ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"



คืนนี้สันติเล่าเรื่องเมื่อกลางวันให้หลวงตาฟัง หลวงตาฟังแล้วบอกว่าตอนนี้อัมรากับอ๊อดกำลังลำบาก

สันติเล่าว่าตอนนี้พิไลกำลังคิดจะขายหุ่นในห้องหุ่นด้วย หลวงตาตกใจบอกว่าถ้าขายไปต้องเกิดเรื่องยุ่งแน่ๆ หลวงตาถามสันติว่าเขาเชื่อเรื่องวิญญาณไหม

“เมื่อก่อนผมไม่เชื่อครับ แต่พอโดนเข้ากับตัวเอง ผมถึงเข้าใจว่า เรื่องที่เหนือธรรมชาติมีอยู่จริง หลวงตาถามทำไมครับ”

“หุ่นในห้องหุ่นทุกตัวมีวิญญาณสิงอยู่” หลวงตาบอก สันติฟังแล้วตกใจมาก

บรรดาหุ่นในห้องหุ่นพากันร้อนใจมาก หุ่นทับบอกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว หุ่นชาวนาเห็นด้วยว่าเราต้องหาใครมาช่วย หุ่นนางรำถามว่าจะหาใครที่มีบารมีมากพอที่ช่วยเราได้

“หลวงตา...หลวงตาไงครับ” เดชเสนอ หุ่นอารีย์ติงว่าไม่มีใครออกจากหุ่นได้แล้วเราจะติดต่อหลวงตาได้อย่างไร

ทั้งหมดอึ้งไปหมด ต่างช่วยกันคิดแต่คิดไม่ออก จนหุ่นท่านเจ้าคุณเอ่ยขึ้นว่า

“เราต้องสื่อด้วยดวงจิตที่สงบและมีสมาธิมากพอ เชื่อว่าหลวงตาจะรับสื่อจากเราได้” หุ่นอารีย์บอกว่าพวกตนคงทำไม่ได้ “ตอนฉันยังมีชีวิตอยู่ ได้เคยปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัดฉันจะลองดูก็แล้วกัน”

เวลาเดียวกัน หลวงตายังคุยกับสันติ บอกว่าไม่ต้องกลัวเพราะหุ่นพวกนั้นจะไม่ทำร้ายใคร พวกเขาอยู่แค่ปกป้องคุ้มครองคนในครอบครัวสัตยาภาเท่านั้น แต่สิ่งที่หลวงตากลัวคือ

“ถ้าพิไลขายหุ่น หุ่นอาจไม่พอใจ กลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับพิไล” สันติติงว่าอัมราถูกเทิดรังแกหลายครั้งไม่เห็นหุ่นทำอะไรเทิดเลย หลวงตาเอะใจ ฉุกคิดได้ว่าอาจจะเกิดอะไรกับหุ่นพวกนั้นก็ได้

ooooooo

หุ่นท่านเจ้าคุณหลับตาทำสมาธิอยู่ครู่ใหญ่ก็ลืมตาขึ้นบอกว่าถึงดวงจิตตนจะสงบแต่ก็ไม่อาจผ่านอาคมของหมอผีไปได้ หุ่นทุกตัวต่างสิ้นหวัง

แต่หลังจากหลวงตานั่งสมาธิสงบนิ่งไม่นานวิญญาณของหลวงตาก็ออกจากร่าง เดินผ่านทะลุผนังห้องออกไป แล้วไปปรากฏที่หน้าบ้านเดช เจออสูรดำออกมาขวางถามว่า “เจ้าเป็นใคร”

“เจ้าคงเป็นวิญญาณที่โดนปลุกเสกมาเพื่อให้เป็นทาสรับใช้?” มันตวาดว่าไม่ต้องพูดมาก หลวงตาถามว่านายของเจ้าคือใคร มันตวาดอีกว่าไม่ต้องถาม จะไปดีๆ หรือจะให้ตนจัดการ

“หลีกทางให้อาตมาเถอะ อาตมาเองก็ไม่อยากทำร้ายเจ้า”

