ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ห้องหุ่น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นนี้ได้ "ท็อป จรณ" ประกบ "เต้ย จรินทร์พร"



ชิ้นงง เมื่อเห็นรถรับจ้างมาส่งอัมราที่หน้าบ้าน ถามว่าทำไมมากับรถรับจ้าง แล้วพรรณรายกับอาร์ตหายไปไหน?

“อัมไม่ค่อยสบายเลยกลับมาก่อนจ้ะ” ชิ้นพยักหน้าแต่ชะงักถามว่าทำไมเสียงเมื่อกี๊เหมือนเสียงคุณผู้หญิง แล้วก็คิดเองว่า แม่ลูกเสียงอาจคล้ายๆกันได้ คงไม่มีอะไร...

เมื่อพาอัมราเข้าห้องนอนแล้ว อารีย์บอกลูกว่าถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว อัมราเริ่มรู้สึกตัว พึมพำคุณแม่...

ก็พอดีเสียงเดชมาร้องเรียกอยู่หน้าห้อง อารีย์ได้ยินจึงค่อยๆเลือนหายไป

อัมราลุกไปเปิดประตูให้เดช เขาถามว่าหลับอยู่หรือ ถ้าอย่างนั้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วไปหาพ่อที่ห้องหุ่นหน่อย พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย

“ค่ะ” อัมรารับคำ แล้วงงๆว่าตัวเองกลับบ้านมาได้ยังไง ส่วนอารีย์ที่ยังอยู่ในห้อง นึกสงสัยว่าเดชมีอะไรจะคุยกับอัมรา

พรรณรายกับสันติเพิ่งกลับมาถึง พรรณรายถามชิ้นว่าอัมรากลับมาหรือยัง พอรู้ว่าเพิ่งกลับด้วยรถรับจ้าง ถามว่าแล้วตอนนี้อัมราอยู่ไหน ชิ้นบอกว่าอยู่บนห้องนอน พรรณรายก็หันไปอำลาสันติอย่างอ่อนหวาน

“ขอบคุณนะคะที่ขับรถมาส่ง อาร์ตกลับดีๆนะ” เห็นสันติทำท่าอิดออดก็ปลอบใจว่า “พรุ่งนี้เราค่อยไปเที่ยวกันใหม่นะคะ” สันติยังอิดออด เธอบกว่า “เอาน่า... พรุ่งนี้จะให้อยู่จนดึกเลย...วันนี้รู้สึกง่วงจัง” หอมแก้มสันติทีหนึ่งเขาจึงไปชิ้นจับตาดูอยู่ ตกใจ แล้วพึมพำกับตัวเอง

“นึกว่าคุณอาร์ตชอบคุณอัมเสียอีก ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนี้หว่า...แต่ท่าทางคุณอาร์ตดูแปลกๆ แฮะ เหมือนไม่ใช่ตัวคุณอาร์ตคนเดิม...”

ooooooo

เมื่ออัมราเข้าไปในห้องหุ่น เธอแปลกใจที่เห็นเดชปั้นหุ่นตัวเอง เดชบอกว่าตนอยากปั้นให้เสร็จเร็วที่สุด

“ทำไมคะ”

“เพราะคงเป็นสิ่งเดียวที่พ่อจะทำเพื่อแม่ได้ ก่อนตายแม่เคยบอกพ่อว่า อยากให้เรามีหุ่นคู่กัน”

“โธ่...คุณพ่ออย่าคิดมากเลยนะคะ ตอนนี้หุ่นก็เสร็จแล้ว คุณพ่อไปพักผ่อนเถอะนะคะ อัมจะทำอะไรอร่อยๆให้คุณพ่อทาน”

“พ่อพักแน่ แต่พ่ออยากพักอยู่ในห้องหุ่นนี้ พ่ออยากอยู่ใกล้ๆแม่ ที่พ่อเรียกอัมมาพบ เพราะพ่อมีอะไรบางอย่างจะให้ลูก” เดชเอากุญแจพวงใหญ่ให้ “กุญแจตู้เก็บเครื่องประดับของแม่ เงินสดพร้อมทั้งเอกสารสำคัญต่างๆ รวมทั้งโฉนดที่ดินที่พ่อสะสมไว้ทั้งหมด พ่ออยากให้อัมเป็นคนดูแลแทนแม่”

“แต่...อัมว่าคุณพ่อน่าจะให้พี่พรรณเป็นคนดูแลมากกว่านะคะ”

“พรรณรายเป็นคนใจร้อนเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล พ่อมั่นใจว่าอัมจะทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าๆกับแม่” เมื่ออัมรารับกุญแจไป เดชขอบใจ บอกว่าต่อไปนี้ถ้าตายพ่อก็คงตายตาหลับ

“คุณพ่ออย่าพูดแบบนี้สิคะ อัมใจคอไม่ดีเลย อัมรักคุณพ่อนะคะ คุณพ่อต้องอยู่กับอัมไปนานๆนะคะ”

“พ่อก็รักลูก” เดชกอดอัมราไว้อย่างอ่อนโยน หุ่นอารีย์ยืนมองพ่อลูกกอดกันด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

ที่ห้องหุ่น พรรณรายมาแอบดูเห็นเดชมอบกุญแจให้อัมราก็สงสัยว่าทำไมคุณพ่อไม่ให้ตน คิดว่าคุณพ่อลำเอียงอีกแล้ว แต่ก็ไม่สนใจเพราะตนจะได้เอาเวลาไปเที่ยวกับสันติ ใครอยากเป็นแม่บ้านแม่เรือนก็เชิญ เชอะใส่แล้วเชิดไป

