ข่าว

วิดีโอ



หงส์เหนือมังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย: ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย: บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี


หลิวเดินเข้าไปในตึกร้างตามที่นัดไว้กับท่านชาติชายกลับไม่พบใคร รู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ด้านหลังหันขวับไปเห็นเต็งล้อยืนอยู่ถึงกับอึ้ง เขาร้องทักแปลกใจที่เขาไม่ถูกจับหรือนายน้อย

“ยังกล้าเรียกอั๊วว่านายน้อยอีกเหรอ ลูกผู้ชายอย่างลื้อคงภูมิใจที่หักหลังคนอื่นด้วยการย่ำยีผู้หญิง แกทำอะไรกับม้าไว้อั๊วรู้หมดแล้ว” หลิวจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ทำไมลื้อไม่ฆ่าอั๊ว ทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง”

“อั๊วต้องการให้ลื้อกำจัดไอ้พวกสวะที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับธรรมกุลก่อนไง แล้วหลังจากนั้นอั๊วก็แค่จัดการลื้อแล้วให้ตี๋เล็กขึ้นเป็นหัวหน้าธรรมกุลแทน แต่เพราะมัน ไอ้ตี๋ซุ้งมันตั้งใจชุบเลี้ยงตี๋เล็กขึ้นมาเพื่อให้ตี๋เล็กตายทั้งเป็น ในเมื่อมันฆ่าลูกอั๊ว...อั๊วก็จะฆ่าลูกมัน” ไม่พูดเปล่าเต็งล้อชักปืนเล็งหลิว

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด หลิวตกใจคิดว่าตัวเองถูกยิง แต่กลับเป็นเต็งล้อที่ถูกคมกระสุนล้มลง

ปืนกระเด็นหลุดมือ เต็งล้อแปลกใจใครกันที่มาช่วยเธอไว้ เหลียวมองไปยังทิศทางของต้นเสียงปืนเห็นตี๋ซุ้งเดินเข้ามาหา ทั้งเต็งล้อและหลิวตกใจแทบช็อก...

ขณะปราบขับรถอย่างเร่งรีบไปที่ถนนตกตามคำบอกเล่าของหลิว จ่าโทร.มารายงานว่ามีคนแจ้งว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นที่ตึกร้างบนถนนตก ปราบสั่งให้บอกพิกัดของตึกมาให้ แล้วเร่งเครื่องขึ้นอีกราวจะแข่งกับพายุ...

ในขณะเดียวกัน หลิวยังตะลึงไม่หายที่อยู่ๆพ่อซึ่งตายไปแล้วโผล่มา ถามว่านี่มันอะไรกัน ท่านอ้างว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ก็คงไม่ได้มาล้างแค้นไอ้คนทรยศ เต็งล้อตกใจนี่แสดงว่าตี๋ซุ้งรู้มานานแล้ว

“ตอนแรกอั๊วก็คิดว่าจะมีแต่คนอื่นที่คิดจะโค่นธรรมกุล แต่พอเฮียฆ่าอาซา อั๊วถึงได้รู้ว่าคนใกล้ตัวอย่างเฮียนี่แหละที่เลวที่สุด” ตี๋ซุ้งจ้องหน้าเต็งล้ออย่างอาฆาตแค้น หลิวถึงกับอึ้งเพราะคิดว่าพ่อเป็นคนทำ ตี๋ซุ้งหวนคิดถึงวันนั้น ตอนที่เดินมาดูศพน้องร่วมสาบานเห็นกำบางอย่างไว้ ค่อยๆแกะมือออก เห็นกระดุมเสื้ออยู่ในนั้นสักพักเต็งล้อรีบร้อนตามเข้ามา ตี๋ซุ้งเห็นกระดุมเสื้อของเต็งล้อขาดหายไปหนึ่งเม็ดก็เดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือเขา

เต็งล้อถึงกับเซ็งที่กระดุมแค่เม็ดเดียวทำให้ตัวเองต้องเสียท่า แล้วก็ถึงบางอ้อนี่แสดงว่าระเบิดวันประชุมที่สมาพันธ์เป็นฝีมือของตี๋ซุ้ง เขาเฉลยว่าระเบิดลูกแรกในห้องประชุมเป็นฝีมือจางเหา แต่พอจางเหาบุกเข้ามากระหน่ำยิงเขาในห้องพักจนเขาแน่นิ่ง จางเหาคิดว่าทำงานสำเร็จก็เดินจากไป

อึดใจตี๋ซุ้งที่แกล้งตาย ลุกขึ้นถอดเสื้อกันกระสุน เดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ออกมา เอาเสื้อหน่วยเก็บกู้ระเบิดที่อยู่ในนั้นมาสวม แล้วตั้งเวลาระเบิดที่อยู่ในกระเป๋าให้พอดีกับที่ตัวเองจะหนีได้ทัน หลังจากเกิดการระเบิดขึ้น ผู้คนพากันแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน ตี๋ซุ้งในคราบหน่วยเก็บกู้ระเบิดอาศัยจังหวะนั้นหลบออกจากโรงแรมโดยมีธานินทร์ขับรถพาหนี แผนการนี้เขาใช้เวลาเตรียมทุกอย่างหนึ่งวันก่อนการประชุม

“นี่หมายความว่าป๊าวางแผนแกล้งตาย ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรอ่ะป๊า”

“ก็เพื่อวันนี้ไง” ตี๋ซุ้งว่าแล้วเล็งปืนไปที่เต็งล้อ แต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก มีเสียงปืนดังขึ้นสองนัดซ้อนพร้อมกับเสียงสั่งให้หยุด ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นปราบถือปืนอยู่ สารวัตรหนุ่มเดินเข้ามาหาทั้งสามคนพอเห็นตี๋ซุ้งยังไม่ตายถึงกับพูดไม่ออก ตี๋ซุ้งร้องทักไม่ได้เจอกันนานแล้ว ปราบได้สติสั่งให้เขาวางปืนลง แล้วมองไปที่หลิวเห็นสีหน้าตกตะลึงของเธอก็รู้ทันทีว่าเธอเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้เช่นกัน

ooooooo

จากนั้นปราบนำตัวหลิวกับตี๋ซุ้งไปที่กองปราบปราม โดยแยกตี๋ซุ้งไปสอบปากคำเพียงลำพัง ทำไมเขาถึงต้องแกล้งตายด้วย เขาอ้างว่าต้องการจะหลอกศัตรูก็เลยต้องหลอกคนใกล้ตัวพวกเดียวกันก่อน พอดีศัตรูกับคนใกล้ตัวเป็นคนคนเดียวกัน ปราบเข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงเต็งล้อ

“ก็อย่างที่สารวัตรเห็น มันกำลังจะฆ่าลูกสาวผม...ผมถึงต้องออกมาช่วย” ตี๋ซุ้งให้การแค่นั้นก็ไม่ยอมพูดอะไรอีก ถ้าปราบอยากรู้มากกว่านี้ต้องเป็นวันหลังที่มีทนายของเขาอยู่ด้วยแล้วลุกออกไปหน้าตาเฉย...

หลิวนั่งรออยู่หน้าห้องสอบสวนเห็นพ่อออกมาปรี่เข้าไปกอดไว้ด้วยความคิดถึง ดีใจที่ตัวเองไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว ตี๋ซุ้งปลอบไม่ต้องร้องไห้ไม่ต้องพูดอะไร ตนรู้เรื่องหมดแล้ว ต่อไปนี้ลูกไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ขณะที่สองพ่อลูกชวนกันกลับ ปราบออกมาเรียกตี๋ซุ้งไว้แต่พอเห็นสีหน้าของหลิวกลับพูดอะไรไม่ออก

“ตอนนี้ผมอยากใช้เวลากับลูกผม คนที่สารวัตรควรอยู่ด้วยตอนนี้คือเต็งล้อ” พูดจบตี๋ซุ้งพาหลิวออกไป

ปราบคิดคล้อยตามคำพูดของตี๋ซุ้ง รีบรุดไปที่โรงพยาบาล เต็งล้อฟื้นจากการผ่าตัดเอากระสุนที่หัวไหล่ออกพอดี ปราบดีใจกับเขาด้วยที่ไม่เป็นอะไรมาก เต็งล้อนิ่วหน้าแปลกใจปราบพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

“ไม่ผิดหรอก เพราะผมอยากให้คุณเข้าไปชดใช้ความผิดในเรือนจำมากกว่าจะต้องมาตายด้วยกระสุนนัดเดียว...ก็ไม่มีอะไร แค่ผมจะมาแจ้งว่าคุณเป็นผู้ต้องหาในคดีเก่าๆหลายคดี ทั้งฆาตกรรมตี๋ซาและครอบครัวอาแปะญาติของจางเหา นายเก๊า บางขุนนนท์ อ้อ รวมไปถึงเด็กที่คุณเคยอุปการะที่ชื่อผิงด้วย”

เต็งล้อสีหน้าเครียดจัดที่พอเรื่องแดง คดีต่างๆที่เคยก่อกรรมไว้ประดังเข้ามาเป็นชุด...

