ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หรั่งหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนข้อความเหมือนเช่นที่เคยทำทุกคืนก่อนเข้านอน

“พระเจ้าใช้เวลาสร้างโลกนานแค่ไหนไม่รู้ แต่ฉันใช้เวลากว่าสิบเจ็ดปีที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดเธอ วันนี้เธอช่างเหมือนเด็กแสนงอนตัวน้อยๆ เสียจริงๆ คนไม่มีหัวใจเท่านั้นแหละถึงจะหักห้ามใจไม่ให้หลงใหลเธอได้...เทพธิดาน้อยๆของฉัน...”

พลันมีเสียงดังโครมครามมาจากนอกห้อง หรั่งวิ่งออกไปดู เห็นก้อยนั่งกุมเท้าอยู่ที่พื้น ข้าวของใกล้ตัวล้มระเนระนาด รีบเข้าไปถามว่าเป็นอะไรไป ได้ความว่าเธอสะดุดอะไรก็ไม่รู้ เขาสำรวจดูรอบๆ

“อ๋อ โน้ตบุ๊กกับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่”

“หรั่งมีตังค์ซื้อด้วยหรือ”

ชายหนุ่มคุยว่าเป็นอุปกรณ์ประจำตำแหน่ง เจ้านายของเขาเพิ่งให้มาเมื่อตอนบ่าย ก็เลยเอามาเสียบไฟชาร์จแบตเตอรี่ไว้ ก้อยอดชมไม่ได้ว่าเจ้านายของเขาใจดีมาก ให้เบิกเงินเดือนล่วงหน้าไม่พอใจยังให้อุปกรณ์เหล่านี้มาใช้อีก แบบนี้เขาคงต้องทำงานกับเจ้านายคนนี้ไปตลอดชีวิต หรั่งคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วพยุงก้อยลุกขึ้น เธอเตือนเขาว่าอย่าลืมพาไปขอบคุณเผ่าลาภให้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน เธอคงไม่ได้ผ่าตัด ถึงแม้ผลการผ่าตัดจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรั่งรับปากว่าสักวันหนึ่งจะพาเธอไปให้ได้...

เสร็จจากพาก้อยเข้านอนเรียบร้อย หรั่งกลับมาทิ้งตัวนอนลงที่เตียงตัวเอง มองแผ่นไม้บนเพดานซึ่งติดรูปภาพของแพรวาพร้อมด้วยเรื่องราวของเธอเต็มไปหมด แล้วคว้าล็อกเกตรูปไวโอลินขึ้นมาดู พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขา ตอนนั้น เด็กชายคนหนึ่ง ถือล็อกเกตอันเดียวกันนี้ไว้ในมือ ที่คอของเขามีผ้าเก่าๆ ผูกเป็นผ้าคลุมไหล่ไว้ อีกมือหนึ่งกวัดแกว่งดาบไม้ผุๆไปมา

“นี่คือสัญลักษณ์ของอัศวิน...อัศวินเท่านั้นที่จะปกป้องเจ้าหญิงได้ ข้ามศพข้าไปก่อน ถ้าคิดจะแย่งสัญลักษณ์นี้ไปจากข้า” เด็กน้อยพูดจบ วิ่งชูล็อกเกตอันนั้นไปรอบๆ

ooooooo

ขณะที่แพรวาเดินนำหรั่งมาถึงหน้าห้องทำงานตัวเอง อรทัยเข้ามาต่อว่าเรื่องที่เมื่อวานเธอหายหน้าไปทั้งๆที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่เป็นวันแรก โดยที่ตนยังไม่ทันจะได้มอบหมายงานอะไรให้

“น้องแพรไปกับคุณป๋าค่ะ พอกลับมาตอนเย็น อาโกฮุ้งก็ไม่อยู่แล้ว”

“ใครจะไปรอได้ล่ะ กลับเสียเย็นป่านนั้น ฉันจะมอบหมายให้น้องแพรดูแลรับผิดชอบเรื่องออเดอร์นะ”

“ยังไงคะ”

“ในออเดอร์แต่ละลอตของเราเนี่ยนะ มันจะมีกำหนดการส่งของที่ชัดเจน น้องแพรจะต้องประสานงานกับฝ่ายผลิตให้ผลิตสินค้าให้ทันตามกำหนด ขั้นตอนอะไรที่มันยุ่งยากเกินไป น้องแพรก็ต้องทำให้มันราบรื่น ประสานงานกับฝ่ายขายและทางเหมืองให้มีข้อมูลที่ตรงกัน ทั้งแบบและกำหนดเวลา เข้าใจไหม เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน คงไม่หนักเกินไปน่า ผู้ช่วยก็มีไม่ใช่หรือ” อรทัย อธิบายเสร็จชำเลืองไปทางหรั่ง ก่อนจะยิ้มหยัน...

