กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"




อัมรายังอยู่กับเดชและอารีย์อย่างไม่อยากจากไป เดชขอบใจสันติที่ช่วยให้ตนกับหุ่นทั้งหมดพ้นจากอาคมของหมอผี อัมราถามทึ่งว่าสันติรู้เรื่องทุกอย่างเลยหรือ?

“ครับ...พี่ต้องขอโทษน้องอัมด้วย ที่ต้องปิดเป็นความลับ แล้วก็ต้องขอโทษที่ทำให้น้องอัมเสียใจหลายครั้งเรื่องคุณพรรณ” อัมราทึ่งว่าเขาแสดงได้เก่งจนตนคิดว่าเขารักพรรณรายจริงๆ “ไม่นะครับ ตอนนั้นพี่โดนมนต์น้ำมันพรายต่างหาก แต่หลังจากหลวงตาช่วยพี่ให้พ้นจากมนต์น้ำมันพราย พี่ก็เลยต้องแกล้งแสดงต่อเพื่อสืบหาความจริงว่าใครเป็นคนทำเรื่องนี้”

อัมราถามว่าใคร เดชตอบแทนว่าพิไลเป็นคนทำเรื่องนี้ทั้งหมดรวมทั้งเอาหมอผีมาสะกดวิญญาณในห้องหุ่นด้วย เดชมองไปทางหน้าบ้าน พูดอย่างหมายมาดว่า

“ถึงเวลาแล้วที่พิไลต้องรับผลกรรมของตัวเองเสียที”

ถึงเวลาของพิไลแล้วจริงๆ! เมื่อเธอวิ่งหนีแล้วถูกหุ่นท่านเจ้าคุณออกมาขวาง พิไลไหว้ขอให้ปล่อยตนไปเถิด

“พวกเราเคยปล่อยเธอไปแล้วแต่เธอก็กลับมาทำร้ายพวกเราจนได้”

พิไลบอกว่า ตนสำนึกแล้วและจะไม่กลับมาที่นี่อีก หุ่นชาวนากับหุ่นทับปรากฏขึ้นขนาบข้างหุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่า ผู้หญิงคนนี้เหมือนงูพิษ ถ้าปล่อยไปก็จะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเราแน่นอน ฉะนั้นเราต้องกำจัดหล่อนเสีย

พิไลถอยกรูดอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย แต่หุ่นท่านเจ้าคุณ หุ่นทับและหุ่นชาวนาเดินตรงเข้าหาพิไลที่ถอยไปจำนนที่ต้นไม้ แต่พอหุ่นทับยกดาบขึ้นก็เกิดพายุพัดดาบหลุดจากมือ หุ่นทั้งสามหันมองเห็นเพทายปรากฏร่างขึ้น พิไลดีใจสุดชีวิตที่เพทายมาช่วยหุ่นท่านเจ้าคุณพูดกับเพทายว่า เราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน หลีกไปเสีย เพทายอ้างว่าตนมีหน้าที่ต้องปกป้องพิไลตามคำสั่งนายท่าน ปรามว่า “พวกแกต่างหากที่ต้องถอยไป”

หุ่นทับยกมือไปข้างหน้า ดาบลอยมาเข้ามือทันที “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าเรารังแกเธอก็แล้วกัน”

“ถ้าคิดว่าจะสู้โหงพรายอย่างฉันได้ก็เข้ามาเลย” เพทายยืดตัวขึ้นเหมือนเปรต ยกมือโบกไปมา เกิดพายุพัดแรง เพทายแสยะยิ้มท่าทางดุร้ายน่ากลัว จนหุ่นทั้งสามตกใจ

ooooooo

เมื่อเดชและอารีย์เข้าไปพบอ๊อดที่ห้องนั่งเล่น พ่อแม่ลูกกอดกันด้วยความดีใจ ไม่ไกลจากตรงนั้นพรรณรายนอนสลบอยู่ อัมรารีบเข้าประคอง เดชพูดอย่างเจ็บแค้นว่าในที่สุดพิไลก็แสดงธาตุแท้ของตัวเอง

อัมราดูแลจนพรรณรายรู้สึกตัว เธอยิ่งตกใจกลัวเมื่อเห็นทั้งเดชและอารีย์อยู่ตรงหน้า อารีย์บอกว่าไม่ต้องกลัวแม่ไม่มีวันทำร้ายลูก พรรณรายไม่เชื่อเพราะอารีย์ไม่ใช่แม่แท้ๆของตน

