ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"



พิไลวิ่งเก็บของจนวุ่น ในความรู้สึกเหมือนมีใครคอยมองตนอยู่ตลอดเวลา แต่พอเหลียวมองก็ไม่เห็นอะไร มีแต่จิ้งจกเกาะที่ผนังห้อง บ่นตัวเองว่า

“นังพิไลแกนี่ท่าจะบ้าไปแล้ว จิ้งจกมองก็ประสาทไปได้”

เก็บของได้บางส่วนแล้วรีบไปกระชากประตูเปิด วิ่งไปดูก็ไม่เห็นเดชแล้ว

ทันใดนั้นมีเสียงอะไรตกลงมาอย่างแรง พิไลตกใจร้องกรี๊ดสุดเสียงแล้วหมดสติไป

ที่แท้หุ่นนางพยาบาลลงจากเพดานยืนจ้องมองพิไลอย่างน่ากลัว!

เมื่อลุกขึ้นตั้งสติมองไปรอบๆ พิไลพึมพำ “ก็ไม่เห็นมีอะไรสักหน่อย หรือว่าเราจะประสาทหลอนไปเอง”

พิไลสะบัดหัวไล่ความหวาดกลัว บอกตัวเองว่าจะกลัวบ้าอะไรอยู่ ไม่ได้การแล้ว พลางรีบไปแต่งตัวให้ดูดีที่สุด มองตัวเองในกระจกเงาอย่างพอใจ แล้วจึงออกจากบ้านไป

ooooooo

วันนี้อาทรพาสันติไปขึ้นรถตน สันติถามว่าจะไปไหนก็ไม่ยอมบอก จนสันติถามว่าทำไมต้องมีลับลมคมในด้วย

“บอกก็ได้ ฉันจะชวนนายไปซื้อของให้น้องอัม พรุ่งนี้เป็นวันเกิดน้องอัม” พูดแล้วเร่งให้รีบขึ้นรถเลย

“ไม่ล่ะ...ไปเถอะ ฉันไม่มีเงินเหมือนนาย ทุกบาททุกสตางค์ต้องเก็บไว้ใช้เรื่องที่จำเป็นจริงๆ ขอบใจนะที่อุตส่าห์บอก นายไปเถอะ แล้วก็รีบกลับมาให้ทันชั่วโมงเรียนล่ะ”

สันติโบกมือให้อาทรรีบไป ส่วนตัวเองเดินย้อนกลับไปที่คณะ พลางนึกว่าตัวเองจะทำอะไรให้อัมราในวันเกิดดี?

แล้วสันติก็คิดออก ขอให้อัมรามานั่งเป็นแบบให้ตนวาดรูป บอกให้เธอนั่งทำหน้าแบบธรรมชาติสบายๆ อัมราบอกว่าตนทำไม่เป็น อัมราแกล้งนั่งนิ่งไร้อารมณ์บอกให้สันติแนะนำด้วยว่าจะให้ตนทำอย่างไรรูปถึงจะออกมาสวย

“น้องอัมสวยอยู่แล้ว แต่พี่อยากได้แววตาที่แสดงความรู้สึกจากภายในใจจริงๆ”

“นั่นล่ะค่ะที่อัมทำไม่เป็น”

“เอาอย่างนี้ น้องอัมคิดถึงเรื่องที่ตัวเองมีความสุข หรือประทับใจอะไรก็ได้ เดี๋ยวความรู้สึกมันก็จะออกมาทางแววตาเอง”

“อ๋อ...ได้ค่ะ” อัมราขยับนั่งท่าสบายๆ ทำตามคำแนะนำของสันติ...เธอคิดถึงเหตุการณ์ที่สันติไปช่วยตนจากที่เกือบถูกรถชน และคิดถึงตอนที่ตนเดินสะดุดหินจะล้มแล้วสันติประคองเธอไว้ในอ้อมแขน คิดแล้วความสุขจากภายในก็เป็นประกายที่แววตาสดใส สันติที่กำลังวาดรูปถึงกับมองตะลึง

พอวาดเสร็จอัมราจะขอดู สันติไม่ให้ดูบอกว่าเพิ่งร่างเค้าโครงหน้าเท่านั้น ยังต้องไปลงรายละเอียดอีกมาก

“แล้วจะบอกอัมได้หรือยังคะว่าจะวาดไปทำไม” สันติบอกว่าเป็นความลับ “แน้...พี่อาร์ตขี้โกงนี่นา บอกหน่อยไม่ได้เหรอคะ” อัมราแกล้งงอน แต่สันติก็ยังส่ายหน้าไม่ให้ดู นึกได้ถามว่า

“ตอนเป็นแบบสีหน้าแววตาน้องอัมดูมีความสุข มากๆ บอกหน่อยได้ไหมครับว่าตอนนั้นน้องอัมคิดเรื่องอะไรอยู่”

“เป็นความลับค่ะ” อัมราแกล้งคืน แล้วต่างก็หัวเราะกัน พลันสันติก็ชะงักมองเลยไหล่อัมราไปบอกว่า

