กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"



ไปถึงศาลา อัมราเอาเครื่องเซ่นมาวางที่ข้างโลง เคาะโลงเบาๆ บอกแม่น้ำตาคลอว่า

“คุณแม่ขา อัมเอาอาหารที่คุณแม่ชอบมาให้แล้วนะคะ ถ้าวิญญาณคุณแม่มีอยู่จริง ช่วยบอกอัมหน่อยได้ไหมคะว่าพี่พรรณไปอยู่ที่ไหน อัมเป็นห่วงพี่พรรณมากค่ะ”

เมื่ออัมราเดินออกมา สันติที่มายืนรออยู่ขอคุยด้วย อัมราถามว่าเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนตนไม่คุย

“เรื่องคุณพรรณราย...น้องอัมกำลังตามหาคุณพรรณอยู่ไม่ใช่เหรอครับ”

อัมราดีใจ จนเมื่อสันติพาเธอไปที่ห้องพักของเขา อัมรามองเข้าไปในห้องเห็นพรรณรายนอนหันหลังให้อยู่ ในห้องมีเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ด้วย อัมราถามสันติว่านั่นใคร?

“แก้ว ลูกของลุงชมคนทำเมรุในวัดครับ พี่วานให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณพรรณ ไม่งั้นคนจะเอาไปนินทาได้”

“อัมตามพี่พรรณไปทุกที่เลย ไม่คิดว่าพี่พรรณจะมาอยู่กับพี่อาร์ต”

สันติเล่าว่า ตนก็ตกใจเหมือนกัน เมื่อพรรณรายมาเคาะประตูห้อง พอเปิดประตูออกไปเห็นเธอยืนร้องไห้ตัวสั่น เธอเล่าเรื่องน้าพิไลกับคุณอาเดชให้ฟัง ท่าทางเธอเสียใจที่คุณอาเดชเข้าข้างน้าพิไล

“อัมว่าคุณพ่อไม่ได้เข้าข้างน้าพิไลนะคะ แต่ท่านคงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง วันนี้คุณพ่อก็ไม่ให้ น้าพิไลมาที่งานแล้วก็ยังสั่งห้ามขึ้นไปที่ตึกด้วยค่ะ” สันติบอกว่าถ้าพรรณรายรู้คงจะรู้สึกดีขึ้น ถามว่าเธอจะคุยกับพรรณรายเลยไหม “ไม่เป็นไรค่ะให้พี่พรรณพักให้เต็มที่ดีกว่า เดี๋ยวตอนจะกลับค่อยมารับก็แล้วกัน อัมจะไปบอกคุณพ่อก่อน คุณพ่อจะได้สบายใจ”

ที่แท้พรรณรายลืมตานอนฟังทั้งสองคุยกันอยู่ เธอนิ่วหน้าอย่างครุ่นคิดระหว่างเดินกลับไปที่ศาลา สันติขอเวลาอัมราอธิบายเรื่องเมื่อวาน อัมราบอกว่าไม่ต้อง ตนคิดว่า ตัวเองเข้าใจแล้ว สันติถามว่าเธอเชื่อใจตนใช่ไหม

“ค่ะ...อัมเชื่อพี่อาร์ต และต้องขอบคุณที่พี่อาร์ตช่วยดูแลพี่พรรณเป็นอย่างดี และอัมขอโทษนะคะ

ที่เมื่อวานทำเหมือนไม่ไว้ใจพี่อาร์ต” สันติตัดพ้อว่าเธอทำตนใจหายหมดเลย อัมรากำมือไปข้างหน้าเขาบอกว่า “อัมเก็บหัวใจพี่อาร์ตไว้แล้วไงคะทีนี้ยกโทษให้ได้หรือยังเอ่ย”

“พี่จะยกโทษให้ถ้าน้องอัมสัญญาว่าจะเก็บใจพี่ไว้ตลอดไป” สันติยิ้มอ่อนโยน กรุ้มกริ่ม จนอัมราเขินหน้าแดงชวนรีบไปหาคุณพ่อกันเถอะ สันติเดินตามไปยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

ที่บ้านเวทย์...เทิดกับพิไลก้มกราบเวทย์อย่างเคารพศรัทธา เวทย์ถามว่าตะกรุดของตนเป็นอย่างไร พิไลบอกว่าศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ผีไม่กล้ามาหลอกตนแล้ว เวทย์ถามว่าแล้วที่มานี่มีเรื่องหนักอกหนักใจอะไรหรือเปล่า

เทิดเล่าว่าพิไลกลุ้มใจที่ผัวไม่รักไม่หลง แถมตอนนี้ยังทำท่าจะไล่ออกจากบ้านอีกเทิดพูดแทน พิไลอ้อนให้เวทย์ช่วยอีกครั้งได้ไหม ถ้าสำเร็จตนก็จะได้ครอบครองทรัพย์สินเงินทองทุกอย่าง ถึงตอนนั้นตนจะสมนาคุณให้เต็มที่เลย

เวทย์จึงให้เทิดเตรียมของ พาไปที่ป่าช้า ไปยังหลุมฝังศพผีตายทั้งกลม แล้วทำพิธีบริกรรมคาถาเพื่อทำน้ำมันพรายกันกลางดึก เอาสายสิญจน์ล้อมไว้สามด้าน อีกด้านเปิดเป็นทางเข้าออก แล้วให้ทั้งสองเข้าไปอยู่ภายในสั่งห้ามออกมาเด็ดขาด

แต่ระหว่างที่เวทย์ทำพิธี ทั้งเสียงนกกลางคืน เสียงหมาหอน ซ้ำผีตายทั้งกลมก็ยังยื่นมือขึ้นจากหลุมแล้วขึ้นมาทั้งตัวในสภาพฟอนเฟะ ถามเสียงยืดยาด

“พวกแกมารบกวนฉันทำไม...แกตาย...”

พิไลตกใจสุดขีดวิ่งเตลิดออกจากวงล้อมสายสิญจน์ เทิดตะโกนลั่น ไม่ให้ออกไป แต่พิไลวิ่งเตลิดไปแล้ว ผีตายทั้งกลมมองตามพิไลไปอย่างน่ากลัว

ooooooo

พิไลถูกผีตายทั้งกลมตามไปถามเสียงแหบพร่าว่าจะหนีไปไหน...แกตาย!

ขณะพิไลกำลังจะถูกผีตายทั้งกลมฆ่านั้น ตะกรุดที่เวทย์ให้ก็เรืองแสงวาบขึ้น ผีตายทั้งกลมร้องกรี๊ดแล้วผงะหงายกระเด็นไป เวทย์กับเทิดวิ่งมาถึงพอดี เวทย์เอาบ่วงอาคมเหวี่ยงไปคล้องคอผี ผีร้องว่ายอมแล้ว อย่าทรมานตนเลย

“ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายเอ็ง แต่ถ้าเอ็งยังดื้อดึงอีก เอ็งเจ็บตัวแน่” เวทย์ตะคอกใส่ ผีได้แต่ร้องว่ายอมแล้ว ...ยอมแล้ว

เวทย์สั่งเทิดหยิบเทียนไขให้แล้วบริกรรมคาถาเป่าพรวดเดียวเทียนติดไฟทันที เวทย์เอาเทียนรนที่คางผีตายทั้งกลม เทิดเอาขวดไปรอง น้ำมันสีเหลืองค่อยๆ หยดลงในขวด พอเต็มเทิดก็ปิดจุกขวด ผีตายทั้งกลมร้องโหยหวนเจ็บปวด บอกเวทย์ว่าเมื่อได้น้ำมันเต็มขวดแล้ว ก็ปล่อยตนไปเสีย เวทย์จึงปล่อยผีตายทั้งกลมไป พิไลมองขวดน้ำมันที่เทิดส่งให้เวทย์ถามทึ่งว่าน้ำมันอะไรหรือ?

