ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"

พรรณรายออกจากห้องน้ำจะไปหาน้ำดื่ม มีเสียงดังที่ประตูด้านนอก อัมราแปลกใจว่าใครเพราะคุณพ่อก็ยังไม่กลับมา พรรณรายคว้าไม้แบดที่แขวนอยู่ เงื้อไว้เตรียมพร้อม

ประตูเปิดออกกลายเป็นชิ้นหน้าตื่นมาบอกว่าได้ยินเสียงกุกกักแปลกๆข้างล่างเลยรีบมาบอก อัมราสงสัยจะเป็นขโมย พรรณรายไม่เชื่อเพราะอยู่ที่นี่มาตั้งนานไม่เคยมีขโมย ทำท่าจะออกไปดู อารีย์รีบดึงตัวไว้บอกว่าอาจเป็นขโมยจริงๆก็ได้ ให้โทร.แจ้งตำรวจดีกว่า

ชิ้นหน้าแหยบอกว่าโทรศัพท์อยู่ข้างล่าง อารีย์บอกไม่ต้องลงไป ให้อยู่รวมกันในห้องนี้ ถ้าเป็นขโมยจริงมันอยากได้อะไรก็ให้มันเอาไป ขอให้พวกเราปลอดภัยก็พอแล้ว อารีย์จับมือพรรณรายและอัมราไว้แน่นด้วยความตื่นกลัว

หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลพาไอ้โชค ไอ้นัย ไอ้ยะ ลงไปในห้องหุ่น พวกมันมองหุ่นอุทานทึ่งว่าเหมือนคนจริงๆ ปั้นเก่งแบบนี้เองถึงได้รวยโคตรๆ ส่วนโชคจำหุ่นนักกีฬาทีมชาติได้ ถามว่าตายไปแล้วไม่ใช่หรือ

“ใช่ หุ่นทั้งหมดที่เห็น คนที่เป็นแบบตายไปแล้วทุกคน” หุ่นนางรำบอก ไอ้ยะเข้าไปดูหุ่นนางรำใกล้ๆ มันร้อง เอ๊ะ! ก็พอดีไอ้โชคเร่งให้รีบเก็บข้าวของมีค่า มันเลยไม่ได้พูดอะไร

ไอ้นัยกับไอ้ยะมองหุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลต่างอ้าปากพะงาบๆพูดไม่ออก ชี้ให้ไอ้โชคที่คุมนางรำกับนางพยาบาลอยู่ดู พอไอ้โชคมองไปมันตกใจ ถามว่าทำไมสองคนหน้าเหมือนหุ่นเลย

“ก็ฉันทั้งคู่เป็นแบบของหุ่นไง” หุ่นนางรำหน้าสวยบอก ไอ้โชคตาเหลือกถามว่าพวกที่เป็นแบบตายไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลหัวเราะพร้อมกันแล้วหายตัวไป ทั้งสามตะลึงงันทำอะไรไม่ถูก ครู่เดียวหุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลก็ก้าวลงจากแท่นคนหนึ่งรำเก้งก้างเข้าหา อีกคนถือเข็มฉีดยาเงื้อจะแทง

ไอ้โชค ไอ้นัย ไอ้ยะตาเหลือกจะวิ่งหนี ถูกหุ่นนักยิงธนู ยิงธนูปักขวางที่พื้น หุ่นชาวนาขว้างเคียวปักผนัง พวกมันวิ่งพล่านไปล้มอยู่แทบเท้าหุ่นทับ ถูกหุ่นทับเอาดาบฟันลงมา ดีที่มันหลบกันทันเลยรอดตัว หุ่นเด็กยืนปรบมือกระโดดโลดเต้นหัวเราะชอบอกชอบใจ ตะโกนเชียร์
“จัดการพวกมันเล้ย!”

“ผี...พวกมันเป็นหุ่นผี หนีเร็ว” ไอ้โชคตะโกนบอก พวกมันพากันวิ่งขึ้นบันได ก็ถูกท่านเจ้าคุณยืนดักอยู่

“ไอ้พวกรกแผ่นดินไม่รู้จักทำมาหากิน พวกแกตาย!” ท่านเจ้าคุณฟาดไม้ตะพดใส่ทั้งสามคน มันวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน พวกหุ่นต่างหัวเราะกันครื้นเครง

พรรณรายหงุดหงิดลุกไปเปิดประตูดู พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมที่ห้องหุ่น เธอวิ่งพรวดเข้าห้องปิดประตูล็อกบอกว่าขโมยเข้าบ้านเราจริงๆด้วย

ooooooo

บ้านดำเกิงที่อยู่ห่างจากบ้านเดชไม่กี่หลัง ขณะดำเกิงจะเข้านอน แว่วเสียงอึกทึกจากบ้านเดช นึกเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น เดชก็ไม่อยู่บ้านด้วย อาทรชวนดำเกิงให้รีบไปดูกัน

พวกหัวขโมยทั้งสามหนีลนลานมาถึงถนนหน้าบ้านเดช หุ่นท่านเจ้าคุณตามมาขวางตวาดว่าพวกแกจะหนีไปไหน พวกมันแตกกันไปคนละทางก็ถูกหุ่นทับมาขวางไว้อีก หุ่นทับตะคอกใส่ “พวกแกต้องตาย!”