“นั่นมันป้าพิไลเพื่อนคุณอาเดช ที่พี่เล่าให้ฟังไงครับ” สันติพูดไม่ทันขาดคำ พิไลก็ปราดเข้ามาถามสันติอย่างไม่สนใจอัมราว่า

“นี่เธอ...พี่เดชสอนอยู่ที่นี่ใช่ไหม”

เดชขับรถเข้ามาพอดี พอเห็นพิไลเขารีบเลี้ยวรถกลับออกไปทันที อัมรามองแปลกใจ พิไลไม่เห็นเพราะกำลังคาดคั้นสันติอยู่ว่าเดชสอนอยู่ที่นี่ใช่ไหม พอสันติบอกว่าใช่ พิไลสั่ง “งั้นไปตามพี่เดชมาให้ฉันหน่อยฉันจะรออยู่แถวนี้”

อัมรารีบขัดขึ้นว่าวันนี้คุณพ่อไม่มีสอน ถามว่าคุณป้ามีธุระอะไรกับคุณพ่อหรือ ถูกพิไลตอบเสียงขุ่นว่าเรื่องของผู้ใหญ่เด็กไม่เกี่ยว ไม่อยู่ก็แล้วไป แล้วสะบัดกลับไป

สันติกับอัมรามองอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะอัมรารู้สึกท่าทางพิไลแปลกๆ

ooooooo

คืนนี้อารีกับอัมราและพรรณรายนั่งรอเดชกลับมาทานข้าวด้วยกัน อารีย์เปรยๆว่า

“ทำไมคุณพ่อยังไม่กลับอีก ไม่เห็นบอกแม่เลยว่าจะกลับมืด”

“จริงด้วย วันนี้มีเพื่อนคุณพ่อมาหาที่มหา’ลัยด้วยค่ะ” อารีย์ถามทันทีว่าเพื่อนที่ไหนหรือ “อัมลืมบอกคุณแม่ไป วันนี้พี่อาร์ตเจอคุณพ่อที่วัดค่ะ ตอนจะกลับเห็นว่าเจอเพื่อนเก่า คุณพ่อเลยไปกับเพื่อนคนนั้น”

“รู้ไหมลูกว่าเพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง”

“ผู้หญิงค่ะ แล้วตอนบ่ายๆเขาก็มาที่มหา’ลัยอีกแต่ไม่เจอคุณพ่อค่ะ”

“ใครกัน ปกติไม่เห็นคุณพ่อจะมีเพื่อนผู้หญิงเลย” พรรณรายพึมพำสงสัย

“เหมือนจะชื่อ พิไลค่ะ”

อารีย์ช็อกทำช้อนตกเสียงดัง อัมรากับพรรณรายมองแม่อย่างตกใจ อารีย์รีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไรมือแม่ไม่ค่อยมีแรง อัมราถามว่าคุณแม่ไม่สบายอีกหรือเปล่า

“ไม่จ้ะ แม่สบายดี...เอ้าทานข้าวกันต่อเถอะ”

อารีย์ชวนคุยโน่นนี่กลบเกลื่อนจนอัมรากับพรรณรายไม่ติดใจสงสัย

ooooooo

พอเดชกลับมา เขาพาอัมราไปห้องหุ่นอย่างรีบร้อน จนอัมราถามขณะเดินลงบันไดไปว่าคุณพ่อมีอะไรกับตนหรือ

“วันนี้อัมเห็นพ่อที่มหา’ลัยใช่ไหม ผู้หญิงคนนั้นเขามาทำไม” อัมราถามว่าเขาเป็นเพื่อนคุณพ่อไม่ใช่หรือ “ใช่...เขามาพูดอะไรกับลูก”

อัมราบอกว่าเขามาถามหาคุณพ่อ เดชถามว่าแค่นั้นหรือ

“ค่ะคุณพ่อก็เห็นเขา แล้วทำไมคุณพ่อต้องรีบขับรถหนีล่ะคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คือเขาเดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พ่อก็ช่วยไปหลายครั้งแล้ว อัมอย่าบอกเรื่องนี้กับแม่ได้ไหม คือพ่อไม่อยากให้แม่เขาไม่สบายใจน่ะ”

“คุณแม่รู้แล้วค่ะ” อัมราหน้าเสีย เดชหน้าเสียยิ่งกว่า เขาอึ้งไปนาน อัมราบอกว่า “แต่คุณแม่ไม่เห็นพูดอะไรเลยนี่คะอัมว่าการที่คุณพ่อช่วยเหลือเพื่อนเก่าที่เดือดร้อน คุณแม่คงเข้าใจค่ะ”

“ก็คงงั้น...เราขึ้นข้างบนกันเถอะลูก”

เดชนำอัมราไปนั่งที่เก้าอี้พักผ่อน อารีย์นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อีกมุมหนึ่งอยู่แล้ว หุ่นทุกตัว...มองอารีย์อย่างโกรธเดชแทน...

ooooooo

พิไลกลับเข้าห้องถูกหุ่นแกล้งทำโน่นนี่หล่นปึงปังโครมครามซ้ำไฟดับ มีเสียงคนเดินไปมาอีก กลัวจนหนีออกไปหาหลวงตาที่ศาลาวัดลนลานบอกว่าตนถูกผีหลอก