อสูรไม่เพียงไม่หลีกมันพ่นไฟอาคมใส่หลวงตา ถูกหลวงตาภาวนาเป็นฝนอาคมตกลงมาดับไฟอาคมทันที อสูรดำตะลึงพุ่งร่างเข้าล้อมรัดหลวงตาทันที ถูกหลวงตาสวดแผ่เมตตาให้ พริบตาเดียวร่างมันก็ถูกรัดล้อมรัดจนมันร้องโหยหวนแล้วสลายกลายเป็นอากาศธาตุไป หลวงตาถอนใจพึมพำ “เราปลดปล่อยเจ้าแล้ว จงไปสู่ภพภูมิที่เจ้าควรไปเถิด”

เวทย์อยู่ในป่ากำลังปลุกเสกตุ๊กตาโหงพราย เกิดพายุพัดอื้ออึงมีเสียงนกกลางคืนร้องรับกันน่ากลัว เวทย์ลืมตาทันที

“ใครบังอาจปล่อยทาสของข้า” เวทย์บริกรรมคาถาอีก คราวนี้เหงื่อแตกพลั่ก “บารมีมันแก่กล้าจนบังตาไม่ให้ข้าเห็นมันได้ หึ...เข้าเจอคู่ปรับที่น่ากลัวเข้าแล้วหรือ? ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร!” สีหน้าเวทย์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ooooooo

พอหลวงตาไปถึงห้องหุ่น วิญญาณที่ซ่อนอยู่ในหุ่นทุกตัวนั่งคุกเข่าพากันกราบหลวงตา ท่านมองหุ่นเหล่านั้นเอ่ยอย่างเห็นใจว่าเป็นอย่างที่หลวงตาคิดไว้จริงๆ

ทั้งเดชและอารีย์ต่างดีใจที่ได้พบหลวงตา อารีย์ขอให้หลวงตาช่วยพวกตนและลูกๆด้วยเถิด

“หลวงตาจะพยายาม แต่ไม่ใช่แค่หลวงตาคนเดียวที่จะช่วยได้ พวกเจ้าก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย”

“พวกเราจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ขอให้หลวงตาบอกมาว่าพวกเราต้องทำยังไงบ้างครับ” หุ่นท่านเจ้าคุณอาสา

หลวงตาพยักหน้าพอใจ หุ่นทุกตัวมองหน้ากันอย่างมีความหวัง

ที่ในป่า...เวทย์ปลุกเสกเพทายเป็นโหงพรายได้สำเร็จ เวทย์พอใจมากบอกว่า

“เจ้าเป็นโหงพรายที่เหนือโหงพรายทุกตัว จะไม่มีผีตัวไหนสู้เจ้าได้ ฮ่ะๆๆ”

“ฉันจะรับใช้นายท่านด้วยความซื่อสัตย์” โหงพราย เพทายหมอบลงตรงหน้าเวทย์ เวทย์หัวเราะลั่นป่า พอใจมาก

ooooooo

หลวงตากลับถึงกุฏิ บอกสันติว่าไปห้องหุ่นมา หุ่นทุกตัวโดนสะกดไว้ด้วยม่านอาคม สันติถามว่ามีทางช่วยไหม

“มี แต่คงต้องให้เจ้าช่วยหลวงตาด้วย เจ้าต้องเข้าไปในห้องหุ่น นำสิ่งของของหุ่นแต่ละตัวมาให้หลวงตาให้ได้

สันติมองหน้าหลวงตาอย่างหนักใจ เพราะตนอยู่ในสายตาของพรรณรายและพิไลตลอดเวลา

ฝ่ายพรรณรายก็ร้องไห้เป็นวักเป็นเวรเสียใจเมื่อรู้ว่าสันติรักตนเพราะน้ำมันพรายไม่ใช่ด้วยหัวใจ พิไลชี้ช่องให้ว่า

“แทนที่ลูกจะมานั่งร้องไห้เสียใจ แม่ว่าเรามาหาทางป้องกันไม่ดีกว่าเหรอ” แนะอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “เท่าที่แม่รู้ ผีตายทั้งกลมที่ถูกสะกดให้มาควบคุมจิตใจของนายอาร์ตได้ถูกคนมีอาคมปลดปล่อยไปแล้ว”

“หมายความว่าฤทธิ์ของน้ำมันพรายจะเสื่อมเหรอคะ”