อารีย์บอกว่าแม่ไม่เคยคิดอย่างนั้น แม่รักลูกเท่ากับอัมราและอ๊อด เดชก็บอกว่าสิ่งที่พรรณรายบอกเธอไม่ใช่เรื่องจริง พรรณรายทำหน้างง เดชจึงไปเอาตัวพิไลมาพูดความจริงทั้งหมดให้ฟัง

เดชไปตามพิไลที่กำลังยุเพทายให้จัดการพวกหุ่นให้หมด เพทายยกมือใหญ่เท่าใบลานตบกวาดทีเดียวหุ่นทั้งหมดก็พากันล้มกลิ้ง ไม่เว้นแม้แต่หุ่นท่านเจ้าคุณ เดชมองทึ่งว่าทำไมเพทายจึงมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าวิญญาณธรรมดา เมื่อเพทายเข้าไปทำร้ายนางรำ เดชตะโกน

“หยุดนะคุณเพทาย คุณอย่ายอมเป็นเครื่องมือของคนชั่ว คุณจงตั้งสติให้ดี อย่าทำบาปกรรมอีกเลย”

เพทายผยองว่าตนมีนายเก่ง เย้ยเดชว่าอย่ามาพูดให้ยาก ตนจะฟังนายท่านคนเดียวเท่านั้น หุ่นชาวนาเสนอว่าถ้าใช้พลังสู้กันเราคงสู้ไม่ได้แน่ หุ่นท่านเจ้าคุณเห็นด้วย เรียกหุ่นทั้งหมดให้ถอยมารวมกันอยู่ข้างหลังบอกทุกหุ่นว่า
“ฉันจะลองใช้ไม้ตะพดของท่านฤาษีดู เชื่อว่าบารมีของท่านน่าจะกำราบเพทายได้”

หุ่นท่านเจ้าคุณยกไม้ตะพดสวดคาถาแล้วขว้างออกไป กลายเป็นเชือกพันรอบตัวเพทายอย่างเร็วและรัดแน่นเข้า...แน่นเข้า จนร่างเพทายหดเล็กลงเป็นปกติ พิไลยืนตะโกนเพทายให้สู้ๆ ขู่ว่าถ้ายอมแพ้พวกหุ่นง่ายๆตนจะฟ้องเวทย์

เมื่อเพทายสู้ไม่ได้ ร้องขอให้พิไลช่วย พิไลเห็นจวนตัวก็หนีเอาตัวรอด วิ่งไปเจอเดชที่กำลังมาตามหาพอดี เดชบังคับให้พิไลไปที่ห้องนั่งเล่นและเล่าความจริงทั้งหมดให้พรรณรายฟัง สำทับว่าถ้าโกหกแม้แต่คำเดียวก็จะหักคอด้วยมือตนเอง

พิไลจึงยอมเล่าความจริงว่า ตนทิ้งเดชไปเพราะทนกับชีวิตที่แร้นแค้นไม่ได้ พรรณรายก็กวนใจ พอตีก็ถูกเดชดุไม่พอใจ

อารีย์เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันได้ยินเสียงพรรณรายร้องจึงมาอุ้ม เดาว่าพรรณรายหิวจึงอุ้มไปหาของให้กินที่บ้าน บอกเดชให้ทำงานต่อเถอะตนจะดูแลพรรณรายให้เอง

ในที่สุดเดชจับได้ว่าพิไลเป็นชู้กับเทิด พิไลจึงหนีไปอยู่กับเทิดพรรณรายฟังคำสารภาพของพิไลแล้วถามอย่างผิดหวังว่า ไหนแม่บอกว่าลุงเทิดเป็นพี่ชายไง?

พิไลสารภาพผิดกับเดชและขอโทษพรรณราย ทำให้พรรณรายรู้ความจริง เข้าไปกราบขอโทษอารีย์เพราะตนเข้าใจผิดตามที่พิไลเป่าหูว่าคุณแม่อารีย์แย่งคุณพ่อไปจากแม่พิไล พรรณรายยังขอโทษอัมรากับอ๊อด ทั้งสองไม่โกรธโผเข้ากอดพรรณรายด้วยความรัก เดชกับอารีย์มองความรักของสามพี่น้องอย่างปลื้มปีติ ในขณะที่พิไลจิกตามองอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ที่ห้องหุ่น หุ่นทุกตัวจ้องมองเพทายอย่างเคียดแค้น หุ่นชาวนาถามหุ่นท่านเจ้าคุณว่าเราจะทำอย่างไรกับแม่ดาราคนนี้ดี