“อย่าฆ่าพวกเราเลยครับ...พวกเรากลัวแล้ว...ปล่อยพวกเราไปเถอะ” พวกมันทั้งสามอ้อนวอนกันระงม

ที่หน้าบ้าน...อาทรกับดำเกิงวิ่งมาถึง ทั้งสองชะงักเมื่อเห็นไอ้โชค ไอ้นัย และได้ยะ กำลังปัดป้องหลบหลีกและร้องขอชีวิต ดำเกิงดึงอาทรหลบแอบดูถามว่า “พวกหัวขโมยมันทำอะไรกัน?”

แอบดูอยู่อึดใจเดียวก็เห็นหัวขโมยทั้งสามร้องอย่างเจ็บปวด ครู่เดียวก็ล้มฟุบหมดสภาพ

“พวกมันทำท่าเหมือนโดนใครตี” ดำเกิงพึมพำ

“นั่นสิ แต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคน” อาทรแปลกใจ

ooooooo

ตำรวจมาถึงแล้ว และเดชก็กลับมาถึงแล้วเช่นกัน ตำรวจขอนำตัวหัวขโมยทั้งสามไปโรงพัก บอกว่าถ้าพวกเขาฟื้นขึ้นมาคงต้องขอเชิญเดชไปชี้ตัวที่โรงพักด้วย

ดำเกิงกับอาทรพูดอย่างแปลกใจไม่หายว่าพวกหัวขโมยทำท่าเหมือนโดนใครตีแต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคน พรรณรายฉวยโอกาสทำเป็นกลัวมากขอให้อาทรอยู่เป็นเพื่อน ถูกเดชขัดคอว่าดึกแล้วอย่ารบกวนพี่เขาเลย แล้วขอบคุณสองพ่อลูกอีกครั้ง ดำเกิงจึงขอตัวกลับ

เมื่อเข้าห้องนอน อารีย์ถามเดชว่ารู้สึกแปลกไหมที่พวกหัวขโมยต่างโดนตีจนฟกช้ำดำเขียวหัวร้างข้างแตก แต่เราไม่เห็นคนตีเลย

เดชเชื่อว่าคงเป็นอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานว่าพวกมันเมายาเลยหลอนและตีกันเอง บอกอารีย์อย่าคิดมากเลยรอผลตรวจของตำรวจพรุ่งนี้ดีกว่า

รุ่งขึ้น เมื่อเดชไปที่โรงพัก เห็นพวกไอ้โชคซุกตัวอยู่มุมห้องร้องโวยวายอย่างหวาดกลัวตัวสั่น ไล่ผีอย่าทำอะไรตน เดชถามตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมก็ไม่เข้าใจ ทั้งสามคนเอาแต่โวยวายว่าโดนผีหลอก ผีหุ่นน่ะครับ ท่าทางหวาดกลัวมาก เอ้อ...ที่บ้านคุณเดชมีหุ่นหรือเปล่าครับ” เดชบอกว่ามีแต่เป็นแค่หุ่นปกติ มันเป็นไปไม่ได้หรอก “ผมก็คิดแบบนั้น ยังไงคงต้องรอผลตรวจปัสสาวะก่อน ถ้าผลออกมาแล้วผมจะแจ้งคุณเดชอีกที”

จุ๊บรู้ข่าวว่าพวกหัวขโมยให้การว่าพวกตนถูกหุ่นผีหลอก เธอถามอาร์ตว่าเชื่อเรื่องที่ตนบอกว่าถูกหุ่นผีหลอกหรือยัง ตนโดนมาแล้วและนี่พวกหัวขโมยก็โดนอีก อาร์ตไม่เชื่อ บอกว่าน่าจะเป็นอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานมากกว่า พวกนั้นคงเสพยาแล้วหลอนกันไปเอง

“ไม่ใช่หรอก พวกมันพูดความจริง หุ่นในห้องหุ่นมีชีวิตจริงๆ อาร์ตเชื่อจุ๊บสิ อัมราต้องไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ต้องเป็นแม่มดหรือพวกเล่นของถึงติดต่อกับวิญญาณได้” แล้วจุ๊บก็บอกให้อาร์ตอยู่ห่างๆอัมราไว้ดีกว่า คนอย่างนั้นน่ากลัวมาก

เมื่ออาร์ตไม่เชื่อและตัดบทชวนเข้าเรียนกัน จุ๊บเดินตามบ่นกระปอดกระแปด

“อาร์ต...โธ่ ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย คอยดูนะ ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นกับตาให้ได้” จุ๊บไม่ยอมเลิกง่ายๆ

ooooooo

สันติรู้ข่าวจากอาทรจึงชวนกันไปเยี่ยมเดชที่บ้าน จุ๊บขอตามไปด้วยและหาทางที่จะพิสูจน์สิ่งที่ตัวเองเชื่อให้อาร์ตเห็น

จุ๊บถามเดชว่าพวกหัวขโมยโดนผีหุ่นหลอกหรือ เดชบอกว่าหุ่นพวกนั้นเป็นแค่หุ่นธรรมดา น่าจะเชื่อตามตำรวจสันนิษฐานมากกว่า ก็พอดีอ๊อดมาบอกพ่อว่ามีโทรศัพท์ เดชจึงขอตัวไปรับสาย อารีย์ลุกตามไปด้วย