“น้ำมันพราย” เวทย์ตอบ มองขวดน้ำมันอย่างพอใจ เอากลับไปที่บ้าน ปลุกเสกแล้วให้พิไลบอกว่า “เอาไป พอสบโอกาสก็ให้เทน้ำมันพรายออกมาสักหยดสองหยด แตะตัวผัวเธอ ให้น้ำมันโดนตัวแค่นั้นแหละ ผัวเธอก็จะต้องมนต์จังงังที่ข้าปลุกเสกให้ มันจะรักจะหลงเธออย่างโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว แต่ถ้าได้ดีแล้วอย่าลืมที่รับปากไว้ก็แล้วกัน”

“โธ่พี่เวทย์ช่วยฉันขนาดนี้ฉันไม่มีทางลืมพระคุณของพี่เวทย์อย่างแน่นอนจ้ะ สำเร็จเมื่อไรฉันจะมาสมนาคุณพี่เวทย์ให้ถึงใจเชียว”

เวทย์ยิ้มพอใจ ในขณะที่เทิดก็ยิ้มพอใจเช่นกัน... ต่างพอใจในสิ่งที่ตนจะได้จากพิไล

ooooooo

ที่งานศพอารีย์...เดชขอบใจสันติที่ช่วยดูแลพรรณราย พอดีหลวงตามา เดชยกมือไหว้ หลวงตาหยุดพูดกับเดชว่า

“ไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้หรอกโยมเดช แต่เวลานี้เรายังไม่ตายก็อย่าทำตัวให้เหมือนคนที่ตายแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นการที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะเหมือนอยู่ไปวันๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายนะโยม”

เมื่อพระเริ่มสวด เดชหันมองรูปอารีย์นึกบอกรูปอย่างเศร้าใจว่า

“หลวงพ่อพูดถูก ทุกคนก็ต้องตาย แต่การตายของเธอมันเป็นเพราะพี่ พี่ถึงไม่อาจทำใจได้ อารีย์...ไม่มีใครเข้าใจพี่เท่าเธอ... เธอรู้ใช่ไหมว่าทำไมพี่ถึงเป็นแบบนี้...”

อัมราปรารภกับสันติอย่างเป็นห่วงพ่อว่า ตั้งแต่แม่เสีย พ่อไม่ยอมทานอะไรเลย สันติบอกว่าคงต้องให้เวลาคุณอาบ้างเชื่อว่าเวลาผ่านไปคุณอาก็น่าจะดีขึ้น

ผอบกับพงษ์มาที่งาน อัมรากับสันติไหว้ ผอบรับไหว้อัมรา แต่ทำเป็นมองไม่เห็นสันติ เมื่ออัมราเชิญเข้าข้างในศาลา ผอบขออยู่ข้างนอกและให้พงษ์อยู่กับอัมราตรงนั้น พงษ์พยายามกันสันติออกไปบอกว่าอย่างเขาน่าจะไปเสิร์ฟน้ำมากกว่ามายืนตรงนี้ ก็พอดีอาทรเข้ามาสวัสดีผอบ อาทรบอกว่าเห็นคุณแม่บ่นถึงน้าผอบอยู่ เชิญเข้าไปนั่งข้างใน ผอบหลีกเลี่ยงจนอัมราถามอาทรว่าทำไมป้าผอบทำท่าเหมือนไม่อยากเจอคุณป้าบุญเรือนเลย

“ไม่มีลูกหนี้ที่ไหนอยากจะเจอเจ้าหนี้หรอกครับน้องอัม” อาทรพูดยิ้มๆ สันติติงว่าแล้วไปแกล้งเขาทำไม “ก็ฉันไม่ชอบนี่หว่า ทำเป็นยกตนข่มคนอื่น นายนี่ก็เหลือเกินยืนให้เขาพูดจาดูถูกอยู่ได้”

“ฉันไม่เคยอายในสิ่งที่ฉันเป็น และไม่สนใจด้วยว่าใครจะดูถูกฉันยังไง แค่เราเป็นคนดีไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอแล้ว” สันติตอบ อาทรพูดประชดว่า พ่อพระเอก แล้วชวนกันเข้าไปฟังพระสวดกัน

ooooooo

ผอบตั้งใจพาพงษ์มาเพื่อจะจับเพทายที่กำลังดังกำลังรวย แต่ไม่เห็นเพทายมาสักที พอเห็นเสี่ยกวงมากับเมีย ผอบเชื่อว่าเสี่ยมากับเมียแบบนี้ เพทายคงไม่กล้ามา บอกพงษ์ว่า

“ไม่เจอยัยเพทาย แต่เจอเสี่ยกวงคนรวยๆแบบนี้เราคบไว้ก็ไม่เสียหลายหรอกนะ บางทีอาจจะมีช่องทางให้เราทำมาหากินก็ได้” ผอบมองเสี่ยกวงตาเป็นประกายด้วยเล่ห์เหลี่ยม

เสี่ยกวงมาแสดงความเสียใจกับเดช เดชขอบคุณที่มาแล้วขอตัว ผอบจ้องอยู่แล้วเข้าเสียบทันที แนะนำตัวเองว่าสนิทกับเดชมาก มากจนไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติเพราะตนไปมาหาสู่กับบ้านเดชเกือบทุกวัน ถามเสี่ยว่าเพิ่งรู้จักกับเดชหรือตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

“คืออั๊วเอ๊ย...ผม... กำลังคิดอยากจะชวนคุณเดชทำธุรกิจด้วยกัน แต่คุณเดชแกยังไม่ยอมรับปาก”

“อุ๊ย...คุณเดชแกก็เป็นคนอย่างนี้ล่ะค่ะ แต่ถ้ารู้จุดแกนะ พูดไม่ยากหรอกค่ะ ยิ่งกับฉันแกเกรงใจอย่างกับอะไรดี ก็อย่างที่บอกละค่ะ จะดองกันอยู่เร็วๆนี้แล้ว จะไม่เกรงใจได้ยังไง เอ้อ...ถ้ามีอะไรที่ให้ดิฉันช่วยได้ขอให้บอกเลยนะคะ ดิฉันยินดี”

เสี่ยกับเมียสบตากันอย่างดีใจคิดว่าเจอของจริงโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนพงษ์มองแม่ทึ่งที่เล่นได้เกินคาดหมายจริงๆ

ooooooo

พิไลเอาน้ำมันพรายไปดักรอเดชที่บ้าน หมายมาดว่าคราวนี้จะทำให้เดชมาสยบอยู่แทบเท้าให้ได้

พิไลถูกพรรณรายที่กลับมาก่อนแล้วหมายดักคุยกันให้รู้เรื่อง อัมราเห็นพรรณรายหายไปก็เป็นห่วงชวนสันติให้ออกไปตาม เดชบอกว่าไม่ต้อง เชื่อว่าพรรณรายหนีกลับบ้านไปก่อนแล้ว ชวนกันกลับบ้าน แต่เดชซวนเซจะล้ม สันติจึงอาสาขับรถให้

พิไลเจอพรรณรายที่บ้าน พรรณรายต่อว่าด่าทอพิไลอย่างรุนแรงที่ลอบกัดแม่ตน ประกาศจะตบล้างน้ำแล้วลากออกไปเหมือนหมูเหมือนหมา พิไลปรามว่าพูดจาให้ระวังหน่อยจะตกนรกไม่รู้ตัว

พรรณรายด่าพิไลว่าอย่างมากก็เป็นนางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราวให้คุณพ่อเท่านั้น พิไลทนไม่ได้บอกพรรณรายว่าตนเป็นแม่ที่แท้จริงของเธอ อารีย์เป็นเพียงคนฉวยโอกาสอ้างว่าเป็นแม่ ทำให้พรรณรายยิ่งโกรธแค้น

“ไม่จริง! แกกล้าใส่ร้ายคุณแม่ กล้าด่าคุณแม่ว่าเลวหรือ นังพิไล!” พุ่งเข้าผลักพิไลอย่างแรง ด่าว่า “ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้แกไปดีๆ แต่แกไม่ชอบใช่ไหมได้!” พรรณรายกระชากพิไลลากไป พิไลพยายามบอกว่าตนเป็นแม่เธอจริงๆ ถูกพรรณรายตวาดว่า “ฉันไม่มีวันมีแม่อย่างแก! ฉันจะตบแกแก้แค้นให้คุณแม่” พรรณรายเงื้อมือจะตบ

ขณะยื้อยุดกันนั้น สร้อยที่คอพิไลหลุดออกมานอกเสื้อมือพรรณรายตวัดไปโดนทำให้ตะกรุดหลุดตกที่พื้น แต่พิไลไม่รู้ตัว

ขณะพรรณรายจะตบพิไลนั้น พลันก็ถูกเดชพุ่งเข้ามาตบหน้าพรรณรายอย่างแรงถามอย่างดุดันว่า

“พ่อสั่งแล้วใช่ไหมว่าห้ามทำร้ายพิไล ทำไมไม่ฟังกันบ้าง” พรรณรายจะโต้ว่ามัน...ก็ถูกเดชตวาด “อย่าเรียกพิไลว่ามัน!”