เพทายพูดอย่างยโสโอหังว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ปล่อยตนไป หุ่นนางพยาบาลท้วงติงทันท่าปล่อยไปเดี๋ยวก็กลับไปบอกหมอผีคนนั้นมาเล่นงานเราอีก

“เราจะปล่อยหรือไม่ปล่อยเพทายก็มีค่าเท่ากัน คนมีอาคมแก่กล้าขนาดนั้นป่านนี้คงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเราเตรียมรับมือมันให้ดี” หุ่นท่านเจ้าคุณบอกแล้วก็จริงอย่างนั้น เพราะเวทย์ที่หลับตานั่งสมาธิอยู่ที่บ้านพึมพำอย่างเจ็บใจว่า

“ขนาดผีนังโหงพรายเพทายยังแพ้พวกมัน เห็นทีงานนี้ข้าจะต้องไปจัดการด้วยตัวเองซะแล้ว”

พริบตาเดียว หุ่นท่านเจ้าคุณก็บอกว่ามันมาแล้ว เพทายดีใจมากหันไปเย้ยพวกหุ่นว่าอีกไม่กี่นาทีก็ต้องตายหมดกลายเป็นทาสรับใช้นายท่านอย่างแน่นอน

พอเวทย์มาถึงก็สั่งตุ๊กตาดินสองตัวที่กลายเป็นผีดิบหน้าตาดุร้าย “จงไปจัดการกับพวกมันให้หมดเดี๋ยวนี้”

เดชเห็นสถานการณ์คับขันบอกสันติให้พาทุกคนหลบไปก่อน ตนจะสู้กับมันเอง พอสันติพาอัมรา พรรณราย และอ๊อดหนีไปแล้ว เดชกับอารีย์ก็ถูกผีดิบพุ่งเข้าบีบคอทันที เดชเข้าไปช่วยอารีย์แต่ถูกเวทย์อ้อมไปข้างหลังใช้บ่วงอาคมรัดตัวเดชกับอารีย์ไว้ด้วยกัน ทั้งสองร้องอย่างเจ็บปวด เวทย์มองอย่างดุร้ายคำรามสะใจ “เสร็จข้าทั้งผัวทั้งเมีย”

เวทย์ใช้คาถาเป่าไปที่มีด มีดเรืองวาบแล้วพุ่งจากมือเวทย์ไปตัดเชือกที่รัดเพทายสะบั้น สั่งเพทาย “จับมันให้หมด”

สันติพาอัมรา พรรณราย และอ๊อดหนีไป ก็ถูกผีดิบของเวทย์ดักจับ สันติกับอัมราเอาสร้อยพระออกมา ผีดิบทั้งสองดิ้นพราดๆแล้วหายวับไป อัมราเป็นห่วงพวกในห้องหุ่น ชวนกันไปช่วย พอดีเสียงอารีย์ร้องอย่างเจ็บปวดแว่วมา อัมรากับพรรณรายรีบวิ่งไปที่ห้องหุ่นทันที สันติกับอ๊อดจึงรีบวิ่งตามไป

ooooooo

ในห้องหุ่น พิไลกำลังผยองเต็มที่ พิไลถามเวทย์ว่าจะจัดการกับพวกนี้อย่างไรดี พอดีพรรณรายกับอัมราวิ่งเข้ามา เดชตะโกนให้ทั้งสองออกไปอัมราบอกว่าตนจะไม่ทิ้งคุณพ่อคุณแม่เด็ดขาด

ขณะที่ห้องหุ่นกำลังตึงเครียดนั้น ชิ้นฟื้นขึ้นมาแปลกใจว่าตนมานอนที่ครัวได้อย่างไร เดินหาอัมราก็ได้ยินเสียงอัมราขอร้องอย่าทำร้ายคุณครูเลย ชิ้นรีบย่องไปที่ห้องหุ่น

เป็นเวลาที่เวทย์กำลังใช้คาถาดูดวิญญาณนางรำเข้าหม้อดิน แล้วดูดวิญญาณนางพยาบาลเข้าหม้อดินอีก ชิ้นตกใจมากไม่รู้จะทำอย่างไรจึงโทร.บอกอาทร อาทรรีบไปบอกหลวงตาที่กุฏิทันที

“หลวงตาคิดอยู่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องร้าย เพราะปกติเจ้าอาร์ตไม่เคยไปค้างอ้างแรมที่อื่น”

“ฟังจากน้าชิ้นเล่า ไอ้หมอผีคนนี้มันคงเป็นคนเดียวกับที่ทำน้ำมันพรายแน่ๆครับ คงจะมีแต่หลวงตาคนเดียวแล้วล่ะครับที่จะช่วยทั้งคนและหุ่นทั้งหมดได้”

