ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"

จุ๊บยังหาทางที่จะทำให้สันติกับอัมราแตกกันให้ได้ วันนี้ก็ทำทีเป็นเพื่อนที่จริงใจต่อสันติ บอกว่าตนรู้ว่าเขาคิดเรื่องน้องอัม และน้องอัมก็น่ารัก แต่ตนไม่อยากให้เขาเจ็บเพราะน้องอัมเปรียบเสมือนดอกฟ้า สันติเติมให้ว่าตนเหมือนหมาวัด

จุ๊บทำเป็นขอโทษ สันติบอกว่าไม่เป็นไรเพราะมันเป็นความจริง จุ๊บยังทำให้สันติสับสนไขว้เขวว่า

“อาร์ตน่ะเป็นคนดี แต่สังคมของพวกคนรวย แค่เป็นคนดีคงไม่พอหรอก อาร์ตลองกลับไปคิดๆดูก็แล้วกัน จุ๊บกลับก่อนล่ะ”

คำยุแหย่ของจุ๊บได้ผล ทำให้สันติคิดมากจนเช้านี้ถูพื้นกุฏิก็ถูซ้ำซากจนหลวงตาบอกว่าถูจนพื้นมันจะเปื่อยหมดแล้ว ถามว่ามีอะไรหนักอกหนักใจมากนักรึ สันติเงียบ หลวงตาเดาว่า “สงสัยจะไปหลงรักใครเข้าล่ะสิ”

“ผมแย่มากใช่ไหมครับหลวงตา ตัวเองยังเอาไม่รอด ริจะมีความรัก”

“ความรักไม่ใช่เรื่องแย่ ถ้ารู้จักรักให้เป็น เจ้าเองก็ไม่ใช่เด็ก จะเรียนจบอยู่ปีนี้แล้ว ถ้าไม่รู้จักรักใครเลยน่ะสิถึงแปลก” สันติเงยหน้าถามหลวงตาว่าจริงหรือครับ? “ว่าแต่ลูกสาวบ้านไหนล่ะที่เอาชนะใจเจ้าได้ หลวงตารู้จักไหม”

สันติบอกว่าน้องอัมราลูกคุณอาเดช หลวงตาชมว่าเป็นเด็กน่ารัก เรียบร้อย สันติบอกว่าตนรู้ตัวดีว่าไม่คู่ควรกับเธอเลย

“ใช่...ถ้าพูดถึงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง แต่ของเหล่านี้เจ้าสามารถหาได้ถ้าเจ้ารู้จักทำมาหากิน ขยันขันแข็ง มีมานะอดทน คนอย่างเจ้าคงสร้างเนื้อสร้างตัวได้ไม่ยาก”

“แต่คุณอาทั้งสองอาจไม่คิดแบบหลวงตา”

“โยมเดชกับโยมอารีย์สองคนนี้หลวงตาเห็นมานาน เชื่อว่าเขาคงต้องการคนดีมาดูแลลูกเขามากกว่าคนร่ำรวยแน่ๆ ถ้ารักเขาจริงก็จงพิสูจน์ให้เขาเห็นสิ”

สันติคิดตามที่หลวงตาพูด ทำให้เขามีกำลังใจ ขอบคุณหลวงตาที่ทำให้ตนตาสว่าง ขออนุญาตหลวงตาว่า

“ผมทำงานในวัดเสร็จหมดแล้ว ผมขอไปเยี่ยมคุณอาอารีย์ที่โรงพยาบาลนะครับ” หลวงตาจึงรู้ว่าอารีย์ไม่สบายจึงฝากไปเยี่ยมด้วย หลวงตานั่งทำสมาธิพึมพำคนเดียว “คนเราไม่ว่าจะรวยหรือยากจนก็หนีความตายไม่พ้นจริงๆ”

ooooooo

หมอแนะนำอารีย์ว่าโรคหัวใจอาการจะกำเริบได้ทุกเวลา โชคยังดีที่มาถึงมือหมอทัน

อารีย์ถามว่าตนคงอายุไม่ยืนแน่ใช่ไหม หมอบอกว่าขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง ถึงเธอจะทานยาตามหมอสั่ง แต่ถ้าเอาแต่เครียด คิดมาก อาการมันก็กำเริบได้ทุกเมื่อ อารีย์รับปากว่าตนจะระวังตัวให้มากกว่านี้

หมอเห็นลูกๆของอารีย์มาเยี่ยมจึงขอตัวไป พรรณรายเดินบ่นเข้ามาทันทีว่ารถติดมาก อัมราเดินกะเผลกๆเข้ามาถามอารีย์ว่าคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง อารีย์บอกว่าหายแล้ว ถามว่าขาอัมราเป็นอะไรไป อัมราไม่ทันตอบพรรณรายก็โพล่งขึ้นว่า

“มาช้าเพราะรถติดก็หงุดหงิดพออยู่แล้ว ยังจะต้องมาเดินรอยัยอัมเขยกๆ เหมือนคนพิการอยู่ได้ โตจะตายยังจะเดินหกล้มอีกน่ารำคาญ น่าจะขาหักให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” พอถูกอารีย์ปรามว่าทำไมว่าน้องแบบนั้น พรรณรายก็ยิ่งของขึ้นโต้ว่า “ก็มันจริงนี่คะ เดินประสาอะไรก็ไม่รู้ โอ๊ย...พรรณหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”

อารีย์บอกหิวก็ไปกินเสียเพราะชิ้นซื้อมาตั้งหลายอย่าง ชิ้นกระวีกระวาดจัด บอกว่ามีทั้งข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู กุยช่ายทอด แล้วก็ยังมีข้าวตังหน้าตั้งอีก น่ากินทั้งนั้น พรรณรายเบ้ปากเอามือปัดของจนหกบอกว่ามีแต่ของมันๆ กินแล้วเดี๋ยวอ้วนเป็นหมู อัมราบ่นพี่สาวว่าไม่ทานก็ไม่เห็นต้องปัดจนมันหกเลอะเทอะอย่างนี้เลย

พรรณรายโต้ว่าหกก็เก็บสิหน้าที่ของน้าชิ้นอยู่แล้ว ถ้าอัมอยากช่วยก็ช่วยไปไม่ต้องพูดมาก ตนจะลงไปหาอะไรอร่อยๆกินดีกว่าแล้วสะบัดไปเลย อารีย์ขอโทษชิ้น ชิ้นบอกว่าไม่เป็นไรตนชินแล้ว

“ถ้ายัยพรรณยังโมโหร้ายแบบนี้ ต่อไปอยู่กับใครก็คงลำบาก ฉันล่ะห่วงจริงๆ”

“นั่นสิคะ ถ้าเจอคนยอมก็แล้วไป แต่ถ้าเจอคนเอาจริงเข้าละก็...บ้านแตกแน่ๆ” ชิ้นเองก็อดกังวลไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