เสร็จธุระกับเต็งล้อ ปราบออกมาสั่งให้ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องพักฟื้น ถ้าไม่มีคำสั่งจากตนห้ามใครพาผู้ต้องหาออกไปจากห้องนี้เด็ดขาด อีกอย่างหากมีใครจะเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาจะต้องแจ้งตนทุกครั้งแม้แต่ท่านชาติชาย ตำรวจสองนายที่เฝ้าระวังอยู่รับคำหนักแน่น ทันทีที่ปราบคล้อยหลัง ท่านชาติชายโผล่หัวออกมามองสีหน้าเคร่งเครียด คิดหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ที่บ้านธรรมกุล ฮัวกับสมุนเห็นตี๋ซุ้งก้าวลงจากรถพร้อมกับหลิวถึงกับตะลึงมองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนายท่านยังไม่ตาย หลิวยังไม่อยากพูดอะไรกับฮัวและเหล่าสมุนจึงบอกให้พ่อเข้าไปเคารพป้ายวิญญาณเหมยกันก่อน ตี๋ซุ้งร้องห้าม ไว้ค่อยเคารพกันทีหลัง ตอนนี้มีคนมารอเราอยู่ แล้วเดินนำหลิวเข้าข้างใน เป็นจังหวะเดียวกับอาติยะเดินสวนออกมา หลิวยังเคืองเขาไม่หายเสียงเขียวใส่มาที่นี่ทำไม

“เรื่องนี้ผมว่าคุณถามอาป๊าของคุณเองดีกว่า”

อาติยะยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี หลิวมองพ่อสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม ท่านยกความดีความชอบให้อาติยะ ถ้าไม่ได้เขา ท่านคงกลับมาไม่ได้ จากนั้นตี๋ซุ้งพาอาติยะกับหลิวไปที่ห้องทำงาน หลิวยังคาใจไม่หายถามพ่อว่าทำไมถึงพูดว่าเป็นเพราะอาติยะท่านถึงได้กลับมา ตี๋ซุ้งกลับโยนไปให้อาติยะเป็นคนตอบคำถามนี้แทน

ประมุข 14K เล่าให้ฟังว่าตี๋ซุ้งวางแผนให้เขาหาเรื่องทะเลาะกับหลิวเพื่อบีบให้เธอลาออกจากการเป็นสมาชิก 14K ซึ่งจะทำให้เต็งล้อคิดว่าตัวเองได้เปรียบจากการที่หลิวไม่มีใครเป็นแบ็กอัพปรากฏตัวออกมา เป็นอย่างที่ตี๋ซุ้งวางแผนไว้ เต็งล้อหลงกลเผยตัวออกมา ทำให้เรากำจัดมันได้ แม้จะไม่ตายแต่ก็ถูกตำรวจคุมตัวไว้

“ผมทำทุกอย่างก็เพื่อคุณนะ หลิว”

คนที่ถูกกล่าวอ้างชักจะไม่พอใจ ต่อว่าอาติยะเป็นชุดว่ารู้ทั้งรู้ว่าพ่อของเธอยังไม่ตายทำไมไม่บอกกันบ้าง ตี๋ซุ้งเห็นเขาโดนหลิวไล่บี้ก็เลยออกหน้ารับแทนว่าท่านเป็นคนสั่งไม่ให้เขาบอกเธอเอง

“อาหลิว ป๊าต้องการให้พวกที่จ้องทำลายธรรมกุลเผยตัวออกมาให้หมดซะก่อน”

“หมายความว่ายังไง นี่อย่าบอกนะว่าคุณร่วมมือกับอาป๊าฉันมาตลอด” หลิวจะเล่นงานอาติยะอีก ตี๋ซุ้งไม่พอใจเผลอตวาดลูกเสียงดังจนคนถูกตวาดสะดุ้งเฮือก ท่านได้สติรีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงเป็นปกติ

“ป๊าว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะคุย ป๊าเข้าใจ ตอนนี้ลื้ออาจจะยังสับสนอยู่ไว้รอให้ลื้อตั้งสติได้ก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน” ตี๋ซุ้งแตะไหล่หลิวไว้อย่างปลอบโยน เธอจำเป็นต้องสงบปากสงบคำไม่พูดอะไรอีก ตี๋ซุ้งหันไปพยักพเยิดให้อาติยะออกไปก่อน เขามองหลิวอึดใจก่อนจะเดินออกจากห้องทิ้งให้พ่อลูกอยู่กันตามลำพัง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ปราบตามมาสอบปากคำท่านชาติชายถึงห้องทำงานเนื่องจากหลิวให้ปากคำว่าท่านเป็นคนโทร.ไปบอกเธอว่าจับเต็งล้อได้แต่พอเธอไปถึงที่นัดหมายกลับถูกเต็งล้อเล่นงาน ส่วนท่านก็หายตัวไป ท่านชาติชายแก้ตัวน้ำขุ่นว่าเต็งล้อหนีการจับกุมของตนไปได้ ปราบไม่ยอมรามือซักอีกว่าจับเต็งล้อได้อย่างไร

ท่านชาติชายถูกคาดคั้นหนักเข้าเริ่มอึกอักตอบไม่ได้ ก็เลยใช้อำนาจในมือสั่งย้ายปราบไปอยู่หน่วยอื่น เขาขอเหตุผลทำผิดอะไรถึงถูกคำสั่งย้าย ท่านยัดข้อหาดูหมิ่นและขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้ ปราบทำอะไรไม่ได้จำต้องกลับไปเก็บข้าวของที่ห้องทำงาน ระหว่างนั้นจางเหาโทร.มาถามว่าเอาตัวเต็งล้อไปไว้ไหน ปราบไม่ยอมบอก ขืนบอกเขาคงตามมาเก็บผู้ต้องหาแน่นอน จางเหาตวาดอย่างมีอารมณ์ว่ามันสมควรตาย

“ฉันรู้ แต่ความผิดของเต็งล้อถ้าให้มันจบด้วยแค่การตายมันง่ายเกินไป สู้ปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่แบบจองจำ สำนึกผิดติดอยู่ในคุกไปนานๆ มันจะไม่ดีกว่าเหรอ”

จางเหาปฏิเสธทันทีว่าไม่ดีกว่า ในเมื่อปราบไม่ยอมบอกก็ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นตนขอตัวก่อน ยังไม่ทันจะวางสายปราบโพล่งขึ้นว่ามีอีกเรื่องที่จางเหาควรรู้เอาไว้ ตี๋ซุ้งยังไม่ตาย เขาตกใจร้องเอะอะว่าเป็นไปไม่ได้

“ใช่...ตอนที่ฉันเห็นเขา ฉันก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน” พูดจบปราบวางสาย จางเหายังอึ้งไม่หายกับข่าวล่าสุดที่ได้ยิน พยายามหาเหตุผลทำไมตี๋ซุ้งต้องแกล้งตายแต่นึกไม่ออก แล้วนึกขึ้นได้ว่ามีอยู่คนหนึ่งที่จะให้คำตอบเรื่องนี้ได้ คือหลิวนั่นเอง...

ด้านตี๋ซุ้งมาหาหลิวที่ห้องเพื่อจะเคลียร์เรื่องที่แกล้งตาย กลับต้องตกใจแทบช็อกเมื่อรู้จากลูกว่าคนที่ย่ำยีจนเหมยตั้งท้องคือเต็งล้อ หลิวเองก็แปลกใจที่พ่อไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

“ที่ป๊าวางแผนทั้งหมดนี่ไม่ใช่เพราะป๊าอยากกลับมาล้างแค้นที่แปะเต็งทำกับม้าไว้เหรอ”

ตี๋ซุ้งไม่พูดอะไรอีกเดินออกจากห้องไปอย่างผิดหวังสุดๆ...

ระหว่างที่หลิวกำลังสับสนที่ทุกอย่างกลับตาลปัตร ในเมื่อพ่อไม่ได้กลับมาเพื่อแก้แค้นเต็งล้อเรื่องแม่ แล้วจะวางแผนลวงโลกแกล้งตายไปเพื่ออะไร จางเหาโทร.มานัดให้ไปเจอกันหน่อยมีเรื่องจะคุยด้วย หลิวเองก็อยากเจอเขาเช่นกัน จึงรับนัดโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

ทันทีที่เจอหน้ากัน จางเหาดีใจกับเธอด้วยที่พ่อของเธอยังไม่ตาย แต่แล้วต้องประหลาดใจเมื่อเธอบอกว่าเธอไม่ดีใจนักที่ท่านกลับมา ตอนแรกเธอคิดว่าที่ท่านวางแผนสลับซับซ้อนก็เพียงเพื่อต้องการแก้แค้นเต็งล้อ แต่กลับกลายเป็นว่าท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเต็งล้อย่ำยีแม่ของเธอ จางเหาอึ้งไปชั่วขณะ

“แล้วเขาไม่ได้บอกเหตุผลคุณเหรอว่าทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”