หลวงตานิ่ง...สีหน้าหนักใจ

ooooooo

ที่ห้องหุ่น...เวทย์ดูดวิญญาณของหุ่นทั้งหมดลงหม้อดินปิดด้วยผ้ายันต์อาคมแน่น บอกพิไลว่าเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะเอาไปฝังที่ป่าช้ารอวันพระจันทร์ เต็มดวงแล้วจะปลุกเสกมาเป็นทาสรับใช้ต่อไป

พิไลเดินไปหาสันติ อัมรา พรรณรายและอ๊อดที่ถูกมัดไว้มีเพทายยืนคุมอยู่ พรรณรายถามพิไลอย่างไม่พอใจว่า

“คุณแม่จะทำบาปไปถึงไหนกันคะ ที่ผ่านมา คุณแม่ก็ทำแต่เรื่องที่เลวร้ายกับคุณพ่อและคุณแม่อารีย์ พรรณว่ามันน่าจะพอแล้ว” พิไลตวาดให้หยุดอย่าคิดว่าตัวเองเป็นลูกแล้วตนจะไม่กล้าทำอะไร “คุณแม่อยากจะทำอะไรพรรณก็เชิญ แต่ขอให้ปล่อยคุณพ่อคุณแม่แล้วก็หุ่นทั้งหมดก็พอ”

“ได้ไหมคะน้าพิไล อัมขอร้องนะคะ น้าพิไลให้อัมทำอะไรอัมจะยอมทำทุกอย่าง”

พิไลมองอัมราอย่างสมเพช พลันก็คิดอะไรได้ย้อนถามว่าทุกอย่างหรือ เมื่ออัมรายืนยัน พิไลให้อัมราเซ็นยกสมบัติส่วนที่เป็นของอัมรากับอ๊อดให้ตนเป็นคนดูแลแล้วตนจะยอมปล่อยหุ่นผีพวกนั้น เวทย์ถามว่าจะให้ตนปล่อยหุ่นผีพวกนั้นจริงหรือ พิไลกระซิบกับเวทย์ว่า “พี่เวทย์ยังไม่รู้จักฉันดีพออีกเหรอ?”

อัมราต้องการความมั่นใจว่าถ้าตนเซ็นยอมตามที่พิไลเสนอแล้วเวทย์จะปล่อยคุณพ่อคุณแม่และหุ่นทั้งหมดจริง พิไลยอมสาบานว่า

“ให้ฉันตายเลยเอ้า” แล้วเร่งอัมราให้เขียน อัมรานิ่งไปอึดใจแล้วหยิบปากกา มองกระดาษตรงหน้านิ่ง พิไลจึงพาอัมราออกจากห้องหุ่นไป สันติกระซิบกับพรรณรายว่าน้าพิไลจะให้อัมราทำอะไร? พรรณราย เชื่อว่าอัมราจะไม่ทำอะไรโง่ๆ

เพทายที่คุมพวกสันติอยู่ถามว่าทำไมต้องกระซิบกัน ลืมไปแล้วหรือว่าตนเป็นผี

“ฉันไม่ลืมหรอกว่าแกเป็นผี แล้วก็ไม่ลืมด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นผีก็เลวเหมือนกัน”

เพทายถูกด่าก็ตาเขียววาบเคลื่อนเข้าบีบคอพรรณรายทันที สันติขอร้องเพทายอย่าทำอะไรพรรณรายเลย เพทายจึงบอกพรรณรายว่า

“แม่แกกำลังหลอกให้ยัยอัมรายกสมบัติให้ และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พวกแกนั่นแหละจะโดนฆ่าทิ้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าฉันฆ่าแกตอนนี้มันก็มีค่าเท่ากัน” ว่าแล้วก็บีบคอจนพรรณรายตาเหลือก สันติตกใจสุดขีดร้องห้าม ถูกเพทายหัวเราะเยาะอย่างดุร้าย

“อย่าก่อกรรมทำบาปอีกเลย ปล่อยพรรณรายเสียเถอะ” เสียงหลวงตากังวานขึ้น สันติมองไปเห็นหลวงตา ยืนอยู่เขาอุทานดีใจสุดๆ

“หลวงตา...”

