ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"


ที่ห้องพักบ้านกลางไร่...ราชนอนหลับตานิ่งกลางเตียงใหญ่ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ภายใน

จิตใจของเขานั้นครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิตที่ผ่านมา...

“...ไม่มีใครรู้อนาคตของตัวเอง...ทุกคนรู้จัก เพียงอดีต ซึ่งเราสามารถเรียนรู้และจดจำมันได้...มากหรือน้อยอยู่ที่ความสำคัญของเรื่องราวนั้นๆ...บางเรื่องราวเกิดขึ้นมานานกว่ายี่สิบปี...แต่เรากลับจดจำได้ดีไม่ต่างจากเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น...อดีตเหล่านั้นจะมีผลอย่างไรต่ออนาคตของชีวิต ขึ้นอยู่กับว่าเรายึดติดกับความทรงจำส่วนไหนมากกว่ากัน...”

ราชลืมตาขึ้นในความมืด แววตาเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย เขาบอกกับตัวเองว่า...

“และเราเท่านั้น...ที่เป็นผู้เลือกมัน...ด้วยตัวของเราเอง...”

ooooooo

ในภาวะมืดมน ถูกโกง ถูกทวงหนี้ ถูกคุกคามเอาชีวิต ไม่กล้าแม้แต่จะบอกเล่าความทุกข์นี้แก่กวีผู้เป็นพ่อ เพราะรู้ดีว่าพูดไปแล้วต้องถูกด่าซ้ำ ในยามนี้ ภากรคิดถึงสีไพร...ผู้มีแต่ความรักความอบอุ่นให้ไม่ว่าในยามใด...

วันนี้...ภากรขับรถไปที่บ้านใหม่ของสีไพรนายสุดนั่งอยู่หน้าบ้าน พอเห็นรถของภากรมาจอด เขาลุกเดินผ่านไปทำเหมือนไม่เห็น

ภากรเข้าไปเจอสีไพรกำลังอาเจียน กระนั้นพอเห็น หน้าเขาเธอกลับถามอย่างห่วงใยว่า “คุณภากรทานอะไรมารึยังคะ” เขาส่ายหน้าบอกว่าแค่อยากมาคุยด้วยเท่านั้น ตนไม่รู้จะไปคุยกับใคร สีไพรชะเง้อดูหน้าบ้าน ภากรบอกว่า

“พ่อสีไพรเพิ่งออกจากบ้านเมื่อกี๊นี้ เขาคงไม่อยากเห็นหน้าฉัน” สีไพรติงว่าไม่จริง “จริง...ไม่มีใครอยากเห็นหน้าฉันหรอก นอกจากคนคนเดียวเท่านั้น ใครรู้ไหม...เจ้าหนี้ของฉันไง”

สีไพรถามว่าเขาติดหนี้ใคร เท่าไร ภากรให้เธอเดา เพราะบริษัทผลิตยาก็เจ๊งแถมกำลังถูกฟ้องข้อหาฉ้อฉลหลอกลวงถ้าตนไม่จ่ายเงินชดใช้ให้พวกนั้น ภากรปรารภอย่างท้อแท้ว่า

“ฉันนึกไม่ออกเลยว่า อนาคตของฉันจะเป็นยังไง”

สีไพรให้กำลังใจว่าเขาต้องผ่านมันไปได้ ภากรบอกว่าเกือบร้อยล้านเธอคิดว่าตนจะผ่านไปได้อีกไหม?

“ต้องได้สิคะ ก่อนแม่ตาย แม่เคยบอกสีไพรว่า ทุกปัญหาคือบททดสอบ ถ้าเราเข้มแข็งไม่ท้อเสียอย่าง เราต้องเอาชนะทุกปัญหาได้เอง ช้าหรือเร็วอยู่ที่ปัญหา คุณภากรเป็นคนหนุ่ม ฉลาด มีความสามารถ คุณภากรจะผ่านมันไปได้ไม่ยากหรอกค่ะ...” ให้กำลังใจแล้วถามว่า “สีไพรช่วยอะไรคุณภากรได้บ้างไหมคะ”

“แค่นั่งฟังฉัน ไม่เห็นฉันเป็นไอ้หน้าโง่ก็พอแล้ว”

“อย่าว่าตัวเองอย่างนั้นเลยนะคะ คุณภากรแค่

ไม่มีโชคเท่านั้นเอง แต่อีกไม่นานโชคจะต้องเข้าข้างคุณภากรบ้าง คอยดูสิคะ” ภากรสีหน้าดีขึ้น ชื่นใจมีกำลังใจจากคำปลอบโยนของสีไพร

ไม่เพียงเท่านั้น สีไพรยังเอาเงินที่ภากรให้ไว้ทุกครั้งเก็บรวบรวมไว้เอามาให้เขา บอกว่ามันอาจจะไม่มากเท่าที่เขาต้องการ แต่มันก็น่าจะมีประโยชน์สำหรับเขาบ้างไม่มากก็น้อย บอกเขาว่า

“สีไพรจะดีใจมากถ้ามันจะเป็นทุนในการสร้างโอกาสครั้งต่อไปของคุณภากร”

ภากรจะไม่เอา สีไพรอ้อนวอนขอให้ตนได้ทำอะไรเพื่อเขาบ้าง ทำให้ภากรซาบซึ้งในน้ำใจของเธอมาก

ooooooo

อมาวสีไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินราชขอแต่งงาน ด้วย ถามว่าเขาพูดอะไรนะ? ราชถามว่าเธอไม่ได้ยินหรืออยากให้ตนพูดประโยคนี้ซ้ำๆ ย้ำว่า และเธอก็ไม่ควรปฏิเสธข้อเสนอของตน

เธอถามว่าบังคับตนหรือ เขาบอกว่าแค่แนะนำ อมาวสีมองเขาเต็มตา พูดชัดถ้อยชัดคำเหมือนต้องการตอกย้ำเข้าไปในหัวใจเขาว่า

“คุณเป็นผู้ชายที่ไม่มีหัวใจจริงๆ คุณมันพวกกดขี่ทางเพศ คิดจะเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คุณเคยรู้บ้างไหมว่าความรักคืออะไร คุณเคยสนใจความรู้สึกของผู้หญิงบ้างไหม ไม่เคยเลย” ราชฉุนบอกเธอว่าถ้าไม่เห็นด้วยก็ปฏิเสธมาสิ! อมาวสีสวนทันทีโดยไม่ต้องคิดว่า “ฉันปฏิเสธ!”
เมื่อถูกปฏิเสธ ราชเสนอให้เธอแต่งงานกับวารินก็ได้ ตนจะขอร้องวารินให้เอง

“คุณเป็นบ้ารึเปล่าเนี่ย มีสิทธิ์อะไรมายกฉันให้คนโน้นคนนี้ การแต่งงานคือการที่คนสองคนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมเป็นร่วมตาย เป็นสามีภรรยากัน เป็นครอบครัวเดียวกัน คุณคิดว่ามันทำกันง่ายๆเหรอ มันต้องเริ่มจากความรัก คุณรู้บ้างไหม”

ราชตะแบงว่าเธอเข้าใจผิดใหญ่แล้ว ที่คิดว่าตนขอแต่งงานแต่ตนแค่บอกให้เธอแต่งงานกับตนเท่านั้น ชี้แจงว่า

“คุณต้องแต่งงานกับผมเพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง ผมจะได้พาคุณกลับไปส่งบ้านได้โดยไม่มีใครครหา ไม่ได้เกี่ยวกับการร่วมเป็นร่วมตายอะไรของคุณเลย แต่ถ้าคุณรังเกียจผม ผมก็จะขอให้นายวารินมันออกหน้าเป็นสามีคุณให้ ก็เท่านั้น...เข้าใจหรือยัง?”

