กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"



อัมราตามมาเจอพรรณรายกำลังขึ้นจากห้องหุ่น ถามว่ามาทำอะไรในห้องหุ่น ถูกย้อนถามอย่างไม่พอใจว่าตนจะเข้าออกห้องไหนต้องรายงานเธอด้วยหรือ

อัมราบอกว่าไม่ใช่แต่แปลกใจที่ปกติพรรณรายไม่เคยเข้ามาในห้องหุ่นเลยถามดู แต่ที่จริงตนจะมาถามเรื่องน้าพิไลมากกว่า ตนแปลกใจที่พี่พรรณทำเหมือนไม่โกรธน้าพิไลแล้ว

พรรณรายถามว่าไม่ดีหรือ ก็เมื่อก่อนเธอเป็นคนคอยห้ามตนมีเรื่องกับน้าพิไล อัมราบอกว่าไม่มีเรื่องกันก็ดี

“เรื่องน่ะมีแน่ แต่กับใครพรุ่งนี้เธอก็รู้เอง” พรรณรายพูดอย่างมีเลศนัยจนอัมราสงสัยว่าพิไลพูดอะไรกับพรรณราย?

พอกลับถึงบ้านเวทย์ ทั้งเวทย์ พิไลและเทิด ก็ตั้งวงก๊งกัน พิไลหัวเราะสมใจบอกว่าในที่สุดตนก็มีวันนี้ เทิดฝากเนื้อฝากตัวว่า ได้ดีแล้วอย่าลืมกันเสียล่ะ พิไลขอบคุณเวทย์ บอกว่าถ้าเวทย์ไม่ช่วยตนก็คงไม่กล้าเข้าไปในบ้านนั้นแน่

“ถือเสียว่าเราต่างคนต่างช่วยกันดีกว่า เพราะเธอทำให้ฉันได้ทาสมารับใช้ทีเดียวตั้งแปดตัว” เวทย์หัวเราะร่า พิไลถามว่าเขาจะทำอย่างไรกับพวกนั้นต่อไป “รอให้ฉันปลุกเสกนังโหงพรายเพทายเสร็จเสียก่อน

ฉันก็จะเรียกวิญญาณพวกมันมาปลุกเสกทีละตัว...ทีละตัว...ฮ่ะๆๆ”

“แบบนี้ต้องฉลองกันยันสว่างเลยจ้ะพี่” เทิดรินเหล้าให้เวทย์ แล้วทั้งสามก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนานมาก

ooooooo

ที่กุฏิหลวงตา สันติยังนอนหลับสนิทท่าทางอิดโรย จุ๊บกับอาทรมาเยี่ยม ถามหลวงตาว่าตกลงสันติเป็นอะไรแน่ หลวงตาบอกว่าเขาโดนของ โดนน้ำมันพราย

“น้ำมันพราย...ที่ว่าใครโดนแล้วจะหลงรักคนที่ใช้อย่างหัวปักหัวปำน่ะเหรอคะ” จุ๊บถาม อาทรถามว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ด้วยหรือ “ฉันไม่รู้หรอก แต่น้ามนเคยเล่าให้ฟังว่าคนที่โดนจะไม่รู้สึกตัว ถ้าโดนของนานๆ อาจจะเสียสติไปเลยก็ได้”

“น่าแปลกว่าเจ้าอาร์ตไปโดนของพวกนี้ได้ยังไง เจ้าสองคนเป็นเพื่อนกันพอจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ” หลวงตาถาม จุ๊บฟันธงว่าเป็นพรรณรายแน่ อาทรไม่เชื่อ จุ๊บย้ำยืนยันว่า

“นายไม่เห็นเหรอว่าอาร์ตแปลกๆไป ตอนแรกพวกเราก็รู้อยู่ว่าอาร์ตชอบอัมรา แต่อยู่ๆอาร์ตก็ไปชอบพรรณราย เธอไม่สังเกตเหรอ” หลวงตาถามว่าพรรณรายลูกเดชน่ะหรือ? “ค่ะหลวงตา จุ๊บว่าต้องใช่แน่ๆ ลูกสาวบ้านนี้น่ะแปลกๆค่ะตั้งแต่อัมราแล้ว จุ๊บว่าสองคนพี่น้องนี่ต้องเล่นไสยศาสตร์กันแน่ๆ”

“เธอนี่เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วยัยจุ๊บ” อาทรเบรก แต่จุ๊บก็ยังยืนยันว่ามันจริงนี่นา ทั้งสองซุบซิบเถียงกัน

“พรรณรายไปได้ของแบบนี้มาจากไหนกัน” หลวงตาพึมพำแปลกใจ

เมื่อออกไปเจอพรรณรายกำลังจะมาเยี่ยมสันติ จุ๊บตรงเข้าตบหน้าพรรณราย แค้นที่ทำของใส่สันติ ทั้งสองตบตีกันจนหลวงตาต้องออกมาดุว่านี่มันเขตวัด ทำไมไม่รู้จักหักห้ามใจกันเสียบ้าง จุ๊บพลั้งปากด่าพรรณรายว่าทำของใส่สันติ พรรณรายถามว่าเธอพูดอะไร หลวงตาตัดบทว่า

“เอาล่ะ พอได้แล้ว” หลวงตาบอกพรรณรายว่าสันติไม่สบายอย่าไปกวนเลย ไปดูแลงานศพเดชให้ดีดีกว่า

เมื่อสันติตื่นขึ้นมา เขาถามหลวงตาว่าตนมานอนที่กุฏิหลวงตาได้ยังไง ถามหลวงตาว่าตนเป็นอะไรหรือ