พรรณรายมองหน้าเดชและพิไลอย่างสุดแค้น ร้องไห้วิ่งเข้าบ้านไป เดชจะตามแต่กลับทรุดลง สันติบอกให้อัมราช่วยกันประคองเดชเข้าไปข้างในก่อน พิไลจิกตามองพึมพำเจ็บใจ

“ลูกนะลูก ทำไมมันถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ นังอารีย์แกเลี้ยงลูกฉันได้เลวดีจริงๆ” แล้วพิไลก็กระแทกเท้ากลับไปที่เรือนเล็กของตัวเอง

ooooooo

หุ่นอารีย์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ขยับจะออกไปห้ามพิไลบอกความจริงว่าตัวเองเป็นแม่ที่แท้จริงของพรรณราย ถูกหุ่นท่านเจ้าคุณห้ามไว้บอกว่าเธอทำอะไรพิไลไม่ได้หรอก เพราะพิไลมีตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ ถ้ารู้ว่าเธออยู่ที่นี่ต้องตามมาเล่นงานแน่

“ทุกอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว เธอขวางไม่ได้หรอกไม่ช้าก็เร็วพรรณรายต้องรู้อยู่ดีว่าใครเป็นแม่ที่แท้จริงเชื่อฉันสิ”

หุ่นอารีย์จึงกลับไปอยู่ที่เดิม และเมื่อเดชกลับมาถึงบ้าน หุ่นอารีย์จึงสงบลง หุ่นนางรำถามว่าสบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม

“โชคดีเหลือเกิน ที่พรรณรายไม่เชื่อพิไล ไม่อย่างนั้นคงต้องเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาอีกมากมาย”

“ถ้าพิไลยังอยู่ในบ้านนี้ เรื่องวุ่นวายต่างๆ ต้องเกิดขึ้นแน่” หุ่นท่านเจ้าคุณพูดเรียบๆ

หุ่นอื่นๆ ต่างเข้าใจความหมายของท่านเจ้าคุณ มองท่านอย่างหนักใจ มีแต่อารีย์ที่ไม่ได้คิดอะไร พอเห็นเหตุการณ์สงบก็ถอนใจโล่งอก

ส่งเดชกับอัมรามาถึงบ้านแล้ว เดชอ่อนเพลียมากพอประคองเข้าห้องนอนก็หลับสนิท อัมราให้ชิ้นช่วยดูแลอ๊อดแล้วคุยกับสันติเบาๆ อยู่ในห้อง

“ขอโทษนะคะพี่อาร์ต พี่อาร์ตเลยพลอยต้องมาลำบากไปด้วย”

“ถ้าพูดแบบนี้อีกพี่โกรธนะครับ ถือว่าน้องอัมลืมคำพูดที่เราเคยพูดกันไว้”

“อัมไม่เคยลืมค่ะ พี่อาร์ตบอกว่าจะอยู่ข้างๆ อัมเสมอ เวลาที่อัมลำบากหรือทุกข์ใจ” อัมราตอบยิ้มๆ แล้วพูดอย่างกังวลใจว่า “อัมกลัวเหลือเกินว่าเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ พี่พรรณคงไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่ๆ แต่อัมเองก็แปลกใจนะคะว่าทำไมดูเหมือนคุณพ่อจะปกป้องน้าพิไลจริงๆ”

“คุณอาเดชคงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง น้องอัมอย่ากังวลให้มากไปเลยครับ คุณอาต้องมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้ได้ น้องอัมก็ควรไปพักได้แล้วนะครับ ถ้าจะดูแลคุณอา น้องอัมก็ต้องแข็งแรงก่อน”

อัมราเห็นด้วย เดินออกไปส่งสันติที่จะกลับวัด พอทั้งสองออกไป เดชที่ได้ยินทั้งสองคุยกันก็พึมพำกับตัวเอง

“เธอพูดถูกแล้วอาร์ต อามีวิธีที่จะจัดการกับเรื่องนี้แล้ว”

ooooooo

พิไลออกมาหาของที่หน้าตึก พอเจอก็ยิ้มออก มันคือกระเป๋าสตางค์ใบเล็กๆ ที่ตกขณะยื้อยุดกับพรรณราย พิไลเอากระเป๋าใบนั้นเสียบไว้ที่เอวพึมพำ

“ตกอยู่นี่เอง ลูกตัวแสบเอ๊ย เงินทองฉันเกือบ หายหมด”

แต่พอหันกลับก็ชะงัก พิไลเห็นสันติกำลังเดินมาหน้าตึก ที่สำคัญข้างหลังเขา พรรณรายหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าวิ่งตามมาเรียกอาร์ตให้รอด้วย สันติหันมองถามว่า “คุณพรรณ...คุณจะไปไหนครับ”

พรรณรายบอกว่าตนจะไปจากบ้านนี้ สันติถามว่าจะไปอยู่ไหน

“ฉัน...เอ้อ...จะขอไปอยู่กับนายก่อน...นะ...ฉันแค่ขอไปอยู่ชั่วคราวน่ะ เพราะตอนนี้มันกะทันหัน ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหน นายให้ฉันอยู่ด้วยนะ ฉันเกลียดนังพิไล ฉันทนอยู่ร่วมบ้านเดียวกับมันไม่ได้

นะ...ให้ฉันอยู่ด้วยคน ขอร้องล่ะ”

สันติบอกว่าตนทำอย่างนั้นไม่ได้ พรรณรายถามว่ารังเกียจตนหรือ“ผมให้เกียรติคุณต่างหาก คุณเป็นผู้หญิงไม่ควรที่จะคิดหนีออกจากบ้าน คุณรู้ไหม ข้างนอกน่ะมันอันตรายแค่ไหน”

พรรณรายตื๊อจะไปอยู่กับสันติให้ได้ สันติเตือนสติเธอว่าจะทำอะไรคิดให้รอบคอบ ไม่คิดถึงตัวเองก็ต้องคิดถึงคุณพ่อบ้าง” พรรณรายโทษว่าเพราะคุณพ่อนั่นแหละทำให้ตนอยู่ไม่ได้ “คุณอาเดชทำอะไรต้องมีเหตุผล

คุณควรเชื่อมั่นในตัวคุณพ่อ ให้เวลาท่านจัดการกับเรื่องนี้เองดีกว่าครับ”

พรรณรายรับไม่ได้ ถามว่าถ้าตนเป็นอัมราเขาคงยินดีรับใช่ไหม สันติบอกว่าตนคงไม่ปฏิเสธ เพราะเชื่อว่า

“น้องอัมไม่มีทางทำอะไรแบบนี้หรอกครับ”

“ใช่ซี้...ยัยอัมทำอะไรก็ดีไปหมด มีแต่ฉันคนเดียวที่มันไม่ดี ไปเลย...นายจะกลับไปวัดของนายก็ไปเลย ฉันไม่ง้อนายก็ได้” พูดแล้ววิ่งกลับเข้าไปในบ้าน สันติได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจความเอาแต่ใจของพรรณราย พิไลแอบฟังมาแต่ต้น พึมพำอย่างเข้าใจแล้วว่า...

“พรรณรายชอบสันติเหรอเนี่ย แต่ดูท่าทางนายสันติมันชอบยัยอัมรานี่นา ลูกนะลูก ชอบเขาแล้วเอาแต่ใจแบบนี้ ผู้ชายที่ไหนเขาจะรัก ไม่ฉลาดเหมือนแม่เล้ย...”

พิไลนิ่งไปครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกอะไรได้ บอกกับตัวเองว่า

“ฉันต้องช่วยให้ยัยพรรณแย่งนายสันติมาจากนังอัมราให้ได้ ให้ลูกนังอารีย์มันน้ำตาตกซะบ้าง คงสะใจดีพิลึก”

ooooooo

พรรณรายกลับเข้าห้อง อัมราถามว่าไปไหนมา ถูกพรรณรายแว้ดใส่ว่าเพราะเธอทำให้สันติไม่ยอมให้ตนไปอยู่ด้วย

อัมราตกใจถามว่าพี่พรรณจะไปอยู่กับพี่อาร์ตหรือ พรรณรายบอกว่าตนเบื่อคุณพ่อเบื่อพิไลไม่อยากอยู่ที่นี่ ถามอัมราว่ายอมรับแล้วใช่ไหมว่าตัวเองโกหกว่าไม่มีอะไรกับสันติ

“พี่พรรณคะ ที่พี่อาร์ตไม่ให้พี่พรรณไปอยู่ด้วย มันไม่เกี่ยวกับอัมหรอกค่ะ แต่พี่อาร์ตเขาไม่อยากให้พี่พรรณเสียชื่อต่างหาก ทีหลังพี่พรรณอย่าคิดทำอะไรแบบนี้อีกเลยนะคะ อัมสงสารคุณพ่อ แค่นี้คุณพ่อก็เสียใจมากพอแล้ว”

“ก็ช่างคุณพ่อสิ ทีคุณพ่อทำให้ฉันเสียใจให้คุณแม่เสียใจจนตายล่ะ ทำไมไม่คิดบ้าง ฉันเกลียดคุณพ่อ เกลียด!”