ครู่ต่อมา หรั่งนำตัวแทนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับออเดอร์ที่อรทัยว่ามาพบปะพูดคุยกับแพรวาที่ห้องทำงาน ทั้งฝ่ายขายในประเทศและต่างประเทศ ฝ่ายผลิต ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพและฝ่ายอื่นๆ รวมแล้วร่วมสิบคนมาแนะนำตัวและแจกแจงหน้าที่ของตัวเองให้เธอฟัง  แพรวาฟังไปได้แค่สองคนเริ่มปวดขมับ รับไม่ไหว  ต้องกดอินเตอร์คอมฯเรียกหรั่งให้เข้ามาช่วยฟังอีกแรงหนึ่ง...

ระหว่างที่แพรวาพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำความเข้าใจงานในหน้าที่ใหม่ของตัวเอง รำไพไม่ลืมสอบถามกันทิมาซึ่งนัดมาเดินซื้อของด้วยกันว่าตัดสินใจอย่างไรเรื่องมาทำงานออกแบบอัญมณีให้บริษัท เธอขอผ่านไปก่อน เพราะเกรงใจสามี ไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ อีกอย่างหนึ่ง บารมีเริ่มทำธุรกิจใหม่เกี่ยวกับการส่งของ ท่าทางจะไปได้ดีเพราะเขาดูมีความสุขกว่าเมื่อก่อน

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกนะ” รำไพพูดจบเดินไปหยิบสินค้าที่หมายตาไว้...

เนื่องจากกัมปนาทซึ่งตอนนี้ไปคุมงานออกแบบอัญมณีอยู่ที่เหมือง มีปัญหาเรื่องออเดอร์ใหม่ที่แพรวาส่งมาให้ดู จึงโทร.ตามเธอให้ไปพบที่เหมืองวันพรุ่งนี้

“ตอนมาเผื่อเวลาหน่อยนะจ๊ะน้องแพร  ช่วงนี้ตำรวจตั้งด่านตรวจอะไรกันไม่รู้ ทุกวันเลย ทางเข้าเหมืองรถวิ่งได้เลนเดียว รถติดน่าดู...จ้ะ...พรุ่งนี้เจอกันจ้า...จุ๊บๆ” กัมปนาทวางสายแล้วหันไปยิ้มให้ธนูที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

ooooooo

รถติดยาวเหยียดเพราะตำรวจตั้งด่านตรวจค้นอย่างที่กัมปนาทว่าไว้ไม่มีผิด รถของแพรวาที่หรั่งเป็นสารถีก็ถูกเรียกตรวจค้นเช่นกัน หรั่งอดถามตำรวจไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ยาบ้าน่ะสิครับ มันขนผ่านแถวนี้ก็เลยต้องเข้มงวดกันหน่อย”

หรั่งอยากรู้ว่าหน้าตายาบ้าที่จับได้เป็นอย่างไร ตำรวจชี้ไปที่ท้ายรถกระบะตราโล่ เห็นลังหน่อไม้มีข้อความเขียนข้างๆ ลังว่า “หน่อไม้ไผ่ตงชั้นดี ต้องที่นี่ หน่อไม้คุณรัช” เขาถึงกับร้องเฮ้ย นั่นมันลังหน่อไม้ไม่ใช่หรือ

“ก็ลังหน่อไม้น่ะสิ ลักลอบขนของป่านี่ก็ผิดอยู่แล้ว มันยังอุตส่าห์ยัดไส้ยาบ้าเข้าไปอีก ยัดกันทีหนึ่ง ลังละเป็นร้อยๆเม็ด เวรกรรมของพวกมันเอง ดันทำตกไว้ลังหนึ่ง คงขนกันเพลิน เราก็เลยต้องเข้มงวดกับถนนเส้นนี้หน่อย เพราะดูเหมือนมันจะเป็นทางลำเลียงยาบ้าของพวกมัน” ตำรวจพูดจบก็ตรวจค้นรถของแพรวาเสร็จพอดีจึงโบกมือให้หรั่งเคลื่อนรถผ่านไปได้...

