ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"

ราชตัดสินใจโทร.ไปหาลุงรักษ์ที่ภูเก็ต บอกว่าจอนฉุดอมาวสีไป ที่รู้ว่าเป็นจอนเพราะคนงานที่ไร่ถ่ายรูปพวกมันไว้ แต่ตอนนี้ตนยังไม่รู้เจตนาของมัน จนกว่าจะได้เจอตัว

ลุงรักษ์ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของจอนให้ราชลองโทร.หามันดู บอกราชว่ารีบจัดการให้จบๆ ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกลุงได้ สุดท้ายย้ำว่า

“เคลียร์เรื่องนี้เสร็จเมื่อไหร่ รีบลงมาหาลุงเลยนะ ลุงจะพาเธอกับหนูอรัญญาไปหาฤกษ์เหมาะๆพร้อม กันเสียที”

ราชนิ่ง ไม่ตอบ พอได้เบอร์จอนเขาก็โทร.ไปหามันทันที ดักคอมันอย่างรู้ทันว่า

“ฉันรู้ว่าแกไปที่ไร่ฉันมา” จอนทำไขสือว่าไร่อะไรที่ไหน หาว่าเขาเอาเงินลุงรักษ์ไปซื้อที่ทำไร่หรือ? “แกไปตอนที่ฉันไม่อยู่ และแกขโมยของมีค่าไปจากไร่ของฉัน”

จอนย้อนว่ามันก็เป็นของที่เขาขโมยคนอื่นมาอีกที ราชถามว่ามันต้องการอะไร เงินใช่ไหม เท่าไหร่บอกมาตนจะจ่าย มันยียวนว่าเงินก็อยากได้ แต่ตอนนี้อยากได้อย่างอื่นก่อนเงิน

“แกอย่าทำอะไรอมาวสีนะ ห้ามแตะต้องเธอเป็นอันขาด”

“อ๊ะๆ ของอย่างนี้มันห้ามใจกันไม่ได้หรอก ทีใครทีมันโว้ย” พูดแล้วมันวางหูเลย สายบัวเดินงัวเงียเข้ามาถามว่าใครโทร.มา “ไอ้ราช มันอยากได้ของของมันคืน ท่าทางจะทุ่มไม่อั้นเสียด้วยไอ้นี่” สายบัวถามว่าแล้วจะเอาไง “พี่ไม่ให้...เรื่องอะไรจะยอม คนอย่างไอ้ราชมันจะได้อะไรง่ายๆไปจากพี่ไม่ได้” พูดแล้วมันหัวเราะอย่างมีความสุข หวังได้เงินก้อนโต

ooooooo

ราชหนักใจ บอกเทินว่าเรื่องด่วนที่สุดตอนนี้คือเราต้องหาตัวจอนให้เจอก่อน เทินแนะให้แจ้งตำรวจ แต่ถ้าแจ้งก็จะต้องสืบสาวไปถึงเรื่องการลักพาตัวอมาวสี มีหวังพวกเราโดนรวบกันระนาว

“แจ้งเบาะแสให้ตำรวจเลยน้าเทิน ทำยังไงก็ได้เพื่อให้อมาวสีปลอดภัย เป็นไงเป็นกัน น้าเทินกับผมอาจจะต้องรับผลกรรมนี้ด้วยกันนะ”

ฝ่ายภากร หลังจากบอกให้ทนายชอบเอาบ้านพิชิตพงษ์ไปเข้าแบงก์แล้วก็หวังจะได้เงินมาแก้ปัญหา แต่วันนี้ทนายชอบมาบอกว่าธนาคารไม่อนุมัติเงินกู้ เพราะดูเหมือนกวีกำลังเจอปัญหาเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สิน

“อ้าว...แล้วผมต้องทำยังไง มีอะไรที่ผมต้องตัดสินใจ?”

ทนายชอบแนะให้หานายทุนเงินกู้นอกระบบ ถามว่าเขาจะยอมเสียหน้าไหม เพราะคนอาจเอาไปนินทาว่า ลูกชายนักการเมืองใหญ่หมดท่าต้องวิ่งหาแหล่งกู้เงิน

“เสียหน้าแบบนี้ผมไม่กลัวหรอก ขอแค่อย่าให้พ่อรู้ก็แล้วกัน”

พอทนายชอบรับคำเดินแยกไป มือถือภากรก็ดังขึ้น เป็นสายจากจอนนั่นเอง มันพูดขึ้นก่อนว่า

“ผมเดาว่าคุณกำลังรอข่าวจากผมอย่างใจจดจ่อ” ภากรตอบเสียงเย็นชาว่าเปล่า “อ้าว...คุณไม่อยากได้เจ้าสาวของคุณคืนเร็วๆเหรอ” ภากรบอกว่ามันคงนานจนตนหมดกำลังใจไปแล้ว “อย่าเพิ่งซิครับ รับรองว่าภายใน สองสามวันนี้ ผมจะพาเจ้าสาวของคุณมาส่งให้แน่ๆ แต่ว่าเรื่องเงินรางวัลน่ะ คุณตกลงกับพ่อรึยังว่าผมได้เท่าไหร่แน่และจะจ่ายกันยังไง”

“พาตัวน้องอ้อกลับมาให้ถึงบ้านก่อนแล้วค่อยพูดกัน” ภากรตัดบท ไอ้จอนอ้างว่าทีมงานมันต้องการความมั่นใจว่าจะไม่มีการเบี้ยวกัน ยิ่งเขามีประวัติเบี้ยวพ่อเลี้ยงมาแล้วด้วยทีมงานมันยิ่งไม่ไว้ใจ ทั้งยังขู่ว่าตอนนี้ราชเริ่มไหวตัวแล้วถ้าเราช้าราชอาจย้ายที่กักขังอมาวสี แล้วเราก็จะชิงตัวเธอลำบากยิ่งขึ้นไปอีก

“ลำบากนักก็ยกให้มันไปเลยก็แล้วกัน ไม่ต้องไปชิงตัวให้ยุ่งยากวุ่นวายแล้ว”

“อ้าว...แล้วจะเอาเงินรางวัลที่ไหนมาจ่ายใช้หนี้พ่อเลี้ยงล่ะ” เสียงไอ้จอนไม่พอใจ แต่ภากรไม่พอใจยิ่งกว่าตวาด

“ไม่มีเว้ย! ก็มันไม่มีจะให้ทำยังไง อยากจะฆ่าแกงกันให้ตายก็เชิญ มาเล้ย! จะได้หมดเรื่องหมดราวกันไปเสียที”

ooooooo

ไอ้จอนโมโหกลัวว่าจะไม่ได้เงินรางวัล มันลุกเตะข้าวของกระจุยกระจาย สายบัวถามว่ามีอะไรหรือ

“ไอ้ภากรมันทำท่าจะทิ้งอีนี่แล้วว่ะ” สายบัวบอกว่าแสดงว่ามันไม่ได้รักกัน “รักหรือไม่รักพี่ไม่รู้ รู้แต่ว่า เราอาจจะไม่ได้ตังค์จากมันแล้ว”

