ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"



เดชนอนไม่หลับเพราะสังหรณ์ใจเรื่องหุ่นเพทาย เขาหันมองเห็นอารีย์หลับแล้ว เขาลุกย่องออกไปจากห้อง แต่พอเดชออกไปแล้ว อารีย์ลืมตานึกน้อยใจคิดว่าเดชแอบไปหาพิไล

ความสะเทือนใจทำให้อารีย์ปวดหัวใจจนต้องหายากิน แล้วนั่งหายใจหอบอยู่บนเตียง ที่แท้เดชลงไปที่ห้องหุ่น ยืนมองหุ่นเพทายด้วยสีหน้ากังวล หุ่นทุกตัวมองมาที่เดชอย่างเข้าใจ

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณเดช” หุ่นชาวนาบอก

“แต่คุณเดชคงโทษตัวเองเหมือนเคย” หุ่นทับพึมพำ

“ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครหนีกรรมของตัวเองพ้น” หุ่นท่านเจ้าคุณบอก หุ่นทุกตัวหันมองเดชอย่างเห็นใจ ยกเว้นหุ่นเพทายที่ยังเป็นหุ่นดิบๆอยู่ มือปืนให้สัปเหร่อที่เป็นญาติไปเอาศพเพทายมาเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพไร้ญาติ วิญญาณเพทายพยายามที่จะรั้งร่างตัวเองไว้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในที่สุดร่างเธอก็ถูกนำไปเก็บไว้ในโกดังเก็บศพไร้ญาติ

“ปิดปากให้สนิทนะน้า แล้วอย่าให้ใครมาวุ่นวายที่นี่จนเจอศพล่ะ” มือปืนกำชับ

“เออ...รู้แล้วล่ะน่า บอกลูกน้องแกดีกว่า รีบๆ กลับกันไปเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นจะยุ่ง”

พอพวกมือปืนกลับไป สัปเหร่อก็รีบเข้าไปโบกปูนปิดปากซองเก็บศพ วิญญาณเพทายพยายามรั้งไว้ไม่ให้ปิดแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าซองศพตัวเอง

ooooooo

สันติผ่านมาเห็นจำคนขี่มอเตอร์ไซค์ได้แต่มือปืนกับรถกระบะที่เอาศพมาก็ออกจากวัดไปแล้ว สันติรีบเดินไปหลังวัดเจอสัปเหร่อล้วน เขาบอกว่าเห็นคนแปลกหน้าเดินออกไป ถามสัปเหร่อล้วนว่าอยู่แถวนี้เห็นใครมาทำอะไรไหม

สัปเหร่อล้วนบอกว่าไม่เห็น สันติถามว่าแล้วลุงเข้าไปทำอะไรในโกดัง แกบอกว่าฝาซองศพมันแตกเลยเข้าไปโบกปูนเดี๋ยวกลิ่นจะโชยออกมา ระหว่างนั้นวิญญาณของเพทายพยายามโต้และบอกสันติว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่สันติไม่ได้ยิน คุยกับสัปเหร่อล้วนแล้ว

จะกลับ สัปเหร่อล้วนกินปูนร้อนท้อง บอกสันติว่าอย่าไปบอกหลวงพ่อว่าเจอตนที่นี่

สันติถามว่ามีอะไรหรือ ลุงล้วนบอกว่าไม่มีอะไรเดี๋ยวหลวงพ่อจะด่าว่าตนไม่ดูแล ชวนสันติกินเหล้าเอาใจ แต่สันติไม่กินเหล้า แกจึงเอาเงินให้ร้อยบาท สันติไม่เอาบอกให้ลุงเอาไว้ใช้เถอะ

สันติกับลุงล้วนแยกไปกันคนละทาง วิญญาณเพทายละล้าละลังไม่รู้จะตามใครดี ทันใดนั้นก็เหมือนร่างถูกแรงดึงไป วิญญาณเพทายถูกพลังลึกลับดึงหายไปในความมืดทันที

เพทายรู้สึกตัวอีกที พบตัวเองอยู่ในห้องหุ่น หุ่นท่านเจ้าคุณเป็นตัวแทนเอ่ยต้อนรับน้องใหม่ เพทายตกใจกลัว ถูกหุ่นถามว่า “เธอจะกลัวพวกเราทำไม ในเมื่อตอนนี้เธอก็คือวิญญาณเหมือนเรา” เพทายถามว่าทำไมวิญญาณทุกคนถึงสิงอยู่ในหุ่นล่ะ?

“พวกเราก็ไม่รู้ มันเหมือนมีอะไรดึงดูดให้พวกเรามาอยู่ที่หุ่นของตัวเอง แล้วเราก็อยู่ในหุ่นมาตลอด” หุ่นนักยิงธนูบอก ทำให้วิญญาณเพทายนึกถึงคำบอกเล่าของเดชเรื่องใครมาเป็นแบบให้ปั้นหุ่นแล้วตายทุกคน ถามว่าที่ตนต้องตายเพราะอาถรรพณ์นี้ใช่ไหม หุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอกำลังเข้าใจผิด

“ไม่...ไม่ผิด” วิญญาณเพทายคร่ำครวญ “ฉันเข้าใจแล้ว นี่ถ้าฉันไม่ยอมเป็นแบบให้ปั้น ฉันก็คงไม่ต้องตาย ฉันกำลังมีอนาคตที่สดใส ฉันกำลังเป็นดาราดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ฉันกำลังจะมีเงินมีบ้านมีรถมีทุกอย่างที่เสี่ยจะซื้อให้ โอ๊ย...ทำไมเรื่องเลวร้ายแบบนี้ต้องเกิดกับฉัน”

เพทายเชื่อว่าเดชทำให้ชีวิตตนเป็นแบบนี้ อาฆาตจะฆ่าเขา จะฆ่าทั้งเขาและครอบครัวให้หมด ถูกหุ่นท่านเจ้าคุณสั่งหุ่นทุกตัวให้ขวางไว้ หุ่นนางรำบอกว่าเธอไม่ได้ตายเพราะเดช