“เจ้าโดนน้ำมันพราย” หลวงตาบอก สันติฟังแล้วตกใจมาก พยายามคิดทบทวนเหตุการณ์แต่ก็คิดไม่ออกว่าใครเป็นคนทำเรื่องนี้ หลวงตาบอกว่า “ออยกับจุ๊บสงสัยพรรณราย”

สันติไม่เชื่อ หลวงตาเองก็ไม่เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่อย่างพรรณรายจะรู้จักของไสยศาสตร์มนต์ดำพวกนี้ บอกให้สันติลองทบทวนดู แต่สันติจำอะไรไม่ได้เลย หลวงตาบอกว่าถ้าพรรณรายใช้น้ำมันพรายจริงก็น่าเป็นห่วงคนในบ้านสัตยาภา

“ทำไมครับหลวงตา”

“เพราะคนที่ทำน้ำมันพรายได้ จะต้องเป็นคนที่มีวิชาอาคมพอตัว มันอาจจะหลอกใช้พรรณรายให้ทำเรื่องที่เลวร้ายกว่านี้ก็ได้ เพราะตอนนี้ในบ้านไม่มีผู้ใหญ่เลยนอกจากเด็กๆทั้งสามคน”

“น้องอัม...” สันติเป็นห่วงอัมรามาก

ooooooo

พิไลยังไม่กล้าพอที่จะไปอยู่บ้านเดช กลัวถูกพวกหุ่นเล่นงาน อยากให้เวทย์ไปด้วย แต่เวทย์ติดต้องปลุกเสกโหงพรายเพทายถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน บอกให้เทิดไปแทน พิไลกลัวเทิดจะช่วยอะไรไม่ได้หากเกิดเรื่อง

“ถ้าไม่ใช่เรื่องผี ข้าว่าไอ้เทิดมันไม่กลัวใครหรอก อีกอย่างมันก็เป็นพี่แท้ๆของพิไลไม่ใช่เหรอ ยังไงมันก็ต้องช่วยพิไลอยู่แล้ว” เวทย์เชยคางพิไลอย่างเสน่หา บอกว่า “ขอเวลาให้ข้าจัดการเรื่องของข้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ข้าจะไปอยู่กับพิไลแน่ ไม่ต้องห่วงไปหรอกข้าทั้งรักทั้งหลงพิไลจะแย่อยู่แล้วไม่รู้เหรอ”

เช้าวันรุ่งขึ้น อัมราเข้าไปในห้องหุ่น บอกเดชว่าตนทำตามสัญญาที่ให้กับคุณพ่อไม่ได้ เพราะถูกพรรณรายมาเอากุญแจไปแล้ว ถ้าตนไม่ให้ก็คงต้องเกิดเรื่องแน่ๆ หวังว่าคุณพ่อคงเข้าใจ

อารีย์เป็นห่วงมาก บอกเดชว่าแบบนี้อัมรากับอ๊อดต้องเดือดร้อนแน่ๆ ถามว่าเราจะช่วยลูกได้อย่างไร เดชพยายามที่จะออกจากหุ่นไปช่วยอัมรากับอ๊อด แต่ก็ออกไปไม่ได้ ทำได้แค่ตะโกนอย่างคับแค้นใจ

“อ๊ากกกกก!!!!”

เช้าวันเดียวกัน พิไลก็เดินนำเทิดเข้ามาในบ้าน พิไลวางอำนาจเป็นคุณนายเจ้าของบ้าน สั่งชิ้นให้มายกกระเป๋าไปที่ห้องรับรอง ส่วนของเทิดให้ไปอยู่ที่ห้องเก่าของตน

“แต่คุณพ่อ...” อัมราจะทักท้วง ถูกพรรณรายตัดบททันทีว่า

“คุณพ่อตายไปแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างในบ้าน ฉันเป็นคนจัดการเอง ถ้าใครไม่ฟังคำสั่งฉันก็เก็บของออกไปจากบ้านนี้ได้เลย” พรรณรายสั่ง

“ยังไม่รีบมายกกระเป๋าอีกเหรอนังชิ้น หรือแกอยากจะเป็นคนที่ออกจากบ้านนี้เป็นคนแรก” พิไลจิกชิ้น

“ไม่ได้ยินที่คุณแม่พิไลสั่งเหรอน้าชิ้น” พรรณรายสำทับ อัมราถามว่าพี่พรรณเรียกน้าพิไลว่าคุณแม่หรือ? “ใช่! ก็คุณแม่พิไลเป็นเมียคุณพ่อก็ต้องเรียกว่าคุณแม่ไม่ใช่เหรอ ทั้งเธอและตาอ๊อดก็ต้องเรียกเหมือนฉันด้วย เข้าใจไหม”

แล้วพรรณรายก็หันไปคล้องแขนพิไลชวนขึ้นไปดูห้องกัน บอกว่า “ถ้าคุณแม่ไม่พอใจตรงไหนจะได้ให้น้าชิ้นจัดให้ใหม่” พอพิไลกับพรรณรายเดินไป เทิดก็หันทำเสียงหล่อกรุ้มกริ่มกับอัมราว่า

“ช่วยพาพี่ไปที่ห้องพักหน่อยได้ไหมจ๊ะ” อัมรามองเทิดอย่างไม่พอใจรีบจูงมืออ๊อดตามพรรณรายไป เทิดมองหื่นๆพูดอย่างหมายมาด “ชะ...อุตส่าห์พูดดีด้วย ทำเป็นหยิ่ง แบบนี้มันต้อง...ฮึ่ม...”

