ข่าว

วิดีโอ



หัวใจเถื่อน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ศรัณยู วงษ์กระจ่าง

กำกับการแสดงโดย: ศรัณยู วงษ์กระจ่าง

ผลิตโดย: บริษัท สามัญการละคร จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อรรคพันธ์ นะมาตร์,อุษามณี ไวทยานนท์

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"

อมาวสีนั่งคิดเรื่องราวมากมายในชีวิตที่ผ่านมาอยู่ที่ระเบียง กวีเดินเข้ามาขอนั่งคุยด้วย

“อาถามอะไรหน่อยนะ...สั้นๆ...แน่ใจแล้วหรือ?” เธอมองหน้าเชิงถามว่าอะไร “แน่ใจแล้วหรือที่จะแต่งงาน”

“ค่ะ”

“ครั้งนี้อาไม่ได้บังคับอ้อนะ” เธอก็ยังคงตอบสั้นๆว่าค่ะ จนกวีถามว่า ค่ะ คืออะไร เธอจึงตอบว่าแน่ใจ กวีติงว่า “ตอบอาเร็วไปรึเปล่า”

“ช้าหรือเร็วก็คำตอบนี้แหละค่ะ”

กวีถามว่าตอบด้วยอะไร ใจ หรือสมอง? เห็นเธอนิ่ง จึงพูดต่อ

“อาผ่านความผิดพลาดมาแล้วมากมาย ทุกครั้งล้วนใช้สมองคิดและตัดสินใจทั้งนั้น แต่อาเห็นคนที่ใช้หัวใจในการเลือก ในการตัดสินใจ พวกเขาแทบจะไม่พบความผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างน้อยพวกเขาก็มีความสุขกับการตัดสินใจของเขา...” อมาวสีนิ่งฟังอย่างตั้งใจ กวีแนะว่า “ลองดูอีกทีนะอ้อ ถามหัวใจตัวเองใหม่แล้วค่อยตอบอา ตอนที่เรายังมีเวลาแก้ไข”

พูดแล้วลุกไป ปล่อยให้อมาวสีได้นั่งคิดตามลำพัง

เวลาเดียวกัน ที่โต๊ะอาหารกลางวันบ้านวาริน วารินนั่งทานอาหารด้วยท่าทีปกติไม่สุขและไม่ทุกข์ วัชรีเดินมานั่งถามพี่ชายว่าเจอตายักษ์บ้างไหม

“ไม่เจออีกเลยนับตั้งแต่มันส่งจดหมายมาวันนั้น”

“แล้ววันนี้พี่ไม่ไปหายายอมาเหรอ” วารินบอกว่าไปบ่อยเดี๋ยวเธอจะเบื่อเอา พอวัชรีถามว่าแล้วไม่คิดถึงหรือ ก็ตอบว่า “ทนคิดถึงอีกไม่กี่วัน เดี๋ยวแต่งงานก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว”

“แต่น้องว่าหลังๆนี้ ดูยายอมาซึมเศร้าพิกลนะคุณพี่” วารินพูดยิ้มๆว่าอาจเป็นโรคกลัวการแต่งงานก็ได้ วัชรีถามว่าแน่ใจเรื่องแต่งงานแล้วหรือ เธอมีข้อสังเกตว่า “มันแปลกๆนะ คนจะแต่งงานกันไม่เห็นมีท่าทีมีความสุขเลย”

วารินทำท่าสุขสดชื่นขึ้นมาทันที วัชรีบอกว่าตนหมายถึงอมาวสี ท่าทางเหมือนตอนถูกท่านกวีบังคับให้แต่งงานไม่มีผิด ถามพี่ชายว่า “หรือพี่จะลองคิดใหม่”

ooooooo

วันนี้ที่บ้านพิชิตพงษ์มีการเปิดแถลงข่าวที่ห้องนั่งเล่น โดยกวีกล่าวท่ามกลางสื่อมวลชนมากมาย...

