ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"


ร่างของอมาวสีกลิ้งหายไปทางขอบหน้าผาชัน ลูกน้องไอ้มากตะโกนบอกมันว่าเธอกลิ้งตกเขาไปแล้ว

ไอ้มากสั่งให้รีบตามไปดู ลูกน้องมันวิ่งออกไป ไอ้มากเองวิ่งตามลูกน้องไปรั้งท้าย

อมาวสีกลิ้งผ่านระหว่างต้นไม้ลงไปหยุดนอนแน่นิ่งอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่ ลูกน้องไอ้มากตามลงมาทัน พวกมันบอกกันว่าตายแล้วบ้าง เป็นลมไปแล้วบ้าง หรือแกล้งตายบ้าง

“จับมันแก้ผ้า” ไอ้มากสั่ง “กูจะดูว่ามันตายจริงหรือแกล้งตาย”

พอลูกน้องไอ้มากกรูกันเข้ามา อมาวสีลืมตาพึ่บถีบพวกมันกระเด็นแล้ววิ่งหนีออกจากชายป่า พวกมันไล่ตามยิงปืนไปหลายนัด

“อย่าเพิ่งยิง ตามไปเอาตัวมันมาให้ได้ ก่อนที่มันจะพ้นเขตที่ของพ่อกู” ไอ้มากตะโกนลั่น

อมาวสีวิ่งไปถึงถนนดำ ไปยืนคว้างอยู่กลางถนน พริบตานั้นรถโฟร์วีลของราชพุ่งเข้ามาจอดประชิด เขาตะโกน

“ขึ้นรถเร็ว!” แม้ในยามนี้อมาวสีก็ยังขอไปตายเอาดาบหน้าไม่ยอมขึ้นรถบอกว่าจะกลับบ้าน แล้ววิ่งอ้อมหลังรถไปอีกด้านหนึ่ง ราชสบถอย่างหัวเสีย เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ร่างอมาวสีกลิ้งตกเนินเขาไปอีกครั้ง!

ราชพรวดออกจากรถตามเธอไป เสียงพวกไอ้มากไล่ตามมา ไอ้มากตะโกนถามว่า “มันอยู่ไหน” ลูกน้องมันตะโกนตอบมั่วว่าตกหน้าผาอีกชั้นหนึ่งไปแล้ว ถูกไอ้มากด่าว่า

“กูบอกว่าไม่ให้ยิง มึงเสือกยิงทำไม”

“ไม่ยิงได้ไงลูกพี่ ผัวมันโผล่มาอีกคนแล้ว”

“ตามไปยิงซ้ำ” ไอ้มากสั่งเหี้ยม

ooooooo

ราชวิ่งไล่กวดอมาวสีลงมาตามเนิน พอคว้ามือเธอได้ก็ล้มกลิ้งไปด้วยกัน เขากอดเธอไว้แน่น พอกลิ้งไปหยุดที่หินก้อนใหญ่ อมาวสีจ้องหน้าเขาถามว่าจะทำอะไรตน!

อมาวสีพยายามดิ้นจากอ้อมกอดราชแต่ยิ่งถูกเขากอดแน่นเข้า เธอตะโกนให้ปล่อย ถูกราชปรามว่า

“ถ้าคุณไม่หยุดพูด เราจะตายพร้อมกันที่นี่ทั้งคู่ รู้รึเปล่าว่าพวกมันยิงใส่คุณกี่นัดแล้ว ในสิบนัดที่พวกมันยิงมา มันคงโดนเราเข้าสักนัดแน่” แต่อมาวสียังไม่หยุดดิ้น เขาเลยยิ่งกอดแน่นและอุดปากเธอไว้ พยายามพูดขู่เตือนสติเธอแต่ยิ่งทำให้เธอดิ้น เมื่อดิ้นไม่หลุดเลยกัดมือเขาที่อุดปากอยู่ พอราชเอามือออกเธอชี้บอก

“โน่น!”

ราชหันมองเห็นลูกน้องไอ้มากมายืนค้ำหัวอยู่ข้างหลังแล้ว

“ลุกขึ้น ไปหาพี่มากด้วยกันเดี๋ยวนี้!” มันสั่ง แต่ถูกราชเตะกลิ้งแล้วแย่งปืนไป พวกที่ตามมาพากันมองหาอมาวสี เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ไอ้มากชี้ไปทางเสียงปืนแล้วพากันวิ่งไปทางนั้น

มันวิ่งไล่ทัน เลยต่อสู้ตะลุมบอนกับราช อมาวสีพยายามช่วยเขาเลยถูกมันจับตัวไป ราชพุ่งเข้าแย่งคืนมาได้แล้วพาเธอวิ่งหนีฝ่าวงล้อมมันออกไปได้

“โธ่เว้ย! แค่นี้ก็จับมันไม่ได้ ไอ้พวกโง่!” ไอ้มากด่าลูกน้องอย่างหัวเสีย สั่งลูกน้องให้ตามล่ามาให้ได้ก่อนค่ำ

ราชพาอมาวสีหนีเข้าไปในป่าลึก ทั้งสองพากันไปนั่งแช่น้ำหลบนิ่งอยู่หลังก้อนหินในลำธาร

ooooooo

พวกนายป่วนอยู่ที่บ้านกลางไร่ ต่างอยู่ในความทุกข์กังวล ไม่รู้ว่าอมาวสีหายไปไหน กลัวราชกลับมาต้องมีเรื่องแน่ นายป่วนบอกให้กระจายกำลังกันออกตามหา

ไม่ทันที่จะวางแผนอะไรกัน ม้าที่อมาวสีขี่ไปก็วิ่งกลับมาตัวเปล่า ทุกคนยิ่งตกใจ ป๊อดกลัวว่าอมาวสีอาจตกม้าหรือไม่ก็ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ใครจะจับตัวเธอไป?

