ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"


เวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไร ภากรกยิ่งอยู่ในภาวะสับสนสิ้นหวัง วันนี้เขาโทร.ไปที่บริษัทของราชตามนามบัตรที่มีอยู่ ได้รับเสียงตอบจากเทปแจ้งว่า

ขณะนี้บริษัทกับพนักงานติดภารกิจขนย้ายพัสดุต่อเนื่องในต่างประเทศเป็นเวลาสามเดือน หากต้องการติดต่อให้ฝากข้อความไว้หลังสัญญาณ

ภากรยิ่งหงุดหงิดหัวเสีย ระหว่างนี้เองหว่องเข้ามาแจ้งข่าวดีว่า แม้บริษัทเฮลท์ตี้ ฟาร์ม่าจะยังไม่ผ่าน FDA แต่ตนมีแผนโปรโมชั่นในกลุ่มลูกค้าว่าถ้าสั่งซื้อตั้งแต่ตอนนี้จะมีส่วนลดให้ 20 เปอร์เซ็นต์ มีลูกค้าจากทั่วโลกสั่งจองเข้ามามากมายแล้ว เมื่อภากรสนใจ หว่องบอกว่า

“คุณภากรแค่เซ็นรับรองเอกสารการสั่งจองเท่านั้น เราก็จะได้เงินล่วงหน้าถึง 50 เปอร์เซ็นต์เข้าแบงก์สบายๆ”

ภากรดีใจรับเอกสารและปากกาไปเซ็นโดยไม่ได้อ่าน เลขาสาวเดินมาบอกว่า มีนิตยสารรายสัปดาห์มาขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เรื่องข่าวซุบซิบว่าคุณหญิงอำภาแกล้งป่วยเพื่อปกปิดเหตุผลที่แท้จริงของการเลื่อนงานแต่งงานของเขา

“บอกมันไปว่าไม่ให้สัมภาษณ์โว้ย แล้วถ้ามีใครติดต่อเรื่องแบบนี้อีกไม่ต้องมาบอกผม ผมไม่คุยไม่อยากฟัง เข้าใจไหม” ตวาดแล้วลุกขึ้น เลขาถามว่าจะไปไหน “เรื่องของฉัน อย่ายุ่ง!”

ภากรเดินออกจากบริษัทไปอย่างหงุดหงิดตรงไปที่ตึกแถวที่สีไพรอยู่ ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าเธอกับพ่อย้ายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง ภากรเดินคอตกกลับไปอย่างสิ้นหวัง

ooooooo

ราชกลับไปที่บริษัท เทินเอากาแฟมาให้แล้วเล่าเรื่องราวในช่วงที่ผ่านมากัน เทินเล่าว่า

“เริ่มมีการซุบซิบถึงเบื้องหลังการยกเลิกงานแต่งงานกันมากขึ้น มีการถามหาตัวเจ้าสาวกันแล้วด้วย” ราชถามว่าแต่ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องการลักพาตัวใช่ไหม เทินบอกว่ายัง แต่อีกสักพักก็ไม่แน่ เสนอว่า “คุณราชต้องจบเรื่องนี้ได้แล้วนะครับ คุณรักษ์ท่านไม่ค่อยสบายกับเรื่องนี้เท่าไหร่”

ราชบอกว่าตนกำลังหาทางลงอยู่ เทินติงว่ามันก็ไม่ยากอะไร ถามว่าที่มันไม่ง่ายเพราะใจตัวเองหรือเปล่า แล้วเล่าว่า

“ทุกคนที่ไร่พากันเชื่อสนิทใจว่าคุณกับคุณอมาวสีคือสามีภรรยากัน ลองเล่นดี เล่นได้แนบเนียนอย่างนี้ ผมว่ามันต้องมีอะไรคิดอยู่ในใจเยอะแน่ๆ” ราชปรามว่าอย่าเดาอีก ย้ำว่าเพราะทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อวารินเพื่อนรักของตนเท่านั้น

จากนั้นราชนัดวารินไปคุยกันที่ร้านอาหาร บอกข่าวดีว่าตอนนี้ได้ข่าวอมาวสีแล้ว ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าน้องปลอดภัยดีไม่มีใครลักพาตัว แต่น้องเขาตั้งใจหนีงานแต่งงานเอง เห็นวารินดีใจมาก ราชย้ำกับเพื่อนรักว่า

“ถ้าน้องเขากลับมา นายก็ต้องรีบทำแต้ม โกยคะแนนไว้เยอะๆนะเว้ย”

“มีนายเป็นกุนซือให้อย่างนี้เราไม่พลาดแน่” ราชหยอกว่ายืมจมูกคนอื่นหายใจนี่หว่า วารินถามว่าน้องจะกลับมาเมื่อไหร่ พอราชบอกว่าอยู่ไกลถึงแม่สอดโน่น ดูเหมือนจะมีหญิงชราให้การอุปถัมภ์ไว้ ถามว่าเขาจะฝากอะไรถึงน้องไหม เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดน้องแล้ว “งั้นเราขอปรึกษารัชนีก่อนนะว่าจะฝากอะไรไปดี” วารินสีหน้าตื่นเต้นมาก

ooooooo

ที่บ้านกลางไร่ ตะวันกำลังจะลับเหลี่ยมเขา อมาวสียืนพิงหน้าต่างเหงาๆ เธอนึกแปลกใจตัวเองว่า...

“แปลก อยู่ๆก็นึกถึงเขาขึ้นมา...ไม่ได้แปลกที่นึกถึง เพราะเรานึกถึงเขามานานนับสิบปีแล้ว แปลกที่การนึกถึงวันนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนต่างหาก...เมื่อก่อนเรานึกถึงอดีต นึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก แต่วันนี้ เรากำลังนึกถึงปัจจุบัน นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนที่อยู่ใกล้ชิดเขา...”

ตะวันสีแดงดวงโตยิ่งคล้อยต่ำ หัวใจเธอก็ยิ่งร่ำร้องกระวนกระวาย เขียนบันทึกถามตัวเองว่า

“นี่มันคือความคิดถึงนี่นา คิดถึงกระทั่งสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะกลัวว่าเขาจะผิดสัญญา คิดว่าเขาจะโผล่หน้า มาให้เราเห็นตามนัดหรือเปล่า โอ...นี่ฉันเป็นอะไรไป... ทำไมฉันต้องอยากรู้ด้วยนะว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน เพ้อเจ้อเกินไปแล้วยายอมา”

เวลาเดียวกันระหว่างราชขับรถอยู่บนถนนที่ทอดยาวสุดสายตานั้น เขาคิดถึงสิ่งที่คุยกับเทินที่ว่า

“ทั้งหมดที่ทำไปเพื่อวาริน เพื่อนรักของเรา” แต่พอเทินถามว่า “ระหว่างหัวใจเพื่อนกับหัวใจตัวเอง คุณแคร์สิ่งไหนมากกว่ากัน ถามใจตัวเองให้ดีเถอะครับ แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น...เว้นแต่ว่าคุณจะไม่กล้ายอมรับความจริง...”