หลังจากเดชคุยโทรศัพท์แล้ว อารีย์ถามว่าตำรวจว่ายังไงบ้าง เดชบอกว่าผลการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด พวกยากล่อมประสาทก็ไม่มี

“หมายความว่าพวกขโมยโดนผีหุ่นหลอกจริงๆ เหรอคะ” อารีย์ตกใจ เดชฟังนิ่งๆ แต่ลึกๆแล้วก็อดกังวลไม่ได้

เดชไปที่ห้องหุ่น อารีย์ตามไปด้วย แล้วเดชก็ตกใจเมื่อเห็นที่หัวไม้ตะพดของท่านเจ้าคุณมีรอยเลือดติดอยู่ อารีย์ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาไม่อยากให้อารีย์กังวลบอกว่าไม่มีอะไร เราทิ้งเด็กๆไว้นานแล้วให้เธอขึ้นไปดูแลเด็กๆ ตนขออยู่ในห้องอีกสักพัก

เมื่ออารีย์ขึ้นไปแล้ว เดชเดินไปหยิบไม้ตะพดของท่านเจ้าคุณขึ้นดูพึมพำ “เลือด...นี่มันเลือดจริงๆนี่...”

เดชเงยมองหุ่นท่านเจ้าคุณอย่างตระหนก ในขณะที่หุ่นท่านเจ้าคุณยืนเฉยเหมือนหุ่นปกติที่ไร้ชีวิตจิตใจ...

ooooooo

จุ๊บจ้องหาโอกาสที่จะแกล้งอัมราเพื่อพิสูจน์ให้สันติเห็นว่าอัมราสามารถเรียกหุ่นผีมาช่วยตัวเองได้

ชิ้นถือเหยือกน้ำหวานมาพอดี จุ๊บกระวีกระวาดเข้าไปช่วย แต่พอเดินมาถึงที่โต๊ะก็แกล้งราดน้ำหวานลงกลางหลังอัมราจนเปียกโชก แล้วทำเป็นขอโทษ พรรณรายโกรธมากที่ทำกับน้องตนเช่นนี้ พอต่อว่าจุ๊บก็อ้างว่าตนไม่ได้แกล้ง พรรณรายตบหน้าจุ๊บ แล้วบอกอาร์ตให้พาจุ๊บกลับไปได้แล้ว

สันติพาจุ๊บออกไปถึงปากซอย เขาถามว่าแกล้งน้องอัมทำไม จุ๊บยังปากแข็งว่าไม่ได้แกล้งแต่ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าอัมราเรียกหุ่นให้มาช่วยตัวเองได้จริงๆ พอสันติติงว่าเมื่อกี๊ไม่เห็นหุ่นตัวไหนมาช่วยเลย จุ๊บก็ตะแบงว่า เพราะอัมรารู้ตัวว่าตนจะพิสูจน์ให้เขาเห็นเลยไม่เรียกหุ่นมา ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเขาต้องอยู่ห่างๆอัมราไว้เพื่อความปลอดภัย

“ถ้าจุ๊บยังไม่เลิกพูดเลิกทำเรื่องไร้สาระเนี่ย อาร์ตว่าคนที่อาร์ตต้องอยู่ห่างน่าจะเป็นจุ๊บมากกว่านะ” แล้วเดินแซงไปเลย จุ๊บรีบตามร้องเรียกให้รอด้วย...รอด้วย...

จากคำบอกเล่าและที่ไปเห็นด้วยตัวเอง ทำให้เดชคิดและเป็นกังวลมากจนเก็บไปฝันว่าหุ่นทุกตัวมีชีวิตจริงๆ ตะโกนจนตัวเองสะดุ้งตื่น ทำให้อารีย์ตกใจตื่นไปด้วย บอกว่าเขาคงเครียดที่คุยกับตำรวจเลยเก็บมาฝัน ไม่มีอะไรหรอก

เดชลุกพรวดออกไป อารีย์รีบตามไปด้วยความเป็นห่วง พอไปถึงห้องหุ่น อารีย์ชี้ให้ดูว่าหุ่นทุกตัวยังปกติดี แล้วชวนกลับไปนอนต่อ พอทั้งสองเดินออกไป หุ่นทุกตัวก็หันหน้ามองตามเป็นตาเดียว...

พิไลได้ข่าวขโมยขึ้นบ้านเดช เป็นห่วงพรรณรายจึงไปเกาะรั้วดูที่หน้าบ้าน พรรณรายขับรถกลับมาเธอไล่ตะเพิดให้หลีกทางตนจะเอารถเข้า หาว่าพิไลมาดูลาดเลาเพื่อจะมาขโมยของ อารีย์ได้ยินเสียงเอะอะจึงออกมาดู พอเห็นพิไล อารีย์จะเดินไปหา ถูกพรรณรายดึงให้รีบเข้าบ้านไป พิไลจิกตามองตามอารีย์พึมพำอย่างหมายมาด