ทุกคนพุ่งเป้าไปที่กำนันแม้น แต่เมื่อพากันยกกำลังไป กำนันถามว่าตนเป็นถึงกำนันแหนบทองที่

ชาวบ้านรักใคร่ นายป่วนเคยเห็นตนทำเรื่องผิดเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ไหม พอนายป่วนบอกว่าไม่เห็นแต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เคยทำ กำนันหาว่าดูถูกกัน นายป่วนเลยท้าว่าถ้ากำนันเป็นคนของประชาชนจริงก็ต้องช่วยจัดคนออกตามหานายหญิงของตน

“แน่นอน ไม่มีปัญหา แต่ต้องเข้าใจตรงกันว่า ถ้าหาไม่เจอก็ไม่ใช่ความผิดของฉันนะ อย่าลืมว่านายหญิงของแกสติไม่ดีอย่างนั้น อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ” กำนันรับปากอย่างไว้เชิง

พอดีไอ้มากพาลูกน้องกลับมาในสภาพมอมแมมเลอะเทอะเหมือนเดินป่ามา นายป่วนเห็นแล้วบอกกำนันว่า

“ฉันอาจจะเชื่อว่ากำนันไม่รู้เรื่องด้วย แต่ฉันไม่ไว้ใจลูกชายกำนัน” แล้วเดินเข้าไปกระซิบถามไอ้มาก “ไปเดินป่าที่ไหนมาถึงได้เลอะเทอะอย่างนี้”

“ป่าของพ่อฉัน มีสัตว์ตัวเมียหลงเข้ามา จะไปล่ากับฉันไหมล่ะ”

พอพวกนายป่วนพากันกลับไป กำนันเรียกไอ้มากไปถามว่าเป็นคนก่อเรื่องนี้หรือเปล่า ไอ้มากพูดอย่างคะนองปากว่าก็ไม่เชิง พวกตนอยู่เฉยๆ มันก็พรวดพราดเข้ามาในเขตของเราเอง กำนันถามว่า “แกก็เลยไล่จับมัน” ไอ้มากพยักหน้า

“แต่ยังจับไม่ได้ ผัวมันเข้ามาช่วยเสียก่อน” กำนันถามว่าแล้วตอนนี้พวกมันอยู่ไหน “อาจจะยังหลบอยู่ในป่า ฉันว่ามันน่าจะโดนลูกปืนเข้าไปสักเม็ดสองเม็ดนะ”

“ไอ้ลูกเวร!” กำนันด่าลั่น “แค่คนสองคนจับมันไม่ได้ เสียชื่อข้าหมด เกณฑ์พวกเราออกตามหามันให้เจอเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

ราชกับอมาวสีแช่น้ำอยู่หลังโขดหินจนแน่ใจว่าพวกไอ้มากกลับไปแล้วจึงพยุงกันขึ้นจากน้ำ อมาวสีตกใจเมื่อเห็นว่าราชถูกยิงที่ท้อง พอขึ้นตลิ่งเขาก็ล้มลง เลือดท่วมตัว

อมาวสีตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร ราชบอกให้ห้ามเลือด เธอก็ทำไม่เป็นอีก จนเขาบอกให้ถอดเสื้อตนแล้วเอามาอุดแผล แต่เสื้อเขาทั้งเปียกและสกปรก เธอตัดสินใจถอดเสื้อตัวเองแม้จะเปียกแต่สะอาดกว่าของเขาอุดแผลแทน

ราชจึงเห็นว่าเนื้อตัวเธอก็เต็มไปด้วยแผลเช่นกัน เธอพูดอย่างเข้มแข็งว่ายังไงก็ไม่เจ็บเท่าเขา ถามว่าคุ้มไหมที่มาช่วยตนอย่างนี้

“ยังบอกวันนี้ไม่ได้หรอก ไว้ถึงวันนั้นแล้วรู้เอง แต่อย่างน้อยวันนี้คุณก็หนีผมไปไม่พ้น”

“งั้นคอยดูวันหน้าแล้วกัน” อมาวสีพูดอย่างไม่ยอมจำนน

ราชอยากได้ผ้าแห้ง เขาดึงผ้าผูกผมของเธอมาอุดแผล แล้วบอกเสียงอ่อนแรง

“ช่วยอะไรผมอีกอย่างได้ไหม...ทำยังไงก็ได้ อย่าให้ผมหลับ” เธอจึงตบหน้าเขาไปมา ราชขอว่า “ขอแบบที่ผมไม่ต้องเจ็บตัวได้ไหม” อมาวสีพยุงเขาไว้แผดเสียงร้องเพลงให้เขาฟัง แต่แล้วจู่ๆเธอก็ทิ้งเขาลงบอกว่า

หมดแรงพยุงแล้ว ลุกเดินงุ่นง่านถามว่า เราจะนั่งอยู่เฉยๆได้ไง มันจะมืดอยู่แล้ว

ราชโทษว่าถ้าเธอเชื่อตนไม่หนีออกมาก็จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เธอเถียงว่าถ้าตนอยู่เฉยๆ อาจเกิดเรื่องใหญ่กว่านี้ ราชบ่นว่าเธอเถียงได้ตลอดเวลา ขอแต่ให้ได้เถียงเถอะ แต่เลือดจากแผลที่เอวยังไหลไม่หยุด เธอถามว่าจะทำอย่างไรดี

“ช่างมัน อยากไหลก็ไหลไป หมดตัวเมื่อไหร่ก็หยุดไหลเอง”

อมาวสีสำรวจรอยแผลจึงพบว่าที่ข้างหลังเขาก็มีรูกระสุน ราชบอกว่าแสดงว่ามันทะลุออกไป ดีจะได้ไม่มีลูกตะกั่วค้างในตัว เธอถามใจคอไม่ดีว่า “แปลว่านายจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

“ถ้าเลือดไม่ไหลจนหมดตัวเสียก่อน” ตอบแล้วทำท่าจะหลับ อมาวสีเลยดีดหูเพียะ! เขาสะดุ้ง ทำหน้าตื่นบอกว่าได้กลิ่นสาบเสือ อมาวสีตกใจผวาเข้าหาเขา

ที่แท้คือต้นสาบเสือ เขาพาเธอไปเด็ดแล้วเอามาเคี้ยวละเอียดคายออกมาอุดปากแผลห้ามเลือด

ooooooo

เมื่อนายป่วนพาพวกกลับจากบ้านกำนันมาเล่าให้พวกในครัวฟัง แอ้มฟันธงว่าไอ้มากต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาปรึกษากันว่า เรื่องนี้ดูจะเกินกำลังของพวกเรา

“โทร.แจ้งนายเถอะ โดนด่าก็ยอม ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป” ป้าเอิบเสนอ นายป่วนจึงเอาโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะออกมาโทร. ป๊อดบอกให้ทำเสียงเศร้าๆ นายจะได้เห็นใจและไม่โกรธเรา

แต่โทร.หาราชไม่ติด นายป่วนจึงโทร.ไปหาเทินพูดไปสะอื้นไป จนเทินต้องบอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆพูด

“นายหญิงหายตัวไปครับ น่าจะขี่ม้าออกไปจากไร่ แต่ไม่มีใครเห็น อยู่ๆม้าก็วิ่งตัวเปล่ากลับมา พวกเราเป็นห่วงมากเลยครับ”

เทินถามว่านายรู้หรือยัง นายป่วนบอกว่าโทร.ไปไม่มีใครรับสายตนจึงตัดสินใจโทร.มาที่นี่ ถามว่าจะแจ้งตำรวจดีไหมเพราะมันเกินความสามารถของพวกตนแล้วจริงๆ เทินห้ามเด็ดขาด บอกว่าตนจะติดต่อราชเอง ย้ำกับเทินว่า รับปากได้ไหมว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด แล้วตนจะส่งข่าวให้รู้เป็นระยะ ปลอบใจนายป่วนว่า

“ตอนนี้ทำใจให้สบายไว้ก่อนนะ บอกทุกคนด้วยว่า ยังไม่ต้องตกใจมากเกินไป อาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงก็ได้”

หลังจากนั้น นายป่วนก็ได้รับข่าวจากเทินว่า เขาก็ติดต่อราชไม่ได้เหมือนกัน แต่เช็กจาก GPS แล้วพอจะรู้ว่าตำแหน่งของรถและโทรศัพท์อยู่ที่เดียวกัน พอบอกตำแหน่งให้ นายป่วนบอกว่า

“นั่นมันถนนตะเข็บรอยต่อไร่ของนายกับที่ของกำนันแม้นพอดีเลยครับ”

“นั่นแหละ น้าป่วนลองไปดูหน่อยได้ไหมได้ความยังไงแล้วรีบส่งข่าวมาที่ผมนะ”

“ครับ...จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”

ooooooo

ราชกับอมาวสียังอยู่ในป่าจนมืดเพราะตะวันตกดินแล้ว อมาวสีจะเดินหาทางออกจากป่าให้ได้บอกราชว่า เดินหาทางออกไปเรื่อยๆ ดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ

ทั้งสองโต้เถียงกันอีก ราชหาว่า ตนพาเธอมาอยู่สบายๆ ก็ดิ้นรนให้เดือดร้อนเอง อมาวสีโทษว่าเขาเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด ราชเลยท้าว่าถ้าตนเลวเธอก็ทิ้งตนไว้ที่ริมลำธารเลย จะจูงตนมาด้วยทำไม เธอบอกว่าเพราะไม่อยากอยู่ในป่าคนเดียว

“อย่างน้อยผมก็มีดีที่เป็นเพื่อนคุณได้”

“แค่เฉพาะหน้าเท่านั้นแหละ” เธอพูดอย่างไม่แยแส พลันก็ตาโตเมื่อเห็นแสงไฟไกลๆ เชื่อว่าต้องเป็นทางออกจากป่าแน่ พลางจะไปทางนั้น ราชคว้าไว้บอกให้อยู่นิ่งๆเพราะนั่นไม่ใช่ไฟในเมือง อาจเป็นไฟของพวกที่ตามล่าเราก็ได้ แล้วเร่งให้รีบลงน้ำ “ลงน้ำอีกแล้วเหรอ” อมาวสีครวญ

“ถ้ายังอยากมีผมเป็นเพื่อนก็ตามมาทางนี้” ราชพาเธอลงน้ำไปอีกครั้ง

พวกนายป่วนออกหาทั้งกลางคืนจนเจอรถของราชแต่ไม่พบคน นายป่วนบอกให้กระจายกำลังกันหารอบๆบริเวณในรัศมีพันเมตรอย่าให้ไกลกว่านั้น เพราะจะเข้าไปอยู่ในที่ของกำนันเดี๋ยวโดนยิงไส้ทะลัก

ไอ้มากและลูกน้องออกตามหาอมาวสีและราชตามคำสั่งของกำนัน พบรอยเลือดหายไปในน้ำ มันสั่งลูกน้องรีบเดินลุยน้ำตามไปก่อนที่พวกเขาจะพ้นเขตของพ่อตน มันเดินลุยน้ำไปจนพบรอยเลือดโผล่ขึ้นตรงแนวเขตรั้วของกำนันพอดี ลูกน้องมันเสนอให้ลุยเลย

“ให้กูถามพ่อกูก่อน เพราะตรงนั้นเป็นที่ของไอ้พินัย พ่อเคยสั่งห้ามเข้าไปยุ่งในที่ของมัน”

“ออกมาจากที่นั่นเดี๋ยวนี้ ข้ายังไม่อยากมีเรื่องตอนที่เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ รอให้เราเตรียมกำลังไพร่พลให้พร้อม แล้วค่อยคิดบัญชีกับมันทีหลัง เอาแบบรวบทั้งต้นทั้งดอกเลยทีเดียว” กำนันสั่ง

ooooooo

อมาวสีกับราชขึ้นจากลำธาร เห็นกระท่อมกลางป่า เธอดีใจมากเชื่อว่าต้องมีคนอยู่แน่ๆ ชวนไปขอความช่วยเหลือกัน

ราชรั้งไว้ ให้เธอสัญญาก่อนว่าถ้าเจอชาวบ้านเธอต้องอยู่ข้างๆตนและบอกว่าเป็นเมียตน เพราะเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าคนในกระท่อมนั้นเป็นใคร อมาวสีคิดๆ แล้วยอมตามนั้น เขาจึงพาเธอเดินตรงไปที่กระท่อม

พอเข้าใกล้ ราชส่งเสียงทักทายปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เลยเชื่อว่าเป็นกระท่อมร้าง

เวลาเดียวกันพวกนายป่วนมาเจอรถของราชจอดอยู่ แต่ทุกอย่างยังอึมครึม ป๊อดเสนอให้แจ้งตำรวจเลย

“รอดูพรุ่งนี้อีกวัน เพราะฉันรับปากคนของนายไว้ แกไม่อยากให้เรื่องกระโตกกระตาก แกว่านายจะกลับมาเองพร้อมกับนายผู้หญิง” นายป่วนบอก แอ้มเลยให้ช่วยกันภาวนา

“ขอแค่อย่าหลงเข้าไปในที่กำนันเท่านั้นก็พอ” นายป่วนภาวนา

ooooooo

เมื่อพากันเข้าไปในกระท่อมแล้ว ราชจัดแจงเอาเสื่อเก่าๆมาสะบัด หามุ้งหมอนที่ซุกอยู่มาจัดที่นอนให้อมาวสี เธอบอกว่าไม่ง่วง ไม่นอน