“ไม่ได้บอก...ที่ฉันอยากเจอคุณไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ ฉันอยากจะมาขอโทษ ฉันเข้าใจว่าคุณเป็นคนฆ่าอาป๊าก็เลย...คุณต้องเสียนิ้วไปก็เพราะฉัน” หลิวรู้สึกผิดต่อเขาอย่างแรง จางเหากลับไม่ถือสาที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เพราะตอนนั้นเขาเองก็หลงคิดว่าพ่อของเธอเป็นคนฆ่าเพ่ยเหมือนกัน พูดจบเขาผละจากไป หลิวถามไล่หลังว่าจากนี้ไปเขาจะทำอะไร จางเหาหันขวับมาประกาศเสียงกร้าว

“ไอ้เต็งล้อต้องตาย นั่นคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ความแค้นของผมจบลงได้ เผลอๆก็ของคุณด้วย”

ooooooo

เต็งล้อไม่ได้เจ็บหนักอะไร ตำรวจจึงนำตัวออกจากโรงพยาบาลมาขังไว้ยังห้องควบคุมตัวภายในกองปราบปราม ตี๋ซุ้งใช้เส้นสายของตัวเองขอเข้าเยี่ยมเป็นกรณีพิเศษเพื่อจะบอกให้เขารู้ว่าตนเองรู้เรื่องที่เขาทำกับเหมยแล้ว แล้วเข้ามายืนประจันหน้าถามว่ารักเธอหรือ เต็งล้อเท้าความว่าตนเองเจอเธอก่อนตี๋ซุ้ง

“ลื้อจำวันที่อั๊วนัดลื้อไปที่ศาลเจ้าได้ไหม วันนั้นอั๊วอยากให้ลื้อเจอผู้หญิงคนที่อั๊วรัก เธอคนนั้นคืออาเหมย”

“แล้วทำไมลื้อไม่บอกอั๊วตั้งแต่วันนั้น”

“อั๊วเห็นสายตาของอาเหมยที่มองลื้อครั้งแรก อั๊วก็รู้แล้วว่าอีเลือกใคร” เต็งล้อตอบอย่างเคืองแค้น หลังทั้งคู่ปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอ ตี๋ซุ้งอวยพรให้เต็งล้อมีความสุขกับชีวิตที่เหลือแล้วขยับจะไป เป็นจังหวะเดียวกับท่านชาติชายเปิดประตูห้องเข้ามา ตี๋ซุ้ง มองสบตาท่านอย่างรู้กัน แล้วฝากท่านดูแลให้ด้วย

ท่านชาติชายรับปากจะดูแลเต็งล้ออย่างดี ตี๋ซุ้ง ปรายตามองอริแวบหนึ่งก่อนจะออกจากห้อง เต็งล้อเห็นแล้วอดหวั่นใจไม่ได้ว่าท่านชาติชายจะย้ายข้างไปอยู่กับอีกฝ่าย...

เป็นอย่างที่เต็งล้อหวั่นใจ ท่านชาติชายสั่งให้ตำรวจอีกนายหนึ่งจับตัวเขาไว้ให้อยู่นิ่งๆ จากนั้นเอาเข็มฉีดยาปักไปที่อกด้านซ้ายของเต็งล้อแล้วฉีดยาบางอย่างเข้าไปในหัวใจจนหมด ยาแล่นไปตามกระแสเลือดสักพักก็ออกฤทธิ์ เต็งล้อเริ่มอ่อนแรง หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆก่อนจะล้มฟุบลงไปนอนแน่นิ่ง...

ขณะที่เต็งล้ออยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย หลิวกลับถึงบ้านธรรมกุลด้วยความสบายใจขึ้นที่อย่างน้อยก็ได้เคลียร์ปัญหาบางอย่างกับจางเหา ระหว่างเดินผ่านห้องรับแขกต้องชะงักเมื่อมีเสียงอาติยะร้องเรียกเธอดังขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจที่เห็นเขา แต่ตอนนี้เธอไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับเขาอีกแล้ว ออกจะรำคาญด้วยซ้ำที่เขาเทียวไล้เทียวขื่อไม่เลิกไม่แล้ว จึงขอร้องเขาอย่ามาหาเธออีก

“เพราะตอนนี้ฉันไม่ใช่สมาชิกองค์การ 14K อีกต่อไปแล้ว ถ้าเราต้องเจอกันบ่อยๆมันดูไม่เหมาะ”

“แล้วถ้าผมจะบอกคุณว่าผมจะลาออกจากตำแหน่งเค.วอง เพื่อคุณล่ะ...ผมจำได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่คุณปรารถนามาตลอดนั่นคือการได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง”

หลิวมาไกลมากแล้ว ตอนนี้เธอเป็นถึงหัวหน้า ต้องดูแลธรรมกุล อาติยะไม่เห็นว่าเธอจะต้องเสียสละอะไร อีกแล้ว ในเมื่อตอนนี้พ่อของเธอกลับมาแล้ว เธอแค่ส่งอำนาจ คืนให้ท่านก็เท่านั้นเอง เธอยืนกรานจะไม่ยอมให้ตำแหน่งหัวหน้าธรรมกุลกับใครจนกว่าจะได้ชำระแค้นเต็งล้อ

“ผมไม่อยากจะพูดอย่างนี้นะหลิว แต่ที่พวกนั้นเลือกคุณก็เพราะทุกคนคิดว่าพ่อคุณเสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนี้พ่อคุณกลับมา คุณคิดว่าทุกคนอยากให้ใครเป็นหัวหน้าธรรมกุล” คำพูดแทงใจดำของอาติยะทำให้หลิวรู้สึกแปลกๆชอบกล...

ระหว่างที่ปราบขนของบางส่วนที่ย้ายออกจากห้องทำงานไปใส่ไว้ในรถ จ่าโทร.มาบอกว่าเต็งล้อตายแล้ว เขาไม่รอช้าพุ่งไปยังที่เกิดเหตุ เห็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังช่วยกันยกเปลที่มีถุงใส่ศพลำเลียงไปขึ้นรถ ปราบตรงมาที่เจ้าหน้าที่ขอดูศพ แล้วเปิดถุงใส่ศพดูเห็นเต็งล้อนอนสงบนิ่งถึงกับอึ้ง ก่อนจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ตัวเองต่อไป แล้วหันไปถามจ่าว่าผู้ต้องหาตายได้อย่างไร จ่าส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน

เจ้าหน้าที่แจ้งว่าตรวจดูเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย เป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาอาจจะตายจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ถ้าจะให้แน่นอนปราบคงต้องรอผลตรวจจากนิติเวช ท่านชาติชายที่แอบมองอยู่แกล้งเดินเข้ามาคุยกับจ่าเรื่องการตายของเต็งล้อแล้วทำเป็นเพิ่งเห็นปราบ ร้องทักว่ามาทำอะไรที่นี่ ตนสั่งย้ายเขาไปแล้วไม่ใช่หรือ ปราบถึงกับทำหน้าไม่ถูก ท่านชาติชายไม่สนใจเขาอีกหันไปสนใจศพแทนที่

“ไหนขอผมดูศพหน่อยสิ” ท่านชาติชายว่าแล้วเดินไปที่รถขนศพ...

ปราบเห็นท่านชาติชายมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ก็เลยเดินเลี่ยงกลับไปที่รถตัวเอง จางเหาโทร.เข้ามือถือของเขาพอดี พร้อมกับทักทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น ปราบรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆนี่เองถึงได้เห็นสีหน้าของเขา บอกให้จางเหาออกมาคุยกันต่อหน้าไม่อย่างนั้นไม่ต้องคุยแล้วตัดสายทิ้ง อึดใจจางเหาโผล่ออกมาจากหลังเสาเข้ามาหาปราบพลางถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขามีข่าวดีมาบอก ต่อจากนี้จางเหาคงไม่ต้องฆ่าใครอีก

“เต็งล้อตายแล้ว”

จางเหาไม่ค่อยจะเชื่อนักเตือนว่านี่อาจเป็นแผนตบตา เต็งล้อมีตำรวจคอยช่วยอยู่ บางทีมันอาจจะเหมือนกรณีของตี๋ซุ้งก็ได้ ปราบคิดคล้อยตามว่าเต็งล้ออาจแกล้งตาย คิดได้ดังนั้นก็วิ่งย้อนกลับไปยังจุดที่รถมูลนิธิจอดอยู่แต่รถหายไปแล้ว ถามจ่าก็ได้ความว่าที่รถรีบร้อนออกไปเพราะท่านชาติชายสั่งให้รีบเคลียร์ ไม่อยากให้เป็นข่าวแถมท่านยังนั่งไปกับรถขนศพอีกด้วย

ปราบรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลรีบกลับมาที่รถตัวเองชวนจางเหาไล่ตามรถขนศพไป

ooooooo

เป็นอย่างที่จางเหาตั้งข้อสังเกต ท่านชาติชายที่นั่งคู่มากับคนขับรถขนศพตามลำพังออกอุบายให้จอดรถตรงที่เปลี่ยวๆหน่อย อ้างปวดปัสสาวะ คนขับรถพาซื่อเลี้ยวรถเข้ามาจอดในซอกเปลี่ยวให้ ท่านชาติชายทำทีลงไปก้มๆเงยๆเหมือนกำลังปัสสาวะแต่ความจริงแล้วกำลังเอาที่เก็บเสียงใส่ปืนอยู่