“หุบปากไปเลย พวกแกมันเป็นหุ่นทาส ที่ไอ้เดชมันเลี้ยงไว้ใช้งานใช่ไหมล่ะ ฉันจะไม่ยอมเป็นอย่างพวกแกหรอก”

เพทายสะบัดหลุดพุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมออกไป หุ่นท่านเจ้าคุณพยักหน้าให้บรรดาหุ่นทั้งหลาย พริบตานั้น บรรดาหุ่นก็หายวับไปจากห้องหุ่นทันที

บรรดาหุ่นทั้งหลายช่วยกันปกป้องเดช ปกป้องอัมรา และพรรณรายให้รอดพ้นจากการถูกวิญญาณเพทายทำร้าย

หุ่นทั้งหมดพยักหน้าให้กันแล้วเข้ารุมจับเพทาย เธอดิ้นจนลงไปกองกับพื้น

“ไปให้พ้น อย่ากลับมาที่นี่อีก แล้วจำไว้ให้ดี ถ้าเธอคิดร้ายกับคุณเดชหรือคนในครอบครัวนี้ พวกเราไม่ยอมแน่” หุ่นท่านเจ้าคุณเอาไม้ตะพดชี้หน้าเพทายอย่างดุดัน

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” วิญญาณเพทายกล่าวอาฆาตแล้วหนีออกไป บรรดาหุ่นมองหน้ากันถอนใจเหนื่อยหอบแล้วพากันหายไป

ผอบเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องเพทายให้เดชปั้นหุ่นและจะนำไปไว้ที่บ้านใหม่ บอกพงษ์ว่าตนหาเป้าหมายใหม่ให้ได้แล้ว ให้ไปเข้าหาเพทายซึ่งเป็นเป้าหมายที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง

พงษ์ที่ยังสยองกับการถูกผีในห้องหุ่นหลอก และงานนี้ตนก็ไม่ได้รับเชิญด้วย ผอบให้ทำเป็นไปแสดงความยินดีกับเดช ใครจะกล้ามาว่าเรา

ooooooo

วิญญาณเพทายพยายามมาขอความช่วยเหลือจากสันติ เกิดลมพัดเข้ามาในห้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้สันติฉุกคิดสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

สันติคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ตนประสบพบเห็น ทั้งเรื่องมอเตอร์ไซค์คันที่เห็นที่บ้านเดชแล้วมาเห็นที่วัดอีก คิดถึงที่สัปเหร่อล้วนเข้าไปในโกดังเก็บศพไร้ญาติ และคิดถึงที่หลวงตาสงสัยว่ามีศพไร้ญาติที่ไหนมาทำไมหลวงตาไม่รู้

เวลาเดียวกัน เพทายก็ใช้ทุกวิถีทางบอกสันติให้ไปที่โกดังเก็บศพไร้ญาติ ดลใจให้สันติตัดสินใจเดินออกจากห้องไปทันที เพทายดีใจมาก

สัปเหร่อล้วนเห็นสันติเดินไปทางโกดังเก็บศพไร้ญาติ แกกลัวว่าสันติจะไปเจอศพ จึงคว้าของใกล้มือจะทำร้ายสันติ

สันติผลักประตูโกดังออก สัปเหร่อล้วนจู่โจมเข้าไป พลันก็ถูกลมพัดอย่างแรงมาปะทะจนสัปเหร่อล้วนเซผงะหงาย แกตกใจมองไปข้างใน เห็นร่างเพทายเลือนๆ แกตาเหลือกร้องลั่น

“ผีหลอก...เฮ้ยยยยย!!!” สัปเหร่อล้วนหันหลังโกยอ้าวไปสุดชีวิต

“มันเห็นฉันด้วยเหรอ” เพทายงงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น สันติได้ยินเสียงสัปเหร่อล้วน เพทายสงสัยว่าเจอศพตนแล้วใช่ไหม ทำไมสัปเหร่อถึงเห็นตนได้? ทำไม?

เด็กวัดวิ่งหน้าตื่นมาถามสันติว่าได้ยินเสียงลุงล้วนร้องไหม แกเป็นอะไรไปหรือเปล่า สันติบอกว่าได้ยินแต่ยังไม่เห็นตัวเลย เด็กวัดชวนรีบไปดู กลัวแกจะโดนใครตีหัวหรือเปล่า เพทายพยายามร้องบอกพวกเขาว่า

“อย่าเพิ่งไปนะ ช่วยฉันก่อน...” แต่พวกเขาพากันวิ่งไปแล้ว วิญญาณเพทายได้แต่มองอย่างผิดหวัง

ooooooo

อารีย์เอาเครื่องประดับมาให้พรรณรายเลือกเพื่อไปงานเปิดตัวหุ่นเพทายคืนนี้ แต่พรรณรายไม่ชอบเครื่องเพชรบอกว่าดูแก่ ตนมีสร้อยของตนแล้วเข้ากับชุดของตนเลย อารีย์จึงเอาเครื่องประดับเพชรให้อัมราใส่

พิไลแอบดูอยู่ไม่พอใจพรรณรายที่ไม่เลือกของมีค่า จึงไปดักพบเดชหลอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยแล้วขึ้นรถไปกับเดช ชิ้นเห็นรู้สึกไม่ดี คิดเป็นห่วงอารีย์ว่าจะถูกเพื่อนเก่าเผาเรือน

พิไลหลอกเดชไปจอดรถคุยกันเปรยๆว่ากลัวพรรณรายจะไม่ได้สมบัติอะไรเพราะถูกอัมราเอาไปหมด แล้วเธอก็อ่อยจะมีอะไรกับเดชมากกว่านี้ เดชปรามอย่างรู้ทันว่าผู้หญิงที่ตนรักมีแต่อารีย์คนเดียวและพรรณรายก็เป็นลูกของตนกับอารีย์ ไล่พิไลให้ลงจากรถเสีย พิไลกระแทกกระทั้นลงไปจิกตาอาฆาต

“คนอย่างพี่ใจแข็งกับฉันได้ไม่นานหรอก”

พิไลกลับมาก็เข้าครัวไปกร่างกับชิ้น ชิ้นถามอย่างไม่พอใจว่าไปดักพบคุณผู้ชายแบบนี้มันไม่งาม ขอเตือนไว้อย่าริกินบนเรือนขี้รดหลังคา ถูกพิไลเย้ยว่าอย่าสะเออะ ถ้าตนได้เป็นคุณผู้หญิงบ้านนี้เมื่อไร ชิ้นจะไม่มีเงาหัว!