อัมราแปลกใจตัวเองว่ากลับบ้านมาได้อย่างไร เมื่อไปที่ห้องครัวตอนเย็น เธอถามชิ้น จึงรู้ว่าตนนั่งรถรับจ้างกลับมาเอง พอถามว่าแล้วพรรณรายกับสันติล่ะ เธอก็บอกว่าตนไม่สบายเลยกลับมาก่อน อัมรายิ่งงง ถามว่าตนเจอน้าชิ้นด้วยหรือ บ่นตัวเองว่าแปลก ทำไมตนจำอะไรไม่ได้เลย

“พูดถึงเรื่องแปลก เอ้อ...มีเรื่องแปลกเรื่องหนึ่งค่ะ” ชิ้นมองไปรอบตัวอย่างหวาดๆ กระซิบเบาๆ “คือตอนที่คุณอัมตอบน้า เสียง...เสียงคุณอัมไม่เหมือนคุณอัมค่ะ” อัมรายิ่งงงถามว่าหมายความว่ายังไง “แหม...จะพูดยังไงดีคือเสียงเหมือน...เหมือนเสียงคุณผู้หญิงค่ะ”

อัมราตกใจมองหน้าชิ้นเชิงถาม ชิ้นพยักหน้ายืนยันท่าทางกลัวๆ อัมรายืนอึ้ง...

นอกจากพรรณรายจะไม่สนใจเรื่องที่เดชมอบกุญแจให้อัมราเพราะตนจะได้มีเวลาไปเที่ยวแล้ว เธอยังคิดจะยัดเยียดให้อัมรามีแฟนเพื่อจะได้ตัดขาดจากสันติ ยุให้เปิดโอกาสให้พงษ์บ้างตัวเองจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน

“ฟุ้งซ่าน? หมายความว่าอะไรคะ”

“ก็หมายความว่าฉันยังไม่เชื่อใจเธอน่ะสิว่าเธอจะตัดใจจากอาร์ตได้แล้ว จนกว่าเธอจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่ถ้าเธอไม่ชอบนายพงษ์จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ฉันจะหาผู้ชายอื่นให้เธอเอง”

พรรณรายตั้งหน้าตั้งตาจะผลักไสอัมราไปมีแฟนกันท่าไม่ให้มายุ่งกับสันติ จนอัมราเหนื่อยใจกับความคิดของพี่สาว

ooooooo

เวทย์ส่งกุมารกับควายธนูไปที่บ้านเดช เจ้าที่ออกมาขวางไม่ให้เข้าบ้าน แต่เจ้าที่ถูกกุมารเล่นงานจนกระเด็นถอยไป

“รู้จักลูกชายพ่อเวทย์น้อยไป...ฮ่ะๆๆ” กุมาร แผดเสียงหัวเราะอย่างผยอง แล้วสั่งควายธนูให้เข้าไปเลย

กุมารเดินอาจหาญเข้าไปในบ้าน ควายธนูตะกุยดินก่อนวิ่งตามไปอย่างคะนอง

ในห้องหุ่น...พีทได้กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ บอกหุ่นท่านเจ้าคุณว่าคราวนี้เหม็นกว่าคราวก่อนหลายเท่า หุ่นท่านเจ้าคุณบอกหุ่นทุกตัวในห้องว่า

“พวกมันถูกส่งมาอีกแล้ว” อารีย์ถามว่าทำไมมันเจาะจงเล่นงานเรานัก “มันทำตามความต้องการของแม่พิไล”

หุ่นชาวนาอาสากับหุ่นท่านเจ้าคุณจะออกไปจัดการพวกมันเอง

“ไม่ทันแล้ว ทุกคนระวังตัวให้ดี”

ขาดคำของหุ่นท่านเจ้าคุณ ทั้งกุมารและควายธนูก็มาถึงห้องหุ่นแล้ว ท่าทางมันฮึกเหิมมาก หุ่นทุกตัวมองกุมารและควายธนูอย่างระวังตัว

อัมรานอนไม่หลับ เธอดูนาฬิกาเป็นเวลาตีสามครึ่ง อัมราเห็นพรรณรายหลับแล้วจึงลุกเดินเบาๆ ออกไป

ooooooo

กุมารและควายธนูเข้าไปในห้องหุ่น มันกร่างมาก มองหุ่นทุกตัว ประกาศว่า

“ถ้าใครไม่อยากเจ็บตัวก็จงมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าข้าบัดเดี๋ยวนี้” หุ่นพีทเคลื่อนตัวออกไปยืนตรงหน้ากุมารทันที กุมารหัวเราะสะใจ “ดีมาก...จงคุกเข่าลง”

หุ่นพีทอ้าปากกว้างเป่าลมออกมา กุมารถูกลมแรงถึงกับกระเด็นไปติดผนัง หุ่นพีทหัวเราะสะใจบ้าง...

“ไง เจ้าหุ่นคลุกน้ำปลา โธ่เอ๊ย...กะอีแค่ลมปากข้าเป่า เจ้าก็กระเด็นไม่เป็นท่าเสียแล้ว ฮ่ะๆๆ”

“ดีล่ะ! เมื่อพูดด้วยดีๆ พวกเจ้าไม่เข้าใจ ข้าก็ต้องสั่งสอนพวกเจ้าซะบ้าง” แล้วหันสั่ง “ควายธนู!”