พรรณรายออกมาเจอสันติ เขาบอกว่าจะมาเยี่ยมน้าอารีย์ พรรณรายมองแต่หัวจดเท้า เหยียดปากพูดว่ามาเยี่ยมคนไข้มือเปล่า คราวที่แล้วก็ทำแบบนี้ทีหนึ่งพูดอย่างสมเพชว่า

“ฉันว่านายอย่าลำบากเลย เก็บค่ารถเมล์ไว้กินข้าวกลางวันก่อนดีกว่าไหม” พูดแล้วหัวเราะร่วนผ่านไป

สันติอึ้ง ชาไปทั้งตัว พยายามข่มใจไม่ให้โกรธ เขาเดินกลับออกไป เจอลุงชาวนาคนหนึ่งเดินย่องแย่งมาสะดุดอะไรล้มลงชะลอมส้มร่วงหล่นกระจาย สันติรีบเข้าไปช่วยพยุงลุงคนนั้นขึ้นถามว่าเจ็บตรงไหนไหม บ้านอยู่ไหนตนจะไปส่ง แล้วเก็บส้มเขียวหวานใส่ชะลอมให้

ลุงคนนั้นขอบใจบอกว่าตนกลับเองได้ ส่วนผลไม้ยกให้สันติ บอกไม่ต้องเกรงใจเพราะเป็นผลไม้จากสวนลุงเอง

สันติไหว้ขอบคุณ รับชะลอมไปถือ แต่พอมองไปอีกทีลุงคนนั้นก็หายไปแล้ว เขาบ่นอุบอิบว่าหายไปไหนเร็วจัง แล้วสันติก็ได้ผลไม้ชะลอมนั้นไปเยี่ยมอารีย์ และลุงคนนั้นก็คือหุ่นชาวนานั่นเอง!

พรรณรายเห็นผลส้มอยู่ในชะลอมก็เบ้ปากว่าน่าจะซื้อแอปเปิ้ลหรือสาลี่ ไม่ใช่แค่ส้มเขียวหวาน อารีย์ติงว่าผลไม้ไทยๆเรานี่แหละดีแล้ว ส้มหวานชื่นใจออก ขอบใจสันติมากที่อุตส่าห์เอามาฝาก

“ไม่เป็นไรครับ หลวงตาท่านฝากเยี่ยมคุณอาด้วยนะครับ”

“ฝากกราบขอบพระคุณท่านด้วย อาหายคราวนี้จะไปให้ท่านรดน้ำมนต์ให้สักหน่อย”

พรรณรายปากคอเราะราย โพล่งออกมาว่าเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับไปเสียที ถูกอารีย์ดุว่าเสียมารยาท สันติรีบบอกว่าไม่เป็นไร เพราะธุระของตนก็ยังไม่เสร็จ ขออนุญาตอารีย์ว่าตนอยากเจอน้องอัมได้ไหม อารีย์อนุญาต แต่พรรณรายเกเรบอกว่าตนอยากกลับบ้านแล้ว อารีย์เลยบอกให้กลับไปก่อนเดี๋ยวให้อัมรากลับไปกับคุณพ่อก็ได้ สันติจึงลาอารีย์ออกไปพบอัมรา

ooooooo

สันติไปคุยกับอัมราที่ข้างตึกในโรงพยาบาล ต่างเกี่ยงให้อีกฝ่ายพูดก่อน อัมราบอกว่าเขามีธุระก็ให้พูดก่อน

“ก็ได้ครับ คือพี่อยากจะขอโทษที่พี่...เอ้อ...พี่พูดจาทำท่าห่างเหินน้องอัม”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ อัมเข้าใจ พี่อาร์ตคงไม่อยากให้ เอ้อ..คนที่พี่อาร์ตรู้สึกดีๆ ต้องเข้าใจผิด”

“ครับพี่รู้สึกไม่ดีมากเลย ทำให้เธอคนนั้นเข้าใจผิด”

ต่างหมายถึงอีกคน จนเมื่ออัมราบอกว่าต่อไปเธอคนนั้นคงไม่เข้าใจผิดอีกแล้ว สันติตาโตถามว่าจริงหรือ?

“จริงสิคะ ถ้าเธอคนนั้นเข้าใจพี่อาร์ตผิดเพราะอัม เราไม่ต้องพูดต้องคุยกันก็ได้ค่ะ อัมจะไปให้ห่างพี่อาร์ตเลย”

กลายเป็นอัมราหมายถึงจุ๊บ แต่สันติหมายถึงตัวเธอ จนเมื่อเขาชี้แจงว่า จุ๊บเป็นเพื่อนรักของตนเท่านั้นคนที่ตนรู้สึกดีๆด้วยก็คือน้องอัม

“พี่อาร์ตคงล้ออัมเล่นใช่ไหมคะ”

“น้องอัมคงหัวเราะพี่ที่ไม่เจียมตัว ก็เพราะพี่กลัวน้องอัมจะรังเกียจ พี่ถึงคิดว่าตัวเองควรจะตัดใจเสีย แต่พี่ก็ทำไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ แค่พี่ได้พูดความในใจที่อยากพูด พี่ก็พอใจแล้ว” พูดแล้วจะเดินไป

“เดี๋ยวสิคะ อัมไม่ได้หัวเราะเยาะพี่อาร์ตนะคะ แล้วก็ไม่เคยคิดรังเกียจด้วย” สันติถามว่างั้นยกโทษให้ความโง่ของตนได้ไหม “ได้สิคะ อัมยกโทษให้ ดีกันค่ะ”

อัมรายื่นนิ้วก้อยออกไป สันติเอานิ้วก้อยตนเกี่ยวไว้ ต่างเกี่ยวก้อยดีกันด้วยความสดชื่น แจ่มใส

ขณะพากันเดินกลับ อัมราเห็นเดชเดินเร็วๆไปตามทางเดิน อัมราบอกว่าคุณพ่อมาแล้วตนขอตัวกลับห้องก่อน ทั้งสองโบกมือลากันอย่างน่ารัก และมีความสุข

ooooooo

แต่ที่แท้เดชไปหาพิไลที่รักษาตัวอยู่อีกห้องหนึ่ง พิไลคร่ำครวญว่าทำไมตนไม่ตายๆ ให้รู้แล้ว รู้รอดไป พี่เดชไม่น่ามาช่วยเลย

“พอเถอะพิไล รู้ไหมว่าเธอทำอะไรลงไป เธออยากตายก็ไม่ตาย แต่คนที่ไม่อยากตายเกือบจะตาย” พิไลทำหน้างงว่าเดชพูดอะไร “อารีย์ไม่สบายเกือบตายเพราะฉันมัวแต่วิ่งมาหาเธอ แต่หมอบอกว่าเธอกินยานอนหลับเข้าไปแค่สองเม็ดอย่างมากก็นอนหลับทั้งวัน”

“เป็นไปไม่ได้นะ ฉันกินไปเกือบกำมือเพราะฉันอยากตายจริงๆ สงสัยรีบร้อนกรอกยาใส่ปาก มันเลยหล่นไปหมดล่ะมั้ง ฉันไม่ได้แกล้งนะจ๊ะพี่เดช ฉันตั้งใจจะกินยาตายจริงๆ พี่จะได้ไม่ต้องกลุ้มเพราะฉันไง”