สายบัวแนะให้ไปเอาจากราช ให้เรียกค่าไถ่จากราชเลยเพราะดูท่าราชจะหลงอมาวสีอยู่ ยุให้เรียกเยอะๆ เลยเพราะราชมีไร่ใหญ่โตขนาดนั้นต้องรวยแน่ๆ

“ใช่...พี่ต้องขูดเอาเงินจากมันหนักๆ แต่พี่จะไม่ส่งตัวอมาวสีให้มัน” พอสายบัวร้องอ้าว มันอ้อนขออยู่กันแบบเราสามคนผัวเมียดีไหม สายบัวด่าเปิงท้าว่าถ้าอย่างนั้นก็เลิกกันไปเลยดีกว่า ไอ้จอนเลยใบ้กิน

สายบัวเข้าไปหาอมาวสีในห้องที่กักขังเธอ เห็นเธอไม่แตะต้องอาหารก็ถามว่าจะเรียกร้องความเห็นใจหรือ บอกอมาวสีว่าตนก็เห็นใจเธออยู่เหมือนกัน แต่จอนเห็นแก่เงินมากกว่า

“เขาจะเอาเท่าไหร่บอกมา ปล่อยฉันไป แล้วฉันจะโอนเงินมาให้”

“ตอนนี้มันไม่อยากได้เงินอย่างเดียวแล้ว มันอยากได้ตัวเธอด้วย” อมาวสีตกใจบอกว่าไม่ได้ตนกำลังท้องเธอก็รู้

สายบัวบอกว่าจอนมันเถื่อนมันไม่สนหรอก ตนเองก็อยากจะเลิกกับมันจะตายแต่กลัวถูกมันตามฆ่า อมาวสีชวนหนีไปด้วยกันไหม ขาดเหลืออะไรตนจะช่วย

“ถามจริงๆนะ ถ้าเธอกลับไปแล้วเธอจะเลือกใครระหว่างคุณภากรกับนายราช” อมาวสีบอกว่าต้องเลือกราชเพราะเป็นพ่อของเด็กในท้องตน “แปลว่าภากรยังโสดอยู่ใช่ไหม ตกลง ฉันจะหาทางช่วยเธอเอง เพื่อเห็นแก่เด็กในท้องและฉันก็จะได้ไปให้พ้นๆจากไอ้จอนเสียที”

อมาวสีตื่นเต้นมากถามว่าเธอจะช่วยอย่างไรสายบัวบอกว่าถึงเวลาก็รู้เอง ตนฉุดเธอมาได้ก็ต้องปล่อยเธอได้

ooooooo

วันนี้จอนโทร.ไปหาราชที่สำนักงานออฟฟิศ พอราชรับสายมันทักยียวนว่ารู้ว่าต้องรอโทรศัพท์ตนอยู่

“งั้นแกก็คงรู้ว่าฉันต้องการอะไรจากแก” จอนบอกว่ามันไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดหรอก ราชสะดุดใจปรามว่า “ถ้าแกทำอะไรอมาวสีแม้แต่นิดเดียวแกตายแน่!”

“แกสบายใจได้ตอนนี้...นาทีนี้...ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้นางต้องบอบช้ำแค่หยอกเอินกันเล่นนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น”

“แกต้องการเงินเท่าไหร่”

“เรานัดคุยกันตัวต่อตัวแบบมองตากันตรงๆ ซึ่งหน้าดีกว่ามั้ง” ราชบอกให้นัดมาเลย “แต่แกต้องมาคนเดียว ตัวเปล่าๆ ไร้อาวุธนะเว้ย”

“ได้...โอเค คืนนี้เจอกัน” รับคำแล้วราชบอกเทินที่เดินเข้ามาพอดีว่า “มันนัดพบผม น้าเทินสแตนด์บายตำรวจไว้ให้พร้อมนะ ถ้ามีอะไรผิดปกติ ผมจะส่งสัญญาณให้น้ารู้”

“ครับผม...ระวังตัวด้วยนะครับ”

ooooooo

ราชไปตามที่จอนนัด เป็นที่เปลี่ยวลึกลับซ้ำยังนัดเวลากลางคืนด้วย ไปถึงไม่ทันตั้งตัว ราชก็ถูกทั้งของหนักของแหลมของคมกระหน่ำเข้ามาไม่ยั้งจนล้มกลิ้งไป

“ฮ่ะๆๆนานๆ กูจะได้เห็นมึงล้มต่อหน้าสักที แหม...เป็นบุญตาชะมัด” เสียงจอนเยาะเย้ยมาจากมุมมืดแล้วเดินอาดๆเข้ามา ราชบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะมาสู้กัน “แต่แกตั้งใจจะมาทวงของคืน ฉันรู้ แล้วคิดว่าฉันจะ ยกให้แกง่ายๆเหรอ”

ราชบอกว่าเปล่า แต่คิดว่าเราเจรจากันได้ มันบอกให้ลองยื่นข้อเสนอมา

“บอกสิ่งที่แกต้องการมา ฉันจะจัดการให้ทุกอย่าง” จอนถามว่าหวงอมาวสีมากใช่ไหม “ฉันแค่ทำให้มันถูกต้องเท่านั้น”

จอนย้อนถามว่ามันจะถูกต้องได้อย่างไรในเมื่อเขาลักพาตัวเธอไป ราชบอกว่าตนกำลังจะเอาตัวเธอไปส่งคืน มันไม่เชื่อ ราชตัดบทว่า “ส่งอมาวสีคืนให้ฉัน แล้วทุกอย่างก็จบ” มันย้อนถามว่าแล้วถ้าไม่ยอมล่ะ? “เรื่องจะถึงเจ้าหน้าที่ แกกับฉันก็ติดคุกด้วยกัน แกคงไม่ต้องการอย่างนั้นมั้ง พาเธอมาด้วยหรือเปล่า”

จอนไม่ตอบ มันค่อยๆเดินวนรอบร่างราช บอกว่าจะยกให้ถ้าเขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอดทน สิ้นเสียงมัน ลูกน้องมันสี่ห้าคนก็ออกมาจากมุมมืด ระดมทั้งเตะ ต่อย กระทืบ และใช้ไม้กระหน่ำจนราชจมกองเลือดกับพื้น

“แกหลงรักอีนี่จนโงหัวไม่ขึ้นจริงๆ ได้...ฉันจะคืนตัวอมาวสีให้แกก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าแกต้องบอกลุงรักษ์ให้ยกสมบัติทั้งหมดของรักษ์เล ให้เป็นของฉัน”

“ฉันคงไม่อาจพูดแทนลุงได้”

“งั้นแกก็บอกลาอีนั่นได้เลย มันเป็นเมียฉันแน่ๆ ไม่เกินสองวันนี้แหละ” พูดแล้วมันเตะราชอีกทีก่อนเดินออกไป

สายบัวเดินเข้ามาตะโกนกร่างว่า “ขอดูหน้าชายผู้มีรักแท้ชัดๆสักทีเถอะ” แล้วเดินเข้ามาทำทีกระชากราชขึ้นดูแต่ที่แท้แอบกระซิบว่า “กดเบอร์โทรศัพท์ของแกบนเครื่องนี้ ภายในสองวันฉันจะเอาตัวเมียแกมาคืน” เห็นราชยังงงๆ ก็เร่งให้กดเร็วๆ เสียงจอนตะโกนเร่งสายบัวเพราะตนเปรี้ยวปากเต็มทีแล้ว