อารีย์เดินเล่นผ่านมาได้ยินการโต้เถียงกัน อาการโรคหัวใจกำเริบจนต้องกดหัวใจตัวเองไว้แน่น น้ำตาซึม

เดชกลับมาที่ห้องนอน เห็นอารีย์นอนพักอยู่ เขาเข้าไปเรียกเบาๆ อารีย์ถามว่าจะไปกันแล้วหรือ

“จ้ะ เสียดายจังที่เธอไม่ได้ไปด้วย ไม่สบายอีกแล้วเหรอ เห็นลูกบอกเธอนอนตั้งแต่บ่าย”

“ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ แต่พี่ก็รู้ว่าฉันไม่ชอบไปงานแบบนี้ ขอพักอยู่บ้านดีกว่า”

เดชบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบกลับมา อารีย์ถามว่าเดชส่งหุ่นเพทายไปแล้วหรือ เขาบอกว่าให้สันติกับอาทรช่วยกันคุมไปแล้ว เดชบอกว่าตนไม่ค่อยสบายใจเลย อารีย์ปลอบใจว่าคงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก เพราะเขาปั้นหุ่นเพทายเสร็จตั้งหลายวันแล้วเพทายก็ไม่เห็นเป็นอะไรอย่างที่เดชกลัวเลย

ooooooo

สันติกับอาทรนำหุ่นเพทายไปถึงบ้านใหม่ของเธอแล้ว แต่ยังไม่เห็นเจ้าตัว คนใช้เองก็แปลกใจเพราะเพทายบอกว่าจะขนของเข้าบ้านตั้งแต่วันก่อนแต่ก็ยังไม่เห็นมา ส่วนการตบแต่งเตรียมของจัดงานเพทายสั่งไว้ก่อนหน้านี้แล้วเลยไม่มีปัญหา

สันติกังวล แต่อาทรบอกว่าเพทายอาจติดถ่ายละครหรือแฟชั่นอยู่ก็ได้ เธอเป็นคนจัดงานนี้เองยังไงก็ต้องมาแน่ๆ

ที่โกดังเก็บศพไม่มีญาติ สัปเหร่อกำลังจะเอาสายสิญจน์ไปมัดตราสังศพเพทาย วิญญาณเพทายตกใจร้องเรียกสันติให้ช่วยด้วย แล้วจู่ๆ เธอก็ไปถึงบ้านตัวเอง เธองงว่ามาได้ยังไง นึกได้ว่าวันนี้มีงานเปิดตัวหุ่น แต่พอจะเข้าไปก็เห็นรถของผอบกับพงษ์เข้ามาจอด สองแม่ลูกคุยกันถึงแผนการจะจับเพทาย พงษ์บอกว่าได้ข่าวว่าเพทายมีเสี่ยเลี้ยง ผอบพูดอย่างย่ามใจว่า

“แบบนี้สิดี ไม่ต้องผูกมัดอะไร แกต้องจับมันให้ได้ สูบเอาเงินมันมาให้มากที่สุด แล้วถ้าแกไปเจอใครที่รวยกว่ามันแกก็จะชิ่งได้ง่ายๆ แล้วคราวนี้อย่าให้พลาดเหมือนคราวก่อนล่ะ”

วิญญาณเพทายได้ยินสองแม่ลูกคุยกัน เธอมองตามพึมพำอย่างเจ็บใจ

“ไอ้พวกมารสังคม คอยดูนะ ฉันจะเล่นงานแกสองแม่ลูกให้จำไปจนวันตายเลย!”

ooooooo

ได้เวลาเปิดงานแล้ว เดชร้อนใจที่ยังไม่เห็นเพทายมา นักข่าวก็มากันมากมาย สันติเสนอว่า

“ผมว่าระหว่างที่รอคุณเพทายมา คุณอาเดชออกไปให้สัมภาษณ์นักข่าวก่อนดีไหมครับ” อาทรเห็นด้วย วิญญาณเพทายได้ยิน เธอคร่ำครวญอย่างเจ็บแค้นว่าวันนี้เป็นวันของตน แต่ทำไมตนต้องกลายมาเป็นวิญญาณเร่ร่อนแบบนี้...ทำไม!

เดชให้สัมภาษณ์เสร็จแล้วเพทายก็ยังไม่มา นักข่าวเริ่มรู้สึกไม่พอใจถามว่าเพทายเล่นตลกอะไรกับพวกตนหรือ? บอกเดชว่าถ้าเพทายยังไม่มา เดชในฐานะคนปั้นหุ่นให้ช่วยเปิดผ้าคลุมหุ่นโชว์ก่อน เดชเกี่ยงว่าเอาไว้ให้เจ้าตัวมาเปิดดีกว่า

จู่ๆก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง ลมพัดผ้าคลุมเปิด ทุกคนเห็นหุ่นเพทายต่างมองอึ้งว่าเหมือนเพทายจริงๆ กรูกันเข้าไปถ่ายรูป หุ่นเพทายกะพริบตามองพวกที่กรูกันเข้ามา ทุกคนตกใจสุดขีด บางคนร้องว่าหุ่นผี! หุ่นเพทายบอกเสียงใสว่า

“ฉันเอง”

เดชถามว่าเธอมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพทายบอกว่า “ฉันมาอยู่ตั้งนานแล้ว ฉันแกล้งทำนิ่งเหมือนเป็นหุ่นตัวเอง”

สันติถามว่าแล้วหุ่นล่ะ หุ่นหายไปไหน นักข่าวก็รุมกันถามว่านั่นเพทายจริงๆใช่ไหม หุ่นเพทายที่ถูก วิญญาณเธอเข้าสิงแล้ว เอ่ยขอโทษที่ทำให้ทุกคนตกใจ บอกว่าตนแค่อยากเซอร์ไพรส์พวกเขาเท่านั้นเอง

อาทรกับสันติมองกันอย่างสงสัยว่าเพทายเปลี่ยนตัวกับหุ่นตอนไหน?

