ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"

เดชสาธิตการปั้นให้นักศึกษาดู เขาแสดงฝีมือการปั้นที่ชำนาญมาก หลายคนมองอึ้ง ทึ่ง หลายคนกระซิบกระซาบกันอย่างตื่นเต้น อัมรากับนุชนารถวิ่งมาดูที่หน้าห้อง นุชนารถชมว่าคุณพ่อเธอปั้นได้เหมือนมากเลย

“นี่แค่ของง่ายๆนะ ถ้าปั้นคนคุณพ่อยิ่งปั้นเหมือนจนแทบแยกไม่ออกเลยล่ะว่าคนหรือหุ่น”

“เหรอ...วันหลังนุชต้องขอไปดูห้องหุ่นในบ้านอัมบ้างแล้วล่ะ”

“ได้สิ...แต่ตอนนี้เราสองคนรีบไปเรียนกันก่อนดีกว่า”

พอทั้งสองวิ่งไปจากหน้าห้อง เดชก็ปั้นเสร็จพอดี มีเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมของบรรดานักศึกษาแว่วตามมา...

ปั้นให้ดูเป็นตัวเองเสร็จ สันติเข้ามาเรียก

“อาจารย์เดชครับ” เดชยิ้มให้บอกว่าเรียกอาอย่างเดิมก็ได้ไม่ต้องเรียกอาจารย์หรอก “ขอบคุณครับคุณอา ผมดีใจจริงๆที่คุณอามาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการประกวดปั้นหุ่นครั้งนี้”

อาทรกับจุ๊บแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มของสันติ จุ๊บบอกว่า อาร์ตเพิ่งเล่าเรื่องห้องหุ่นให้ตนฟังวันก่อน ตนยังอยากขออนุญาตไปดูบ้างเลย เดชยินดีนัดอาทิตย์นี้ไหมล่ะจะได้คุยเรื่องการประกวดกันด้วยเลย

ทั้งสามขอบคุณเดชด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ooooooo

วันนี้อารีย์กับอัมราเอาขนมร้านอร่อยที่ซื้อจากพาหุรัดไปฝากบุญเรือน ขณะกำลังจะเข้าบ้านก็เจอผอบพรวดออกมา

“เค็มยิ่งกว่าเกลือซะอีก” ผอบด่าออกมา พอเห็นอารีย์กับอัมพรก็ร้องอุ๊ย ปรับสีหน้าแต่งอารมณ์ใหม่ทันที “สวัสดีค่ะจะมาหาพี่บุญเรือนเหรอคะ” พออารีย์บอกว่าใช่ถามผอบว่ามาเยี่ยมคุณพี่เหมือนกันหรือ ผอบก็คุยฟุ้งว่าตนจะไปเที่ยวทะเลเลยมาถามว่าคุณพี่บุญเรือนอยากได้อะไรบ้างหรือเปล่าจะได้ซื้อมากฝาก แล้วจี๋จ๋ากับอัมราว่า

“จริงสิ...พี่พงษ์ก็ว่าจะซื้อของฝากมาให้หนูอัมราด้วยนะจ๊ะ แหมดีจังที่เจอตัวพอดี หนูอยากได้อะไรบอกป้ามาได้เลยนะ” อัมราขอบคุณแต่ตนยังไม่อยากได้อะไร “แหมไม่ต้องเกรงใจนะ ของนิดหน่อยนี้สบายมากจ้ะ ป้าเองก็เอ็นดูหนูเหมือนลูกสาวคนนึงเลยนะ”

อารีย์ขอบคุณตัดบทว่าเห็นทีจะไม่รบกวน แล้วขอตัวเข้าไป ผอบยิ้มแย้มแต่พอทั้งสองคล้อยหลังไปก็จิกตามองตามอย่างหมายมาด

พอกลับถึงบ้านหลังจากบ่นปนด่าบุญเรือนว่าเค็มไปยืมเงินนอกจากไม่ให้แล้วยังทวงของเก่าที่ยืมไปด้วย เร่งรัดให้พงษ์รีบจีบอัมรากับพรรณรายให้ติด จะเป็นคนไหนก็ได้ ถ้าจีบติดเราทั้งสองคนก็จะได้สบายกันเสียที

“แม่ก็หาเงินมาให้ผมสิ ไม่มีเงินสักบาทจะไปจีบเขาได้ไง จะตกปลาตัวโตทั้งทีมันก็ต้องใช้เหยื่อที่ดูดีหน่อยไม่ใช่เหรอแม่”

“ก็จริงของแก เดี๋ยวนะ ขอแม่คิดหน่อยว่าจะไปยืมใครได้อีก” ผอบคิดหนักเตรียมหาเหยื่อรายต่อไป

ooooooo

อาทิตย์นี้ สันติ อาทร และจุ๊บ ไปหาเดชเพื่อเยี่ยมชมห้องหุ่นที่ขอไว้ จุ๊บสะพายย่ามตามแบบของตนลงไปในห้องหุ่นไล่ดูหุ่นทีละตัว...ทีละตัวอย่างทึ่งในความเหมือน จนมาถึงหุ่นเด็ก จุ๊บหยุดมองอย่าหลงใหลชมว่า

“หล่อจัง เด็กคนนี้คุณอาปั้นนานหรือยังคะ” เดชบอกว่าสิบกว่าปีได้แล้ว “งั้นป่านนี้ก็คงโตเป็นหนุ่มแล้วนะคะ หน้าตาคงหล่อมากนะคะ ขนาดเป็นเด็กยังหล่อขนาดนี้”