“ไปเดี๋ยวนี้แหละ” สายบัวตะโกนตอบแล้วกระซิบบอกราช “โอกาสสุดท้ายของแกแล้ว เร็วรีบกดหมายเลขโทรศัพท์บนเครื่องนี้” พอราชกดเบอร์ให้ สายบัวรับไป ไม่วายด่าอย่างหงุดหงิด “หล่อแต่โง่อย่างนี้ กินไม่ลงจริงๆ”

กลับไปถึงบ้านเช่าที่กักขังอมาวสี สายบัวบอกจอนว่าจะไปดูหน่อยว่ายังอยู่หรือหนีหรือตายไปแล้ว

“ไม่ต้องแกล้งทำเป็นหลับหรอก หรือว่ากลัวพี่จอนจะเข้ามาปล้ำ ผ่านด่านฉันไปไม่ได้หรอก” สายบัวโผล่หน้าไปแกล้งทัก อมาวสีรีบลุกถามว่าตกลงจะช่วยตนไหม “ทำตัวดีๆไว้ ไม่เกินสองวันนี้ได้กลับไปหาผัวแน่ ผัวใหม่น่ะ ส่วนคุณภากร...ฉันขอ” พูดแล้วออกไปจากห้องปิดประตูไว้แน่นหนาตามเดิม

ooooooo

ราชในสภาพบอบช้ำหนักเลือดเปรอะไปทั้งตัว ขับรถไปถึงหน้าบ้านวารินแล้วฟุบหน้ากับพวงมาลัยอย่างหมดแรง ครู่หนึ่งจึงโทร.เข้าไปที่บ้าน วัชรีรับสายถามว่ามีอะไรหรือเปล่าถึงโทร.มาดึกดื่น

“ช่วยเรียกพี่ชายคุณมาพบผมหน่อยสิครับ” วัชรีถามว่าที่ไหน “หน้าบ้านคุณนี่แหละครับ”

ทั้งวัชรีและวารินรีบออกไป ทั้งสองตกใจมากเมื่อเห็นสภาพร่างโชกเลือดของราช

“เราจะได้ตัวน้องอ้อกลับมาแล้วนะ” ราชบอก วารินถามว่าได้อย่างไร ราชชูมือถือให้ดู “รอครับ เดี๋ยวเขาจะโทร.มาบอกเราเอง”

จอนฉลองเตรียมตัวรวย มันดวดเสียจนเมานอนเขละ สายบัวแอบลุกขึ้น มันถามว่าจะไปไหน สายบัวบอกว่าไปนั่งเล่นข้างนอกแป๊บเดียว จอนฟุบหลับไปอีกครั้ง แม้แต่ในยามหลับมันก็ยังเพ้อถึงเงินก้อนโตที่จะได้

สายบัวออกมายืนตรงประตู เอามือถือออกมากดโทร.ออก ราชรับสายถามว่าใคร สายบัวบอกว่า ตนคือผู้หวังดี ราชเดาได้ว่าคือเมียของจอน ถามว่าทำไมถึงคิดจะช่วยพวกตน

“ฉันก็อยากเปลี่ยนผัวบ้าง มีปัญหาไหม ถามมากเดี๋ยวไม่ช่วยเลย” ราชรีบถามว่าจะช่วยอย่างไร “มะรืนนี้ทำตัวให้ว่างเราจะนัดเจอกันใจกลางเมือง แล้วแกจะได้กลับไปกกกอดอีหนูคนนี้สมใจ”

“มันว่ายังไงบ้าง เมื่อกี๊เราฟังไม่ถนัด” วารินที่ฟังอยู่ด้วยตื่นเต้น

“ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน มันคิดว่าอมาวสีเป็นเมียฉัน”

ooooooo

ในภาวะที่ถูกกดดันอย่างหนักจากภาวะหนี้สิน และความไม่พอใจของครอบครัว ภากรคิดถึงแต่สีไพร เธอเป็นที่พักพิงทางจิตใจเขาได้ ไม่ว่าในยามทุกข์หรือในยามสุข

วันนี้เขาไปหาเธอ เอาเงินที่เธอคืนให้เขาไปให้ และให้ช่วยใส่สร้อยข้อมือที่เธอถักให้ ที่สำคัญ วันนี้เขาเพิ่งรู้ว่าเธอท้องได้ 5 เดือนแล้ว

“สีไพรมันไม่ใจบาปพอที่จะทำลายเลือดเนื้อของมันได้ เลือดเนื้อที่เกิดจากความรักที่มันบูชา แม้ว่าคนเป็นพ่อจะไม่ปรารถนามันก็ตาม” นายสุดเดินเข้ามาพูด สีไพรน้ำตาไหลพราก เธอบอกเขาว่า

“ไพขอโทษค่ะ ไพไม่ได้คิดจะใช้เป็นเครื่องมือในการผูกมัดคุณภากรแต่อย่างใด คุณภากรจะดุด่าไพยังไงก็ได้ หรือจะไม่กล้ามาหาไพอีกเลยก็ไม่เป็นไร เพราะไพมีลูกคนนี้เป็นตัวแทนความรัก ความทรงจำที่ดีระหว่างไพกับคุณภากรตลอดไปแล้วค่ะ”

“ฉันจะไม่ไปไหน ฉันไม่มีวันจะไปจากสีไพรเป็นอันขาด เธอไม่รู้หรอกว่าฉันดีใจแค่ไหนที่ได้เห็นลูกของฉันอยู่ในท้องของสีไพร ไม่มีใครดีกับฉันได้อย่างเธออีกแล้ว และไม่มีใครเหมาะที่จะเป็นแม่ของลูกฉันได้เท่าเธออีกเช่นกันสีไพร”

สีไพรและภากรโผเข้ากอดกันด้วยความรัก นายสุดยืนดูด้วยความซาบซึ้งอยู่ห่างๆ

ooooooo

เช้าวันนี้ สายบัวแอบโทร.หาลุงรักษ์ แนะนำตัวเองว่าเป็นเมียคนล่าสุดของจอน ถามว่าลุงรักษ์เชื่อไหม?