ooooooo

พอพิไลขึ้นไปดูห้องนอนก็สั่งชิ้นให้เปลี่ยนทั้งผ้าม่านปลอกหมอนผ้าปูที่นอนใหม่หมด บอกให้เอาสีสดๆ ห้องจะได้มีชีวิตชีวา

พิไลสั่งชิ้นแล้ว พรรณรายชวนไปดูแก้วแหวนเงินทองกัน พิไลตาลุกเมื่อเห็นทั้งสร้อยทอง สร้อยข้อมือ เพชร และเงิน

“ต่อไปนี้ ของทุกอย่างที่คุณแม่ถูกคุณแม่อารีย์แย่งไป จะกลับมาเป็นของคุณแม่ทั้งหมดค่ะ พรรณจะทวงความยุติธรรมคืนให้คุณแม่เอง”

“โอลูกพรรณของแม่ ลูกช่างเป็นลูกที่มีความกตัญญูจริงๆ ไม่เสียแรงเลยที่แม่เฝ้าคิดถึงลูกจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แม่รักลูกที่สุด รักมากที่สุดในโลกเลยจ้ะ” พิไลหอมแก้มพรรณรายทั้งซ้ายขวา

“หนูก็รักแม่ค่ะ”

ทั้งสองกอดกันกลม แล้วก็ชี้ชวนกันชมสมบัติกล่องอื่นๆต่อไปอย่างมีความสุขมาก

ที่ห้องหุ่น อารีย์ทุกข์ใจมากบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้อัมรากับอ๊อดจะไม่เหลืออะไรเลย หุ่นนางรำถามหุ่นท่านเจ้าคุณว่าเราทำอะไรไม่ได้เลยหรือ

“ใช่...เราไม่มีทางหลุดพ้นจากอาคมที่มันสะกดไว้ได้ นอกจากจะมีผู้ที่มีบารมีแก่กล้ามาช่วยปลดปล่อยเรา”

ฟังหุ่นท่านเจ้าคุณแล้ว บรรดาหุ่นทั้งหมดในห้องต่างมองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง

แต่ที่หน้ากุฏิหลวงตา ท่านเดินมาส่งสันติ ย้ำกับเขาว่า...

“พฤติกรรมของคนที่โดนของก็คือ จะเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง เจ้าต้องระวังตัวให้ดี”

“ครับหลวงตา ผมจะพยายามทำตัวให้เหมือนยังโดนของอยู่” สันติพูดอย่างมั่นใจ

“ดี...อย่าพลาดให้เขาจับได้ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”

“ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด” สันติไหว้หลวงตาแล้วก้าวลงจากกุฏิไปหลวงตายืนมองตามสันติไปอย่างเป็นห่วง

ooooooo

สันติไปถึงบ้านเดช พรรณรายดีใจมากรีบพาไปแนะนำให้รู้จักกับพิไล สันติติงว่าตนเคยเจอพิไลแล้ว พรรณรายบอกว่า ตนจะแนะนำพิไลในฐานะเป็นคุณแม่ของตน

เห็นสันติงงๆ พรรณรายย้ำว่า “ค่ะ คุณแม่แท้ๆ แม่ที่ให้กำเนิดพรรณ”

“ลูกพรรณ เราตกลงกันแล้วไงจ๊ะ ว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่แม่เป็นแม่แท้ๆของหนู จนกว่าเราจะได้ทรัพย์

สมบัติทั้งหมดของพ่อเดชก่อน” พิไลลากพรรณรายไปกระซิบกระซาบ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่อาร์ตเขารักพรรณมาก พรรณไม่อยากมีความลับกับพี่อาร์ต” พิไลถามว่านายอาร์ตคนนี้เคยชอบอัมราไม่ใช่หรือ “นั่นมันเป็นอดีตไปแล้วค่ะ” พรรณรายยิ้มแย้มปลื้มปริ่ม แล้วเดินกลับไปหาสันติ

“สวัสดีครับคุณแม่พิไล ผมขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณแม่ด้วยนะครับ ถ้าคุณแม่มีอะไรให้ผมรับใช้ก็บอกผมได้เลยนะครับ” สันติไหว้และฝากเนื้อฝากตัวกับพิไล ทำเอาพิไลมองอย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่พรรณรายยิ้มปลื้มที่สันติยอมรับพิไล

ooooooo

เทิดเข้าครัวไปทำกร่างถามชิ้นว่ามีอะไรกินบ้าง

“โบราณเขาว่าไว้ไม่มีผิด รู้หน้าไม่รู้ใจ หน้าตาดีๆ ไม่น่าเป็นพวกโจรเลย” เทิดถามว่าแกว่าใคร “ก็ใครล่ะที่ทำเป็นคนดีมาหางานทำ ที่แท้ก็มาเป็นสายให้นังพิไล”

“แกเรียกใครนังพิไล!” เสียงพิไลแว้ดเข้ามา ขู่ชิ้นว่า “ต่อไปนี้ถ้าฉันได้ยินแกเรียกฉันว่านังพิไลอีกละก็ แกออกจากบ้านนี้ไปได้เลย”

ชิ้นไม่ยอมลงให้พิไล เมื่อพิไลบอกให้ชิ้นเรียกตนว่าคุณผู้หญิง ชิ้นไม่ยอมเรียกบอกว่าบ้านนี้มีคุณผู้หญิงคนเดียวคือคุณอารีย์ พิไลโมโห สั่งเทิดให้มาลากชิ้นออกไป ชิ้นโวยวายจนอัมราได้ยิน เดินมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น จะทำอะไรน้าชิ้น

