.