“เชื่อก็ได้ แต่ฉันแน่ใจว่า ฉันไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องพูดโทรศัพท์กับเมียไอ้จอน ไม่ว่าจะเป็นเมียคนแรกหรือเมียคนล่าสุด”

“ต้องพูด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับนายราช หลานรักของลุง”

ลุงรักษ์ถามว่าเกี่ยวอย่างไร สายบัวไม่ทันตอบเสียงจอนก็แว่วเข้าในโทรศัพท์บอกให้สายบัวหาข้าวหาน้ำให้กิน ลุงรักษ์จึงรู้ว่าเธอชื่อสายบัว

“ถ้าอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ลุงช่วยพูดกับพี่จอนว่ามีเรื่องสำคัญ ขอให้พี่จอนไปหาที่ภูเก็ตหน่อย เท่านี้แหละอื่นๆฉันจะอธิบายทีหลัง ได้ไหม”

“อืมมม...” ลุงรักษ์ทำเสียงไตร่ตรอง เสียงจอนก็ตวาดแทรกเข้ามาในโทรศัพท์อีกว่า ให้หาข้าวหาน้ำให้กินตั้งนานแล้วก็มัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่ ถามว่าคุยกับใคร

“พูดกับนายรักษ์ โทร.มาจากภูเก็ต เขาฝากบอกให้พี่จอนลงไปหาเขาให้ได้” จอนทำเสียงเย้ยว่าใครจะไป แต่พอสายบัวบอกว่า ลุงรักษ์จะยกมรดกให้ มันก็สนใจจี๋ถามว่าจริงหรือ “พูดกับเขาเองไหมล่ะ ยังอยู่ในนี้” สายบัวส่งมือถือให้จอน มันรีบรับไปพูด

“ฮัลโหล...อยู่ๆก็คิดถึงหลานคนนี้ขึ้นมาเหรอ เรื่องอะไรถึงจะให้ฉันลงไปหาที่ภูเก็ต พูดทางโทรศัพท์นี่ก็ได้ ไม่เห็นต้องเสียเวลาเดินทางครึ่งค่อนวัน”

ลุงรักษ์บอกว่าเรื่องทรัพย์สินเรื่องมรดก มันต้องพูดกันแบบเห็นหน้าเห็นตา มันถามว่าจะยกมรดกให้หรือ

“มาเจอหน้ากันก่อน ค่อยๆ พูดกัน เท่านี้แหละ” ลุงรักษ์วางสายทันที

สายบัวถามว่าคุยเรื่องอะไรหรือ พอจอนบอกว่าเรื่องมรดกให้ตนไปหาเร็วที่สุด สายบัวยุให้ไปเลย

“ขอคิดอีกทีก่อน เพราะมรดกนั่นมันของตาย ไม่ต้องรีบก็ได้ ตอนนี้เอาข้าวมากินก่อน”

ooooooo

บ้านพิชิตพงษ์กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ กวีจึงให้ทนายชอบสรุปค่าใช้จ่ายรายเดือนว่าแต่ละเดือนมีเท่าไร

ทนายชอบแจกแจงรายจ่ายว่ามีสามส่วน หนึ่งคือส่วนตัว ส่วนรวมในบ้านและสำนักงาน และส่วนที่เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อชุมชน และเพื่อฐานเสียงของท่าน รวมทั้งหมดประมาณสิบสามล้านบาทต่อเดือน

“คุณชอบ คุณไปทำแผนมา ทำยังไงก็ได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายรายเดือนของผมลงอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ ลดได้เกินครึ่งก็ยิ่งดี”

“ครับ...เอ้อ...ผมขออนุญาตถามตรงๆนะครับท่าน ท่านมีปัญหาการเงินอะไรที่ผมยังไม่ทราบอีกหรือเปล่าครับ”

กวียังไม่ทันตอบ คุณหญิงอำภาก็ชิงเสนอว่าเอาไว้เราคุยกันเป็นการส่วนตัวก่อนค่อยบอกคุณชอบดีไหม กวีบอกว่ารู้พร้อมๆ กันนี่แหละ เพราะคุณชอบก็ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเรามานานแล้ว กวีหายใจพรวดออกมาก่อนบอกว่า

“เรื่องแหล่งเงินที่พวกคุณไม่ทราบที่มาที่ไปนั่นแหละ ตอนนี้ผมต้องฟรีซไว้ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะฉะนั้นการประหยัดรายจ่ายจึงเป็นมาตรการสำคัญของครอบครัวเรา”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น หนี้สินของท่านมากมาย โดยเฉพาะหนี้จากคุณภากร ท่านคิดจะทำยังไงครับ” ทนายชอบถาม

กวีบอกให้ไปหาทางชะลอหรือประนอมหนี้หรือลดจำนวนหนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทนายชอบแจ้งว่า “ท่านยังมีหนี้อีกก้อนหนึ่งที่ผมยังไม่ได้แจ้งให้ท่านทราบ หนี้จากบริษัทยาครับ”

กวีถามว่ามีมากกว่าที่ตนรู้อีกหรือ ทนายชอบรายงานว่าภากรเซ็นรับออเดอร์อีกกว่าแปดสิบล้าน นายหว่องเชิดเงินไปหมดแล้ว ส่วนเรามีหน้าที่ต้องจ่ายคืนตามสัญญาพร้อมดอกเบี้ย

ภากรเดินเข้ามาพอดี เขามองบรรยากาศที่ตึงเครียดกลัวๆกล้าๆ กวีบอกทนายชอบว่าขอพูดเรื่องในครอบครัวสักครู่ ทนายชอบจึงเลี่ยงออกไป ภากรเดินไปยืนตรงหน้ากวีจ๋อยๆ พอเขาเอ่ยปากจะพูด ก็ถูกกวีตบหน้าฉาดใหญ่ ด่าลั่น

“ไอ้ลูกเลว แกไปเอาสันดานเลวๆ เชื้อเลวๆนี้มาจากไหน ทั้งชีวิตแก เคยทำอะไรให้ฉันดีใจ ภูมิใจบ้างไหม บอกมาสักครั้งสิ ฉันเลี้ยงดูแกมา เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทอง เพื่อให้แกโตมาเป็นคนเก่ง คนดี เชิดหน้าชูตาพ่อแม่และวงศ์ตระกูล แต่ที่แกทำไปแต่ละอย่างมีแต่สร้างความพินาศ ความอัปยศให้กับวงศ์ตระกูลไม่หยุดหย่อน”

“ผมไม่ได้...”ภาภรพูดไม่ทันจบ ก็ถูกกวีตบอีกฉาด คุณหญิงอำภาขอร้องให้พอเถอะอย่าตบลูกอีกเลย

“แกไปให้พ้นจากหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลย จะไปสำมะเลเทเมาที่ไหนก็ไปซะ แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่า ถ้าแกโดนฟ้องล้มละลายเมื่อไหร่ ฉันจะไม่ช่วยแกแม้แต่น้อย...ในเมื่อแกสร้างหนี้สินขึ้นมาเอง แกก็หาทางชดใช้เองแล้วกัน”

ตบและด่าแล้วกวีเดินออกไปเลย ภากรสะอื้นจนพูดไม่ออก คุณหญิงอำภาได้แต่สงสารลูกจนน้ำตาคลอ...

ooooooo

ภากรเสียใจมาก บอกแม่ว่าตนไม่เคยถูกพ่อตบมาก่อนไม่เคยแม้แต่จะดุด่าด้วยซ้ำ คุณหญิงบอกว่าเขาเป็นความหวังของพ่อ ภากรสะอื้นในอกบอกว่าตนไม่เคยทำได้อย่างที่พ่อต้องการ

“พ่อเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าขอให้ลูกมีความสุข ขอให้ลูกเป็นคนดี และไม่ว่าลูกอยากทำอะไร พ่อก็จะคอยประคับประคองลูกอย่างดีที่สุด”