ราชคิดถึงคำสนทนานั่น และดูเหมือนว่า เขาไม่กล้า แม้แต่ที่จะถามหัวใจตัวเอง

ooooooo

กวีวางแผนรักษาหน้าตาตัวเองในสังคม แต่พอถูกสังคมระแคะระคาย รู้ทัน ก็กังวลจนบอกอำภาว่าตอนนี้ตนกำลังกลายเป็นคนป่วยไปแล้วจริงๆ เพราะสภาพจิตแย่ลง อยู่ๆก็เกิดท้อแท้ขึ้นมา

กวีเล่าถึงปัญหาที่เกิดกับตนว่าถูกพรรคเรียกไปพบ บอกว่า “ประวัติและภูมิหลังของนักการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ และตอนนี้ทางพรรคก็กำลังเพ่งเล็งผมอยู่” กวีเล่าว่าครั้งนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมของภากรและเรื่องธุรกิจบริษัทยา เขาบอกว่า “ถ้ามีปัญหาแม้เพียงนิดเดียว พรรคอาจจะต้องถอนชื่อผมออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค แล้วผมก็จะไม่ใช่ตัวเลือกของพรรคอีกต่อไป อย่างดีก็อยู่ไปเรื่อยๆ จนเป็นที่ปรึกษาเก่าๆแก่ๆของพรรค”

อำภาถามว่าเรื่องอมาวสีมีผลไหม? เขาบอกว่าถ้าในสื่อออนไลน์ยังมีคนตั้งกระทู้ ยังมีคนเม้นต์ กดไลค์กันไม่หยุดก็มีผลแน่

ooooooo

คืนนี้อมาวสีได้รับการ์ดจากราชคืนนี้เชิญดินเนอร์ ย้ำให้แต่งตัวสวยๆด้วย แต่อมาวสีกลับเลือกชุดกางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ตที่ทะมัดทะแมง ในขณะที่ราชแต่งชุดขาวหล่อเท่

อมาวสีทวงเรื่องที่เขาจะส่งเธอกลับ ราชยืนยันว่าหลังดินเนอร์คืนนี้แน่นอน แล้วให้เธอเลือกอาหารเอง บอกว่าเป็นการเลี้ยงฉลองวันเกิดให้เธอ แต่แนะนำว่าให้เลือกสลัดผักย่างกับซุปฟักทองเพราะตนชอบสีเหลือง

ระหว่างดินเนอร์นี้เอง ราชเอาคลิปที่โหลดไว้ในไอแพดมาเปิดให้ดู เป็นคำตัดพ้อต่อว่าและอวยพรของวัชรี นิลรัตน์และพึงใจ ราชบอกว่าพวกเธอเข้าใจว่าเธอจงใจหนีการแต่งงานเอง อมาวสีหาว่าเขาอวดเอาหน้ากับเพื่อนๆตน

“แต่มันฟังดูดีกว่าถูกลักพาตัวนะครับ ไม่งั้นคุณจะถูกสังคมครหานินทาว่าอยู่ในป่ากับผู้ชายตามลำพัง ...ความเสียหายที่เกิดกับผู้หญิงมันจะหนักหนาสาหัสกว่าผู้ชายเยอะ”

แล้วราชก็ซักซ้อมกับเธอให้พูดตรงกันต่อสังคมภายนอกว่า

“ผมจะบอกพวกเขาว่า คุณอยู่กับหญิงชราชาวบ้านและผมได้เบาะแสจากพวกแรงงานต่างด้าวแถวแม่สอด”

อมาวสีปรามาสเขาว่าไม่กล้ารับความจริงที่ตัวเองทำ ถูกเขาสวนเสียงเข้มทันควันว่า

“แล้วคุณกล้าไหมล่ะ กล้าบอกไหมว่าคุณรังเกียจนายภากร และไม่ต้องการแต่งงานกับเขา กล้าพูดต่อหน้าพ่อแม่เขาไหมว่าพวกเขาเป็นต้นเหตุให้พี่ภาคย์ของคุณต้องหนีออกจากบ้าน? คุณก็ไม่กล้า คุณไม่กล้าต่อสู้เพื่อพี่ภาคย์ของคุณด้วยซ้ำ ไม่เคยกล้าเลย! ผมเสียอีกที่กล้าดึงคุณออกมาจากงานแต่งงานบ้าๆนั่น ผมกล้าเสี่ยงเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและถูกต้องกว่า”

“ลักพาตัวเนี่ยนะ?”

“ถ้าคุณไม่เชื่อว่าเรื่องของหัวใจเป็นเรื่องใหญ่ คุณก็คงไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่ผมพูด”

“คุณไม่มีวันรู้จักหัวใจคนอื่นดีกว่าเจ้าของหัวใจหรอกค่ะ”

“งั้นเหรอ... แต่เอาเถอะ เมื่อสิ่งที่ผมทำมันไปกระทบผู้คนเป็นวงกว้างขึ้น ผมก็ยินดีจะจบเรื่องนี้เอง”

“คุณไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่คุณพูด มีผลต่อหัวใจของผู้ใหญ่อีกสองคนที่เขามีบุญคุณต่อคุณไม่น้อยเลย”

ราชนิ่งไปอย่างไม่คิดตอบโต้ เขาทบทวนแผนการพรุ่งนี้ว่า ย้ำเพื่อซ้อมเรื่องราวที่จะเปิดเผยกับสังคมให้ตรงกัน และเขาเป็นคนพาเธอไปส่งที่บ้านวาริน จากนั้น วารินก็จะพาเธอไปส่งที่บ้านพิชิตพงษ์เอง เธอถามว่าทำไมเขาไม่ไปเอง?