“นังอารีย์ แกแย่งชิงทุกอย่างไปจากฉัน คอยดูนะฉันจะเอาลูกเอาผัวฉันกลับคืนมาให้ได้”

ooooooo

จุ๊บยังไม่เลิกที่จะพิสูจน์ว่าอัมราเลี้ยงผีหุ่น วันนี้เธอชวนสันติไปกินข้าวกัน เขาบอกว่านัดอัมราไว้แล้ว จุ๊บจึงขอไปด้วยชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันตนจะเป็นเจ้ามือเอง ที่แท้จุ๊บมีแผนร้าย พอไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ

จุ๊บแกล้งผลักอัมราตกน้ำ อัมราว่ายน้ำไม่เป็นเธอผลุบๆ โผล่ๆอยู่หลายที จุ๊บร้องตะโกนให้ช่วยคนตกน้ำ แต่พอสันติเดินมาถามว่าทำไมไม่ช่วยน้องอัม จุ๊บบอกว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวก็โผล่มาเองแหละพลางปากก็ร้องตะโกน

“ออกมาสิพวกหุ่นผี ออกมาช่วยอัมรา ขืนช้าอัมราตายแน่”

ขณะอัมรากำลังจะจมน้ำนั่นเอง หุ่นนางรำลงไปจับขาสองข้างของอัมรายกชูขึ้นมา สันติจ้องอยู่พออัมราโผล่ขึ้นมาก็กระโดดไปช่วยพาเข้าฝั่ง จุ๊บมองอย่างผิดหวัง รีบเข้าไปดูอัมรา เลยถูกหุ่นนางรำที่ขึ้นมาแล้วผลักตกน้ำไปทันที

“ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว” หุ่นนางรำพึมพำอย่างสะใจ จุ๊บต้องว่ายน้ำพาตัวเองเข้าฝั่งโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ทั้งสันติและอาทรมัวแต่วุ่นกับการช่วยอัมราไม่มีใครสนใจตนเลย

อัมราคิดไม่ตกว่าทำไมจุ๊บต้องแกล้งตน สันติบอกว่าจุ๊บไม่ได้แกล้ง เธอแค่ต้องการพิสูจน์เท่านั้น อัมราคาดคั้นจนสันติยอมบอก เธอจึงพาเขาไปที่ห้องหุ่นพาเดินดูหุ่นแต่ละตัว ถามเขาว่า

“หุ่นพวกนี้เหรอคะจะมีชีวิต ไม่จริงหรอกค่ะ เป็นไปไม่ได้”

“พี่ก็คิดแบบนั้นแล้วพี่ก็บอกจุ๊บเขาแล้ว แต่เขาไม่เชื่อ ที่เขาทำเรื่องต่างๆกับน้องอัมเพราะเขาจะพิสูจน์ให้พี่เห็นว่าหุ่นต้องมาช่วยน้องอัม” อัมราถามว่าแล้วเขาคิดอย่างไร “พี่คิดว่ามันไม่จริงน่ะสิครับ แต่ถ้าเป็นจริง คนที่จะแย่ก็คือ...” สันติหยุดแค่นั้นมองหน้ากันกับอัมราแล้วพูดพร้อมกันว่า “พี่จุ๊บ.../จุ๊บ...”

และก็เป็นจริงอย่างที่สันติและอัมราคิด เพราะวันนี้จุ๊บกลับบ้านไม่เห็นน้ามนก็เดินหาร้องเรียกไปที่ห้องครัว ระหว่างนั้นก็แว่วเสียงหัวเราะของผู้ชายผู้หญิงตามไปตลอดเวลาจนต้องเอามือปิดหู ประตูหน้าต่างก็ปิดเปิดปึงปังจนจุ๊บผวา

พอเจอน้ามนก็โผกอดร้องไห้อ้อนวอนให้ช่วยตนด้วยผีมันจะฆ่าตน จนน้ามนต้องปลอบว่าผีที่ไหน จุ๊บชี้ให้ดูว่าข้าวของถูกปาเกลื่อนไปหมด

“จุ๊บนี่เราฝันกลางวันหรือเปล่าฮึ ไหนอะไร

ไม่เห็นอะไรเลย น้าว่าไปกินยาคลายเครียดแล้วรีบนอนดีกว่าไหม สงสัยจะอ่านหนังสือมากไป” น้ามนประคองจุ๊บออกจากห้องครัว แม้จะอยู่ในอ้อมแขนของน้ามน จุ๊บก็ยังเหลียวมองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว

สันติไปหาจุ๊บคืนนี้เลย เธอบอกว่าโดนผีหลอก หุ่นพวกนั้นเป็นหุ่นผี แต่พอสันติถามว่าหุ่นตัวไหนที่มาหลอกจุ๊บ เธอบอกว่าได้ยินแต่เสียงมันน่ากลัวมาก

“เชื่อจุ๊บสิ มันต้องเป็นผีหุ่นในห้องหุ่นแน่ๆ จุ๊บไม่ได้โกหกจริงๆนะอาร์ต จุ๊บโดนหลอกจริงๆ อาร์ต

ไม่เชื่อจุ๊บเหรอ” พอสันติบอกให้ใจเย็นๆ เธอยิ่งรุ่มร้อน “มันมีวิญญาณสิงอยู่ในหุ่น พวกมันคอยช่วยเหลืออัมรา เชื่อจุ๊บสิอาร์ต...”