“คุณเป็นผู้ชายที่โคตรชุ่ย” อมาวสีจ้องจิกลึกเข้าในดวงตาเหมือนจะให้ทะลุถึงหัวใจเขาว่า “ถ้าการที่ฉันจะกลับบ้านต้องทำให้ผู้ชายอย่างคุณเดือดร้อน ต้องอุปโลกน์ตัวเองเป็นสามีละก็...ฉันหนีกลับเองดีกว่า และฉันก็จะบอกใครๆว่าสามีฉันเป็นคนป่าชื่อนายแปลก”

ราชบอกว่านายแปลกมีเมียแล้วสวยเสียด้วย อมาวสีโต้ว่าไม่เป็นปัญหาเพราะตนแค่อ้างชื่อใครขึ้นมาเป็นสามีก็ได้ ไม่เห็นต้องพึ่งเขาให้ไปขอร้องวารินเลย ราชย้อนถามว่าถ้าวารินอยากแต่งกับเธอจริงๆล่ะ? เธอบอกว่าให้เขามาขอกับตนเอง ราชรวบรัดว่าขอเพียงเธอตอบตกลงตนก็จะได้บอกวาริน เธอบอกว่าไม่จำเป็นที่ตนต้องรับปาก ในเมื่อไม่ใช่เรื่องของเขา

“โอเค งั้นผมจะพาคุณไปส่งที่บ้านเขา จากนั้นคุณกับเขาก็เจรจากันเองแล้วกัน รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังในตัววาริน”

“ฉันรู้ และรอให้เขามาขอฉันนานแล้ว” เธอประชดแล้วปิดไฟนอนเลย เป็นการยุติการโต้เถียงกันโดยปริยาย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ราชให้ป๊อดไปตามเทินที่กำลังคุยเล่นกับแอ้มที่ห้องครัวไปพบ บอกเทินให้กินข้าวเสียตนจะไปรอที่รถเดี๋ยวจะไปภูเก็ต

อมาวสีหายใจแรงๆอย่างขัดใจ บอกเทินให้กินข้าวต้มที่ป้าเอิบยกมาเพราะเดี๋ยวจะต้องขับรถอีกไกล ตนยังไม่หิวแล้วลุกจากโต๊ะไป

ทินได้รับหน้าที่ให้เฝ้าบริษัทของราชที่กรุงเทพฯ วันนี้ต้องรับมือกับจอนที่จู่โจมเข้ามาถามว่าราชไปไหน ทินเหล่มองบอกว่าไม่ทราบ จอนถามว่าราชสั่งไว้ไม่ให้บอกใช่ไหม แล้วควักเงินออกมาปึกหนึ่งถามว่า “มันอยู่ไหน” ทินยังนิ่ง มันควักเงินออกมาอีกปึก แล้วก็อีกปึก ทินก็ยังนิ่ง จนปึกสุดท้าย มันถามว่า “รู้หรือยังว่าอยู่ไหน”

“รู้แล้วแต่ไม่บอก”

จอนซัดหมัดใส่ทินจนเลือดกบปากตะคอกถามว่า “มึงจะเอาเงินหรือเอาตีน”

พอดีโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ทินวิ่งไปรับสาย จอนกระชากคอเสื้อทินแล้วเปิดเสียงให้ดังออกทางลำโพง เสียงเทินทัก “ไอ้ทิน” จอนพยักหน้าให้ทินพูด

เทินสั่งทินให้อยู่บ้านดีๆ ตนจะไปภูเก็ตกับราชสองวัน ถามว่าเงินที่ใส่ไว้ในกล่องพอใช้ไหม ทินอึกอักบอกว่าพอ เทินผิดสังเกตถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ทินกลบเกลื่อนว่าไม่มีฝากพ่อซื้อน้ำพริกกุ้งเสียบมาฝากด้วยแล้วกัน

จอนไปเปิดกล่องดูเห็นกระดาษเขียนหมายเลขโทรศัพท์และชื่อ “น้าป่วน บ้านไร่” มันหยิบขึ้นดูโดยทินไม่ทันเห็น ส่วนเทินก็ยังสั่งทินว่า “แล้วถ้ามีใครถามอะไรไม่ต้องบอกล่ะ เข้าใจไหม ทินพยายามจะบอกอะไรกับเทิน เลยถูกจอนกระชากโทรศัพท์ไปพูด “สบายดีเหรอน้าเทิน”

เทินจำเสียงได้บอกราชที่นั่งอยู่ข้างๆว่าไอ้จอน ในขณะที่จอนก็พูดพล่ามว่า

“ฉันแวะมาที่นี่ ตั้งใจจะไถเงินไอ้ราชหน่อย แต่มันดันไม่อยู่ งั้นฉันขอเงินของลูกแกไปแล้วกัน ฝากบอกไอ้ราชด้วยว่า อย่าปอกลอกลุงฉันจนหมดตัวล่ะ เดี๋ยวตอนแบ่งมรดกมันจะไม่มีอะไรเหลือ” พอวางสายมันก็กวาดเงินในกล่องไปทั้งหมด บอกทินว่า “เก็บผักเก็บหญ้าแถวนี้กินไปสองวันแล้วกันนะ” แล้วยิ้มกวนๆ ออกไป

เทินบ่นกับราชว่าไอ้จอนนี่มันแสบจริงๆ ราชพูดสบายๆว่า

“ช่างมันเถอะ ถึงยังไงมันก็เป็นหลานลุงรักษ์มากกว่าฉันเสียอีก มันอยากได้เงินก็ให้มันไปเถอะ”

ooooooo

ภากรขับรถกลับถึงบ้าน เขานั่งอยู่ในรถนาน ก่อนลงจากรถเขาเอาเงินที่สีไพรให้ใส่ไว้ในลิ้นชักรถซึ่งมีสร้อยข้อมือที่สีไพรถักให้อยู่ในนั้น

แต่พอจะลงจากรถ ก็ถูกกวีมายืนจ้องตำหนิด่าว่าอย่างหงุดหงิดว่า สบายเกินไปแล้วนึกอยากทำอะไรก็ทำลอยไปลอยมาไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ทำบริษัทป่นปี้ก็ไม่สน ตะคอกถามว่า