กวีเกริ่นถึงการแถลงข่าวเมื่อสองครั้งก่อน ครั้งแรกประกาศแต่งงาน ครั้งที่สองประกาศเลื่อนการแต่งงาน แล้วจึงประกาศว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม เป็นการประกาศยืนยันว่า แต่งแน่นอนครับ เพราะผมมีคุณหญิงนั่งแถลงอยู่ข้างๆด้วย รวมทั้งตัวเจ้าสาวคืออมาวสี และคุณวาริน รัตนพงษ์ ส่วนกำหนดการก็ตามวันและเวลาระบุไว้ในการ์ดนั่นแหละครับ”

ราชนั่งดูข่าวนี้จากจอคอมพิวเตอร์อยู่ที่ริมทะเล เทินเดินเข้ามาถามลอยๆว่าสบายใจไหม เห็นคนจะแต่งงานกันแล้ว? ราชไม่ตอบ เทินพูดต่อว่า ไม่ต้องตอบตนก็รู้ว่าต้องตอบว่าสบายใจ ถามว่าดีใจกับเขาไหม แล้วก็ตอบแทนว่าเขาต้องตอบว่าดีใจ

เทินถามเองตอบเองเพราะราชไม่ตอบ จนสุดท้ายเมื่อถามว่าอยากไปร่วมงานกับเขาไหม ก็ตอบแทนใจราชอีกว่า

“รับรองคุณราชต้องบอกว่าเขามีความสุขกันอย่าไปยุ่งกับเขา ไม่เกี่ยวกับเรา”

“รู้แล้วก็หยุดถามเสียทีซิน้าเทิน แล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้วด้วย”

เทินพูดต่อว่าอันนี้ห้ามตนไม่ได้ ถึงต้องถูกไล่ออกตนก็ต้องพูด แล้วถามว่า

“แค่นี้หรือ? ทั้งหมดที่ทำมานักต่อนัก ทั้งวางแผน ซุ่มดู ลงทุนซื้อบ้าน ฉุดเขาไปเข้าป่า โดนยิงแทบตาย แค่เนียะ สุดท้ายมานั่งนิ่งๆ ริมทะเลอย่างนี้เหรอ??”

ไม่ว่าเทินจะพูดอะไร ราชก็ยังนิ่งเงียบ จนเทินถามว่า “ความต้องการของหัวใจคุณสุดอยู่แค่นี้หรือ ทำเต็มที่แล้วหรือครับ” ราชจึงถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร “อย่าถามผม ถามหัวใจคุณ การ์ดแต่งงานวางอยู่นั่น พรุ่งนี้เช้าแล้วนะ ที่บ้านพิชิตพงษ์ คุณก็รู้นี่ จะมัวมานั่งตากลมทะเลทำไม”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ”

“ก็ไปเลยสิ รีบแจ้นไปเลย ไปบอกว่ารักเขา ไปหยุดงานแต่งงานของพวกเขาให้ได้ เหมือนในหนังน่ะ เคยดูไหมล่ะ วิ่งไปให้ทันก่อนเขาสวมแหวนน่ะ ทำได้ไหมล่ะ” เห็นราชยังนิ่ง เทินลุ้นต่อ “ทำซะตอนนี้ ผลเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องนึง อย่างน้อยก็ยังภูมิใจได้ว่าเราสู้เต็มที่แล้ว”

ราชนิ่งจนเทินไม่อาจเดาใจได้ เลยบอกให้ไปนอนคิดดู ตนพูดแค่นี้แหละถ้าจะไล่ออกก็บอก พรุ่งนี้จะได้เก็บของไปเลย ราชจ้องหน้าเทินนิ่ง แต่...ไม่มีคำตอบ และคืนนี้เขาก็ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้...

เช่นเดียวกันพรุ่งนี้จะเป็นวันแต่งงานแล้ว แต่คืนนี้อมาวสีก็ไม่อาจหลับได้เช่นกัน

ooooooo

วันงานแล้ว...รถตู้คันใหญ่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพิชิตพงษ์ สุรัตน์และวารินก้าวลงจากรถ ตรงเข้าไปในบ้าน

นมพริ้งจูงอมาวสีในชุดเจ้าสาวแสนสวยออกจากห้อง อีกด้านหนึ่งคุณหญิงอำภาและกวีเดินลงบันไดมา ทั้งสองเข้าทักทายสุรัตน์และวารินด้วยความยินดี ครู่หนึ่ง รถอีกคันแล่นเข้ามา บรรดาเพื่อนๆ ทั้งวัชรี นิลรัตน์ และพึงใจ พากันลงจากรถอย่างมีความสุขกับวันสำคัญของเพื่อนรัก