“ถ้าอยากช่วยพี่จริงๆ ก็ขอร้องให้อยู่นิ่งๆได้ไหม ตอนนี้พี่จะบ้าอยู่แล้ว อารีย์ก็นอนอยู่โรงพยาบาลเดียวกับเธอนี่แหละ แล้วที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอารีย์รู้เรื่องของเราหมดแล้ว”

“ตายแล้ว เราจะทำยังไงกันดีล่ะจ๊ะ” พิไลทำเป็นตกใจแต่แอบสะใจ

“ไม่ใช่เรา แต่เป็นพี่ พี่จะจัดการทุกอย่างเอง ตกลงตามนั้น”

“ก็ได้จ้ะ ฉันจะเชื่อพี่เดชทุกอย่างเลย ฉันสัญญา จริงๆนะ ฉันน่ะรักพี่เดชมากขนาดชีวิตฉันก็ให้พี่เดชได้ ฉันจะทำทุกอย่างให้พี่เดชมีความสุข พี่เดชสบายใจได้ ฉันจะไม่ก่อปัญหาให้พี่อีกนะจ๊ะ เชื่อฉันนะ พี่อย่าทิ้งฉันไปนะพี่เดช...”

พอเดชพยักหน้า พิไลยกมือไหว้ขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ แต่พอใบหน้าพ้นสายตาเดช เธอก็เหยียดยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

อัมรากลับไปถึงห้องอารีย์ปรากฏว่าเดชยังมาไม่ถึง เธอบอกแม่ว่าเมื่อกี๊เห็นพ่อ ตนเลยรีบขึ้นมากลัวพ่อจะรอ

ขณะสองแม่ลูกกำลังคุยกัน เดชก็เข้ามาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ถามหยอกว่าแม่ลูกคุยอะไรกันอยู่ ถามอารีย์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดูหน้ายังซีดๆอยู่ อารีย์ไม่ตอบแต่ถามว่า “พี่เดชหายไปไหนมาจ๊ะ ยัยอัมว่าเห็นพี่มาตั้งนานแล้ว”

“อ๋อ...พี่ไปพบหมอมาน่ะ” เดชตอบอย่างไร้พิรุธ ก็พอดีพยาบาลเข้ามา เดชถามว่าเป็นพยาบาลที่จะมาเฝ้าอารีย์คืนนี้ใช่ไหม

พยาบาลบอกว่าใช่ บอกเดชว่าคุณหมอฝากให้มาเรียนเชิญไปพบด้วย เดชรีบออกไป อารีย์มองอย่างสงสัย ที่แท้เป็นอุบายของพิไลตามเดชให้ไปพบ เพราะเธอคิดว่า “ต้องรีบฉวยโอกาสนี้แหละ นังอารีย์มันนอนป่วยอยู่นี่ ถ้าเราเข้าไปบอกมันเรื่องเรากับพี่เดช มันต้องช็อกคาเตียงแน่ๆ”

พิไลลุกพรวดขึ้นจะออกไปข้างนอก ถูกหุ่นนางพยาบาลออกมาขวางถามว่าจะไปไหน พิไลอ้างว่าจะไปโผล่ดูเผื่อมีคนมาเยี่ยมบ้าง พิไลถามว่าเดชจ้างพยาบาลพิเศษให้ตนด้วยหรือ หุ่นนางพยาบาลบอกว่าเปล่า ตนมาตรวจตามหน้าที่แล้วขอวัดไข้ พิไลบ่นว่าตนไม่มีไข้แต่ก็จำต้องให้วัด

นางพยาบาลเอาปรอทมาสะบัดก่อนเสียบวัด ทำปรอทหลุดมือ หุ่นนางพยาบาลเอื้อมมือยาวๆไปเก็บ พิไลตาเหลือกร้องลั่น “เฮ้ยยยยย...” หุ่นนางพยาบาลยิ้ม ถามเสียงเย็นเยือกว่า “ตอนนี้คงมีไข้แล้วสิคะ” พิไลร้องโวยวายว่าผีหลอก หุ่นนางพยาบาลค่อยๆ ถอยแล้วหายเข้าไปในผนังตึก

พิไลร้องโวยวาย แต่พอมองไปรอบๆอีกทีก็ไม่มีอะไรแล้ว! เธอกระโดดขึ้นเตียงชักผ้าห่มคลุมโปงตัวสั่นพั่บๆ

ooooooo

ที่คฤหาสน์เสี่ยกวง... เสี่ยตบหน้าเมียจนกระเด็น เมียลุกขึ้นได้ชี้หน้าด่าว่ากล้าตบหน้าตนเพราะเรื่องนังเพทายเชียวหรือ

“ใช่ ทำไมอั๊วจะไม่กล้า อั๊วให้ลื้ออยู่สบายขนาดนี้ ลื้อยังไม่พอใจอีกเหรอ กะอีแค่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของอั๊ว ถ้าลื้อให้ไม่ได้ก็หย่ากันไปเลย” เมียตวาดถามว่านี่เสี่ยหลงมันขนาดนี้เลยหรือ! “ใช่ ลื้อจำใส่กะลาหัวไว้ว่า ถ้าลื้อไปตอแยอีเพทายอีก อั๊วเลิกกับลื้อแน่ๆ”

ทันทีที่เสี่ยกวงหุนหันออกไป เมียเสี่ยก็โทรศัพท์สั่งบางคนทันที “มาพบฉันเดี๋ยวนี้ มีงานใหญ่ให้พวกแกทำ!”

ฝ่ายเสี่ยลิ่วไปหาเพทายที่คอนโด เล่าเรื่องมีปากเสียงกับเมียให้ฟัง เพทายทำสะบัดสะบิ้งบอกว่ายังไงตนถอยไปจากชีวิตเสี่ยดีกว่า เสี่ยทั้งออดทั้งอ้อนไม่อ๊าว...ไม่อาว...ถ้าเสี่ยไม่มีหนูเสี่ยตายแน่

เพทายทำท่ากลัวมาก กลัวถูกเมียเสี่ยส่งคนมาฆ่า แต่พอเสี่ยบอกว่าจะซื้อบ้านใหม่ให้ จ้างคนใช้ คนสวน คนรถไว้คอยเป็นเพื่อน เพทายก็หายกลัวเป็นปลิดทิ้ง ฉอเลาะว่า

“แหม...เสี่ยดีกับเพทายขนาดนี้ เพทายทิ้งเสี่ย เพทายก็อกตัญญูแล้วล่ะค่ะ” แล้วจูบเสี่ยเอาใจ เสี่ยกอดเธอหัวเราะร่า