“อย่าพูดแบบนี้สิคะพี่พรรณ เรายังไม่รู้เลยนะคะว่าเรื่องจริงๆมันเป็นยังไง อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ พี่พรรณน่าจะไปดูคุณพ่อหน่อยนะคะ”

“ฉันไม่ไป เธออยากจะดูคุณพ่อก็ดูไป เธอมันลูกรักอยู่แล้วนี่ ใครๆก็รักเธอ ยกย่องชื่นชมเธอ แม้กระทั่งนายอาร์ต เชอะ!” พรรณรายเชอะใช่อัมราแล้วเข้าห้องน้ำไป อัมราได้แต่มองตามพี่สาวไปอย่างอ่อนใจ

แต่ที่หน้าประตูห้อง เดชที่จะมาเคาะประตูห้อง ชะงัก หยุดฟัง เขาหน้าเสียเปลี่ยนใจเดินกลับห้อง มองที่นอนตรงที่อารีย์นอน และยังรักษาสภาพเดิมไว้ พูดกับที่นอนราวกับอารีย์ยังอยู่ตรงนั้นว่า

“อารีย์ สิ่งที่เราสองคนกลัว กำลังจะเกิดขึ้น นับวันพรรณรายยิ่งนิสัยเหมือนพิไลเข้าไปทุกที ถ้าวันนี้เธอยังอยู่ เธอคงมีคำพูดดีๆ ที่จะสอนพรรณรายได้”

ที่แท้วิญญาณอารีย์นั่งอยู่ข้างๆเดชนั่นเอง เธอฟังและมองเดชด้วยความสงสารจับใจ

“ตอนนี้ในสายตาพรรณราย พี่คงเป็นแค่พ่อเลวๆ คนหนึ่ง พี่ไม่มีหน้าที่จะไปสอนอะไรลูกเลย...เพราะความมักง่ายของพี่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด อารีย์เธออยู่ไหนช่วยบอกพี่หน่อยว่าพี่ต้องทำยังไง...”

“พี่เดช...โธ่...พี่เดชคะ ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน พี่ต้องเข้มแข็งนะคะพี่เดช”

พิไลกลับไปที่ห้อง เอาน้ำมันพรายมาดูอย่างหมายมาด

“ถ้าฉันทำให้พี่เดชมารักมาหลงฉันได้ นอกจากฉันจะได้ครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมด พี่เดชก็ต้องยอมบอกความจริงกับพรรณรายว่าฉันเป็นแม่ ทีนี้ฉันสอนฉันพูดอะไรลูกก็จะฟังฉันแน่นอน”

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พิไลใจเต้นระทึกนึกว่าโชคเข้าข้างตนจริงๆ พอคิดถึงเดช เดชก็มาหาถึงที่ เดชบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย พิไลยิ้มกริ่มบอกว่าตนก็มีเรื่องจะคุยด้วยเหมือนกัน ชวนเข้ามาคุยกันในห้องดีไหม

“ไปคุยที่ศาลา”

“หึ...ศาลาก็ศาลา เดี๋ยวเถอะโดนน้ำมันพรายเข้าไปจะรีบพาฉันกลับห้องแทบไม่ทัน”

พิไลมองขวดน้ำมันพรายกระหยิ่มยิ้มย่อง

ooooooo

ไปถึงศาลา เดชยืนเอามือไพล่หลัง ยืนหันหลังให้บอกพิไลด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจให้ไปจากที่นี่เสีย ให้ไปก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ไป

ทีแรกพิไลก็ออดอ้อนแต่พอเห็นเดชเอาจริงก็จะเอาน้ำมันพรายแต้ม เดชจับตัวไว้ตวาดถาม“จะใช้น้ำมันพรายกับฉันรึ”

พิไลตกใจแทบช็อก แต่พอเดชหันมาหน้าเดชกลายเป็นหน้าหุ่นท่านเจ้าคุณ ซ้ำยังยกตะพดฟาดไปในอากาศข้างหน้า พิไลสะบัดมือที่ถือขวดน้ำมันพรายร้องอย่างเจ็บปวด หุ่นท่านเจ้าคุณตวาดด่า

“เลวที่สุด ถึงขนาดเล่นมนต์ดำกับผัวตัวเอง ฉันคงปล่อยให้หล่อนไปง่ายๆไม่ได้แล้ว”

“ฉันไม่กลัวแกหรอก แกต่างหากที่ต้องโดนสั่งสอน ฉันมีตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ นี่ไงล่ะ” พิไลคว้าสร้อยออกมาจากเสื้อชูไปตรงหน้า แต่แล้วก็ตกใจเมื่อมีแต่สร้อย ตะกรุดหายไปแล้ว! หุ่นท่านเจ้าคุณหัวเราะน่ากลัว บอกว่าเมื่อไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป จ้องพิไลอย่างดุดัน พิไลร้องกรี๊ดหันหลังวิ่งออกจากศาลาไปสุดชีวิต

แต่พอวิ่งมาถึงในสวน พิไลก็ถูกบรรดาหุ่นในห้องหุ่นกรูกันเข้ามาห้อมล้อม พิไลอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย ตนกลัวแล้ว

“หมดเวลาสำหรับคนเลวอย่างเธอแล้วพิไล” หุ่นทับก้มลงหาพิไลที่นั่งยกมือไหว้ปลกๆอยู่ที่พื้น อารีย์เข้ามาในห้องหุ่น ปรากฏว่าบรรดาหุ่นหายไปหมด อารีย์ฉุกคิดอะไรได้มองไปที่สวนอุทาน ตกใจสุดขีด

“พิไล!”

อารีย์รีบไปที่สวนขอร้องบรรดาหุ่นอย่าทำอะไรพิไลเลย หุ่นท่านเจ้าคุณเอ่ยกับอารีย์ว่า

“เธอมีจิตใจเมตตาไม่คิดอาฆาตจองเวร นับเป็นเรื่องดี แต่มันก็ใช้ได้กับคนบางคนเท่านั้น คนอย่างแม่พิไล จิตใจมืดบอด คิดแต่เรื่องชั่วช้า เข้าหาไสยศาสตร์มนต์ดำ ถ้าปล่อยหล่อนไปก็รังแต่จะนำความวิบัติฉิบหายมาสู่บ้านสัตยาภาอย่างแน่นอน”

อารีย์อึ้ง ส่วนหุ่นทั้งหมดหันมองพิไลอย่างน่ากลัว พิไลรีบพนมมือแต้อ้อนวอน

“อย่าฆ่าฉันเลย ฉันผิดไปแล้วจ้ะ ฉันจะไม่ทำเรื่องเลวๆอีกปล่อยฉันเถอะนะ แล้วฉันจะไปให้พ้นจากที่นี่ ฉันจะไปไม่กลับมาอีกเลย ฉันสัญญาจ้ะ” เห็นบรรดาหุ่นยังก้าวเข้าหา พิไลกราบที่พื้น “ฉันกราบล่ะจ้ะ ปล่อยฉันไปเถอะ แล้วฉันจะทำบุญกรวดน้ำให้ ฉันสาบานเลยนะถ้าฉันผิดคำพูดขอให้ตายโหงตายห่าเลยเอ้า”

“ให้โอกาสพิไลอีกสักครั้งเถอะค่ะ” อารีย์ขอ พิไลก้มกราบหุ่นท่านเจ้าคุณอีก ท่านยกตะพดชี้ใส่หน้าพิไลตวาด

“ไปให้พ้น...ไป!”

พิไลวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน กลับไปที่เรือนหลังเล็กกวาดเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง ยัดๆใส่แล้ว

รีบออกจากบ้านเจอเดชตัวจริงเข้าก็ผวานึกว่าผีรีบบอกว่าตนจะไปเดี๋ยวนี้แหละ เดชถามว่าเธอทำผิดอะไรไว้ถึงได้ลนลานอย่างนี้ ฉุกคิดได้ถามว่าหรือเธอไปพูดอะไรกับพรรณรายไว้ คาดคั้นให้บอกมาว่าไปพูดอะไรกับพรรณรายไว้

เดชจับพิไลไว้ให้บอกความจริงมา พิไลสะบัดจนเดชเซไปกระแทกขอบประตูเลือดออกซิบๆ พิไลมองเดชถามว่านี่พี่เดชจริงๆใช่ไหม

“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ ก็ได้ เธอจะไม่บอกก็ตามใจ ถ้าสำนึกได้แล้วรีบไปฉันก็จะไม่เอาเรื่อง ที่มานี่ก็ตั้งใจจะมาบอกให้เธอไปจากที่นี่เสีย และนี่เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ฉันจะให้เธอ หวังว่าชาตินี้เราจะไม่ต้องพบกันอีก” เดชโยนซองเงินให้พิไลรีบเก็บซองเงินยัดใส่อกเสื้ออย่างเร็ว ลากกระเป๋าเสื้อผ้าหนีไปอย่างร้อนรน

ooooooo

พิไลไปหาเวทย์ที่บ้าน เจอเทิดอยู่คนเดียวบอกว่าเวทย์ไม่อยู่อีกหลายวัน พิไลร้อนใจบอกว่าตนถูกผีหุ่นที่ห้องหุ่นของเดชหลอกจนอยู่ไม่ได้ต้องเผ่นมาที่นี่