ที่ห้องนอนราชที่รักษ์เล เทินมาเคาะประตูบอกว่าอาหารเช้าพร้อมแล้ว รู้สึกเงียบผิดปกติจึงเปิดประตูดู พบแต่ห้องที่ว่างเปล่า มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางอยู่ เทินรีบหยิบอ่าน

“ผมเข้ากรุงเทพฯ อย่าถามว่าไปทำไม...ไม่มีเวลาตอบ...ราช”

เทินยิ้มอย่างสมใจกับความพยายามลุ้นมาอย่างอดทน

ราชขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถนนพุ่งไปราวกับลูกธนู แข่งกับเวลาทุกวินาทีที่พิธีแต่งงานกำลังดำเนินไปตามขั้นตอน เมื่อได้ฤกษ์ทั้งหมดมานั่งอยู่เบื้องหน้าพานสินสอดทองหมั้นที่พร้อมจะทำพิธีแล้ว

“ยืนยันการตัดสินใจครั้งนี้ใช่ไหม” กวีถามอมาวสีและวารินในวินาทีสุดท้าย ทั้งสองรับคำ คุณหญิงอำภาจึงอวยพร “ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่าง สมดังปรารถนาของเธอทั้งสองนะ”

ที่หน้าบ้านพิชิตพงษ์ รถมอเตอร์ไซค์ของราชพุ่งเข้ามาจอดพรืด! ราชลงจากรถมองไปรอบบ้านแล้ววิ่งเข้าไป

เป็นนาทีที่นมพริ้งถือพวงมาลัยมาส่งให้กวี และวิรัตน์ถือพวงมาลัยเอ่ยกับทุกคนว่า

“เอาล่ะ ได้เวลาเริ่มพิธีการแล้ว เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้...”

“เดี๋ยวก่อน!” ราชตะโกน พุ่งทะยานเข้ามากลางห้องโถง แล้วเขาก็ต้องชะงักงัน เมื่อภายในห้องไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียว! จันออกมาถามว่ามาหาใครหรือ เขาบอกว่ามางานแต่งงาน จันร้อง “อ๋อ...ขอโทษนะคะ” แล้วหันพยักหน้าไปอีกทาง พริบตานั้น ถุงดำใบใหญ่ก็ปลิวมาครอบหัวราชทันที!

ooooooo

ถุงดำถูกถอดออก ราชมองไปรอบๆ แว่บเดียวเขาก็รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ชั้นบนของบ้านแก้ว ถูกมัดติดกับเก้าอี้ในห้องที่ว่างเปล่า บนเพดานมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้และที่ข้างตัวมีวิทยุสื่อสารสีแดงวางอยู่

ราชพยายามคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเหยียดยิ้มเล็กน้อยเมื่อเดาออก พูดทั้งที่ไม่รู้ว่ามีใครฟังอยู่หรือเปล่าว่า

“ฉันรู้นะว่าฉันอยู่ที่ไหน ไม่ฉลาดเลยนะที่จับฉันมาที่นี่ น้าเทิน...น้าเทินใช่ไหมที่เล่นตลกอย่างนี้กับผม ผมรู้ว่าต้องเป็นน้าเทิน ผมไม่รู้ว่าน้าทำอย่างนี้เพื่ออะไร”

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ราชยังคงพูดต่อ ถามว่าเทินต้องการอะไร ถ้าหวังสมบัติตามพินัยกรรมก็ต้องฆ่าตนก่อน หรือเทินร่วมมือกับใคร กับคนในบ้านพิชิตพงษ์หรือ? ทำเพื่ออะไร? แต่ไม่ว่าต้องการอะไรก็ไม่สำเร็จ เพราะตนสามารถอยู่อย่างนี้ได้เป็นวันๆ เทินเอาชนะตนไม่ได้หรอกเพราะตนไม่ได้อ่อนแอแบบอมาวสี

“อย่าเพิ่งพูดอะไรมากเลยครับคุณราช” เสียงเทินดังจากวิทยุสื่อสาร ราชท้าให้ออกมาเลย เพราะวิธีนี้เลียนแบบตนมาย้อนรอยตนเพื่ออะไร ถามว่า “แล้วงานแต่งงานล่ะ อยู่ที่ไหน ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ ผมจะรีบไปให้ทันงานแต่งงาน”