หลวงตาที่มาเจอสันติกำลังลงรายละเอียดในรูปวาดอัมราเสร็จพอดี กำลังจะชวนกันกลับกุฏิ หลวงตาหลับตาเห็นพวกหุ่นกำลังเดินกันมาช้าๆ ท่าทางน่ากลัว หลวงตาจึงพึมพำสวดมนต์ ทำให้หุ่นพวกนั้นท่าทางอ่อนโยนลง มองมาทางหลวงตา

“การทำร้ายคนเป็นบาป อย่าก่อเวรสร้างกรรมกันเลย กลับไปเสียเถอะ”

พวกหุ่นยกมือไหว้หลวงตาแล้วพากันกลับ แต่พิไล ยังไม่กล้ากลับขอสายสิญจน์หรือพระดีๆจากหลวงตา

“ของพวกนั้นน่ะไม่จำเป็นหรอก ถ้าโยมไม่คิดร้ายกับใครก่อนก็ไม่มีใครทำร้ายโยมได้ เชื่ออาตมาสิ คนเราเวลามาก็มาตัวเปล่า เวลาละโลกไปก็ตัวเปล่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่หมั่นทำความดีไว้ดีกว่านะโยม ความดีเท่านั้นที่จะคุ้มครองโยม”

สันติถามพิไลอย่างมีน้ำใจว่ามีอะไรจะให้ตนช่วยไหม พิไลพูดดูถูกว่าเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะแล้วสะบัดไป สันติมองตามถอนใจแต่สีหน้าสงบนิ่ง แล้วเดินตามหลวงตากลับกุฏิ

ooooooo

วันนี้เป็นวันเกิดอัมราแล้ว เพื่อนๆมีนุชนารถกับอาทรมาที่โต๊ะของกลุ่มก่อน นุชนารถเอาผ้าเช็ดหน้าน่ารักให้เป็นของขวัญ อาทรมอบตุ๊กตาน่ารักให้

อัมราดีใจชมว่าผ้าเช็ดหน้าน่ารักมาก เอากล่องของขวัญที่อาทรให้ไปเปิดดู เป็นตุ๊กตาน่ารัก

“โห...ตุ๊กตาน่ารักจัง ขอบคุณค่ะพี่ออย”

จุ๊บยืนมองอยู่อย่างหมั่นไส้ พอสันติมาเธอพูดแก้เกี้ยวว่าตนไม่ทันได้เตรียมของขวัญชวนสันติไปซื้อของขวัญให้อัมราด้วยกัน สันติบอกว่าตนเตรียมมาแล้ว พลางเอาม้วนกระดาษที่วาดรูปอัมราให้ บอกว่า

“พี่ไม่มีอะไรที่มีค่านอกจากของขวัญที่ทำจากใจครับ ขอให้น้องอัมมีความสุขสมหวังในทุกๆสิ่งที่ต้องการ”

อัมรารับม้วนกระดาษจากสันติไปเปิดดู อุทานอย่างตื่นเต้นมากว่าที่แท้ความลับของเขาคือของขวัญวันเกิดให้ตนนี่เอง เธอขอบคุณสันติบอกเขาว่า

“อัมชอบมากที่สุดเลยค่ะ เป็นของขวัญที่ถูกใจที่สุดเลย”

นุชนารถมาดู ชมว่าเหมือนมาก วาดเก่งจังเลย จุ๊บมองอย่างไม่พอใจ สังเกตเห็นอาทรหน้าเจื่อนเมื่อเห็นอัมราวางตุ๊กตาของตัวเองไว้ข้างๆ แล้วชื่นชมรูปวาดและสบตากับสันติอย่างรู้กัน

จุ๊บหลบไปซื้อขนมห่อหนึ่งมาให้อัมราเป็นของขวัญวันเกิด อัมราเกรงใจบอกว่าที่จริงไม่ต้องเสียเงินไปซื้อมาเลย

“แหมไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ทั้งพี่ ออย แล้วก็อาร์ต ก็เห็นน้องอัมเป็นน้องสาวคนหนึ่งวันเกิดทั้งทีไม่มีอะไรให้ได้ไง” แล้วทำทีชะโงกดูรูปวาด “ฝีมืออาร์ตเขาดีจริงๆ นะเนี่ย ปั้นก็เก่ง วาดรูปก็เหมือน น้องอัมคงชอบรูปนี้มากสิคะ”

“ค่ะ อัมชอบมาก”

“เหมือนพี่เลยค่ะตอนแรกที่อาร์ตเขาวาดรูปให้พี่นะ โอ๊ย...พี่งี้ ตื่นเต้นยิ่งกว่าน้องอัมอีก” อัมราชะงักถามว่าพี่อาร์ตเคยวาดรูปให้พี่จุ๊บด้วยหรือ “ค่ะ...แหมดูแล้วจะว่าคุย พี่น่ะเป็นนางแบบคนแรกของอาร์ตเขาเลยล่ะ คิดแล้วก็ยังขำไม่หายเลย พี่ไม่อยากเป็นเพราะไม่ชอบนั่งนิ่ง แต่อาร์ตก็อ้อนวอนทำทุกอย่างที่พี่ขอเลยนะเพราะอยากให้พี่เป็นนางแบบให้ เขาบอกว่าอยากวาดรูปพี่เป็นคนแรก แต่พอรูปเสร็จออกมาก็คุ้มจริงๆค่ะ”