“แกเคยคิดจะร่วมรับผิดชอบสิ่งเหล่านี้บ้างไหม แล้วไปก่อเรื่องอะไรกับใครมาอีก ถึงไม่กล้าลงจากรถ” เห็นหน้าตาบวมช้ำของภากร กวีถามว่าไปมีเรื่องกับใครมาอีก ไปหาหมอหรือยัง พวกมันกี่คนไปแจ้งความหรือเปล่า พอภากรบอกว่าเปล่า กวีดักคอว่า “แกคิดจะให้พ่อหาคนไปแก้แค้นเอาคืนกับไอ้พวกนั้นอีกใช่ไหม”

“พวกมันถึงได้มาเล่นงานผมเป็นการเอาคืนไงครับ”

กวีพาลหาว่าภากรโทษแต่ตน ด่าว่าให้หัดโทษตัวเองบ้าง ไม่เคยรักดี ถือว่าพ่อเป็นนักการเมืองก็มั่วการพนัน ยาเสพติด ท้าตีท้าต่อยกับผู้คนไปทั่ว

“พ่อจะด่าผมยังไง ผมก็เป็นลูกพ่อนะครับ”

“เออซิ...เพราะฉันไม่มีทางเลือกแล้วไง ฉันเลือกคนใหม่ไม่ได้นี่หว่า ฉันถึงต้องทนอยู่กับไอ้ลูกโง่ๆอย่างนี้”

“ผมก็เลือกพ่อใหม่ไม่ได้เหมือนกันครับ”

สองพ่อลูกโต้เถียงกันรุนแรง กวีโกรธจัดไล่ให้เขาไปอยู่กับแม่เสียและไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก ภากรจึงไปหาอำภา ระบายความอัดอั้นแล้วบอกแม่ว่า

“เจ็บกายไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่เจ็บใจ เสียใจมากกว่า เสียใจที่ผมเกิดมาโง่ ไม่รู้ทันคน ทำให้พ่อแม่ต้องเสียหายไม่มีที่สิ้นสุด” บอกอำภาว่า “บางทีผมนึกอยากจะหนีออกจากบ้านไปให้พ้นๆ แบบไอ้ภาคย์ ผมเข้าใจแล้วว่า ไอ้ภาคย์มันหนีออกจากบ้านทำไม วันนึงถ้าผมหายไป แม่ต้องเข้าใจผมนะครับ”

“ไม่เอานะลูก...ลูกแม่หายไปคนนึงแล้ว ภากรอย่า

ทิ้งแม่ไปอีกคนเลยนะลูก” อำภากอดภากรไว้แน่นอย่างไม่ยอมสูญเสียเขาไปอีกคน...

ooooooo

หลังจากราชไปแล้ว แอ้มที่มาเก็บที่นอนของราชบ่นๆว่านายหญิงไม่น่าปล่อยให้นายไปเลยเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรง อยู่ทางโน้นใครจะดูแล

อมาวสีบอกว่าคนอย่างเขาไม่เป็นอะไรง่ายหรอก ใครจะไปห้ามเขาได้ แล้วบอกแอ้มให้เอาที่นอนของตนไปเก็บที่ห้องด้วย พอแอ้มออกไป เธอหยิบไอแพดของราชขึ้นมาเปิดเล่น พบว่ามีข้อความส่งมาทางไลน์มากมาย แต่มีชื่อผู้ส่งอยู่คนเดียวคือ “น้องแก้ว อรัญญา”

ในไทม์ไลน์มีข้อความหวานๆและรูปน่ารักของน้องแก้วส่งมามากมาย ดูแล้วอมาวสีร้อนผ่าวขึ้นมาไม่รู้ตัว

ทันใดนั้นแอ้มมาบอกว่ามีคนมาหา เขามาดู โลเกชั่น จะขอถ่ายหนังและขอให้พวกเราเข้าฉากด้วย

ที่แท้เป็นจอนกับสายบัว มาในมาดผู้จัดการกองถ่ายและผู้ช่วย อ้างว่าขับรถผ่านมาชอบสถานที่นี้เลยอยากจะขอถ่ายไป ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของนายป่วนรู้ไม่เท่าทัน บอกว่าเจ้าของชื่อ ราช รัชภูมิ จอนถามว่าอยู่หรือเปล่า ทั้งนายป่วน ป๊อด ป้าเอิบและแอ้ม ต่างพาซื่อบอกข้อมูลไปหมด จอนถามว่าราชจะกลับเมื่อไรก็บอกว่าอีกสามวัน พอได้ข้อมูลแล้ว จอนบอกนายป่วนว่า

“เจอกันคราวหน้า น้าช่วยพาคนงานทั้งหมดมาให้ดูตัวหน่อยได้ไหม ผู้กำกับเขาอาจจะขอเทสต์หน้ากล้องเลย เผื่อจับพลัดจับผลูได้เป็นดาราขึ้นมาใครจะรู้”นายป่วนรับคำว่าได้เลย ส่วนป้าเอิบยังเสนอว่าถ้าไม่มีพระเอก นายของตน คือราช รัชภูมิ หล่อล่ำคมขำระดับพระเอกเลยทีเดียว จอนฟังแล้วยิ้มพอใจ ยิ่งมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับ

ooooooo

ราชไปถึงภูเก็ต เขาตำหนิตัวเองกับลุงรักษ์ที่ตัดสินใจทำอะไรไปหลายอย่างโดยที่ไม่ได้บอกลุงก่อน โดยเฉพาะเรื่องไร่ที่ปากช่อง

“เธอนึกว่าลุงไม่รู้เหรอ ไม่งั้นลุงจะส่งนายเทินไปดูแลเธอทำไม” ลุงรักษ์พูดเป็นการเป็นงานว่า “สิบห้าปีที่เรารู้จักกันมา ลุงได้รู้ได้เห็นปัจจุบันของเธอ ซึ่งมันทำ

ให้ลุงคาดเดาอดีตของเธอได้พอสมควร ลุงคิดว่าวันนี้ถึงเวลาที่เราควรจะพูดคุยกันถึงเรื่องอนาคตได้แล้ว”

“อนาคตของผมอยู่ที่คุณลุงมาแต่ไหนแต่ไร คุณลุงก็รู้นี่ครับ”

“นั่นเป็นเพราะเธออยากจะทดแทนบุญคุณลุง ซึ่งลุงไม่ได้ต้องการ เราสองคนอาจจะมาเจอกันด้วยโชคชะตา แต่อนาคตข้างหน้าเราควรจะวางแผนได้บ้าง ลุงจึงอยากรู้ว่าในใจของเธอวาดภาพอนาคตไว้อย่างไร ทั้งเรื่องชีวิตและครอบครัว”

“ผมไม่ทราบครับ แต่ผมภูมิใจที่ได้เป็นราชรัชภูมิ และผมตั้งใจที่จะเป็นรัชภูมิที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณลุงภาคภูมิใจด้วยเช่นกันครับ”