ราชได้ยินเสียงท้องเธอร้องจ๊อกๆ ถามว่าหิวใช่ไหม เธอบอกว่าไม่ พอเขาดักคอว่าได้ยินเสียงท้องร้อง เธอพูดงอนๆว่า หิวจนลืมไปแล้ว เขาเลยบอกให้เธออยู่ตรงนี้เดี๋ยวจะไปหาอะไรในบ้านสักหน่อย

“ถ้าเจ้าของบ้านกลับมาตอนนี้ แล้วคิดว่าเราเป็นโจรจะทำยังไง” อมาวสีตะโกนถาม

“ไม่เห็นต้องทำยังไง ก็ให้เขาเรียกตำรวจมาจับตัวเรา เราก็จะได้ออกจากป่า คุณก็จะได้กลับบ้านไง ไม่ดีเหรอ”

“ส่วนนายก็ติดคุก ข้อหาลักพาตัว”

ราชบอกว่าก่อนติดคุกขอไปเล่นงานพวกที่ไล่ยิงตนก่อน เธอถามว่าจะไหวหรือพวกมันมีตั้งเยอะ คุยกันจนบรรยากาศผ่อนคลายแล้ว อมาวสีถามเขาว่า เขาคุยได้ทุกเรื่องรึเปล่า พอเขาบอกว่าแน่นอน เธอถามว่า

“งั้นเอาเรื่องนี้ นายโกรธแค้นอะไรคนในตระกูลพิชิตพงษ์?” ราชย้อนถามว่าตนเคยพูดอย่างนั้นหรือ “ความโกรธแค้นเป็นอารมณ์ เป็นความรู้สึก ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยคำพูด”

ราชถามว่าเธอจับอารมณ์ตนได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ แล้วทำไมเลือกจับเฉพาะอารมณ์โกรธ? ไม่รู้สึกถึงอารมณ์อื่นๆของตนบ้างหรือ? หรือตนไม่ใช่พี่ภาคย์ของเธอ?

“ฉันเลิกใส่ใจไปนานแล้วว่านายเลือกจะเป็นใคร เพราะฉันรู้ว่าจริงๆแล้วนายคือใคร และฉันรู้ด้วยว่านายเองก็ไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่นายเป็นได้ ไม่ว่านายจะหนีไปไกลแค่ไหน ความจริงนั้นก็จะตามนายไปในทุกๆที่ แล้ววันนึงนายจะต้องเสียใจในสิ่งที่นายเลือกที่จะเป็น”

“แล้วคุณเคยรู้บ้างไหมว่า พี่ภาคย์ของคุณผิดหวัง ช้ำใจในสิ่งที่คนอื่นทำกับเขาไว้มากแค่ไหน”

“ฉันอาจจะไม่รู้สึกมากเท่าที่เขารู้สึก แต่ถ้าเขาไม่อธิบายถึงสิ่งที่เขารู้สึก ก็คงไม่มีใครช่วยอะไรเขาได้”

“คุณเพิ่งพูดเมื่อกี๊นี้เองว่า อารมณ์ความรู้สึกไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยคำพูด”

“เพราะคนอย่างนายไม่เคยพูดถึงสิ่งที่นายรู้สึก”

“งั้นก็อย่าคิดเอาเองว่าผมกำลังมีความรู้สึกแบบไหน”

โต้แย้งกันในเรื่องความรู้สึกนามธรรมที่ไม่มีใครหาข้อยุติได้ อมาวสีบอกว่าอยากเปลี่ยนเรื่องคุยก็ได้นะ แล้วเธอก็ถาม “ถ้าเราออกจากป่านี้ไปได้ นายจะส่งฉันกลับบ้านไหม”

“เปลี่ยนเรื่อง!” ราชเสียงขุ่นทันที

บรรยากาศชะงักไปนิดหนึ่ง อมาวสีท่าทีอ่อนเพลีย ถามว่าถ้าตนหลับไปเขาจะทำอะไรหรือเปล่า ราชตัดบทว่าเธอนอนบนบ้าน ตนจะไปนอนใต้ถุน เธอไม่ยอมเพราะกลัวผี ราชหัวเราะเบาๆ พูดขำๆว่า

“ผมหลงคิดว่าคุณจะเป็นผู้หญิงแกร่ง ผู้หญิงเก่ง ที่แท้ก็ไม่ต่างจากคุณหนูทั้งหลาย เหมาะแล้วล่ะ ที่จะอยู่กับผู้ชายที่คอยเอาอกเอาใจอย่างเจ้าวาริน ผมจะพาคุณไปส่งให้นายวารินเร็วๆนี้แหละ”

เห็นเธอเงียบไป พอก้มมองปรากฏว่าเธอหลับไปแล้ว ราชมองด้วยแววตาอ่อนโยนแล้วอุ้มเธอเข้าไปนอนในห้องที่กางมุ้งไว้แล้ว จัดท่าให้นอนสบาย เขามองอย่างเพลิดเพลิน...แม้ในยามหลับเธอก็ดูสวยอ่อนหวานน่าทะนุถนอมเหลือเกิน...

ooooooo

เช้าตรู่รุ่งขึ้น อมาวสีตื่นขึ้นมา มองข้างตัวและรอบๆ ไม่ปรากฏร่างของราช เธอเปิดมุ้งเดินลงบันไดไป

ที่ใต้ถุน มีโต๊ะไม้ตัวใหญ่ บนโต๊ะมีกับข้าวมากมายวางไว้อย่างสวยงาม เธอมองกับข้าวบนโต๊ะด้วยสายตางุนงงอึดใจเดียว ราชเดินมาพร้อมหม้อข้าวต้มควันฉุย ทักทายเชิงหยอกล้อว่า

“ต่อให้คุณสาบานว่าไม่หิว ผมก็ไม่มีวันเชื่อคุณเด็ดขาด” เธอถามว่าเขาเอาของพวกนี้มาจากไหน “ผมค้นดูตามตู้ก็เจอข้าวสาร ไข่ และกุ้งแห้ง กุนเชียง โชคดีของเราจริงๆ” พอเธอถามว่าเขาทำเองทั้งหมดหรือ เขายียวนว่าโทร.สั่งเอามั้ง แล้วนั่งตักข้าวต้มใส่ชาม ชวน

“ไม่ต้องเก๊กน่า มากินด้วยกัน ช้าผมไม่รอนะรู้ไหม เมื่อคืนท้องคุณร้องสนั่นทั้งคืน จนผมกลัวจะระเบิดออกมา”

อมาวสีถามว่าเมื่อคืนเขานอนที่ไหน เขาบอกว่านอนข้างๆเธอนั่นแหละ แต่ไม่ต้องกังวล ตนไม่ได้ทำอะไรเธอเลยทำแค่...