พิไลบอกว่าตนเป็นคนสั่งให้เทิดลากชิ้นออกไปจากบ้านเพราะ “มันคิดแข็งข้อกับฉัน ฉันก็ต้องสั่งสอนมัน เธอไม่เกี่ยวถอยไป ไม่งั้นจะโดนลูกหลงเสียเปล่าๆ” แล้วมองเทิดสั่งด้วยสายตาให้ลากชิ้นออกไป

“อย่านะ” อัมราเข้าไปขวาง “น้าชิ้นเป็นคนเก่าแก่ของคุณแม่ ใครก็จะมาไล่น้าชิ้นไปไม่ได้”

ในที่สุดพิไลก็ประกาศิตว่าในหนึ่งชั่วโมงนี้ถ้าชิ้นยังไม่ออกไปจากบ้าน คราวนี้ไม่ได้เดินออกไปดีๆแน่

เมื่อชิ้นถูกไล่ออกจากบ้าน อัมราจึงพาไปฝากที่บ้านดำเกิงกับบุญเรือน ทั้งสองยินดีรับไว้ช่วยงานบุญเรือนที่บ้านดำเกิงสงสัยว่า แต่ก่อนพรรณรายเกลียดพิไล

อย่างกับอะไรดี ทำไมจู่ๆก็มารักใคร่ยกย่องถึงขนาดเรียกแม่ ตนรู้สึกยังไงๆอยู่ บอกอัมราว่าคืนนี้ตนจะลองคุยกับพรรณรายดู

ooooooo

อัมราอัดอั้นไม่รู้จะปรึกษาใครเพราะสันติก็แสดงท่าทีชัดเจนว่ายืนอยู่ข้างพรรณราย จึงไปปรับทุกข์กับอาทร บอกว่าตนไม่อยากเชื่อเลยว่าสันติจะเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้

อาทรเกือบพลั้งปากพูดเรื่องสันติโดนของ แต่ยั้งปากไว้ทันเมื่อนึกถึงคำเตือนของหลวงตา อัมราถามว่าเมื่อกี๊เขาจะพูดว่าสันติเป็นอย่างไรหรือ

“อ๋อ...พี่จะบอกว่าอาร์ตเขาจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะ ต่อไปนี้พี่จะดูแลน้องอัมกับอ๊อดเอง”

ที่ศาลาสวดคืนนี้ พอพรรณรายรู้ว่าอัมราพาชิ้นไปฝากที่บ้านดำเกิงก็ตำหนิว่าไม่รู้กาลเทศะ ไปรบกวนคุณลุงทำไม ดำเกิงถามพรรณรายว่า

“บอกลุงหน่อยได้ไหมว่าทำไมอยู่ๆหนูถึงไปเรียกพิไลว่าแม่”

“ก็แม่พิไลเป็นเมียคุณพ่อ พรรณก็ต้องยกย่องให้เกียรติ พรรณทำผิดตรงไหนคะ”

“แน่ใจหรือว่าเรื่องราวทั้งหมดมันมีแค่นี้จริงๆ ลุงอาบน้ำร้อนมาก่อนหนูนะพรรณราย”

“คุณลุงกำลังจะบอกว่าพรรณโกหกเหรอคะ” พรรณรายเสียงกระด้าง ดำเกิงจึงต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบว่า

“ไม่ใช่แบบนั้น แต่หนูยังเด็ก ยังอ่อนต่อโลก ขาดประสบการณ์ ตอนนี้หนูอาจจะกำลังถูกพิไลใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำอะไรสักอย่าง ลุงถึงอยากให้หนูพูดความจริง มีอะไรเราจะได้ช่วยกันแก้ไข”

“ขอบคุณค่ะคุณลุง แต่เรื่องในครอบครัวของพรรณ พรรณจะแก้ไขเอง ถ้าคุณลุงคิดจะช่วยก็ช่วยสอนให้ยัยอัมกับตาอ๊อดรู้จักเคารพคุณแม่พิไลอย่างที่เด็กควรจะทำ ไม่อย่างนั้น พรรณไม่เอาสองคนนี้ไว้แน่”

พรรณรายลุกสะบัดไป ดำเกิงมองอึ้งกับความแข็งกร้าวและก้าวร้าวของพรรณราย เมื่อกลับไปที่ศาลา บุญเรือนกับอัมราถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดำเกิงบอกอัมราว่า

“พรรณรายไม่ฟังลุงเลย เข้าข้างพิไลจนออกนอกหน้า ลุงไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพิไลพูดอะไรกับพรรณรายถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้”

อัมราบอกว่าคงไม่มีใครเปลี่ยนแปลงพรรณรายได้แล้ว คงต้องปล่อยไปตามบุญตามกรรม แต่บุญเรือนไม่เห็นด้วย เพราะขืนปล่อยไว้อย่างนี้ ทั้งอัมราและอ๊อดต้องแย่แน่ๆ ชี้ให้ดูพิไลที่กรีดกรายอยู่ในศาลาอย่างรับไม่ได้ว่า

“ดูสิ ไม่ทันไรก็ชูคอวางท่าอย่างกับเป็นเจ้าภาพ แล้วดูนั่น ป้าจำได้ เครื่องเพชรชุดนั้นมันของน้องอารีย์ไม่ใช่หรือ แม่พิไลไปเอามาใส่ได้ยังไง”

อัมราหน้าซีด บอกว่าพรรณรายคงเป็นคนเอาให้ เพราะเป็นคนมาเอากุญแจที่พ่อให้ตนไป บอกตนว่าจะเอาไปจัดการทุกอย่างเอง ดำเกิงกับบุญเรือนรู้เรื่องนี้ยิ่งตกใจ