ครั้นใส่เสร็จ ท่านหันมายิงคนขับรถที่ไม่ทันระวังตัว ตายคาที่แล้วลากศพไปหมกพงหญ้าข้างทาง จากนั้นเข้าไปเปิดถุงใส่ศพเอายากระตุ้นหัวใจฉีดเข้าที่แขนเต็งล้อ รออยู่ครู่หนึ่งจึงตรวจสัญญาณชีพที่ข้อมือ พบว่าเริ่มเต้นแผ่วๆ ท่านยิ้มพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน กลับไปประจำที่นั่งคนขับยังไม่ทันจะเคลื่อนรถ

ปราบขับรถมาขวางหน้าไว้ จางเหาปลดเข็มขัดนิรภัยจะลงจากรถกลับถูกปราบเอากุญแจมือคล้องมือเขาล็อกกับพวงมาลัยรถ ขอโทษเขาด้วย ตนไม่อยากให้เขาต้องเป็นฆาตกรฆ่าใครอีก เรื่องนี้ตนจัดการเองได้ แล้วลงจากรถโดยไม่ฟังเสียงโวยวายให้ปล่อยของจางเหา พอเดินไปถึงรถขนศพต้องแปลกใจที่ท่านชาติชายเปิดประตูรถด้านคนขับลงมา โวยวายใส่เขาที่มาก้าวก่ายการทำงานของตน

“ถ้าท่านบริสุทธิ์ใจ ผมแค่ต้องการดูศพของเต็งล้อ”

ท่านชาติชายยอมตามที่ปราบร้องขอ เดินไปเปิดท้ายรถให้ดู ส่วนจางเหาค้นดูในคอนโซลรถเจอคีมปากจิ้งจกรีบเอามาตัดสายโซ่ที่คล้องกุญแจมือ

ปราบชะโงกไปดูท้ายรถเห็นถุงใส่ศพเต็งล้อเปิดอยู่ สังเกตเห็นอกของเขาขยับขึ้นลงเหมือนกำลังหายใจก็ร้องเอะอะว่ามันยังไม่ตาย สิ้นเสียงร้อง เสียงปืนดังสวนขึ้นสามนัดซ้อน จางเหาที่ตัดโซ่คล้องกุญแจเกือบจะขาดได้ยินเสียงปืนก็หันไปดู เห็นปราบล้มลง พยายามจับขาท่านชาติชายไว้ แต่ท่านดึงขาหลบ

“สารวัตรบังคับให้ผมต้องทำอย่างนี้ เสียดายความซื่อสัตย์โง่ๆของคุณจริงๆ” พูดจบท่านปิดประตูท้ายรถ กลับไปประจำที่คนขับ ก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว จางเหาออกแรงบีบคีมสุดกำลังจนโซ่ที่คล้องกุญแจมือขาดจากกัน รีบวิ่งไปดูปราบที่นอนหายใจรวยริน จะพาไปส่งโรงพยาบาลแต่เขาอาการหนักเกินเยียวยา สิ้นใจในอ้อมแขนของจางเหา...

ตี๋ซุ้งเพิ่งวางสายจากผู้หวังดีที่โทร.มาแจ้งข่าวการตายของเต็งล้อ ตอนที่หลิวเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา พอเจอหน้าพ่อ เธอถือโอกาสถามว่าไปตกลงอะไรไว้กับอาติยะตี๋ซุ้งอ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อชดเชยความผิดที่เคยทำให้เธอกับอาติยะไม่ได้รักกันตั้งแต่ทีแรกก็เท่านั้น

หลิวตระหนักถึงความหวังดีของพ่อก็เลยไม่ถามอะไรอีกขอตัวออกไปก่อน ตี๋ซุ้งร้องเรียกไว้นี่เธอรู้ข่าวเรื่องเต็งล้อตายแล้วหรือยัง แม้จะเคืองแค้นเขาแต่หลิวก็ตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าเขาตาย ตี๋ซุ้งอยากให้เธอนัดประชุมสมาคมธรรมกุลอย่างช้าสุดวันพรุ่งนี้ เรื่องใหญ่อย่างนี้ คงมีคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้ออ้างนี้เป็นแค่เรื่องบังหน้า ตี๋ซุ้งมีแผนการบางอย่างเตรียมไว้โดยที่หลิวไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย...

เต็งล้อฟื้นขึ้นมากลางดึกคืนเดียวกัน เห็นท่านชาติชายยืนจ้องอยู่ ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ถามเสียงเครียดว่าช่วยตนทำไม ท่านพูดติดตลกว่าเขายังไม่จ่ายเงินห้าสิบล้านบาทให้ เต็งล้อแปลกใจคิดว่าท่านจะเปลี่ยนใจไปอยู่ข้างตี๋ซุ้งเสียอีก ท่านเห็นว่าตี๋ซุ้งคุมยากกว่าเต็งล้อก็เลยไม่อยากเปลี่ยนข้าง แล้วหยิบยาบำรุงหัวใจมาให้บอกให้กินยานี้ไว้หน่อย แล้วก้มไปพูดข้างหู

“ว่าง่ายๆล่ะ อย่าให้อั๊วเสียแรงลากลื้อกลับมาจากนรกฟรีๆ ไม่งั้นอั๊วอาจจะเปลี่ยนใจไปอยู่ข้างไอ้ตี๋ซุ้งแล้วลื้อจะหนาว” พูดจบท่านชาติชายเดินยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่าออกไป เต็งล้อไม่พอใจอย่างแรงที่ท่านทำท่าข่มตัวเอง ดื่มยาบำรุงหัวใจจนรู้สึกเป็นปกติแล้วตามไปสังหารท่านชาติชายโดยใช้มีดแทงอย่างโหดเหี้ยม

“อั๊วไม่ได้เป็นหมากของลื้อเว้ย” เต็งล้อเอาเท้ากดมีดที่เสียบท้องท่านชาติชายซ้ำๆด้วยความสะใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นหลิวเรียกประชุมสมาคมธรรมกุล

ตามที่พ่อต้องการ ขณะกำลังจะออกจากบ้านฮัวเข้ามารายงานว่าปราบตายแล้ว หลิวสั่งให้เธอส่งพวงหรีดไปให้ในนามของเธอไม่ใช่ธรรมกุล ตี๋ซุ้งกระเซ้าไม่รู้มาก่อนว่าเธอคบตำรวจ หลิวนิ่วหน้าแปลกใจทำไมจะคบไม่ได้ในเมื่อเขาเป็นตำรวจที่ดีไม่รับผลประโยชน์จากใคร

“มิน่าเขาถึงบอกว่าคนดีมักจะอยู่ได้ไม่นาน”...

เมื่อมาถึงห้องประชุมของสมาคมธรรมกุล บรรดาสมาชิกต่างตื่นเต้นดีใจที่เห็นตี๋ซุ้งยังไม่ตายเข้ามาแสดงความยินดีกันยกใหญ่ จนเขาต้องเชิญให้นั่งประจำที่กันก่อน จะได้เล่าให้ฟังทีเดียวว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร หลิวจัดแจงเดินไปที่หัวโต๊ะซึ่งเป็นที่นั่งของหัวหน้า ยังไม่ทันจะหย่อนก้น ตี๋ซุ้งบอกให้เธอไปนั่งเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง เธอมองไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรทำตามที่พ่อว่า ส่วนตี๋ซุ้งนั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะ

หลังตี๋ซุ้งกล่าวขอบใจลูกสาวที่ดูแลสมาคมเป็นอย่างดีในขณะที่ตัวเขาไม่อยู่ และรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเจอครอบครัวสมาคมธรรมกุลอีกครั้ง จึงเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องแกล้งตาย

“เพราะอั๊วต้องการให้ไอ้คนที่คิดทรยศต่ออั๊วปรากฏตัวขึ้น ซึ่งคนคนนั้นก็คือเฮียเต็ง” คำพูดของตี๋ซุ้งเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าสมาชิกดังลั่น จากนั้นเขาพูดเพิ่มเติมว่า “แต่พวกลื้อไม่ต้องตกใจเพราะคนทรยศนั้น สวรรค์ก็ได้ให้เขาตายไปแล้ว และต่อจากนี้ไป อั๊วขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า อั๊วจะกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลอีกครั้ง” การประกาศครั้งนี้ของตี๋ซุ้งทำเอาหลิวใบ้กิน...