“ถ้าเช่นนั้น สองเรื่องที่ลุงได้ตัดสินใจไปแล้วก็ไม่ผิดไปจากความมุ่งหวังของเรา” ราชถามว่าเรื่องอะไรบ้าง? “หนึ่ง ลุงได้ทำพินัยกรรม ยกทรัพย์สินทั้งหมดของลุงให้เป็นของเธอ ของราช รัชภูมิ แต่เพียงผู้เดียว รับปากนะว่าจะดูแลเกาะรักษ์เลของลุงให้ดีที่สุดตลอดไป” เมื่อราชตอบรับ ลุงรักษ์พูดต่อ

“สอง ลุงขอหนูอรัญญาให้เธอแล้วนะ” ราชย้ำคำงงๆว่า ขอให้ผม? ลุงรักษ์ย้ำว่า “ใช่ ให้เป็นเจ้าสาว ของเธอไงล่ะ เธอทั้งคู่จะเป็นทายาทรัชภูมิรุ่นต่อไป ที่ฉันภูมิใจที่สุด”

ราชนิ่งอึ้ง เขาเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้อย่างนิ่งที่สุด เมื่อลุงรักษ์สรุปว่า “ตกลงตามนั้นนะ”ราชตอบว่า ด้วยความเต็มใจ ลุงรักษ์ย้ำ “และหวังว่าเรื่องราวของอมาวสีคงจะจบลงโดยเร็วนะ”

“ครับผม” ราชตอบแทบไม่รู้ตัว

ooooooo

คืนนี้ราชโทร.ไปหานายป่วนที่ไร่ นายป่วนหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะขึ้นมารับสาย อมาวสียิ้มอย่างสมเพชพูดลอยๆว่าแค่โทรศัพท์ก็ต้องซ่อนกันขนาดนี้เชียวหรือ

นายป่วนบอกว่านายสั่งไว้ เพราะโทรศัพท์จะทำให้เราไม่มีสมาธิในการทำงานไร่

“ไม่มีเหตุผล เผด็จการ ปิดหูปิดตา เบียดเบียนเสรีภาพ” อมาวสีว่าไปเป็นชุด นายป่วนเลยส่งโทรศัพท์ให้เธอพูดกับนายเอง ราชได้ยินเสียงอมาวสีตั้งแต่

นายป่วนกดรับแล้ว พอนายป่วนส่งโทรศัพท์ให้เธอ เขาพูดทันที่ว่าตนไม่ได้เผด็จการ แต่ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง อมาวสีหาว่าเขาอ้างโน่นอ้างนี่ดันทุรังไปเรื่อย

“คุณไม่เชื่อผมก็ตามใจ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ” แล้วถามว่า “คืนนี้คุณจะนอนห้องไหน”

อมาวสีไม่ตอบ แต่กลับบอกว่า ช่วงที่เขาอยู่โรงพยาบาลมีคนคิดถึงเขามากและฝากข้อความถึงเขามากมายเขาควรจะเปิดดู บอกให้เขาเช็กไลน์ดูก็แล้วกัน เธอชื่อน้องแก้ว อรัญญา ราชถามว่าเธอดูจากไอแพดของตนใช่ไหม

“ทีหลังก็สั่งห้ามแตะต้องไอแพดของคุณด้วยสิคะ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลลับของคุณ”

“ผมไม่มีอะไรเป็นความลับ น้องแก้ว อรัญญา คือว่าที่เจ้าสาวของผม ส่วนนายวารินว่าที่เจ้าบ่าวของคุณนั้น ผมจะแวะไปหาเขาพรุ่งนี้ เพื่อตกลงรายละเอียดต่างๆ แล้วมะรืนนี้ผมจะกลับไปรับคุณ อดทนอยู่เหงาๆ อีกสักสองคืนนะครับ”

“ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันค่ะ” เธอตอบประชดไปอย่างถือดี แต่พอวางสายก็ขุ่นมัวขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

ooooooo

จอนเช่าบ้านให้ไอ้เผือก ไอ้เหิมและไอ้อ้อนที่เพิ่งออกจากคุกอยู่ วันนี้จอนไปหาพวกมันพร้อมทั้งเสื้อผ้าดูดีให้คนละชุด อ่อยพวกมันทั้งสามว่า

ทำงานเสร็จตนจะมีส่วนแบ่งให้คนละก้อนแยกย้ายกันไปตั้งตัว มีบ้านของตัวเอง เราจะนัดเจอกันเฉพาะเวลามีงานอย่างวันนี้เท่านั้น ไอ้เหิมถามว่างานอะไรหรือ จอนเอาเสื้อผ้าให้บอกให้ไปอาบน้ำเดี๋ยวค่อยซ้อมกัน

เตรียมทุกอย่างเสร็จ รถตู้คันใหญ่ก็พาจอนและลูกน้องแล่นเข้าไปที่ไร่อมาวสีแต่เช้าตรู่ ป๊อดออกมารับถามว่า ไหนว่าจะมาอาทิตย์หน้า สายบัวบอกว่าพอดีนายทุนเร่งมา เลยต้องรีบพาผู้กำกับมาดูสถานที่และถือโอกาสคัดเลือกนักแสดงท้องถิ่นแถวนี้ด้วย

“เอาล่ะ ขอแนะนำให้พวกเรารู้จักกับผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อน สามพี่น้องตระกูลมะ” สิ้นเสียงจอน ไอ้เผือก ไอ้เหิมและไอ้อ้อน ในชุดดูดีก็ลงจากรถตู้ พวกมันแนะนำตัวเอง ไอ้เผือกชื่อมะม่วง ไอ้เหิมชื่อมะกรูด และไอ้อ้อนชื่อมะนาว

ป้าเอิบมองงงๆ บอกว่าไม่รู้จัก ไอ้เผือกบอกว่าพวกมันเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่โด่งดังจากหนังอินดี้ ไอ้อ้อนอธิบายว่าคือหนังที่ดูไม่รู้เรื่องน่ะ แต่ตอนนี้หันมาเอาใจตลาดทำหนังตบจูบบู๊ระห่ำและมีผีด้วย

พูดเรียกความสนใจได้แล้ว พวกมันทำเวลาเต็มที่ ไอ้อ้อนบอกว่าเพื่อความสมจริงพวกมันจึงต้องมาหา

นักแสดงที่เป็นคนท้องถิ่นจริงๆ ไอ้เหิมบอกให้ไปตามคนงานทั้งหมดมาให้คัดเลือกตัวกัน

นายป่วนขอโทร.หานายก่อน จอนโอเค แต่ระหว่างนี้ตนขอเดินดูสถานที่รอบๆไปด้วยก็แล้วกัน

ooooooo

นายป่วนโทร.รายงานราชระหว่างที่เขานั่งรถอยู่บนทางด่วนมุ่งสู่ตัวเมือง นายป่วนบอกว่ามีผู้กำกับหนังจะมาถ่ายหนังรัก และขอถ่ายรูปคนงานไปทำการคัดเลือกตัวแสดงด้วย

“จะเป็นดารากันหมดแล้วหรือพวกเรา แล้วนายหญิงล่ะ”