“พรรณรายจะทำอย่างนี้ไม่ได้ หนูกับตาอ๊อดก็เป็นลูกทุกคนมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติเท่าๆกัน ไม่ต้องกลัวนะ ถ้าพรรณรายยังไม่ยอมฟัง ลุงคงต้องใช้กฎหมายเข้ามาจัดการแล้วล่ะ”

ooooooo

สันติเห็นอาทรกับจุ๊บกำลังช่วยกันยกถาดข้าวต้มจะไปให้แขกในงาน เขาเรียกทั้งสองเบาๆ จุ๊บหันไปมองถามว่าอาร์ตหายแล้วใช่ไหม สันติพยักหน้า พูดด้วยสีหน้าค่อนข้างเครียดว่า

“ไม่อยากเชื่อว่าคุณพรรณจะทำเรื่องแบบนี้” จุ๊บบอกว่าตนบอกแล้วว่าพี่น้องบ้านนี้แปลกๆทั้งคู่ ถามว่าทีนี้เชื่อตนหรือยัง

“หลวงตาอยากรู้มากว่าใครที่เป็นคนเอาน้ำมันพรายมาให้น้องพรรณ” อาทรรีบพูด สันติบอกว่าตนกำลังสืบอยู่ ก็พอดีพรรณรายมาเรียกสันติ เขารีบกระซิบบอกอาทรกับจุ๊บว่า

“เสร็จงานคืนนี้ไปที่กุฏิหลวงตากันหน่อยนะ”

พรรณรายถามสันติว่ามาทำอะไรแถวนี้ เขาบอกว่ามาช่วยยกข้าวต้มไปให้แขก

“ไม่ต้องหรอกค่ะ หน้าที่คอยบริการคนอื่นแบบนี้ คุณพี่จุ๊บคงเหมาะสมที่สุด ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ อาร์ตไปนั่งคุยกับคุณแม่พิไลดีกว่า”

จุ๊บได้โอกาสเอาเรื่องทันทีที่มาว่าตนเป็นคนรับใช้ โต้เถียงกันไม่กี่คำ จุ๊บก็เอาข้าวต้มราดใส่ไหล่พรรณราย เธอแผดเสียงร้องกรี๊ดๆ พุ่งเข้าไปจะเล่นงานจุ๊บคืน สันติรีบขอร้องให้พอเถอะ เธอมองสันติถามอย่างไม่พอใจว่า

“ห้ามพรรณทำไม อาร์ตไม่เห็นเหรอว่านังจุ๊บมันทำอะไรพรรณ”

“ผมจะจัดการให้เอง” สันติเดินไปจับแขนจุ๊บบิดพลางแอบขยิบตา แล้วตำหนิจุ๊บ “มากไปแล้วนะจุ๊บ ทำไมทำกับน้องพรรณอย่างนี้”

จุ๊บแกล้งร้องโวยวายว่าเจ็บนะ พรรณรายยุให้สันติตบเลย ตบแก้แค้นให้ตน ตบเลย!

อาทรสะอึกออกไปขวาง พูดใส่หน้าสันติว่า “ถ้านายตบจุ๊บ นายกับฉันมีเรื่องกันแน่” พรรณรายตวาดอาทรไม่ให้มายุ่ง “ไม่ยุ่งไม่ได้ เอาเป็นว่า พี่ขอโทษแทนจุ๊บก็แล้วกัน พรรณเองก็ไปว่าจุ๊บก่อน ไปจุ๊บ”

“ไอ้พี่ออยบ้า นังจุ๊บแกคอยดูฤทธิ์ฉันบ้างก็แล้วกัน” พรรณรายตะโกนอาฆาตจุ๊บแล้วเดินควงสันติไป

พอพรรณรายเล่าให้พิไลฟัง พิไลถามว่าทำไมไม่บอกตนตั้งแต่อยู่ในวัด

“ก็พรรณไม่เป็นอะไรนี่คะ ข้าวต้มมันเย็นแล้ว แต่พรรณแกล้งร้องไปอย่างนั้นเองแหละ เพราะหาเรื่องตบหน้ามัน เกลียดหน้ามันมานานแล้ว”

พิไลถามว่าทำไม พรรณรายบอกว่าเพราะจุ๊บชอบอาร์ตและคอยกันท่าตนอยู่ตลอดเวลา พิไลถามว่า

“พูดถึงนายอาร์ต ตอนลูกโดนตบเขาทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ช่วยลูก”

“ช่วยสิคะ พี่อาร์ตจะตบมันให้พรรณแล้วล่ะค่ะ แต่พี่ออยน่ะสิมาขวาง” พิไลไม่อยากเชื่อว่าสันติจะตบผู้หญิงเพราะท่าทางออกจะเป็นสุภาพบุรุษ “แม่ว่า...มันดูแปลกๆนะ”

“ก็เพราะอาร์ตเขารักพรรณมากน่ะสิคะ เขาถึงทำให้พรรณได้ทุกอย่าง”

พิไลฟังแล้วทำหน้าสงสัย แต่ไม่พูดอะไร

ooooooo

คืนนี้อาทรกับจุ๊บไปที่กุฏิหลวงตาตามที่สันติแอบนัดไว้ อาทรกับจุ๊บชมว่าแผนของหลวงตาดีมากเลย แบบนี้พรรณรายต้องเชื่อว่าสันติยังโดนมนต์น้ำมันพรายอยู่ หลวงตาถามสันติว่าไปบ้านสัตยาภาวันนี้มีใครน่าสงสัยบ้างไหม