ฝ่ายอัมราครุ่นคิดเรื่องที่ตนตกน้ำแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมาจับเท้าทั้งสองข้างของตนชูขึ้นมาพ้นน้ำเหมือนมีใครช่วย เดชอธิบายว่าเพราะแรงดันใต้น้ำดันขึ้นมาโดยธรรมชาติ อธิบายจนอัมราหายกังวล

ooooooo

รุ่งขึ้น เดชนิมนต์หลวงตามารับสังฆทานที่บ้าน ทั้งเดชและอารีย์จึงรู้ว่าสันติเป็นลูกศิษย์วัดอยู่กับหลวงตา

“มิน่าเธอถึงเป็นเด็กดีเพราะอยู่กับหลวงตานี่เอง” เดชชม

พอหลวงตาลงจากรถก็ทักอารีย์ว่า “สบายดีไหมโยม” เมื่ออารีย์บอกว่าสบายดี หลวงตาเตือน “ยังไงก็ระวังรักษาสุขภาพบ้างนะ” อารีย์ติงว่าหลวงตาพูดเหมือนรู้ว่าตนจะไม่สบาย สันติถามอารีย์ว่ามีอะไรหรือเปล่า “อ๋อ...ไม่มีอะไรจ้ะ ไป เราเข้าไปข้างในกันเถอะ” อารีย์พยักหน้าให้สันติเดินตามหลวงตาไป

ระหว่างที่หลวงตาเข้าไปในห้องหุ่น ขณะท่านกำลังสวดมนต์ จู่ๆก็เกิดประกายแสงสีทองค่อยๆสว่างเป็นลำแสงบางเบาแผ่ลงมาในห้องหุ่น เดช อารีย์ อัมราต่างพนมมือหลับตานิ่ง ส่วนหุ่นทุกตัวสีหน้าอิ่มเอิบจนหลวงตาสวดจบ

หลวงตามองหุ่นทุกตัวอย่างพิจารณา เดชมองตามสายตาหลวงตาไป เห็นหุ่นทุกตัวก็ยังสงบนิ่ง เดชได้แต่มองอย่างแปลกใจ จนเมื่อมาส่งหลวงตาที่รถตู้ เดชถามว่า

“เมื่อสักครู่นี้ในห้องหุ่น ผมเห็นท่านมองหุ่นอย่างพิจารณามีอะไรหรือเปล่าครับ” หลวงตาถามว่าโยมคิดว่ามีอะไรล่ะ โยมกลัวหรือ เดชบอกว่าเปล่าครับ “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้เขาอยู่ในที่ทางของเขา เขาไม่ทำอันตรายโยมและครอบครัวหรอก ไม่ต้องกังวลไปหรอกโยม”

หลวงตาขึ้นรถไปแล้ว สันติแปลกใจ เขาหันไหว้ลาเดช พอรถเคลื่อนออกไป เดชก็หันไปมองตัวบ้านอึ้งๆ

ooooooo

กลับถึงกุฏิหลวงตา สันติเอาย่ามของหลวงตาไปไว้ที่มุมห้อง แล้วคลานไปรินน้ำชามาให้หลวงตา

ท่านขอบใจบอกให้ไปเรียนเถอะ เห็นสันติยังนั่งนิ่ง หลวงตาถามว่ามีอะไรหรือ?

“ผมไม่เข้าใจที่หลวงตาพูดกับคุณอาเดชในห้องหุ่น มีอะไรหรือครับ” ท่านถามว่าแล้วเจ้าคิดว่ามีอะไรล่ะ? “ผมคิดว่าไม่มีอะไร แต่จุ๊บชอบพูดเหมือนว่าหุ่นมีวิญญาณสิงอยู่ แล้ววันนี้ผมได้ยินคุณอาเดชถามแปลกๆ ผมก็เลยสงสัยครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก เจ้าไปเรียนเถอะ” สันติรับคำแล้วลุกออกไป หลวงตามองตามพึมพำ “ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง...”

เช้าวันเดียวกัน พรรณรายตีหน้าจ๋อยบอกว่าปวดหัวไม่ไปเรียน เดชบ่นว่าปวดหัวอะไรบ่อยๆ เมื่อเช้าก็ไม่ตื่นมาทำบุญด้วยกัน พรรณรายไม่สนใจดึงอัมราออกไปสั่งให้ต้องไปบอกอาทรว่าตนไม่สบาย อัมราติงว่าไม่เห็นพี่เป็นอะไร พี่เกเรใช่ไหม หยุดเรียนบ่อยๆไม่ดีนะ

พรรณรายทำฉุนเฉียวปรามว่าอย่ามาสอน ตนสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น อัมราจึงรับปากจะบอกอาทรให้แต่เขาก็ต้องเรียนเหมือนกัน

“ถ้าพี่ออยเขารู้ว่าพี่ไม่สบายเขาก็ต้องรีบมา ทำตามที่พี่สั่ง เข้าใจไหม” พรรณรายทำเสียงเข้ม อัมราจึงต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้

อารีย์ไม่สบายใจที่เจอพิไล เดชปลอบใจว่าแค่เห็นกันไกลๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้อย่าคิดมาก พอดีอัมราเดินออกมากับพรรณราย เดชถามว่าดึงน้องไปซุบซิบเรื่องอะไร พรรณรายปดว่าฝากอัมซื้อของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย อัมราเร่งพ่อให้รีบไปเดี๋ยวรถติด พอเดชกับอัมราออกไป พรรณรายบ่นกับอารีย์ว่าคุณพ่อชอบจับผิดตน