ควายธนูตะกุยดินแล้วแยกร่างออกไปอีกสามกลายเป็นสี่ ควายธนูทุกตัวตะกุยดินหายใจฟืดฟาดอย่างดุร้าย แล้วพุ่งเข้าใส่หุ่น หุ่นท่านเจ้าคุณ หุ่นทับ และหุ่นชาวนาต่างดาหน้าออกมาขวาง ปกป้องหุ่นอารีย์ หุ่นพีท หุ่นนางรำ และหุ่นพยาบาล

หุ่นท่านเจ้าคุณสั่งหุ่นทั้งสี่ถอยไปแล้วตัวท่านกับหุ่นทับกับหุ่นชาวนาก็เผชิญหน้าสู้กับควายธนู แต่ควายธนูฆ่าไม่ตายตัดหัว ตัดตัวขาดแล้วมันก็ต่อกลับคืนได้ในพริบตา

หุ่นอารีย์ถอยร่นไปจนติดผนัง ถูกควายธนูตัวหนึ่งคำรามใส่อย่างดุร้าย

อัมราเข้าไปในห้องครัว นาฬิกาที่ผนังห้องครัวบอกเวลาเกือบตีห้าแล้ว อัมราหยิบแก้วจะรินน้ำดื่ม มีเสียงจิ้งจกทักเธอตกใจปล่อยแก้วหลุดมือแตกกระจาย อัมรามองแก้วแตกตะลึง!

อัมราเก็บเศษแก้วที่พื้นถูกบาดมือ ชิ้นมาเจอตกใจบอกให้รีบไปทำแผล ถามว่าแล้ววันนี้อัมราจะใส่บาตรไหม อัมราให้เตรียมอาหารไว้ตนจะไปชวนคุณพ่อมาใส่บาตรด้วยกัน

ooooooo

ในห้องหุ่น...บรรดาหุ่นถูกกุมารสั่งให้ควายธนูทำร้ายหุ่นทุกตัวและฆ่าให้หมด!

ขณะหุ่นอารีย์กำลังจะถูกควายธนูทำร้ายนั้น เดชตื่นขึ้นมาเห็นสภาพในห้องหุ่น เขาอุทานทึ่ง

“หุ่น...มีชีวิต”

เดชได้ยินเสียงอารีย์ร้องขอความช่วยเหลือขณะถูกควายธนูพุ่งเข้าใส่ เขาหันพุ่งเข้าไปช่วยหุ่นอารีย์ เอาสร้อยพระคล้องคอควายธนู จนร่างควายธนูล้มลงและสลายไป เหลือแต่สร้อยพระอยู่ที่พื้น

เดชเข้าไปหาอารีย์ ก็พอดีหุ่นท่านเจ้าคุณตะโกนให้เดชพาอารีย์ออกไปจากห้องหุ่น แต่ขณะอารีย์กับเดชวิ่งขึ้นบันไดห้องหุ่น ควายธนูพุ่งเข้าใส่อารีย์ เดชเห็นดังนั้นกางแขนกั้นปกป้องอารีย์ ทำให้ตัวเองถูกควายธนูขวิดคอหักตายตาค้าง!

บรรดาหุ่นที่สู้กับควายธนูต่างอ่อนล้าหมดแรง บอกหุ่นท่านเจ้าคุณว่าพวกตนไม่ไหวแล้ว

เดชที่ตายไปแล้ว แต่วิญญาณลุกขึ้นมาต่อสู้กับควายธนูที่บ้าคลั่ง เขาเอาสร้อยพระขึ้นมา เกิดแสงเรืองรองพุ่งเข้าล้อมควายธนูทั้งหมดไว้ ควายธนูร้องอย่างเจ็บปวดแล้วสลายไปทั้งหมด

หุ่นในห้องต่างดีใจ โล่งอก อารีย์วิ่งเข้าไปกอดเดชด้วยความดีใจ เดชกอดตอบดีใจไม่น้อยกว่ากัน

เวทย์รู้เหตุการณ์ที่เกิดกับกุมารและควายธนูของตน บอกพิไลกับเทิดที่เฝ้ารอฟังข่าวอยู่ว่า กุมารกับควายธนูถูกทำร้ายเพราะมีคนใช้พลังแห่งธรรมะเล่นงาน

“ใครกัน!” พิไลตกใจ

“ข้าก็อยากจะรู้” เวทย์บอกแล้วมองเทิด สั่งให้ไปสืบให้ที เทิดไม่กล้ากลัวถูกหุ่นเล่นงาน เวทย์ถอดสร้อยลูกประคำเส้นหนึ่งส่งให้ “ประคำเส้นนี้ จะป้องกันไอ้ผีหุ่นพวกนั้นไม่ให้มาทำอันตรายเอ็งได้”

“แบบนี้ฉันไม่กลัวแล้ว ฉันจะไปสืบให้พี่เวทย์เองจ้ะ” เทิดรับสร้อยลูกประคำไปสวมคออย่างฮึกเหิม เวทย์พยักหน้า สีหน้าท่าทางเจ็บใจมาก

ooooooo

เดชยืนอยู่กับหุ่นอารีย์ มองหุ่นทั้งหมดในห้อง เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“ผมเคยฝันว่าหุ่นมีชีวิต แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง พี่ดีใจจริงๆที่ได้เจอเธออีกครั้ง พี่อยากจะขอโทษเธอเรื่อง...”

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว” อารีย์จับมือเดช กุมแน่น เดชยิ้มดีใจ ทันใดนั้นหุ่นพีทวิ่งเข้ามาหาเดช ร้องเสียงใส

“ดีใจจังครับที่ลุงเดชจะมาอยู่กับเราด้วย”

“เจ้าพีท...นี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลยสักนิด” หุ่นท่านเข้าคุณดุ ทำเอาพีทหน้าจ๋อย ทันใดนั้น ประตูห้องหุ่นเปิดออก หุ่นทั้งหมดกลับไปยังที่ของตัวเองทันทีอย่างรวดเร็ว

“คุณพ่อคะ...คุณพ่อ” เสียงอัมราร้องเรียกพลางเดินลงบันไดมา พลันอัมราก็ชะงักเมื่อเห็นร่างเดชนอนอยู่ปลายบันได เธอตกใจร้องเรียก “คุณพ่อ...คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ คุณพ่อ...” แล้วเธอก็ตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าเดชเสียชีวิตแล้ว เธอตะโกนก้องห้องหุ่น...