จุ๊บพูดเสียจนอัมราจ๋อยไป จุ๊บแอบมองอย่างสะใจ

ooooooo

อาทรยังทำใจไม่ได้ที่อัมราปลื้มกับรูปวาดของสันติมากกว่าตุ๊กตาที่ตนให้ จนเวลาเรียนก็ไม่มีสมาธิ สันติถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า หยอกเพื่อนว่าทำหน้าเหมือนคนอกหัก ทำให้ออยฮึดขึ้นมาไม่ยอมเสียเชิง กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม

“ไปหาอะไรกินกันก่อนนะ สงสัยคงหิวเลยไม่มีสมาธิ” สันติบอกอาทร พออาทรลุกไปเขามองขำๆ แล้วปั้นรูปต่อไป

ฝ่ายนุชนารถคุยกับอัมราอย่างตื่นเต้นขณะเดินอยู่ที่หน้าตึกคณะว่า ตนเคยอ่านหนังสือบอกว่าผู้ชายที่วาดรูปให้ผู้หญิงแสดงว่าเขาต้องสนใจเรามากเลย บอกว่า “สงสัยพี่อาร์ตต้องปิ๊งเธอแน่ๆเลย เพราะคนอย่างพี่อาร์ตไม่วาดรูปให้ใครง่ายๆ ถ้าพี่เขาไม่สนใจ”

แม้จะยังรู้สึกปลื้มกับรูปวาดแต่คำพูดของจุ๊บที่บอกว่าสันติวาดรูปให้ตนเป็นคนแรกก็ทำให้อัมราจ๋อยไป บอกนุชนารถว่า “พี่อาร์ตก็เคยวาดรูปให้พี่จุ๊บเหมือนกัน แถมพี่จุ๊บยังเป็นนางแบบคนแรกให้พี่อาร์ตวาดด้วย”

พอนุชนารถรู้ว่าอัมรารู้เรื่องนี้จากจุ๊บก็ชี้ว่าจุ๊บชอบอาร์ตอยู่เลยพูดโน่นนี่ให้เข้าใจผิดกัน บอกอัมราว่าเราไปถามพี่อาร์ตกันเลยดีไหมว่าพี่จุ๊บเคยเป็นนางแบบคนแรกของพี่อาร์ตจริงหรือเปล่า อัมราติงว่าน่าเกลียดถ้าจู่ๆก็ไปถามเรื่องแบบนี้

“ไปเถอะน่า ไม่ถามทื่อๆออกไปหรอก ฉันมีวิธีไปเร็ว” นุชนารถดึงแขนอัมราไปทันที

หลังจากจุ๊บบอกอัมราว่าสันติเคยวาดรูปให้ตนจนอัมราหงอยไปแล้ว จุ๊บก็มายุแหย่ทางสันติอีกทางว่าอาทรหงอยไปเพราะอาทรชอบอัมราแต่เมื่อรู้ว่าสันติมีใจให้อัมราอาทรก็ซีดน่าสงสาร แล้วยุสันติว่าเรามาช่วยกันทำให้อาทรสมหวังดีไหมเพราะพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายก็อยากให้ดองกัน เห็นสันติลังเล จุ๊บชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูสันติว่า

“แต่อาร์ตห้ามบอกออยเด็ดขาดนะว่าจุ๊บบอก”

อัมรากับนุชนารถมาเห็นพอดี มองจากมุมที่เห็นเหมือนสองคนกำลังจุ๊บกันอยู่ อัมราถึงกับน้ำตาไหลหันหลัง

เดินกลับไปทันที เช็ดน้ำตา สูดลมหายใจลึกๆ ปลุกใจตัวเองให้เข้มแข็ง เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว

ooooooo

แม้อารีย์จะมีอะไรในใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเดชกับพิไล แต่เธอก็ยังคงดูแลเขาอย่างปกติ วันนี้เธอเอากาแฟไปให้เขาที่ห้องหุ่น เดชจะสารภาพความจริงกับเธอ เพียงแต่เอ่ยชื่อพิไล ก็ถูกอารีย์ตัดบทว่า

“พี่เดชก็เคยช่วยเขาใช่ไหมคะ ฉันรู้แล้วล่ะค่ะ” พูดแล้วไปยืนร้องไห้อยู่ที่หน้าห้องอย่างพยายามฝืนความรู้สึกตัวเอง

เดชรู้สึกผิด เขาหันไปมองหุ่นทุกตัว พูดกับหุ่นเหมือนจะให้เป็นพยานว่า

“ผมจะไม่ทำผิดกับอารีย์อีกเด็ดขาด ผมสาบาน ถ้าผมผิดคำพูด ขอให้ผมมีอันเป็นไป”

เพทายกับพรรณรายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดเวลา วันนี้พอเพทายมาถึงก็สั่งให้พรรณรายกับอัมรามาช่วยตนถือเสื้อผ้าหน่อย พรรณรายเชิดใส่ อัมราที่กำลังรดน้ำต้นไม้จึงให้พรรณรายช่วยถือสายยางแล้วตัวเองไปช่วยเพทาย

“ยังไม่มีใครมาเลยค่ะ แต่คุณพ่อรออยู่ในห้องหุ่นแล้ว” อัมราบอก เพทายมองอย่างไม่ชอบใจที่อัมรากับพรรณรายไม่ไหว้ตน ทำให้พรรณรายยิ่งหมั่นไส้ทำเป็นยกมือไหว้ทั้งสายยาง น้ำเลยฉีดตัวเพทายเปียก เธอยิ่งโมโหโวยวายใส่พรรณราย อัมราจึงขอโทษแทนพี่สาว ร้อนใจที่เสื้อผ้าเพทายเปียก

“ฉันมีเสื้อผ้าสำรองอยู่ในรถหลายตัว” เพทายบอกแล้วจิกตาไปทางพรรณราย “ฝากไว้ก่อนเถอะแก!”

เมื่อลงไปที่ห้องหุ่น เห็นเดชกำลังปั้นรูปตนอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ เพทายเห็นเขาผิดกับผู้ชายอื่นที่พอเห็นความเซ็กซี่ของตนก็ดี๊ด๊า เลยจะยั่วต่อมกระสันของเขา ทำทีว่านั่งนานจนขาชาขอพักสักครู่ แทนที่เดชจะฉวยโอกาสนวดให้ เขากลับบอกว่า

“ได้ครับถ้าอย่างนั้นค่อยๆลุกนะครับลองเดินไปมาเปลี่ยนอิริยาบถคุณอาจจะดีขึ้น”

เพทายแกล้งลุกเร็วๆ แล้วเซจะล้มเดชรีบประคองไว้ เธอชม้ายมองอย่างยั่วยวน เดชรีบผละออกอย่างเร็ว ขอโทษเธอแล้วบอกให้พักสักครู่ก็ได้ ตนขอตัวไปดูเด็กๆ เพราะสายแล้ว บ่นๆว่าทำไมถึงยังไม่มากันอีก

แต่เพทายกลับคิดว่าเดชรีบออกไปเพราะกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้ พึมพำพอใจว่าเสน่ห์ตนยังใช้ได้ทีเดียว

บรรดาหุ่นในห้องไม่พอใจพฤติการณ์ของเพทายเลยแกล้งกระชากผมบ้าง พอเธอจะนั่งก็เลื่อนเก้าอี้หลบจนเธอหงายก้นกระแทกพื้น ลุกขึ้นบ่นอย่างหงุดหงิด “ปั้ดโธ่! นี่มันอะไรกัน” ส่วนพวกหุ่นพากันจ้องเพทายอย่างน่ากลัว

ooooooo

อาทร สันติ และจุ๊บเพิ่งมาถึงบ้านเดช อัมราถามว่าทำไมวันนี้ถึงมาช้ากัน จุ๊บรีบบอกว่าเพราะตนตื่นสายสันติเลยต้องรอนาน แล้วพูดยั่วอัมราว่า

“แต่อาร์ตน่ารักมากเลยไม่บ่นสักคน ไม่เหมือนนายออย บ่นตั้งแต่บ้านถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกบ่นอีก ตาแก่!”

อัมราบอกให้ไปทานข้าวกันก่อน สันติบอกว่าตนทานมากับจุ๊บแล้ว อาทรเลยยกยอดตัวเองไปทานพร้อมกันมื้อเที่ยงก็แล้วกัน

พอถึงมื้อเที่ยง ทุกคนทานอาหารที่เตรียมไว้อย่างเอร็ดอร่อย แต่เพทายทำท่ากินไม่ลง เลยถูกพรรณรายแขวะว่ากินฟรีแล้วยังจะเรื่องมาก ทั้งสองเหมือนขมิ้นกับปูนเจอกันทีไรปะทะกันทุกที พรรณรายถูกเดชตบหน้าที่โต้เถียงเพทายอย่างไม่ลดละ ซ้ำยังให้เธอขอโทษเพทายด้วย พรรณรายขอโทษอย่างขอไปที เดชจึงบอกให้ทุกคนทานข้าวกันได้แล้ว

ระหว่างทานข้าว อัมราสังเกตท่าทีของสันติกับจุ๊บ ยิ่งเห็นเขาตักอาหารให้จุ๊บ อัมราก็ยิ่งเชื่อว่าทั้งสองสัมพันธ์กันเกินเพื่อน เธอก้มหน้าก้มตาทานอาหารอย่างข่มใจตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของอาทรที่มองอย่างสังเกต

ตกเย็นเมื่อเลิกงาน เพทายออกไปที่รถของตัวเอง ที่จอดอยู่นอกรั้ว เธอตกใจผงะเมื่อเห็นที่กระจกหน้ารถถูกเขียนด้วยสีเลือดว่า

“แกตาย!”