ราชแกล้งทิ้งจังหวะให้เธอตกใจ แล้วจึงบอกว่า เช็ดหน้า ล้างแผลที่ถลอกตามแขน เหลือแต่บ้วนปากที่เธอต้องทำเอง หรืออยากจะอาบน้ำก็ได้ มีทั้งสบู่ ยาสีฟัน แชมพู อมาวสีติงว่าเขารื้อข้าวของราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

ราชเร่งว่างั้นก็รีบกินข้าวต้มเสียแล้วรีบไปก่อน

ที่เจ้าของบ้านจะมาเจอ เขาเอาแผนผังเก่าๆมาให้เธอดูอธิบายว่า

“มันมีสัญลักษณ์ที่น่าจะหมายถึงถนน อยู่ทางทิศเหนือ คุณคิดว่าเราควรจะเชื่อแผนผังนี้ไหม”

“ไม่รู้ฉันดูไม่เป็น แต่ฉันจะรีบกินข้าว แล้วเรามุ่งหน้าไปทิศเหนือกัน” อมาวสีกระชุ่มกระชวยขึ้นมาราชยิ้มสบายใจ แล้วต่างก็กินข้าวต้มกันอย่างเอร็ดอร่อย

ไม่นานทั้งราชและอมาวสี ก็พากันเดินออกจากกระท่อม อมาวสีถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่านั่นคือทิศเหนือ แล้วเอะใจถามว่านี่มันเหมือนเส้นทางที่เราเดินมาเมื่อคืน ราชพูดไปเดินไปว่าป่าก็คือป่าเหมือนกันหมด ถ้าโชคดีเลี้ยวหน้าเราก็คงเจอถนนใหญ่แล้ว เขาเร่งฝีเท้า อมาวสีรีบตามไปอย่างใกล้ชิด

ooooooo

ราชกับอมาวสีเดินออกจากป่าอย่างรีบเร่ง อึดใจเดียวก็เห็นถนนลาดยางอยู่เบื้องหน้า เธอชี้ให้เขาดูอย่างตื่นเต้น

“ผมมั่นใจว่า เลี้ยวโค้งนี้ไปอีกนิดนึง รถผมต้องจอดอยู่ตรงนั้นแน่ๆ”

ราชพูดไม่ทันขาดคำ อมาวสีก็ชี้ให้ดูรถ เธอดีใจมากกระโดดกอดเขาอย่างลืมตัวบอกว่าเราไม่หลงทางแล้ว ทั้งสองพากันวิ่งไปที่รถ อมาวสีหันมองบอกว่าที่แท้กระท่อมร้างก็อยู่ใกล้ถนนนิดเดียวเอง รู้งี้เมื่อคืนเราเดินต่ออีกนิดเดียวก็ขับรถออกไปหาอะไรกินได้สบายเลย

“แถวนี้ไม่มีร้านอาหาร ต้องขับรถไปอีกห้าสิบกิโลกว่าจะเจอซุปเปอร์”

อมาวสีเอะใจมองที่เบาะหลังรถเห็นมีทั้งถุงข้าวสาร ถาดไข่ ห่อกุ้งแห้ง และกุนเชียงวางอยู่ เธอพึมพำเหมือนทบทวน “กระท่อมร้าง...อยู่ใกล้ถนนนิดเดียว นายรู้ด้วยว่ามีซุปเปอร์อยู่แถวนี้” คิดแล้วเอามือแตะกระโปรงรถ ปรากฏว่ายังอุ่นๆอยู่ เธอมองหน้าราชขวับ พูดเสียงแข็ง

“นายรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วใช่ไหมว่าเราอยู่ตรงไหน และจะออกมาได้ยังไง” จ้องหน้าเห็นเขานิ่ง “นายแกล้งใช่ไหม...แกล้งทำเป็นหลงป่าใช่ไหม นายรู้ด้วยใช่ไหมว่า บ้านหลังนี้เป็นของใคร”

ราชยิ้มกวนๆแทนคำตอบ ความจริงคือเมื่อคืนนี้ เขาโทรศัพท์ถามพินัยว่า

“ฉันจะหาร้านอาหารใกล้ๆได้ที่ไหน ฝากบอกน้าป่วนกับคนงานที่ไร่ด้วยว่าไม่ต้องห่วง คืนเดียวเท่านั้น ช่วยหน่อยนะพินัย หรือจะแวะเอาอาหารมาส่งให้ก็ดีนะ”

ดังนั้นเช้านี้อมาวสีจึงเห็นอาหารเต็มโต๊ะ พอถามว่าเอามาจากไหน ราชบอกว่าค้นหาได้ในกระท่อม!

พอจับเท็จได้เรื่องหนึ่งก็ทำให้อมาวสีระแวงไปหมดทุกเรื่อง กระทั่งเรื่องที่เขาถูกยิงเธอก็สงสัยว่าเขาหลอก

ราชขับรถกลับมาถึงบ้านกลางไร่ บรรดาคนงาน พากันมาต้อนรับด้วยความดีใจ ป้าเอิบถลาเข้ามาถามอมาวสีที่ลงจากรถว่าเป็นอย่างไรบ้างพวกตนเป็นห่วงกันมาก

“ถามนายของป้าเอิบดูแล้วกัน” อมาวสีตอบด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“ไม่มีอะไรมาก ฉันพาภรรยาไปปิกนิกกลางป่าเท่านั้นเอง” ราชบอกป้าเอิบ ส่วนอมาวสีเดินอ้าวเข้าบ้านไป

“คราวหน้าคราวหลัง นายจะแว่บไปนอนไหนบอกล่วงหน้ากันบ้างก็ดีนะครับ ถ้าคุณพินัยไม่โทร.มาบอก มีหวังพวกเราเป็นบ้าตาย” นายป่วนเดินเข้าไปพูด