สันติบอกว่าคนที่น่าสงสัยตอนนี้คงเป็นพิไล แต่ยังไม่แน่ใจเพราะพรรณรายบอกว่าพิไลคือแม่แท้ๆของเธอ

“ถ้าเป็นแบบนี้เจ้าต้องจับตาดูพิไลให้ดี ว่าติดต่อกับใครบ้าง” หลวงตาย้ำ

อาทรเร่งว่าต้องรีบหน่อยเพราะตอนนี้อัมรากับอ๊อดกำลังแย่ สันติบอกว่าตนรู้ แต่เพราะช่วงนี้ตนต้องระวังตัวกลัวพรรณรายจะสงสัย ยังไงก็ฝากอาทรช่วยดูแลด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น อัมรามาดูหุ่นเดชกับอารีย์ด้วยความ รู้สึกว้าเหว่อ้างว้าง วิญญาณเดชรีบซ้อนเข้าไปในหุ่นบอกอัมราอย่างตกใจมากว่าให้รีบออกไป แต่อัมราไม่ได้ยิน ยังคงยืนมองหุ่นอย่างเศร้าสร้อย

เทิดแอบเข้ามาในห้องหุ่น ทั้งอารีย์และเดชเร่งให้อัมราออกไปเร็วๆ จนเทิดเข้าหาอัมราด้วยท่าทางหื่นๆ อัมราจะรีบขึ้นไปถูกเทิดคว้าไว้บอกว่ามีอะไรคุยกันดีๆ ก็ได้ แล้วรวบอัมราเข้าไปกอด หุ่นทุกตัวพยายามจะไปช่วยอัมราแต่ทำไม่ได้ หุ่นท่านเจ้าคุณตะโกนด่า “ไอ้ชาติชั่ว!” หุ่นอารีย์ก็พยายามตะโกนห้าม หุ่นเดชก็ตะโกนด่า “ไอ้สารเลว” แต่ไม่มีใครได้ยิน

ขณะที่อัมรากำลังตกอยู่ในภาวะคับขันนั้น สันติเข้ากระชากเทิดหงายออกมาแล้วชกหน้าอย่างจัง มันพยายามสู้แต่สู้ไม่ได้ ขณะมันล้มลุกคลุกคลานอยู่นั้น สันติพุ่งเข้าไปจะชกอีก พิไลก็วิ่งมาตะโกนลั่น

“หยุดนะ!”

ooooooo

พิไล พรรณราย และเทิด นั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น สันตินั่งอยู่ที่หน้าบ้านมองเข้าไปใจคอไม่ดีกลัวพรรณรายสงสัยตนขึ้นมาจะเสียงาน

พิไลกับเทิดพยายามพูดให้พรรณรายเห็นว่าสันติต้องมีอะไรกับอัมราแน่ถึงได้โกรธเล่นงานเทิดเสียสะบัก– สะบอม พิไลบ่นว่าถ้าสันติไม่เข้าไปยุ่งป่านนี้อัมราก็เป็นเมียเทิดไปแล้ว พรรณรายมองหน้าถามว่า “คุณแม่วางแผนไว้เหรอคะ”

“ใช่สิ มันจะได้ไม่กล้ามามีปากเสียงกับเราอีก ทีนี้เราจะบงการอะไรก็ได้ แต่นายอาร์ตมาทำเสียเรื่องหมด ตกลงมันชอบลูกหรือชอบอัมรากันแน่”

“พรรณจัดการเองค่ะ”

พรรณรายลุกไปหาสันติให้บอกมาตรงๆ ว่าคิดอย่างไรกันแน่ สันติขอโทษที่ทำร้ายลุงเทิด พรรณรายถามว่าเพราะเขายังรักอัมราอยู่ใช่ไหม สันติชี้แจงว่าตนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือจึงไปช่วยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นอัมรา พรรณรายถามว่าจริงหรือ สันติยืนยันว่าจริงแต่ติงว่า

“ยังไงผมก็ว่าลุงเทิดทำไม่ถูก ยังไงน้องอัมก็เป็นน้องสาวของน้องพรรณเป็นคนในบ้าน ถ้าต่อไปทำแบบนี้ กับน้องพรรณบ้างล่ะ” พรรณรายบอกว่ายังไงลุงเทิดก็ไม่ทำเพราะรู้ว่าตนเป็นหลานแท้ๆของเขา “หมายความว่าน้องพรรณไม่โกรธที่เขาทำร้ายน้องอัมเหรอครับ”

“อัมราไม่ใช่น้องของพรรณ” พูดแล้วเห็นสันติอึ้งก็รีบกลบเกลื่อน “เอาเถอะค่ะวันนี้ถือว่าเข้าใจผิดก็แล้วกัน แต่ถ้าอาร์ตรักพรรณจริง ก็ไม่ต้องยุ่งเรื่องของอัมราอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อาร์ตจะรับปากพรรณได้ไหมคะ”

เมื่อสันติรับปาก พรรณรายทำทีคอแห้งจะไปเอาน้ำดื่มและเอามาเผื่อเขาด้วย สันติจึงลุกไปเอาให้ พรรณรายยิ้มสมใจที่สันติหลงกล

ooooooo

สันติไปเอาน้ำที่ห้องครัว เจออัมรากำลังเตรียมอาหารอยู่ เธอดีใจมากส่วนสันติมองเธออย่างเห็นใจมากเช่นกัน ที่ประตูห้องครัว พรรณรายเดินตามมาแอบฟัง