“คุณพ่อ!!!!”

ooooooo

ที่ศาลาวัด...บรรดาเพื่อนสนิทโดยเฉพาะดำเกิงและบุญเรือนมาช่วยงาน ผู้ใหญ่ทั้งสองต้องคอยปลอบโยนอัมราที่ร้องไห้อย่างหนัก ต่างเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นปลอบโยนอัมราอย่างลูกหลาน

“หนูต้องเข้มแข็งนะจ๊ะอัมรา” บุญเรือนปลอบโยน

“อย่าลืมว่ายังมีลุงกับป้าอยู่ข้างๆหนูเสมอ มีอะไรที่ลุงจะช่วยได้ขอให้บอกทันทีนะ” ดำเกิงเอ่ย

“ขอบพระคุณคุณลุงกับคุณป้ามากค่ะที่ช่วยเป็นธุระเรื่องงานศพคุณพ่อ แล้วยังไปรับอ๊อดมาให้ด้วย ตอนนี้อัมทำอะไรแทบไม่ถูกเลย” อัมรายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่เปรียบเสมือนญาติ “ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนเย็นอัมยังคุยกับคุณพ่ออยู่เลย ทำไมคุณพ่อถึงเสียเร็วแบบนี้คะ”

“ตำรวจสันนิษฐานว่าคุณพ่อน่าจะตรากตรำกับการปั้นหุ่นตอนเดินขึ้นบันไดอาจจะหน้ามืดวูบไปเลยตกบันไดลงมาคอหักเสียชีวิตทันที” ดำเกิงชี้แจง ขณะนั้นเองจุ๊บมาบอกว่าแขกมากันแล้ว บุญเรือนจึงให้อาทรอยู่เป็นเพื่อนอัมราก่อนตนกับคุณพ่อจะไปรับแขกเอง จุ๊บถามอาทรว่าเห็นสันติไหม อาทรนึกได้บอกว่าตั้งแต่มาวัดยังไม่เห็นเลย เอะใจถามอัมราว่า

“เอ๊ะ...อาร์ตรู้เรื่องหรือยังครับน้องอัม”

พออัมราบอกว่าคงรู้จักพี่พรรณแล้ว จุ๊บก็แสดงความแปลกใจทันทีว่าพรรณรายก็ไม่อยู่ หรือว่าจะตามไปหาเรื่องอะไรสันติอีก เลยถูกอาทรไล่ให้ไปช่วยเขาเตรียมของดีกว่ามาพูดอะไรไร้สาระแบบนี้

ที่แท้พรรณรายอยู่กับสันติที่มุมหนึ่งในบริเวณวัด เธอออดอ้อนสันติให้อยู่เป็นเพื่อนเป็นกำลังใจให้ตน เพื่อเอาใจและปลอบใจเธอ สันติบอกว่าตนจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ พรรณรายถามว่าจริงหรือ สันติบอกว่าถ้าไม่เชื่อตนยอมเป็นม้าให้ขี่

พรรณรายขี่หลังสันติหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จุ๊บมาเจอ เธอด่าพรรณรายอย่างโกรธมาก

“จะมากไปแล้วนะ นี่เธอกล้าให้อาร์ตเป็นม้าให้เธอขี่เลยหรือ เธอนี่มันเลวกว่าที่คิดเสียอีก ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ”

จุ๊บจะเล่นงานพรรณราย ถูกสันติรั้งไว้ ปรามจุ๊บอย่างดุดันว่า

“ถ้าเธอบังอาจแตะต้องคุณพรรณรายแม้แต่ปลายเล็บ คนที่จะโดนสั่งสอนก็คือเธอ!” แล้วหันไปโอ๋พรรณราย “คุณพรรณเจ็บมากหรือเปล่าครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คิดเสียว่าโดนหมาบ้ามันลอบกัดเอา แต่คราวหน้าฉันไม่ยอมแน่” แล้วชวนสันติ “เราไป กันเถอะค่ะอาร์ต ใกล้เวลาพระสวดแล้ว”

จุ๊บถามว่านี่มันอะไรกัน ถูกสันติปรามว่าถ้ายังไม่เลิกตอแยเราอย่าหาว่าตนไม่เตือน จุ๊บชะงักพึมพำแปลกใจ

“ทำไมสายตาอาร์ตถึงน่ากลัวแบบนั้น เหมือน...ไม่ใช่อาร์ต...”

ooooooo

ขณะพรรณรายกับสันติเดินใกล้ถึงศาลาวัดแล้วนั้น จู่ๆสันติก็ปวดท้องกะทันหัน บอกพรรณรายให้เข้าไปในศาลาก่อนตนจะไปหายากิน

“พรรณไปเป็นเพื่อน”

“ไม่ต้อง โอ๊ย...รีบเข้าไปสิ” สันติตวาดกุมท้องอย่างเจ็บปวด ทำให้พรรณรายไม่กล้าวอแวรีบเข้าไปในศาลา

พอพรรณรายผละไป สันติก็ล้มร้องครวญครางอยู่ใต้ต้นไม้นั่นเอง...