ครู่ต่อมา แพรวากับหรั่งมานั่งอยู่ตรงหน้ากัมปนาทซึ่งเอาแบบร่างของเครื่องประดับไพลินชุดใหญ่ทั้งสร้อยคอ แหวน ต่างหูและกำไลข้อมือของลูกค้ามาให้ดู พลางอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นว่าไพลินที่มีอยู่ในสต๊อกของบริษัทไม่พอตามจำนวนออเดอร์ ซึ่งถ้าจะเอาแบบนี้ เขาจะต้องไปกว้านซื้อไพลินจากพ่อค้าพลอยซึ่งจะทำให้กำไรของบริษัทน้อยลง แต่ถ้าลูกค้ายอมดัดแปลงนิดหน่อย ผสมพลอยลงไปบ้างจะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น แล้วเอาแบบร่างที่ตัวเองดัดแปลงให้แพรวาดู ปรากฏว่าแบบใหม่สวยกว่าแบบเดิมจนเธอชมไม่หยุดปาก

“ทีนี้น้องแพรก็ต้องไปโน้มน้าวลูกค้าให้ยอมตามเราให้ได้ เราจะได้มีกำไรมากขึ้น เข้าใจไหม”

แพรวายังไม่ทันจะว่าอะไร กฤษฎาเข้ามาทักทายหยอกล้อกับเธอเสียก่อน สักพัก สุชาติผู้ช่วยของกฤษฎาเข้ามารายงานเจ้านายว่าของที่สั่งไว้ได้แล้ว แพรวากับหรั่งต่างมองเขาเป็นตาเดียวกัน สุชาติเหมือนวัวสันหลังหวะ เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย

“นี่สุชาติ ผู้ช่วยพี่...แปลกใจอะไร ทีน้องแพรยังมีผู้ช่วยเลย ทำไมพี่จะมีบ้างไม่ได้ ประสบการณ์ของสุชาตินั้นมีมากกว่าของผู้ช่วยน้องแพรตั้งเยอะ” กฤษฎาคุยข่มหรั่งทำให้สุชาติกล้าผงกหัวขึ้นมาได้บ้าง...

อีกมุมหนึ่งของเหมือง ชาติชายยกเบียร์ขึ้นซดเฮือกเดียวเกือบหมดกระป๋อง นายผ่องคนงานเหมืองกระเซ้าว่าดื่มเบียร์แต่หัววัน อย่างนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอนแล้ว อวยพรวันเกิดให้ ชาติชายแปลกใจรู้ได้อย่างไร

“ก็นี่ไง มีของขวัญส่งมาถึงเฮีย ตรงวันเป๊ะเลย” นายผ่องว่าแล้วจึงยื่นกล่องของขวัญที่มีการ์ดอวยพรวันเกิดให้ แล้วแดกดันว่าทีหน้าทีหลังถ้าจะเลี้ยงวันเกิดให้บอกล่วงหน้า จะได้ยกพวกมาร้องเพลงให้มันครึกครื้น

“อั๊วไม่ชอบครึกครื้น” ชาติชายพูดไปแกะห่อของขวัญไปด้วย นายผ่องขี้เกียจเซ้าซี้ ขอเบียร์หนึ่งกระป๋องแล้วผละจากไป เป็นจังหวะที่ชาติชายแกะของขวัญเสร็จพอดี พบว่าข้างในกล่องใบนั้นมีลูกกุญแจหนึ่งดอก

ทันใดนั้น ภาพในอดีตผ่านเข้ามาในสมองของเขา ตอนนั้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ชาติชายกับกันทิมายังเป็นนักศึกษาอยู่ เขานำก้อนหินสองก้อนที่มีรูปร่างคล้ายหัวใจ ซึ่งใช้แทน หัวใจรักของทั้งคู่ใส่ในกล่องไม้อย่างดี

“หัวใจของเราสองคนจะเกาะเกี่ยวไว้ด้วยกันในนี้ ไม่มีวันแยกจากกันโดยเด็ดขาด ผมเก็บกล่องไว้ คุณเก็บกุญแจ วันใดที่กันไม่รักผม อยากเป็นอิสระจากผม กันค่อยมาไขกุญแจเอาหัวใจของกันไปก็แล้วกัน”