“คุณอยากให้ผมไปที่นั่น แล้วมีปากเสียงกับคุณหญิง เพื่อให้เธอล้มป่วยอีกหรือ” เขาย้ำว่าเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกแล้วชวนเธอกินของหวานกัน เขาวิทยุสั่งแอ้มให้ยกของหวานเข้ามา แอ้มเดินหน้าบานเข้ามาวางของหวานแล้วบอกว่า

“แต่ของหวานที่สุดอยู่ในนี้ค่ะ” แล้วป้าเอิบกับแอ้มก็วางถาดของหวานลงบนโต๊ะ มันเป็นถาดสเตนเลสมีฝาครอบ

ที่บ้านวัชรี ทั้งตัวเธอ วารินและเพื่อนๆ พากันเอามือถือมาวางไว้รวมกันรอเที่ยงคืนเพื่อร้องเพลง “แฮปปี้เบิร์ธเดย์” อวยพรเธอพร้อมกันในวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันเกิดของเธอ

แต่แล้วทุกอย่างที่บ้านกลางไร่ก็ต้องเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เมื่อราชได้รับโทรศัพท์ เขาเดินออกไปคุย แต่พอกลับมาเขาสั่งป้าเอิบกับแอ้มด้วยสีหน้าเคร่งเครียดให้พาอมาวสีกลับห้องเดี๋ยวนี้และห้ามออกมาอีก เขาขอโทษเธอบอกว่าตนมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำเดี๋ยวนี้

เมื่ออมาวสีกลับถึงห้องพัก นายป่วนมาบอกว่าให้ย้ายไปอยู่ตึกหลัง เพราะเกิดไฟไหมป่าฉับพลัน ถ้าเราหยุดมันไม่ได้จะไหม้ลามมาถึงไร่เรา นายป่วนเอากล้อง ส่องทางไกลให้บอกว่านายสั่งว่าถ้าอยากเห็นอะไรก็ใช้กล้องนี้แทน เธอรับกล้องส่องไปทางตีนเขาทันที

ไฟไหม้เกิดจากฝีมือกำนันนั่นเอง กำนันพูดกับลูกน้องอย่างย่ามใจว่า

“เยี่ยมมาก สุดยอด เรื่องเผาต้องยกให้ไอ้กี้ ไม่มีใครเผาได้รวดเร็วและราบเรียบเท่าไอ้กี้อีกแล้ว” ไอ้มากถามว่าแล้วแผนต่อไปล่ะ “รอเวลาอีกนิด ให้มันสาละวนกับไฟป่าอีกสักหน่อย พอพวกมันเพลียกันได้ที่ เราค่อยบุกไปปล้นและเผาบ้านมันให้พินาศก่อนสว่าง”

ราชกับพินัยนำคนงานไปสกัดไฟไว้ทัน นายป่วนบอกว่าไฟไม่น่าเกิดขึ้นในช่วงนี้เลย

“ช่วงไหนๆ ก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีคนจุด” ราชพูดอย่างแค้นใจว่า “ไม่ว่ามันจะเผาเพื่ออะไรก็ตาม มันจะไม่มีวันได้สิ่งที่มันต้องการเป็นอันขาด”

ooooooo

อมาวสีส่องกล้องดูเหตุการณ์จากดาดฟ้าบ้านพักคนงาน เธอถามป้าเอิบว่าสภาพอย่างนี้เราจะทำอย่างไรดี ป้าเอิบบอกว่าต้องรายงานนายแล้วฟังคำสั่งนายอย่างเดียว ฟังแล้วเธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

พลันไฟสนามสว่างขึ้นจากเสาสี่ต้นสี่มุม สาดเข้าตัวกำนันจนลูกน้องบอกว่า มันเห็นหน้ากำนันแล้ว

พินัยบอกราชว่าพวกมันมากันเยอะ

“เยอะแต่โง่ ทำอะไรใครไม่ได้หรอก” แล้วราชก็พูดใส่ไมค์ว่า “ถ้ากำนันดับไฟ และพาลูกน้องออกไปดีๆ ฉันจะยอมให้กำนันอีกครั้ง ฉันจะถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้ากำนันไม่ทำตามที่ฉันบอก ระหว่างเราคงจบไม่สวย และคนที่จะเละที่สุดคือกำนัน ไม่ใช่ฉัน”

ระหว่างนั้นเองราชได้รับรายงานจากป้าเอิบว่าอมาวสีหายไป เขาส่องกล้องไปยังกลุ่มกำนัน เห็นพวกลูกน้องกำนันเล็งปืนไปที่อมาวสี เขาสบถอย่างหัวเสีย “เธอทำบ้าอะไรของเธอนะ ยายอ้อ”

ที่แท้อมาวสีแอบไปเอาไม้ฟาดหน้าไอ้กี้ที่กำลังสั่งลูกน้องเผาอย่างบ้าคลั่งจนมันสลบไป แต่เธอก็ถูกไอ้เก่งรวบตัวพาไปหากำนัน พอได้ตัวอมาวสีกำนันสั่งถอย ไอ้มากบ่นว่าทำไมพ่อสั่งถอย แล้วตรงไปหาอมาวสีจะจูบให้หายหื่น อมาวสีตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง ราชได้ยินเสียง เขากระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์พุ่งออกไปทันที

อมาวสีถูกมัดและปิดปากเอาขึ้นท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไอ้มากไป ราชไล่ตามเพื่อชิงตัวเธอ โดยมีพินัยคอยยิงช่วย

ราชสไลด์มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าชนรถไอ้มาก จนร่างของอมาวสีหล่นลงมา เขาพุ่งเข้าไปอุ้มเธอ ดุว่าสั่งให้อยู่บ้านแล้วออกมาทำไม

“ฉันออกมาช่วยนายไง” ราชบ่นว่าช่วยให้วุ่นวายมากขึ้นต่างหาก แล้วอุ้มเธอขึ้น เธอดิ้นถามว่าจะทำอะไร ตนเดินเองได้ ราชเลยโยนเธอไปใส่ลูกน้อง ไอ้มากได้ทีเล็งปืนมาที่อมาวสี ราชพุ่งเข้าเอาตัวบังเธอไว้ เลยถูกยิงเข้ากลางตัวทรุดลง อมาวสีร้องกรี๊ด...

“พี่ภาคย์!”

ราชถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉินเตรียมผ่าตัดทันที ราชในสภาพใกล้สลบเห็นอมาวสีชะเง้อดูอยู่หน้าห้อง

หมอผ่าตัดอย่างเร่งรีบ เคร่งเครียด ผ่าตัดเสร็จร่างราชถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัดพาไปยังห้องพักคนป่วย อมาวสีเกาะขอบเตียงตามไป

ในสายตาที่พร่าเลือนนั้น ราชเห็นอมาวสีนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง...จนกระทั่งค่อยๆหลับฟุบกับขอบเตียง... ในขณะที่ราชก็ค่อยๆหลับไปไม่รู้ตัว...

ooooooo

วันต่อมา เทินก็ไปหาวารินที่บ้าน พร้อมจดหมายที่เขาบอกว่าเป็นของราช วารินแปลกใจว่าราช โทร.คุยกับตนอยู่แทบทุกวันทำไมวันนี้ต้องมีจดหมาย เทินบอกให้ลองเปิดอ่านดู

วารินตาโตเมื่อเห็นเป็นจดหมายของอมาวสี เขารีบอ่านอย่างตื่นเต้น

“สวัสดีทุกๆคน หวังว่าผู้ที่เปิดจดหมายฉบับนี้อ่านคงจะมียายวัช ยายนิลรัตน์ ยายพึงใจและพี่วารินเท่านี้นะ...เราได้รับคลิปวีดิโออวยพรวันเกิดที่ทุกคนส่งมาให้แล้ว ขอบใจมากๆ คิดว่าวันเกิดปีนี้ เราจะไม่ได้เห็นหน้าพวกเธอเสียแล้ว

ต้องชมนายยักษ์ที่เก่งตามหาเบาะแสของเราเจอ แม้จะต้องอาศัยสื่อสารผ่านชาวบ้านที่อยู่แนวชายแดน ขอโทษที่เราตัดสินใจแบบนี้ เราหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้จริงๆ...”

เพื่อนๆทุกคนอ่านและฟังข้อความจากจดหมายด้วยใบหน้าเซื่องซึม เป็นห่วง เห็นใจเพื่อน

“ขอบอกทุกคนว่าเราสบายดี ที่ที่เราพักอยู่นี้ อากาศดี สบายน่าอยู่ มีป้าแก่ๆใจดีกรุณาให้เราอยู่ด้วย แลกกับการทำงานในไร่ข้าวโพด พวกเธอสบายใจได้ ไม่ต้องห่วง คงอีกนาน...นานมากเลยนะ กว่าเราจะกลับไป ระหว่างนี้ คนอื่นๆจะเข้าใจว่าเราหายไปแบบไหนก็ช่างเขาเถอะ...

อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องผ่านนายยักษ์มาตามสืบเราอีกแล้วนะ เพราะนายยักษ์ไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวเราได้หรอก รับรอง ป่านนี้เขาคงไปเที่ยวพม่าจนเพลินไปแล้วล่ะ

จดหมายฉบับนี้ จะเป็นฉบับแรกและฉบับเดียวที่เราฝากส่งผ่านไปทางคนของนายยักษ์ สักวันเราคงมีโอกาสได้เจอกันอีกนะ...รักทุกคน”

อ่านจดหมายจบ เพื่อนๆ ทุกคนก็ร้องไห้กันระงม...

ooooooo

ที่บริษัทเฮลท์ตี้ ฟาร์ม่า หว่องเข้ามาทักทายภากรว่าหมู่นี้เข้าบริษัทแทบทุกวันเลย ภากรบอกว่าตนไม่รู้จะไปไหน

หว่องพูดอย่างฝันเฟื่องว่าบริษัทกำลังเจริญรุ่งเรืองต้องคิดบวกเข้าไว้ ภากรบอกว่างานส่วนใหญ่เป็นฝีมือเขา

“มันเป็นหน้าที่ผมไงครับ ผมเป็นพี่เลี้ยงก็ต้องทำต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับคุณ รับรองว่า ปีหน้า คุณภากรก็เก่งแล้ว ทำได้เองแล้ว ไล่ผมออกยังได้เลย”

แล้วหว่องก็ให้เขาเซ็นเอกสารอีกหลายใบ ย้ำให้เซ็นทุกหน้าเลยเพราะบ่ายนี้ตนจะไม่อยู่ ขออนุญาตไปประชุมตัวแทนกลุ่มลูกค้าของเรา จากนั้นจะบินต่อไปแอฟริกา และไปดูลู่ทางเปิดตลาดของเราแถบนั้น ภากรถามว่าตนต้องทำอะไรบ้าง

“คุณภากรอยู่ทางนี้รอรับเงินอย่างเดียวครับ กระซิบให้ฟังนิดนึงว่า ยอดที่ลูกค้าออเดอร์ล่วงหน้าเข้ามาทะลุเป้าแล้ว”

ภากรดีใจรีบเซ็นและส่งคืน หว่องรับไปเอ่ยอย่าง

ชื่นชม สุดๆ ว่าเขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าทำงานด้วยจริงๆ ก่อนจะออกไป หว่องหันมาเอ่ยเบาๆกับภากร “โชคดีครับ”

เพียงหว่องเดินพ้นไปเลขาก็เข้ามาพร้อมจดหมายลงทะเบียนปึกใหญ่ เลขาบอกว่าเป็นจดหมายลงทะเบียนถึงเขาด่วนมาก เขารับไปวางไว้อย่างไม่สนใจ เลขา

ถามว่าไม่เปิดดูสักหน่อยหรือ เขาถามว่ามีอะไรสำคัญหรือเปล่า

“ไม่ทราบสิคะ เห็นคุณชอบโทร.มาบอกว่าให้คุณภากรเปิดดูให้ได้ เกี่ยวกับเรื่อง FDA อะไรนี่แหละค่ะ แกว่าไม่ผ่านค่ะ ไม่ผ่านเลยสักประเทศ”

ภากรหน้าเสียรีบเปิดดู เพียงอึดใจใหญ่ กวีก็เดินหน้าเครียดเข้ามา ภากรยืนหน้าซีดเล่าเรื่องเอกสารที่ได้รับมาทั้งหมดให้พ่อฟัง แล้วสรุปว่า

“ประเทศอื่นๆ ที่เรายื่นเรื่องไป ก็มีหนังสือตอบรับมาเหมือนกันหมดครับว่าไม่อนุญาตให้นำเข้าเด็ดขาด”

กวีถามเสียงสั่นว่าหว่องอยู่ไหน พอรู้ว่ากำลัง เดินทางไปญี่ปุ่นก็ไม่พอใจว่าทำไมทิ้งปัญหาไปอย่างนี้ ถามภากรว่าเราแก้ไขสูตรอะไรได้บ้างไหม ภากรบอกว่า ไม่ทราบ รอหว่องกลับมาก่อนไม่ดีหรือ

“โธ่เว้ย เราทำอะไรกันเองไม่เป็นเลยรึไงวะ!” กวีสบถ พอดีทนายชอบถือเอกสารเดินรีบเร่งเข้ามารายงานว่าตนเช็กไปที่บริษัทเอเออาร์ของหว่องแล้ว ทราบว่านายหว่องถูกไล่ออกไปได้ห้าเดือนแล้ว มีปัญหาเรื่องทุจริต “ฉิบหายเอ๊ย! เราขอให้เขาตามตัวให้ได้ไหม” กวีโกรธจนหน้าเขียว