“ถึงตอนนั้น นายอาร์ตก็คงกลับไปรักยัยอัมราเหมือนเดิม” พรรณรายโวยวายทันทีว่าตนไม่ยอม ไม่ยอมเสียอาร์ตให้อัมราเด็ดขาด “ถ้าอย่างนั้น ลูกก็ต้องรีบกำจัดนังอัมราไปให้พ้นทางเสีย”

พรรณรายคิดตาม สีหน้าแววตาร้ายกาจ อย่างเห็นพ้องกับคำยุยงของพิไล

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งพรรณรายและพิไลก็รวมหัวกันแกล้งอัมรา เห็นอัมราเอาผ้าซักไปตากก็เอาเสื้อผ้าสองตะกร้าใหญ่ไปให้อัมราซัก อัมราบอกว่าตนเพิ่งซักเสร็จและที่เอามานี่ก็เป็นเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ใส่ทั้งนั้น

“ใช่ ฉันยังไม่ได้ใส่ แต่ฉันอยากให้ซัก มีปัญหาอะไรไหม” พิไลแว้ดใส่

“แบบนี้แกล้งกันชัดๆ อัมไม่ซักค่ะ ถ้าน้าพิไลอยากซักก็คงต้องซักเอง” อัมราโยนเสื้อใส่ตะกร้าตามเดิม

พรรณรายสั่งให้ซักเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ทำก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและของอ๊อดออกไปจากบ้านนี้ได้เลย สั่งแล้วเดินเชิดไป อัมรามองตามพรรณรายไปด้วยความเสียใจ ถูกพิไลพูดเยาะเย้ยก่อนเดินไปอีกคนว่า

“ซักให้สะอาดนะจ๊ะ ถ้ายังไม่อยากไปนอนอยู่ข้างถนน”

ooooooo

ความร้ายกาจของพรรณราย ทำให้เธอฝันร้ายขณะงีบหลับไปว่า ถูกเดชกับอารีย์ในสภาพน่ากลัวมาก มาถามว่าทำไมแกล้งน้องแบบนี้? แกล้งน้องทำไม?!

พรรณรายตกใจสุดขีดร้องจนตัวเองตกใจตื่น พิไลที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามว่าเป็นอะไร พรรณรายบอกว่าฝันร้ายสงสัยคุณพ่อคุณแม่จะโกรธที่ตนแกล้งอัมราแน่ๆ พิไลถามอย่างผยองว่า

“โกรธแล้วจะทำอะไรได้” พรรณรายบอกว่ากลัววิญญาณคุณพ่อคุณแม่มาเล่นงาน “ไม่มีทาง เชื่อแม่สิ มันก็แค่มาในฝันเท่านั้นแหละ มันไม่มีทางทำอะไรเราได้หรอก”

ฟังพิไลแล้วพรรณรายสบายใจขึ้น ก็พอดีเทิดเดินเข้ามาถามอย่างแปลกใจว่า

“อ้าว...นายอาร์ตไปไหนล่ะ” พรรณรายดีใจถามว่าอาร์ตมาหรือ “ใช่... เจอกันที่หน้าบ้านก่อนลุงออกไปซื้อบุหรี่”

“เอ๊ะ...แล้วหายไปไหน” พิไลระแวง

“พรรณรู้แล้วว่าอาร์ตอยู่ที่ไหน” พรรณรายลุกออกไปฉุนๆ พิไลกับเทิดรีบตามไป พอไปถึงหลังบ้านเห็นอัมรากำลังซักผ้าเหงื่อซึมเต็มหน้าอยู่ พรรณรายพรวดเข้าไปยืนค้ำหัวตวาดถาม “อาร์ตอยู่ไหน”

“ทำไมมาถามอัมล่ะคะ”

“ไม่ถามแกแล้วจะถามใคร แกนี่มันมารยาร้อยเล่มเกวียนจริงๆนะ เห็นยัยพรรณหลับเลยอ้อนให้นายอาร์ตมาช่วยซักผ้าใช่ไหม พอพวกฉันมาก็รีบให้หลบไป”

พิไลจิกด่าเป็นคุ้งเป็นแคว พอถูกอัมราย้อนว่าอย่าเอาตนเปรียบเทียบกับตัวเอง เพราะแม้แต่คิดตนก็ยังไม่เคยพิไลได้ทีหาว่าอัมราด่า ตรงเข้ายกกะละมัง