หุ่นเพทายให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ตนทำหุ่นชำรุดเลยต้องยกไปเก็บไว้ก่อน เล่าอย่างร่าเริงว่า

“แล้วจู่ๆฉันก็เกิดไอเดีย คิดว่าน่าจะปลอมตัวเป็นหุ่นเสียเอง แล้วมันก็ไม่เลวจริงๆ เพราะทุกคนตื่นเต้นตกใจกันยกใหญ่ รวมทั้งคุณด้วย” เพทายหันไปพูดกับเดช แล้วชวน “คุณจะไปดูหุ่นกับฉันไหมล่ะคะ ฉันก็อยากให้คุณช่วยซ่อมหุ่นตัวฉันให้เหมือนกัน” เดชบอกว่าดี ดูไว้แล้วจะได้มาซ่อมวันหลัง “ดีค่ะ งั้นตามมาเลย” เพทายยิ้มสมใจเพราะตนจะลวงเดชไปฆ่าให้หายแค้นที่ทำให้ตนตาย

แต่แผนของเพทายล้มเหลว เพราะระหว่างเดินไป เจอพงษ์มาดักมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีในวันงาน แต่พอเพทายยื่นมือออกไปสัมผัสกับพงษ์ พงษ์ชะงักถามว่าทำไมมือเพทายแข็งและเย็นมาก เพทายอ้างว่าอาจเพราะตนเกร็งเป็นหุ่นนาน พงษ์จะนวดให้ เพทายตัดบทว่า ไม่เป็นไร แล้วหันบอกเดชว่า คืนนี้ดึกแล้ว ตนอยากพักผ่อน แล้วขอตัวไม่ออกไปส่ง

“อ้าว...แล้วเรื่องหุ่นล่ะครับ” เดชถาม

“ไว้วันหลังก็แล้วกันค่ะ วันนี้ไม่สะดวก” เพทายตอบหน้าตึงแล้วผละไป เดชมองตามอย่างไม่สบายใจนัก

ooooooo

เพทายกลับไปที่ห้องนอนมองตัวเองในกระจก เห็นความสาวความสวยของตัวเองก็ยิ่งเจ็บใจเดชที่ทำให้ตนตาย

เสี่ยมาหาเพทาย เธอตกใจไม่ยอมให้เสี่ยถูกเนื้อต้องตัว หลอกให้เสี่ยไปอาบน้ำแล้วหนีไป พบตัวเองกลับไปที่ริมรั้ววัด ขณะนั้นเอง ชาติที่บ้านอยู่แถวนั้นกำลังเมาแอ๋มาเห็นเพทายก็ตาลุกว่าเจอดาวโป๊แสนสวย จะเข้าไปปล้ำ คว้ามือเพทายไว้ เพทายดึงสุดแรงปรากฏว่านิ้วหลุดติดมือชาติไป เพทายบอกให้เอานิ้วตนคืนมา

“เหวอ...ผะ...ผีหลอก” ชาติมองนิ้วในมือแทบหายเมา ตกใจขว้างนิ้วทิ้งวิ่งหนีสุดชีวิต

“ไอ้บ้าเอ๊ย...นิ้วฉันไปไหนเนี่ย” เพทายมองมือตัวเองที่นิ้วหักหายไปอย่างหงุดหงิด

ชาติวิ่งไปเจอสันติกลับมาพอดี ร้องโวยวายให้สันติช่วยด้วยตนถูกผีดาวโป๊หลอก สันติสงสัยว่าดาวโป๊ที่กำลังดังก็มีแต่เพทาย สงสัยว่าแล้วเพทายจะตายได้ยังไง คิดว่าชาติเมายาอีกแล้วกระมัง เดินกลับวัดไปอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร

แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น สันติเห็นเด็กลูกชาวบ้านถือนิ้วหักเล่นอยู่ สันติขอไปดูเห็นเป็นนิ้วหุ่น ฉุกคิดอะไรบางอย่างจึงเอานิ้วใส่กระเป๋า เดินไปหาชาติที่บ้าน ป้าข้างบ้านบอกว่าชาติหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว บอกว่าถูกผีหลอกอยู่ไม่ไหวแล้ว แต่ป้าก็คิดเหมือนสันติว่า ชาติคงเมายามากกว่า

เมียเสี่ยเห็นรูปเพทายในหนังสือพิมพ์ ก็โทร.ถามมือปืนว่าไหนว่าฆ่าเพทายแล้วทำไมยังมีรูปหราอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์

เสี่ยกลับถึงบ้านก็โทร.ไปที่บ้านเพทาย บอกคนใช้ว่าถ้าเพทายกลับมาให้โทร.หาตนด่วนที่สุดบ่นว่าทำอารมณ์ค้างเสียความรู้สึกมาก เมียเสี่ยถามว่าไปหาเพทายมาหรือเห็นทุกทีกลับมาอารมณ์ดีแต่ทำไมคราวนี้หงุดหงิด