“แต่วันนี้เขาตบหน้าผม” คุณหญิงอำภาบอกว่าแม่รู้ว่ามันไม่ถูก “ถูกครับ แต่มันยังน้อยไป เขาควรจะตบผมมากกว่านี้ ผมจะได้สำนึกที่จะปรับปรุงตัว เป็นคนดีขึ้นมาบ้าง แทนที่ผมจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ผมกลับทำแต่ปัญหา ผมอยากตายครับแม่ ถ้ามันจะทดแทนความผิดที่ผมทำไว้ทั้งหมดได้”

คุณหญิงอำภากอดภากรให้กำลังใจว่าเราเป็น ครอบครัวเราต้องเดินหน้าแก้ปัญหาไปด้วยกัน ภากรบอกว่าถ้าแม่ให้อภัยตนอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง อยากตั้งตัว อยากสร้างครอบครัวที่มีแต่ความสุขสดชื่น สุดท้ายบอกว่าอยากแต่งงาน
“ทันทีที่หนูอ้อกลับมา เราจะจัดงานแต่งงานทันที เราตกลงกันไว้แล้วนี่ลูก”

ภากรนิ่งเงียบไปอึดใจ แล้วลุกเดินออกจากบ้านไป คุณหญิงถามว่าจะไปไหนอีก เขาไม่ตอบแต่ขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

สายบัวโทร.ไปหาราชปรามว่าอย่าบอกใครเรื่องที่ตนจะเอาตัวอมาวสีมาคืน ถ้ารู้ว่าแจ้งตำรวจเขาจะไม่มีโอกาสเห็นหน้าอมาวสีเลย

“เข้าใจ...แต่บอกมาเสียทีซิว่า จะพาตัวมาส่งเมื่อไหร่”

“พร้อมเมื่อไหร่จะบอกเอง ทำตัวให้ว่างไว้รอรับสัญญาณจากฉันเท่านั้น” พูดจบก็ตัดสายแล้วหิ้วถุงแกงเดินกลับ

เทินถามราชว่าไว้ใจได้หรือ ราชบอกว่านี่เป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ตอนนี้ แต่ก็เชื่อว่าเธอพูดจริง เทินถามว่าหลังจากได้ตัวอมาวสีแล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปถามว่า

“แผนการทั้งหมดที่คุณตั้งใจทำเพื่อสั่งสอนคนในบ้านพิชิตพงษ์ มาถึงบทสุดท้ายหรือยังครับ”

“ฉันจะกลับไปดูแลกิจการของลุงรักษ์ที่ภูเก็ต และอาจจะแต่งงาน” เทินถามว่ากับใคร “กับคนที่คุณลุงรักษ์เลือกให้” เทินถามสีหน้าผิดหวังว่า

“รักเขาหรือ” ราชเงียบ เทินติงแกมเตือนว่า “อย่าทำอะไรเล่นๆอีกเลยครับคุณราช โตแล้ว...จะมัวหลอกตัวเองอยู่ทำไม”

ระหว่างรอจังหวะที่จะพาอมาวสีหนีนั้น สายบัวพูดคุยกับอมาวสี ถามว่าราชมีมรดกเป็นเกาะอยู่ที่ภูเก็ต เธอวางแผนจะไปอยู่ด้วยกันที่นั่นหรือเปล่า

อมาวสีตอบไปตามน้ำ จินตนาการชีวิตในอนาคตเหมือนนิยายที่สวยสดงดงาม ชวนสายบัวไปเที่ยวบ้านตนบ้างก็ได้สายบัวบอกว่าภากรคงไม่อยากเห็นหน้าเธอเท่าไหร่ อมาวสีจึงขอกระดาษปากกาหรือสมุดอะไรก็ได้ สายบัวมองหน้าดักคอว่าคงไม่เอามาเขียนจดหมายลาตายนะ

ooooooo

ทนายชอบช่วยดำเนินการเรื่องบ้านพิชิตพงษ์ เขาตามหาภากรในคอฟฟี่ช็อปโรงแรม เพื่อให้เขาตัดสินใจเรื่องบ้านพิชิตพงษ์

“ผมยังหานายทุนที่จะรับจำนองบ้านพิชิตพงษ์ไม่ได้ แต่มีอยู่คนหนึ่งไม่รับจำนองแต่ต้องการซื้อเลย” ภากรถามว่าแล้วพวกตนจะไปอยู่ที่ไหน “เขามีเงื่อนไขน่าฟังอย่างนี้ครับ เขาจะไม่ทำอะไรในบ้านพิชิตพงษ์โดยให้คุณอยู่ไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนครบห้าปี ถ้าครบห้าปียังไม่มีเงินมาซื้อคืนเขาถึงจะยึดบ้าน”

“ต่างจากจำนองตรงไหน”

“ต่างตรงที่บ้านจะถูกโอนเป็นชื่อของเขาตั้งแต่วันนี้ครับ”

ภากรคิดหนัก บอกว่านี่คือการขายขาด แล้วพ่อแม่จะว่าอย่างไร ทนายชอบเร่งว่าเขาต้องตัดสินใจแล้ว คิดในทางที่ดีก็คือ “คุณพ่อคุณแม่จะไม่ทันได้รับรู้อะไร ถ้าคุณภากรเอาเงินไปซื้อคืนได้ภายในห้าปี ทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าหาเงินไม่ได้ทุกอย่างก็จบเหมือนกัน ผมช่วยได้เท่านี้จริงๆครับคุณภากร”

ภากรคิดหนัก ในที่สุดตัดสินใจตอบตกลงเพื่อความสบายใจของพ่อกับแม่ในวันนี้ อีกห้าปีจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันใหม่ ทนายชอบบอกว่าตนจะรีบบอกเขาทันที ภากรถามว่า เขาคือใคร?

ทนายชอบแยกจากภากรก็โทศัพท์แจ้งผลการเจรจาไปยัง “เขา” คนนั้นทันที เธอคือทิพย์สุดานั่นเอง

“ดีใจจริงๆที่ได้ยินอย่างนี้ บอกเขาเลยว่า ดิฉันพร้อมวางเงินให้ทันที แต่เขาก็ต้องโอนบ้านพิชิตพงษ์ให้ดิฉันทันทีเช่นกันนะ”

“ครับผม เจ้าของบ้านยินยอมตามเงื่อนไขทั้งหมดครับ”

“ถือว่าคุณทนายทำงานได้ดีมาก ถ้าคุณลาออกจากท่านกวีเมื่อไหร่ ฉันขอจ้างเป็นทนายประจำบ้านฉันนะคะ”

“ผมอยู่กับท่านกวีมาตั้งแร่เริ่มต้นทำงานครั้งแรก ผมทิ้งท่านไปไหนไม่ได้หรอก ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“เข้าใจจ้ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

ทนายชอบกดเลิกการสนทนา สีหน้าเขามีความกังวลกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่น้อย

ooooooo

ที่อาคารจอดรถโรงแรม จอนมาดักพบภากร เขาถามมันว่ามีความคืบหน้าอะไรบ้างไหม หรือว่าต้องการเงินเพิ่ม จอนติงว่าพูดเหมือนตนเป็นขอทานมาไถเงินใช้อย่างนั้นแหละ