อัมราขอบคุณสันติที่ช่วยตนไว้ ถ้าไม่ได้เขาตนคงแย่แน่ๆ สันติก้าวเข้าไปหาอัมราแล้วหยุดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ใครเป็นพี่ที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ยิ่งเป็นน้องอัมพี่ยิ่งต้องช่วย ต่อให้แลกด้วยชีวิตพี่ก็ต้องทำ” อัมรายิ้มดีใจ ในขณะที่พรรณรายเม้มปากอย่างไม่พอใจจะก้าวเข้าไปเอาเรื่อง พลันก็ชะงักเมื่อสันติพูดต่อว่า “เพราะน้องอัม เป็นน้องสาวของคนที่พี่รักที่สุด”

พรรณรายหยุดกึกยิ้มเต็มหน้าด้วยความปลื้มสุดๆ ส่วนอัมรามองสันติอึ้งอย่างผิดหวังและน้อยใจสุดๆ ซ้ำสันติชี้แจงว่า ตนรู้ตัวว่าที่ผ่านมาตนทำเหมือนชอบน้องอัม แต่เพิ่งรู้ตัวว่าชอบน้องอัมแบบน้องสาว จึงขอโทษด้วย

“ช่างเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ถ้าพี่อาร์ตรักพี่พรรณจริงๆ อัมก็ดีใจด้วย”

สันติสัญญาว่าจะดูแลน้องอัมให้เหมือนน้องสาวคนหนึ่งเลยทีเดียว อัมราบอกว่าไม่รบกวนขนาดนั้นหรอก ตนดูแลตัวเองได้ พูดแล้วรีบเดินออกจากห้องครัว พรรณรายรีบหลบบังหลังประตูยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

ooooooo

เสี่ยกวงมาติดต่อขอซื้อหุ่นของเดชอ้างว่าก่อนเดชตายตนได้คุยกันไว้บ้างแล้ว พรรณรายบอกว่าคงขายไม่ได้เพราะคุณพ่อเคยสั่งไว้แล้วว่าห้ามใครขายหุ่น ระหว่างนั้นเอง พิไลก็เข้ามาพูดแทรกว่าถ้าเสี่ยกวงอยากได้จริงๆ คุยกับตนน่าจะดีกว่า หันบอกพรรณรายว่าเรื่องนี้แม่จะจัดการเอง แล้วเชิญเสี่ยเข้าไปนั่งคุยกันข้างใน

พอพิไลพาเสี่ยกวงเข้าไปนั่งคุยในบ้าน พรรณรายก็ไปหาสันติเล่าว่าตนขำตัวเองไม่หายที่นึกระแวงเขา เพราะแม่พิไลเตือนตนเรื่องเขากับอัมราจนเกือบหลงเชื่อ ดีที่ตนบังเอิญได้ยินเขาคุยกับอัมราที่ห้องครัวเลยเชื่อว่าเขารักตนจริงๆ

ทันใดนั้นเอง เสียงอัมราโวยวายแว่วมา พรรณรายบอกสันติว่าสงสัยอัมราไปก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว พลางลุกไปดู สันติรีบตามไป พอเห็นพรรณราย อัมราบอกว่าน้าพิไลจะขายหุ่นในห้อง พรรณรายย้อนถามว่า “เรื่องแค่เนี้ย” แล้วพูดหน้าตาเฉยว่า ตอนนี้เรื่องทุกอย่างในบ้านตนยกให้แม่พิไลเป็นคนจัดการ ถ้าคุณแม่อยากขายตนก็ขาย

“เรื่องอื่นอัมยอมได้ แต่เรื่องหุ่นของคุณพ่อ อัมไม่มีวันยอม คุณพ่อรักหุ่นทุกตัวเหมือนญาติ คุณพ่อทุ่มเทชีวิตและจิตใจปั้นขึ้นมา อัมจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องหุ่นของคุณพ่อเด็ดขาด”

เสี่ยกวงบอกพิไลว่าดูท่าจะมีปัญหาแล้ว พิไลบอกไม่ต้องห่วง ไม่มีใครหน้าไหนจะมาขวางตนได้ทั้งนั้น เสี่ยไปเตรียมเงินไว้ได้เลย เสี่ยกวงดีใจ รับคำแล้วกลับไป

ooooooo

อัมราร้อนใจ เข้าไปในห้องหุ่นบอกกับหุ่นเดชและอารีย์ว่าต่อให้ตนตายตนก็จะไม่ยอมให้ใครมาเอาหุ่นไปขายเด็ดขาด

สันติที่รับรู้เรื่องทั้งหมด บอกอาทรว่าอัมรากำลังแย่ตนจะออกหน้าก็ไม่ได้มีแต่เขาเท่านั้นที่จะช่วยน้องอัมได้

อาทรจึงไปปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ ดำเกิงบอกว่าตอนนี้ยังเป็นเรื่องภายในครอบครัว เราเป็นคนอื่นจะไปก้าวก่ายไม่ได้ นอกจากพิไลจะทำอะไรที่เป็นการละเมิดสิทธิของอัมรา ถึงตอนนั้นตนจะใช้กฎหมายเข้าช่วยได้ ปลอบใจอาทรว่า

“ใจเย็นๆ เชื่อพ่อสิว่าคนอย่างพิไลต้องคิดจะทำอะไรมากกว่านี้แน่”

ฝ่ายพิไลย่ามใจมาก เข้าไปเยาะเย้ยเดชกับอารีย์ในห้องหุ่น ถามบรรดาหุ่นว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าตนกำลังจะขายพวกเขาแล้ว ทั้งยังเยาะเย้ยอารีย์ว่านับแต่พรุ่งนี้ ตนจะเล่นงานอัมราให้ดู เธอต้องยิ่งเจ็บปวดทรมานที่ช่วยอะไรลูกไม่ได้เลย