“ก็อีเพทายน่ะสิ ทำกับอั๊วแปลกๆ ไม่ยอมให้อั๊วแตะต้องตัวหลอกให้อั๊วกินเหล้าจนเมาหลับไป ตื่นขึ้นมาอีก็หายหัวไปแล้ว ทำแบบนี้อั๊วไม่ชอบ” เมียเสี่ยถามว่าเมื่อคืนเสี่ยเจอเพทายจริงๆหรือ เสี่ยยืนยันว่าเจอแต่ระแวงว่าเพทายอาจไปติดพันคนปั้นหุ่นเสียแล้ว บ่นแล้วเสี่ยเดินขึ้นข้างบนอย่างหงุดหงิด

“ไอ้พวกเลว หลอกเอาเงินฉันจริงๆ คอยดูนะ จะได้เห็นดีกัน” เมียเสี่ยคำรามเชื่อว่าตนถูกพวกมือปืนหลอกจริงๆ

ooooooo

คืนที่เดชกลับจากงานบ้านเพทายนั้น เขากังวลเรื่องเพทายจนอารีย์บอกว่าอย่าคิดมากไปเลย เพทายคงจะเหนื่อยจริงๆ เดชบอกว่ากลัวเพทายจะไม่พอใจ

จู่ๆอารีย์ก็ขอร้องเดชให้ปั้นหุ่นให้ตน เดชตกใจปฏิเสธวุ่นวายว่า ไม่! ไม่เด็ดขาด อารีย์ถามว่ากลัวตนจะตายหรือ

“เลิกคิดได้แล้วค่ะถ้าเป็นอาถรรพณ์อย่างที่พี่เคยคิด ทำไมคุณเพทายถึงไม่ตายล่ะ พี่ปั้นหุ่นเธอเสร็จตั้งหลายวันแล้วแต่คุณเพทายก็ยังมีชีวิตอยู่อย่างปกติดี” เดชลังเล “ถือว่าฉันขอร้องได้ไหมคะ ฉันอยากมีหุ่นของตัวเองไว้เป็นอนุสรณ์บ้าง เอาอย่างนี้ดีกว่า พอพี่เดชปั้นหุ่นฉันเสร็จพี่เดชก็ปั้นหุ่นตัวเอง เราจะได้มีหุ่นคู่กันไงคะ ฉันไม่เคยขอร้องอะไรพี่เลย นะจ๊ะ รับปากกับฉันนะ”

อารีย์ทั้งขอร้องและออดอ้อนจนเดชพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ อารีย์ยิ้มดีใจโผกอดเดช เดชกอดตอบแต่ใบหน้าอารีย์กลับเศร้าไปทันที

วันต่อมา เมื่อเดชจะเริ่มปั้นหุ่นของอารีย์ ทั้งพรรณรายและอัมราตื่นเต้นพากันไปดูพ่อปั้นหุ่นแม่ พรรณรายติงว่าทำไมคุณแม่ไม่แต่งตัวสวยๆ ชุดนี้มันดูธรรมดาไป ถามอัมราว่าเห็นด้วยไหม

“อัมว่าคุณแม่น่าจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างถึงได้แต่งตัวแบบนี้ใช่ไหมคะ” อัมราถามแม่

“ถูกแล้วจ้ะที่แม่แต่งตัวแบบนี้เพื่อจะได้คิดถึงวันที่เคยยากจน”

พรรณรายโพล่งทันทีว่าความจนไม่เห็นจะน่าคิดถึงเลย เดชติงว่า ถ้าเราคิดถึงมันบ่อยๆ จะทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิตไงล่ะ ถามอารีย์ว่าพร้อมแล้วหรือยัง

“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ ว่าแต่จะให้นางแบบคนนี้ทำท่ายังไงดีล่ะคะ”

พรรณรายเข้าไปช่วยจัดท่าให้ดูเซ็กซี่ อารีย์ติงว่าท่านี่คงไม่ไหวมั้ง สี่คนพ่อแม่ลูกช่วยกันจัดท่าให้อารีย์ มีทั้งท่าขำๆ และท่าที่ดูดี

บรรดาหุ่นในห้องมองไปที่ห้องอัมราต่างมีปฏิกิริยา หุ่นท่านเจ้าคุณมองไปทางหุ่นนางรำ หุ่นนางรำมองตอบเหมือนเป็นการตอบรับ

เหตุเพราะพิไลไปทำความสะอาดห้องอัมรารื้อค้นหาของมีค่า ขโมยอย่างย่ามใจที่เจ้าของห้องมัวแต่ขลุกอยู่ในห้องหุ่น แต่ถูกหุ่นนางรำมาในร่างอัมรา จับขโมยได้สั่งให้เอาไปเก็บที่เดิม พิไลทำไขสือ จนอัมราจับมือบิดจนต้องคลายมือเผยให้เห็นของที่ขโมยไป จำต้องยอมรับอ้อนวอนอัมราอย่าบอกอารีย์กับเดช เพราะถ้าอารีย์รู้ตนต้องถูกไล่ออกแน่ๆ

พิไลรีบออกจากห้องอัมรา หันไปจิกตาพึมพำอย่างเจ็บใจ

“นังอัมรานี่เห็นมันหงิมๆ เอาเรื่องไม่ใช่เล่นเลย ตัวแค่นี้ทำไมแรงมันเยอะจัง ฝากไว้ก่อนเถอะแก!”

ooooooo

วันนี้สันติมาปั้นหุ่นตามปกติ แต่ไม่เห็นเพทายมาสักที เขากังวลเกรงว่าเธอจะเป็นอะไรไป อาทรบอกว่าอาจเพราะเห็นว่าปั้นหุ่นเสร็จแล้วเลยไม่ยอมมาเป็นแบบให้พวกเราอีก

ที่ห้องนอนเพทาย วิญญาณเพทายมองหุ่นตัวเองบ่นอย่างหัวเสีย

“นึกว่าจะใช้หุ่นพาให้ฉันไปจัดการแก้แค้นไอ้เดชได้ แต่ดูสิ หุ่นนิ้วหักไปแบบนี้ฉันจะอาศัยหุ่นไปได้ยังไง”