“ก็ทุกครั้งที่เจอกัน มันลงเอยที่ผมต้องหาเงินให้พี่จอนทุกครั้งไป”

“มันจำเป็นต้องใช้มันก็ต้องขอกันตรงๆสิ แต่วันนี้ ผมมาเอาคำยืนยันจากคุณภากรว่า เงินสิบห้าล้านจะถึงมือผม ทันทีที่คุณอมาวสีถึงมือคุณภากร” ภากรบอกว่าตนยืนยันอย่างนั้นไม่ได้ “ถ้าอย่างนี้ผมอาจจะต้องวางมือนะครับ”

“ผมบอกแล้วไง ถ้าไอ้ราชอยากได้นักหนาก็ให้มันไปเลย ผมไม่สนใจแล้ว”

“แต่พ่อเลี้ยงยังสนใจเงินที่คุณเป็นหนี้เขาอยู่นะครับ”

“พี่จอนนัดให้เขามาเจอผมเลยแล้วกัน ผมจะให้ทั้งหมดเท่าที่ผมมี ถ้ายังไม่พอจะฆ่าจะแกงกันก็เอากันตรงนั้นเลย”

“แล้วคุณจะเสียใจที่ตัดสินใจอย่างนี้ เพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลย ซึ่งตรงข้ามกับไอ้ราชโดยสิ้นเชิง เพราะมันจะได้ทุกอย่างที่ควรจะเป็นของคุณ” จอนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดุดันทันที แต่ไม่ทำให้ภากรหวั่นไหวได้ เขาตอบอย่างปลงแล้วว่า

“ผมปล่อยวางแล้วครับ”

ooooooo

ภากรไปหาสีไพร เห็นเธอยังไม่หายแพ้ท้องก็แปลกใจว่าทำไมแพ้ท้องนานนัก สีไพรบอกว่าเอาแน่ไม่ได้เพราะหมอบอกว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ภากรแสดงความรักความเห่อลูกถามสีไพรว่าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย เธอบอกว่าหญิงก็ได้ชายก็รักถามเขาบ้างว่าถ้าเลือกได้เขาอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ภากรบอกว่าถ้าเป็นผู้หญิงก็ขอให้งามพร้อมอย่างสีไพร แต่ถ้าเป็นผู้ชายก็ขอให้ดีกว่าพ่อมันหลายร้อยเท่าแค่นั้นตนก็พอใจแล้ว

“แล้วคุณพ่อคุณแม่คุณภากรจะยอมรับหลานคนนี้ไหม”

“ฉันตอบไม่ได้เหมือนกัน บางทีเราอาจจะต้องแยกบ้านไปอยู่กันตามลำพัง สีไพรอยู่กับฉันได้ไหม” เธอบอกว่าเขาอยู่ไหนตนก็อยู่ได้ แต่พ่อล่ะ? “ก็ให้พ่อสีไพรไปอยู่ด้วยกันกับเราไง พ่อของสีไพรเป็นผู้ใหญ่ใจดี ท่านจะต้องเป็นคุณตาที่บ้าเห่อ ต้องเห่อหลานมากแน่ๆ”

นายสุดกลับมาได้ยินพอดี เขาพูดแทรกขึ้นว่า “ผมเห่อก็แต่หลาน ผมไม่ได้เห่อคุณนะ อย่าลืม”

ooooooo

คืนนี้กวีนั่งดื่มอยู่ที่บ้าน คุณหญิงอำภามานั่งข้างๆ ถามว่าไม่ไปงานเลี้ยงพรรคหรือ?

“ดินเนอร์ทอล์กของหัวหน้าพรรค งานเลี้ยงระดมทุนเข้าพรรค ผมไม่มีหน้ามีตาพอกับงานนี้ เพราะถ้าผมไป ทุกคนก็จะถามแต่เรื่องส่วนตัวของผม เรื่องในครอบครัวของเรา เรื่องลูกชาย เรื่องว่าที่ลูกสะใภ้ที่หายไป โอย...ผมเบื่อ ผมไม่อยากตอบคำถามพวกนี้”

คุณหญิงปลอบว่าเป็นนักการเมืองเลี่ยงสิ่งนี้ไม่ได้เขาก็รู้ กวีถามว่านอกจากเป็นนักการเมืองแล้วตนเป็นอะไรได้อีกไหม คุณหญิงตอบทันทีว่า “เป็นหัวหน้าครอบครัวไงคะ เป็นสามี เป็นพ่อ”

“เป็นพ่อที่ถูกลูกทอดทิ้ง มีลูก ลูกก็ไม่อยู่บ้าน มีหลาน หลานก็หายสาบสูญ เฮ้อ...ผมไม่ควรตบหน้ามันเลย คุณรู้ไหมว่า บ้านเรามันเงียบเหงามากขึ้นเรื่อยๆ”

ทั้งกวีและคุณหญิง เหลียวมองไปรอบบ้านเป็นบ้านใหญ่โตที่วังเวงจับใจ...

ooooooo

อมาวสีได้สมุดเขลอะๆ กับปากกาเก่าๆ จากสายบัวแล้ว เธอเขียนบันทึกอย่างถอดหัวใจลงเป็นตัวอักษร...

“จะมีใครสักกี่คน...ที่ถูกโชคชะตากลั่นแกล้งได้อย่างฉัน...อยู่ๆก็ถูกจับตัวมากักขังสองครั้งติดๆกัน ครั้งแรก เกิดอย่างไม่ทันตั้งตัว แม้จะต้องอยู่ในที่แปลกตา กับคนแปลกหน้า แต่ไม่นานฉันกลับรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเป็นบ้านของฉันเอง คงเป็นเพราะเขาคนนั้นกระมัง...

คนที่เป็นต้นคิดทุกอย่าง ผู้ชายปากแข็ง ที่ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เขาจะรู้สึกยังไงนะ ถ้ารู้ว่าฉันกำลัง ตกอยู่ในสภาพที่ต่างไปจากการกักขังครั้งแรกอย่างมาก เขายังอยากที่จะช่วยเหลือฉันเหมือนที่แล้วมาบ้างไหม เขาจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า...หรือจะมีเพียงฉัน ที่กำลังคิดถึงเขา ฉันกำลังคิดถึงสิ่งที่ขาดหายไป และไม่รู้ว่าวันใด ที่มันจะหวนคืนกลับมาดังเดิม...”