“ไอ๊หยา...ชื่นใจเสี่ยจริงๆ”

ooooooo

ไวเท่าความคิด พิไลไปหาอารีย์ที่ห้องพัก บอกอารีย์ว่าตนไม่สบายเดชจึงพามาโรงพยาบาล เดชบอกว่าเธอไม่สบายตนจึงมาเยี่ยม

พิไลพูดให้อารีย์รู้ว่าเดชยังติดต่อกับตนอยู่ อารีย์ถามว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ คงไม่ใช่ต้องการมาเยี่ยมตนเท่านั้น

“ก็ดี ฉันก็ไม่ชอบอ้อมค้อม ฉันต้องการผัวกับลูกฉันคืน” อารีย์ติงว่าเธอเป็นคนทิ้งเดชกับพรรณรายไปเอง “ใช่ แล้วเธอก็ฉวยโอกาสเข้ามาแทรกทันทีไง เธอสุขสบายมามากพอแล้วอารีย์ ในขณะที่ฉันลำบากเลือดตาแทบกระเด็น ขอร้องเถอะนะ ฉันรักพี่เดช แล้วฉันก็เพิ่งรู้ว่า...พี่เดชเองก็ยังไม่ลืมฉัน”

พิไลขอร้องว่า ขอให้ตนได้อยู่ใกล้เดชกับลูกก็พอ ตนอยากอยู่ใกล้ลูก ขอโอกาสตนได้แก้ตัวด้วยเถิด อารีย์ใจอ่อนยอมให้พิไลเข้าไปอยู่ในบ้านแต่ต้องรับปากว่าจะไม่บอกให้พรรณรายรู้ว่าเธอเป็นแม่เด็ดขาด พิไลรีบรับปากทั้งสัญญาทั้งสาบาน พออารีย์พยักหน้า พิไลก็โผกอดอารีย์ ขอบใจแล้วขอบใจอีก

อารีย์กลับบ้าน บอกพรรณราย อัมราและเดชว่า ตนจะให้พิไลมาอยู่ที่บ้านด้วยเพราะพิไลกำลังลำบาก เดชตกใจมากถามว่าเธอมีเหตุผลอะไรที่ทำอย่างนี้ อารีย์ขอไม่ตอบตอนนี้ รับรองว่าอีกไม่นานเขาก็จะรู้เองว่าทำไม พูดเชิงตัดพ้อว่า

“ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เดชไปเกี่ยวข้องกับพิไลเองมันก็คงไม่มีวันนี้หรอกค่ะ” เดชถามว่าพิไลมาหาเธอใช่ไหม ตนจะไปพูดกับพิไลเอง “ไม่ต้องไปหรอกค่ะ เพราะฉันตกลงกับพิไลไปแล้ว เขาจะมาช่วยดูแลพี่เดชกับยัยพรรณด้วย พรรณรายไม่ยอมใครเลย บางทีพิไลอาจจะดูแลยัยพรรณได้ดีกว่าฉัน เขารับปากว่าจะดูแลพรรณรายอย่างดี”

พรรณรายแอบฟังอยู่โดยมีอัมราเตือนว่าแอบฟังผู้ใหญ่คุยกันไม่ดี พรรณรายถูกอัมราลากออกไป แต่เดชกับอารีย์ก็ยังคุยกันต่อ เดชติงว่าถ้าพิไลทำหน้าที่นี้ได้ เขาคงทำไปนานแล้ว อารีย์ติงสีหน้าเรียบๆว่า

“จะโทษใครได้ล่ะคะ พี่เดชเป็นคนกลับไปหยิบยื่นโอกาสให้พิไลเองไม่ใช่เหรอ”

เดชเถียงไม่ออก ได้แต่นั่งกุมขมับอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

แต่พอพิไลได้เข้าไปอยู่ในบ้านจริงๆ อารีย์จัดให้ไปอยู่เรือนเล็กหลังบ้านก็จะขออยู่ตึกใหญ่อ้างว่ายังมีห้องว่าง อารีย์บอกว่าไม่เหมาะ เพราะพิไลมาอยู่ในฐานะแม่บ้าน พิไลจึงยอม แล้วขอตัวไปจัดของที่ห้องพัก

“อีกไม่นานหรอกนังอารีย์ ฉันจะเอาทุกอย่างคืนจากแกให้หมด” พิไลจิกตามองไปที่ตึกใหญ่อย่างแค้นใจ

พรรณรายแอบฟังอารีย์กับเดชคุยกัน เธอบอกอัมราว่าพิไลต้องมีอะไรกับคุณพ่อแน่ๆ เธอมีปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรง กำหนดให้พิไลต้องเรียกคุณแม่ว่าคุณผู้หญิง เรียกคุณพ่อว่าคุณผู้ชาย และเรียกพวกตนทุกคนต้องมีคำว่าคุณนำหน้า ความ “เอาเรื่อง” ของพรรณรายทำให้พิไลจำต้องรับปากว่าจะทำตามที่คุณพรรณรายสั่งทุกอย่าง

ระหว่างนั้นบรรดาหุ่นในห้องหุ่นต่างมองมาทางเรือนเล็กอย่างไม่พอใจ หุ่นนางพยาบาลจะก้าวลงจากแท่น ถูกหุ่นคุณหลวงปรามว่าอย่าเพิ่ง หุ่นนางพยาบาลเตือนว่าผู้หญิงคนนี้จะนำความวุ่นวายมาให้ครอบครัวเดช

“ฉันรู้ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้” หุ่นท่านเจ้าคุณเสียงเข้ม จนหุ่นนางพยาบาลต้องกลับไปยืนที่เดิม

ooooooo

คืนนี้พิไลฝันไปว่าแอบไปเดินสำรวจทรัพย์สมบัติตามห้องต่างๆในบ้าน จนลงไปถึงห้องหุ่นเห็นหุ่นมากมายก็คิดว่าเดชยังปั้นรูปอยู่

พิไลเดินสำรวจหุ่นแต่ละตัว ทุกตัวดูเหมือนของจริง ถูกหุ่นทุกตัวรุมกันหลอกหลอน หุ่นทับยกดาบขึ้นสูง หุ่นชาวนายกเคียวทำท่าจะฟัน หุ่นนักยิงธนูเล็งธนูใส่และหุ่นท่านเจ้าคุณยกไม้ตะพดขู่ ในฝันพิไลตกใจจนเป็นลมหมดสติอยู่แทบเท้าหุ่น บรรดาหุ่นต่างพากันหัวเราะชอบใจ

พอตกใจตื่นตอนเช้า พิไลโล่งอกที่รู้ว่าเป็นแค่ความฝัน แต่ความจริงนาทีนั้นคือชิ้นมาเคาะประตูถามว่ายังไม่ตื่นอีกหรือ พิไลวางเขื่องว่า “ฉันจะตื่นตอนไหนมันกงการอะไรของแกด้วยล่ะ”

“อ้าว..เธอมาเป็นแม่บ้านไม่ใช่หรือ ก็ต้องมาช่วยกันสิ นี่ฉันก็ไปตลาดมาเรียบร้อยแล้ว คุณๆจะทานอาหารเช้ากันตอนเจ็ดโมงตรง อาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบๆมาช่วยกันล่ะ”