ผ้าที่อัมรากำลังซักคว่ำ เสื้อผ้ากระจายเต็มพื้น อัมรา โมโหจนลุกเผชิญหน้าถาม

“จะแกล้งกันไปถึงไหนคะ อัมจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

พิไลด่าอัมราว่าเป็นกาฝาก ถูกอัมราย้อนว่าใครกันแน่ที่เป็นกาฝาก เลยถูกพิไลตบซ้ายขวาท่ามกลางความสะใจของพรรณราย

“อะไรกันครับ” เสียงสันติถามขณะพิไลกำลังขึ้นคร่อมจะตบอัมราอีก พิไลชะงัก พรรณรายวิ่งเข้าไปเกาะแขนสันติถามอย่างจับผิดว่า

“อาร์ตไปไหนมาคะ ลุงเทิดบอกว่าอาร์ตมาตั้งนานแล้ว”

สันติไม่ตอบ เขามองภาพตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

เมื่อมาที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน พิไลถามสันติอย่างจับผิดว่าเข้าไปทำอะไรในห้องหุ่น!

สันตินิ่งคิดหาทางออก เพราะเขาเข้าไปใน ห้องหุ่นเพื่อเอาของสำคัญตามที่หลวงตาบอกเมื่อคืนนี้ว่า...

“การจะทำลายม่านอาคมต้องใช้พลังจิตที่รวมเป็นหนึ่งของหุ่นทั้งหมด ประสานกับพลังแห่งธรรมที่หลวงตาจะแผ่ไปให้ แต่ต้องมีสิ่งของของหุ่นแต่ละตัวเป็นสื่อกลาง จะทำให้จิตของหุ่นกับหลวงตาสื่อกันได้ง่ายขึ้น”

วันนี้สันติแอบเข้าไปในห้องหุ่น ยกมือไหว้หุ่นทุกตัว “ผมขอโทษนะครับที่ต้องล่วงเกิน” แล้วรีบขลิบผมของหุ่นเดช หุ่นอารีย์ ไล่ไปจนครบทุกตัว เอาใส่ผ้าที่เตรียมมาห่อ ยัดใส่กระเป๋ากางเกงไว้

พิไลระแวงสันติอยู่แล้วจึงคาดคั้นว่าเขาเข้าไปทำอะไรในห้องหุ่น สันติคิดแก้ตัวแทบไม่ทัน ฉุกคิดได้บอกว่า

“ผมเข้าไปดูหุ่นคุณเพทายครับ” พิไลจับผิดว่าตนเข้าไปในห้องหุ่นทำไมไม่เคยเห็นหุ่นเพทาย “พวกเรายังปั้นไม่เสร็จ คุณอาเดชก็เลยเอาผ้าคลุมแล้วเก็บไปไว้หลังฉากในห้องหุ่นครับ”

สันติพูดถึงเพทายทำให้พรรณรายนึกได้ว่าทำไมจู่ๆก็หายไปไม่ยอมมาเป็นแบบให้ปั้นอีกเลย พิไลไม่สนใจคาดคั้นจะเอาผิดกับสันติให้ได้ ถามว่า ทำไมอยู่ๆเกิดสนใจหุ่นเพทายขึ้นมา สันติบอกว่าตนเสียดายที่ปั้นหุ่นไม่เสร็จ กำลังคิดจะชวนจุ๊บมาปั้นต่อ

พรรณรายถามว่าแล้วทำไมไม่บอกตนก่อนอยู่ๆ เขาก็หายไป สันติแก้ตัวว่าตนผ่านมาเห็นเธอหลับอยู่ คุณน้าพิไลก็กำลังทาเล็บ ตนเลยไม่อยากรบกวน

พิไลปั้นน้ำเป็นตัวว่าอัมราซุ่มซ่ามทำกะละมังซักผ้าหกตนไปช่วยเลยชุลมุนกัน พรรณรายก็ผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ย

สันติฟังทั้งสองแล้วทำเป็นพยักหน้า แต่รู้อยู่เต็มอกว่าทั้งสองโกหกคำโต

ส่วนที่ห้องหุ่น เมื่อสันติมาเอาผมของหุ่นทุกตัวไปแล้ว อารีย์ก็รออย่างร้อนใจว่า เมื่อไรหลวงตาจะช่วยเราได้ เดชบอกว่าหลวงตาคงเริ่มทำพิธีคืนนี้แหละ