ที่บ้านหลังเดียวกันนี้...จอนกำลังหงุดหงิดงุ่นง่าน บ่นกับสายบัวว่า

“ผิดแผนว่ะ ไอ้ภากรมันทิ้งทุ่นอีนี่แน่ๆแล้ว” สายบัวยุให้ส่งตัวให้ราชเลย “ไม่มีทาง ขืนทำอย่างนั้น เราจะไม่ได้อะไรเลย”

จอนวางแผนจะเก็บอมาวสีไว้รอเวลาที่ค่าตัวสูงขึ้น เราอาจจะเรียกจากกวีเลยก็ได้ สายบัวติงว่าอันตราย

“เหอะน่า ไม่อันตรายก็ไม่ได้ตังค์สิวะ”

“ฉันว่าเรายังมีทางเลือกอื่นอีกนะ ระหว่างรอเวลาอัพค่าตัวนังนี่ พี่ก็ไปเอามรดกจากลุงที่ภูเก็ตก่อน” จอนตาโตเห็นว่าแผนนี้เข้าท่า สายบัวชวนไปกันพรุ่งนี้เลยดีไหม จอนดี๊ด๊าว่าเราไปกันสามคนเลยนะ ไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันที่เกาะรักษ์เล

แล้วจอนก็เข้าไปหาอมาวสีบอกให้เตรียมตัวพรุ่งนี้เราจะไปทะเลกัน สั่งสายบัวให้นัดรถตู้เจ้าเดิมไว้เลย

แต่พอรุ่งขึ้น สายบัวกลับซื้อตั๋วเครื่องบินให้จอนคนเดียว จอนบอกว่าตนไม่ชอบนั่งเครื่องบิน สายบัวหว่านล้อมว่านั่งเครื่องบินนั่นแหละดี รีบไปรีบกลับ จะนั่งรถให้เหนื่อยทำไม ส่วนตัวเองกับอมาวสี สายบัวบอกว่า

“ฉันจะอยู่รอพี่ที่นี่ดีกว่า ขืนเอาอีนี่ไปด้วยจะนั่งรถหรือเครื่องบินก็เถอะ ใครเห็นเข้าก็ซวยสิ เผื่อนางแหกปากตะโกนขึ้นมาจะว่ายังไง”

จอนเห็นด้วยถามว่าเครื่องออกกี่โมง สายบัวบอกว่าบ่ายสองวันนี้ มันถามขากลับ สายบัวบอกว่าพรุ่งนี้สองทุ่ม

ooooooo

คืนนี้ ลุงรักษ์ได้รับโทรศัพท์จากราช ลุงรักษ์พูดอย่างร่าเริงว่าพอคิดถึงปุ๊บก็โทร.มาปั๊บอย่างนี้อายุยืนแน่ๆ ราชบอกว่ายกให้ลุงเลยตนไม่อยากอายุยืน

ราชโทร.มาถามว่าตนเคยทำอะไรให้ลุงไม่สบายใจ บ้างไหม รู้สึกตัวเองจะทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นหลานลุง ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้สืบทอดตระกูลรัชภูมิ ลุงรักษ์ถามว่าแล้วเขาคิดว่าควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม?

“ผมควรจะอยู่ข้างๆคุณลุง และทำงานทุกอย่างแทนลุง เพื่อให้ลุงได้มีเวลาพักผ่อนสบายๆ ไม่ต้องตรากตรำทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมา ลุงครับ...ผมสัญญาว่าเมื่อผมเคลียร์ทุกอย่างจบหมดแล้ว ผมจะกลับไปหาลุงและทำอย่างที่ผมพูดทันที”

ลุงรักษ์บอกว่าดีใจที่ได้ยินเขาพูดอย่างนี้ ราชก็บอกว่าตนดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นหลานของลุง ต่างรอวันเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันอย่างที่ราชบอกไว้

ooooooo

วันนี้...ทิพย์สุดาไปหาราชที่อพาร์ตเมนต์ เห็นท่าทีราชยังหมางเมิน เธอถามว่าตนจะไปมาหาสู่เขาบ้างในฐานะลูกพี่ลูกน้องได้ไหม ราชไม่ตอบแต่เชิญนั่ง

“ไม่ล่ะ ฉันแค่แวะมาดูความเป็นอยู่ของเธอเท่านั้น” เธอมองสำรวจถามว่ายังอยู่ตัวคนเดียว? เห็นใบหน้าฟกช้ำก็เดาว่าคงมีศัตรูไม่น้อยใช่ไหม ราชตอบอย่างสงวนท่าที เธอพูดสบายๆว่า “เธออาจจะยังประดักประเดิดกับการสร้างสัมพันธภาพกับลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งรู้จักกัน ไม่เป็นไร อีกสักพักก็คงคุ้นเคย ฉันถามเธอตรงๆว่าอยากมีบ้านหลังใหญ่กว่านี้ไหม ใหญ่ขนาดบ้านพิชิตพงษ์น่ะ”

ราชนิ่งอย่างดูเชิง ทิพย์สุดาบอกว่า “วันนึงมันจะเป็นของเธอ ภาคย์” พูดแล้วเดินผละไป ราชมองตามงงๆ ทันใดนั้นเขาได้รับโทรศัพท์จากสายบัวบอกว่า

“บ่ายสี่โมงเย็น...รอรับเมียนายได้เลย...มาคนเดียว ถ้ามีตำรวจหรือคนอื่นมาด้วย นายจะไม่มีวันได้เจอหน้านังนี่อีก”

โทร.นัดราชแล้ว สายบัวเข้าไปบอกอมาวสีให้กินข้าวเสีย ถ้าไม่อยากเป็นลมกลางทาง อมาวสีบอกว่าไม่หิว สายบัวนัดหมายว่าวันนี้บ่ายโมงเราจะออกเดินทาง ย้ำว่า อย่ามีพิรุธอะไรให้จอนเห็นเด็ดขาด

อมาวสีขอเอาสมุดบันทึกและแผ่นไม้กระดานฉลุไปด้วย ขอเอาไปเป็นที่ระลึก เพราะแผ่นกระดานฉลุนั้นเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ตนมี จึงอยากให้มันอยู่ใกล้ตัว

จอนเข้ามาขัดจังหวะถามว่าคุยอะไร บอกสายบัวกับอมาวสีว่าตนไม่อยู่สองวันอย่าทะเลาะกัน ขากลับจะเก็บเปลือกหอยมาฝาก

วันเดียวกันตำรวจไปขอพบคุณหญิงอำภา แจ้งว่าทางตำรวจได้เบาะแสว่าอมาวสีเพิ่งถูกนำตัวจากไร่แถวโคราชมากักขังที่บ้านหลังหนึ่ง คุณหญิงบอกให้รีบแจ้งกวีเลย

“อย่าเพิ่งแจ้งท่านดีกว่าครับ ผมรู้สึกว่าช่วงนี้ท่านกวีดูจะมีเรื่องเครียดหลายเรื่อง ผมเลยเลือกที่จะแจ้งทางคุณหญิง ถ้าเป็นไปได้เราจะจู่โจมคืนนี้เลยครับ ผลเป็นอย่างไรผมจะส่งข่าวครับ”

ooooooo

สายบัวไปที่จุดนัดพบกับราชอย่างระวังตัว โดยเดินไปข้างหลังราชที่ยืนมองหาเธออยู่ ถามว่า เอาเงิน 4 หมื่นมาด้วยหรือเปล่า ราชบอกว่าตนเอามา 6 หมื่น ถ้าอมาวสีปลอดภัยจะให้เธอทั้งหมด

แต่พอสายบัวทวงเงิน เขาบอกว่าจนกว่าจะได้เห็นอมาวสีก่อน สายบัวจึงส่งมือถือให้เขาคุยกับอมาวสีเอง

“ฉันปลอดภัยดี ตอนนี้อยู่ที่บ้านแก้ว” อมาวสีบอก ราชจึงมอบเงินทั้งหมดให้สายบัวแล้วจะรีบไปบ้านแก้ว แต่สายบัวคืนให้ บอกว่าตนรับแค่ 4 หมื่นพอ คนอย่างตนพูดคำไหนคำนั้น แล้วจะรีบแยกไป ราชถามว่าแล้วไอ้จอนล่ะ?