เทิดถามว่าแล้วตะกรุดที่เวทย์ให้ไปล่ะทำไมไม่ใช้ พิไลบอกว่าไม่รู้ตกหายไปไหน ถามว่าตนจะทำอย่างไรดีให้เทิดไปตามเวทย์มาได้ไหม

“จะบ้าเหรอ ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าพี่เวทย์ไปป่าช้าไหนบ้าง เพราะพี่เวทย์ไปหาดินเจ็ดป่าช้าจะเอามาทำพิธีปลุกเสกโหงพราย”

พิไลกลัวผีจนขวัญหนีดีฝ่อ พอเทิดชวนให้ “ทบทวนความหลังกัน” พิไลก็เคลิ้ม ขลังยิ่งกว่าน้ำมันพรายเสียอีก

ooooooo

เมื่อจัดการงานศพของอารีย์เรียบร้อยแล้ว เดชเรียกลูกๆรวมทั้งชิ้นด้วย ไปที่ห้องนั่งเล่น บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ทุกคนมากันครบแล้ว เดชแจ้งด้วยสีหน้าเรียบขรึมว่า

“พิไลออกจากบ้านไปแล้วและจะไม่กลับมาที่นี่อีก” ชิ้นถามว่าทำไมจู่ๆ พิไลถึงได้ไป “ฉันเป็นคนให้เขาไปเอง”

พรรณรายไม่เชื่อระแวงว่าพ่อพาพิไลไปอยู่ที่อื่นแล้วแอบไปหากัน

“ถ้าพ่อเลวอย่างนั้นก็อย่ามาเรียกพ่อว่าพ่ออีกเลย พิไลจะไม่มาเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราอีก ลูกๆทุกคนสบายใจได้”

ทุกคนสีหน้าผ่อนคลาย มีแต่พรรณรายที่ยังติดใจสงสัย จึงไปดูที่ห้องพักของพิไล สำรวจดูแล้วเห็นข้าวของหายไปหมด พรรณรายจึงเชื่อว่าพิไลไปแล้วจริงๆ แต่พอรู้ว่าพิไลไปแล้วก็บ่น...

“น่าเสียดายจริงๆที่ยังไม่ได้ตบมันแก้แค้นให้คุณแม่สักฉาด”

เมื่อแน่ใจว่าพิไลไปแล้ว พรรณรายเดินฮัมเพลงผ่านสวนกลับบ้าน เจอขวดน้ำมันพรายที่พิไลทำหล่นไว้ สงสัยว่าขวดอะไร หยิบขึ้นมาหยดใส่มือสองสามหยดดมดู รู้สึกกลิ่นเหม็นจึงเช็ดออก เจอชิ้นก็เอาให้ดูถามว่าของน้าชิ้นหรือเปล่า ชิ้นบอกว่าไม่ใช่ แล้วขอตัวไปจัดของว่างให้สันติกับอาทรที่มาเยี่ยม

พอพรรณรายรู้ว่าสันติมา ก็ดีใจมากรีบไปที่โต๊ะสนามหน้าบ้านที่อัมรากำลังนั่งคุยกับสันติและอาทรอยู่

“พี่พรรณมาพอดี เดี๋ยวทานของว่างด้วยกันนะคะ น้าชิ้นกำลังไปเตรียมอยู่ เห็นว่ามีขนมปังหน้าหมูของโปรดพี่พรรณด้วย”

พรรณรายบอกว่าไม่เอาเดี๋ยวอ้วน แต่จะไปซื้อผ้าดำแถวพาหุรัดมาตัดเสื้อเพราะยังต้องไว้ทุกข์คุณแม่อีก วานสันติให้ขับรถพาไป สันติอึกอัก เธอเข้าไปจับแขนเขาอ้อน “นะ...ฉันขอร้องล่ะ”

อาทรอาสาจะขับรถไปให้แต่พรรณรายไม่เอา คาดคั้นกับสันติว่าจะไปกับตนหน่อยได้ไหม สันติจึงรับปาก บอกว่าสภาพอย่างเธอเวลานี้ไม่ควรขับรถ เร่งให้ไปกันเลยไหม ทำเอาทั้งอาทรและอัมรางง อาทรถามสันติว่าเป็นอะไรไป แล้วอัมราล่ะ?

“อย่าค่ะพี่ออย อัมว่าพี่อาร์ตคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ไปกับพี่พรรณ” แล้วชวนทานของว่างกันเถอะ อาทรถามว่าเธอไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ “ค่ะ...อัมเชื่อใจพี่อาร์ต ทานขนมกันเถอะค่ะ กำลังร้อนๆเลย”

ooooooo

พรรณรายเดินซื้อของที่พาหุรัดอย่างมีความสุขมาก สันติก็ทำหน้าที่สุภาพบุรุษอย่างยอดเยี่ยม เดินตามช่วยถือของ พรรณรายชี้ชวนให้ดูอะไรก็พยักพเยิดเห็นด้วย ข้ามถนนก็ประคองอย่างทะนุถนอม คุยกันกะหนุงกะหนิงเหมือนคู่รัก

พรรณรายพาเข้าร้านเบเกอรี่เจ้าอร่อยที่อารีย์มักซื้อไปฝากเสมอ สันติช่างคุยอย่างไม่เคยเป็น ถามว่า

“เดี๋ยวนี้คนหันมานิยมทานขนมเค้กกันมากขึ้น คุณพรรณชอบขนมเค้กเหรอครับ”

“ใช่...แต่ยัยอัมน่ะชอบขนมไทย แล้วนายล่ะ ชอบขนมแบบไหน” พรรณรายถามส่งสายตาอย่างมีความหมาย

“ผมชอบขนมเค้กครับ” สันติตอบทันที สบตาพรรณรายมองกันนิ่ง

พรรณรายทานขนมเค้กเลอะมุมปาก สันติรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้ พรรณรายชะงักอย่างคิดไม่ถึง พอสันติจะเก็บผ้าเช็ดหน้า เธอขอเอาไปซักให้ สันติยื่นผ้าเช็ดหน้าให้วางมือบนมือเธออยู่นาน ยิ้มหวานให้ พรรณรายยิ้มตอบหวานไม่แพ้กัน

อัมราจะไปหาเดชที่ห้องหุ่น ผิดสังเกตว่าวันนี้พ่อล็อกห้อง อ๊อดบอกว่าคุณพ่อสั่งตนไว้ให้บอกทุกคนว่าห้ามไปกวนในห้องหุ่น คุณพ่อจะทำงาน อัมราแปลกใจที่คุณพ่อจะปั้นหุ่นอีก สงสัยว่าคุณพ่อปั้นใคร?

ภายในห้องหุ่น เดชขึ้นรูปหุ่นอย่างตั้งอกตั้งใจมีสมาธิ จนเห็นได้ชัดว่าหุ่นที่ปั้นนั้นรูปร่างเป็นผู้ชาย

หุ่นแต่ละตัวในห้องหุ่น มองเดชปั้นหุ่นอย่างไม่สบายใจ อารีย์เองก็มองเดชปั้นหุ่นด้วยสีหน้ากังวล...

ooooooo

พิไลต้องอยู่ที่บ้านเวทย์กับเทิดรอเวทย์กลับมา เทิดฉวยโอกาสใช้พิไลทำงานแทนตน ทั้งซักผ้า ทำความสะอาด ส่วนตัวเองนอนเอกเขนกสบายอารมณ์

หลังจากซักผ้าทั้งของเวทย์และเทิดที่เปลี่ยนไว้เต็มตะกร้าเอาไปตากแล้ว พิไลก็กลับมาทำความสะอาดที่โต๊ะหมู่บูชา เห็นหัวกะโหลกวางอยู่ก็มองหวาดๆ แต่พอเห็นโอ่งเล็กๆน่ารักก็หยิบดู

“พิไล...ช่วยด้วย...” เสียงเพทายร้องอย่างอ่อนแรงจากในโอ่งเล็ก พิไลตกใจทำโอ่งตกแตก วิญญาณเพทายลอยออกมารวมเป็นรูปร่างอยู่ตรงหน้าพิไล “คะ...

คุณเพทาย...” พิไลอุทานแทบไม่เป็นภาษา

“ขอบใจมากนะพิไลที่ช่วยฉัน” เพทายเอ่ย พอดีเทิดวิ่งเข้ามาเห็น ตกใจวิ่งเตลิดออกไป เพทายหันมองคำรามอย่างดุร้าย “ไอ้คนชั่ว ถึงทีฉันบ้างล่ะ!”