“ไม่มีงานแต่งงานครับ จนกว่าคุณราชจะตกลงทำความเข้าใจกับเธอก่อน” ราชถามว่าใคร? “ผู้หญิงที่สวยที่สุดในวันนี้ เธอคือเจ้าสาวครับ อยู่ข้างหลังคุณราชนั่นแหละ”

ราชหันขวับไป เห็นอมาวสีในชุดแต่งงานเดินลงบันไดมาอย่างสง่างาม ราชจ้องนิ่งติงว่า เธอควรจะขี่ม้าขาวเข้ามาด้วยจะได้เหมือนที่ตนทำไว้ทุกอย่าง

“ฉันไม่ได้ต้องการทำเหมือนคุณ...ฉันทำต่อจากที่คุณทำ ทำให้มันจบ”

ราชถามว่าทั้งหมดนี้เธอเป็นคนวางแผนหรือ เธอบอกว่าตนไม่เก่งขนาดนั้น แต่ตนได้รับความร่วมมือมากมาย ไม่แพ้ตอนที่เขาทำกับตน ราชคาดว่าน่าจะมากกว่าด้วย แต่ตนอยากรู้ว่า คนต้นคิดคือใคร เดาว่า “น้าเทินล่ะสิ?” อมาวสีไม่ตอบ

ที่แท้ ตั้งแต่เช้าวันที่เทินได้อ่านโน้ตที่ราชเขียนบอกว่ากำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เทินก็โทร.บอกวารินทันทีว่า

“เรียบร้อย เป็นไปตามแผนครับ คุณราชกำลังเข้ากรุงเทพฯ เตรียมย้ายไปบ้านแก้วได้เลยครับคุณวาริน”

วิรัตน์ที่กำลังดำเนินตามพิธีแต่งงานอยู่ ถามทั้งวารินและอมาวสีว่า “ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ผลนั่นมันจะตกอยู่กับเธอและมันจะผูกพันกับการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธออย่างปฏิเสธไม่ได้ ว่าไง...จะเปลี่ยนใจไหมนายวาริน”

“ไม่ครับ คนที่คู่ควรกับน้องอ้อที่สุดคือราชไม่ใช่ผม” วิรัตน์ถามว่าแล้วราชจะมาไหม วารินบอกว่าต้องมา แล้วหันบอกอมาวสีว่า “เชื่อพี่นะครับอ้อ มันมาแน่ๆพี่รับรอง”

“แล้วทำไมไม่พูดกันดีๆง่ายๆ ไม่เห็นต้องจัดฉากให้มันเปลืองอย่างนี้เลย” วิรัตน์ถาม

“หนูเป็นคนเลือกวิธีนี้เองค่ะ” อมาวสีตอบอย่างมั่นใจ

นั่นคือเหตุการณ์ก่อนมาที่บ้านแก้ว แต่นาทีนี้ เมื่อราชถามว่าเรื่องนี้เทินคือต้นคิดใช่ไหม? อมาวสีไม่ตอบ ราชถามต่อว่าวารินรู้เรื่องนี้ด้วยไหม? เธอบอกให้เขาถามเพื่อนเขาเอาเอง ราชเปลี่ยนเป็นถามว่าเธอทำอย่างนี้ ต้องการอะไร?

อมาวสีดำเนินตามแผนของตนทันที บอกเขาอย่างที่เขาเคยพูดกับเธอว่า “เชลยไม่มีสิทธิ์ถาม คุณต้องเป็นผู้ตอบเท่านั้น” ราชบอกให้ถามมาเลย เธอให้เขาสัญญาก่อนว่าจะตอบความจริงทุกคำถาม ราชโต้ว่าตนไม่เคยพูดอะไรไม่จริง

“แต่คุณพูดไม่หมด คุณไม่เคยพูดทั้งหมดที่หัวใจคุณรู้สึก คุณเลือกตัดตอนมาพูดเฉพาะที่อยากพูด ความจริงที่พูดไม่หมด มันก็มีค่าไม่ต่างจากการโกหกนั่นแหละ” ราชเร่งขอคำถามเลย เธอจึงถามว่า “คุณคิดยังไงกับเด็กหญิงอ้อ?”