“นายหญิงอยู่ในห้อง ไอ้แปลกเฝ้าอยู่ เธอไม่ได้ลงมาข้างล่างครับ จะมีปัญหาอะไรไหมครับ”

“ไม่มี ตามสบายนะ บอกพวกเราว่าเล่นหนังแล้วอย่าลืมงานไร่ล่ะ”

วางสายจากนายป่วนแล้ว ราชเล่าให้เทินที่ขับรถอยู่ฟัง เทินสงสัยว่าพวกนั้นมาได้ยังไง ราชคาดว่าคงขับดุ่มๆ แล้วมาเจอเหมือนตอนที่เรามาเจอไร่นั่นแหละ เทินหวังว่าคงไม่เกี่ยวกับอมาวสีนะ?

ooooooo

ระหว่างที่พวกไอ้เผือกกำลังสัมภาษณ์และทำประวัติ โดยให้ทุกคนแจ้งชื่อ อายุ สัดส่วน และเพศ อย่างวุ่นวายอยู่นั้นจอนแอบเดินเข้าไปในโถงบ้านอย่างสำรวจ

แปลกเดินลงมา จอนรีบหลบ สายบัวออกไปรับหน้า ทำทีตื่นเต้นว่าได้เจอตัวแสดงที่เหมาะกับหนังมาก รีบพาไปคัดเลือก พลางโทร.บอกพวกไอ้เผือกอย่างตื่นเต้นว่า

“นี่...ฉันเจอตัวละครสำคัญของเราแล้ว กำลังจะพาลงไปเดี๋ยวนี้” แล้วกึ่งลากกึ่งจูงแปลกผ่านจอนลงไป

พอแปลกลงไปแล้วจอนก็เดินขึ้นข้างบน อมาวสีออกมาเจอมันพอดีถามว่าเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง มันทักอย่างรู้จักเธอดีว่า “ผมมาช่วยคุณ คุณต้องรีบไปจากที่นี่โดยด่วน คุณถูกลักพาตัวใช่ไหม ตอบตามตรงเลย ใช่ไหม?!”

อมาวสีพยักหน้างงๆ มันแสดงตัวว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบตามหาตัวเธออยู่นาน บอกว่าทางบ้านเป็นห่วงเธอมาก อมาวสีถามว่าแล้วราชล่ะ

“ตอนนี้เขากำลังถูกควบคุมตัวอยู่ ข้อหาลักพาตัวคุณ อีกสักพักกำลังตำรวจจะบุกเข้าจู่โจมที่นี่ คุณต้องรีบออกจากที่นี่โดยด่วนเพราะอาจมีการปะทะกันรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่กับพวกลูกน้องราช ไอ้พวกนี้มันเป็นกองกำลังต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองทั้งนั้น”

จอนพูดเว่อร์จนอมาวสีโต้ว่าไม่จริง มันปรามว่าอย่าเถียงเจ้าหน้าที่ ครั้นเธอขอพบราช มันบอกว่าจะพาไปหาก็ได้แต่ตอนนี้เธอต้องทำตามวิธีของตนก่อนอมาวสีถามว่าทำยังไง?

“เราจะแอบไปขึ้นรถด้านหลัง โดยไม่ให้สมุนของไอ้ราชเห็น ไม่งั้นมันจะโกลาหลวุ่นวายมาก อนาคตของไอ้ราชอยู่ที่ท่าทีของคุณนะครับ คุณอมาวสี”

ooooooo

ที่ลานหน้าบ้านกลางไร่ พวกไอ้เผือก ไอ้เหิมและไอ้อ้อนกำลังสร้างสถานกาณ์วุ่นวายกับการคัดเลือกนักแสดงดึงความสนใจของคนงานมาทั้งหมดไว้ที่นั่น

สายบัวพาแปลกลงมา นายป่วนถามทันที “ไอ้แปลก มึงลงมาทำไม นายหญิงล่ะ”

“ฉันขอให้เขามาเองจ้ะ เพราะบุคลิกเขาเหมาะกับดาวร้ายของเรามาก” พวกไอ้เผือกไอ้เหิมพากันผสมโรงว่านี่แหละนักแสดงที่เราตามหา แล้วพากันห้อมล้อมแปลก ระหว่างนั้นสายบัวขอเดินดูรอบๆไร่หน่อย แต่ไม่มีใครสนใจเพราะมัววุ่นอยู่กับการทำประวัติคัดเลือกนักแสดง

พอสายบัวเลี่ยงไปพ้นแล้วก็ส่งสัญญาณให้ไอ้เผือก ก่อนเดินลับหายไปทางหลังบ้าน

อมาวสีรู้ตัวว่าถูกหลอกเมื่อมาถึงรถตู้แล้วไม่เห็นราช ไอ้จอนเผยตัวทันที มันบอกเธอว่า

“เจ้าบ่าวของคุณเขาห่วงคุณมากรู้ไหม เขาตั้งราคาค่าตัวคุณไม่น้อยเลย” แล้วมันก็พยักหน้าให้สายบัวออกรถ พลางโทรศัพท์บอกพวกไอ้เผือกว่า “ออกมาได้แล้ว ฉันได้ตัวนังนี่มาเรียบร้อยแล้ว”

“แกจะพาฉันไปไหน”

“เอาไปขึ้นเงินน่ะสิ” จอนเอาเชือกมัดมืออมาวสีไว้ แล้วสายบัวก็ขับรถออกไปทันที

ooooooo

แปลกถูกจับให้แอ็กท่าเป็นดาวร้ายตัวฉกาจ ไอ้อ้อนทำเป็นชอบอกชอบใจบอกว่าเยี่ยมมาก ดาวร้ายจากดวงดาวอื่นต้องเงียบขรึมอย่างนี้แหละ

“ไอ้นี่มันเป็นใบ้” ป๊อดบอก ไอ้อ้อนร้องอ้าว ก็พอดีไอ้เผือกเอามือถือมาให้นายป่วนบอกว่าโทรศัพท์จากอมาวสี มันบอกว่าเธอออกไปกับผู้จัดการแล้วโทร.เข้ามา

อมาวสีถูกบังคับให้โทร.บอกนายป่วนว่าออกไปเที่ยวตลาดเพื่อหาซื้อเครื่องประดับมาแต่งตัวเพราะขอเขาลองเล่นบทนางเอก นายป่วนตกใจถามว่าแล้วคุณผู้ชายรู้หรือยัง?