พอชิ้นกลับไป พิไลแสยะยิ้ม “ช่วยให้โง่เหรอ ฉันไม่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่เพื่อเป็นคนรับใช้ใครสักหน่อย เชอะ!”

ooooooo

พรรณรายตั้งป้อมกับพิไล เธอจิกไม่ปล่อย ทั้งใช้และแกล้งพิไล ยิ่งเมื่อพิไลทำกร่างไปนั่งโต๊ะอาหารด้วยก็ไล่ว่าไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวควรไปนั่งในที่ของตัวเองคือในครัว

อารีย์บอกพรรณรายว่าอย่างไรเสียพิไลก็เป็นเพื่อนคุณพ่อนั่งทานด้วยกันก็ไม่เป็นไร พรรณรายงอนลุกไปไม่นั่งร่วมโต๊ะด้วย เดชก็บอกว่าตนไม่ค่อยหิวบอกชิ้นให้เอากาแฟไปให้ตนที่ห้องหุ่นด้วย อารีย์บอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปให้เอง ที่โต๊ะจึงเหลือพิไลนั่งอยู่กับอัมรา อัมราทานอาหารเช้าอย่างไม่สบายใจนัก

เมื่ออารีย์เอากาแฟไปให้เดชที่ห้องหุ่น เดชถามว่าที่เธอให้พิไลเข้ามาอยู่ในบ้านต้องการประชดตนหรือ

“ฉันบอกพี่เดชไปแล้วว่าถึงเวลาพี่ก็จะรู้เอง”

“แต่กว่าจะถึงเวลานั้น พี่กลัวว่าบ้านเราจะวุ่นวายจนหาความสงบไม่ได้น่ะสิ” เดชมองอารีย์ที่เดินออกไปกลุ้มๆ

ฝ่ายพรรณรายก็จิกหัวใช้พิไลอย่างหัวไม่วางหางไม่เว้น พิไลเสียงแข็งว่าตนไม่ใช่คนรับใช้นะ

“แต่เธอก็ไม่ใช่เจ้าของบ้าน มาอาศัยเขาอยู่ก็ต้องทำตัวให้มีประโยชน์ จะเอายังไง ถ้าไม่อยากทำก็เก็บเสื้อผ้าออกไปได้เลย” พรรณรายสั่งเฉียบขาด ทำให้พิไลจำต้องทำตาม นึกในใจว่าทำไมถึงร้ายแบบนี้ นิสัยเหมือนใคร?

พิไลแค้นพรรณราย เมื่อเจอสันติมาที่บ้านจึงไปวางอำนาจทำกร่างกับสันติว่าเป็นเด็กวัดมาทำอะไรที่นี่ หาว่าจะมาดูลาดเลาเพื่อมาขโมยของ อัมราถามว่าทำไมคุณน้าพูดแบบนี้ ขณะตอบโต้กันนั้น พรรณรายออกมาถามว่ามีอะไรโวยวายกันลั่น

“พรรณรายมาพอดี รีบไล่ผู้ชายคนนี้ออกไปเลย มันเป็นเด็กวัดให้เข้านอกออกในบ้านง่ายๆ แบบนี้ระวังมันจะพาพวกเข้ามาขโมยของนะ ฉีดน้ำไล่มันไปเลย อารีย์นี่ไม่ไหวเลย ไม่รู้จักดูแลลูก ปล่อยให้คนแบบนี้เข้ามาได้ยังไง”

พรรณรายไม่พอใจหันสายยางฉีดใส่พิไล อารีย์ออกมาเห็นก็ตกใจ เดชกับอารีย์เรียกไปอบรมในห้องนั่งเล่น พรรณรายไม่พอใจมากฟ้องเดชว่าพิไลมาอยู่แค่วันเดียวก็ว่าคุณแม่ ถามว่าเราควรให้เขาออกไปดีกว่า อารีย์บอกให้พรรณรายขอโทษน้าพิไลเดี๋ยวนี้ พรรณรายไม่ขอโทษเพราะตนไม่ผิด

พรรณรายโต้เถียงไม่ยอมลงให้พิไล จนถูกอารีย์ตบหน้า แล้วตัวเองก็หน้าซีดทรุดลงเพราะโรคหัวใจกำเริบ ต้องรีบตามหมอมาดูที่บ้าน หลังจากหมอฉีดยาบำรุงหัวใจให้แล้ว ย้ำกับเดชว่า

“ผมเคยเตือนคุณอารีย์แล้วว่าอย่าเครียด รวมถึงคนรอบข้างก็ต้องคอยดูแลเธอด้วย ผมไม่อยากพูดคำนี้เลย แต่ก็จำเป็นต้องพูด คุณเดชถ้ายังมีเหตุการณ์อย่างนี้อีก คุณอาจเสียคุณอารีย์ไปก่อนเวลาอันสมควรนะครับ”

เดชตกใจ หน้าเครียด แต่ที่มุมหนึ่งข้างหลังเดช พิไลแอบฟังอยู่ แสยะยิ้มอย่างสะใจ!

ooooooo

ขณะอัมราเดินออกมาส่งสันตินั้น เธอปรารภว่า

“อัมสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องอีกนะคะ ลองพี่พรรณไม่ถูกชะตาใครแล้วละก็ คนคนนั้นอยู่ไม่เป็นสุขแน่ ท่าทางคุณน้าพิไลก็เอาเรื่องไม่ใช่เล่นเลยค่ะ” สันติบอกว่าอย่าเพิ่งกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิด บางทีอาจจะไม่เป็นอย่างที่น้องอัมคิดก็ได้ “ขอให้เป็นอย่างที่พี่อาร์ตพูดเถอะค่ะ ไม่งั้นบ้านต้องลุกเป็นไฟแน่ๆ”

แม้จะพูดอย่างนั้นแต่อัมราก็กังวลใจมากจนสันติบอกก่อนแยกไปว่า

“ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ก็ให้บอก พี่เป็นห่วงน้องอัม นะครับ”

ทั้งสองสบตาอย่างเข้าใจกัน พอดีอาทรเดินมาเห็นเขาชะงักแล้วตัดสินใจถอยกลับไป

ooooooo

พรรณรายบอกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมคุณแม่ถึงปกป้องพิไลทั้งๆที่เขาเป็นคนรักเก่าของคุณพ่อ

อารีย์ตกใจถามว่าเอาเรื่องนี้มาจากไหน พอพรรณรายบอกว่าแอบได้ยินพ่อกับแม่คุยกันวันที่น้าพิไลเข้ามาอยู่ในบ้าน

“เรื่องมันนานมากแล้ว ทุกอย่างมันจบไปแล้วล่ะลูก ตอนนี้น้าพิไลเขาน่าสงสาร ช่วยคนตกทุกข์ได้ยากน่ะได้บุญมากนะจ๊ะ แม่แค่ไม่อยากให้ลูกทำกิริยาก้าวร้าวกับน้าพิไล มันบาป สัญญากับแม่ได้ไหมว่าลูกจะไม่ทำอีก”