เพทายปล่อยมือจากคอพรรณรายหันไปจะเล่นงานหลวงตา หลวงตายืนอย่างสงบ เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานอ่อนโยน

“สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพะยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ อาตมาขออุทิศบุญกุศลที่ได้เคยทำไว้ทั้งในอดีตและปัจจุบันให้แก่โยมเพทาย ขอโยมจงรับบุญกุศลที่อาตมาอุทิศให้เพื่อวิญญาณของโยมจะได้หลุดพ้นจากอาคมอันชั่วร้ายและได้ไปสู่ภพภูมิที่โยมควรไป”

เพทายซึ้งใจที่ตนจะทำร้ายหลวงตาแต่ท่านกลับแผ่เมตตาเพื่อปลดปล่อยวิญญาณตน

“อาตมาไม่ได้คิดจะทำร้ายโยม โยมได้รับความทุกข์ทรมานมามากแล้ว ขอหยุดความแค้นความอาฆาตทำใจให้สงบนิ่ง อาตมาจะปลดปล่อยวิญญาณให้โยม”

เพทายนิ่งไปครู่หนึ่งจึงหันไปขอโทษสันติ พรรณรายและอ๊อดขอให้อโหสิกรรมให้ด้วย สันติเป็นตัวแทนเอ่ยอโหสิกรรมให้ เพทายจึงพนมมือบอกหลวงตาว่าตนพร้อมแล้ว หลวงตาจึงสวดคาถาปลดปล่อยวิญญาณเพทายไป

ooooooo

พิไลพาอัมราไปที่ห้องนั่งเล่น ทั้งหว่านล้อมทั้งขู่ว่าขืนลีลามากตนอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ อัมราจึงตัดสินใจเริ่มเขียนข้อความบนกระดาษตรงหน้า

เวทย์รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่ห้องหุ่นเขารีบเดินไป พิไลจึงหันเร่งอัมราให้รีบเขียนรีบเซ็นเสีย ตาก็คอยหันมองเวทย์ที่เดินมุ่งไปทางห้องหุ่นอย่างกังวล

ปลดปล่อยวิญญาณเพทายแล้ว อ๊อดบอกว่าหมอผีขังคุณพ่อคุณแม่และหุ่นทั้งหมดไว้ในหม้อนี้ หลวงตาบอกว่าไม่ต้องห่วง หลวงตากำลังจะช่วยหุ่นทั้งหมดเดี๋ยวนี้ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร หันบอกสันติให้ช่วยบางอย่าง เพราะตอนนี้หมอผีเวทย์รู้แล้วว่าเพทายถูกปลดปล่อยไป สันติรับคำแล้วรีบออกจากห้องหุ่นไป

“เจ้าสองคนถอยออกไปก่อน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้อยู่ในความสงบ” หลวงตาบอกอ๊อดกับพรรณราย แล้วท่านก็นั่งตรงหน้าหม้อดินอาคมหลับตานั่งสมาธิพึมพำสวดมนต์อย่างสงบนิ่ง ครู่หนึ่ง หม้อดินเริ่มขยับเหมือนมีแรงดึงอย่างน่าอัศจรรย์

สันติออกไปดักเวทย์ที่มุมหนึ่งของบ้าน เมื่อเห็นเวทย์เดินมาก็หาทางถ่วงเวลาเพื่อให้หลวงตาได้ทำพิธีอย่างสงบ สันติทำทีวิ่งไปทางหนึ่งอย่างจงใจให้เวทย์เห็น เวทย์หันมองแล้วรีบตามไปอย่างเอาเรื่อง สันติวิ่งไปครู่หนึ่งหันมองไม่เห็นเวทย์แต่พอหันมาก็เจอผีดิบสองตัวพุ่งเข้ามา มันบีบคอสันติยกขึ้น

ขณะสันติถูกบีบคอจนตาเหลือกนั่นเอง หุ่นท่านเจ้าคุณที่หลวงตาปล่อยออกจากหม้อดินแล้วก็มาช่วยไว้ เวทย์ท้าว่ามาเลย จะมาอีกกี่ตัวตนก็จะจับให้หมด แล้วเวทย์ก็นั่งบริกรรมคาถาอย่างน่าเกรงขาม

บรรดาหุ่นทั้งหมดยืนในท่าเตรียมพร้อมรับมือเวทย์เต็มที่

ooooooo

พิไลดีใจมาก เมื่ออัมราเขียนและเซ็นชื่อยกสมบัติส่วนของตนกับอ๊อดให้ แต่พริบตานั้นเดชปรากฏตัวขึ้นบอกพิไลว่า

“ถ้าอยากได้สมบัติของฉันมากนัก เธอก็ต้องไปอยู่กับฉันพิไล”