“แต่ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ยิ่งเห็นลูกโดนแกล้งแบบนี้ ฉันร้อนใจเหลือเกิน”

อารีย์ร้อนใจจนหุ่นท่านเจ้าคุณเตือนว่า

“ใจเย็นๆ แม่อารีย์ ต่อให้ร้อนใจยังไงตอนทำพิธีเธอก็ต้องข่มใจให้ได้ อย่าลืมที่หลวงตาสั่ง พวกเราต้องทำใจให้สงบ ให้นิ่ง ห้ามคิดห้ามหวั่นไหวไปกับสิ่งรอบข้าง ไม่เช่นนั้นจิตพวกเราจะรับพลังแห่งธรรมที่หลวงตาจะส่งมาช่วยไม่ได้”

“ฉันจะพยายามค่ะท่านเจ้าคุณ” อารีย์สงบลงก้มหน้ารับคำ หุ่นทุกตัวต่างรอคอยอย่างมีความหวัง

ooooooo

ที่บ้านเวทย์... พอเวทย์กลับมาเห็นหัวกะโหลกตกลงจากโต๊ะหมู่ก็เข้าไปหยิบดูพึมพำสีหน้าแค้นจัด

“อสูรดำของข้าถูกปลดปล่อยไปอีกแล้ว มันเป็นใครกัน คิดจะมาลองดีกับข้างั้นเหรอ!” เวทย์ตะโกนเรียก “นังโหงพรายเพทาย จงไปที่บ้านสัตยาภา คอยเฝ้าไว้ให้ดี มันมีคนกำลังท้าทายอำนาจของข้า ถ้าเจอมันจัดการได้ทันที”

“ฉันจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง” โหงพรายเพทายรับคำแล้วหายตัวไปทันที เวทย์ยังจิกตาแค้นที่ถูกลูบคม

พริบตาเดียว โหงพรายเพทายก็ไปถึงหน้าบ้านเดช พลันก็ได้ยินเสียงรถแล่นมา โหงพรายเพทายหันคอมองตามเสียงรถ พลันก็ตาวาวโรจน์ เมื่อเห็นเป็นเสี่ยกวงมากับเมีย คำรามแค้น “แก!”

ฝ่ายเสี่ยกับเมียคุยกันอย่างอารมณ์ดีที่จะได้ขายหุ่นฟันกำไรรวยกันเละ

“ใช่พวกแกเละแน่” เพทายคำราม เมียเสี่ยได้ยินสงสัยว่าเสียงอะไร แต่เสี่ยจำได้บอกว่าเป็นเสียงเพทาย ค่อยๆหันมองไปหลังรถ ทั้งเสี่ยและเมียผงะเมื่อเห็นเพทายจ้องอยู่อย่างน่ากลัว เสี่ยยังไม่รู้ว่าเพทายตายแล้วถามว่า มาอยู่บนรถตนได้อย่างไร เพทายจ้องทั้งคู่ตอบเสียงน่ากลัวว่า “ผีจะอยู่ที่ไหน
ก็ได้ทั้งนั้น”

พอรู้ว่าเพทายเป็นผี เสี่ยรีบสัญญาว่าจะทำกงเต๊กให้อย่าหลอกหลอนกันเลย

“ไม่ต้อง ฉันจะเอาชีวิตพวกแก ฉันต้องตายก็เพราะเมียแกมันให้คนมาฆ่าฉัน วันนี้ล่ะฉันจะเอาคืน!”

เสี่ยหูตาเหลือกบอกว่าตนไม่เกี่ยวหมายเอาตัวรอด แต่ถูกเพทายพุ่งเข้าสิงเสี่ย พลันเสี่ยก็เปลี่ยนจากกลัวเป็นหัวเราะร่าขับรถพุ่งออกจากซอยไปราวกับเหาะ เมียเสี่ยมองหน้าเสี่ยเห็นเป็นหน้าเพทายซ้อนอยู่กำลังจ้องตนคำรามอาฆาต

“พวกแกจะต้องชดใช้!”