เพทายหันขวับมองไปในบ้านเดชอย่างแค้นสุดขีด คิดว่าถูกพรรณรายแกล้ง พรวดพราดกลับเข้าไปด่าทอพรรณรายว่าแกล้งตน เข้าไปเจออัมราเธอตวาดถามว่า “พี่สาวเธออยู่ไหน!” พออัมราบอกว่าอยู่ในห้องรับแขกกับคุณพ่อคุณแม่ เธอก็ลิ่วไปตบหน้าพรรณรายด่า “นังเด็กบ้า!” หาว่าพรรณรายเป็นคนเอาเลือดไปเขียนที่หน้ารถตน

พรรณรายบอกว่าตนไม่ได้ทำ เพทายไม่เชื่อ บอกเดชว่าจะไม่มาเป็นแบบให้อีกแล้วเดี๋ยวถูกยัยเด็กโรคจิตนี่ฆ่าตาย

“นังบ้า แกน่ะสิโรคจิต ฉันจะฆ่าแก” พรรณรายเดือดเลือดขึ้นหน้า ถูกเดชปรามว่าเลิกบ้าได้แล้ว “ไม่ค่ะ ไม่...พรรณจะฆ่ามัน มันใส่ร้ายพรรณ”

พรรณรายถูกเดชลากถูลู่ถูกังออกไปจากห้อง เพทายมองพรรณรายที่ถูกลากออกไปอย่างสาแก่ใจ

เดชลากพรรณรายเข้าไปขังไว้ในห้องหุ่น ปรามว่า

“สงบสติอารมณ์อยู่ในห้อง ห้ามออกไปจากห้องหุ่นจนกว่าพ่อจะอนุญาต ถ้าไม่เชื่อกันอย่าหาว่าพ่อใจร้ายนะพรรณราย” แล้วเดินออกจากห้องหุ่นไป พรรณรายกรีดร้องอย่างเจ็บใจจนบรรดาหุ่นเหลือบมองอย่างไม่พอใจ แต่เธอไม่เห็น

ooooooo

เป็นเรื่องใหญ่เมื่อเพทายไม่ยอมเป็นแบบให้อีก เดชขอร้องให้เธอกลับไปคิดอีกที สบายใจแล้วค่อยคุยกัน บอกให้เธอกลับไปก่อนตนจะทำความสะอาดรถแล้วค่อยไปส่งให้

เพทายมองไปที่สันติบอกเดชว่าให้สันติเอาไปส่งก็ได้ ให้เดชอยู่จัดการกับพรรณรายดีกว่า ชะม้ายไปทางสันติบอกว่าเดี๋ยวให้ขับรถไปส่งตนหน่อย จุ๊บโวยว่าแล้วตนจะกลับกับใครล่ะ อาทรพูดเสียงปนรำคาญว่า

“ก็กลับคนเดียวสิ ให้อาร์ตไปส่งคุณเพทายน่ะดีแล้ว จะได้กล่อมเธอ หรืออยากจะต้องเริ่มหานางแบบกันใหม่”

จุ๊บเลยจำต้องเงียบ

ฝ่ายพรรณรายอาละวาดอยู่ในห้องหุ่น เหลือบเห็นหุ่นเพทายที่เดชปั้นค้างอยู่ก็เจ็บใจ เมื่อทำคนไม่ได้ก็หันไปทำหุ่น พยายามผลักหุ่นจะให้ล้มแต่หุ่นก็ไม่ล้มจนเธองง ที่แท้หุ่นท่านเจ้าคุณเอาไม้ตะพดยันหุ่นไว้ไม่ให้ล้ม ท่านพึมพำว่า

“เธอนี่เกเรไม่เลิกนะพรรณราย”

แต่พรรณรายก็หาวิธีจะทำลายหุ่นให้ได้ ถูกหุ่นทับต้านพลังเธอไว้จนพรรณรายงงว่าเกิดอะไรขึ้น พูดอย่างแค้นใจว่า

“ให้มันรู้ไปว่าฉันจะทำลายแกไม่ได้!” พรรณรายทุ่มแรงเข้าทำลายหุ่นอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ถูกหุ่นทั้งหลายช่วยกันต้านช่วยกันแกล้งคืน จนพรรณรายแปลกใจ มองไปเห็นหุ่นทุกตัวจ้องมาที่ตนเขม็งก็ตกใจร้องว้ายแล้ววิ่งหนีออกจากห้องหุ่นไป

พรรณรายออกไปบอกอารีย์กับเดชว่าที่ห้องหุ่นมีผี เดชหาว่าเธอทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เดชก็ยังไม่เชื่อหาว่าเธอโกหกบอกว่าไม่ยอมอยู่ในห้องหุ่นก็ไม่เป็นไรงั้นให้ไปล้างรถของเพทายแทน อารีย์จะติงก็ถูกเดชตัดบทว่าอย่าเข้าข้างพรรณรายอีกเลย ถ้าเธอไม่อยากให้ลูกนิสัยเสียไปกว่านี้ ต่อไปตนจะจัดการเอง ทำให้อารีย์เริ่มเขวเหมือนกัน อัมราถามว่าคุณแม่เชื่อที่พี่พรรณพูดหรือเปล่า จึงได้รับคำตอบแปลกๆว่า