“น้าป่วนก็อย่าปล่อยให้เมียฉันขี่ม้าหนีไปง่ายๆ แบบนี้สิ” ราชสวนทันควัน

ooooooo

จอนให้สายบัวเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือไปยังภากร เป็นจดหมายสั้นๆว่า

“ช่วยด้วย ถูกจับโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ช่วยประกันตัวจูดี้ด้วย” ในจดหมายบอกเบอร์โรงพักไว้ด้วย พอภากรโทร.ไป ปลายสายบอกว่าเป็นโรงพักสำโรง เขาก็วางโทรศัพท์ทันที

หลังจากนั้นก็มีทนายความไปขอประกันตัวจูดี้หรือสายบัวออกมา สายบัวถามทนายว่า พวกเราได้ออกไปทุกคนใช่ไหม ทนายบอกว่าได้รับมอบหมายให้มาประกันเธอคนเดียว ส่วนคนอื่นๆที่ว่านั้น ให้เธอไปคุยกับภากรเอง

เมื่อสายบัวไปพบภากรที่บริษัทเฮลท์ตี้ ฟาร์ม่า เธอโผเข้ากอดจนภากรต้องดันตัวเธอออก เธอเล่าอย่างเจ็บใจว่า

“ใครก็ไม่รู้ค่ะ พาตำรวจไปจับจูดี้มาแบบไม่รู้ตัวเลยนะคะ วันที่เรานัดกันวันนั้นน่ะค่ะ พี่จอนก็โดนด้วยนะคะ ตอนนี้ยังอยู่ในห้องขังอยู่เลย น่าสงสารที่สุด ใครก็ตามที่มันทำอย่างนี้กับจูดี้ ขอให้มันไม่ตายดี ขอให้มันตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิดไปอีกเจ็ดชั่วโคตร”

ภากรฟังสายบัวสาปแช่งแล้วถามว่า พ่อเลี้ยงเป็นอย่างไร ทำให้สายบัวต้องกลับสวมบทบาทจูดี้อีกครั้ง ขู่เขาว่า

“อ๋อ...ได้ข่าวว่ากำลังส่งมือดีออกตามล่าคุณภากรกับพี่จอนอยู่ มันคิดว่าเรารวมหัวกันโกงมันค่ะ คุณภากรช่วยประกันตัวพี่จอนออกมาด้วยสิคะ จะได้ช่วยคุณภากรเจรจากับพ่อเลี้ยงอีกแรงน่ะค่ะ”

ภากรอ้างว่าจอนอยู่ในคุกจะปลอดภัยกว่า สายบัวตีโพยตีพายว่าแล้วตนจะอยู่อย่างไร ถ้าพ่อเลี้ยงส่งลูกน้องมาเก็บตนจะทำอย่างไร ภากรจึงให้เงินเธอไปปึกหนึ่งบอกให้ไปหาที่กบดานเสีย และถ้ายังไม่ปลอดภัยก็อย่าติดต่อตนอีก

สายบัวรับเงินปึกใหญ่ ไหว้อย่างอ่อนช้อยสวยงาม พอออกจากภากร เธอก็ตรงไปโรงพักเอาเงินที่ได้ไปประกันตัวจอนออกมาแล้วถามว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

“แก้แค้นสิ ใครก็ตามที่มันทำให้พี่เป็นแบบนี้มันต้องชดใช้อย่างสาสม” สายบัวติงว่าเขาทำตัวเองมากกว่า “อย่าเถียงพี่! คนคนนั้นคือไอ้ภากร! ไอ้ภากร พิชิตพงษ์ คราวนี้มึงเสร็จกูแน่ๆ”

ooooooo

กลับมาอยู่ที่บ้านกลางไร่แล้ว คืนนี้อมาวสีเริ่มบันทึกไดอารี่ต่อ...

“ในที่สุดเรื่องราวที่เคยคิดว่าเกือบจะเหมือนนิยาย ก็ชักเหมือนมากขึ้นเรื่อยๆ นางเอกติดอยู่ป่าต้องนอนกระท่อมร้างเก่า ต้องเสี่ยงตายเดินหนีหมู่วายร้าย...แต่ที่น่ากังขาอยู่อย่างเดียวคือ ชายหนุ่มที่อยู่กับนางเอกทั้งคืน เขาคือพระเอก หรือผู้ร้ายกันแน่... เพราะหลายครั้งที่สายตาของเขาดูมีความห่วงใย อ่อนโยนและอบอุ่น แต่หลายครั้งยิ่งกว่านั้น ดวงตาคู่เดียวกันกลับเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน ประชดประชัน แดกดันและกลั่นแกล้งตลอดเวลา... เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย แล้วทำไมจะต้องมาเกิดตอนนี้ เวลานี้ ในวันก่อนจะถึงวันเกิดฉัน อนิจจา...วันเกิดปีนี้คงเงียบเหงาวังเวงยิ่งกว่าทุกปี เพื่อนเท่าที่ฉันมี ก็คงจะไม่ได้เห็นหน้าเหมือนเคย...”

เธอต้องหยุดบันทึก เมื่อเสียงของราชจากวิทยุสื่อสารดังขึ้น...

“ถ้าคุณไม่ได้หลับ และไม่ได้อ่อนเพลียเกินไป ผมขอเชิญข้างล่างครับมีคนรอพบคุณอยู่” เธอถามว่าจำเป็นที่ตนต้องไปพบด้วยหรือ “เขาเป็นเจ้าของกระท่อมที่เราพักเมื่อคืน เขาอยากรู้จักคุณ”

คนที่มาพบคือพินัยนั่นเอง เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นเจ้าของไร่หลังเขาลูกถัดไป และเป็นเพื่อนสนิทของราชด้วย เธอถามว่าเขาสร้างบ้านในไร่หลายหลังหรือ

“ก็สี่ห้าหลังครับ เมื่อก่อนเจ้าราชนี่แหละอาสาไปนอนเฝ้าบ้านให้ หมอนี่มันชอบป่าจริงๆ ป่าแถวนี้มันหลับตาเดินยังไม่หลงเลยครับ”

“อ๋อ...เหรอคะ” เธอสบตาราชอย่างจับเท็จได้ ราชยิ้มทำเฉไฉบอกว่าพินัยนัดหมอมาดูแผลให้ ตนเลยให้พาพยาบาลมาตรวจร่างกายดูรอยฟกช้ำดำเขียวให้เธอด้วย เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ ร้อนถึงพินัยต้องชี้แจงว่า