“โอย...ปวดแสบปวดร้อนไปหมดทั้งตัว”

สันติมองไปที่ศาลาดวงตาแดงก่ำเหมือนตาผี สีหน้าท่าทางดุร้ายน่ากลัวมาก

เวลาเดียวกัน ที่หน้าบ้านเดช เทิดเดินมาด้อมๆ มองๆ เจอชิ้นที่เฝ้าบ้านอยู่ก็ทำท่านอบน้อมเจียมตัว ทำเสียงหล่อทัก

“สวัสดีจ้ะพี่สาวคนสวย ฉันมาหางานทำ ที่นี่รับคนทำสวนบ้างไหมจ๊ะ”

“เอาไว้จะถามให้นะ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้กำลังยุ่ง” เทิดหูผึ่งถามว่ายุ่งเรื่องอะไรหรือ “ก็คุณผู้หญิงเพิ่งเสียไปไม่นาน เมื่อคืนที่ผ่านมาคุณผู้ชายมาเสียอีก เอาไว้สักสองสามอาทิตย์ลองแวะมาใหม่นะ ฉันจะลองถามคุณหนูอัมราให้”

เทิดกระหยิ่มใจที่ได้ข่าวใหญ่ รีบกลับไปรายงานเวทย์ที่บ้าน พิไลรู้ข่าวก็ตกใจถามว่าฟังไม่ผิดแน่นะ

เทิดยืนยันว่าตนฟังมาชัดเจน เวทย์ยิ้มสะใจขณะบอกทั้งสองว่า

“คงเป็นไอ้เดชนี่แหละที่เล่นงานกุมารกับควายธนูจนตัวมันตาย ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าเราไม่เสียกุมารกับควายธนูไปเปล่า “

“พี่เวทย์หมายความว่าไง” พิไลสนใจจี๋

“ไม่มีไอ้เดชแล้ว เธอก็กลับเข้าไปที่บ้านนั้นได้แล้วสิ เธอเป็นเมียมัน สมบัติทุกอย่างก็ต้องตกเป็นของเธอไม่ใช่เหรอ” พิไลบอกว่าก็ใช่ แต่ตนกลัวหุ่นผีพวกนั้น เวทย์พูดหน้าเหี้ยมน่ากลัวทันที “ข้าจะไปจัดการพวกมันด้วยตัวข้าเอง”

พิไลฟังแล้วยิ้มดีใจที่เวทย์ลงมือช่วยด้วยตัวเอง

ooooooo

พระสวดเสร็จแล้ว เมื่อจะกลับบ้าน พรรณรายไม่ยอมกลับบอกว่าสันติปวดท้องมากตนเป็นห่วงจะไปดูเขาก่อน

“แต่นี่มันดึกมากแล้วนะ อาร์ตก็อยู่ที่นี่ เขาคงไปพักแล้วล่ะ เรากลับไปก่อนดีกว่า หนูอัมราก็ไม่ค่อยสบาย” ดำเกิงติง

เมื่อพรรณรายยืนยันจะไปให้ได้ อาทรจึงเสนอว่าตนจะไปดูให้เอง ส่วนเธอกลับไปกับทุกคนก่อน บอกจุ๊บให้ไปด้วยกัน เดี๋ยวตนจะไปส่งที่บ้านเอง ดำเกิงเห็นด้วย พรรณรายจึงจำต้องกลับไปกับดำเกิงและบุญเรือน

แล้วอรทรกับจุ๊บก็ไปเจอสันตินอนฟุบอยู่ใต้ต้นไม้ อาทรรีบเข้าไปประคองถามว่าเป็นอะไร พอสันติเงยหน้า อาทรตกใจผงะเห็นหน้าสันติดำคล้ำ ดวงตาแดงก่ำ

“นายเป็นอะไรอาร์ต นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” สันติร้องครวญครางว่าปวดแสบปวดร้อนเหลือเกิน จุ๊บถามว่าจะทำอย่างไรดี อาทรเสนอให้พาไปหาหลวงตาก่อน สันติโวยวายทันทีว่าไม่! ไม่ว่าอาทรจะชี้แจงอย่างไรสันติก็ไม่ยอมไปหาหลวงตา หนักเข้าก็ชี้หน้าตวาด “อย่ามายุ่งกับฉัน” แล้วสะบัดลุกเดินหนีไป อาทรจะตาม จุ๊บจับไว้บอกว่า

“เดี๋ยวอาทร ไม่เห็นหรือว่าอาร์ตดูแปลกๆ ท่าทางเหมือนไม่ใช่อาร์ตคนเดิมเลย”

“อาจจะเป็นเพราะไม่สบายมากก็ได้นะ ฉันว่าเรารีบไปบอกหลวงตาไว้ก่อน” อาทรเสนอแล้วรีบไปหาหลวงตา

ooooooo

ที่กุฏิหลวงตา ขณะท่านนั่งสมาธิอยู่หน้าพระพุทธรูปบนโต๊ะหมู่บูชา อาทรกับจุ๊บค่อยๆก้าวขึ้นมาทั้งสองชะงักเมื่อเห็นหลวงตานั่งสมาธิอยู่ ต่างมองหน้ากันอย่างกังวลเพราะเห็นห่วงสันติ

“เข้ามาเถอะ” หลวงตาอนุญาตทั้งที่หลับตาอยู่

อาทรขอโทษหลวงตาที่มารบกวน แต่ไม่ทันได้บอกว่าเรื่องอะไร ท่านก็ถามว่า

“เรื่องเจ้าอาร์ตใช่ไหม... หลวงตารู้แล้ว กำลังจะเรียกเขามาพบอยู่พอดี เจ้าทั้งสองกลับไปก่อนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง หลวงตาจะดูแลรักษาเจ้าอาร์ตเอง”

หลวงตาลืมตามองอาทรกับจุ๊บอย่างสงบเยือกเย็น พยักหน้าเชิงบอกให้กลับไปได้แล้ว ทั้งสองจึงกราบลาแล้วถอยไป

พออาทรกับจุ๊บไปแล้ว หลวงตาก็หลับตานั่งสมาธินิ่ง

สันติกลับมาซุกตัวสั่นร้องครางอย่างเจ็บปวดอยู่มุมห้อง แล้วสันติก็สะดุ้งตกใจ ตวาดถาม

“ใคร...ใครเรียกกู...กูไม่ไป ไม่! กูไม่ไป... ” สันติเหมือนถูกพลังลึกลับดึงให้ออกไป แต่เขาพยายามขืนตัว สู้กับพลังลึกลับอย่างโกรธเกรี้ยว “กูบอกว่ากูไม่ไป กูไม่ไป!”