“ก็ได้ค่ะ นี่พรรณเห็นแก่คุณแม่นะคะ แต่ถ้าวันไหนเขาคิดจะทำให้คุณแม่เสียใจละก็...พรรณเอาเรื่องแน่ คอยดูสิ”

พรรณรายจิกตาร้ายกาจขึ้นมาจนอารีย์มองอย่างไม่สบายใจ

ฝ่ายพิไลยังกร่างไม่เลิก วันนี้ก็เข้าไปในครัวเห็นชิ้นกำลังสับหมูอยู่ ถามว่าแกงจืดอะไรหรือ ชิ้นบอกว่าเต้าหู้หมูสับ ทันใดนั้นก็มีเงาดำวูบเข้ามาที่ร่างชิ้น ท่าทางชิ้นแข็งกระด้างขึ้นทันที พิไลสั่งว่าเสร็จแล้วตักให้ตนสักชาม ชิ้นปฏิเสธ “ไม่”

พิไลไม่พอใจปรามว่ารู้ใช่ไหมว่าตนเป็นเพื่อนเจ้านายของชิ้น เมื่อชิ้นไล่ไม่ไปก็จะเอาปังตอไล่สับ พิไลวิ่งหนีร้องลั่น พอดีอัมราเข้ามา ถามชิ้นว่ามีอะไรให้ช่วยไหม พิไลโวยวายให้อัมราช่วยตนด้วยเพราะชิ้นจะเอาปังตอไล่สับตน

ชิ้นที่กลับมาเป็นคนเดิมทำหน้างงๆ อัมราเองก็ยืนยันว่าตนเข้ามาก็ไม่เห็นมีอะไร กลับถูกพิไลหาว่าสองคนรวมหัวกันแกล้งตน พูดอาฆาตก่อนออกไปท่ามกลางความงุนงงของชิ้นกับอัมราว่า

“รู้จักนังพิไลน้อยไปซะแล้ว เชอะ ฝากไว้ก่อนเถอะ”

พอพิไลกลับถึงห้องก็ยังถูกบรรดาหุ่นแกล้งเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแบบไล่ให้ออกจากบ้าน เปิดตู้ก็เจอหุ่นเด็กหลอกหลอนอยู่ในตู้ พิไลตกใจจนเป็นลม

ในห้องหุ่น บรรดาหุ่นต่างสะใจที่ได้แกล้งพิไล หุ่นนางรำชมหุ่นเด็กว่าทำได้ดีมาก หุ่นเด็กเชื่อว่าคราวนี้คงได้ไปแน่ หุ่นนางรำบอกว่าถ้ายังดื้อด้านตนจะจัดการเอง หุ่นเจ้าคุณเตือนสติว่า

“บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเพราะเวรกรรมที่ผูกพันกันมา อาจไม่มีใครยับยั้งผู้หญิงคนนี้ได้”

“แม้แต่พวกเราหรือครับท่าน” หุ่นทับถาม หุ่นท่านเจ้าคุณพยักหน้าอย่างหนักใจ ทำเอาหุ่นทุกตัวเครียดไปตามกัน

ooooooo

เมื่อพิไลฟื้นขึ้นมา เห็นอัมราเอายาดมมารอจมูกให้ เห็นพรรณรายยืนกอดอกมองอยู่อย่างรำคาญใจและเดชยืนอยู่ใกล้ๆ พิไลอ้อนทันทีว่าให้ช่วยตนด้วย ตนถูกผีหลอก

พิไลยังตกอยู่ในอาการผวา หลอน บอกว่าถูกผีเด็กในตู้เสื้อผ้าหลอกและมีคนแกล้งมาเก็บเสื้อผ้าตนใส่กระเป๋าเหมือนไล่ตนออกจากบ้าน แต่ทั้งอัมรา พรรณรายและเดชกวาดตามอง ทุกอย่างในห้องอยู่ในสภาพปกติ เดชปรามพิไลว่า

“อารีย์กำลังไม่สบาย พวกเราทุกคนยุ่งพออยู่แล้ว ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่ต่อไปก็ขอให้อยู่อย่างสงบ อย่าทำให้ทุกคนต้องวุ่นวายอีก”

“เชอะ ลูกไม้ตื้นๆโง่ๆ จำไว้นะว่าอย่าคิดมาเทียบหรือแทนที่คุณแม่ฉันเด็ดขาด ไม่งั้นเธอได้เห็นฤทธิ์ฉันแน่” พรรณรายกระหนาบ มีแต่อัมราที่พูดอย่างอ่อนโยนให้พิไลพักผ่อนเสียเดี๋ยวตนจะเอายากับข้าวต้มมาให้

อัมราถูกพิไลตวาด หาว่าเธอนั่นแหละตัวดี ชิ้นปรามว่าอย่ามาลามปามกับคุณอัม ก็ถูกพิไลหาว่าทุกคนรวมหัวกันแกล้งตนไล่ทุกคนออกไปให้หมด

“อย่าไปสนใจเลยค่ะคุณอัม ผีเด็กที่ไหนกัน เด็กบ้านนี้ก็มีแต่คุณอ๊อดคนเดียว” ชิ้นบอกอัมราแล้วพากันเดินออกไป

“ใช่แล้ว...ฉันไม่ได้โดนผีหลอกหรอก ไอ้ผีเด็กนั้นมันไอ้อ๊อดลูกพี่เดชนี่เอง ฉันจำได้แล้ว พวกแกคิดจะทำผีหลอกให้ฉันอยู่ไม่ได้ใช่ไหม ดีเราจะได้เห็นดีกัน” พิไลพึมพำอาฆาตมาดร้าย

ชิ้นชมอัมราว่าถอดแบบคุณผู้หญิงมาเป๊ะเลยแบบนี้ต้องเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ส่วนพรรณรายต้องเรียกว่าลูกไม้หล่นไกลต้น

อัมราเตือนชิ้นอย่าพูดดังเดี๋ยวพรรณรายมาได้ยินจะเป็นเรื่องอีก จึงรู้ว่าเดชสั่งขังพรรณรายไว้ในห้องเพราะไม่อยากให้มามีเรื่องกับเพทายที่มาเป็นแบบให้ที่ห้องหุ่น พิไลแอบได้ยิน จึงขึ้นไปหาพรรณรายที่ห้อง

พิไลบอกว่าเอาขนมมาให้ ถูกพรรณรายไล่ให้ออกไป ก็ทำเป็นถามว่า

“ไม่แปลกใจเลย ที่ลูก...เอ้อ...คุณพรรณกลายเป็นเด็กนิสัยเสียแบบนี้ พี่เดชกับอารีย์ลำเอียงจริงๆ เลี้ยงอัมราอย่างรักใคร่ แต่กับคุณพรรณเลี้ยงแบบทารุณโหดร้าย พรรณราย..ฟังดีๆนะ น้ามีเรื่องสำคัญอยากจะบอก”