เดชเล่าเรื่องราวของหุ่นเด็กให้ฟังว่า เด็กนี้ชื่อน้องพีท คุณพ่อพาไปเตะบอลเล่นกันที่ริมน้ำ ขณะคุณพ่อเลี่ยงไปช่วยคุณแม่เตรียมอาหาร น้องพีทเตะบอลตกน้ำวิ่งไปเก็บเลยตกน้ำไปด้วย คุณพ่อโดดลงไปช่วยขึ้นมาแต่ในที่สุดน้องพีทก็จากไป เดชเล่าอย่างสะเทือนใจว่า

“น้องพีทตายหลังจากที่อาปั้นหุ่นตัวน้องเสร็จแค่วันเดียว”

สันติอึ้ง เดินไปหยุดที่หุ่นนักดาบเปลี่ยนเรื่อง บอกว่าตนชอบหุ่นนักดาบนี้มาก คนนี้คงยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม แล้วทุกคนก็ต้องสะเทือนใจเมื่อเดชเล่าว่า นักดาบคนนี้คือคุณทับ คืนที่เขาแวะมาดูหุ่นที่ตนเพิ่งปั้นเสร็จ เขาชื่นชมหุ่นอยู่จนดึก พอออกไปก็ถูกนักจี้เข้ามารุมล้อมสั่งให้เอาของมีค่ามาให้หมด

“ไอ้พวกมารสังคม ไม่รู้จักทำมาหากิน ฉันไม่ให้พวกแกหรอก อยากได้ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน” ทับต่อสู้กับมันบอกว่าจะให้โอกาสกลับเนื้อกลับตัวไปทำมาหากิน แต่พอทับหันหลังเดินไป ก็ถูกพวกมันแทงข้างหลังจนเสียชีวิต

จุ๊บเดินไปที่หุ่นนางรำ ถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เดชเล่าว่าคุณสมศรีเป็นนางรำที่มีชื่อเสียงมากเป็นครูสอนรำไทยให้กับพรรณรายและอัมรา แต่ก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถเพราะถูกฉากเวทีด้านหลังล้มทับจนเสียชีวิต

ทุกคนฟังแล้วเงียบกริบ เดินมาจนถึงหุ่นชาวนาชื่อลุงทวน คราวนี้ทุกคนยิ่งสะเทือนใจเมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ที่นับถือกับเดชมานาน ขณะเขาเอาข้าวมาฝากที่บ้าน ถูกงูจู่โจมฉกแล้วเลื้อยหนี ลุงทวนล้มนอนตายตาค้างยังจ้องงูที่เลื้อยหนี!

ทุกคนเดินเงียบๆมาจนถึงหุ่นนางพยาบาล เดชเล่าว่านางพยาบาลชื่อคุณนวลเป็นพยาบาลที่ทำคลอดให้พรรณราย เธอตายเพราะพยายามหว่านล้อมคนไข้ที่คลั่งจะกระโดดตึกตาย เธอถูกคนไข้ที่กำลังคลุ้มคลั่งกระชากตกระเบียงแต่ตัวคนไข้แหวกผู้คนที่มามุงดูหนีไป

สันติกับจุ๊บมองหน้ากันสีหน้าผ่อนคลายคิดว่าคุณนวลคงไม่ตาย แต่ไม่กล้าถาม

มาจนถึงหุ่นนักยิงธนูชื่อคุณทวีศักดิ์ เขาทำชื่อเสียงให้กับประเทศมากมีแต่คนรัก แต่ในคืนที่เขากลับจากสนามซ้อมไม่ทันได้เข้าบ้านก็ถูกคนขี่มอเตอร์ไซค์

ซ้อนกันมายิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านนั่นเอง คาดว่าเขาคงไป ขัดผลประโยชน์ใครเข้า

“เช้าวันนั้นคุณทวีศักดิ์เพิ่งมาดูหุ่นตัวเอง อาไม่คิดเลยว่าเขาจะกลับไปตาย” เดชเศร้าลงอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น ก็หมายความว่า ทุกคนที่เป็นแบบให้คุณอาปั้น ตายหมดเหรอคะ” จุ๊บถามอึ้งๆ พอเดชบอกว่าใช่ ทุกคนหันมองหุ่นอีกทีด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในขณะที่จุ๊บแอบหวาดลึกๆ

ooooooo

เมื่อขึ้นจากห้องหุ่นมาทานอาหารกลางวัน จุ๊บเพิ่งรู้ว่าลืมย่ามไว้ในห้องหุ่นจึงขอกลับไปเอา หุ่นเด็กซุกซนไปตามประสา เห็นย่ามวางอยู่จึงหยิบไปรื้อค้นดู พอจุ๊บเปิดประตูเข้ามาก็รีบวางลงที่พื้นข้างเท้าแล้วทำนิ่งเป็นหุ่น

จุ๊บเข้ามามองหาย่ามที่โต๊ะไม่เห็น มองไปจึงเห็นอยู่ที่ปลายเท้าหุ่นเด็ก เธอไปหยิบงงๆ ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แต่พอได้ย่ามก็รีบออกไป

ที่โต๊ะอาหาร พรรณรายเอาอกเอาใจอาทรจนถูกอารีย์เตือน ถามว่าเธอชอบอาทรมากหรือ พรรณรายตอบตรงๆว่า