เทิดวิ่งไปก็ตะโกนบอกเพทายไปว่าตนไม่เกี่ยว... เพทายบอกว่าต้องเกี่ยวเพราะเทิดเป็นลูกน้องเวทย์ แล้วพุ่งเข้าบีบคอเทิด พอดีเวทย์กลับมาถึง ใช้แส้อาคมหวดใส่เพทายจนลงไปดิ้นพราดๆ เทิดดีใจที่รอดตาย แต่เพทายถูกแส้อาคมของเวทย์หวดจนหมดสภาพเอาแต่ร้องบอกว่ายอมแล้ว...ยอมแล้ว...

เวทย์ถามเทิดว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เทิดบอกว่าเพราะพิไลทำโอ่งอาคมแตก เวทย์ถามว่าแล้วตอนนี้พิไลอยู่ไหน?

เวทย์ไปเจอพิไลเพิ่งฟื้นอยู่ในห้องนอนตน พอเห็นเวทย์ พิไลก็ลุกโผกอดบอกให้ช่วยด้วยตนถูกผีเพทายหลอก เวทย์กอดพิไลไว้เต็มมือ ลูบหลังเบาๆ บอกไม่ต้องกลัวตนจัดการผีเพทายเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็อย่าหยิบจับอะไรที่โต๊ะหมู่บูชาอีก

พิไลขอโทษ เลยถูกเวทย์ “ลงโทษ” เสียจนระทวย เทิดแอบดูอยู่ที่ประตู พึมพำสมใจก่อนผละไป...

“นังพิไลมันเอาพี่เวทย์อยู่แบบนี้ รับรองเงินทองต้องไหลมาเทมาแน่ๆ ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

คืนนี้...อัมรารอพรรณรายที่ยังไม่กลับด้วยความเป็นห่วง พอดีได้ยินเสียงรถเข้ามาจึงวิ่งไปรับพี่สาว

พรรณรายยิ้มหวานลงจากรถอย่างอารมณ์ดี บอกสันติที่ขับรถให้ว่าคืนนี้สนุกมากเลย สันติอวยพรให้ฝันดี ทั้งคู่ต่างแสดงความห่วงใยกันและกันอย่างมาก เมื่อสันติจะกลับ ต่างโบกมือลากันอย่างอาลัยอาวรณ์ อัมราที่วิ่งมารับพรรณรายชะงักมองอึ้ง แล้วค่อยๆถอยกลับไปเงียบๆ

เมื่อพรรณรายกลับเข้าห้องก็เอาผ้าเช็ดหน้าที่สันติเอามาเช็ดเค้กที่เปื้อนมุมปากให้ตนอย่างอารมณ์ดีฮัมเพลงอย่างมีความสุข พออัมรารู้ว่าเป็นผ้าเช็ดหน้าของสันติ ก็นึกถึงวันที่สันติซ้อมบอลจนเหงื่อท่วม สันติ

ยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่อ แต่อัมราเอาผ้าเช็ดหน้าของตนให้ซับแทน สันติเช็ดหน้าเสร็จก็เอาผ้าเช็ดหน้าของอัมราใส่กระเป๋ากางเกงบอกว่าขอยึดไว้เลย จะเอาไว้เช็ดหน้าเวลาเหนื่อยๆ จะได้สดชื่นหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแบบนี้...

อัมราถามพรรณรายว่าสันติให้ผ้าเช็ดหน้าหรือ พรรณรายเล่าอย่างมีความสุขว่าวันนี้สันติดูแลตนดีมาก เป็นสุภาพบุรุษมาก ผิดกับอาทรที่เอาแต่ขัดใจ พูดอย่างชิงชังว่า “สมควรแล้วที่โดนพี่ทิ้งน่ะ” ส่วนที่กลับบ้านมืดเพราะหลังจากซื้อของและไปทานขนมเค้กกันแล้ว ยังไปดูหนังกันด้วย

ฟังพรรณรายพร่ำเพ้อถึงสันติแล้ว อัมราน้ำตาซึมคิดหนัก ถามตัวเองว่า

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...พี่อาร์ตชอบพี่พรรณจริงๆ เหรอเนี่ย?”

ฝ่ายสันติคิดถึงพรรณรายจนนอนไม่หลับ ลุกขึ้นหยิบกระดาษวาดรูปมาร่างภาพพรรณรายอย่างรวดเร็ว ร่างไปยิ้มไปอย่างมีความสุข ไม่รู้ตัวว่าผีตายทั้งกลมนั่งมองอยู่ที่มุมห้องไม่วางตา...

รุ่งขึ้น อัมราไปเปิดประตูเพื่อเตรียมใส่บาตร เจอสันติมายืนชะเง้ออยู่หน้าบ้าน ถามอัมราว่าพรรณรายตื่นหรือยัง อัมราถามงงๆว่ามาหาพี่พรรณหรือ?

“ครับ...พี่ไม่รู้เป็นอะไรคิดถึงเธอจนนอนไม่หลับทั้งคืน ดูสิครับ พี่ต้องลุกขึ้นมาวาดรูปคุณพรรณจนเช้าแล้วพี่ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวมาหาเธอนี่แหละ น้องอัมช่วยไปบอกคุณพรรณทีได้ไหมว่าพี่มาหา”

“พี่อาร์ต...” อัมราครางออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

ooooooo

ที่ห้องหุ่น เดชปั้นหุ่นจนไม่หลับไม่นอน ร่างกายทรุดโทรมมอมแมม

จู่ๆหุ่นท่านเจ้าคุณก็แจ้งแก่หุ่นทุกตัวในห้องว่า มีผู้บุกรุกเข้ามาในเขตบ้านสัตยาภา หุ่นทับอาสาออกไปดูทันที

อัมราพาสันติไปนั่งที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน เธอบอกเขาว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ถามว่าตนทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเขาถึงทำกับตนแบบนี้ สันติถามว่าตนทำอะไร อัมราถามว่าเขาไปทำสนิทกับพรรณรายมีเหตุผลอะไรหรือ สันติบอกว่า

“เรื่องความรักน่ะไม่มีเหตุผลหรอกครับน้องอัม” อัมราตกใจถามว่าเขารักพรรณรายหรือ “ครับ พี่รักคุณพรรณ รักมาก รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน” อัมราอุทานว่าไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ตนไม่เชื่อ “ถ้าพี่ไม่รักคุณพรรณ พี่คงไม่นั่งวาดรูปเธออยู่ทั้งคืน และที่มานี่ ก็อยากเอารูปมาให้เธอ อยากให้เธอรู้ว่าพี่รักและคิดถึงเธอมากแค่ไหน”

อัมราส่ายหน้าอย่างตระหนก เข้าใจไม่ได้ น้ำตาซึม แต่สันติกลับมองอย่างรำคาญ เร่งอัมราว่า

“ถ้าน้องอัมพูดธุระจบแล้วก็กรุณาไปตามคุณพรรณให้พี่ด้วยจะขอบคุณมาก” สันติพูดอย่างไร้อารมณ์กับอัมรา แล้วก้มมองรูปวาดพรรณราย ลูบไล้รูปอย่างหลงใหล อัมราได้แต่มองอึ้ง น้ำตาคลอ...

เช้าวันเดียวกัน หลวงตาสงสัยว่าสันติจะไม่สบายเพราะปกติจะต้องมาตามหลวงตาไปบิณฑบาตทุกเช้า หลวงตาไปดูที่ห้องพัก ปรากฏว่าห้องสะอาดเรียบร้อยมาก พลันหลวงตาก็ถามเด็กวัดที่ตามมาว่าได้กลิ่นอะไรเหม็นๆไหม แล้วหลวงตาก็มองไปรอบห้องอย่างพิจารณา รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

หุ่นทับที่อาสาหุ่นท่านเจ้าคุณออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ไปเจอสันตินั่งรอพรรณรายอยู่ที่โต๊ะสนาม แต่ที่ทำให้หุ่นทับตระหนกคือ มีผีตายทั้งกลมนั่งอยู่ข้างๆ สันติ หุ่นทับถาม...

“แกเป็นใคร! ที่นี่ไม่ใช่ที่วิญญาณอย่างเจ้าจะเข้าออกได้ตามใจชอบ ออกไปซะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าเราไม่เตือน!”