เมื่อทนายชอบบอกว่าทางบริษัทไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น กวีสั่งทนายชอบให้ไปเช็กมาด่วนเลยว่าเราหมดไปกับบริษัทนี้เท่าไหร่เอาตัวเลขมาให้ตนดู พอทนายชอบเดินออกไป กวีก็หันมาระบายอารมณ์กับภากร

“แกนี่มันทำอะไรไม่รุ่งแม้แต่อย่างเดียว ไอ้ภากร”

สายวันเดียวกันจอนกับสายบัวนัดนักเลงร่างใหญ่กำยำสามคนพบกันที่กลางซอยลึกลับ ทั้งสองเอารูปและกระดาษจดอะไรบางอย่างให้นักเลงทั้งสาม แล้วกำชับว่า

หน้าตามันเป็นแบบนี้ และนี่ก็คือที่ทำงานของมัน พวกนั้นดูแล้วชมว่าหล่อ สายบัวย้ำทันทีว่าอย่าให้ถึงกับเสียโฉมส่วนจอนบอกว่าอย่าให้ถึงตายก็แล้วกัน

“ตายเลยง่ายกว่านะ พลาดพลั้งไปเคลียร์ง่ายกว่ากันเยอะ” คนหนึ่งติง

“ก็อย่าให้พลาดพลั้งสิวะ เพราะถ้ามันตาย เราจะไม่ได้อะไรเลย ซึ่งหมายถึงค่าแรงพวกมึงด้วย”

แค่นั้นนักเลงทั้งสามก็รับปากทันที

ooooooo

ครู่ใหญ่ทนายชอบก็รวบรวมตัวเลขมูลค่าการสูญเสียมาให้กวี รวมๆแล้วสูงถึง 230 ล้านบาท

“ฉันโง่ บ้า เซ่อได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” กวีเสียงสั่นอย่างโกรธจัด “อยากรู้จริงๆว่าใครวะที่เป็นคนพาไอ้หว่องมาหาฉัน!” ทุกคนเงียบกริบ “ไอ้หมอไข่นั่นอีกคน แหมพูดออกมาได้ ทำธุรกิจเกี่ยวกับยารับรองว่ารวย รวยพ่อรวยแม่มันสิ ฉิบหายวายป่วงไปเท่าไหร่เนี่ย!”

พอนึกได้กวีสั่งทนายชอบให้ตรวจดูว่าทรัพย์สินในบริษัทมีอะไรขายได้บ้างให้ขายทอดตลาดไปให้หมด ปิดบริษัทเลิกกิจการไปเลย

ทนายชอบบอกว่าขายหมดแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดขายและโอนให้กับนักธุรกิจสิงคโปร์ไปเรียบร้อยแล้ว กวีตะโกนถามแทบเสียสติว่า “ฉันถามว่าใครขาย!”

“ผู้เซ็นอนุมัติขายคือคุณภากรเซ็นเมื่อสายๆ วันนี้เองครับ”

กวีมองขวับไปทางภากร เขาจึงบอกไม่เต็มเสียงว่าหว่องเอาเอกสารมาให้ตนเซ็นเมื่อเช้าก่อนไปญี่ปุ่น กวีตวาดถามว่าแล้วเขาไม่อ่านเลยหรือว่ามันเป็นเอกสารอะไร ภากรบอกว่าเปล่า กวีด่าว่าทำไมโง่อย่างนี้!!

“ผมไม่เคยบอกว่าผมฉลาด พ่ออยากให้ผมทำงานเอง แล้วพ่อก็ส่งนายหว่องมาเป็นที่ปรึกษา ผมก็ต้องเชื่อ”

“ไม่ต้องพูดมากแล้ว แกจะไปไหนก็ไป ไอ้ลูกโง่ มิน่า...ยายอ้อถึงไม่อยากแต่งงานกับคนอย่างแก”

ภากรเดินซึมออกไปก่อนที่จะโดนด่ามากกว่านี้

คืนนี้เขาไปที่ตลาดเพื่อถามนายสุดว่าสีไพรย้ายไปอยู่ที่ไหน นายสุดไม่บอก เขาจึงขอนั่งที่ตลาดสักครู่

นายสุดกลับพร้อมอาหารถุงเพราะไม่อยากให้สีไพรทำเองจนกว่าจะพ้นสามเดือนที่เธอแพ้ท้องหนัก

นายสุดบอกสีไพรว่าวันนี้ภากรมาหาที่ตลาด ขอให้สีไพรให้บอกพ่อตรงๆว่าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วมีความสุขไหม เธอบอกว่าอยู่ที่ไหนพ่อมีความสุขตนก็มีความสุขด้วย แต่เมื่อพูดถึงภากร เธอยอมรับกับพ่อว่า

“เรื่องคิดถึง อยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหนก็คิดถึงได้ค่ะ แต่ที่เราย้ายมาอยู่อย่างนี้จะทำให้คุณภากรไม่ต้องลำบากใจมันก็ดีกว่านะคะ เขาจะได้แต่งงานอย่างมีความสุข”

ooooooo

นับแต่ราชเข้าผ่าตัดและพักฟื้นในโรงพยาบาล อมาวสีเฝ้าเขาอยู่ตลอดเวลา จนป้าเอิบถามว่าไม่กลับไปพักบ้างหรือ

“ไม่เป็นไร ฉันอยู่ได้ ป้ากลัวฉันจะหนีเหรอ...” ป้าเอิบบอกว่าเปล่าแต่กลัวเธอจะเหนื่อย “ฉันไม่เหนื่อยหรอก ฉันจะพักก็ต่อเมื่อเขารู้สึกตัวแล้ว”

จนวันนี้ราชลืมตาขึ้น เธอถามเขาด้วยแววตา

ปีติว่าตื่นแล้วหรือ เขาไม่ตอบแต่กลับบอกว่าได้ยินเสียงท้องเธอร้องแล้วถามว่าตนหลับไปนานแค่ไหน

“สามวันค่ะ...คุณอยู่ในห้องผ่าตัดห้าชั่วโมง ออกมาก็หลับๆตื่นๆเพราะหมอให้ยาแก้ปวดคุณ”