“ตอนนี้ก็ชอบนะคะ แต่ก็ไม่แน่ต่อไปถ้าพรรณเจอใครที่ดีกว่าพี่ออยพรรณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้” ไม่เพียงตัวเองคิดอย่างนั้น เธอยังเตือนอัมราว่า ถ้าชอบนายอาร์ตนั่นก็โง่ อัมราถามว่าทำไมหรือ เพราะอาร์ตก็เป็นคนดีคนหนึ่ง

“ดีแต่จนเป็นแค่เด็กวัด อาศัยพระอยู่ เธออย่าไปสนใจน่ะดีที่สุด ดูอย่างพี่สิ พอรู้ว่าจนนะ สองตาพี่ยังไม่มองเลย”

“พี่พรรณพูดเหมือนกับว่าเคยสนใจพี่อาร์ตอย่างนั้นแหละ แปลกจัง” อัมพรฟังแล้วคิดคนเดียว

ฝ่ายจุ๊บที่แอบชอบอาร์ตอยู่ เห็นเขานั่งคุยกับอัมราก็เข้ามาแทรกบอกว่าผลไม้น่าทานมากให้อาร์ตไปตักมาทานกัน พออาร์ตลุกไป จุ๊บก็คุยถึงความสนิทสนมระหว่างตนกับอาร์ตให้อัมราฟังอย่างจงใจตีกันว่าตนคบกับอาร์ตอยู่ ดังนั้น พออาร์ตถือจานผลไม้กลับมา อัมราจึงทำเป็นนึกได้ว่ายังไม่ได้เอากาแฟไปให้คุณพ่อ เพราะคุณพ่อต้องดื่มกาแฟหลังอาหาร แล้วขอตัวลุกไปไม่อยู่ให้เป็นที่ขวางหูขวางตาจุ๊บอีก

พรรณรายเกาะติดอาทรไม่ยอมห่าง เธออ้อนอยากให้เขาพาไปช็อปปิ้ง อาทรบอกว่าช่วงนี้ตนต้องทุ่มเทให้กับการเตรียมงานเข้าประกวด บอกให้ไปกับคุณอาอารีย์และอัมรา พรรณรายเบ้หน้าบ่นว่าคุณแม่ชอบบ่นเวลาตนซื้อของแพงๆใช้ แต่กลับถูกอาทรสอนเรื่องการประหยัด ยกตัวอย่างคุณแม่ที่สอนตนว่า

“คุณแม่พี่สอนเสมอว่า เงินทองเป็นของหายาก ถึงเราจะมีในวันนี้แต่ถ้าเราฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อก็อาจจะกลายเป็นยาจกได้ในวันข้างหน้า พี่ว่าพรรณต้องรู้จักประหยัดไว้จะดีกว่านะครับ เชื่อพี่เถอะ”

พรรณรายฟังแล้วเซ็งจนไม่มีอารมณ์จะคุยต่อ

ooooooo

จุ๊บรู้สึกแปลกๆ นับแต่เข้าไปเอาย่ามที่ห้องหุ่นแต่ไม่ได้พูด จนเมื่อสันติมาส่งเธอที่หน้าบ้าน เธอจึงเล่าให้เขาฟังเรื่องย่ามที่วางผิดที่ ฟังแล้วเขาพูดขำๆว่าเธอกำลังจะบอกว่าโดนผีหุ่นหลอกหรือ

จุ๊บยืนยันความรู้สึกของตน ซ้ำตอนกินผลไม้ที่บ้านเดชก็รู้สึกเหมือนถูกมือใครผลักแขน ขากลับมานี่ก็รู้สึกเหมือนมีคนตามเรามาตลอดทาง

น้ามนยืนอยู่ที่หน้าต่างบนบ้านไม้สองชั้นมองมาทักจุ๊บว่ากลับมาแล้วหรือ ชะงักเพ่งมองว่าจุ๊บพาเด็กที่ไหนมาด้วย

สันติปลอบใจจุ๊บว่าไม่มีอะไรหรอก คิดๆแล้วบอกว่า “หรือถ้าจะมีอะไรจริง พวกเขาก็คงไม่ทำอะไรเราหรอก เพราะเราไม่ได้คิดทำอะไรไม่ดีนี่ จริงไหม”

หุ่นเด็กที่ตามมา รู้สึกมีคนมองตนจากหน้าต่าง พอเงยหน้ามองเห็นน้ามนดูอยู่ หุ่นเด็กยิ้มให้อย่างน่ารัก...

พอจุ๊บเข้าบ้าน น้ามนถามว่าทำไมไม่ชวนอาร์ตเข้าบ้าน และวันนี้พาเด็กที่ไหนมาด้วย น้องของอาร์ตหรือ?

“เด็กที่ไหนคะ” จุ๊บเสียงปร่าใจไม่ดี พอน้ามนบอกว่าเห็นยืนอยู่ข้างๆจุ๊บ ยังมองมาที่น้าและยิ้มให้น้าด้วย “แล้ว...เด็กหน้าตาเป็นยังไงคะ”

“น้าจะไปเห็นขนาดนั้นได้ยังไง ยืนอยู่ตั้งไกลเห็นแค่ว่าเป็นเด็กผู้ชายเท่านั้นเอง” เห็นจุ๊บอึ้ง น้ามนถาม “เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าซีดจัง” จุ๊บปฏิเสธว่าไม่มีอะไร “น้าไปนอนก่อนนะ วันนี้เหนื่อยจัง นั่งเย็บผ้าทั้งวัน นัดลูกค้าไว้พรุ่งนี้...เฮ้อ...”