“ยังจ้ะ เซอร์ไพรส์ไงจ๊ะ ฝากบอกแอ้มเก็บของในห้องให้ด้วย...คิดถึงทุกคนนะจ๊ะ”

จอนให้เธอพูดแค่นั้นแล้วดึงมือถือไป ชมว่า “เล่นละครได้เก่งเหมือนกันนะเรา” แต่พอเธอถามว่ามันทำอะไรราชหรือเปล่า มันยิ้มเยาะหาว่าพอเป็นเมียราชก็ไม่ถามถึงภากรเลย แล้วมันก็ทำหลีใส่จนสายบัวบอกให้พอเดี๋ยวมีหึง! มันจึงเอาผ้าปิดปากและเอาถุงดำครอบหัวเธออีกชั้นหนึ่ง

ooooooo

ราชให้เทินขับรถไปที่บ้านวาริน เพื่อจัดการเรื่องอมาวสีให้เป็นไปตามแผนที่ตัวเองวางไว้ เขาบอกวารินว่าเพิ่งเจออมาวสี เธอบอกว่าอยากกลับบ้านแต่มีข้อแม้

“ข้อแม้อะไร” วารินตื่นเต้น

“นายต้องแต่งงานกับน้องอ้อ...น้องเขาไม่กล้าบอกผู้ใหญ่ว่ารังเกียจนายภากร ก็เลยเลือกที่จะบอกว่ามีคนรักอยู่แล้วคือนาย” วารินดีใจสุดๆ ราชบอกว่า “ทีนี้นายก็ต้องรับสมอ้างว่า นายเป็นคนพาน้องไปหลบซ่อนตัวและดูแลน้องอย่างดี เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ใครครหาว่า ถูกฉุดไปทำมิดีมิร้าย”

“หรือถ้าใครจะคิดอย่างนั้น เขาก็จะคิดว่าเราเป็นคนทำมิดีมิร้ายเอง ดังนั้น น้องก็เลยจะแต่งงานกับเรา” วารินเดา

“ใช่ เข้าใจง่ายจัง” ราชชม วารินถามว่าน้องเขาไม่ได้รักตนเลยหรือ เป็นเพียงแค่แต่งหลอกๆเหมือนละครใช่ไหม “ไม่รู้สิ มันก็อยู่ที่ตัวนาย...แต่ถ้าน้องเขากล้าเลือกนายก็แปลว่าเขามีใจให้นายอยู่นะวาริน”

วารินพอใจมาก แต่พอราชจะกลับ วารินบอกว่ามีสุภาพสตรีท่านหนึ่งอยากพบเขามาก พอรู้ว่าเขาจะมาที่นี่เธอก็บึ่งรถมารอ ราชถามว่าตนเสน่ห์แรงขนาดนั้นเลยหรือ ทันใดนั้น ทิพย์สุดาเดินออกมาทักทายอย่างคุ้นเคยว่า

“เรื่องนี้สำคัญมากกว่าเสน่ห์ค่ะ คุณภาคย์ ทวยไท”

ราชหันมองบอกว่าเธอเรียกตนผิดทั้งชื่อและนามสกุล ทิพย์สุดาถามว่ารู้ไหมว่านามสกุลทวยไทเป็นของใคร เธอบอกว่า “หม่อมเจ้าคฑาเทพ ทวยไท”

เพราะราชไม่ยอมรับความเป็นภาคย์ ทำให้เขาบ่ายเบี่ยงพูดเลี่ยงไปมา ปฏิเสธที่จะเป็นภาคย์ ทวยไท ทิพย์สุดาจึงถามว่าเขาจะตอบคำถามตนสักข้อได้ไหม แม้เขาไม่รับปาก เธอก็ถาม

“คุณคือลูกชายของคุณหญิงอำภาที่หนีออกจากบ้านไปใช่หรือเปล่า” ราชก็ยังไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าเธอพยายามทำอะไรอยู่ พลางจะเดินออกไป ทิพย์สุดารีบพูดว่า “ถ้าฉันบอกว่า ฉันรู้สาเหตุที่ไม่มีใครรักภาคย์ล่ะ น่าสนใจบ้างไหม”

ราชสั่งเทินให้เอารถมารอหน้าบ้านเลย แต่ทิพย์สุดาก็ยังทำเวลา พูดต่อว่า “สาเหตุที่ไม่มีใครรักภาคย์ก็เพราะสายเลือดที่แท้จริงของเขาไม่ใช่พิชิตพงษ์แต่เป็น ทวยไท บิดาของเขาไม่ใช่ท่านกวี แต่เป็นท่านชายคฑาเทพ ทวยไท ท่านอาของฉัน” เห็นราชชะงัก ทิพย์สุดารีบพูดต่อ “ฉันรับปากท่านอาไว้ว่า จะตามหาตัวทายาทคนเดียวของท่านอาให้ได้ เพื่อมอบสิทธิทุกอย่างของความเป็นทวยไทให้เขา”

ooooooo

ราชนั่งรถออกไปอย่างไร้เป้าหมาย บอกเทินให้ขับไปเรื่อยๆ ในขณะที่สมองของเขายังสับสน อึงอลกับคำบอกเล่าของทิพย์สุดา...

“คุณหญิงอำภาแต่งงานกับท่านกวีทั้งๆที่กำลังอุ้มท้องบุตรที่เกิดจากท่านอาคฑาเทพอยู่...เมื่อท่านอารู้เข้า ท่านโศกเศร้าเสียใจมาก เช่นเดียวกับท่านกวี ต่างกันตรงที่ท่านกวีมีความแค้นเคืองมากยิ่งกว่า จึงเป็นเหตุที่อธิบายได้ว่าทำไมท่านถึงได้จงเกลียดจงชังภาคย์มากยิ่งนัก”

ขณะราชกำลังสับสนกับความจริงในชีวิตตัวเองนั้น เขาได้รับโทรศัพท์จากนายป่วนแจ้งว่าอมาวสีหายตัวไปกับรถกองถ่ายหนังจนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย ราชถามว่าเธอไม่บอกอะไรเลยหรือ นายป่วนเล่าว่าเธอบอกว่าจะลองบทนางเอก จะทำเซอร์ไพรส์เขา และบอกว่า คิดถึงทุกคน

“งั้นเขาคงไม่กลับมาแล้วล่ะน้าป่วน” ราชตัดสายทันที สั่ง “น้าเทิน ไปบ้านพิชิตพงษ์”

ราชไปเพื่อจะดูว่าอมาวสีมาที่บ้านพิชิตพงษ์หรือเปล่า เทินลงไปกดออด จันออกมาถามว่ามาหาใคร พอเทินถามว่าอมาวสีอยู่ไหม จันตอบฉอดๆว่า “หายไปตั้งนานแล้ว ยังไม่กลับมาเลยค่ะ” เทินขอบใจแล้วรีบกลับมาที่รถ

คุณหญิงอำภาเดินมาถามจันว่าใครมาหรือ จันบอกว่าไม่ทราบเขามาถามหาคุณอ้อ

ราชอยู่ในรถ จ้องคุณหญิงอย่างชิงชัง คำตำหนิคุณหญิงของทิพย์สุดาแทรกเข้ามาในความนึกคิดอีก...

“ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงด้วยกัน แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหญิงอำภาถึงทำได้ขนาดนี้ และฉันก็ไม่อาจจะสงสารหรือเห็นใจคุณหญิงได้แม้แต่น้อย...ถึงวันนี้ ฉันคงไม่ต้องตามหาตัวภาคย์อีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ฉันหวังเพียงให้เขาได้รู้ว่า แม้ผู้เป็นแม่จะเหลวไหล ไม่เหลียวแลเขาอย่างไร แต่เขาก็ควรจะภาคภูมิใจที่ได้สืบสายเลือดทวยไทยของผู้เป็นพ่อ”

ราชตัดสินใจก้าวลงจากรถเดินตรงไปที่คุณหญิงยืนอยู่ คุณหญิงชะงักอุทานตะลึง “ภาคย์!”