“คุณเข้าใจความรู้สึกที่เรียกว่าถูกชะตาไหม เมื่อคนเรามีชะตาที่ต้องกัน มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีๆ อยากทะนุถนอม อยากปกป้อง อยากอยู่ใกล้ๆ อยากทำอะไรให้เธอมีความสุข มันเป็นความฝันครั้งแรกของเด็กผู้ชายคนนึง ผมเคยฝันว่า เราคงอยู่ด้วยกันจนถึงวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่แล้ว...มันก็แค่ความฝัน...”

“แล้วชาลินีล่ะ”

“เมื่อเขาโตขึ้น เขาก็ได้รับความเข้าอกเข้าใจแบบนั้นจากชาลินี” อมาวสีถามว่าเขารักเธอใช่ไหม? “ถ้าถามคำถามนี้กับผมเมื่อสิบปีที่แล้ว คำตอบก็คงใช่ แต่เมื่อมาถามวันนี้ ผมคงต้องแยกแยะความรักแต่ละประเภทให้คุณฟัง จะฟังไหม?”

“ถ้าไม่มีภากรโผล่เข้ามาแทรกแซง คุณจะแต่งงานกับชาลินีไหม?”

“วันนั้นผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ นั่นจึงทำให้ชาลินีตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะเลือกนายภากร”

อมาวสีถามว่าแล้วชิดชไมล่ะ เขาบอกว่าหน้าเธอเหมือนชาลินี เธอย้ำถามว่า แค่นั้นหรือ?

“เราไม่มีอะไรผูกมัดกัน เอางี้นะ...ผมจะเล่าให้ฟังทั้งหมดเลยเอาไหม ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับใครบ้าง เอาเฉพาะทุกคนที่คุณรู้จัก คุณจะได้นั่งฟังไปยาวๆ ไม่ต้องคอยตั้งคำถามดีไหม”

“ไม่จำเป็นครับ ข้ามไปคำถามข้อสุดท้ายเลยดีกว่า” เสียงเทินดังเข้ามาทางวิทยุสื่อสาร ราชประชดว่าเทินเป็นติวเตอร์ให้นี่เอง “อย่าแซวผมครับคุณราช คุณเป็นเชลย กรุณาตอบคำถามเท่านั้น” ราชให้ถามมาเลย เทินเป็นคนถามว่า “คำถามข้อสุดท้าย เป็นคำถามสำคัญที่จะมีผลต่ออิสรภาพของคุณ ถามว่า...คุณคิดยังไงกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้?”

ราชให้แก้เชือกที่มัดตนก่อน เทินบอกอมาวสีอย่าเชื่อเขา แต่อมาวสีแก้เชือกให้บอกว่าจะลองเชื่อเขาเป็นครั้งสุดท้ายดู พอเป็นอิสระ ราชพูดใส่วิทยุสื่อสารว่า “หลังจากวันนี้ ผมไล่น้าเทินออกแน่ๆ ผมสัญญา” แล้วดึงแบตเตอรี่วิทยุสื่อสารออก เอื้อมมือกระชากกล้องวงจรปิดลงมา อมาวสีถามว่าเวลาจะพูดความจริงเขาอายคนอื่นด้วยหรือ?

ราชไม่ตอบคำถามแต่มองหน้าเธอนิ่ง ก่อนที่จะพูดความรู้สึกที่ฝังอยู่ก้นบึ้งหัวใจมายาวนานว่า...

“การถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง มันเป็นความผิดหวังที่ฝังใจผมมานาน แม้มันจะเกิดขึ้นในวัยเด็กแม้จะไม่ใช่ความผิดของเด็กหญิงอ้อ แต่มันก็ฝังลึกอยู่ในใจจนไม่อยากพบกับความผิดหวังอีก ทางเดียวที่จะไม่ผิดหวังก็คือ ไม่ตั้งความหวัง ผมบอกตัวเองว่า จะไม่รู้สึกผูกพันลึกซึ้งกับใครอีกเป็นอันขาด คุณรู้ไหมว่าผมเฝ้าติดตามดูคุณมานานแค่ไหน ก่อนที่จะโผล่หน้ามาให้คุณเห็น...”