ตั้งแต่กลับจากการประชุม หลิวยังสับสนในใจไม่หาย และเหมือนเช่นทุกครั้งที่ไม่สบายใจเธอจะมาไหว้ป้ายบรรพบุรุษ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกแปลกๆที่เห็นป้ายชื่อพ่ออยู่ตรงหน้าเพราะท่านยังไม่ตาย แล้วเธอจะมายืนเคารพวิญญาณใคร คิดได้ดังนั้นจัดแจงจะหยิบป้ายชื่อพ่อไปเก็บ ตี๋ซุ้งเข้ามาห้ามไว้ บอกให้ทิ้งไว้อย่างนั้นจะได้เป็นเครื่องเตือนใจ แล้วถามเธอว่าอยากเป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลต่อหรือ

“ป๊ารู้ไหมก่อนที่ป๊าจะกลับมา อั๊วเคยคิดจะวางมือ ที่อั๊วอดทนทำทุกอย่างมาได้ถึงตอนนี้ก็เพียงเพราะคำว่าครอบครัว แต่ในเมื่อตอนนี้ อาม้ากับตี๋เล็กไม่อยู่แล้ว มันจะมีประโยชน์อะไรอีก”

ตี๋ซุ้งอ้างตัวเองกลับมาแล้ว หลิวไม่เห็นด้วย

ในเมื่อพ่อวางมือไปนานแล้วอยู่ดีๆจะกลับมาเอาคืนอีกทำไม ตี๋ซุ้งไม่พอใจโวยวายใส่ที่ลูกไม่ยอมคืนตำแหน่งให้ เธอไม่ใช่ไม่คืน แค่อยากให้เราสองพ่อลูกวางมือด้วยกันต่างหาก ขอร้องให้พ่อวางอำนาจลงแล้วใช้ชีวิตที่เหลือเหมือนคนปกติ เธอแค่อยากเห็นท่านมีความสุข

“แล้วเราจะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร หากเราไม่มีอำนาจ” คำพูดของพ่อทำให้หลิวตระหนักในทันทีว่าเราสองคนพ่อลูกมีความคิดต่างกันคนละขั้ว...

ฝ่ายเต็งล้อต้องการจะล่อให้ตี๋ซุ้งกับหลิวออกจากบ้านเพื่อสังหารให้สิ้นซากจึงลอบเข้าไปในสมาคมธรรมกุล ฆ่าพ่อบ้านของที่นั่นทิ้งแล้ววางเพลิงเผา ยืนดูไฟที่ลาม

ไปยังส่วนต่างๆของสมาคมอย่างสะใจ...

แม้จะรู้ว่าตัวเองกับพ่อมีความคิดต่างกันลิบลับ แต่หลิวก็ไม่ละความพยายามที่จะกล่อมให้ท่านวางมือ ในเมื่อศัตรูอย่างเต็งล้อก็ตายไปแล้วพ่อยังต้องการอะไรอีก ตี๋ซุ้งตวาดลั่นต้องการให้เธอส่งมอบทุกอย่างกลับมาให้ท่านทั้งตำแหน่งหัวหน้าสมาคมและสมาพันธ์ หลิวสวนทันทีรวมถึงการเป็นสมาชิก 14Kด้วยใช่ไหม

“ครั้งหนึ่งม้าเคยเตือนหลิวว่าระวังจะเสพติดอำนาจ ม้ากลัวว่าหลิวจะเป็นอย่างป๊าจริงๆด้วย”

ตี๋ซุ้งไม่พอใจทำท่าจะเอาเรื่อง แต่ฮัวเข้ามารายงานเสียก่อนว่ามีไฟไหม้ที่สมาคมธรรมกุล สองพ่อลูกต่างตกใจโดยเฉพาะหลิวสั่งให้ฮัวเตรียมเอารถออก ตี๋ซุ้งเตือนว่านี่อาจเป็นกับดัก อาจมีใครต้องการล่อให้เราออกจากบ้าน เธอไม่เข้าใจในเมื่อเต็งล้อก็ตายไปแล้ว เราไม่มีศัตรูที่ไหนอีกจะต้องกลัวทำไม ตี๋ซุ้งทักท้วงถึงอย่างนั้นมันก็อันตรายเกินไป หลิวถามประชดนี่พ่อไม่เป็นห่วงสมาคมบ้างหรือ เขาเอาแต่นิ่งเงียบ

“อั๊วเข้าใจแล้ว ป๊าห่วงแต่ตัวเองไง พอป๊ากลับมาป๊าก็พยายามจะทวงคืนตำแหน่งหัวหน้าจากอั๊ว แต่พอมีปัญหา ป๊ากลับไม่สนใจมันเลย...ยังไงอั๊วก็ต้องไปเพราะอั๊วยังเป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลอยู่” พูดจบหลิวหันไปสั่งให้ฮัวอยู่ดูแลความปลอดภัยให้พ่อ เธอจะไปที่นั่นเอง ระหว่างเดินไปขึ้นรถหลิวอดคิดถึงคำเตือนของพ่อไม่ได้

ooooooo

เป็นอย่างที่ตี๋ซุ้งคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่หลิวขับรถมาถึงถนนสายเปลี่ยว รถแล่นทับตะปูเรือใบที่เต็งล้อวางดักไว้ ยางรถระเบิดทันที รถเสียหลักไถลลงข้างทางโชคดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรนัก เธอปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วออกจากรถต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเจอเต็งล้อยืนจ้องอยู่ ตระหนักทันทีว่าเขาแกล้งตาย

เต็งล้อชักปืนขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้าหา หลิวเห็นท่าไม่ดีค่อยๆถอยหลังหนี แต่ดันสะดุดรากไม้ล้ม

“อย่าโกรธที่อั๊วต้องทำอย่างนี้ ต้องโทษอาป๊าของลื้อ เพราะมันนั่นแหละที่เลวยิ่งกว่าอั๊ว” เต็งล้อกำลังจะยิงหลิว แต่จางเหาตามมาช่วยไว้ทัน ยิงปืนใส่ท้องเขาเสียก่อนถึงกับทรุด เขางงว่าจางเหามาได้อย่างไร หลิวเข้ามากระชากปืนไปจากมือเต็งล้อ

“คิดว่าอั๊วจะไม่เผื่อหมากไว้เลยหรือไง” หลิวเฉลยให้ฟังว่าตัวเองคิดคล้อยตามคำเตือนของพ่อที่ว่าเหตุไฟไหม้อาจเป็นแผนลวงให้ออกจากบ้านก็เลยโทร.ไปหาตัวช่วยอย่างจางเหาว่าบางทีเต็งล้ออาจจะยังไม่ตาย

“ไอ้เต็งล้อมันยังไม่ตาย...ผมรู้อยู่แล้ว”

ได้ฟังอย่างนั้นเต็งล้ออดแปลกใจไม่ได้จางเหารู้ได้อย่างไร เขาสังเกตจากการที่ท่านชาติชายถึงกับต้องฆ่าปราบเพียงเพื่อขโมยศพเต็งล้อซึ่งมันไม่สมเหตุสมผล ความจริงหากเต็งล้อยอมหยุดแล้วก็หายตัวไปเงียบๆ คงไม่ต้องลงเอยแบบนี้ ว่าแล้วจางเหายิงใส่แขนขาของศัตรูข้างละนัดรวมเป็นสี่นัดเพื่อแก้แค้นให้ตี๋ซา เพ่ยกับเก๊ารวมทั้งแปะคู และกำลังจะลั่นไกนัดสุดท้ายเพื่อแก้แค้นให้ซ้อซาแต่เต็งล้อชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“อั๊วไม่ได้ฆ่าซ้อซา” คำพูดของเต็งล้อทำให้จางเหายิ่งแค้น จะตายอยู่แล้วจะโกหกอีกทำไม

หลิวช่วยยืนว่าเต็งล้อพูดความจริง เธอเคยบอกจางเหาแล้วว่าตอนที่ซ้อซาตายมันอยู่กับเธอ จางเหาตะคอกใส่หน้าเต็งล้อ ถ้าไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร เต็งล้อมั่นใจว่าคนคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนต้องเป็นตี๋ซุ้งแน่นอน ตนเคยบอกแล้วพ่อของหลิวเลวที่สุด สายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามของเต็งล้อทำให้หลิวของขึ้น

“แต่สำหรับอั๊ว ลื้อคือคนที่ทำให้อาม้าอั๊วตาย” พูดจบหลิวสาดกระสุนใส่เต็งล้อสามนัดซ้อนตายคาที่ มีเสียงหวอรถตำรวจดังแว่วเข้ามา จางเหาบอกให้เธอหนีไปก่อนตำรวจมาแล้ว เธอเดินไม่ไหวเนื่องจาก

ข้อเท้าพลิกตอนหนีเต็งล้อ ก็เลยบอกให้เขาหลบไปก่อนได้เลย ขืนมัวแต่ห่วงเธอจะพานถูกจับทั้งคู่ จางเหาคิดคล้อยตามก่อนจะรีบหลบออกไป หลิวรีบโยนปืนทิ้ง ยืนรอมอบตัว...