“ไม่ใช่หรอกจ้ะ คุณพ่อรักแล้วก็เป็นห่วงพรรณต่างหาก” พรรณรายเถียงว่าไม่จริงคุณพ่อไม่รักตน

ไม่เหมือนคุณแม่ “เพราะคุณพ่อรักถึงคอยดุคอยเตือนไงจ๊ะ สัญญากับแม่นะว่าจะไม่พูดจาแบบนี้อีก”

พรรณรายพยักหน้าอย่างขอไปที อารีย์มองพรรณรายอย่างกังวลใจ

ขณะพรรณรายขึ้นห้องนอนดูหนังสือแฟชั่นพลางกินขนมอยู่บนเตียง ชิ้นมาเคาะประตูบอกว่ามีคนมาหา เธอดีใจนึกว่าอาทรมาแล้ว รีบลงไปเห็นหลังคนนั่งอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เธอย่องไปเอามือปิดตาหัวเราะระริกบอกให้ทายซิว่าใคร

“ก็น้องพรรณคนสวยไงครับ” พลางคว้ามือไปกุมไว้

พรรณผงะเพราะเขาคือพงษ์ ไม่ใช่อาทร เธอดึงมือออก พูดเกือบเป็นตวาดให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้ พงษ์ไม่ยอมปล่อยอ้างว่าเธอเป็นคนเริ่มก่อน เมื่อใจเราตรงกันไม่เห็นต้องมามัวฟอร์มอยู่เลย

พรรณรายตบหน้าพงษ์ทั้งด่าและไล่พงษ์ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ อารีย์ได้ยินเสียงเอะอะออกมาดูตกใจถามว่าทำไมพรรณรายตบหน้าพงษ์แบบนั้น พรรณรายฟ้องว่าพงษ์มาจับมือตน พงษ์บอกว่าพรรณรายมาเล่นปิดตาตนก่อนตนเลยเล่นด้วย

“ใครเล่นกับแก ฉันรู้นะว่าแกคิดอะไรถึงมาที่นี่ แต่อย่าฝันไปเลย อย่างแกมันก็เป็นได้แค่หมาเห่าเครื่องบินเท่านั้นแหละ...จำไว้นะชิ้น ถ้าไอ้บ้านี่มาอีกไม่ต้องเปิดประตูให้เข้ามานะ”

ทั้งด่าทั้งไล่แล้วพรรณรายสะบัดเข้าบ้านไป พงษ์มองตามอย่างแค้นใจ อารีย์ขอโทษพงษ์แทนพรรณรายแก้ต่างให้ว่าพรรณรายคงหงุดหงิดเพราะไม่ค่อยสบาย บอกให้เขากลับไปก่อนดีกว่า

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน” ปากพงษ์พูดอย่างนั้นแต่ใจแค้นจะเอาคืน!

ฝ่ายอารีย์ตำหนิพรรณรายที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม เตือนว่าถ้าพงษ์โกรธคิดจะทำร้ายขึ้นมาจะว่าอย่างไร

“พรรณไม่เห็นกลัว คนอย่างมันน่ะไม่มีปัญญามาทำอะไรพรรณหรอกค่ะ คุณแม่อย่าห่วงไปเลย”

ooooooo

พอพงษ์ออกจากบ้านเดชก็ตรงดิ่งไปหาไอ้โชคที่บ้านเช่า บ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่แต่ประตูไม่ได้ ปิด พงษ์ผลักประตูเข้าไปเรียกหา มองหาก็ไม่เห็นใคร

ครู่หนึ่งโชคจึงกลับมามือถือธนูมาด้วย พงษ์ถามว่าเขาไปหัดยิงธนูมาตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วไอ้นัยกับไอ้ยะล่ะ? โชคบอกว่าไม่อยู่ พงษ์บอกว่าจะมาชวนไปฉุดผู้หญิงหน่อย สองคนนั้นไม่อยู่เราไปกันสองคนก็ได้ตัวหารจะได้น้อย ตกลงไหม

โชคมองหน้าพงษ์ด้วยสายตาเย็นชาบอกว่า “ไม่ทำเรื่องชั่วๆ” พงษ์ยั่วยุอย่างไรโชคก็ยังเฉย พงษ์ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พริบตานั้นโชคยิงธนูออกไปปักฝาหน้าบ้านเฉียดหน้าพงษ์ไปเส้นยาแดงเดียว พงษ์ ตกใจถามเสียงสั่นว่าเป็นอะไร โชคไม่ตอบลุกเดินออกไปหน้าบ้าน พงษ์ทั้งกลัวทั้งงง พึมพำ “มันเป็นอะไรของมันวะ”