ลมพัดอย่างแรง จนหน้าต่างถูกพัดปึงปัง พริบตานั้น ประตูกุฏิเปิดผางออก สันติก้าวพรวดเข้ามายืนจังก้าถาม

“เรียกข้ามาทำไม”

“สิ่งที่ทำอยู่นี่มันบาป ทำไมไม่อยู่ในที่ที่เจ้าควรอยู่” สันติมองหลวงตาอย่างดุร้ายก่อนเคลื่อนตัวเข้าหาอย่างน่ากลัว แต่พอเข้าใกล้ก็ผงะเมื่อมีรัศมีเรืองรองสีทองแผ่กระจายจากร่างหลวงตากระทบร่างสันติจนเขาร้องอย่างเจ็บปวด ทรุดลงนั่งอย่างตกใจ หลวงตาบอกว่า “เจ้าไปซะ เราไม่ต้องการทำร้ายเจ้า เจ้าเอาชนะพลังแห่งธรรมไม่ได้หรอก”

“ข้าก็อยากไป แต่ข้าไปเองไม่ได้”

“ถ้าอย่างนั้นเราจะปลดปล่อยเจ้าเอง” หลวงตาลุกขึ้นเดินไปหาสันติ ยกมือพนมสวดมนต์เบาๆด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ แล้ววางมือลงบนหัวสันติเบาๆ แต่ร่างสันติกลับสะดุ้งเฮือกสุดตัวแล้วทรุดลงจนนอนราบกับพื้น พริบตานั้น ร่างผีตายทั้งกลมก็กลิ้งออกจากร่างสันติ ลุกขึ้นพนมมือไหว้หลวงตาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

หลวงตาเรียกไอ้หวังกับไอ้ปี๊ดมาช่วยกันแบกร่างสันติไปในห้องหลวงตา แล้วสั่งให้รีบไปเก็บดอกบัวในสระหลังวัดมาเก้าดอก เทียนเก้าเล่ม และทำกระทงใส่ข้าวตอกดอกไม้มาให้เก้ากระทง

ooooooo

ดึกคืนนี้ เวทย์หลับอยู่กับพิไลในห้อง ก็มีเสียงเหมือนใครสาดกรวดทรายลงบนหลังคาบ้าน เวทย์ลืมตาทันที พิไลถาม

“เสียงอะไร”

ขาดคำพิไล ก็มีเงาดำใหญ่วูบเข้ามาที่ร่างพิไลทันที เวทย์ตกใจรีบลุกนั่งมอง เห็นพิไลสะดุ้งเฮือกลุกพรวด จ้องหน้าเวทย์ตาขวาง ตะคอก “แก!!” แล้วตรงเข้าบีบคอเวทย์ดันไปจนติดผนังห้อง เวทย์ตะโกนเรียกเทิด พอเทิดเข้ามาเห็นพิไลบีบคอเวทย์อยู่ก็ตะโกนถามว่าทำอะไร เวทย์สั่งเทิดไปหยิบสร้อยประคำให้ที พลางชี้ไปที่หัวเสา

พอได้สร้อยประคำจากเทิด เวทย์สวดคาถาแล้วสวมสร้อยประคำลงบนคอพิไลทันที พิไลดิ้นพราดๆกับพื้น เวทย์สั่งเทิดให้จับไว้แต่พิไลแรงมากจนเทิดจับแทบไม่อยู่ แต่สุดท้ายก็จับพิไลเอามือไพล่หลังได้

เวทย์ไปเอามีดหมอมาบริกรรมคาถาแล้วเข้าไปหาพิไล พิไลกรีดร้องอย่างหวาดกลัว

“กล้ากลับมาเล่นงานข้าเหรอ ดี ข้าจะสะกดแกไว้ไม่ให้ไปผุดไปเกิด” เวทย์สะกดวิญญาณนั้นหายเข้าไปในมีดหมอ พิไลค่อยๆผล็อยล้มลงสลบไป เวทย์จึงเก็บมีดหมอ

พอพิไลรู้สึกตัวก็มองหน้าเวทย์กับเทิดถามว่าเกิดอะไรขึ้น เทิดบอกว่าพิไลโดนผีเข้า พิไลถามเวทย์ว่าจริงหรือ

“มีคนปล่อยนังผีตายทั้งกลมมันเลยกลับมาเล่นงานข้า แต่เธอดันไปทักมันเลยเข้าตัวเธอก่อน” เวทย์บอก เทิดถามว่าคนที่แก้ของเวทย์ได้มันต้องเก่งมากสินะ “ถ้ามันเก่งจริง มันก็ต้องตามดวงจิตของคนที่โดนของกลับเข้าร่างให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร”

“พี่หมายความว่ายังไงของออกแล้วคนนั้นก็ไม่หายเหรอพี่” เทิดถาม

“ไม่...ร่างที่ไม่มีดวงจิตในที่สุดมันก็จะต้องตายอยู่ดี” เวทย์หัวเราะอย่างสะใจ พิไลกับเทิดแอบมองกันกลัวๆ

ooooooo

หลวงตาทำพิธีเรียกดวงจิตสันติกลับมา เขาตื่นขึ้นมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ งุนงงว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น หรือตัวเองตายแล้ว?