พิไลตกใจวิ่งหนี เดชหันบอกอัมราว่าไม่ต้องกลัว พ่อจะจัดการทุกอย่างให้เอง อัมรารีบห้ามเพราะไม่อยากให้เดชมีบาปติดตัวอีก แต่เดชหายวับไปแล้ว พลันเธอก็คิดถึงพรรณรายกับอ๊อด รีบออกจากห้องนั่งเล่นไปห้องหุ่นทันที ไปถึงห้องหุ่นเห็นพรรณรายกับอ๊อดกำลังกอดกันอยู่กับอารีย์ อัมราวิ่งเข้าไปกอดอีกคนด้วยความดีใจสุดๆ

“คุณแม่ พี่พรรณ อ๊อด...อัมดีใจเหลือเกินค่ะที่ทุกคนปลอดภัย”

อารีย์ดึงลูกทั้งสามให้นั่งลง แล้วก้มกราบหลวงตา ลูกๆทั้งสามทำตาม เป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง...

“ถ้าไม่ได้หลวงตา พวกเราทั้งหมดคงแย่ ดิฉันไม่คิดเลยว่าความโลภของพิไลจะทำให้เรื่องต่างๆวุ่นวายได้มากถึงขนาดนี้” อารีย์เอ่ยกับหลวงตา

“ความโลภของมนุษย์เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

พรรณรายถามขึ้นอย่างไม่สบายใจว่าคุณพ่อจะทำร้ายพิไลหรือเปล่า? อัมราฉุกคิดได้พลอยกังวลไปด้วยเพราะเห็นเดชวิ่งไล่ตามพิไลไป

“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก ต่อให้โกรธยังไง คุณพ่อก็ไม่มีวันทำร้ายพิไล แค่จะสั่งสอนให้หลาบจำเท่านั้นเอง พิไลจะได้ไม่กล้าก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก”

พรรณรายกับอัมราจึงโล่งใจ เข้ากอดอารีย์ไว้อีกครั้งด้วยความรัก...

ooooooo

เดชไล่ตามพิไลไป พิไลอ้อนวอนเดชอย่าฆ่าตนเลย ตนจะไปจากที่นี่และไม่กลับมาอีกแล้ว เดชบอกว่าเมื่อเธออยากได้สมบัติของตนก็ต้องไปอยู่กับตน

“ว้าย...ไม่เอา ไม่ไป ฉันไม่ไปอยู่กับพี่ ฉันยัง

ไม่อยากตาย พี่เวทย์ช่วยด้วย...พี่เวทย์...”

เวทย์กำลังบริกรรมคาถาแล้วขว้างสร้อยลูกประคำอาคมออกไปคล้องตัวหุ่นทับกับหุ่นชาวนาที่กำลังเดินเข้าหา เกิดไฟลุกไหม้หุ่นทั้งสองจนร้องอย่างเจ็บปวด หุ่นอื่นๆและสันติต่างตกใจ เวทย์ร้องท้าให้ทั้งหุ่นและคนที่เหลือเข้ามาเลยตนจะจับเป็นทาสให้หมด จะทำลายเสียให้สิ้นซาก

“พอสักทีเถอะโยม” เสียงหลวงตาเยือกเย็นแทรกเข้ามา เวทย์หันมองเห็นหลวงตา อารีย์ อัมรา พรรณรายและอ๊อดยืนอยู่ หลวงตาบอกเวทย์ว่า “จงหยุดก่อกรรมทำชั่วเสียทีเถิด วิชาอาคมที่โยมมีควรนำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร จะได้ไม่เสียแรงที่ครูบาอาจารย์ได้สั่งสอนมา”

หลวงตาสวดมนต์แล้วเป่าออกไปดับไฟที่ไหม้หุ่นทับกับหุ่นชาวนาดับมอด เวทย์แค้นใจท้าว่าอยากลองดีกับตนใช่ไหม แล้วหลวงตากับเวทย์ก็ต่อสู้กันด้วย พลังแห่งธรรมะและอธรรม

ขณะกำลังต่อสู้กันด้วยพลังธรรมะและอธรรมนั่นเอง พิไลวิ่งพรวดเข้ามาสะดุดขาตัวเองล้มทับเวทย์กระโปรงครอบหัวเวทย์ทำให้ของในตัวเวทย์เสื่อม บรรดาผีที่ถูกเวทย์สะกดไว้ต่างปรากฏตัวออกมารุมทำร้ายเวทย์อย่างอาฆาตแค้น เวทย์ตาเหลือกร่างกายบิดเบี้ยว ตามลำตัวมีแผลเหวอะหวะล้มลงสิ้นใจตาเหลือกค้าง