“คุณอมาวสีไม่ต้องกังวลนะครับ หมอที่ผมนัดมาเป็นพรรคพวกกันสนิทกันมาก และเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดดีโดยเฉพาะเรื่องอาการทางประสาทของคุณอมาวสี”

พอหมอมาตรวจ กลายเป็นว่าราชแค่ถูกกระสุนถากไปเท่านั้น และสาบเสือที่เคี้ยวเอามาอุดแผลนั้นมากเกินไป และที่สำคัญมันไม่ใช่สาบเสือ แต่เป็นพืชสมุนไพรที่ไม่อันตรายไม่งั้นแผลเน่าจะยุ่งกันใหญ่ หมอล้างและปิดแผลให้ราช แล้วขอพูดอะไรกับเขา เมื่อราชอนุญาต หมอพูดยกย่องชื่นชมเขาว่าเป็นผู้ที่เสียสละช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ก็ติงให้คิดว่า

“คุณราชน่าจะหาเวลาทำใจให้นิ่งๆสักชั่วขณะแล้วพิจารณาถึงสิ่งที่ทำไปว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้องบ้างหรือเปล่า แล้วก็น่าจะอธิบายความจริงให้คนรอบข้างที่เป็นห่วงและงุนงงได้รู้บ้างก็จะดีนะครับ”

ราชรับฟังและคิดตามอย่างสงบนิ่ง ส่วนอมาวสีก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากพยาบาล เธอรู้จากพยาบาลว่าราชได้ต่อสู้กับอิทธิพลของกำนันที่กดขี่ข่มเหงชาวบ้านจะบังคับกดราคาซื้อที่ดินชาวบ้าน ในที่สุดชาวบ้านก็รวมตัวกันขายที่ให้ราช เขาซื้อไว้แล้วให้ชาวบ้านทำไร่ฟรี นี่คือน้ำใจอันประเสริฐของราช และลูกสาวตนถูกงูสามเหลี่ยมกัด ราชก็อุ้มเดินเท้าจากป่าระยะทางร่วมยี่สิบกิโลพามาจนถึงมือหมอ จนลูกตนปลอดภัย ฟังพยาบาลแล้ว อมาวสีรู้สึกดี แต่พอขอใช้มือถือ กลับถูกปฏิเสธเพราะราชห้ามไว้

ooooooo

เพราะข่าวเลื่อนการแต่งงานของภากรด้วยเหตุผลว่าคุณหญิงป่วย เป็นที่สนใจและเคลือบแคลงของสังคม วันนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าวซุบซิบว่าคุณหญิงไม่ได้ป่วยจริงแต่แกล้งป่วยเพื่อเลี่ยงตอบคำถามเรื่องเลื่อนงานแต่งงานลูกชาย

ข่าวนี้ทำให้กวีร้อนใจ โทร.สั่งคุณหญิงว่าช่วงนี้อย่าให้สัมภาษณ์ เพราะเริ่มมีคนซุบซิบว่าคุณหญิงแกล้งป่วยเพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง คุณหญิงบอกให้เขายอมรับความจริงเสีย กวีพูดอย่างไม่พอใจว่า

“เขาซุบซิบกันไม่ใช่แค่เรื่องยายอ้อกับภากร มันเลยไปถึงเรื่องไอ้ภาคย์ของคุณด้วย คุณจะให้ผมทำยังไง”

ooooooo

จากการติติงของเทินและหมอ ทำให้ราชเล่าเรื่องระหว่างตนกับอมาวสีให้นายป่วนที่เป็นผู้อาวุโสในไร่ฟัง

วันนี้นายป่วนมีโอกาสคุยกับอมาวสี เขาบอกว่ารู้ความจริงหมดแล้ว เธอถามว่าความจริงอะไร

นายป่วนบอกว่า ราชเล่าว่าเธอไม่ใช่เมียเขา แต่เขาฉุดเธอมาจากงานแต่งงานกับคนอื่น เพราะเธอไม่ได้รักคนที่จะแต่งงานด้วย แต่คนที่เธอรักคือเพื่อนของเขา ฉะนั้นจะกักตัวเธอไว้ที่นี่จนกว่าชายคนนั้นจะเลิกคิดแต่งงานกับเธอจึงจะปล่อยเธอกลับไป

อมาวสีขอร้องให้ปล่อยตนไป นายป่วนบอกว่าตนทำไม่ได้ เพราะ... “ไม่ว่านายจะทำอะไร พวกเราที่นี่ทุกคนมั่นใจว่านายได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คุณอมาวสีรู้ไหมครับ นายราช ไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวเองเลยสักครั้ง นายเสียสละเพื่อคนอื่นเสมอ”

พอตบท้าย นายป่วนยอมรับว่า “แต่ครั้งนี้นายปากแข็ง”

วันเดียวกันนี้ ระหว่างราชนั่งรถลงจากเขามากับพินัยนั้น พินัยทึ่งการกระทำของเขาที่ลงทุนฉุดอมาวสีจากงานแต่งงานเพื่อยกให้เพื่อน ถามว่าเขาไม่นึกรักเธอบ้างหรือ ราชถามว่าตนเคยบอกไหมว่า ตนเป็นคนไม่มีหัวใจ เพราะหัวใจของตนถูกห่อหุ้มด้วยความแค้นเท่านั้น พินัยเลิกคุยต่อแต่ขอว่า

“เฮ้อ...ฉันก็ได้แต่หวังว่า นายคงไม่มีอะไรแค้นเคืองฉันนะ พูดตรงๆนะ ฉันกลัวการแก้แค้นของนายจริงๆว่ะ”

ooooooo

บ่ายวันนี้เอง ลูกน้องกำนันก็เข้าไปรายงานกำนันว่ามีคนมาหา กำนันถามว่าชื่ออะไร ลูกน้องบอกว่า “ราช รัชภูมิ กับ พินัย พิบูลย์ทรัพย์”

ราชกับพินัยยืนเผชิญหน้ากับลูกน้องกำนันที่ยืนเป็นแผงที่ระเบียงหน้าบ้าน กำนันประกาศว่าปกติบ้านนี้จะไม่ต้อนรับคนที่มีความคิดเห็นต่างกับเจ้าของบ้าน