พริบตานั้น เสี่ยเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าชนรถสิบล้อที่ออกมาจากทางแยกอย่างจัง ทั้งเสี่ยและเมียถูกอัดก๊อบปี้ตายอยู่หน้ารถนั่นเอง!

“ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” เพทายคำรามอย่างสะใจ ก่อนหายตัวไปอย่างเร็ว

ooooooo

ฝ่ายพิไลแต่งตัวรอรับเงินค่ามัดจำจากเสี่ยกับเมีย รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นมา จนพรรณรายถามว่าคุณแม่รอใครหรือ

“ก็เสี่ยกวงกับเมียน่ะสิ บอกจะเอาเงินมาวางมัดจำหุ่น ป่านนี้ยังไม่มา นัดไม่เป็นนัดแบบนี้เดี๋ยวก็

ไม่ขายซะเลย”

พิไลบ่นหงุดหงิด เห็นสันติมายืนอยู่ ก็ถามจะไปไหนกัน พรรณรายบอกว่าเขาจะกลับแล้ว พิไลถามอย่างระแวงว่า ทำไมรีบกลับ

“พอดีวันนี้หลวงตารับกิจนิมนต์เปิดร้านทำผมใหม่ ผมต้องไปด้วยครับ” สันติตอบนิ่งเนียนเพราะ

ตั้งหลักได้แล้ว เมื่อพิไลพยักหน้า เขาหันยิ้มกับพรรณราย “ผมกลับก่อนนะครับคุณพรรณ”

พอสันติกลับไป พิไลก็กระซิบถามพรรณรายว่าทุกอย่างยังปกติอยู่ใช่ไหม

“ค่ะ...แต่พรรณกลัว ถ้ามนต์ของน้ำมันพรายเสื่อมเมื่อไหร่ อาร์ตคงไม่เป็นแบบนี้แน่ๆ อาร์ตต้องกลับไปรักยัยอัมเหมือนเดิม”

“ก็รีบๆเล่นงานมันเข้าสิ บอบบางอย่างมันทนได้อีกไม่กี่วันหรอก เชื่อแม่”

พรรณรายพยักหน้าเห็นด้วย จิกตาร้ายอย่างหมายมาด

ooooooo

สันติออกจากบ้านเดชก็เย็นแล้วเขารีบไปรอรถเมล์ที่ป้ายเอาห่อผ้าที่ใส่ผมหุ่นทั้งหมดขึ้นดูบอกตัวเองว่าต้องรีบเอาไปให้หลวงตาเร็วๆ

ระหว่างรอรถเมล์นั่นเองเขาเห็นอัมราหิ้วตะกร้าที่ไปจ่ายตลาดมาหนักจนตัวเอียงเธอมองซ้ายมองขวากำลังจะข้ามถนน พอดีรถเมล์อีกคันมาจอดห่างจากป้าย คนพากันวิ่งกรูไปขึ้นรถ ชนอัมราล้มของในตะกร้าหล่นกระจาย สันติรีบวิ่งไปช่วยเก็บ ถามอย่างเป็นห่วงว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” อัมราบอกว่าตนไม่เป็นไร สันติช่วยเก็บของใส่ตะกร้าเสร็จ เห็นหนักมากเลยอาสา “อีกตั้งไกล พี่จะเดินไปส่งนะ”

“ไม่ต้องค่ะ ถ้าพี่พรรณเห็นคงไม่พอใจแน่ค่ะ” สันติขอไปส่งแค่หน้าบ้านก็ได้ “ถ้าต้องลำบากหลบๆซ่อนๆ ขนาดนั้นก็อย่าเลยค่ะอัมไม่ชอบทำให้ใครลำบากใจ”

อัมราดึงตะกร้ากับข้าวไปจากสันติ รีบวิ่งข้ามถนนไป สันติมองตามเห็นเธอหิ้วตะกร้าหนักจนตัวเอียง เขาพึมพำ

“อดทนอีกหน่อยนะครับน้องอัม”

ooooooo

อัมราถูกพิไลกับพรรณรายแกล้งทุกวิถีทาง หลังจากทำอาหารให้ทุกคนกินกันแล้วก็ต้องเก็บถ้วยล้างจาน กวาดเช็ดถูห้องครัว กว่าจะเสร็จก็เหน็ดเหนื่อยจนต้องนั่งพักอย่างหมดแรง

ขณะนั้นเองพิไลเดินมาเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำส้มคั้นออกมา แล้วแกล้งทำหก น้ำส้มนองพื้นไปหมด

“ว้าย...ตายแล้ว หลุดมือ” พิไลทำเป็นตกใจ

“คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ยัยอัมมาเก็บเช็ดเร็วๆเข้า” พรรณรายสั่ง อัมราจำต้องไปกวาดเศษแก้วและเช็ดน้ำส้มที่หกนองพื้น พรรณรายจิกหัวสั่งอีก “เก็บเช็ดเสร็จแล้วทำอะไรไปให้พี่กับคุณแม่พิไลกินด้วยนะ”

อัมราบอกว่าตนเพิ่งเก็บล้างถ้วยชามเสร็จเดี๋ยวนี้เอง พรรณรายหาว่าเรื่องมาก ให้ทำอะไรก็มีปัญหาอยู่เรื่อย อ้างว่า

“เมื่อเย็นฉันกับคุณแม่กินข้าวไปนิดเดียว ตอนนี้มันเกิดหิวขึ้นมาอีกนี่”

“ถ้าพี่พรรณกับคุณน้าหิวก็คงต้องทำกินเองแล้วล่ะค่ะ ของสดในตู้เย็นยังพอมี แต่อัมต้องรีบไปอาบน้ำทำการบ้าน”

“นั่นมันเรื่องของเธอ ยังไงเธอก็ต้องทำอะไรให้ฉันกินก่อน” อัมราทนไม่ได้ขอร้องอย่าแกล้งตนได้ไหม พรรณรายได้ทีหาว่าอัมราว่าตน ตรงไปผลักอัมราอย่างแรงจนเซไปหัวกระแทกกับตู้เย็นจนเลือดซึมที่หน้าผาก

อัมราถูกสองแม่ลูกแกล้งอย่างน่าเวทนา พิไลยืนหัวเราะสะใจที่เห็นหน้าผากอัมราเลือดซึม

ทันใดนั้นร่างเพทายปรากฏขึ้นจ้องสองแม่ลูกอย่างอาฆาตแค้นที่ถูกทั้งสองกระแนะกระแหนตนว่าใช้เต้าไต่เข้าวงการ เลยคิดจะเอาคืน พุ่งเข้าสิงร่างอัมรา ทำให้อัมราผงะแล้วเปลี่ยนสีหน้าท่าทีจากเดิมทันที บอกสองแม่ลูกว่า

“อัมจะทำของที่อร่อยที่สุดในโลกไปให้ค่ะ”

ooooooo

พิไลยังตั้งหน้าตั้งตาแกล้งอัมรา โดยมีพรรณรายร่วมมือช่วยเหลือเต็มที่ วันนี้ก็สั่งอัมราให้ทำอาหารให้ บอกพรรณรายว่า เดี๋ยวจะแกล้งอีกว่าทำไม่อร่อย จะเอาราดหัวแล้วให้พรรณรายตบสั่งสอนซ้ำ ถ้าทนได้ก็ให้มันรู้ไป

อัมราที่ถูกเพทายเข้าสิง ทำยำเล็บมือนางไปวางไว้ที่โต๊ะ พิไลเห็นถึงกับน้ำลายไหล กรีดนิ้วหยิบส้อมจิ้มกินทันที ชมว่าเปื่อยดีจัง

พรรณรายมองตาค้างพยายามจะบอกอะไรแต่ตกใจสยองจนพูดไม่ออก พอตั้งสติได้จึงบอกพิไลว่า

“คุณ...คุณแม่คะ...มัน...มันไม่ใช่ตีนไก่ค่ะ มันเป็น...นิ้วคน!”