ภาคย์พูดหน้านิ่งอย่างไร้ความรู้สึกว่า อย่าเรียกตนอย่างนี้อีก กระนั้นคุณหญิงก็ยังพร่ำเพ้อ “ภาคย์มาหาแม่เหรอ?”

“ผมมาหาคุณในฐานะตัวแทนของเด็กคนนึงที่ลืมตาขึ้นมาดูโลกพร้อมกับความสับสน เพราะเขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเขาเป็นผลผลิตที่เกิดจากความรักหรือความใคร่ หรือความเหลวไหลไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจของคนเป็นแม่กันแน่...”

คุณหญิงตะลึงกับท่าทีและถ้อยคำรุนแรงของราช แต่ไม่ทำให้ราชหยุดพูดได้

“เขาเคยคิดเอาเองว่า มันคงเป็นชะตากรรมของเขา ที่ไม่เคยได้รับความรักเหมือนเด็กคนอื่น แต่ที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่กรรมของเขาเลย...มันเป็นบาปของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีความเป็นแม่แม้แต่น้อย ผู้หญิงคนนี้ทำลายชีวิตของท่านชายคนนึงจนย่อยยับหมดสิ้นอนาคต!”

อำภาช็อก น้ำตาทะลัก

“เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังทำลายชีวิตของเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกคนนึง เพียงเพราะว่ามันเป็นก้อนเลือดที่ฟ้องถึงความร่านของผู้หญิงคนนี้!”

“ภาคย์...พอเถอะลูก...”

“อย่ามาเรียกผมว่าลูก!” ราชตะโกนก้อง “ผมไม่ใช่ลูกคุณ ผมไม่มีวันยอมมีแม่เลวๆอย่างนี้รู้ไว้ด้วย คุณใจบาปกว่าที่ผมคิดไว้มากคุณหญิงอำภา วันนึงคุณจะต้องชดใช้กรรมที่คุณทำไว้อย่างสาสม!”

ราชหันหลังเดินไปขึ้นรถทันที คุณหญิงอำภาทรุดลงอย่างหมดแรง นมพริ้งวิ่งมาดู

“เขามาที่นี่จ้ะนม...เขามาหาฉัน...มาด่าฉันถึงที่นี่...” คุณหญิงบอก นมพริ้งมองรถของราชที่ขับออกไปอย่างเร็ว

ooooooo

เทินขับรถไปจอดที่ริมถนนแล้วลงไปโทรศัพท์ถึงนายป่วน ก่อนกลับมาบอกราชที่ยังนั่งนิ่งอยู่ในรถว่า

“ผมเช็กกับน้าป่วนอีกทีแล้ว ไม่มีใครเห็นตอนคุณอมาวสีเดินไปขึ้นรถเลย เธอใช้โทรศัพท์โทร.เข้ามาบอก ผมว่ามันดูผิดสังเกตอยู่นะครับ”

ราชร้อนใจโทร.ถามวารินว่าอมาวสีอยู่กับเขาหรือเปล่า วารินถามว่าจะอยู่ได้ยังไงก็เขาเพิ่งนัดกับตนเมื่อกี๊นี้เอง ราชจึงขอให้วารินไปหาตนที่อพาร์ตเมนต์

ราชเล่าความจริงทั้งหมดให้วารินฟังว่า ตนเป็นคนฉุดอมาวสีไปจากงานแต่งงานเพื่อเธอจะได้ไม่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับภากร

วารินถามว่าแล้วเขากับอมาวสีล่ะ ราชบอกว่าไม่มีอะไรกันเพราะตนคิดว่าน้องเหมาะกับเขามากกว่า บอกวารินว่าเหตุที่ไม่บอกเขาแต่แรกเพราะคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องเลยน่าจะดีกว่า วารินถามว่าทั้งหมดนี้เขาทำเพื่อช่วยตนหรือ

ราชเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้วจึงบอกวารินว่าเวลานี้อมาวสีหายไปอีกแล้ว หายไปตั้งแต่เช้าจนป่านนี้ยังตามตัวไม่เจอ วารินตกใจมาก ถามว่าแล้วทีนี้จะทำยังไงกันดี? ราชพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่ง เครียด...

ooooooo

จอนพาอมาวสีไปที่บ้านเช่าลึกลับของมัน สายบัวถามว่ายังจะเอาตัวมาขังไว้ทำไมให้รีบเอาตัวไปขึ้นเงินเรื่องจะได้จบ จอนยังอยากเก็บไว้เพื่อเรียกเงินมากกว่ารางวัลที่ตั้งไว้

“แล้วพี่คิดว่าคุณภากรเขาจะมีเงินให้เราเหรอ”

“พ่อมันสิโว้ย ที่จะต้องจ่ายเงินให้เรา ถึงเวลาเอาคืนจากพวกนักการเมืองเลวๆบ้างแล้วเว้ย เอ็งเอาอีนั่นเข้า

ไปในบ้านก่อน เฝ้าไว้ให้ดีๆล่ะ พี่จะไปเคลียร์เงินไอ้พวกเด็กๆแป๊บนึง”

สายบัวพาอมาวสีเข้าไปในห้องที่มีประตูแน่นหนา จอนกลับมามันซื้อผัดไทยมาให้ บอกอมาวสีว่าอยากได้อะไรอีกก็ตะโกนบอกสายบัว ตนจะไปฉลองก่อน สายบัวอยากไปบ้างถามว่าแล้วตนล่ะ

“เอ็งต้องเป็นคนเฝ้านังนี่ไว้ พี่ไม่ไว้ใจคนอื่น มันคือตัวเงินตัวทองของเรา ท่องเอาไว้”

ooooooo

จอนไปพบภากรที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง มันทักภากรว่าแผลหายดีแล้วหรือ ภากรพยักหน้าเนือยๆ

“เล่นกับพวกพ่อเลี้ยงก็งี้แหละ” จอนบอก แล้วไล่เด็กเชียร์เบียร์ออกไปเพื่อคุยข่าวดีที่มันอ่อยภากรไว้ พอเด็กออกไปมันบอกทันทีว่า “เจอตัวอมาวสีแล้ว”

แล้วจอนก็แปลกใจที่ภากรไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร เขาถามว่าแล้วตอนนี้น้องเขาอยู่ไหนจะได้ไปรับกลับบ้าน จอนถามถึงเงินรางวัลว่ายังสิบล้านเหมือนเดิมไหม ภากรตอบผ่านๆว่า “งั้นมั้ง”

“อย่ามั้งสิครับ ต้องเอาให้แน่ จะให้เท่าไหร่ก็ว่ามาตอนนี้ผมกำลังมีปัญหาอยู่ด้วย เพราะไอ้ราชมันวาง