“สงสัยแม่คงเลี้ยงยัยพรรณมาผิด ถึงได้เป็นอย่างนี้ เฮ้อ...”

ooooooo

สันติเอารถของเดชไปส่งเพทายที่คอนโด เพทายพยายามอ่อยสันติแต่เขาระมัดระวังตัวส่งเธอแล้วก็รีบกลับ พอลิฟต์มาสันติเห็นชายฉกรรจ์สองคนเดินเถียงกันออกจากลิฟต์ เขามองตามเห็นด้ามปืนโผล่จากกระเป๋าหลังของคนหนึ่ง

ปรากฏว่าชายสองคนนี้เป็นลูกน้องเมียของเสี่ยที่มาติดพันเลี้ยงดูเพทาย ทั้งสองเข้าไปคุกคามเพทายในห้องว่าถ้าอยากเป็นดาราต่อไปก็ให้เลิกยุ่งกับเสี่ยเสีย พวกมันคิดกันว่าถ้าเรา “จัดการ” เพทายได้ ต่อไปเสี่ยก็คงไม่สนใจเธออีก

โชคดีที่สันติฉุกคิดเฉลียวใจกับการพูดคุยและท่าทางผิดปกติของทั้งสองซ้ำมีปืนด้วย เขารีบขึ้นไปที่ห้องเพทาย เจอเธอกำลังถูกพวกมันสองคนกลุ้มรุมเพทายอยู่ สันติช่วยเพทายไว้ได้ ทำให้เพทายซาบซึ้งใจมากยอมที่จะเป็นแบบให้ต่อไป

สันติกลับมาเจอเดชกำลังคาดคั้นหาว่าพรรณรายเป็นคนแกล้งเอาเลือดไปเขียนที่หน้ากระจกรถของเพทาย สันติมาเล่าเรื่องลูกน้องเมียเสี่ยไปคุกคามเพทายรวมทั้งเรื่องเอาเลือดไปเขียนที่หน้ารถด้วย พรรณรายต่อว่าเดชว่าพ่อเอาแต่เชื่อคนอื่นไม่เชื่อตนและไม่รักตน เธอวิ่งหนีไปอย่างน้อยใจ อารีย์รีบตามไป
เดชจึงให้อัมราไปส่งสันติที่หน้าบ้าน

ระหว่างเดินไปส่งสันตินั้น อัมราถามอาร์ตว่าเคยวาดรูปให้จุ๊บด้วยใช่ไหม พอเขายอมรับทำให้อัมรายิ่งมั่นใจว่าเขากับจุ๊บสัมพันธ์กันไม่ปกติ เธอจึงยิ่งห่างเหินเขา อาทรผิดสังเกตกับท่าทีของสองคนนี้ อาทรถามว่าเกิดอะไรขึ้น นุชนารถจึงเล่าให้ฟังว่า มีคนทำให้เกิดปัญหาขึ้น

เมื่อเจอจุ๊บ อาทรถามตรงๆว่าสนุกมากนักหรือที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดกัน จุ๊บทำไขสือ อาทรจึงเท้าความเรื่องที่สันติวาดรูปให้เธอว่า จำได้ว่าตอนนั้นเธอเป็นคนรบเร้าอ้อนวอนให้สันติวาดรูปเธอเอง แต่เธอไปพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดกัน

“เข้าใจผิดตรงไหน ฉันช่วยไม่ให้น้องอัมของนายเข้าใจผิดคิดเพ้อฝันไปข้างเดียวต่างหาก”

“ใช่ นายอาร์ตชอบน้องอัม” อาทรยืนยัน จุ๊บโต้ว่าไม่จริง สันติเดินมาข้างหลังพูดแทรกขึ้นว่าไม่จริง แล้วชี้แจงกับอาทรว่า อย่าไปต่อว่าจุ๊บเลย ตนผิดเองที่ทำอะไรไม่คิดให้ดี ชี้แจงว่า

“ความจริงฉันไม่ควรไปสนิทสนมหรือวาดรูปให้น้องอัม มันไม่เหมาะ เพราะอาจทำให้เขาเข้าใจผิด” สันติยืนยันว่าตนชอบอัมราแบบน้องสาวเท่านั้น แล้วรวบรัดตัดบทว่า “เอาล่ะฉันว่าเราจบเรื่องนี้กันเถอะ ถึงเวลาเรียนแล้ว”

สันติเดินไปกับจุ๊บ อาทรยังยืนงงอยู่ พอหันไปก็เห็นอัมรายืนน้ำตาคลอเพราะเธอได้ยินการสนทนาทั้งหมดแล้ว

ooooooo

อารีย์เข้าไปในห้องหุ่นเห็นเดชยืนมองรูปปั้นเพทายเหม่อๆ จึงจะกลับขึ้นไป เดชเรียกไว้บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย อารีย์ถามว่าเรื่องพิไลใช่ไหม

เดชถามงงๆว่าเธอรู้? อารีย์บอกว่าเราอยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปีแล้วทำไมตนจะดูไม่ออก ตนรู้ตนเข้าใจแค่รอเวลาที่เขาจะเล่าให้ฟังเองเท่านั้น