ราชยังงงๆถามว่าตนผ่าตัดหรือ จำได้ว่าตนวิ่งไปช่วยเธอเท่านั้น

“ค่ะ ลูกปืนก็เลยตรงเข้ากลางหน้าอกพอดี โชคดีที่กระสุนไม่โดนอวัยวะสำคัญ มันแทรกเข้าไปอยู่ตรงช่องว่างระหว่างปอด หมอก็เลยผ่าตัดเอากระสุนออกได้อย่างมั่นใจ”

พอราชรู้ว่าตนอยู่โรงพยาบาล เขาถามว่าทำไมเธอยังไม่กลับบ้าน เธอย้อนถามเหมือนจะงอนนิดๆว่าอยากให้กลับหรือ ก็พอดีหมอเข้ามา ทักราชว่าตื่นแล้วหรือหยอกว่าขอขัดจังหวะหนุ่มสาวหน่อย ดูอาการของราชแล้วชมว่า

“คุณได้ภรรยาที่ดีมาก สมบูรณ์แบบครับ สวย ฉลาด และเข้มแข็ง เธอตัดสินใจเซ็นยอมให้เราทำการผ่าตัดโดยไม่ลังเล นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของหมอง่ายขึ้น” หมอชื่นชมอมาวสี บอกเล่าถึงความเป็นห่วงของเธอให้ฟัง ทั้งยังแนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศออกไปนั่งรับลมเล่นที่ระเบียงก็ได้สามีภรรยาจะได้คุยกันเพราะไม่ได้คุยกันสามวันแล้วคงเหงาแย่

เมื่ออมาวสีเข็นรถพาราชออกไปที่ระเบียง มองลงไปเห็นสวนหย่อมสวยงามบรรยากาศร่มรื่น ราชทวงว่าเธอยังไม่ได้ตอบเลยว่าทำไมยังไม่กลับบ้าน เธอบอกว่ายังคิดไม่ออกว่าจะบอกคนที่บ้านว่าอย่างไร

“บอกความจริงไง ผมฉุดคุณมา” เธอบอกว่าไม่อยาก ถูกตั้งข้อสงสัยว่าสามอาทิตย์ในป่าตนถูกล่วงเกินมากขนาดไหน ราชยิ้มดีใจถามว่า “คุณเห็นด้วยกับเหตุผลของผมแล้ว หรือว่าคุณห่วงผม”

“ฉันว่าคุณเป็นคนที่ขาดความรักความห่วงใย คุณ ถึงต้องคอยถามตลอดเวลาว่าห่วงผมใช่ไหม”

“ทุกคนต้องการสิ่งนี้ รวมทั้งคุณด้วย”

เธอจัดอาหารมาให้เขาพูดเหน็บนิดๆว่าตนไม่มีเมนูให้เลือกนะ ราชเปรยๆว่าตนหายไปสามวันอย่างนี้ วารินต้องว้าวุ่นใจแน่ๆ อมาวสีบอกว่าตนจัดการให้เรียบร้อยแล้ว แล้วเล่าว่านายป่วนมาเยี่ยมตนเลยเขียนจดหมายฝากไปให้เพื่อนๆ และวาริน เขาถามว่าเธอเขียนไปว่าอย่างไร เธอไม่บอก แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าตนอยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง

จากการพูดคุยเพียงเวลาสั้นๆ ราชบอกว่าเขาหลับไปสามวันเธอเปลี่ยนแปลงไปมาก เธอยิ้มให้บอกว่า...

“แล้วคุณจะรู้ว่าฉันไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย คุณคิดเอาเองต่างหาก”

ooooooo

วันนี้ ทางพรรคส่งเลขาพรรคและสมาชิกอีกสองคนมาหากวีที่บ้าน แจ้งเตือนเขาว่า

คนวงในกำลังพูดกันถึงเรื่องบริษัทยาของเขา ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องไม่ผ่าน FDA หลายคนเชื่อว่าเป็นธุรกิจฟอกเงิน ถามว่าจริงหรือเปล่า กวีอึกอักเลขาย้ำเตือนเรื่องในอดีตของเขาว่า

“อย่าลืมว่าท่านมีประวัติเก่าเรื่องทำนองนี้อยู่ ยังไงก็อย่าให้ซ้ำรอยเดิมนะครับ คนจ้องกระทืบซ้ำมีอยู่เยอะนะครับ”

พอดีคุณหญิงอำภาเดินเข้ามา เลขาหันไปทักทายว่าเห็นได้ข่าวว่าป่วยแต่หน้าตายังดูสดใสมีน้ำมีนวล ผิดกับเมียตนแค่เป็นหวัดนิดเดียว นางโทรมอย่างกับออกจากห้องผ่าตัด พูดแบบหมาหยอกไก่ว่า “เอ...หรือว่าคุณหญิงป่วยการเมืองครับ” คุณหญิงไม่ตอบ เลขาจึงลากลับเพราะยังต้องแวะเยี่ยมหัวคะแนนอีกสามที่

เมื่อเลขาพรรคกลับไปแล้ว คุณหญิงถามว่าเขาพูดเรื่องอมาวสีหรือเปล่าเพราะข่าวซุบซิบก็ยังมีอยู่

“ผมประกาศออกทางสื่อเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องคลุมเครืออีกต่อไป แล้วนี่เจ้าภากรมันอยู่ไหน บ้านช่องไม่กลับหายหัวไปอีกแล้ว ไอ้ลูกคนนี้ ตัวปัญหาแท้ๆ”

ณ นาทีนี้ ทั้งกวีและคุณหญิงต่างเครียดไม่น้อยกว่ากัน

ooooooo

ภากรอยู่ที่บริษัทเฮ้ลท์ตี้ ฟาร์ม่า อย่างเงียบเหงา แล้วก็เงียบเหงายิ่งขึ้น เมื่อเลขาเข้ามาขอลาออก พร้อมทั้งขอเบิกเงินเดือนที่ยังไม่ได้จ่ายกับค่าล่วงเวลาเดือนที่แล้ว

เมื่อภากรเซ็นเช็คให้ ไม่ทันไรก็ได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานกฎหมาย อ้างเป็นตัวแทนของกลุ่มลูกค้าที่ออเดอร์ยาแก้แพ้ของเขา เสียงปลายสายยังอ้างเอกสารสัญญาว่าถ้าทางบริษัทไม่สามารถส่งผลิตภัณฑ์ยาตามกำหนด หรือคุณภาพยาไม่ผ่าน FDA ก็จะต้องคืนเงินมัดจำบวกกับค่าเสียโอกาสอีกสิบห้าเปอร์เซ็นต์คืน แล้วตบท้ายว่า

“หวังว่าจะรีบคืนเงินให้กับเราก่อนที่จะมีการดำเนินตามกฎหมายนะครับคุณภากร”