ขณะนั้นเอง คนใช้หอบเสื้อผ้าของเพทายจะมาเก็บ มองหุ่นเพทายทั้งแปลกใจและตกใจว่าหุ่นมาอยู่ในห้องนี้ได้อย่างไร ตกใจทำเสื้อผ้าและถุงมือตก รีบเก็บลวกๆ เอายัดใส่ตู้แล้วรีบออกมา

เพทายเห็นถุงมือฉุกคิดได้ เธอจึงใส่ถุงมืออำพรางนิ้วที่หักไป แต่งตัวโฉบเฉี่ยวตามแบบของตนแล้วไปที่บ้านเดช

บรรดาเจ้าที่เจ้าทางรู้ทัน ออกไปขวางเป็นกำแพงไม่ยอมให้เข้าบ้าน เพทายเดินชนจะเข้าไปให้ได้แต่ตัวเองกลับเด้งออกมา เจ้าที่ปรามว่า “ข้าเตือนแล้วไม่เชื่อ กลับไปเสียดีๆ” แต่เพทายยังจะเข้าไปให้ได้ เดินชนอีกครั้งก็กระเด็นออกมาอีก

“บอกแล้วว่าสัมภเวสีอย่างเจ้าไม่มีทางสู้ข้าได้หรอก ถ้าเจ้าของบ้านไม่ได้บอกให้เข้า ยังไงเจ้าก็เข้าไม่ได้”

อัมราออกมาเห็นเพทายกระเด็นล้มไป เธอตกใจวิ่งมาดูถามว่าเป็นอะไร เพทายบอกว่าอยู่ๆก็หน้ามืดไปสงสัยจะเป็นลม อัมราจึงพาเข้าบ้าน เจ้าที่เจ้าทางต่างรู้สึกผิดหวังที่อัมรามาพาเพทายเข้าบ้านเอง

พอเข้าบ้านได้ เพทายก็เดินลิ่วไป จนอัมราแปลกใจว่าไม่สบายทำไมถึงเดินเร็วอย่างนี้ กลัวเพทายจะล้มลงไปอีก

เพทายมองสำรวจถามว่าทำไมบ้านเงียบจัง อัมรา บอกว่า คุณพ่อคุณแม่พี่อาร์ตและพี่ออยกับพี่จุ๊บอยู่ในห้องหุ่น ส่วนพี่พรรณออกไปซื้อของข้างนอก เพทายถามว่าแล้วแม่บ้านอีกคนล่ะ

“น้าพิไลบอกว่าออกไปทำผม อีกนานกว่าจะกลับค่ะ ส่วนน้าชิ้นไปตลาด คุณเพทายถามทำไมคะ”

“คือพอดีฉันยังไม่ได้กินอะไรมาเลย อยากได้อะไรรองท้องหน่อยก่อนไปเป็นแบบ เธอพอจะหาอะไรให้ฉันกินหน่อยได้ไหม”

“ได้สิคะ งั้นอัมจะทำแซนด์วิชให้คุณเพทายทานกับกาแฟดีไหมคะ” อัมรากระวีกระวาดไปที่ห้องครัว เพทายมองตามยิ้มร้าย ค่อยๆลุกเดินตามไปอย่างหมายมาด

ขณะอัมรากำลังทำแซนด์วิชอยู่นั้น เพทายเอามีดจ้วงแทงจากข้างหลังแต่พลาด อัมราตกใจถามว่าจะทำอะไร

“ก็ฆ่าแกไง!” เพทายตะคอกใส่ อัมราตกใจถอยกรูดชนเก้าอี้ล้มระเนระนาด อัมราพยายามพูดถามว่า...

“อย่าค่ะคุณเพทาย คุณเป็นอะไรไปคะ นี่อัมนะคะ อัมลูกของพ่อเดช”

“ก็เพราะแกเป็นลูกไอ้เดชไง ฉันถึงต้องฆ่าแก ฉันจะฆ่าแกก่อนแล้วค่อยฆ่าพ่อแก” เพทายพุ่งเข้าจะจ้วงแทงอัมราให้ได้ อัมราวิ่งหนีออกจากห้องครัว เพทายไล่ตามปากก็คำราม “แกหนีฉันไม่พ้นหรอกนังอัมรา!”

ooooooo

หุ่นนางพยาบาลกับหุ่นนางรำเป็นห่วงอัมราจะออกไปช่วย หุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่าไม่ต้องเพราะคนที่จะช่วยอัมรามีอยู่แล้ว

อารีย์เป็นแบบให้เดชปั้นหุ่นอยู่นานขอขยับตัวหน่อยรู้สึกจะเป็นเหน็บ เดชบอกว่าไหนๆก็จะขยับแล้วช่วยไปเอาน้ำให้หน่อยได้ไหม ตนคอแห้งและฝากเอามาเผื่อเด็กๆด้วย สันติอาสาไปเอาเองเพราะอารีย์ไม่ค่อยสบายเดี๋ยวจะหน้ามืดไป

อารีย์บอกให้สันติไปบอกชิ้นเดี๋ยวชิ้นก็จัดการให้เอง สันติเดินไปที่ห้องครัวร้องเรียกน้าชิ้นแต่เงียบ เห็นแต่แซนด์วิชที่อัมราทำค้างอยู่และข้าวของในครัวก็ล้มระเนระนาด

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น อย่างกับมีการต่อสู้กันในนี้” สันติพึมพำใจไม่ดี มองหาไปทั่วห้องครัว

“อย่าค่ะ...อย่า!” เสียงอัมราแว่วเข้ามา สันติผงะมองตามเสียงอุทาน

“น้องอัม!” สันติรีบวิ่งจากห้องครัวไปตามเสียงอัมราทันที

ooooooo

ขณะที่เพทายกำลังจะแทงอัมรานั้น สันติวิ่งมาเจอเขาตะโกนถามเพทายว่าจะทำอะไร

เมื่อพาอัมราที่เป็นลมเข้ามาพักดมยาในห้องรับแขกจนเธอรู้สึกตัว สันติบอกว่าเธอเป็นลมหมดสติ อัมราถามว่าแล้วเพทายล่ะ? พลันก็เห็นเพทายยืนอยู่ข้างหลังเขา อัมราเตือนสันติว่า ระวังเพทายจะฆ่าตน