พิไลตกใจคายออกมาดู เป็นนิ้วคนจริงๆ ขย้อนออกมา จิกตามองอัมราว่าแกล้งตน เพทายในร่างอัมราหัวเราะร่าถามว่าอร่อยดีไหม พิไลยกจานยำเล็บมือนางทั้งจานจะราดหัวอัมรา ถูกอัมราคว้ามือตรึงไว้จนพิไลร้องเจ็บ พรรณรายพุ่งเข้าไปจะตบกลับถูกอัมราตบซ้ายขวาจนพรรณรายเซหัวไปกระแทกพิไลล้มไปด้วยกัน พิไลหัวกระแทกพื้นเลือดซึม

อัมราหัวเราะสะใจ ทั้งพิไลและพรรณรายต่างมอง อัมรางงๆ ว่าทำไมแรงเยอะขนาดนี้ แล้วทั้งสองก็ตกใจเมื่อเห็นเพทายออกจากร่างอัมรา ปล่อยให้ร่างอัมราเซล้มนอนแน่นิ่ง เพทายจ้องสองแม่ลูกบอกอย่างแค้นใจว่า

“ก็เพราะฉันสิงร่างอัมราเล่นงานพวกแกอยู่ไง”

“แกตายแล้วเหรอ” พรรณรายตกใจมาก เพทายตรงเข้าหาสองแม่ลูกอย่างน่ากลัว ทั้งสองร้องกรี๊ดแล้ววิ่งเตลิดไปสุดชีวิตแบบตัวใครตัวมัน

เพทายตามไปเล่นงานอีก แต่ถูกเทิดถอดสร้อยประคำที่คอออกมาชูตวาด

“หยุดนะนังเพทาย!”

เพทายชะงักหันมองรัศมีจากประคำส่องแสงแรงกล้า จึงรีบปล่อยสองแม่ลูก เทิดตะโกนให้ทั้งสองวิ่งมาทางตน เพทายเห็นท่าไม่ดีจ้องสองแม่ลูกอย่างอาฆาตแล้วหายตัวไป เทิดถอนใจโล่งอก ถามทั้งสองว่าเพทายมาได้ยังไง

“ฉันจะไปรู้เหรอ รีบไปหาพี่เวทย์กันเถอะ อยู่ไม่ได้แล้ว”

“คุณแม่จะทิ้งพรรณเหรอคะ ให้พรรณไปด้วยนะ พรรณกลัว” ทั้งสามวิ่งแข่งกันไปสุดฝีเท้า

ooooooo

สันติเอาเส้นผมที่เอามาจากบรรดาหุ่นในห้องไปให้หลวงตา ถามว่าท่านจะเริ่มทำพิธีช่วยหุ่นเมื่อไหร่

“เมื่อเตรียมของและสถานที่ที่จะใช้ในพิธีเรียบร้อย หลวงตาก็จะเริ่มทันที เราจะรอช้าไม่ได้”

“ถ้าอย่างนั้นให้ผมช่วยหลวงตาด้วยนะครับ” สันติกระตือรือร้น รีบไปจัดพื้นที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาอย่างคล่องแคล่ว

อัมราถูกพาไปนอนที่ห้องรับแขก พอเธอรู้สึกตัวก็มองงงๆ อาทรรีบเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เกิดอะไรขึ้น

ฝ่ายพิไล พรรณรายและเทิด ไปถึงบ้านเวทย์ พิไลเล่าหน้าตาตื่นว่าตนถูกผีเพทายเข้าสิงอัมราแล้วเล่นงานตนกับพรรณรายเกือบตาย คาดว่าต้องมีใครช่วยให้เพทายหลุดจากอาคมแล้วไปเล่นงานตน เวทย์บอกว่าตนส่งไปเองให้ไปช่วยดูแลแทนอสูรดำที่โดนปลดปล่อย แต่ทำไมเพทายถึงเล่นงานพวกเธอ?

เวทย์เรียกโหงพรายเพทายมาถามว่าทำไมบังอาจทำตรงข้ามกับคำสั่งตน เพทายบอกว่าตนเจ็บใจที่พวกนี้นินทาว่าร้ายตน เพทายถูกเวทย์ใช้แส้อาคมฟาดจนร้องอย่างเจ็บปวดถามว่าทำร้ายตนทำไม

“จำไว้ว่าเจ้าต้องทำตามคำสั่งข้าเท่านั้น ถ้าทำนอกเหนือคำสั่งจะต้องโดนแบบนี้” เวทย์ฟาดแส้ลงไปอีกตะคอกถาม “เข้าใจคำสั่งข้าหรือยัง” โหงพรายเพทายร้องโอดโอยบอกว่าตนเข้าใจแล้ว จะไม่ทำร้ายพวกมันอีกแล้ว

ooooooo









  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.