กำลังคนเฝ้าไว้เยอะมาก อาวุธยุทโธปกรณ์มันก็มหาศาล ถ้าเราจะเข้าไปชิงตัวน้องอมาวสีก็ต้องใช้ทีมงานที่มีประสบการณ์หลายคน”

จอนปั้นน้ำเป็นตัวสร้างสถานการณ์ให้เห็นถึงความยากลำบากเพื่อเรียกเงินเพิ่ม ภากรบอกว่าให้ได้ตัวน้องมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน จอนขอวันนี้สักห้าหมื่นก่อนได้ไหม ภากรมีแค่สองหมื่นแปด มันรีบรับ ภากรกำชับว่า จบให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน

พอกลับถึงบ้านเช่า จอนแกล้งใช้ให้สายบัวไปซื้อเบียร์และกับแกล้ม แล้วมันก็เข้าปล้ำอมาวสี ถูกอมาวสีคว้าไม้ฟาดหัวแตกก็พอดีสายบัวกลับมาเจอ ถามจอนว่าจะเอาอมาวสีเป็นเมียหรือ งั้นเราเลิกกันเลย จอนไม่ยอมเลิก แล้วแว้งสายบัวว่าตัวเองก็อย่าแอบไปมีอะไรกับภากรก็แล้วกันไม่งั้นเจอดีหนักกว่านี้หลายเท่า แล้วมันก็เดินงุ่นง่านอารมณ์ค้างออกไป

อมาวสีถามสายบัวว่าสัมพันธ์กับภากรถึงไหนแล้ว สายบัวบอกว่ายังไม่มีอะไรกันแค่เกือบๆเท่านั้น แต่เป็นไปไม่ได้หรอกเพราะเธอจะแต่งงานกับภากรอยู่แล้ว

“ไม่หรอก เราแต่งงานกันไม่ได้ เพราะฉัน...ฉันท้องกับราช รัชภูมิแล้ว แต่เขายังไม่รู้ว่าฉันอุ้มท้องลูกเขาอยู่” อมาวสีอ้อนวอนสายบัวขอความเห็นใจในฐานะผู้หญิงด้วยกันให้ช่วยตนด้วย

ooooooo

ภากรไม่กล้ากลับบ้าน เขาตระเวนนอนโรงแรม จนทนายชอบถามว่าจะนอนโรงแรมอย่างนี้อีกนานไหม

“ก็อาจจะไม่นาน สายข่าวบอกว่าใกล้จะเจอตัวอมาวสีแล้ว ส่วนเรื่องหนี้สิน ก็อยู่ที่ว่าอาจะช่วยผมได้แค่ไหน”

“เช็กแล้วครับ ทรัพย์สินที่เป็นชื่อคุณ และพอจะเอาไปกู้เงินมาได้มากพอ มีเพียงชิ้นเดียวครับ คือบ้านพิชิตพงษ์ คุณพ่อโอนให้เป็นของคุณตั้งแต่ตอนเปิดบริษัทยาแล้ว”

ภากรกลัวจะไม่มีบ้านอยู่ ทนายชอบแนะนำให้เอาไปจำนองกับแบงก์ แบงก์น่าจะปล่อยเงินกู้ได้ไม่ยากขอแต่ให้เขาหมั่นส่งดอก ทำตัวเป็นลูกหนี้ที่ดี ให้ความมั่นใจว่า เครดิตของคุณพ่อเสียอย่างไม่น่ามีปัญหาอะไร

“งั้นก็เอาเลย จัดการตามนั้นเลย ด่วนเลยนะคุณอา” ภากรเร่งรัดอย่างมีความหวังครั้งสุดท้าย

ooooooo

ราชกลับไปที่บ้านกลางไร่ นายป่วนและบรรดาคนงานต่างพากันมาสารภาพผิดที่มัวแต่อยากเป็นดาราจนเกิดเหตุร้ายแรงที่อมาวสีหายไป

นายป่วนบอกว่าถ้าพวกตนมีอะไรแลกให้อมาวสีกลับมาได้ก็จะยอม ราชบอกว่าจะไปไหนก็ไปกันเถอะตนไม่มีอะไรจะพูดแล้วไล่ทุกคนไป และบอกว่า

“ผมอาจจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วนะ ผมจะยกไร่นี้ให้เป็นของพินัย” ทุกคนตะลึงอึ้ง ป้าเอิบติงว่าไร่นี้ชื่ออมาวสี

“ก็แค่ชื่อ ตัวเขาไม่อยู่ จะมีความหมายอะไร”

ราชเข้าไปในห้องพักของอมาวสี พบสมุดบันทึกที่เธอเขียนไว้ เขาหยิบเปิดอ่านเศร้าๆ

“ยากแค่ไหนนะที่จะทำให้คนใจร้าย กลับมามีหัวใจได้ ยากแค่ไหนนะกว่าเขาจะยอมรับความเป็นพี่ภาคย์คนเดิม มันช่างยากเหลือเกินหรืออาจจะไม่มีทางเป็นไปได้...ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะต้องมาอยู่ในชุดเจ้าสาว เคียงข้างกับเจ้าบ่าวที่จงเกลียดจงชังฉันที่สุด โธ่...ทำเต๊ะไปอย่างนั้นเอง ชอบก็บอกมาเถอะ...แอบชอบเราอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ...”

ราชนิ่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาตามที่อมาวสีบันทึก เขาพลิกอ่านต่ออย่างตั้งใจ...ใคร่รู้...

“แปลกนะ ที่อยู่ๆเราก็สัมผัสถึงความอ่อนโยนของเขาได้ ยิ่งนานไป เรากลับคุ้นเคยกับสายตา อารมณ์และท่าทีของเขา จนรู้สึกว่าเราอาจจะขาดเขาไม่ได้เสียแล้ว” อีกหน้าหนึ่งเธอบันทึกเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บ “เขาจะตายไหม ไม่นะ เขาต้องไม่เป็นอะไร ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา...”

ราชน้ำตาคลอซึ้งสะเทือนใจความห่วงใยและผูกพันของเธอ แต่แล้วก็พบบันทึกหน้าต่อไปว่า

“ไม่มีทาง...ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง อย่างน้อยเขาก็มีผู้หญิงอื่นรออยู่อีกหลายคน ทั้งชิดชไม วัชรี และยังน้องแก้วอรัญญาอีก...ไม่ ฉันจะไม่อยู่รอพบความช้ำเหล่านั้นหรอก...”

ขณะนั้นเอง ป๊อดถือกล้องเข้ามาบอกว่าเห็นสาย–บัวแต่งตัวโป๊ตนเลยถ่ายรูปไว้ แล้วเปิดให้ดู ในนั้นมีทั้งรูปจอน สายบัว ไอ้เผือก ไอ้เหิมและไอ้อ้อน ราชยิ้มเหี้ยม ป๊อดถามว่ารู้จักหรือ

“ฉันรู้จักมันดี...ลูกพี่ลูกน้องฉันเอง...ไอ้จอน!!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.