สันติบอกพิไลว่าเวทย์ตายแล้ว พิไลตกใจกลัวสติแตกวิ่งเตลิดไปที่ถนนจนถูกรถชนตายอย่างน่าสยดสยอง

ooooooo

เจดีย์เก็บกระดูกที่วัด...พรรณรายวางดอกไม้หน้ารูปพิไลที่ติดอยู่หน้าเจดีย์เก็บกระดูก

“ขอให้วิญญาณคุณแม่ไปสู่สุคตินะคะ” แล้วหันถามอัมรากับอ๊อดที่ยืนมองอยู่ “แน่ใจว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่โกรธที่เราทำแบบนี้”

อัมรามองที่เจดีย์เก็บกระดูกเห็นรูปเดชคู่กับอารีย์ ติดอยู่ บอกพรรณรายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า

“ไม่หรอกค่ะ อัมแน่ใจว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องยินดีต้อนรับ เพราะจริงๆแล้ว ท่านทั้งสามก็เป็นเพื่อนรักกันมาก่อน” แล้วอัมราก็นั่งลงลูบที่รูปถ่ายเดชกับอารีย์เบาๆ “คุณพ่อคุณแม่ไม่โกรธพวกเราใช่ไหมคะ”

ลมที่สงบนิ่งอยู่กลับพัดผ่านเบาๆ เหมือนตอบรับ อัมรา พรรณราย และอ๊อดมองหน้ากัน ยิ้มให้กันอย่างมีความสุขลุกขึ้นกอดกันด้วยความรักเบื้องหน้าเจดีย์เก็บกระดูกของเดช อารีย์ และพิไล...

ที่ห้องหุ่น เมื่อหลวงตาปล่อยวิญญาณหุ่นทั้งหมดไปสู่ภพภูมิที่ควรไปแล้ว ก่อนหายตัวไป ทั้งเดชและอารีย์เอ่ยปากฝากลูกๆทั้งสามให้ดำเกิงและบุญเรือนช่วยดูแลอบรมบ่มสอน ทั้งดำเกิงและบุญเรือนรับปากด้วยความยินดีและเต็มใจ

อารีย์ขอบใจชิ้นสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ตนและลูกๆ เดชขอบใจสันติกับอาทร แล้วมองเลยไปยิ้มให้จุ๊บด้วย

“ลูกทั้งสามจะไม่มีพ่อและแม่คุ้มครองอีกต่อไป ขอให้ลูกทั้งสามจงรักกันให้มากๆ พี่ก็ขอให้เมตตาต่อน้อง น้องก็ให้เคารพพี่” เมื่อทั้งสามรับคำแล้ว อารีย์บอกลูกๆ ว่า “ขอให้ลูกของแม่จงเป็นคนดีและความดีจะคุ้มครองปกป้องลูกๆเอง”

“ได้เวลาแล้ว” หลวงตาเอ่ยขึ้น พรรณราย อัมรา และอ๊อดค่อยๆถอยออกมา หลวงตาพึมพำสวดมนต์ วิญญาณหุ่นทั้งหมดก้มกราบหลวงตาหมอบนิ่งอยู่อย่างนั้น จนวิญญาณทั้งหมดค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าทุกคน...

ooooooo

หลายปีผ่านไป...

ทุกคนที่รับปากกับเดชและอารีย์ ดำเนินชีวิตอย่างงดงาม สมถะ พอเพียง รักใคร่กลมเกลียวกัน จนทั้งอัมราและพรรณรายเรียนจบปริญญาตรี บุญเรือนและเดชจัดเลี้ยงฉลองปริญญาให้ทั้งสองเสมือนลูกตัวเอง

พรรณรายที่ไม่เคยจับต้องงานในบ้าน ก็กลายมาเป็นแม่ครัวฝีมือเยี่ยมทำแกงเขียวหวานเลี้ยงในงาน

“วันนี้ถือเป็นวันดีที่สุดอีกวันหนึ่ง ลุงกับป้าขอเป็นตัวแทนคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงแสดงความยินดีที่หนูพรรณกับหนูอัมเรียนสำเร็จสมอย่างที่ตั้งใจ”

พรรณรายกับอัมรากราบขอบคุณทั้งดำเกิงและบุญเรือน สันติบ่นเสียดายที่อ๊อดอยู่โรงเรียนประจำเลยอดฉลองด้วย อาทรบอกว่าเสาร์นี้จะไปรับอ๊อดกลับมาแล้วจัดฉลองกันอีกรอบก็ได้