เป็นเวลาตีห้าแล้ว หลวงตาสั่งไอ้ปื๊ดกับไอ้หวังให้เอากระทงข้าวตอกดอกไม้ไปวางตามทางแยกที่จะมาวัด เสร็จแล้วก็กลับไปนอนได้

สันตินั่งหมดอาลัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะไม่รู้ทิศทางที่จะไป พลันก็ได้ยินเสียงหลวงตาบอกว่า

“ฟังหลวงตาให้ดี ทำใจให้สงบ เจ้าจะเห็นแสงเทียนนำทาง ให้เดินตามแสงนั้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเจออะไรอย่าหวั่นไหว อย่าหวาดกลัว ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับหลวงตา” สันติตอบหลวงตาแล้วยืนสงบทำใจให้นิ่ง พอเห็นแสงเทียนสว่างก็เดินตามไป เจอปีศาจพุ่งเข้าใส่ก็ไม่ตระหนก ท่องคำเตือนของหลวงตาไว้ว่า “ไม่ว่าจะเจออะไรอย่าหวั่นไหว อย่าหวาดกลัว ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา” แล้วสันติก็เดินตรงเข้าหาปีศาจทะลุผ่านร่างปีศาจไปอย่างง่ายดาย เขารีบเดินไปเจอทางแยกก็เดินตามข้าวตอกดอกไม้ ไปตามทางแยกที่มีกระทง ผ่านไปแยกแล้วแยกเล่า...

“ฉลาดมากเจ้าอาร์ต” หลวงตาที่หลับตาทำสมาธิอยู่ชม ได้ยินเสียงระฆังวัดตีบอกเวลาเช้า หลวงตามองร่างสันติที่นอนนิ่งอยู่พึมพำด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “ใกล้สว่างแล้ว ดวงจิตเจ้ายังมาไม่ถึงอีกหรือ”

ทันใดนั้นสันติที่นอนนิ่งอยู่ก็ส่ายหน้าช้าๆ พอลืมตาเห็นหลวงตาก็พึมพำ “หลวงตา...ครับ...” แล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน หลวงตาจึงยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

ooooooo

พรรณรายใจหมกมุ่นอยู่แต่กับสันติ ไม่ได้ช่วยอัมราเตรียมดอกไม้ในงานศพคืนนี้เลย ขณะพรรณรายจะออกไปข้างนอก ก็พอดีชิ้นเข้ามาบอกว่ามีคนมาหา พรรณรายดีใจนึกว่าสันติ แต่พอออกไปพบกลายเป็นพิไล

พิไลนั่งหันหลังให้อยู่ที่ศาลา พรรณรายถามอย่างไม่พอใจว่ามาทำไม พิไลบอกว่ามาแสดงความเสียใจที่พวกเธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ทำให้พรรณรายโมโหจะเข้าไปตบปากสั่งสอนที่พูดจาดูถูก อัมรารีบห้ามไว้บอกว่าช่างเขาเถอะ ชิ้นเองก็ทนไม่ได้บอกพิไลว่าถ้ามาทำให้คุณๆไม่สบายใจก็กลับไปเสีย ถูกพิไลด่าว่าเป็นขี้ข้าอย่ามาสะเออะ

“ที่มานี่ ก็เพราะมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอ แต่ฉันต้องคุยกับเธอคนเดียว ถ้าเธอไม่ยอมฟังฉัน เธอจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

เรื่องสำคัญที่พิไลมาคุยคือย้ำกับพรรณรายว่าตนเป็นแม่ที่แท้จริงของเธอ พรรณรายหงุดหงิดไล่พิไลไปให้พ้นเลย

“เดี๋ยว...แม่มีบางอย่างอยากให้ดู” พิไลตื๊อ พรรณราย บอกว่าตนไม่อยากดูแล้วผลักพิไลล้มลงมีซองจดหมายหล่นจากตัวพิไล พรรณรายเห็นกระดาษจดหมายแลบออกมาจึงหยิบไป พิไลมองอย่างพอใจ

ooooooo

ในขณะที่พิไลไปแสดงตัวเป็นแม่กับพรรณรายอีกนั้น เวทย์ก็ไปที่ห้องหุ่น เดชถามว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

“มันคือคนที่ส่งกุมารกับควายธนูมาเล่นงานพวกเราไง” หุ่นท่านเจ้าคุณบอก

เวทย์สะใจมากเมื่อเห็นหุ่นอยู่กันครบจะได้จัดการเสียทีเดียวเลย หุ่นทับอาสาจะออกไปจัดการตามเคย หุ่นท่านเจ้าคุณเตือนให้ระวังตัวด้วยเพราะมันเป็นคนมีอาคม แต่ทับไปไม่ทันถึงตัวเวทย์ก็ถูกมันบริกรรมคาถาแล้วเป่าพรวดออกมาเป็นอักขระเข้าที่หน้าผากทับจนผงะ หุ่นทับร้องอย่างเจ็บปวดแล้วยืนตัวแข็งขยับไม่ได้ ทำได้แค่กลอกตาไปมาเท่านั้น

หุ่นทั้งหมดตกใจ หุ่นชาวนาก้าวออกไปก็ถูกเวทย์ ใช้วิธีเดียวกับหุ่นทับทำให้หุ่นชาวนายืนตัวแข็งทื่อไปอีกคน

หุ่นท่านเจ้าคุณขว้างไม้ตะพดใส่ชนกับอักขระที่เวทย์พ่นออกมา จนไม้ตะพดลอยคว้างกลับมา

เวทย์บริกรรมคาถาเรียกเชือกบ่วงมาคล้องหุ่นท่านเจ้าคุณแต่ก็ถูกท่านใช้ไม้ตะพดรับตัดบ่วงอาคมขาดเป็นสองท่อน เวทย์จึงเรียกบ่วงใหญ่มาคล้องหุ่นทั้งห้า คือ เดช อารีย์ หุ่นนางพยาบาล หุ่นนางรำ และหุ่นพีทเข้าด้วยกัน บรรดาหุ่นร้องอย่างเจ็บปวดเมื่อถูกไฟอาคมเผาไหม้ พวกเขายิ่งดิ้นบ่วงก็ยิ่งรัดแน่นและไฟอาคมก็ยิ่งลุกโชน