“ช่างหัวมันเถอะ ผัวเลวๆอย่างนี้ฉันตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว อ้อ...ดูแลเด็กในท้องให้ดีนะ พ่อหล่อแม่สวย รับรองลูกต้องออกมาน่ารักแน่ๆ”

พูดแล้วสายบัวผละไปเลย ทิ้งราชให้ยืนงงๆอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโทร.ไปหาทิน ปรากฏว่าทินไม่อยู่บ้านบอกว่า

ออกไปซื้อของกินเพราะเห็นอมาวสีหน้าตาอ่อนเพลียมาก ตอนนี้ตนให้เธอนอนพักในที่อากาศถ่ายเทดีอยู่ที่บ้านแก้วแล้ว

ราชขับรถไปบ้านแก้วอย่างมุ่งมั่น เปี่ยมด้วยความหวัง

ooooooo

ฝ่ายสายบัวรับเงินแยกจากราชแล้วเธอโทร.ถึงภากรบอกว่าคิดถึงเขามาก เวลานี้ตนวางมือจากทุกอย่างแล้วรวมทั้งเลิกกับจอนแล้วด้วย ถามว่าเขาอยู่ไหนตนจะไปหา

ภากรกำลังพาสีไพรไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ฟังสายบัวแล้วภากรคิดว่าเธอคงมาทวงหนี้ บอกว่าตนกำลังยุ่งเดี๋ยวจะโทร.กลับ แต่ระหว่างไปรอรับยานั้นสายบัวเดินตามหา มาเจอภากรคุยกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลขอบคุณเขาที่ไว้ใจพาภรรยามาฝากครรภ์ที่นี่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สำหรับพ่อแม่มือใหม่

สายบัวได้ยินถึงกับถุงขนมหลุดมือ เธอหันหลังเดินจากไปอย่างคนหัวใจสลาย ขณะรอรับยานั่นเอง ภากรพยายามโทร.หาสายบัวแต่เธอไม่รับสาย สีหน้าเขากังวลจนสีไพรถามว่าลำบากใจอะไรหรือเปล่า

“เปล่าเลย มันเป็นภาระของฉันเองที่ฉันต้องสะสางให้มันจบๆไป มันเป็นหนี้สินที่ฉันทำไว้ในวันเวลาที่ฉันยังเหลวไหลอยู่ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีกฉันสัญญา”

พอดีสายบัวรับสาย ภากรทักว่าจูดี้หรือ เธอบอกว่าตนชื่อสายบัว เขาทำหน้างงบอกว่าไม่เคยรู้เลย

สายบัวเคลียร์กับเขาว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาไม่รู้ ความจริงคือตนเป็นเมียของจอนแต่วันนี้เลิกกันแล้ว บอกเขาว่า “คุณภากรไม่ต้องตกใจนะ ไม่มีพ่อเลี้ยงที่ไหน มาขู่เอาเงินจากคุณทั้งนั้น ขอให้สบายใจได้ ขอให้มี ความสุขกับเมียกับลูกนะคะ สายบัวขอโทษสำหรับทุกอย่าง ที่ทำผิดไป ลาก่อนค่ะ” พูดแล้วตัดสาย นั่งร้องไห้อย่าง เดียวดายอยู่ที่บันไดหนีไฟ

สีหน้าภากรโล่งใจเหมือนฟ้าสว่างขึ้นในพริบตาจนสีไพรถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“โล่งใจจ้ะ ฉันรู้สึกโล่งใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แสดงว่า ลูกต้องเป็นสัญญาณนำโชคให้ฉันแน่ๆ”

ooooooo

ราชไปถึงบ้านแก้ว อมาวสีตื่นขึ้นมามองลงไปเห็นรถเบนซ์คันคุ้นตาจอดอยู่เธอรู้ว่าเขามาแล้ว หันกลับจะวิ่งลงไปก็เจอราชยืนอยู่กลางห้องแล้ว ทั้งสองมองกันอึ้งด้วยความรู้สึกเต็มตื้น

“อมาวสี...คุณปลอดภัยดีใช่ไหม...ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านแก้ว”

ทั้งสองโผผวาเข้ากอดกันแน่นอย่างไม่มีอะไรจะปิดบังกันอีกแล้ว...

ราชถามว่าเธอบอกสายบัวว่าท้องกับตนหรือ เธอบอกว่าจำเป็นต้องหลอกเพื่อเอาตัวรอด เขาถามอีกว่าทำไมถึงเลือกมาที่บ้านแก้ว อมาวสีชี้แจงว่าเพราะสายบัวกลัวถูกหักหลังจึงพามาไว้ที่นี่ก่อน เขาถามอีกว่าแล้วทำไมไม่กลับไปที่บ้านพิชิตพงษ์ และขอเดาว่าเพราะไม่อยากแต่งงานกับภากร ไม่อยากเห็นหน้าคุณอาทั้งสอง และ “คิดถึงผม?”

“ถ้าฉันถามคุณบ้างว่าคุณกอดฉันทำไม คุณจะว่ายังไง คุณไม่ตอบก็ได้ งั้นฉันเดาเอง ถ้าผิดก็แย้งมา” แต่ไม่ทันที่เธอจะเดา ราชก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ผมเป็นห่วงคุณ ผมไม่อยากให้คุณมีอันตรายแม้แต่นิดเดียว ผมหยิบสมุดบันทึกคุณติดตัวมาด้วย ผมเปิดอ่านไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเที่ยว ผมคิดถึงคุณ แล้วคุณล่ะ”

ทั้งสองมองหน้ากันอย่างเปิดใจอีกครั้ง ราชยกมือลูบไล้ใบหน้าเธอ อมาวสีเอามือแตะบริเวณรอยแผลบนใบหน้าเขา

“ฉันทำแผลให้คุณก่อนดีกว่ามังคะ” แล้วต่างยิ้มหวานให้กัน

ระหว่างทานอาหารที่ทินซื้อมาและทำให้อย่างสุดฝีมือ แต่วันนี้อมาวสีขอไม่คุยอะไรกันอีกเพราะไม่อยากมีเรื่องผิดใจกันก่อนกลับบ้าน ราชถามว่าจะกลับทันทีที่อิ่มหรือเปล่า เห็นเธอเงียบ เขาบอกว่าอิ่มแล้วค่อยคุยกันก็ได้

ทินขอเอาอาหารกลับไปให้พ่อก่อน ทั้งสองจึงอยู่กันตามลำพัง ราชถามว่าเธอจะอยู่ที่นี่ถึงเช้าได้ไหม เพราะตนเตรียมชุดนอนในสไตล์ของเธอไว้ให้แล้ว รับรองเธอใส่ได้แน่

ทานอาหารเสร็จ ต่างไปอาบน้ำด้วยหัวใจเบิกบาน แจ่มใส...มีความสุข...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.