ในเวลาต่อมา หลิวถูกตำรวจท้องที่นำตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก ร้อยเวรสอบไปรอบหนึ่งแล้ว สารวัตรท้องที่ไม่พอใจขอสอบเพิ่มเติมด้วยตัวเองอีกรอบหวังจะเล่นงานเธอให้ได้ ทันใดนั้นมีนายตำรวจใหญ่ระดับรองผู้กำกับเข้ามาสั่งให้เขาหยุดสอบปากคำหลิวได้แล้ว มีทนายความมาขอประกันตัวและผู้กำกับเซ็นอนุมัติแล้ว

สารวัตรอ้าปากจะเถียง กลับถูกรองผู้กำกับไล่ออกจากห้องสอบปากคำ พอสารวัตรไปพ้นแล้ว ท่านรอง จึงโทร.หาตี๋ซุ้งแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จากนั้นยื่นมือถือให้หลิว เสียงของพ่อที่ดังจากปลายสายทำให้เธอรู้ทันทีว่าท่านเคลียร์ตำรวจให้แล้ว ตี๋ซุ้งส่งคนไปรอรับที่โรงพักแล้ว ให้เธอกลับบ้านไปก่อนได้เลย ส่วนท่านมีธุระนิดหน่อยต้องทำ หลิวซักว่าใช่เรื่องสมาคมหรือเปล่า เขาไม่ตอบแต่กลับรีบตัดบท

“แค่นี้ก่อน ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้” ตี๋ซุ้งวางสายแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวซึ่งสุพจน์ จรัสดาว รังสิตและภิภพนั่งรออยู่ ตี๋ซุ้งถูกเร่งรัดให้รีบดำเนินการบางอย่าง เนื่องจากทั้งสี่คนให้เวลาเขามามากพอแล้ว

“คุณรู้ใช่ไหมว่ารอยต่อนี้แค่อำนาจของธรรมกุลคงไม่พอ เห็นทีคงต้องพึ่งอำนาจของ 14Kอย่างเลี่ยงไม่ได้”

“เรื่องนั้นผมรู้ดี ไม่ต้องห่วง ผมขอเวลาอีกไม่นาน” ตี๋ซุ้งเสียงเครียด

ooooooo

ทันทีที่เจอหน้าพ่อเช้าวันถัดมา หลิวซักเป็นการใหญ่ พ่อรู้จักตำรวจพวกนั้นได้อย่างไรในเมื่อเพิ่งกลับมา ไหนจะเรื่องที่เต็งล้อเผาสมาคมแล้วดักทำร้ายเธอ แต่แทบไม่มีข่าวอะไรเลย ทั้งหมดเป็นฝีมือท่านใช่ไหม

แทนที่จะโดนเอ็ด ตี๋ซุ้งกลับยิ้มให้ “ป๊าคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ลื้อจะได้เจอเพื่อนๆของป๊า”

จากนั้นไม่นาน ตี๋ซุ้งพาหลิวมาที่เซฟเฮาส์หรูแห่งหนึ่ง สุพจน์ จรัสดาว รังสิตและภิภพรอท่าอยู่ก่อนแล้ว หลิวคุ้นหน้าพวกนี้เพราะเคยเห็นจากข่าวสังคม แต่ทุกท่านไม่ยอมให้เธอพูดถึงฐานะทางสังคมของตัวเอง

 “พวกท่านที่เป็นบุคคลสำคัญ เป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศนี้ อยากพบดิฉันทำไมคะ”

ภิภพตอบคำถามแทนทุกคนว่าพวกเราอยากให้หลิวมาร่วมมือด้วย เธอแกล้งถามว่าพวกท่านคิดจะยึดประเทศนี้อย่างนั้นหรือ สุพจน์คุยอวดถ้าจะทำอย่างนั้นแค่อำนาจที่พวกตนมีอยู่คงทำได้ตั้งนานแล้ว พวกตนกำลังจะทำอะไรที่มากกว่านั้นต่างหาก หลิวถึงกับอึ้งไม่คิดมาก่อนว่าความต้องการของพ่อจะไปไกลขนาดนี้...

ระหว่างทางกลับบ้าน หลิวตัดสินใจบอกพ่อว่าจะไม่เข้าร่วมกับพวกของท่าน เพราะท่านไม่ได้อยากจะให้เธอเข้าร่วมจริงๆ ท่านแค่อยากได้อำนาจทุกอย่างคืนจากเธอเท่านั้น เธอไม่เข้าใจในเมื่อสิ่งที่ท่านคิดจะทำมันใหญ่โตขนาดนั้นแล้วท่านจะอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าสมาคมเล็กๆไปทำไม ตี๋ซุ้งจำต้องบอกความจริงเพราะถูกกดดันจากสมาคมลับของตัวเองว่าหัวหน้าสมาคมใหญ่พอ เพราะธรรมกุลได้สิทธิ์เป็นสมาชิกของ 14K

“แต่อั๊วลาออกจาก 14K แล้ว”

“เรื่องนั้นไม่สำคัญ เพราะยังไงลื้อก็ต้องแต่งงานกับอาติยะอยู่ดี”

หลิวของขึ้นทันทีปฏิเสธลั่นว่าไม่แต่ง เธอไม่ได้รักอาติยะแล้วจะให้แต่งได้อย่างไร และอีกอย่างเธอจะไม่ยอมเป็นหมากให้พ่อบงการอีกต่อไป ตี๋ซุ้งไม่พอใจกับท่าทีของลูกแต่ยังไม่ทันจะทำอะไร จางเหาขับรถปาดหน้าก่อนจะถึงประตูรั้วบ้านธรรมกุลจนรถที่หลิวนั่งมากับพ่อเบรกหัวทิ่ม แล้วลงจากรถสีหน้าเอาเรื่อง เหล่าสมุนชักปืนออกมาเตรียมจะลงไปเล่นงานเขา หลิวร้องห้ามเสียงหลง

“ไม่ต้อง เก็บปืน เดี๋ยวฉันจัดการเอง” พูดจบหลิวเปิดประตูรถลงไปหาจางเหาซึ่งไล่เธอให้หลีกไป เธอขอร้องเขาอย่าเพิ่งทำอะไร ให้เธอคุยกับพ่อของเธอก่อน เขาไม่ยอมทำตาม จะเป็นคนถามตี๋ซุ้งเองว่าเป็นคนฆ่าซ้อซาหรือเปล่า ระหว่างนั้นตี๋ซุ้งลงจากรถเดินเข้ามาหา จางเหาหันไปเห็นก็ชักปืนใส่ หลิวรีบเอาตัวเองบังพ่อไว้ ตี๋ซุ้งเสียงกร้าว เคยบอกเขาแล้วว่าไม่ได้ฆ่าตี๋ซา จางเหารู้แล้วว่าเต็งล้อเป็นคนทำและมันก็ชดใช้ไปแล้ว

ตี๋ซุ้งอยากรู้ถ้าอย่างนั้นจางเหาต้องการอะไรจากตน หลิวตัดสินใจพูดเรื่องที่เต็งล้อบอกก่อนตายว่าพ่อเป็นคนฆ่าซ้อซา เธออยากรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

ตี๋ซุ้งออกอาการหลุกหลิกจนจางเหาจับพิรุธได้

“ถึงเต็งล้อมันจะชั่วแต่มันก็ยังกล้ายอมรับความจริง”

“ความจริงอะไร อั๊วจะบอกให้ ความจริงก็คือมันปั่นหัวลื้อให้ลื้อมาฆ่าอั๊ว” ตี๋ซุ้งทำเป็นโวยวาย จางเหาเริ่มลังเล ตี๋ซุ้งเห็นอย่างนั้นก็ชักปืนเล็งเขา คราวนี้หลิวเอาตัวเองบังจางเหาไว้ขอร้องพ่ออย่ายิง จางเหาเห็นอาการร้อนตัวของตี๋ซุ้งยิ่งมั่นใจว่าเป็นคนทำ ในที่สุดตี๋ซุ้งก็ยอมรับว่าเป็นคนฆ่าซ้อซาด้วยมือตัวเอง หลิวไม่เข้าใจทำไมพ่อถึงต้องทำอย่างนั้น ท่านอ้างว่านี่เป็นวิธีเอาคืนเต็งล้อที่เคยโยนความผิดว่าท่านเป็นคนฆ่าตี๋ซา

จางเหาแค้นสุดๆจะยิงตี๋ซุ้ง หลิวเลยกลายเป็นคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างปืนสองกระบอกของพ่อกับของจางเหา ด้านฮัวกับสมุนวิ่งออกมาจากในบ้านเห็นเหตุการณ์ก็ชักปืนล้อมจางเหาไว้อีกทอดหนึ่ง

“เอาสิ ยิงเลย ทางเดียวที่ลื้อจะฆ่าอั๊วได้คือลื้อต้องยิงผ่านอาหลิว”

หลิวตกใจคาดไม่ถึงว่าพ่อจะพูดแบบนี้ แถมท่านขยับตัวเพื่อใช้ตัวเธอบังปืนของจางเหาจนมิด หลิวหันมองจางเหาซึ่งบัดนี้แววตาเคียดแค้นกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่อาจทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ค่อยๆลดปืนลง ฮัวสบช่องเข้าไปแย่งปืนจากมือเขา ตี๋ซุ้งเลวได้ใจเล็งปืนจะยิงเขา หลิวรีบปัดมือพ่อโวยวายว่าจะทำอะไร

“แล้วลื้อจะปล่อยให้มันกลับมาฆ่าป๊าหรือไง”

“ป๊า ถ้าป๊าทำอะไรเขา อั๊วจะไม่ให้อภัยป๊าเลย”