พรรณรายบอกว่าตนไม่อยากฟังไล่ออกไปจากห้องตนเดี๋ยวนี้ พิไลตื๊อจะพูดให้ได้ สั่งเสียงเข้ม “ต้องฟัง!” แล้วกระชากพรรณรายหันกลับมา ตัวเองกลับช็อกเมื่อเห็นหน้าพรรณรายกลายเป็นหน้าผี ปล่อยพรรณรายถอยกรูดแล้ววิ่งอ้าวออกจากห้อง

“โธ่เอ๊ย...นึกว่าจะแน่ ยังไม่ทันลงมือก็วิ่งหนีไปแล้ว เชอะ!คิดจะมาลองของกับคนอย่างฉันเหรอยัยพิไล”

พิไลวิ่งหูตาเหลือกมาเจอพวกเดชกำลังนั่งทานอาหารกลางวันกันอยู่ที่ศาลาสวนหลังบ้าน พิไลทำท่าจะเข้าไปแต่แล้วก็ชะงัก นึกในใจ

“ถ้าฉันบอกพี่เดชว่าถูกผีหลอกอีกพี่เดชต้องไม่เชื่อแล้วพาลรำคาญฉันแน่” พิไลสงสัยว่าจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางมากกว่าเลยยกมือไหว้ขออย่ามาหลอกหลอนกันเลย สัญญาว่า “ไว้ฉันได้เป็นคุณผู้หญิงบ้านนี้เมื่อไร จะทำบุญกรวดน้ำไปให้” พอดีชิ้นมาจับไหล่ถามว่ามายืนลับๆล่อๆ ทำไมให้เอาน้ำไปให้คุณๆ ตนจะไปเอาผลไม้ในครัว

“เสียใจ ฉันไม่ใช่คนรับใช้ หน้าที่ไม่ใช่” พิไลเชิดใส่ ชิ้นได้แต่มองอย่างระอาใจ

ooooooo

วันนี้ขณะสันติกำลังจะกลับ อัมราถามว่าย่ามเขาล่ะ สันติจึงนึกได้ว่าลืมไว้ในห้องหุ่น เลยพากันลงไปเอา

แต่พอลงไปที่ห้องหุ่น เห็นเดชกำลังเงื้อของบางอย่างเหมือนจะทำลายหุ่นเพทายที่ปั้นเกือบเสร็จแล้ว พอทั้งสองถามว่าทำอะไร เดชบอกว่า ไม่อยากให้หุ่นเพทายเสร็จกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ อัมราบอกว่าตนเคยฟังคุณแม่เล่าเรื่องการตายของคนที่มาเป็นแบบให้ปั้นหุ่น แต่ทุกคนก็ตายเพราะอุบัติเหตุทั้งนั้น

“นั่นสิครับ คุณอาก็เคยเล่าให้ผมฟัง ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับอาถรรพณ์อะไรหรอกครับ คนเรามีเกิดก็ต้องมีแก่มีเจ็บมีตายมันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับคุณอา” สันติเอ่ย

เดชลูบหน้าตัวเองอย่างไม่สบายใจ พยายามตัดความกังวล สันติพูดต่ออย่างเกรงใจว่า

“หลวงตาสอนผมเสมอว่าให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด อย่ายึดติดกับอดีต หรือกังวลกับอนาคตมากเกินไป บางทีสิ่งที่เราคิดอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย หรือสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็ได้” เดชแซวว่านึกว่าหลวงตามายืนเทศน์อยู่ตรงนี้เสียอีก สันติรีบขอโทษที่พูดเหมือนสอนคุณอา

เมื่ออัมราเดินมาส่งสันติที่หน้าบ้าน เธอขอบคุณเขาที่ช่วยพูดให้คุณพ่อสบายใจขึ้น สันติมองหน้าอัมรา

ที่ค่อนข้างเครียดติงว่าตอนนี้คนที่ไม่สบายใจจะเป็นน้องอัมมากกว่า

“ค่ะ อัมกลัวว่าถ้าคุณเพทายเกิดเป็นอะไรไปช่วงนี้ คุณพ่อต้องโทษตัวเองแน่ๆ แล้วคุณพ่อก็จะต้องไม่กล้าปั้นหุ่นอีกต่อไป”

“อย่าเป็นกังวลไปเลยครับน้องอัม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ ทำใจให้สบายนะ” แล้วสันติก็พูดติดตลกให้คลายเครียดว่า เคยอ่านหนังสือเขาว่าผู้หญิงเครียดแล้วจะแก่เร็ว แล้วทำท่าตกใจเหมือนเห็นเธอแก่กับตา

ทั้งสองหัวเราะกันขำๆ เลยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง

คืนนี้ นักข่าวตามมาขอสัมภาษณ์เพทายที่คอนโด เธอบอกว่าวันนี้เหนื่อยมาก เอาไว้มะรืนนี้ตนต้องไปเป็นแบบที่ห้องหุ่นครั้งสุดท้ายที่บ้านเดช นัดให้ไปสัมภาษณ์กันที่นั่นเลย อยากให้ช่วยทำข่าวเรื่องหุ่นของตนด้วย

พวกนักข่าวพากันดีใจที่จะได้ไปสัมภาษณ์เดช สัตยาภา นักปั้นมือทอง ที่ปั้นหุ่นได้เหมือนคนจริงๆ

ooooooo

เช้านี้พิไลวางท่าคุณนายเดินชมนกชมไม้อยู่ในบริเวณสวนหน้าบ้าน เห็นชิ้นเดินหิ้วตะกร้าผ้าผ่านมา จึงเรียกไว้ถามว่าเดชกับอัมราจะไปไหน

พอชิ้นบอกว่าเดชส่งอัมราไปเรียนหนังสือและวันนี้วันศุกร์คงเลยไปรับอ๊อดกลับบ้านด้วย พิไลถามว่าแล้วทำไมไม่ส่งพรรณรายไปเรียนด้วย

“โอ๊ย...รายนั้นน่ะ ต่อให้เอาช้างมาฉุดถ้าไม่อยากไปก็ไม่ไปหรอก คุณพรรณเธอไม่ชอบเรียนหนังสือแต่ไหนแต่ไรแล้ว วันๆเอาแต่ฟังเพลง ดูหนังสือแฟชั่น ไม่เหมือนคุณอัมตั้งอกตั้งใจเรียน ขนาดไม่สบายยังไปเลย”

ชิ้นเอะใจถามพิไลว่าถามทำไม พิไลลอยหน้าบอกว่าก็แค่ถามดู แล้วไล่ชิ้นจะไปไหนก็ไปเลย

“ยัยคนนี้ท่าทางชอบสอดรู้สอดเห็นไม่เบาเลย เห็นทีต้องคอยจับตาซะแล้ว” ชิ้นบ่นงึมงำ

พิไลนับวันผยอง วันนี้ถึงกับขึ้นไปที่ห้องพรรณรายปลุกให้ตื่นไปเรียนหนังสือ พอพรรณรายลุกขึ้นเห็นเป็นพิไลก็อาละวาดทันทีถามว่าเข้ามาในห้องตนทำไม ไล่ให้ออกไป ไม่ทันใจก็ลากเหวี่ยงไปนอกห้อง ด่าก่อนปิดประตูใส่หน้าว่า