อาทรกินแกงเขียวหวานกับขนมจีนอย่างเอร็ดอร่อย ชมว่าฝีมือแม่ไม่ตกเลย ถ้าตนแต่งงานคงต้องให้ว่าที่เจ้าสาวมาเรียนทำแกงเขียวหวานกับคุณแม่ก่อน ถ้าไม่ได้รสนี้ตนจะไม่แต่งเด็ดขาด

“ถ้าอย่างนั้น พ่อกับแม่ก็คงหาว่าที่เจ้าสาวให้เราได้แล้วล่ะ” ดำเกิงยิ้มเป็นนัย พรรณรายรู้ตัวเขินจนขอตัวลุกไปเอาน้ำมาให้ บุญเรือนบอกให้อาทรไปช่วยพรรณรายยกน้ำอาทรลุกไปเขินๆ ทุกคนมองตามอาทรไปขำๆ

ขณะไปเอาน้ำด้วยกันในห้องครัว ทั้งอาทรและพรรณรายต่างรู้สึกดีต่อกัน อาทรเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“หลายปีมานี้ น้องพรรณเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จนทำให้พี่ลืมน้องพรรณคนเก่าไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไป เราจะไม่พูดถึงอดีตกันอีกนะ จะมีแต่อนาคตที่มีแต่เราสองคนเท่านั้น...”

พรรณรายพยักหน้าน้ำตาซึม ซบอกอาทรอย่างซาบซึ้งมีความสุข...

ooooooo

อัมรากับสันติลงไปที่ห้องหุ่น อัมราบอกว่านับแต่หลวงตาทำพิธีวันนั้นแล้ว หุ่นทั้งหมดก็กลายเป็นหุ่นปกติ ไม่มีใครในบ้านได้เห็นวิญญาณพวกท่านอีกเลย สันติบอกว่าท่านคงไปสู่สุคติแล้วแต่ตนเชื่อว่าท่านทั้งสองยังมองและยินดีกับความสำเร็จของเราอยู่

อัมราชวนออกไปกัน สันติบอกว่าตนมีเรื่องจะเรียนขออนุญาตคุณอาเดชกับคุณอาอารีย์ แล้วเขาก็รายงานถึงความสำเร็จในการศึกษาของตนว่า เรียนจบปริญญาโทแล้ว เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยและกำลังจะได้ทุนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ แล้วจึงเอ่ย...

“ผมขออนุญาตแต่งงานกับน้องอัมก่อนที่ผมจะไปต่างประเทศ ผมไม่มีพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ที่ไหน หลวงตาที่เคารพที่สุดก็มรณภาพไปแล้ว ผมจึงขออนุญาตสู่ขอน้องอัมด้วยตัวผมเอง ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องอัมด้วยชีวิตของผมครับ”

อัมราท้วงติงว่ายังไม่ได้ถามตนสักคำว่าจะแต่งงานกับพี่อาร์ตหรือเปล่า บ่นงอนๆว่าทำแบบนี้เหมือนมัดมือชกกัน สันติขอโทษแล้วขอถามตอนนี้เสียเลย

“ถ้าอย่างนั้นอัมขอตอบจากใจจริงว่า ไม่ค่ะ” สันติหน้าเสียก้มหน้านิ่ง อัมราทนดูไม่ได้รีบพูดต่อว่า “ไม่ปฏิเสธค่ะ”

“น้องอัม” สันติยิ้มเต็มหน้า “แกล้งหลอกให้พี่หัวใจแทบวาย แบบนี้ต้องทำโทษเสียให้เข็ด” สันติจะหอมแก้มทำโทษ อัมราผลักเขาแล้ววิ่งหนี ท้าว่าถ้าจับได้จะยอมให้ทำโทษ

ทั้งสองวิ่งไล่กันไปอย่างร่าเริง แต่สันติก็จับตัวอัมราไม่ได้สักที มีแต่เสียงหัวเราะร่าเริงดังแว่วไปทั้งบริเวณบ้านอย่างมีความสุข...

หุ่นในห้องยังนิ่งเหมือนหุ่นปกติ แต่มีรอยยิ้มเหมือนจะเป็นการบอกว่า ถ้าเกิดเรื่องร้ายๆกับคนในบ้านสัตยาภาอีก หุ่นทั้งหมดก็พร้อมจะกลับมาปกป้องเหมือนที่ผ่านมา...

ooooooo

–อวสาน–








นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.