พงษ์ตามออกไปแต่โชคหายไปแล้วเหลือแต่เสียงหมาหอนแว่วมาน่ากลัว จนพงษ์โกยแน่บไป

หุ่นนักยิงธนูปรากฏขึ้น มองตามพงษ์ไปด้วยสายตาน่ากลัว

ฝ่ายเดช ปลอบใจอารีย์ไปอย่างนั้น แต่ตัวเองแอบไปหาพิไลที่บ้าน เอาเงินให้จำนวนหนึ่งบอกให้เอาไปตั้งตัวทำมาหากินขอให้รับปากว่าจะไม่มาที่บ้านตนอีก แต่พิไลกลับคิดว่าเขายังมีเยื่อใย จึงพยายามอ่อยกราบที่อกขอบคุณ ถูกเดชดันตัวออกไปแล้วรีบกลับ พิไลมองตามยิ้มอย่างหมายมาด

“แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าพี่ยังไม่ลืมฉัน หึ! นังอารีย์ แกรีบเสวยสุขไปเถอะ เพราะอีกไม่นานฉันจะทวงผัวฉันคืน!”

ooooooo

คืนนี้ พอเดชกลับบ้านเจออารีย์นั่งรออยู่ปรารภว่าตนอดคิดเรื่องพิไลไม่ได้ เดชปลอบใจว่า รับรองว่าพิไลจะไม่มีวันเข้ามาวุ่นวายในชีวิตเราอีก

อารีย์มองหน้าถามว่าทำไมถึงมั่นใจ เดชพลั้งปากว่าเพราะพิไลรับปากตนแล้ว อารีย์จับได้ว่าเดชไปหาพิไล แม้เขาจะบอกว่าขับรถไปเจอโดยบังเอิญก็ตาม อารีย์เสียใจเข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอน เดชพยายามไปเรียกให้ออกมาคุยกัน

“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันจะไหว้พระ อย่าเพิ่งรบกวนได้ไหมคะ” อารีย์พยายามข่มเสียงให้เป็นปกติ

ความสะเทือนใจคิดว่าเดชยังแอบพบปะกับพิไลทำให้อาการโรคหัวใจของอารีย์กำเริบ เจ็บหน้าอกจนต้องเกาะโต๊ะอาหารขณะช่วยชิ้นจัดโต๊ะ เดชกับอัมรามาเจอพอดี ทั้งสองตกใจมากรีบเข้าประคองไว้ทัน

“ชิ้นไปชงยาหอม อัมตามพรรณมาเร็ว พ่อจะรีบโทร.ตามรถพยาบาล” เดชวิ่งไปอีกห้องเพื่อโทรศัพท์

อารีย์หายใจไม่ออกพยายามส่งเสียง “ช่วย...ด้วย...” ในสายตาที่พร่าเลือนนั้น อารีย์เห็นนางพยาบาลยืนอยู่ อารีย์บอกว่าตนหายใจไม่ออก พยาบาลพรรณีนั่นเอง เธอปรากฏตัวมาดูแลอารีย์ตามหลักการปฐมพยาบาล อัมรากับพรรณรายวิ่งกลับเข้ามาเดชวิ่งตามมาอีกคน ทุกคนตกใจมองอารีย์ที่หายใจไม่ออก แต่ก็ยังมีสติพยายามทำตามที่พยาบาลพรรณีบอก

ooooooo

กลางวันนี้เอง สันติกับอาทรก็มาเยี่ยมอารีย์ที่โรงพยาบาล อารีย์ขอบใจถามว่ารู้ได้อย่างไรถึงได้มาเยี่ยม

“พรรณบอกพี่ออยเองค่ะแต่ไม่คิดว่าจะพาเพื่อนมาด้วย ไม่รีบกลับไปช่วยงานที่วัดรึไง” พรรณรายปรายตาไปทางสันติ ถูกเดชปรามว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวพี่เขามากไปแล้ว

“ไม่เป็นไรครับเพราะผมเป็นเด็กวัดก็ต้องช่วยงานวัดจริงๆ คุณพรรณรายพูดถูกแล้วครับ” สันติเอ่ยยิ้มๆ อารีย์ถามอย่างสนใจว่าต้องทำอะไรบ้างล่ะ “ทำความสะอาดวัด ตักน้ำให้หลวงตาแล้วก็พระรูปอื่นๆอาบ

งานทั่วๆไปทุกอย่างเท่าที่จะทำได้น่ะครับ”

“โอ้โห...หนักเหมือนกันนะ แสดงว่าเธอเป็นคนที่แบ่งเวลาเก่ง เพราะอาเห็นผลการเรียนของเธอดีมาก” เดชชมแล้วหันบอกพรรณราย “ลูกคงต้องดูพี่อาร์ตเขาเป็นตัวอย่างแล้วล่ะ”

พรรณรายทำหน้าหมั่นไส้ แล้วเปลี่ยนเรื่องบอกอารีย์ว่าทำตนตกใจหมดเลย อารีย์บอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรจะตกใจทำไม ดีที่ได้นางพยาบาลที่เดชตามมาช่วยสอนวิธีให้หายใจ ไม่อย่างนั้นคงแย่เหมือนกัน

ทั้งเดชและอัมราต่างงงว่าเดชตามนางพยาบาลมาเมื่อไหร่ เมื่อทุกคนยืนยันว่าไม่ได้ตามนางพยาบาลมา พรรณรายถามว่าคุณแม่ฝันไปหรือเปล่า อารีย์ยืนยันว่าตนไม่ได้ฝันเพราะเห็นทั้งเดชและพรรณรายกับอัมรายืนอยู่รอบตัว