พอน้ามนแยกไปนอน จุ๊บเหลียวมองซ้ายขวารู้สึกหลอนๆ คว้าย่ามได้ก็กระโดดขึ้นบันไดไปทันที

จู่ๆเดชก็นึกอยากปั้นหุ่นขึ้นมาอีก อารีย์สนับสนุนเต็มที่เพราะอยากให้เขามีความสุขกับงานที่ตัวเองรัก แต่พอเดชเข้าไปในห้องหุ่นและเผลอหลับไป เขาฝันว่าถามความเห็นว่าจะปั้นหุ่นต่อไปดีไหม

ปรากฏว่าหุ่นทุกตัวในห้องล้มแตกกระจัดกระจาย พอตกใจตื่นรู้ว่าฝันไปก็โล่งอก

อารีย์ให้อัมราลงมาตามเดชที่ห้องหุ่นเพราะเห็นหายไปนาน เดชชวนพรุ่งนี้ไปทำบุญที่วัด อัมราดีใจบอกว่าจะได้อุทิศส่วนกุศลให้ทุกๆคนเลย

พิไลมาขายหมูปิ้งที่วัดนี้ อัมราเห็นคนมุงซื้อเยอะจึงชวนพรรณรายไปซื้อบ้าง พรรณรายเห็นคนขายแล้วบอกว่าสกปรก กินไม่ลงถอยกลับไป อารีย์เดินมาดูพอพิไลเห็นอารีย์ก็จำได้รีบดึงหมวกลงมาปิดหน้า ได้ยินอารีย์ทักพรรณรายก็หูผึ่งใจเต้นแรงเมื่อเห็นว่าลูกโตเป็นสาวแล้วแต่ไม่กล้าเข้าไปทัก

พรรณรายดึงอัมราไปขึ้นรถ พิไลจึงจัดหมูปิ้งใส่ถุงให้ พูดให้ฟังไร้พิรุธว่าเผื่ออร่อยวันหลังจะได้มาซื้ออีก

ooooooo

ทำบุญกันแล้ว อารีย์ถามเดชว่าสบายใจขึ้นหรือยัง พรรณรายถามว่าที่คุณพ่อมาทำบุญเพราะไม่สบายใจหรือ

อารีย์บอกว่าคุณพ่อฝันเห็นหุ่นล้มลงมาแตก พรรณรายพูดทันทีว่าแตกก็ดี ตนไม่ชอบห้องหุ่นเลย ดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ “นี่ถ้าเป็นพรรณ พรรณจะขายไปให้หมดเลย” ถูกเดชปรามว่าอย่าพูดอย่างนี้อีกพ่อไม่ชอบ “ทำไมล่ะคะ คนที่คุณพ่อปั้นไม่ใช่ญาติเราสักหน่อย จะเก็บไว้ทำไม ทีญาติพวกเขาเองยังไม่มาเอาไปเลย

“หุ่นทุกตัวเปรียบเสมือนคนในครอบครัวของเรา พ่อคิดเสมอว่าเขาเป็นเหมือนญาติ แล้วก็จำไว้นะ ถ้าพ่อตาย ห้ามใครขายหุ่นอย่างเด็ดขาด” เดชพูดจริงจังมาก แต่พรรณรายกลับทำหน้าเซ็ง

อัมราถือหมูปิ้งกลับมาชวนพรรณรายลองชิมดู ปรากฏว่าอร่อยจนพรรณรายชม มองไปที่พิไลบอกว่าท่าทางสกปรกอย่างนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะทำอร่อย

“จำไว้เป็นบทเรียนว่า อย่ามองคนแต่ภายนอก ของอร่อยไม่จำเป็นต้องเป็นของตามห้างหรูๆ คนก็เหมือนกัน คนดีไม่ใช่ต้องเป็นคนรวยหรือคนแต่งตัวหรูหรา ไม่งั้นจะมีสุภาษิตที่ว่าข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรงหรือ” เดชถือโอกาสสอน พรรณรายทำหน้าเซ็งหยุดกินทันที อัมราถามว่าไม่กินแล้วหรือ เธอตอบประชดว่า “พี่อิ่มจนจุกเลยล่ะ”

เดชรู้ว่าถูกประชด สีหน้าไม่พอใจ อัมราเปลี่ยนเรื่องบอกพ่อแซวๆว่า อย่าขับเพลินจนลืมส่งตนที่มหา’ลัยนะ

“ไม่ลืมหรอก อ๋อ...พ่อฝากหนังสือให้อาร์ตเขาหน่อยนะ” พลางเดชหยิบหนังสือให้

ooooooo

อัมราถือหนังสือไปที่หน้าห้องเลกเชอร์ หมายเอาไปให้สันติแต่เจอจุ๊บก่อน จุ๊บบอกให้ฝากตนไว้ก็ได้เพราะอาร์ตกำลังยุ่งๆอยู่ อัมราจึงฝากหนังสือไว้กับจุ๊บแล้วเดินกลับไป

พออัมราเดินไป จุ๊บมองตามพึมพำ “น่าเชื่อตายล่ะ เห็นหงิมๆ ตื๊อเก่งเหมือนกันนะ” แต่พอจุ๊บหันกลับก็เจออาทรยืนมองอยู่ อาทรถามอย่างไม่ชอบใจว่าทำไมต้องกีดกันน้องอัมด้วย จุ๊บทำหน้าตายถามอาทรว่าพูดอะไร ตนไม่เข้าใจ

อาทรตัดสินใจพูดตรงๆว่าตนดูออกว่าจุ๊บชอบอาร์ตมากกว่าความเป็นเพื่อน แต่การที่เราจะรักใครสักคน ก็ควรให้โอกาสเขาเลือก ไม่ใช่ปิดโอกาสเขา

ถูกอาทรดูออกรู้ทันเช่นนี้ จุ๊บย้อนถามว่าแล้วตนปิดโอกาสอาร์ตตรงไหน?