เดชขอโทษอารีย์บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น กับเธอคือความรักแต่กับพิไลคือความสงสาร อารีย์ถามว่าแล้วเขาจะจัดการอย่างไรต่อไป เดชสัญญาว่าจะไม่ไปพบพิไลอีก อารีย์ถามว่าแล้วพิไลจะยอมหรือ เดชไม่ทันตอบอะไร ชิ้นก็เข้ามาบอกเดชว่ามีโทรศัพท์จากคุณพิไล บอกว่าให้มารับสายให้ได้ เธอมีเรื่องด่วนมากๆเลย

“ไปรับเถอะค่ะ ถ้าพี่เดชแน่ใจว่าจะตัดขาดจากพิไลได้จริงๆ ก็พูดกับเขาให้รู้เรื่อง หลบหน้าแบบนั้นมันไม่เกิดประโยชน์อะไร” พอเดชออกไป อารีย์หันมองหุ่นในห้อง ถามอย่างปวดร้าวว่า “ช่วยบอกฉันทีได้ไหมคะว่าฉันควรทำยังไงดี”

พิไลหลอกเดชว่าถ้าเขาไม่มาตนจะฆ่าตัวตาย เดชตกใจคว้ากุญแจรถได้ก็รีบออกไป อารีย์เห็นความเร่งร้อนของเขาแล้วก็เสียใจจนโรคหัวใจกำเริบ อัมรากับพรรณรายต้องรีบเรียกรถพยาบาล

พิไลชะเง้อมองอยู่หน้าบ้านพอเห็นรถเดชมาก็แกล้งทำท่าจะตายให้ได้ เดชตกใจรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาล

เดชเจออัมรากับพรรณรายจึงรู้ว่าอารีย์โรคหัวใจกำเริบจนหมดสติ อัมราถามว่าแล้วทำไมคุณพ่อถึงมาอยู่ที่นี่ เดชบอกว่าเพื่อนไม่สบายพอดีตนไปเจอเลยต้องพามาโรงพยาบาล

อัมรากับพรรณรายถามเดชว่าคุณแม่จะเป็นอะไรไหม เดชบอกว่า “แม่ต้องไม่เป็นอะไร...” เขาพยายามมองเข้าไปในห้องฉุกเฉินภาวนา “อารีย์ เธออย่าเป็นอะไรไปนะ...”

ooooooo

อาทรรู้เรื่องสันติกับอัมราจากนุชนารถ เขาเรียกสันติไปคุยกันที่หลังตึกคณะ สันติบอกว่าถ้าเป็นเรื่องอัมราตนไม่มีอะไรจะคุย

“นายเป็นบ้าอะไร ทำไมต้องทำแบบนี้ รู้ไหมตอนนี้น้องอัมต้องการกำลังใจอย่างมาก คุณอารีย์เข้าโรงพยาบาลเมื่อคืน แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว” สันติเชื่อว่าอัมราคงตกใจมากถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไรแล้ว “เห็นไหมนายเองก็ห่วงน้องอัม ฉันรู้ว่านายไม่ได้แค่ห่วง นายรู้สึกดีๆกับน้องอัม แล้วทำไมต้องทำร้ายจิตใจน้องเขาแบบนี้ เราเป็นเพื่อนกันมานาน อย่ามาโกหกฉันเลยนายอาร์ต”

สันติยอมรับว่าตนชอบน้องอัม ถามว่าแล้วเขาล่ะจะยอมรับไหมว่าตัวเองก็ชอบน้องอัม อาทรยอมรับว่าตนชอบแต่ไม่แสดงออกเพราะรู้ว่าน้องอัมชอบเขา สันติถามว่าแล้วจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อตนเป็นแค่เด็กวัดจนๆคนหนึ่งไม่คู่ควรกับน้องอัมเลย คนที่เหมาะกับน้องอัมควรจะเป็นเขามากกว่า

อาทรชกหน้าสันติเต็มๆ สันติเซไปนั่งกับพื้น มองหน้าอาทรงงๆ

“ตั้งแต่เป็นเพื่อนกับนาย ฉันไม่เคยทำร้ายนาย แต่หมัดนี้เพื่อเตือนสตินายให้รู้ว่า น้องอัมไม่ใช่สิ่งของที่นายจะมายกให้คนโน้นคนนี้ได้ตามความคิดบ้าๆของตัวเอง ถ้านายรักน้องอัมจริงนายก็ควรจะถีบตัวเองขึ้นมาให้คู่ควรกับน้องอัมสิ ไม่ใช่ถอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มแบบนี้”

สันติมองหน้าอาทรอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาพูด อาทรยังคงพูดต่ออย่างมีอารมณ์ว่า

“คนที่เสียใจไม่ใช่นายคนเดียว แต่น้องอัมก็เสียใจไม่แพ้นาย นายคิดว่านายทำถูกแล้วเหรอ?”

พูดแล้วอาทรผละไป ทิ้งให้สันตินิ่งคิดใคร่ครวญสิ่งที่ตนพูดอยู่ตรงนั้น

ooooooo





  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.