ราชหยุดพูดมองหน้าอมาวสีที่ยืนฟังเขาราวกับถูกสะกดไว้ด้วยความจริงจากหัวใจของเขา

“เพราะอะไรรู้ไหม...เพราะสุดท้ายแล้ว ผมก็ไม่อาจหักห้ามใจได้ แม้จะพยายามผลักดันให้คุณรักกับนายวารินให้ได้ก็ตาม อมาวสี...ผมไม่อยากเสียคุณไปอีกแล้ว...ผมรักคุณ ได้ยินเสียงหัวใจผมแล้วใช่ไหม แต่งงานกับผมเถอะนะ...อมาวสี”

ทั้งสองโผเข้ากอดกันแนบแน่น เป็นสัมผัสที่บอกถึงความรัก ความถวิลหา และรอคอยมานานแสนนาน...

เมื่อคลายกอด อมาวสีบอกว่ามีคนรอพบเขาอีกหลายคนพวกเขารออยู่ข้างล่าง ชวนลงไปพบพวกเขากัน ราชถามว่าตนพ้นจากสถานะเชลยแล้วใช่ไหม แล้วขอถามบ้างว่า “คุณรักผมไหม”

“ฉัน รัก คุณ และจะไม่ทิ้งให้คุณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป ฉันสัญญา” ราชก้มจุมพิตเธออย่างอ่อนโยน แสนรัก...

ooooooo

เมื่อพากันลงมาข้างล่าง คนที่เจอก่อนใครเพื่อนคือเทิน เทินถามทันทีว่าจะไล่ตนออกจริงๆหรือ“จริง...ไล่ออก เพื่อให้ไปรับตำแหน่งใหม่ เป็นผู้จัดการไร่อมาวสี ผมจะสร้างบ้านให้น้าเทินหลังนึง เอาให้สวยกว่าหลังเดิมของผมเลย เอาไหม” เทินยิ้มเต็มหน้าบอกว่า ก็ไม่เลว...

เมื่อมาเจอวารินเพื่อนรักตัวการที่รู้ใจและวางแผนจนความรักของเขากับอมาวสีลงเอยด้วยดี วารินบ่นอย่างหมั่นไส้เพื่อนรักว่าทำให้ตนเสียเวลาไปตั้งห้าเดือน จนเพื่อนๆมีแฟนกันไปหมดแล้วเหลือตนคนเดียวเท่านั้น ส่วนวัชรี นิลรัตน์และพึงใจ ต่างก็แสดงความยินดีกับอมาวสีที่ได้สมหวังในรักภากรประคองสีไพรที่ท้องแก่ใกล้คลอดมาด้วย สีไพรบอกราชด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

“เราเปิดร้านอาหารของเราเองแล้วนะคะ จากเงินทุนที่คุณราชให้เรามา พ่อฝากขอบคุณคุณราชด้วยค่ะ”

นมพริ้งโผเข้ากอดราชน้ำตาไหลพรากพร่ำบอกว่า “เกือบยี่สิบปีแล้วที่พริ้งเฝ้ารอวันนี้” ถามว่าแล้วจะให้เรียกเขาว่าอย่างไร ภาคย์หรือราช

“แล้วแต่นมก็แล้วกัน สลับกันวันละชื่อก็ได้” ราชบอกแล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุข นมพริ้งบอกว่าคุณท่านรออยู่ทางโน้น ราชจึงเดินไปหากวีกับคุณหญิงอำภา กวีขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ คุณหญิงอำภาบอกว่าอมาวสีรักเขามาก ราชบอกว่า “ผมทราบครับ”

“เราเตรียมพิธีการรดน้ำสังข์ไว้ให้พร้อมแล้ว และเจ้าหน้าที่เขตก็พร้อมจดทะเบียนสมรสให้ที่นี่เลย ถ้าเธอต้องการ” กวีบอก ส่วนคุณหญิงอำภาเอ่ยอย่างปลื้มปีติว่า “ขอให้มีความสุขมากๆ ในชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นตลอดไปนะลูก”

“ขอบคุณครับ...แม่”