พอดีหมอเข้ามา อารีย์ถามว่าตนกลับบ้านได้แล้วใช่ไหม หมอบอกให้นอนพักสักคืนถ้าไม่มีอะไรพรุ่งนี้หมอจะให้กลับ พอหมอออกไป ทั้งเดชและอัมราต่างมองอารีย์อย่างแปลกใจ

เมื่อเดชออกไปพบหมอ จึงรู้ว่าอารีย์เป็นโรคหัวใจ หมอแนะนำว่าตอนนี้ต้องดูแลคนป่วยให้ดีอย่าให้มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจ อาการของโรคก็จะไม่กำเริบ แล้วหมอก็ขอตัวไปจัดยาให้

ooooooo

รุ่งขึ้นเมื่อพบกับสันติที่โต๊ะของกลุ่มที่มหาวิทยาลัย อัมราขอโทษแทนพรรณราย สันติบอกว่าไม่เป็นไรตนไม่เคยโกรธคนที่พูดเรื่องจริง ถ้าเขาโกหกสิถึงจะน่าโกรธ

อัมราอยากจะถามเขาเรื่องหุ่นนางพยาบาล แต่พอดีอาทรกับนุชนารถซื้อน้ำส้มกลับมา อาทรทำเป็นหยอกว่าไม่ได้ซื้อเผื่อสันติ แต่ที่แท้ซื้อมาแล้วแกล้งอำสันติเล่นเท่านั้น ทั้งหมดเลยหัวเราะกัน ในที่สุดอัมราก็ไม่ได้ถามสันติเรื่องนางพยาบาล

เมื่อเข้าห้องปั้น เดชถามสันติ อาทร และจุ๊บว่าได้แบบที่จะปั้นหรือยัง อาทรอยากให้ปั้นรูปสัตว์ แต่สันติกับจุ๊บอยากให้ปั้นรูปคน เสนอให้ปั้นรูปเพทายที่เป็นดาราดังในปัจจุบัน เดชเห็นด้วยแต่หนักใจว่าจะติดต่อเธอได้ยังไง?

เพื่อให้อารีย์ได้พักผ่อนอาการโรคหัวใจจะได้ดีขึ้น เดชจึงนัดบ้านบุญเรือนไปพักผ่อนชายทะเลกัน อาทรจึงชวนสันติไปด้วย ขณะเดชบอกให้สันติช่วยกันยกกระเป๋าขึ้นรถนั้น สันติเห็นอ๊อดวิ่งไปที่ประตูที่หุ่นเด็กยืนอยู่ หุ่นเด็กถามว่าจะไปเที่ยวทะเลกันหรือ อ๊อดพยักหน้าถามว่าพีทชอบทะเลไหม

“ชอบสิ เราชอบว่ายน้ำ แต่เราว่ายไม่เก่งเราเลยจมน้ำ” อ๊อดถามว่าแล้วใครช่วยไว้ล่ะ พีทไม่ทันตอบ อัมราก็มาเร่งอ๊อดให้ขึ้นรถ อ๊อดจึงวิ่งกลับมา สันติถามอ๊อดว่าไปทำอะไรที่หน้าบ้าน อ๊อดบอกว่าเห็นเพื่อนที่เจอกันที่มหาวิทยาลัยไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่แถวนี้ สันติมองไปที่ประตูก็ไม่เห็นใครแล้ว พอดีอัมราเร่งอ๊อดให้รีบขึ้นรถ เดชบอกชิ้นให้ดูแลบ้านให้ดี

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ” ชิ้นรับปากแข็งขัน

รถออกไปได้ไม่ทันไร ผอบก็ขับรถปาดหน้าจนเดชต้องเบรกกะทันหัน ผอบลงจากรถมาบอกว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วย พรรณรายกีดกันว่ารถเต็มแล้ว ผอบบอกว่าตนขับรถไปกันเองได้ บุญเรือนบอกว่าห้องพักจองไว้ไม่พอ ผอบก็บอกว่าตนกับลูกกินง่ายอยู่ง่ายตรงไหนก็นอนได้บอกเดชให้ไปกันเถอะ แต่อย่าขับรถเร็วนัก แล้วเร่งพงษ์ให้รีบขึ้นรถ

พอรถสองคันขับตามกันไป ที่ห้องหุ่นก็มีการเคลื่อนไหวทันที บรรดาหุ่นที่อยู่ในอิริยาบถของตัวเองสบายๆ ก็พากันขยับจ้องตามรถไปอย่างน่ากลัว...

เวลาเดียวกัน พิไลถูกเทิดขโมยเงินที่เดชให้ไปจนหมด พอทวงถามก็ถูกเทิดข่มขู่ว่าเดี๋ยวนี้ริอ่านซ่อนเงินหรือ พอพิไลบอกว่าเป็นเงินที่เดชให้มาตั้งตัว เทิดแสยะยิ้มถามว่าพิไลทำตามที่ตนบอกแล้วใช่ไหม สั่งให้ไปเอาเงินจากเดชอีก เอามาเยอะๆ เผื่อตนด้วย แล้วหัวเราะร่าออกไปร้านเหล้า

“ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว!! หมดกัน เงินที่พี่เดชให้ฉัน” พิไลนั่งร้องไห้อย่างแค้นใจ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.