เพทายขอโทษอัมราที่ทำให้เธอตกใจขนาดนี้ ชี้แจงว่าตนแค่ซ้อมบทที่จะต้องเข้าฉากละครเท่านั้น สถานการณ์ตอนที่ไปพบอัมราในห้องครัวเหมือนบทละคร ตนเลยลองซ้อมดู

“จริงๆครับ ตอนที่พี่วิ่งตามไปในสวน น้องอัมเป็นลม ถ้าคุณเพทายจะแทงน้องอัมตอนนั้นก็คงทำไปแล้ว” สันติยืนยัน อัมราถามว่าแล้วทำไมไม่บอกตนก่อนว่าจะซ้อมละคร เพทายอ้างว่าถ้าบอกก่อนก็จะไม่สมจริง แต่เมื่อกี๊อัมรากลัวตนจากความรู้สึกจริงๆ ขอร้องอย่าโกรธตนเลยนะ

“อัมไม่โกรธหรอกค่ะ กลับโล่งใจด้วยซ้ำ คิดว่า อัมหรือคุณพ่อไปทำอะไรให้คุณเพทายไม่พอใจเสียอีก” อัมราหลงเชื่อ บรรยากาศเลยผ่อนคลายพากันหัวเราะกลายเป็นเรื่องขำไป

แต่เมื่อคุยกับสันติตามลำพัง อัมราก็ยังติดใจสงสัยว่า เมื่อกี๊นี้เพทายยังพูดพาดพิงถึงคุณพ่อเหมือนโกรธแค้นอะไรว่า “เพราะแกเป็นลูกไอ้เดช ฉันถึงต้องฆ่า ฉันจะฆ่าแกก่อนแล้วค่อยฆ่าพ่อแก” แต่สันติคาดว่าคงเป็นบทพูดในละคร บอกอัมราว่าเลิกคิดเถอะ เพทายคงแค่อยากซ้อมบทจริงๆ คงไม่มีอะไรมากกว่านั้น สันตินึกได้ว่าจะมาเอาน้ำไปให้เดชและเพื่อน ทั้งสองเลยเข้าครัวไป อัมราทำแซนด์วิชต่อแล้วก็พากันเอาแซนด์วิชและน้ำไปที่ห้องหุ่น

ooooooo

เพทายยังมุ่งมั่นที่จะฆ่าเดชให้ได้ บ่ายหน้าไปที่ห้องหุ่น เห็นเดชเดินออกมาก็รีบเข้าไปทัก เดชบอกว่าเครื่องมือปั้นหุ่นหักกำลังจะออกไปซื้อ เพทายอ้อนว่าตนปวดหัวขอติดรถให้เดชไปส่งที่บ้าน เดชรับคำและพาเธอไปส่งที่บ้าน

เดชส่งที่หน้าบ้านแล้วจะกลับ เพทายออกอุบายหลอกล่อเดชให้เข้าไปในบ้าน จะได้ดูหุ่นที่จะซ่อมด้วย เดชจึงเข้าไปในบ้าน

ที่แท้หุ่นทับปลอมเป็นเดช เมื่อเข้าไปในห้องเก็บของแล้วหุ่นทับแสดงตัว บอกเพทายว่าเธอไม่ได้ตายเพราะเดช เพทายถามว่างั้นตนตายเพราะใคร หุ่นทับกำลังจะบอก เสียงเสี่ยกวงที่มาตามเพทายก็แว่วเข้าในห้องเก็บของ หุ่นทับได้ยินก็หายตัวไปทันที

เสียงเสี่ยกวงดุคนใช้ว่าไหนบอกว่าเพทายกลับมาแล้วทำไมหาไม่เจอ สาวใช้ยืนยันว่าตนเห็นเพทายกลับมาพร้อมเดชนักปั้นหุ่น ทำให้เสี่ยระแวงว่าเพทายนอกใจตนไปเป็นชู้กับเดช เดินผ่านห้องเก็บของเอะใจเลยเปิดเข้าไปดู เห็นเพทายยืนอยู่เสี่ยดีใจถลาไปกอด กลายเป็นกอดหุ่นเพทาย ยิ่งระแวงว่าเพทายหลบออกไปกับเดชแล้ว

เพทายโมโหที่ตอนตนมีชีวิตอยู่ไม่เห็นเสี่ยจะสนใจมาหาสักเท่าไร แต่พอตายแล้วขยันมาเสียจริงๆ เลยแว่บจะหลบไป ผ่านศาลพระภูมิเลยแวะต่อว่าเจ้าที่ที่ปล่อยให้หุ่นทับเข้าบ้าน เจ้าที่เถียงว่าเพทายเป็นคนพาเข้ามาเองจะโทษตนได้อย่างไร เพทายโมโหที่เถียง เจ้าที่ไม่ได้เลยเดินทะลุกำแพงออกไป สาวใช้มาเห็นเต็มๆ ถึงกับตาเหลือกตกใจสุดขีด

“ผะ...ผะ...ผีหลอก...” สาวใช้วิ่งเตลิดเข้าบ้านไป

ooooooo

ที่ห้องหุ่น หลังจากกินแซนด์วิชที่อัมราทำและน้ำที่สันติเอามาให้แล้ว สันติเอะใจว่าแล้วเพทายหายไปไหน เดชบอกว่ายังไม่มาเลย สันติยืนยันว่ามาแล้ว เดชยืนยันว่าเพทายยังไม่เข้ามาในห้องหุ่นเลย