ชาติชายตื่นจากภวังค์ หยิบกระดาษโน้ตที่อยู่กับกุญแจขึ้นมาอ่าน “ฉันขอคืนอิสระให้คุณค่ะ...สุขสันต์วันเกิดนะคะ” ไม่ต้องลงชื่อเขาก็รู้ว่าเป็นใคร พลันสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นร้าวรานอย่างเห็นได้ชัด พยายามกลั้นนํ้าตาไม่ให้ไหล ก่อนจะตะโกนเรียกนายผ่องให้ไปซื้อเบียร์มาอีกห้าแพ็ก หวังจะเมาให้ลืมความเจ็บชํ้าใจ

ooooooo

คํ่าวันเดียวกัน ขณะเผ่าลาภกำลังถูกโปรดิวเซอร์ และครีเอทีฟตามมาจีบถึงบ้านให้ไปออกรายการทีวีเกี่ยวกับนักธุรกิจและนักลงทุน แพรวาเพิ่งกลับจากเหมืองเข้ามากับหรั่ง โปรดิวเซอร์หันมาเห็น ปรี่เข้ามาขอร้องเธอช่วยพูดกับคุณพ่อให้ยอมไปออกรายการทีวีของพวกตน หรือจะไปออกพร้อมกันทั้งพ่อทั้งลูกเลยก็ได้

“ไม่ดีกว่าค่ะ น้องแพรไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร”

จังหวะนั้น รำไพยกคุกกี้ฝีมือตัวเองมาให้ทุกคนลองชิม แล้ววานนายสยามเอาคุกกี้ไปให้กันทิมาที่บ้านด้วย ลูกชายนายสยามเกิดป่วยกะทันหัน เขาจึงวานหรั่งช่วยทำหน้าที่นี้แทน เอากล่องใส่คุกกี้ พร้อมแผนที่กับที่อยู่ของกันทิมาให้ หรั่งหยิบมือถือประจำตำแหน่งขึ้นมาโทร.เข้าเบอร์มือถือเก่าของตัวเอง ฝากให้โบ้ช่วยดูก้อยแทนเขาก่อน เขาต้องไปทำธุระให้คุณรำไพ สักพักถึงจะกลับแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพออกไป...

ไม่นานนัก หรั่งมาถึงห้องพักของกันทิมา แนะนำตัวเองว่าชื่อเรียงเสียงใดมาแทนนายสยามเอาคุกกี้ของคุณรำไพมาส่ง กันทิมามือเปื้อนเนื่องจากกำลังทำกับข้าว จึงวานเขาช่วยเอากล่องคุกกี้เข้ามาวางข้างในห้อง หรั่งสะดุดตากับลังที่ตั้งเรียงกันเป็นตับอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องพัก ข้างๆลังมีข้อความเขียนไว้ว่า “หน่อไม้ไผ่ตงชั้นดีต้องที่นี่ หน่อไม้คุณรัช” กันทิมาสังเกตเห็นอาการของชายหนุ่ม

“ชอบหน่อไม้หรือ จะแบ่งไปหน่อยไหม พี่มีเยอะ”

“ไม่ล่ะครับ คุณซื้อหน่อไม้เยอะขนาดนี้เชียวหรือครับ”

“พี่ไม่ได้ซื้อเองหรอกคุณบารมีรับมา ธุรกิจส่งของก็อย่างนี้แหละเวลามีของเข้ามาทีก็วางเกลื่อนเต็มบ้าน”...

ครู่ต่อมา หรั่งมายืนรอที่โถงหน้าลิฟต์ของคอนโดฯที่พักของกันทิมาสีหน้าครุ่นคิดหนัก สักพัก ประตูลิฟต์เปิด บารมีก้าวออกมาพร้อมกับสมุนของตะวันฉายซึ่งเตือนให้เขาขนของด้วยความระมัดระวัง เที่ยวที่แล้วทำลังหายไปหนึ่งใบยังหาไม่เจอ แล้วถามว่าเที่ยวนี้ของครบแน่หรือ หรั่งมองตามอย่างใคร่รู้ไม่ยอมก้าวเข้าลิฟต์

“แน่ใจสิ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ของทั้งหมดส่งที่ปั๊มคืนนี้เลย ตีสองนะ”

บารมีเดินนำสมุนของตะวันฉายมาถึงหน้าห้องพัก รู้สึกเหมือนมีใครบางคนจ้องมองอยู่ หันขวับมาเห็นหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาดีคนหนึ่งมองอยู่ ทั้งคู่จ้องหน้ากันอึดใจ หรั่งรีบก้าวเข้าลิฟต์ขณะที่บารมีเข้าห้องตัวเอง...