“อย่ามาสะเออะ จำไว้นะถ้ายังมาวุ่นวายกับฉันอีก คราวหน้าเจอหนักกว่านี้แน่”

“ให้มันรู้ไปสิว่าฉันจะกำราบลูกตัวเองไม่ได้” พิไลพึมพำอย่างหมายมาด แล้วเดินกะเผลกๆออกไป

อารีย์แง้มประตูดูพิไลด้วยสีหน้าครุ่นคิด...

ooooooo

อาทรที่มีใจกับอัมราเผลอแสดงท่าทีจนสันติรู้สึก สันติจึงหาทางเคลียร์กัน อาทรยืนยันว่าตนรู้สึกกับอัมราเหมือนน้องเพราะเคยดูแลกันมาตั้งแต่เด็กไม่มีอะไร ย้ำกับสันติว่าขอให้จริงใจกับอัมรา มิฉะนั้นตนไม่ยอมแน่

เดชรับอ๊อดจากโรงเรียนกินนอนกลับบ้าน คืนนี้ทั้งครอบครัวจึงนั่งดูทีวีกันอยู่ในห้องนั่งเล่น อ๊อดมองพิไลที่นั่งอยู่ด้วยว่าเป็นใคร อารีย์จึงแนะนำให้ว่าน้าพิไลมาเป็นแม่บ้านที่นี่ บอกให้อ๊อดสวัสดี พิไลมองหน้าอ๊อดแปลกใจว่าไม่เหมือนเด็กที่ตนเคยเจอที่หน้าบ้านตอนที่ตนมาหาเดชแล้วถูกลูกชายเดชออกมาไล่เหมือนหมูเหมือนหมา อ๊อดเองก็ไม่เคยเห็นพิไล

พรรณรายรำคาญเพราะตนจะดูละครบอกให้เงียบๆ หน่อย ทุกคนเลยเงียบ ต่างดูละครบ้างคุยกันเบาๆบ้าง พิไลเห็นความอบอุ่นในครอบครัวและความรักความห่วงใยที่เดชมีต่ออารีย์ก็ริษยา มองด้วยแววตาร้ายกาจ นึกในใจว่า

“คอยดูนะ อีกไม่นาน ฉันจะเอาครอบครัวของฉันคืนมา” คิดแค้นจนเข้าไปในห้องอารีย์ยืนจินตนาการว่าแอบเข้าไปจะฆ่าอารีย์ เดชมาเจอถามว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ พิไลปดว่าตนแค่เข้ามาเผื่ออารีย์ต้องการอะไรเท่านั้น ถูกเดชปรามว่าหน้าที่นี้ตนทำเอง เธอไม่ควรขึ้นมาตึกนี้ตอนกลางคืน

ขณะพิไลเดินออกจากตึกใหญ่ เห็นเดชเดินไปทางเรือนเล็กหลังบ้านก็กระหยิ่มว่าเดชจะไปหาตน รีบเดินไป ปรากฏว่าถูกหุ่นเด็กหลอกเสียจนตกใจร้องโวยวายเข้าบ้าน บรรดาหุ่นในห้องหุ่นต่างมองตามพิไลไปอย่างน่ากลัว

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่เพทายนัดนักข่าวไปสัมภาษณ์ตนที่บ้านเดช มือปืนที่เมียเสี่ยกวงจ้างมาปรากฏตัว สันติเห็นก่อนเขามองอย่างผิดสังเกต มือปืนรู้ตัวจึงหลบออกไป

บุญเรือนกับดำเกิงมาเยี่ยมอารีย์ที่ถูกเดชบอกให้อยู่แต่ในห้องเพราะยังไม่ค่อยสบาย เป็นโอกาสให้พิไลแสดงตัวกับนักข่าวราวกับคุณนาย จนนักข่าวถามว่าเธอคืออารีย์ใช่ไหม ก็ถูกพรรณรายฉีกหน้าว่าไม่ใช่ พิไลเป็นแม่บ้านหรือคนใช้นั่นเอง ทำให้พิไลเสียหน้ามาก พรวดไปต่อว่าอารีย์ที่ห้องว่าเลี้ยงพรรณรายยังไงถึงได้จองล้างจองผลาญตน หรือเธอสอนให้ทำแบบนี้กับตน

บุญเรือนถามว่าพิไลเป็นใครทำไมถึงก้าวร้าวอย่างนี้ อารีย์พูดไม่เต็มปากเต็มคำว่าเป็นเพื่อนเก่าของเดช

“ตายจริงนี่ถ้าคุณอารีย์ไม่บอกพี่ต้องนึกว่าเป็นแฟนเก่าคุณเดชแน่ๆเลยค่ะ” บุญเรือนพูดอย่างรับไม่ได้ เลยถูกดำเกิงติงว่าพูดอะไร บุญเรือนขอโทษอารีย์บอกว่าอย่าคิดมากนะ อารีย์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

เดชไม่สบายใจที่เพทายนัดนักข่าวมาสัมภาษณ์ เขาบอกว่าตนต้องการความเป็นส่วนตัว เพทายสัญญาว่าต่อไปจะไม่ให้มาสัมภาษณ์ที่นี่อีก เธอพอใจที่จะได้มีหุ่นของตัวเอง บอกเดชว่ายังมีอีกเรื่องที่จะขอร้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย และอยากให้เขารับปาก คือวันเปิดตัวหุ่นตอนขึ้นบ้านใหม่อยากให้เขาไปด้วย เดชขอคิดดูก่อน ตอนนี้ขอตัวไปตามเด็กๆมาทำงานต่อก่อน

สันติเห็นเพทายขับรถออกไปมีรถมอเตอร์ไซค์ที่ตนเห็นมาป้วนเปี้ยนเมื่อเช้าขับตามไปด้วยอย่างผิดสังเกต แต่อาทรบอกว่าคงไม่มีอะไร เพทายเป็นคนดังคงไม่มีใครเสี่ยงตายมาทำอะไรหรอก

แต่พอเพทายไปถึงคอนโด เธอถูกคนร้ายตามไปถึงหน้าห้อง ผลักเธอเข้าห้องชักปืนจะยิง เพทายขู่ว่าถ้าเขายิงคนจะต้องได้ยินเสียงปืน รับรองว่าเขาหนีไม่รอดแน่ มันจึงเปลี่ยนเป็นใช้เชือกรัดคอจนเธอแน่นิ่งไป

มือปืนเอานิ้วรอที่จมูกแน่ใจว่าตายแล้วมันมองร่างเพทายนอนลิ้นจุกปากอย่างน่าสยดสยองอยู่ในห้อง!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.