“ก็ตรงที่เธอไม่ยอมให้อาร์ตได้เลือกไง อาร์ตเขายังไม่บอกเลยว่าเขาเป็นแฟนเธอ เพราะฉะนั้นอาร์ตก็มีสิทธิ์ที่จะคบใครก็ได้” จุ๊บตะแบงว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของตน ถ้าเขาเป็นตนก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกัน “ไม่จริง... ความรักสำหรับฉันคือการให้ ฉันจะทำทุกอย่างให้คนที่ฉันรักมีความสุข ถึงเขาจะไม่รู้ก็ตาม”

อาทรพูดแล้วเดินไปเลย จุ๊บทำท่าจะโต้อีก แต่พอหันมาไม่เห็นอาทรแล้วเธอเลยพึมพำงงๆ

“พูดแปลกๆ หรือว่าอาทรแอบรักใคร ใช่แล้ว ต้องใช่แน่ๆ แต่ใครกันล่ะ?”

ooooooo

เย็นแล้ว สันติเห็นอัมราเดินอยู่ไกลๆ เขาวิ่งตามพลางร้องเรียก อัมราถามว่าได้หนังสือหรือยัง สันติบอกว่าได้แล้ว ถามว่าทำไมน้องอัมไม่เอาไปให้ตนที่ห้องเองเลยล่ะ

จากการคุยกันอัมราจึงรู้ว่าที่แท้แล้วสันติไม่ได้ยุ่งอะไรเลย คาบนั้นเขาว่างทั้งชั่วโมงเพราะอาจารย์ติดธุระ ไม่มีอาจารย์เข้าสอนแทน ถามอัมราว่าใครบอกว่าตนไม่ว่างหรือ

อัมราฉุกคิดอะไรบางอย่าง เธอตอบเลี่ยงไปว่าตนคิดเองและต้องรีบไปเข้าเรียนด้วยเลยฝากหนังสือจุ๊บไปให้

พอดีวันนี้อาจารย์ปล่อยเร็วอัมราจึงจะไปหาที่นั่งรอรถที่บ้าน สันติจึงขอเลี้ยงไอศกรีมร้านข้างมหา’ลัย อัมราหยอกว่าตนมีข้อแม้ว่าขอทานสองถ้วยได้ไหม สันติตอบขำๆว่าได้เลยถ้าน้องอัมไม่กลัวอ้วน พูดแล้วพากันหัวเราะร่าเริง

จุ๊บยืนดูอยู่ไกลๆ เห็นสันติกับอัมราหัวเราะกันอย่างร่าเริงสนิทสนมก็ไม่พอใจ

วันต่อมา อัมราเห็นสันติหิ้วปิ่นโตเอาอาหารมาทานกลางวันก็เข้าไปพูดคุยด้วย อัมราได้เห็นถึงความประหยัดเรียบง่ายของสันติก็ยิ่งนึกชื่นชม แต่จุ๊บมาเห็นเข้าจนได้ เธอจ้องมองทั้งสองอย่างไม่พอใจ เธอยืนดูจนเห็นอัมราลุกจากโต๊ะไปเข้าห้องน้ำ จุ๊บเดินตามไปห่างๆอย่างมีเจตนาไม่ดี

จุ๊บแกล้งอัมรา เธอใส่กลอนประตูห้องน้ำข้างนอกและเอาป้าย “ห้องน้ำชำรุด” ไปวางไว้หน้าห้องน้ำ แต่หุ่นเด็กมาหยิบป้ายออกและถอดกลอนออก อัมราเข้าห้องน้ำเสร็จออกมา เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ฝ่ายจุ๊บเดินออกมาเจออาจารย์หอบหนังสือมาเต็มมือเธออาสาเอาไปเก็บให้ที่ห้องพักอาจารย์ ส่วนอาจารย์รีบไปที่ห้องเลกเชอร์เพราะได้เวลาแล้ว

สันติกับอาทรเดินมาถึงหน้าห้องเลกเชอร์บ่นกันว่ายังไม่เห็นจุ๊บมาเลย ปกติจุ๊บไม่เคยมาสาย สันติสงสัยว่าอาจจะรถติด ชวนอาทรเข้าไปกันก่อนก็แล้วกัน

จุ๊บเอาเอกสารของอาจารย์ไปเก็บในห้องพักอาจารย์แล้วเดินออกมาผ่านห้องอุปกรณ์การปั้นหุ่น จุ๊บนึกสมน้ำหน้าว่าป่านนี้อัมราคงกลัวแย่แล้วแน่ๆ พลันก็รู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลังมา หันมองทีแรกก็ไม่เห็นอะไร พอหันดูอีกครั้งจึงเห็นเงาหุ่นเด็กวิ่งเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ จุ๊บกลัวเด็กจะไปทำอุปกรณ์เสียหาย ร้องเรียกพลางเดินตามไปในห้อง เลยถูกหุ่นเด็กแกล้งแอบใส่กลอนประตูขังจุ๊บไว้ในห้องอุปกรณ์นั่นเอง!