ตี๋ซุ้งโกรธที่เธอออกโรงปกป้องศัตรู ใช้ด้ามปืนตบหน้าเขาทรุดลงไปกองกับพื้น สมุนกรูกันเข้ามาลากเขาเข้าไปในบ้าน ตี๋ซุ้งมองหลิวที่มีท่าทีห่วงใยจางเหาด้วยความเคลือบแคลง เธอเองก็จ้องพ่อตอบสีหน้าผิดหวัง

ooooooo

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกเกิดรอยร้าวลึกยากจะประสาน ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างหนักเพราะเธอคิดว่าพ่ออยากให้เธอตายถึงได้หลอกใช้เธอกำจัดศัตรูทั้งหมดของท่าน

“ลื้อคิดผิดแล้ว อั๊วไม่เคยอยากให้ลื้อตาย...ลื้อไม่รู้ใช่ไหมว่าอั๊วคอยดูลื้ออยู่ทุกฝีก้าว ตอนแรกอั๊วคิดจะกำจัดพวกมันให้ลื้อ แต่ที่อั๊วไม่ทำเพราะอะไรรู้ไหม เพราะมันคือสิ่งที่จะทำให้ลื้อเปลี่ยนจากนกที่อ่อนแอเป็นหงส์ที่แข็งแกร่ง คราวนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าที่ลื้อไม่ตายเพราะอั๊วไม่อยากให้ลื้อตาย”

“นี่อั๊วไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกความตายของตัวเองได้เลยใช่ไหม” หลิวตัดพ้อน้ำตาคลอ ตี๋ซุ้งไม่ได้ต้องการอะไรจากลูกขอแค่แต่งงานกับอาติยะก็พอ เธอไม่พูดอะไรอีกลุกหนีไปเลย ตี๋ซุ้งมองตามไม่พอใจ...

ตั้งแต่ทะเลาะกับพ่อครั้งล่าสุด หลิวเอาแต่นั่งใจลอยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง คำพูดของพ่อทำให้เธอตระหนักแล้วว่าเธอเป็นแค่เครื่องมือในการแสวงหาอำนาจของท่าน ทำให้เธอรู้สึกไร้ที่พึ่ง แม้แต่คนที่เป็นพ่อยังไม่รักเธอเลย น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม อีกมุมหนึ่งของบ้าน จางเหาในสภาพสะบักสะบอมถูกนำตัวมาขังไว้ เขายังสับสนตัวเองไม่หาย นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเองเลือกที่จะทิ้งความแค้นเพียงเพราะความรัก...

ทางด้านตี๋ซุ้งไม่ยอมให้หลิวปฏิเสธความต้องการของตนเอง โทร.ตามอาติยะให้มาที่บ้าน แล้วสั่งให้สมุนขึ้นไปตามหลิว ที่ตี๋ซุ้งตามอาติยะมาพบคราวนี้ก็เพื่อจะเร่งให้เขาจัดงานแต่งงานกับเธอ อาติยะอยากรู้ว่าตี๋ซุ้งแน่ใจได้อย่างไรว่าหลิวจะยอมแต่งงานกับเขา ท่านมั่นใจเพราะว่าตอนนี้เธอเหลือแค่เขาคนเดียว

อาติยะไม่พอใจนักที่เขาเป็นแค่ตัวเลือกตัวสุดท้าย ถ้าหลิวจะแต่งกับเขาต้องเป็นเพราะเขาทำให้เธอกลับมารักเขาได้อีกครั้ง ตี๋ซุ้งยิ้มพอใจกับความมุ่งมั่นอยากเอาชนะของเขา แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อสมุนเข้ามารายงานว่าหลิวหายไป ไม่ได้อยู่ในห้อง...

หลิวไม่ได้หนีไปไหน แต่ไปหาจางเหาที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ห้องเต็งล้อ ทีแรกสมุนที่เฝ้ายามไม่ยอมเปิดประตูให้ เธอต้องใช้ตำแหน่งหัวหน้าธรรมกุลขึ้นมาขู่ พวกนั้นถึงยอมให้เธอเข้าไป เท่านั้นไม่พอเธอยังสั่งให้สมุนเอาปืนของเขามาให้เธอด้วย อ้างจะเอาไว้ป้องกันตัว ครั้นได้เข้าไปในห้อง เธอวางปืนไว้แล้วรีบแก้เชือกที่มัดมือ

จางเหาออก พอเห็นนิ้วมือที่เขาตัดออกเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ฆ่าตี๋ซุ้งก็ชะงัก “ทุกสิ่งที่คุณต้องเสียไปเป็นเพราะพ่อฉัน”

“ไม่เป็นไรหรอกเพราะตอนนี้ถ้าผมมีโอกาสผมก็ยังอยากจะฆ่าพ่อของคุณ”

หัวหน้าธรรมกุลอดสงสัยไม่ได้ตอนอยู่หน้าบ้านเขาก็มีโอกาสแล้วทำไมถึงไม่ทำ เขาอยากจะบอก

ใจแทบขาดว่าทำไม่ได้เพราะไม่อยากทำร้ายเธอซึ่งเป็นคนที่เขารัก แม้จะไม่เอ่ยคำว่ารักออกมา  แต่สายตาของเขาบ่งบอกชัดเจน เธอเองก็มองเขาด้วยสายตาที่ไม่ต่างกัน ความรักดึงดูดทั้งคู่เข้าหากันก่อนจะจูบกันอย่างดูดดื่ม

นับเป็นโชคร้ายของทั้งคู่ ตี๋ซุ้งกับอาติยะมาที่ห้องขังพอดี ตี๋ซุ้งโมโหมากที่เห็นลูกสวีตหวานกับศัตรูที่คิดจะฆ่าตัวเอง ปราดเข้าไปหยิบปืนที่เธอวางไว้ขึ้นมาจ่อจางเหา หลิวเอาตัวเองขวางทางปืนไว้ประกาศกร้าว

ถ้าพ่อจะยิงเขาก็ต้องยิงเธอก่อน อาติยะได้ยินเต็มสองหูความหวังที่จะได้ตัวหลิวกลับมาครอบครองพังไม่เป็นท่า

ตี๋ซุ้งสติแตกไม่สนใจว่าลูกจะขวางทางปืนอยู่

ยิงใส่ทันที จางเหาไวทายาดรวบตัวเธอหลบกระสุน

แม้หลิวจะปลอดภัยแต่จางเหาถูกยิงถากหัวไหล่เลือดไหล เสียงปืนทำให้อาติยะตื่นจากภวังค์เห็นหลิวอยู่ในอ้อมแขนของชายอื่น รับไม่ได้ตัดใจเดินหนี ตี๋ซุ้งสั่งให้ฮัวเอาหลิวไปขังไว้ในห้องแล้วเฝ้าเธอไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตา

 “ส่วนไอ้จางเหา เดี๋ยวอั๊วจะกลับมาฆ่ามันเอง” สั่งเสร็จตี๋ซุ้งรีบเดินตามอาติยะ

ฮัวเข้ามาลากตัวหลิวออกจากห้อง ทีแรกเธอขัดขืนแต่พอฮัวส่งสัญญาณเป็นทำนองให้เล่นตามน้ำไปก่อน เธอถึงได้หยุดดิ้น ฮัวสั่งให้สมุนสองคนที่คุมหน้าห้องขังมาช่วยกันพานายน้อยไป สมุนหลงกลเข้ามาช่วย ฮัวจัดการอัดสมุนสลบแล้วส่งปืนให้หลิวบอกให้รีบพาจางเหาหนีไป ไม่ต้องถามอะไรทั้งสิ้น เธอพยักหน้ารับคำ

ด้านตี๋ซุ้งตามอาติยะจนทัน ถามว่าจะยอมแพ้แล้วหรือ ไหนบอกว่ามั่นใจในตัวเองว่าจะทำให้หลิวกลับมารักเขาอีกครั้งให้ได้ อาติยะคิดอย่างนั้นมาตลอดกระทั่งเห็นเธอยอมเอาชีวิตตัวเองปกป้องจางเหา เหมือนตอนที่เธอเคยเอาตัวเองปกป้องตนจากตี๋ซุ้ง ตนถึงได้รู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งเธอไว้ ตี๋ซุ้งขอร้องอย่าเพิ่งตัดรอนเรายังคุยกันได้ อาติยะไม่มีอะไรต้องคุยอีกแล้ว ฝากไปบอกพรรคพวกของตี๋ซุ้งด้วยว่าองค์การ 14Kเป็นของตน

“หากพวกคุณคิดจะแย่งมันไป ผมเองก็พร้อมที่จะใช้ชีวิตของผมปกป้องเหมือนกัน” น้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของอาติยะทำให้ตี๋ซุ้งพูดอะไรไม่ออก ระหว่างนั้นสมุนเข้ามารายงานว่านายน้อยพาจางเหาหนีไปแล้ว อาติยะไม่ออกความเห็นใดๆ เดินจากไปทันที ตี๋ซุ้งเจ็บใจที่ทุกอย่างพังทลาย ยิ่งรู้ว่าฮัว

ขัดคำสั่งแอบช่วยให้หลิวกับจางเหาหนีไปได้ สั่งให้สมุนซ้อมอย่างหนักก่อนจะยิงทิ้งด้วยมือตัวเอง

ooooooo

จางเหาขับรถมาตามถนนเหลือบมองหลิวที่ยังกำปืนของฮัวไว้ในมือเป็นระยะๆด้วยความเป็นห่วง แล้วเอื้อมไปหยิบปืนจากมือเธอไว้ในช่องเก็บของหน้ารถ จากนั้นไม่นาน เขาขับรถมาจอดหน้าสมาคมธรรมกุล

หลิวลงไปดูอาคารสมาคมที่เคยยิ่งใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงซากที่ถูกไฟไหม้หมดสง่าราศี เธออดนึกถึงวันที่ตัวเองเดินขึ้นไปรับตำแหน่งอย่างยิ่งใหญ่ไม่ได้ เหล่าสมาชิกให้สัตย์ว่าจะภักดีต่อเธอ แต่พอเธอนึกถึงตอนที่ทะเลาะกับพ่อและท่านให้เธอส่งมอบทุกอย่างคืนก็รู้สึกหดหู่ที่พ่อเห็นเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของท่าน

เสียงจางเหาร้องเรียกปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ “คุณให้ผมพามาที่นี่ทำไม”

“ฉันว่าป๊าคงคิดไม่ถึงว่าเราจะหนีมาหลบอยู่ที่นี่...

ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด ไม่คิดมาก่อนเลยว่าที่ที่ทำให้ฉันยิ่งใหญ่และมีอำนาจจะกลายเป็นที่ที่อันตรายที่สุดไปซะแล้ว”

จางเหาปลอบว่าอย่าคิดมาก ไม่มีอะไรที่อยู่ค้ำฟ้าได้ แล้วหลังจากนี้เธอจะเอาอย่างไรจะหนีหรือจะสู้ต่อ เธอไม่รู้จะสู้เพื่ออะไร ถ้าให้สู้เพื่ออำนาจ ได้มันมาแล้วจะทำให้เธอมีความสุขจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทุกคนที่เธอรักต้องพังไปเพราะอำนาจ รวมถึงเธอด้วย จางเหาแนะถ้าอยากให้จบ เธอก็แค่คืนอำนาจให้พ่อไป

“ฉันจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรก็ฉันไม่อยากเสียอาป๊าฉันไป” คำพูดของหลิวทำให้จางเหาตระหนักในทันทีว่าแท้จริงแล้ว ที่เธอยื้อเวลามาตลอดก็เพราะไม่อยากให้พ่อถลำลึกจนเกินเยียวยา จังหวะนั้นตี๋ซุ้งโทร.มาตามหลิวให้กลับมาคุยกันดีๆ อย่าหนีไปแบบนี้ เธอไม่มีอะไรต้องคุยด้วยในเมื่อเธอให้สิ่งที่ท่านต้องการไม่ได้

“อย่างนั้นก็ขอให้อั๊วได้คุยกับลื้อเป็นครั้งสุดท้าย”...

วางสายจากพ่อ หลิวเดินมานั่งข้างจางเหาที่กำลังพยายามผูกผ้าพันแผลที่ไหล่ตัวเองแต่ผูกไม่ถนัด เธอก็เลยผูกให้ เขาอยากรู้ว่าตี๋ซุ้งพูดอะไรกับเธอบ้าง เธอยิ้มเศร้าๆบอกแค่ว่ามีทางออกของตัวเองแล้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ชมว่าคืนนี้ดวงดาวสวยมาก จางเหากลัวเธอจะหนาวหยิบแจ็กเกตที่วางอยู่ใกล้ๆมาคลุมให้

“น่าแปลกนะทั้งๆที่คุณเป็นศัตรูเบอร์หนึ่งของบ้านธรรมกุล เป็นคนที่ฉันควรจะกลัวมากที่สุด แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเวลาที่มีคุณอยู่ด้วย”

“เราคงเป็นได้แค่เส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้”

“แต่เรานั่งดูดาวด้วยกันได้ใช่ไหม” หลิวมองท้องฟ้าอีกครั้งแล้วค่อยๆซบไหล่จางเหาที่มองเธอด้วยความรักเต็มหัวใจ ขณะที่เธอกลับใจลอยคิดถึงเรื่องของพ่อ

ooooooo

แสงแดดแยงตาทำให้จางเหารู้สึกตัวตื่นขึ้น แปลกใจที่หลิวหายไปทิ้งไว้เพียงแจ็กเกตที่เขาคลุมตัวให้ เดินไปดูที่รถก็ไม่เห็น สังหรณ์ใจบางอย่าง ลองเปิดที่เก็บของหน้ารถดูปรากฏว่าปืนหายไป นึกถึงคำพูดของเธอที่บอกว่ามีทางออกสำหรับเรื่องของพ่อแล้ว ก็ยิ่งใจหาย รีบขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

หลิวตัดสินใจกลับบ้านมาคุยกับพ่ออย่างที่ท่านต้องการ ตี๋ซุ้งเห็นปืนในมือลูกสาวก็อดเหน็บแนมไม่ได้ มาคุยกับพ่อต้องพกปืนมาด้วยหรือ เธอแค่เผื่อไว้ แต่คิดว่าคงไม่ต้องใช้แล้ว แล้ววางปืนลงบนโต๊ะ

ตี๋ซุ้งชวนเธอดื่มชาที่ตัวเองเพิ่งชงเสร็จด้วยกัน เธอมองไม่ไว้ใจก่อนจะดักคอว่าเต็งล้อเคยบอกเธอว่าพ่อมักจะมีไพ่ตายที่เป็นทางเลือกสำรองเก็บไว้ในห้องนี้เสมอ ตี๋ซุ้งตัดพ้อนี่คิดว่าตนจะลงมือกับลูกตัวเองอย่างนั้นหรือแล้วเดินไปหยิบซองยาพิษที่ซ่อนไว้ออกมาโยนลงตรงหน้าเธอ

“มันยังไม่ได้ถูกแกะใช้ ปัญหาระหว่างเราใช้แค่ปากกาก็พอ” ตี๋ซุ้งชี้ไปที่ปากกาที่วางอยู่ข้างแฟ้มเอกสารมอบอำนาจและเอกสารโอนทุกอย่างกลับมาเป็นของเขา หลิวไม่ยอมเซ็นให้

“อั๊วขอป๊าเป็นครั้งสุดท้าย เรามาเซ็นด้วยกัน ปล่อยวางทุกอย่างด้วยกัน”

“ลื้อต่างหากที่ต้องเซ็น” น้ำเสียงไร้เยื่อใยของพ่อทำให้หลิวเสียใจสุดๆ ทุกอย่างในใจเธอบัดนี้ว่างเปล่าไม่เหลือความรัก ไม่เหลือศรัทธา ไม่เหลือสิ่งยึดเหนี่ยวใดๆอีกแล้ว อีกมุมหนึ่งหน้าประตูบ้านจางเหาบุกตะลุยเข้ามาสังหารสมุนที่ดาหน้าเข้ามาขวางตายเป็นใบไม้ร่วง หวังจะมาทันห้ามหลิว...

เสียงปืนทำให้ตี๋ซุ้งรู้ว่าจางเหากำลังบุกเข้ามา จึงเร่งให้หลิวเซ็นเอกสาร เธอกลับยืนนิ่ง เขาไม่พอใจอย่างแรงเข้าไปเขย่าตัวสั่งให้เซ็น เธอกลับเดินไปที่กาน้ำชาที่พ่อชงไว้ ฉีกซองยาพิษเทลงในถ้วยน้ำชา รินน้ำชาแล้ว

ยกขึ้นดื่มหมดแก้ว อึดใจยาพิษออกฤทธิ์ หลิวทรุดฮวบเป็นจังหวะเดียวกับจางเหาบุกเข้ามา ตี๋ซุ้งคว้าปืนที่หลิววางไว้ยิงใส่ผู้บุกรุก ปรากฏว่าปืนไม่มีลูก จางเหายิงใส่หัวใจตี๋ซุ้งหนึ่งนัดกระสุนตัดขั้วหัวใจตายทันที

จากนั้นเขาเข้าไปประคองหลิวที่เริ่มกระอักเลือดไว้ในอ้อมแขน บอกให้แข็งใจไว้เธอจะต้องไม่เป็นอะไร

“ให้เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว อย่างน้อยฉันก็ได้ตายในอ้อมกอดของคนที่ฉันรัก” หลิวยิ้มให้จางเหาก่อนจะสิ้นใจ เขากอดร่างไร้วิญญาณของเธอไว้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลนองหน้า แล้วอุ้มเธอลงบันไดผ่านศพสมุนของตี๋ซุ้งที่นอนเกลื่อน สมุนคนหนึ่งยังไม่ตาย ยกปืนขึ้นเล็งจางเหาก่อนจะลั่นกระสุน เสียงปืนดังปังสนั่นหวั่นไหว

ooooooo

–อวสาน–


ละครหงส์เหนือมังกร ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านหงส์เหนือมังกร ติดตามหงส์เหนือมังกร ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี 9 ม.ค. 2561 10:02 2018-01-12T02:54:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