อัมราฉุกคิดว่าหรือเธอจะไม่สบายเพราะตอนที่มาก็เป็นลมที่หน้าบ้าน อารีย์กลัวว่าเธอจะไปเป็นลมที่ไหน บอกให้พวกเราออกไปดูเธอกันหน่อย เดชจึงพาบรรดาลูกศิษย์ออกไปจากห้องหุ่น

ทุกคนกลับมาบอกว่าหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ทันใดนั้นเองเสียงแตรรถแผดขึ้นที่หน้าบ้านอย่างเร่งร้อน จนอารีย์บ่นว่า

“ใครนะมาบีบแตรไม่เกรงใจเลย”

เสี่ยกวงนั่นเอง! เสี่ยจะมาอาละวาดเดชหาว่าเป็นชู้กับเมียตน สันติช่วยชี้แจงก็ไม่ฟัง จนอารีย์ต้องบอกว่าตนเป็นภรรยาเดช ยืนยันได้ว่าเดชไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่เช้า เดชก็ยืนยันว่าตนไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่เมื่อเช้าเพทายมาที่นี่จริง

“นั่นไง ยอมรับแล้ว พวกแกช่วยกันโกหก แกต้องซ่อนอาเพทายไว้ข้างใน อาเพทาย...อาเพทาย ลื้อออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เสี่ยกวงตะโกนเรียกเพทายโวยวายลั่นบ้าน พิไลเชื่อว่าเดชไปเป็นกิ๊กกับเพทาย บอกกับตัวเองว่า

“ศัตรูของฉันตอนนี้ ไม่ใช่นังอารีย์ขี้โรคเสียแล้ว แต่เป็นนังดาวโป๊นั่นต่างหาก”

ooooooo

เสี่ยกวงอาละวาดอยู่พักใหญ่ เมื่อเดชยืนยันว่าตนไม่ได้ไปไหน ตนเจอเพทายครั้งสุดท้ายคือคืนงานเปิดตัวหุ่นของเธอที่บ้าน ทุกคนก็ช่วยกันยืนยัน เสี่ยจึงเชื่อและกลับไป

หุ่นทับเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตำหนิตัวเองกับหุ่น ท่านเจ้าคุณว่าตั้งใจช่วยเดชแท้ๆ แต่กลับทำให้เขาเดือดร้อน

“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกพ่อทับ เธอทำดีที่สุดแล้ว” หุ่นท่านเจ้าคุณให้กำลังใจ

“เพทายต้องกลับมาอีกแน่” หุ่นนางพยาบาลเชื่อเช่นนั้น

ส่วนที่ห้องหุ่น พรรณรายมีเรื่องกับจุ๊บ เพราะพรรณรายไปซื้อสาคูไส้ปลาของโปรดของอาทรมา แต่อาทรกินแซนด์วิชที่อัมราทำจนอิ่มแล้ว จุ๊บหมั่นไส้จิ้มกินเอง เลยทะเลาะกัน พรรณรายโกรธเทสาคูกับข้าวเกรียบปากหม้อทิ้งแล้วสะบัดไปท่ามกลางความตะลึงของทุกคน

อัมราขอโทษทุกคนแทนพรรณราย แก้ต่างให้พี่สาว ว่าคงร้อนเลยหงุดหงิด อัมราก้มเก็บของที่พื้น อาทรกับสันติก้มช่วยเก็บพร้อมกัน อาทรชะงักอ้างว่าตนปวดท้อง ขอไปห้องน้ำเพื่อหลีกทางให้สันติ

พิไลมองอยู่ตลอดเวลา ยิ้มร้ายก่อนเดินเลี่ยงไป

พิไลไปเป่าหูยุแหย่พรรณรายว่าอัมราตำหนิเธอว่าทำกิริยาไม่เหมาะสม ชอบเอาแต่ใจแบบนี้จนใครๆ ในบ้านพากันระอาไปตามกัน แม้ทีแรกพรรณรายจะไม่ชอบใจอัมรา แต่ก็ไม่พอใจพิไลที่มายุ่งเรื่องในครอบครัวของตนมากเกินไป

แต่เมื่อได้คุยกันและอารีย์ช่วยหว่านล้อม วิเคราะห์ จนพรรณรายเข้าใจ อารีย์อบรมพรรณรายว่าต้องรู้จักฟังหูไว้หู สองพี่น้องเข้าใจกันเหมือนเดิม อารีย์สอนลูกทั้งสองว่า

“จำไว้เป็นบทเรียนนะ เราเป็นพี่น้องกันต้องรักกัน เชื่อใจกัน ถ้าไม่มีแม่ ทั้งพรรณ อัมและอ๊อดต้องรักกันให้มากๆนะจ๊ะ” อัมรากับพรรณรายกอดแม่คนละข้าง ถามว่าทำไมคุณแม่พูดอย่างนี้ คุณแม่ต้องอยู่กับพวกเราตลอดไป

“จ้ะ...แม่จะอยู่กับลูกๆเสมอ แม่สัญญา”

จากนั้นอารีย์ไปหาพิไลที่บ้านหลังเล็ก เตือนพิไลว่าเธอไม่ควรไปพูดยุแหย่พรรณรายให้ขัดแย้งกับอัมรา พิไลย้อนถามว่าตนยุแหย่เรื่องอะไร พออารีย์บอกว่าพรรณรายบอกหมดแล้ว ปรามก่อนกลับไปว่า

“ถ้าเธอยังมีสำนึกว่าเธอเป็นแม่ แต่ถ้าเธอจะมาทำให้พรรณรายแย่ลง ฉันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะพิไล”

“คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านจะทำยังไงกับฉันก็ได้เหรอนังอารีย์ มันไม่ง่ายอย่างที่แกคิดหรอก ลองฉันได้ก้าวเข้ามาแล้ว ฉันไม่มีวันออกไปง่ายๆแน่นอน”

พิไลจิกตามองตามอารีย์แล้วปิดประตูกระแทกใส่อย่างไม่แคร์

ooooooo






  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.