จุ๊บตะโกนขอความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเด็กหัวเราะน่ากลัวที่ประตู จุ๊บผงะถอยกรูด นึกถึงที่น้ามนบอกวันนั้นว่า เห็นเธอพาเด็กมากับสันติด้วย ทำให้จุ๊บยิ่งผวา

ooooooo

พิไลเอาถุงหมูปิ้งให้อัมราแล้ว เห็นอารีย์นั่งรถคู่กับเดชก็ยิ่งริษยา บอกกับตัวเองว่าคนที่นั่งตรงนั้นต้องเป็นตนมากกว่า คิดหาทางที่จะชิงตำแหน่งนี้คืน

ของบางอย่างตกจากรถเข็น พิไลก้มเก็บพอเงยขึ้นเห็นหุ่นนางพยาบาลมายืนอยู่ หุ่นนางพยาบาลถามว่าหมูปิ้งนี้ขายยังไง พิไลให้เหมาไปเลยยี่สิบบาทตนจะกลับบ้านแล้ว พิไลรู้สึกคุ้นหน้าหุ่นนางพยาบาล

พอจำได้ว่าหุ่นนางพยาบาลคือพยาบาลที่ทำคลอดให้ตนแต่พยาบาลคนนั้นตายแล้ว กลับถึงบ้านพิไลก็จับไข้จนไปขายของไม่ได้ ถูกเทิดบังคับให้ไปขาย เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็กระชากเงินที่เป็นทุนจากพิไลจะเอาไปกินเหล้าพูดอย่างย่ามใจว่า

“ฉันเคยบอกทางลัดให้แกแล้วไง ไปขอเงินผัวเก่าแกสินังพิไล สารรูปแกตอนนี้มันเห็นก็คงเวทนา ถ้าโชคดีแกอาจจะไม่ได้แค่ทุนแต่อาจได้เงินก้อนโตเลยก็ได้นะ ฮ่าๆๆ แล้วอย่าลืมแบ่งกันนะโว้ย” แล้วเทิดก็เอาเงินที่แย่งได้ออกไปกินเหล้า

พิไลจึงวางแผนไปซุ่มดูที่หน้าบ้านเดช เห็นเขากำลังจะออกไปทำงาน เธอรีบวิ่งไปดักที่ปากซอยพอรถเดชมาก็วิ่งออกไปให้รถชน เดชตกใจมากรีบลงไปดูจึงเห็นเป็นพิไล เขาแปลกใจ แต่รีบพาเธอส่งโรงพยาบาลแล้วกลับไป

เมื่อเดชกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พิไลมารยาคร่ำครวญว่าที่ผ่านมาตนผิดไปแล้ว ตนคิดถึงเขาและลูกตลอดเวลา เดชบอกว่าทุกอย่างจบไปแล้ว เวลานี้พรรณรายเป็นลูกของตนกับอารีย์ เขามอบเงินให้พิไลจำนวนหนึ่งแล้วสาปส่งก่อนไปว่า

“เอ้าเงิน...เงินที่เธอรักนักหนา เอาไปซะ คงคุ้มกับที่ฉันทำให้เธอเจ็บ แล้วอย่ามาพบมาเจอกันอีก”

“หึ! คิดว่าทำแค่นี้คนอย่างนังพิไลจะยอมแพ้เหรอ ไม่มีทาง!” พิไลจิกตามองอย่างหมายมาด

ooooooo

ไม่มีใครรู้ว่าจุ๊บหายไปไหนวันนี้ถึงไม่มาเรียน คาดว่าเธอคงไม่สบาย เมื่อพักกลางวันพบกันที่โต๊ะอาหาร จึงมีแต่สันติ อาทร อัมราและนุชนารถเท่านั้น

อัมราดีใจบอกว่าโชคดีที่ยังเหลือที่ อาทรติงว่าไม่ใช่โชคดีแต่อาร์ตมาจองไว้ให้น้องอัมเลยล่ะ นุชนารถติงว่าพูดอย่างนี้เดี๋ยวแฟนพี่อาร์ตจะเข้าใจผิดเอา สันติถามงงๆว่าน้องนุชหมายถึงใคร พอนุชนารถบอกว่าพี่จุ๊บไง สันติชี้แจงว่า

“พี่กับจุ๊บไม่ใช่แฟนกันครับ...พี่กับจุ๊บรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม สนิทกันมากๆ กับจุ๊บนี่ก็เหมือนเพื่อนผู้ชายคนนึงเลยล่ะครับ”

อัมราเขินๆ ถามแก้เกี้ยวว่าทำไมพี่จุ๊บไม่มาทานด้วย? สันติคาดว่าคงไม่สบาย เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วว่าจะแวะไปเยี่ยมหน่อย อาทรขอไปด้วย นุชนารถชวนอัมราไปด้วยกัน ทั้งสี่จึงนัดไปเยี่ยมจุ๊บที่บ้าน

ไปเยี่ยมจุ๊บแล้วจึงรู้ว่าจุ๊บไปเรียนแต่ปวดท้องเลยไปนอนที่ห้องพยาบาล จุ๊บแปลกใจที่อัมราไม่เป็นอะไร น้ามนขอเอาเสื้อไปส่งก่อน พวกหนุ่มสาวคุยกันอีกครู่หนึ่งจึงจะกลับ จุ๊บขอให้สันติอยู่ก่อนเพราะตนมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย สันติจึงให้อาทรไปส่งอัมราเพราะบ้านไปทางเดียวกัน

พอเพื่อนๆไปกันแล้ว จุ๊บบอกสันติว่าตนถูกผีหลอก แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ห้องเก็บอุปกรณ์ให้ฟัง บอกว่าถ้าไม่ได้ภารโรงมาช่วยเปิดประตูให้ตนก็ยังคงถูกขังอยู่ในนั้น สันติบอกว่าเธออาจจะโดนขังนานเลยกลัวจนหลอน