ขณะนั้นเอง ทินเดินมากระซิบบอกราชว่ามีคนมาหา พอราชเดินออกไป เจอจอนรออยู่ จอนแก้ตัวทันทีว่าตนไม่ได้ฆ่าลุงรักษ์แต่มันเป็นอุบัติเหตุ เราแค่ทะเลาะกันแล้วอยู่ๆลุงรักษ์ก็ไม่หายใจ

“เขายังหายใจอีกชั่วขณะหนึ่ง พอที่จะเขียนตัวหนังสือใส่บนกระดาษว่า อภัย” ราชบอกมันว่าเมื่อเจอกันแล้วก็ไปได้แล้ว ขอให้หนีตำรวจให้ได้ก็แล้วกัน มันบอกว่าคงหนีไม่รอดถ้าราชไม่ช่วย เพราะมันไม่มีเงินเลย มันถามถึงพินัยกรรมที่ราชเขียนยกสมบัติให้มัน ราชบอกว่าจริงแต่ต้องรอตนตายก่อน

“ปัญหาคือฉันไม่อยากรอว่ะ” จอนชักมีดออกมาแทงทันที ราชปัดป้องต่อสู้ จนราชพลาดล้มลงมันชักปืนออกมาจ่อทันที อมาวสีเห็นดังนั้นพุ่งเข้าไปเอาตัวบังกระสุนล้มแน่นิ่งไปกับพื้น ราชตะโกนก้อง...

“อมาวสี...อย่าทิ้งผมไปนะ ผมไม่อยากเสียคุณไปอีกแล้ว อมาวสีได้ยินไหม ผมรักคุณ ผมรักคุณได้ยินไหม...อยู่กับผมนะ อยู่กับผมตลอดไปนะ...อมาวสี...อมาวสี...”

ooooooo

หลังจากจัดการทุกอย่างทางกรุงเทพฯเรียบร้อยแล้ว ราชพาอมาวสีไปอยู่ที่รีสอร์ตรักษ์เล

รุ่งอรุณที่แจ่มใสวันหนึ่ง ราชเอาของหวานมาให้อมาวสี เขาค่อยๆเปิดฝาครอบออก เผยให้เห็นแหวนเพชรวางอยู่ในนั้น ราชเอ่ยอย่างภูมิใจว่า

“แหวนของท่านชายคฑาเทพพ่อผม ท่านเตรียมไว้สวมให้กับคุณหญิงอำภาแม่ผม ว่ากันว่าท่านตั้งใจเก็บไว้ให้ผมสวมให้กับผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด” ราชบรรจงสวมแหวนให้แล้วประคองเธอออกไป ผ่านแผ่นไม้แกะสลักแผ่นนั้น ซึ่งบัดนี้มีรอยกระสุนฝังอยู่กลางแผ่น ทั้งสองไปเดินเล่นที่ชายหาด อมาวสีเอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าไม่ใช่เพราะของขวัญวันเกิดชิ้นนั้น ฉันคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้วล่ะ” ราชบอกว่าตนก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้เช่นกัน เพราะตนจะคว้าปืนมายิงตัวตายตาม เธอค้อนนิดๆ พูดเหมือนบ่น “บ้า...เกินไปแล้ว”

“ไม่มีอะไรเกินไปสำหรับผม ผมทำได้ทุกอย่างที่คุณคิดไม่ถึง”

อมาวสีบอกข่าวดีที่เขาเองคิดไม่ถึงว่า มีตัวน้อยๆ อยู่ในท้องตนแล้ว ราชตะโกนก้องด้วยความดีใจ ถามว่าจริงหรือ อมาวสีไม่บอก เธอวิ่งหนีแก้เขิน ราชตะโกนเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวมีผลต่อลูกในท้อง บอกเธอว่า

“ผมจะไม่ให้คุณทำอะไรทั้งนั้น นอกจากนอนนิ่งๆ” เธอหัวเราะบอกว่าเป็นอัมพาตกันพอดี “ผมจะดูแลคุณเองครับ” แล้วก้มจุมพิตอย่างทะนุถนอมท่ามกลางทะเลสวยฟ้าใสริมหาดเกาะรักษ์เล...

ooooooo

–อวสาน– 


ละครหัวใจเถื่อน ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านหัวใจเถื่อน ติดตามหัวใจเถื่อน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์,อุษามณี ไวทยานนท์ 8 ส.ค. 2557 09:01 2014-08-14T03:26:19+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