กำนันสั่งลูกน้องให้ค้นตัวหาอาวุธ ลูกน้องมาค้นแล้วพยักหน้าให้กำนัน

“นับว่ากล้ามากนะ ที่เดินตัวเปล่าเข้ามาในบ้านของฉัน” กำนันจ้องทั้งสองเขม็ง พินัยบอกว่าเพราะพวกตนมีเจตนาดีในการมา กำนันตวาดถามว่า “ต้องการอะไรว่ามาเลย”

ราชบอกว่ามาทำความเข้าใจสั้นๆ เรื่องเดียวคือ “สันดานของลูกชายกำนัน กำนันควรจะอบรมลูกชายให้ดีหน่อย อย่าบุ่มบ่ามเข้ามายุ่งกับคนของฉัน โดยเฉพาะเมียฉัน ไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่”
“นายก็ควรอบรมคนของนาย ไม่ให้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตที่ของฉัน” กำนันสวนทันควัน

“เรื่องนี้ขอให้ดูเจตนาด้วย ที่ดินติดกันแต่เส้นแบ่งเขตไม่ชัดเจน ถ้ากำนันจะเอาเรื่องล่วงล้ำเขตแดนเพียงนิดเดียวโดยไม่เจตนา มาเป็นสาเหตุของการไล่ล่ากันละก็...เราคงจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ และอย่าคิดว่าการเป็นอดีตกำนันจะมีอิทธิพลข่มขู่ชาวบ้านได้นะ เพราะลูกน้องโง่ๆ และลูกชายของกำนันอาจพากำนันไปสู่ความหายนะได้”

ไอ้มากกับลูกน้องสะอึกจะเข้ามา แต่ช้าไปแล้ว ราชกับพินัยหยิบปืนจากปลายขากางเกงออกมาเล็งใส่กำนัน

“ปืนสองกระบอกยังค้นไม่เจอเลย จะไปสู้ใครได้” ราชเย้ยแล้วเอาปืนจี้กำนันพาไปที่รถ พอขึ้นรถก็ขับพรืดออกไปอย่างเร็ว ไอ้มากพุ่งไปถามกำนันว่ายกพวกไปถล่มเลยไหม

“พ่อมีวิธีดีกว่านั้น เอาธรรมชาติเล่นงานมัน...ไฟ... แค่ไฟป่าพวกมันก็ฉิบหายเข้าทางเราแล้ว ฮ่าๆๆ”

ooooooo

คืนนี้ อมาวสีนั่งเขียนไดอารี่ แต่ใจกลับคิดถึงเรื่องที่คุยกับนายป่วนเมื่อกลางวัน นายป่วนบอกว่าราชปากแข็ง ปากกับใจไม่ตรงกัน

“นายราชของน้าป่วนน่ะ มีความลับซับซ้อนมาก คือฉันรู้ว่าจริงๆ เขาคือใคร แต่เขาไม่ยอมรับว่าเขาคือใคร”

“เอ้อ...เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอกครับ แต่ผมมั่นใจว่าจริงๆนายแอบชอบใคร แต่ไม่กล้าบอกว่าชอบใคร คุณอมาวสีเข้าใจไหมครับ”

นอกจากนายป่วนแล้ว เธอยังได้ฟังพยาบาลพูดถึงราชว่า

“แกมักจะพูดกับใครๆว่าแกไม่มีหัวใจ หัวใจแกถูกขโมยไปสิบกว่าปีมาแล้ว... สาวๆแถวนี้พากันอาสาอยากจะช่วยปลอบ แกไม่ยอมเลยนะคะ แกบอกว่า คนที่จะอยู่ในหัวใจแกได้มีคนเดียว...เป็นเด็กผู้หญิงที่สนิทกันตั้งแต่เด็กๆ แกจะอยู่รอคอยเด็กผู้หญิงคนนั้น แล้วอยู่ๆแกก็แต่งงานกับคุณอมาวสีซะนี่...เอ๊ะ...หรือว่าคุณอมาวสีคือเด็กคนนั้น??” คิดทบทวนแล้ว อมาวสีจึงบันทึกว่า...

“บ้ากันใหญ่แล้ว...ทั้งหมดต้องเป็นเรื่องหลอกลวง เป็นแผนการที่เขาวางไว้เพื่อทำร้าย ทำลายจิตใจกันต่อไปอีกแน่ๆ คนแบบนี้หรือจะมีหัวใจ ไม่มีทาง ขนาดแม่แท้ๆของตัวเองยังใจร้ายได้ลงคอ ฉันไม่มีวันหลงเชื่อนายหรอก เอ...แต่นายก็คงจะยังไม่รู้สินะว่าพ่อแท้ๆของนายคือใคร?”

ขณะกำลังเขียนบันทึกนั่นเอง เสียงราชก็ดังจากวิทยุ ถามว่าเขียนบันทึกอยู่หรือ แล้วตัดบทเองว่าไม่ตอบก็ได้ ฟังอย่างเดียวหรือจะแง้มม่านหน้าต่างดูสักนิดก็ได้ถ้าอยากเห็นหน้าตน พออมาวสีแง้มม่านก็เห็นเขายืนอยู่ที่ระเบียงห้องนอนของเขา พูดยั่วเธอพอหอมปากหอมคอแล้วจึงบอกว่า

“อ้อ...พรุ่งนี้ผมไม่อยู่ทั้งวัน คุณอยากจะเดินเล่นให้ทั่วไร่ก็เชิญ ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่กักขังคุณไว้อีกแล้ว ผมสัญญาว่าจะรีบพาตัวคุณไปส่งบ้านโดยเร็ว”

เขาหว่านล้อมจนเธอยอมพูดด้วย ถามว่าจะหลอกตนอีกใช่ไหม เขาบอกว่าไม่หลอกแต่มีข้อแม้คือขอทานข้าวเย็นกับเธอมื้อพรุ่งนี้ หลังจากนั้นเธอก็กลับกรุงเทพฯได้เลยขอสัญญา เธอถามว่าถ้าผิดสัญญาล่ะ

“ผมไม่เคยผิดสัญญา ไม่เหมือนคนในบ้านพิชิตพงษ์อย่างคุณและป้าพริ้งของคุณ” พูดแล้วเดินกลับเข้าห้องเลย

อมาวสีนึกถึงวัยเด็กที่ภาคย์เคยนัดจะหนีไปด้วยกัน แต่คอยแล้วคอยเล่าทั้งอมาวสีและนมพริ้งก็ผิดสัญญา

อมาวสียืนนิ่งอึ้งอยู่ที่ระเบียงเมื่อนึกถึงเรื่องราวในวัยเยาว์

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.