“จุ๊บโดนผีหุ่นเด็กในห้องหุ่นหลอกจริงๆนะอาร์ต หน้าผีเด็กนั่นเหมือนหน้าหุ่นเด็กในห้องหุ่นไม่มีผิดเลย” เธอยืนยันจนอาร์ตบอกว่าถ้าเธอไม่สบายใจก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้น้องเขาเสีย อาร์ตเชื่อว่าน้องเขาไม่มาหลอกจุ๊บหรอก จุ๊บไม่ได้คิดไปทำอะไรไม่ดีนี่ จริงไหม หรือถ้าจุ๊บคิดจะทำก็รีบเปลี่ยนความคิดเสีย”

พูดแล้วเห็นจุ๊บอึ้ง สันติหัวเราะบอกว่า “อาร์ตล้อเล่นน่า ทำหน้าซีเรียสไปได้ จุ๊บเป็นคนดี ไม่เคยได้ยินเหรอ ที่เขาว่าคนดีผีคุ้มน่ะ” จุ๊บฟังแล้วฝืนยิ้มกลบเกลื่อนไม่ให้สันติสงสัย

ooooooo

อาทรไปส่งอัมราที่บ้าน พอถึงหน้าบ้าน อาทรส่งหนังสือที่ถือให้อัมรา เธอรับพลาดหนังสือหล่นต่างก้มลงเก็บพร้อมกันมือกับมือจับกันโดยไม่ตั้งใจ

พรรณรายแอบดูอยู่ไม่พอใจมากหาว่าอัมราอ้อนอาทรให้มาส่งแล้วยังอ่อยให้จับมือด้วย พออัมราชี้แจงก็สาดน้ำในแก้วใส่ตัว เดชมาเห็นพอดีไม่พอใจมากตำหนิว่า “พ่อไม่คิดเลยว่าพรรณจะทำตัวแย่ขนาดนี้” พรรณรายเถียงคำไม่ตกฟากซ้ำยังมาว่าเดชเข้าข้างอัมรา

พรรณรายขัดใจวิ่งหนีไปที่สนามข้างบ้าน อัมราตามไปง้อชี้แจงเหตุที่อาทรต้องมาส่งตนเพราะสันติอยู่คุยกับจุ๊บ ชี้แจงจนพรรณรายเข้าใจยอมขอโทษอัมรา เดชกับอารีย์เห็นทั้งสองดีกันและหยอกล้อหัวเราะกันร่าเริงก็สบายใจ

รุ่งขึ้นเดชจะไปรับอ๊อดน้องชายของอัมราที่ไปอยู่โรงเรียนประจำกลับบ้าน ถามอารีย์ว่าจะไปด้วยกันไหม อารีย์ให้เดชไปรับคนเดียว ตนคอยรับลูกที่บ้านก็แล้วกัน

ฝ่ายพิไลอยู่ที่โรงพยาบาล กลัวผีนางพยาบาลจนหลอน ไม่กล้ามองแม้แต่ชุดนางพยาบาล ไล่นางพยาบาลที่เดชจ้างมาดูแลไม่ให้เข้าห้อง กอดตัวเองฟังเสียงหมาหอนกลัวผีจนเหมือนคนเสียสติ

เช้าวันนี้ อัมราเอากับข้าวของตัวเองแลกกับสันติที่เอาข้าวก้นบาตรหลวงตามา ทั้งสองแลกอาหารทานกันอย่างร่าเริง ระหว่างนั้นอัมรามองข้ามไหล่สันติไปเห็นจุ๊บเดินเข้าตึกไปอย่างรีบร้อนลุกลน อัมราถามสันติว่า

“พี่จุ๊บเขาเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำท่าอย่างกับกลัวใครตามมา”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ จุ๊บคงหนีเพื่อนที่ไม่อยากเจอละมั้ง รีบทานกันเถอะ จะถึงชั่วโมงเรียนแล้ว” สันติเร่งแล้วทั้งสองต่างทานอาหารของอีกฝ่ายอย่างเอร็ดอร่อย

ooooooo

ในห้องปั้นหุ่น เดชเห็นจุ๊บหลุกหลิกตลอดเวลาถามว่าเป็นอะไรทำไมวันนี้ไม่มีสมาธิเลย จุ๊บบอกว่าตนรู้สึกกลัวๆยังไงไม่รู้ เดชจึงให้ไปหลังห้องเรียนสวดมนต์ทำใจให้สงบก่อน แล้วให้นักศึกษาคนอื่นเรียนต่อ

ขณะจุ๊บเดินไป หุ่นเด็กเดินอยู่ข้างๆจุ๊บ พอจุ๊บตั้งสติสวดนะโมสามจบแล้วพึมพำสวดมนต์ หุ่นเด็กก็ค่อยๆหายไป

หุ่นเด็กกลับไปที่ห้องหุ่นถูกหุ่นท่านเจ้าคุณดุที่ไปซนจนได้เรื่อง หุ่นเด็กบอกว่าตนไม่ได้ซนแต่ผู้หญิงคนนั้นทำร้ายพี่อัมราก่อน หุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่า “เขาจะได้รับผลแห่งการกระทำของเขาเอง”