ผีตายทั้งกลมยิ้มดุร้าย แล้วเคลื่อนตัวอย่างเร็วเข้าสิงร่างสันติทันที! สันติผงะหงายจะล้มแต่ทรงตัวนั่งได้เหมือนเดิม

“เข้ามาสิ...ถ้าเจ้าทำร้ายข้า...ก็เท่ากับเจ้าทำร้ายพ่อหนุ่มคนนี้ ฮ่ะๆๆๆ”

ผีตายทั้งกลมในร่างสันติหัวเราะน่ากลัว มองหุ่นทับที่ยืนงงอยู่อย่างท้าทาย

ooooooo

ที่ห้องหุ่น หุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่ามันคงเป็นวิญญาณที่ถูกบังคับมา หุ่นทับถามว่าเราจะทำอะไรมันไม่ได้เลยหรือ

“ใช่ ถ้าเราทำอะไรมันก็เท่ากับเราทำร้ายพ่อสันติอย่างที่มันพูด”

หุ่นท่านเจ้าคุณบอกแก่หุ่นทุกตัวที่มองท่านงงๆว่า “พ่อสันติโดนอาถรรพณ์ของน้ำมันพรายเข้าให้แล้ว”

สันติเอารูปที่ตนวาดให้พรรณราย เธอมองทึ่งถามว่าเขาเป็นคนวาดจริงๆหรือ สันติบอกว่าตนใช้เวลาวาดทั้งคืนเลย

“ทำไมพี่อาร์ตถึงอยากวาดรูปพรรณล่ะ”

“ก็เพราะผมคิดถึงคุณพรรณ คิดถึงมากเหลือเกินจนต้องวาดรูปเพื่อให้หายคิดถึง คุณพรรณไม่ชอบรูปที่ผมวาดให้เหรอครับ”

“ชอบค่ะ พรรณชอบมาก ขอบคุณมากนะอาร์ต” พรรณรายโผกอดสันติอย่างมีความสุข สันติโอบกอดอย่างมีความสุขมากเช่นกัน

อัมรามองดูอยู่อย่างผิดหวังเสียใจมาก กลับขึ้นห้องมองรูปตัวเองที่สันติวาดให้ พึมพำน้ำตานองหน้าว่า

“ทำไมพี่อาร์ตถึงเปลี่ยนไปแบบนี้...คุณแม่ขา...นี่มันเกิดอะไรขึ้น อัมคิดถึงคุณแม่เหลือเกิน...”

อารีย์ที่นั่งอยู่ข้างๆอัมรา ลูบผมเธอแผ่วเบา ปลอบว่าอย่าเสียใจไปเลยนั่นไม่ใช่อาร์ต อาร์ตไม่รักพี่พรรณเขารักลูก อัมรารู้สึกเหมือนแม่อยู่ใกล้ พึมพำเศร้าๆ

“ทำไมอัมรู้สึกเหมือนคุณแม่อยู่ใกล้ๆอัมเลย

คุณแม่คะ ถ้าวิญญาณคุณแม่รับรู้ได้ ช่วยบอกอัมหน่อยได้ไหมคะว่ามันเกิดอะไรขึ้น” แม้อารีย์จะรับรู้ แต่ก็ไม่อาจบอกอะไรอัมราได้

ทันใดนั้นพรรณรายผลักประตูพรวดเข้ามา

อัมราตกใจรีบเอารูปซ่อนข้างหลัง พรรณรายถามว่าซ่อนอะไรไว้ แย่งไปดูจนได้ พอเห็นเป็นรูปวาดของอัมราก็คาดคั้นถามว่าใครวาดให้ เดาว่าอาร์ตวาดให้ใช่ไหม อัมราอ้ำอึ้ง ถูกพรรณรายจับแขนดึงออกไปอย่างไม่อินังขังขอบ

สันติที่รอพรรณรายไปแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกด้วยกัน ร้อนใจที่เธอไปนาน พอดีพรรณรายเดินอ้าวมา มีอัมราเดินตามท่าทางกลัวๆอยู่ข้างหลัง

พรรณรายเอารูปอัมราให้สันติดูถามว่าเขาวาดรูปนี้ให้อัมราใช่ไหม สันติมองงงๆ ถามว่าตนเป็นคนวาดหรือ ตนเพิ่งเคยเห็นรูปเดี๋ยวนี้เอง แล้วจะเป็นคนวาดได้อย่างไร ถามอัมราว่าทำไมไม่พูดความจริงไปว่าใครเป็นคนวาด ทำไมต้องทำให้พรรณรายเข้าใจตนผิดด้วย

เมื่อสันติยืนยันว่าตนไม่ได้วาด ทำให้พรรณรายสบายใจขึ้น อัมราจึงขอตัว สันติเร่งพรรณรายว่าเราจะไปกันได้หรือยัง พรรณรายจึงขอไปแต่งตัวก่อน

อารีย์ติดตามรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่อย่างกลุ้มใจ กลับไปถามหุ่นท่านเจ้าคุณว่าเราไม่มีทางแก้ไขได้เลยหรือ ท่านบอกว่าทางแก้มี แต่พวกเราทำไม่ได้ เพราะมันคือเจ้าของตะกรุดที่ทำให้พีทบาดเจ็บครั้งก่อน ทำให้หุ่นทุกตัวตกใจมาก

ooooooo

ที่บ้านเวทย์ พิไลกับเทิดนั่งดูเวทย์ที่กำลังบริกรรมคาถาอยู่อย่างเคร่งเครียด

ครู่เดียวก็ปรากฏเด็กหัวจุกและควายธนูที่ดุร้ายขึ้นขนาบซ้ายขวาเวทย์ พิไลกลัวถูกควายธนูทำร้าย เวทย์บอกว่า

“ควายธนูของข้าจะเล่นงานเฉพาะคนที่ข้าสั่งเท่านั้น” กุมารถามอย่างกระเหี้ยนกระหือรือว่าพ่อเรียกตนมาคงมีงานสนุกๆ แน่ๆ ใช่ไหม “ใช่...ยามสี่คืนนี้ เจ้าจงนำควายธนูไปบุกห้องหุ่น เล่นงานหุ่นทุกตัวที่มันกล้ากำแหงให้สิ้นซาก”

กุมารรับปากว่าจะจัดการตามที่พ่อสั่งให้เรียบร้อย พิไลถามว่าหุ่นมีตั้งหลายตัวจะสู้พวกมันได้หรือ ถูกกุมารด่าว่านังปากแดงดูถูกตนหรือ ถามว่าอยากเห็นฤทธิ์ตนไหม พิไลผวาเฮือกร้องขอให้เวทย์ช่วยด้วย เวทย์สั่งกุมารให้หยุด บอกพิไลว่า

“หุ่นพวกนั้นเป็นวิญญาณธรรมดา ไม่ได้ถูกปลุกเสกด้วยอาคมอย่างเจ้ากุมารกับควายธนูของข้า ต่อให้พวกมันเป็นสิบก็สู้ไม่ได้หรอก” แล้วบอกพิไลที่เร่งให้รีบไปว่า “ช่วงเวลาสามนาฬิกาถึงรุ่งเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่วิญญาณอ่อนแรง จัดการพวกมันตอนนั้นจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด”

“โอ้โห...พี่เวทย์นี่รอบคอบจริงๆ ไอ้หุ่นผี พวกแกเสร็จแน่ๆ” พิไลหัวเราะสะใจ

ooooooo

แม้ว่าสันติจะบอกว่าตนไม่ได้วาดรูปให้อัมรา แต่เมื่อพรรณรายกลับขึ้นไปแต่งตัวเห็นอัมรากำลังเก็บรูปวาดของตัวเองก็ของขึ้นอีก ถามว่าอัมราชอบอาร์ตใช่ไหม

อัมราบอกว่าตนไม่รู้ว่าพี่อาร์ตชอบพี่พรรณ ถ้าตนรู้ก็จะไม่...อัมราพูดได้แค่นั้นก็ถูกพรรณรายจับผิดทันทีว่าอัมราชอบอาร์ต อัมรายืนยันว่าตนจะไม่มีวันแย่ง

พี่อาร์ตจากพี่พรรณเด็ดขาด พรรณรายจึงให้พิสูจน์ด้วยการออกไปข้างนอกกับตนและอาร์ต ทำให้เห็นว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไรกับอาร์ตจริงๆ

“ก็ได้ค่ะ อัมจะไป”

ระหว่างไปห้างด้วยกันนั้น พรรณรายพยายามที่จะแสดงให้อัมราเห็นว่าสันติรักตน และสันติก็แสดงความรักความหลงพรรณรายจนอัมรากลั้นน้ำตาไม่อยู่ เบือนหน้าไปจากทั้งสองซ่อนน้ำตาตัวเอง

อัมราเดินตามพรรณรายกับสันติจนจะเป็นลมเดินตามไม่ทัน ถูกพรรณรายหันดุ จึงบอกพี่สาวว่าตนไม่สบายเหมือนจะเป็นลมชวนกลับกันไหม พรรณรายไม่เชื่อ สันติเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน พอรู้ว่าอัมราไม่สบายเหมือนจะเป็นลม ก็ตำหนิว่ารู้ตัวว่าไม่สบายก็ไม่น่ามา บ่นเสียดายที่ทำให้อดดูหนัง อัมราเสนอว่าตนกลับรถรับจ้างเองก็ได้