ตีห้าวันรุ่งขึ้น พิไลก็ไปตะโกนปลุกอัมราให้ลุกไปทำงานเพราะบ้านนี้ไม่มีคนใช้แล้ว หรือถ้าไม่ทำไม่หุงหาอาหารก็อดกันไปทั้งพี่ทั้งน้อง เพราะตนกับพรรณรายจะออกไปกินข้างนอก

ไม่เพียงเท่านั้น ยังบอกอัมราไม่ต้องไปเรียนหนังสือแล้วเพราะตอนนี้ไม่มีรายได้เข้าเลย แต่ถ้าเธอยังจะไปเรียนก็จะให้อ๊อดออกจากโรงเรียน สันติกำลังจะพาพรรณรายที่ไม่ยอมไปเรียนแต่จะให้เขาพาไปเที่ยวได้ยินที่พิไลพูดกับอัมรา เขาแอบเข้าไปใช้โทรศัพท์บ้านโทร.บอกอาทรให้รีบมาช่วยอัมรา

บังเอิญอ๊อดมาได้ยิน สันติบอกอ๊อดว่าอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด อ๊อดถามว่ามันเรื่องอะไรกัน สันติบอกว่าเรื่องมันยาวเอาไว้ตนช่วยอัมรากับอ๊อดได้สำเร็จเมื่อไรจะเล่ารายละเอียดให้ฟังเป็นคนแรกเลย ย้ำกับอ๊อดว่า

“สัญญากันแบบลูกผู้ชายนะครับ จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน ตกลงไหม” สันติยื่นมือออกไป

“ตกลงครับ แค่รู้ว่าพี่อาร์ตอยู่ข้างเดียวกับเรา อ๊อดก็ดีใจแล้ว” อ๊อดยื่นมือไปจับเขย่ามือกับสันติอย่างแมนๆ

ooooooo

ที่ศาลาสวนหลังบ้าน เทิดทำทีใจดีกับอัมรา บอกว่าถึงพิไลจะไม่ส่งเรียนตนจะส่งเอง อัมราดีใจแต่พอเทิดบอกว่าต้องเป็นเมียตนเป็นข้อแลกเปลี่ยน ก็ถูกอัมราตบหน้าด่าแล้วเดินหนี

เทิดตามไปคว้าอัมราไว้ อัมราร้องขอความช่วยเหลือ เทิดบอกว่าร้องให้คอแตกก็ไม่มีใครช่วยเพราะวันนี้สันติกับพรรณรายไปเที่ยวกัน

แต่หารู้ไม่ อาทรที่มากับดำเกิงมาเจอเข้า เขาตรงเข้าชกเทิดไม่ยั้งจนอัมราต้องขอร้องให้หยุด อาทรปล่อยเทิด ปรามว่า

“ถ้าแกยังคิดทำเลวๆกับน้องอัมอยู่ คราวหน้าฉันไม่เอาแกไว้แน่”

เทิดเดินอ้าวหนีไปก่อนจะโดนซ้ำ ขณะผ่านสวนหลังบ้านเจอขวดน้ำมันพรายที่พิไลทำตกไว้ รีบหยิบกลับไป

ดำเกิงที่มาคุยกับพิไลเรื่องที่จะไม่ให้อัมราเรียนต่อ ยกกฎหมายมาอ้างว่าพิไลไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น พิไลไม่พอใจหาว่าเอากฎหมายมาขู่

เมื่ออัมรามาพบดำเกิง พอรู้ว่าเขามาต่อสู้เพื่อให้เธอกับอ๊อดได้เรียนต่อ อัมราดีใจมากพูดอย่างสำนึกบุญคุณว่าถ้าไม่ได้คุณลุงกับพี่ออยตนคงแย่แน่

“จำไว้นะว่าหนูอัมยังมีลุงกับป้าและตาออยอยู่ข้างๆเสมอ ถ้ามีอะไรที่ลุงช่วยได้ลุงจะช่วยทันที”

อัมราขอบคุณอีกครั้ง เอะใจถามว่าแล้วคุณลุงกับพี่ออยรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้งสองได้แต่ยิ้มๆ เพราะไม่ต้องการให้รู้ว่าสันติกำลังทำอะไรอยู่

เทิดเอาขวดน้ำมันพรายไปให้พิไลดู พิไลบอกว่าตนหาตั้งนาน แต่รู้สึกว่าน้ำมันพรายในขวดพร่องไป

เมื่อพรรณรายกลับมา พิไลจึงเรียกไปถามว่าเคยใช้น้ำมันในขวดนี้ไหม พรรณรายบอกว่าไม่เคยใช้ แต่สงสัยว่าน้ำมันอะไรเลยหยอดใส่มือดมดูรู้สึกกลิ่นแปลกๆ เลยทิ้งไป ถามพิไลว่ามีอะไรหรือ

“มันคือน้ำมันพราย เขาใช้ในการทำเสน่ห์ให้คนมารักมาหลง มิน่าแม่สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมนายอาร์ตถึงเปลี่ยนใจมารักหนู”

พรรณรายบอกว่าตนไม่ได้ใช้กับสันติ แต่วันนั้นเอามือที่เปื้อนน้ำมันพรายไปจับแขนคะยั้นคะยอให้เขาขับรถให้ตนไปซื้อผ้าดำที่พาหุรัด ถามว่าที่สันติมารักตนเพราะน้ำมันพรายหรือ พอพิไลยืนยันว่าใช่ พรรณรายรับไม่ได้ ผิดหวังอย่างที่สุด ที่สันติมารักตนเพราะน้ำมันพราย

ooooooo







นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.