หุ่นเด็กทำท่าจะเถียงอีก พอดีชิ้นเปิดประตูห้องหุ่นจะเข้ามาทำความสะอาด หุ่นท่านเจ้าคุณกับหุ่นเด็กจึงต่างเงียบนิ่งในท่าเดิม ชิ้นมองไปทั่วห้องอย่างสงสัยบ่นว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงคนคุยกัน นึกว่าคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงอยู่ในห้องนี้เสียอีก ชิ้นไม่ติดใจนึกว่าหูแว่วไปเอง หุ่น
ทุกตัวในห้องหุ่นต่างนิ่งสงบอยู่ในท่าของตัวเอง ปล่อยให้ชิ้นทำความสะอาดไปตามปกติ

ooooooo
ผอบทำทีเอาของทะเลมาฝากบ้านเดช เพื่อให้พงษ์ได้มาจีบอัมราหรือพรรณรายตามเป้าหมาย แต่อัมราไปตลาดเหลือแต่พรรณรายฟังเพลงอยู่สนามข้างบ้าน

พงษ์อ้างว่ามีของมาฝากพรรณราย แต่พอเดินไปก็ถูกหุ่นท่านเจ้าคุณเอาไม้ตะพดพาดบ่าอย่างแรงปรามว่าเตือนแล้วไม่เข็ด สั่งให้กลับไป พงษ์กลัวรีบเดินหนีกลับไป พอถึงบ้านพงษ์เสนอผอบให้เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ดีกว่า ที่นี่ตนถูก “ไอ้แก่” กีดกัน คราวนี้หนักกว่าคราวก่อนอีก

แต่สองแม่ลูกไม่ทันได้คุยกันต่อ เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ผอบนึกว่าเจ้าหนี้รีบหลบไปให้พงษ์รับหน้าแทน แต่ที่แท้เป็นเพื่อนเกเรของพงษ์มาขอยืมเงิน พงษ์บอกว่าตนก็ไม่ต่างกับพวกมันหวังจะจีบลูกสาวเศรษฐีแต่ดูท่าจะยาก ไอ้โชค ไอ้นัยกับไอ้ยะหูผึ่ง วางแผนจะไปขโมยของที่บ้านเดชกัน

เดชรับอ๊อดจากโรงเรียนประจำพามาที่คณะ บอกให้อ๊อดนั่งเล่นอยู่ข้างนอกก่อน พ่อสอนเสร็จจะออกมารับ

อ๊อดเจอหุ่นเด็กที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ถามว่าเป็นอะไร หุ่นเด็กบอกว่าโดนดุมาเพราะตนไปแกล้งคนอื่น อ๊อดจึงชวนวิ่งเล่นไล่จับกัน

ระหว่างสันติเรียนการปั้นอยู่ เขามองออกมานอกหน้าต่างเห็นอ๊อดวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่คนเดียวก็แปลกใจ เมื่อเลิกเรียนสันติเดินออกมาทักอ๊อดว่าวิ่งเล่นสนุกมากเลยนะ อ๊อดเล่าว่าวิ่งเล่นไล่จับกับพีท สันติงงๆ เพราะเห็นอ๊อดวิ่งเล่นหัวเราะอยู่คนเดียว ก็พอดีเดชมาเร่งอ๊อดให้รีบกลับ พออ๊อดเดินไปขึ้นรถ สันติมองไปรอบๆพึมพำ...

“ทำไมเราไม่เห็นเด็กที่ชื่อพีทล่ะ พีท...ชื่อคุ้นๆ...”

ระหว่างขับรถพาอ๊อดกลับบ้าน เดชจะพาอ๊อดไปหาอะไรทานกันก่อน แต่เจอชาวนายืนอยู่ริมทาง เดชจอดรถลงไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ชาวนาบอกว่าไม่เป็นไรแต่เร่งให้เดชรีบกลับบ้าน เดชจึงรีบพาอ๊อดกลับบ้านไม่ได้แวะทานอะไรกัน

อารีย์กับอัมรายังไม่นอน ทั้งสองรอเดชพาอ๊อดกลับบ้านอยู่ อารีย์รู้สึกแปลกๆที่เขม่นตาขวาเข้าตำราขวาร้ายซ้ายดีเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

ไอ้โชค ไอ้นัย ไอยะ มาถึงบ้านเดชพบว่าบ้านใส่กุญแจ มันจะงัด แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นว่าอารีย์กับอัมรายังไม่นอน ไอ้โชคกระชากมีดออกมาจะเข้าไปจัดการก่อน พลันก็เห็นหุ่นนางรำกับนางพยาบาลกำลังรำกันอยู่ พวกมันคิดว่าคงเป็นลูกสาวสองคนของเดช มันมองหื่น วางแผนจะปล้ำก่อนขโมย

ไอ้โชคเข้าไปเอามีดขู่ “อย่าร้องนะ ถ้าร้องตาย!” แล้วไอ้นัยกับไอ้ยะก็เข้าไปกอดหุ่นนางรำกับหุ่นพยาบาลไว้ มันเอะใจว่าทำไมตัวเย็นจัง แต่ก็ไม่ติดใจคิดว่าตัวเย็นเพราะอยู่ห้องแอร์

“อย่าทำอะไรเราสองคนเลย ถ้าอยากได้ของมีค่าก็เอาไปเถอะ” หุ่นนางพยาบาลอ้อนวอน

“งั้นก็พาพวกเราไปที่ห้องเก็บของมีค่าเดี๋ยวนี้ เร็ว!” ไอ้โชคสั่ง

หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลสบตาอย่างรู้กัน แล้วพาพวกมันไปที่ห้องหุ่น!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.