พลันเสียงผอบก็ทักมาอย่างดีใจ บอกพรรณรายกับอัมราว่าตนมาซื้อเกี๊ยวเจ้าอร่อยจะเอาไปฝากทุกคนที่บ้านเดชพอดี ไม่นึกว่าจะมาเจอลูกๆที่นี่

พรรณรายถือโอกาสฝากอัมรากลับไปด้วย ผอบรีบรับปาก พรรณรายฝากพงษ์ให้ช่วยดูแลอัมราด้วย แต่พอทั้งสามเดินไปที่ลานจอดรถ แดดร้อนจัดทำให้อัมราเป็นลม ผอบเอายาดมให้พงษ์เอาไปรอที่จมูกอัมรา พงษ์รับไปทำท่าจะทักท้วง ถูกผอบตัดบทให้รีบพาน้องเข้าไปนั่งด้านหลังรถก่อน

พอพงษ์ประคองอัมราขึ้นนั่งในรถแล้ว เขาหันกระซิบบอกผอบว่า

“นี่มันลิปสติกนะแม่ ดมเท่าไรจะหายล่ะ”

“โง่จริงแก ก็เพราะไม่อยากให้หายไง โชคเข้าข้างเราสุดๆ แล้ว เร็วเข้าพงษ์รีบพายัยอัมราไปบ้านเราเดี๋ยวนี้” ผอบคิดแผนร้าย พงษ์รับคำ รีบไปนั่งที่คนขับ ส่วนผอบก็กุลีกุจอไปนั่งเอาแท่งลิปสติกรอจมูกอัมราอย่างเอาการเอางานมาก

เมื่อกลับถึงบ้าน พงษ์ประคองอัมราไปนั่งในห้องรับแขก บอกอัมราที่เริ่มจะดีขึ้นแล้วว่าเข้าไปเช็ดหน้าเช็ดตาทานยาหอมหน่อยก็จะดีขึ้น อัมราถามงงๆ ว่าที่นี่ที่ไหน ผอบบอกว่าบ้านป้าเอง อัมราพยายามลุกขึ้นบอกว่าตนอยากกลับบ้าน

ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ป้าพาไปส่งแน่ แต่ตอนนี้หนูต้องทานยาหอมก่อนนะได้ดีขึ้น” อัมราพยายามจะลุกขึ้น ผอบปลอบขู่ๆว่า “ถ้ากลับไปสภาพนี้คุณพ่อต้องตกใจแน่ๆ เชื่อป้าสิจ๊ะ รอเดี๋ยวนะ ป้าจะไปเอายาหอมมาให้”

“ค่ะ” อัมรารับคำอย่างอิดโรยผอบกับพงษ์ยิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์...และรู้กัน

ooooooo

อัมรากิน “ยาหอม” ที่ผอบเอามาให้ไม่นานก็นอนหลับไม่รู้ตัว พงษ์อุ้มเธอขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเองชมเปาะ

“ยาหอมสูตรพิเศษของแม่นี่แจ๋วจริงๆ”

“รับรองยัยอัมไม่มีทางฟื้นก่อนค่ำแน่ๆ เอาล่ะ ทีนี้ก็แค่จัดการให้เป็นเมียแกซะ อย่าให้พลาดอีกล่ะ”

“โธ่...แม่หมูอยู่บนเขียงขนาดนี้ไม่มีปัญญาเชือดผมว่าผมควรไปตายซะดีกว่า ว่าแต่ว่า พอยัยอัมราเป็นเมียผมแล้ว แม่จะทำยังไงต่อ”

“โง่ไปได้ พอแกเป็นเขยไอ้เดช เราก็พูดกับมันเรื่องเสี่ยกวงไง ถ้ามันไม่ยอม เราก็ขู่มันว่าจะปูดเรื่องที่ลูกมันเสียตัวให้แกไง พวกผู้ดีมันหน้าบาง ยังไงมันก็ต้องยอม” แล้วผอบก็ฝันหวาน “เงินทองมันก็จะไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าเราสองแม่ลูก แม่ไปรอข้างล่างก่อนนะ ขอให้มีความสุขจ้ะ” ผอบเดินหัวเราะร่วนออกไป พงษ์ตามไปล็อกประตูแล้วเดินมาเปิดเพลงเบาๆ แล้วจึงเดินไปที่เตียง ลูบไล้อัมรา พึมพำหื่นๆ

“พี่เปิดเพลงเบาๆ สร้างบรรยากาศให้คืนส่งตัวของเราโรแมนติกสุดๆ ดีไหมจ๊ะน้องอัมคนสวย...”

พลางพงษ์ก็ปลดกระดุมเสื้อของอัมราออกที ละเม็ด...ทีละเม็ด...

ooooooo

ขณะที่ผอบลงไปนั่งดื่มไวน์ฉลองล่วงหน้าอย่างสบายอารมณ์ ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงไม้ตะพดกระแทกกึง...กึง...กึง...พายุฝนก็มืดครึ้มอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผอบหันมองไปตามเสียงกึงๆ ก็ผงะหงายเมื่อเห็นหุ่นท่านเจ้าคุณจ้องหน้าถมึงทึงอยู่

“ข้าเคยให้โอกาสเจ้า แต่เจ้ากลับไม่สำนึก คิดทำร้ายหนูอัมราอีกจนได้”

“อย่าทำอะไรฉันเลยจ้ะ ฉันสำนึกแล้ว...” ผอบปากคอสั่นลุกวิ่งหนี ถูกพายุพัดเหวี่ยงเซไปมากระแทกข้าวของตกหล่นแตกกระจาย

ฝ่ายพงษ์ กำลังหน้ามืด ก็ชะงักเมื่อเสียงลมอื้ออึงและไฟดับพรึบ เสียงเพลงหวานๆก็กลายเป็นเพลงในงานศพ แต่พงษ์ก็ยังอารมณ์ติดพัน ก้มจะจูบอัมราแต่หน้าอัมรากลายเป็นหน้าหุ่นนางรำ พงษ์ผงะตาเหลือก ลุกได้ก็วิ่งอ้าวไป หุ่นนางรำกรีดนิ้วเล็บยาวข่วนไปในอากาศ พลันหน้าพงษ์ก็เลือดไหลซิบๆ

“อย่า...อย่าทำผม...ผมกลัวแล้ว” พงษ์ร้องเสียงหลง อารีย์สมเพช บอกหุ่นนางรำว่าพอเถอะ ปล่อยเขาไปเสีย อารีย์เข้าไปปลุกอัมราแต่ท่าทางยังไม่รู้สึกตัว อารีย์ร้อนใจ พลันก็คิดได้บอกอัมราว่า

“แม่จะพาลูกกลับไปเอง”

อารีย์เข้าร่างอัมรา พาเดินออกจากห้อง ไปหยิบกระเป๋าถือของอัมราที่วางอยู่ไปด้วยหุ่นนางรำถามหุ่นท่านเจ้าคุณว่าจะทำอย่างไรกับสองแม่ลูกดี พงษ์อ้อนวอนว่าอย่าทำอะไรเลย พวกตนกลัวแล้ว พงษ์เข้าไปประคองผอบพาหนีไป หุ่นนางรำถามหุ่นท่านเจ้าคุณว่าจะปล่อยพวกมันไปหรือ

“ถึงเราปล่อยไป พวกมันก็หนีกรรมของตัวเองไม่พ้น” แล้วทั้งหุ่นท่านเจ้าคุณและหุ่นนางรำก็เลือนหายไป

พงษ์พาผอบขึ้นรถขับหนีไปอย่างเร็ว แต่ไปได้ไม่นานก็เห็นมีคนมุงกันอยู่เต็มถนน ผอบคาดว่าเกิดอุบัติเหตุ จะไปก็ไปไม่ได้จึงชวนกันลงไปดู

ภาพที่เห็นคือ รถกระบะคันหนึ่งขับชนต้นไม้มีคนตายในรถสองคน พอเจ้าหน้าที่เอาศพออกมากลายเป็นพงษ์กับผอบ ทั้งสองตกใจไม่เชื่อว่าตนตายแล้ว จนยมทูตบอกว่า “เจ้าทั้งสองตายแล้ว” สองแม่ลูกยังไม่เชื่อ ยมทูตบอกว่า “พวกเจ้าตายอย่างกะทันหัน เพราะความรีบร้อนหนีความชั่วที่ตัวเองก่อไว้ บัดนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปรับกรรมความชั่วที่ตัวก่อไว้แล้ว”

ผอบกับพงษ์พยายามหนี ยมทูตสั่ง “จับตัวมันมา!” สิ้นเสียงมือดำใหญ่ก็ผุดเต็มไปหมดกระชากขาของสองแม่ลูกลากหายไปในความมืดท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสองแม่ลูก อารีย์ในร่างอัมรามองตามไปอย่างสลดใจ...

ooooooo








นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.