ภากรเดินออกจากบริษัทอย่างเหนื่อยหน่ายกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ เขาถูกนักเลงที่จอนกับสายบัวจ้างมาพรวดออกมาขวาง บอกว่ามีคนฝากของมาให้ แล้วเอาแผ่นกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านว่า “ชื่อพ่อเลี้ยงทวีชัย ฝากไอ้นี่มาครับ” ว่าแล้วก็เอาไม้เบสบอลฟาดกลางลำตัวภากรอย่างแรงจนทรุดตัวงอ แล้วพวกมันก็รุมยำทั้งหมัดทั้งตีนไม่ยั้ง ก่อนผละไปมันบอกว่า

“ใช้หนี้พ่อเลี้ยงครบเมื่อไหร่ จะส่งเบอร์หมอศัลยกรรมเก่งๆมาให้ ผมสัญญา”

ooooooo

วันนี้พวกคนงานในไร่พากันมาเยี่ยมราชที่โรงพยาบาล มีดอกไม้ช่องามมาด้วย พวกเขาบอกว่าอมาวสีเป็นคนหาให้ เธอรับช่อดอกไม้ไปจัดใส่แจกันให้อย่างสวยงาม ราชถามนายป่วนว่ากำนันว่าอย่างไรบ้าง

“กำนันมาขอเจรจาอยู่ คุณพินัยบอกว่าแล้วแต่นายจะเอาเรื่องหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รอนายอยู่”

“คิดดูก่อนแล้วกัน” ราชบอกพออมาวสีเอาแจกันดอกไม้มาวางข้างเตียง พวกคนงานก็ยืนเข้าแถวที่ปลายเตียง ขออนุญาตร้องเพลงอวยพรวันเกิดที่เมื่อหลายวันก่อนยังไม่ได้ร้อง ป้าเอิบก็เตือนความจำว่าวันนั้นนายหญิงก็ยังไม่ได้รับของหวานเลย วันนี้เลยเอามาให้ด้วย

ของหวานที่อมาวสีได้รับ คือรูปไม้แกะสลักคู่บ่าวสาว พอเห็นเธอก็จำได้ทันทีว่าเคยเห็นภาคย์แกะสลักรูปนี้เมื่อสิบห้าปีก่อนบอกว่าจะให้เป็นของขวัญ

วันเกิดเธอ แต่เพราะเกิดเหตุไม่คาดคิดทำให้จนวันนี้เพิ่งเอามาให้ พออมาวสีบอกว่าตนเคยเห็นของชิ้นนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน เขาถามว่าแน่ใจหรือ เธอย้อนถามว่าคุณคิดว่าฉันจะจำไม่ได้หรือ

“ผมไม่ได้คิดอะไรเลย ผมไม่เก่งในเรื่องหาของขวัญ บังเอิญผมไปเจอของเก่าที่ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน ผมก็เลยเอามาแกะต่อให้สมบูรณ์แล้วก็เอามาให้คุณ”

“คุณไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ค่ะ ถ้าคุณจะไม่ยอมรับสิ่งที่เป็นคุณ...แต่ฉันก็รู้แล้วกันว่าใครเป็นคนทำของชิ้นนี้”

“ผมตั้งใจจะเก็บไว้ให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของคุณ แต่คงอีกนานมั้ง ก็เลยถือโอกาสให้วันเกิดเสียเลย”

“ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมคุณต้องทำอะไรให้มันลึกลับยุ่งยากขนาดนี้เพื่ออะไรไม่ทราบคะ ในเมื่อคุณก็รู้แล้วว่าฉันรู้ดีว่าคุณคือใคร”

“คุณจะรู้ดีกว่าผมได้ไง ผมเป็นคนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ สู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กๆ จนได้ลุงรักษ์เป็นผู้อุปการะ คุณรู้อย่างที่ผมรู้อย่างนี้รึเปล่า” เห็นเธอเงียบ เขาพูดต่อว่า “ถ้าคุณคาดหวังความปกติจากคนที่มีอดีตเจ็บช้ำอย่างนี้ละก็ คุณผิดหวังแน่ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้ครับ” เธอถามว่ามันมีอะไรดีขึ้นหรือที่เขาทำอย่างนี้ “ถ้าจะมีอะไรที่ไม่ดี มันก็เป็นกรรมของผมเองคนเดียว ไม่เดือดร้อนใครนี่ครับ”

หมอเข้ามาขัดจังหวะ การโต้ตอบจึงยุติลง หมอ บอกว่าสภาพของเขาดีขึ้นแล้วจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้ มีภรรยาสวยๆน่ารักอย่างนี้คอยดูแล เป็นตนไม่อยู่โรงพยาบาลให้เปลืองเงินหรอก

ดังนั้น รุ่งขึ้นพินัยจึงมารับราชกลับไปบ้านกลางไร่ท่ามกลางการต้อนรับอย่างเร่าร้อนดีใจของคนงาน มีแผ่นป้ายต้อนรับ และป้ายให้กำลังใจว่า “นายราชสู้ๆ”

ป๊อดเสนอว่าไร่เราน่าจะมีชื่อเพราะของพินัยก็ชื่อไร่ “พิบูลทรัพย์” ของนายก็น่าจะชื่อ “ไร่รัชภูมิ” แต่ราชไม่เอาเขาตั้งชื่อว่า “ไร่อมาวสี” พวกคนงานพากันไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจ ป้าเอิบถามว่าเขาจะนอนห้องไหน ราชบอกว่านอนห้องตน ป้าเอิบติงว่าหมอบอกว่าต้องมีคนดูแลใกล้ชิดแล้วนายผู้หญิงจะดูแลอย่างไร

“เอาที่นอนฉันไปไว้ที่ห้องนายเธอ เราจะนอนกันคนละเตียงและเปิดไฟสว่างทั้งคืน” อมาวสีเสนอ

“โอเค” ราชตอบรับทันที

ooooooo

ภากรถูกนักเลงรุมยำจนหน้าตาบอบช้ำ เขาไม่กล้ากลับบ้าน ไปที่ตลาดบอกนายสุดว่าตนแค่ไม่มีที่ไปขอนั่งที่นี่ก่อน นายสุดถามว่าไปมีเรื่องกับใครมา

“ใครก็ไม่รู้ มันขู่เอาเงินผม ถ้าผมจอดรถตรงนี้ทำให้คุณลำบากใจผมไปที่อื่นก็ได้” ภากรจะไปที่รถ สีไพรเรียกไว้พอเห็นหน้าเขา เธอถามว่าไปโดนอะไรมา มีเรื่องกับใคร ไปหาหมอดีไหม

“ยังไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากนั่งนิ่งๆ ก่อน...ฉันไปหาสีไพรที่บ้านมารู้ไหม”

สีไพรขอโทษที่ไม่ได้บอกเขาก่อนเพราะย้ายบ้านกะทันหัน เพื่อเขาจะได้มีเวลาให้กับงานแต่งงาน ภากรบอกว่าจนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าสาวของตนหายไปไหน บอกสีไพรว่า “ฉันคิดถึงสีไพรนะอยู่ๆก็คิดถึง...คิดถึงมากเลย” พูดแล้วลุกขึ้นปรารภว่า “อยากถามว่าบ้านหลังใหม่ของเธออยู่ไหนแต่เธอก็คงไม่บอก ไม่เป็นไร ไปละนะ”

ก่อนเขาจะเดินพ้นตลาดไป เสียงนายสุดก็บอกที่อยู่บ้านใหม่ แต่ย้ำว่า

“แต่ถ้ามีใครโผล่มาทำให้บ้านหลังนี้ไม่เป็นสุข เราก็คงอยู่ที่นี่กันอีกไม่นาน”

ooooooo

ภากรยังอยู่ในภาวะเคราะห์ซ้ำกรรมซัด นอกจากถูกหว่องโกงไปมากมายแล้ว ยังถูกบรรดาคนที่สั่งจองยาและโอนเงินมัดจำมาทวงเงินคืน ทนายชอบบอกว่ารวมแล้วประมาณ 80 ล้านบาท

ภากรถามทนายชอบว่าตนจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา ทนายชอบแนะนำว่าเขาต้องบอกความจริงกับคุณพ่อแล้ว แต่ภากรไม่กล้าเพราะขืนบอกไปก็มีหวังถูกด่าซ้ำเท่านั้น ขอให้นายชอบช่วยดูว่าตนยังพอมีทรัพย์สินอะไรที่จะขายมาใช้หนี้ได้บ้าง ทนายชอบรับปากอย่างไม่มีความหวังนักว่า “ผมจะพยายามครับ”

พอทนายชอบออกไป ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีกภากรหายใจลึกๆ ก่อนรับสาย ปรากฏว่าเป็นสายจากจอน บอกว่า อยากพบเขาก่อนที่พ่อเลี้ยงจะลงมืออีกครั้ง

เมื่อไปพบกันในที่ลึกลับแถวชานเมือง จอนขู่ภากรว่า เขาต้องระวังตัวหน่อยเพราะพ่อเลี้ยงสั่งลูกน้องให้ตามเขาทุกฝีก้าว มันนึกหมั่นไส้จะลงมือเมื่อไรมันสั่งทันที สั่งปุ๊บได้ปั๊บเสียด้วย ที่แล้วมาก็เล่นกันถึงตายอยู่บ่อยๆ

ขู่แล้วถามว่าเขาอยากจบไหม ถ้าอยากจบก็หาเงินมาใช้หนี้เสีย ภากรจนปัญญาไม่รู้จะหาที่ไหน จอนแนะให้ขอพ่อ เขาบอกว่าไม่มีทางเพราะพ่อกำลังอารมณ์ไม่ดี จอนเสนอว่าอารมณ์ไม่ดีก็ทำให้อารมณ์ดีสิ ภากรบอกว่ายาก จนกว่าจะหาตัวอมาวสีเจ้าสาวของตนที่เป็นหลานของพ่อเจอ เพราะตอนนี้หายตัวไป คาดว่าคงถูก ราช รัชภูมิ ลักพาตัว

พอรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับ ราช รัชภูมิ จอนตาโตอาสาทันที ถามว่าจะให้รางวัลตนเท่าไร ภากรบอกว่าจ่ายหนี้ให้หมดก็แล้วกัน จอนดีดนิ้วเปาะบอกว่า

“งั้นก็แจ๋ว!!”

ooooooo

แม้บรรยากาศระหว่างราชกับอมาวสีจะดีขึ้น แต่ทั้งสองก็ยังมีแง่งอนต่อกัน วันนี้ราชปรารภว่ารู้สึกเธอจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เพราะมันไม่ถูกต้อง เธอสวนไปว่ามันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกแล้ว

ราชยอมรับว่าตนตั้งใจแกล้งเธอและก็แกล้งมากพอแล้ว อมาวสีบอกว่าต่อจากนี้เป็นทีของตนที่จะแกล้งเขาบ้าง คือ

“แกล้งทำดีกับคุณเพื่อจะให้คุณเปลี่ยนความอาฆาตแค้นความชิงชังให้กลายเป็น...” เขาต่อให้ว่า “ความรัก” เธอเติมให้ว่า “ต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย”

พอดีเทินเข้ามาบอกว่าต้องการคุยกับราชเป็นการส่วนตัว อมาวสีจึงเดินออกไป เทินบอกว่าเรื่องอมาวสีหายตัวไปเริ่มบานปลายแล้ว กวีประกาศตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้ชี้เบาะแส ทำให้เขาและเธอต้องถูกจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ ราชไม่กังวลเพราะไม่มีใครเข้ามาที่นี่ได้อยู่แล้ว

“แล้วคุณราชจะอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหนล่ะครับ เพื่ออะไร คุณราชไม่ต้องตอบผมก็ได้ แต่คุณราชต้องตอบคุณลุงรักษ์ ท่านเป็นห่วงเรื่องนี้มาก ท่านต้องการพบคุณราช ด่วน และไม่ขอคุยทางเมล” ราชถามว่าลุงรักษ์โกรธตนหรือ “ท่านไม่เคยโกรธคุณราช แต่อาจจะมีผิดหวังบ้าง เพราะท่านไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณราชทำ อย่าว่าแต่ท่านเลยผมเองก็ไม่เข้าใจทั้งหมด”

เห็นราชนิ่ง เทินเดินเข้าไปพูดใกล้ๆ ว่า “คุณราชควรจะบอกสิ่งที่มีอยู่ในใจทั้งหมดกับท่านอย่างไม่ปิดบัง แต่ก่อนอื่นคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า คุณต้องการอะไรกันแน่ และต้องไม่หลอกตัวเองนะครับ”

เหตุนี้เอง คืนนี้เมื่ออมาวสีเข้าไปนอนเป็นเพื่อนเขา ขณะเธอหอบที่นอนจะไปที่โซฟา เขาเรียกเธอ

“อมาวสี...แต่งงานกับผมนะ”

อมาวสีอึ้งรับไม่ทันกับการจู่โจมขอแต่งงานของเขา...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.