“ถ้าเจ้ายังขืนดื้อดึง คิดจะสู้กับข้า วิญญาณพวกนี้จะต้องดับสลายทั้งหมด” เวทย์หัวเราะอย่างสะใจ

หุ่นท่านเจ้าคุณ มองเวทย์ที่จ้องท่านอยู่อย่างเจ็บใจ

ooooooo

อัมราเป็นห่วงพรรณรายที่ไปคุยกับพิไลตามลำพัง จะเดินไปดูก็พอดีพรรณรายเดินมากับพิไล พรรณรายมีท่าทีหมางเมินกับอัมรา และสั่งชิ้นให้ไปเก็บกวาดห้องที่ติดกับห้องคุณพ่อ

“จะมีใครมาหรือคะพี่พรรณ” อัมราถาม ถูกพรรณรายตอบกวนๆ ว่าถ้าไม่มีใครมาตนจะสั่งให้ทำห้องทำไม

พอดีเวทย์มาจากห้องหุ่น ชิ้นถามว่า “แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” พิไลบอกว่าเวทย์มากับตน ถามเวทย์ว่า เรียบร้อยไหม พอเวทย์บอกว่าเรียบร้อย พิไลก็ชวนกันกลับ หันไปบอกพรรณรายว่า กลับก่อนนะ พรรณรายยกมือไหว้ ยังความแปลกใจแก่ชิ้นมากที่เห็นพรรณรายไหว้พิไลที่เป็นคู่กัดกันมาตลอด

พรรณรายลงไปในห้องหุ่น มองหุ่นเดชกับอารีย์พึมพำอย่างเจ็บใจว่าไม่อยากเชื่อเลยว่า คุณพ่อกับคุณแม่ที่ใครๆก็ยกย่องจะร่วมมือกันทำเรื่องร้ายกาจแบบนี้ได้ ถามหุ่นทั้งสองว่าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่เคยรักตนเพราะตนเป็นลูกของแม่พิไลใช่ไหม

พรรณรายแค้นใจมาก นอกจากต่อว่าหุ่นอารีย์กับหุ่นเดชแล้ว บอกหุ่นทั้งสองว่า ต่อไปนี้ตนจะไม่คิดว่าอัมรากับอ๊อดเป็นน้องอีกต่อไป พูดอย่างเจ็บใจว่า

“ลูกรักของคุณพ่อคุณแม่จะต้องรับกรรมที่คุณพ่อ คุณแม่ร่วมกันก่อไว้กับแม่พิไลของพรรณ”

พอพรรณรายสะบัดออกไป หุ่นอารีย์บอกหุ่นเดชว่าอัมรากับตาอ๊อดต้องแย่แน่ๆ หุ่นเดชจะออกไปช่วย แต่วิญญาณเดชออกจากหุ่นไม่ได้

“อย่าพยายามเลยพ่อเดช แม่พิไลเตรียมตัวมาอย่างดีถึงได้ให้ไอ้หมอผีนั่นมาสะกดวิญญาณพวกเราไว้ในหุ่น ไม่สามารถออกไปไหนได้เหมือนก่อน”

พรรณรายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อได้อ่านจดหมายที่พิไลทำหล่นไว้ เป็นจดหมายของเดชที่เขียนถึงพิไลว่า

“พิไล ฉันคงให้เธอพบพรรณรายตามที่เธอขอร้องไม่ได้ ตอนนี้พรรณรายไม่ใช่ลูกของเธออีกต่อไป แต่พรรณรายเป็นลูกของฉันกับอารีย์ อารีย์จะเลี้ยงดูพรรณรายเป็นลูกของฉันกับอารีย์ อารีย์จะเลี้ยงดูพรรณรายแทนเธออย่างดี ขอให้เธอไปตามทางของเธอและอย่ามาวุ่นวายกับเราอีก...จากเดช”

นอกจากจดหมายยังมีรูปสมัยพรรณรายเป็นเด็กที่มีทั้งเดช พิไล และพรรณรายถ่ายด้วยกัน พิไลได้จังหวะเข้าไปบอกพรรณรายว่า นี่เป็นหลักฐานที่ตนเพิ่งหาเจอ ถามว่าเชื่อหรือยังว่าเธอเป็นลูกตนกับเดช พรรณรายถามว่าแล้วตอนนั้นทำไมแม่ถึงทิ้งตนไป

พิไลปั้นน้ำเป็นตัวว่า ตอนนั้นตนโง่เองเลยเสียรู้เพื่อนรัก เพราะตอนนั้นจนมากตนเลยต้องไปทำงานหารายได้มาจุนเจือครอบครัว อารีย์มาช่วยเลี้ยงลูกตอนแม่ไม่อยู่โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าอารีย์แอบรักเดช ในที่สุดสองคนก็เป็นชู้กัน

“แม่เสียใจมากเลยเตลิดไป แต่สุดท้ายแม่ก็ทนคิดถึงลูกไม่ได้ แม่มาขอร้องพี่เดชกับอารีย์หลายครั้ง แต่สองคนไม่ยอมให้แม่เจอลูก ขอให้แม่ได้กอดลูกให้ชื่นใจสักครั้งได้ไหมพรรณราย แล้วจากนั้นลูกจะไม่ยอมรับแม่ แม่ก็ไม่ว่า”

พรรณรายยืนอึ้ง พิไลร้องไห้บอกว่า “แม่เข้าใจ ลูกคงทำใจให้ยอมรับแม่คนนี้ไม่ได้” แล้วร้องไห้ดังกว่าเดิม ทำท่าจะเดินไป พรรณรายจึงเรียก “แม่...” แล้วโผกอดพิไลไว้

พิไลยิ้มอย่างสมใจ

ooooooo











นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.