หรั่งสังหรณ์ใจว่าบารมีต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตัดสินใจกลับไปหาเผ่าลาภที่บ้านเพื่อรายงานเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่เขาหลับไปแล้ว หรั่งไม่รู้จะทำอย่างไรดี นึกถึงแพรวาขึ้นมาได้รีบ โทร.หา เลียบๆเคียงๆถามว่าเผ่าลาภสนิทกับบารมีแค่ไหน และมีธุรกิจอะไรร่วมกันอีกไหมนอกจากบริษัทในเครือกงสี ได้ความว่าทั้งคู่ไม่สนิทกัน ค่อนข้างจะปีนเกลียวกันด้วยซํ้า ส่วนเรื่องทำธุรกิจร่วมกันหรือไม่ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“งั้นขอถามอีกข้อหนึ่งครับ ปั๊มนํ้ามันของคุณบารมีอยู่ที่ไหนครับ”

“ไม่รู้ ยุ่งจริงเชียว ทำไมไม่ โทร.ไปหาเขาเองล่ะ...คงแถวรามอินทรามั้ง ไปหาเอาเองเหอะ ฉันขี้เกียจพูดกับนายแล้ว” แพรวาวางสายทันที

ooooooo

ในเวลาต่อมา หรั่งนำเรื่องนี้มาปรึกษาโบ้ เท่ห์และเช็งที่นั่งล้อมวงดื่มเหล้าอยู่กับผู้ใหญ่เงาะที่เมา หลับไปก่อนหน้าแล้ว ทุกคนต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่ามีพิรุธ ใครที่ไหนจะบ้าเอาหน่อไม้ไป ส่งตอนตีสอง หรั่งเสนอให้ตามไปซุ่มดูให้รู้ชัดกันไปเลยว่าใช่ยาบ้าจริงหรือเปล่า เท่ห์เตือนว่าเสี่ยงเกินไป พวกนี้มักจะมีเจ้าพ่อคุม

“ยังไงกูก็ต้องไปดูเพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับคุณบารมีน้องชายเจ้านายของกู”

“แล้วมึงไม่กลัวเจ้าพ่อหรือ ดีไม่ดีมึงจะโดนยิงเอานะเว้ย” เท่ห์เตือนด้วยความหวังดี แต่หรั่งไม่สนใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ให้เพื่อนๆตามไปเก็บศพของเขาด้วย แล้วลุกออกไป...

จากนั้นไม่นาน หรั่งกับสหายทั้งสามคนซึ่งไม่ยอมให้เขาต้องเสี่ยงอันตรายเพียงลำพัง มาซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามปั๊มนํ้ามันร้างของบารมี เห็นรถบรรทุกคันหนึ่งจอดอยู่ด้านใน มีชายฉกรรจ์จำนวนมากยืนเฝ้าระวังอยู่ไม่ห่าง สักพัก รถกระบะคันใหม่เอี่ยมของบารมีแล่นมาจอดเทียบ ก่อนเจ้าตัวจะก้าวลงมา ชายฉกรรจ์รีบขนลังหน่อไม้จากท้ายรถกระบะไปใส่รถบรรทุก

“นั่นไง มันกำลังส่งยาบ้ากันอยู่ เหมือนกับที่ไอ้หรั่งคิดเลย” โบ้ส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่าลังพวกนั้นเป็นยาบ้า” เท่ห์สวนขึ้นทันที...

เพื่อให้มั่นใจว่าใช่ยาบ้าจริงๆ เท่ห์กับเช็งแสร้งเมาเหล้าขี่มอเตอร์ไซค์ส่ายเป็นงูเลื้อยเข้าไปในปั๊มจะขอเติมนํ้ามัน บารมีเอะอะลั่นว่าที่นี่ไม่มีนํ้ามัน แล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นๆ ขณะที่เช็งพยายามดึงความสนใจจากเขา เท่ห์คอยเหล่ไปทางท้ายรถกระบะ เห็นหนึ่งในชายฉกรรจ์หยิบยาบ้าออกมาตรวจดู เป็นจังหวะเดียวกับบารมีหมดความอดทนกับเช็ง ล้วงไปที่เอวเหมือนจะหยิบปืน เท่ห์เห็นท่าไม่ดีรีบดันเพื่อนรักให้ถอยออกมา

“โอเคพี่ ไปก็ได้ครับพี่ งกฉิบ...คนอะไร” เท่ห์ด่าจบซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเช็งออกจากปั๊ม...

เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าบารมีใช้ปั๊มน้ำมันของตัวเองเป็นสถานที่ขนถ่ายยาบ้า หรั่งรีบโทร.หาเผ่าลาภ แม้จะรู้ว่าหลับไปแล้ว แต่เขายืนยันว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายต้องพูดกับท่านให้ได้ ทันทีที่เผ่าลาภรับสาย หรั่งแจ้งว่าบารมีขนยาบ้า เขาเห็นมากับตาตัวเอง แต่ไม่แน่ใจว่าในฐานะที่บารมีเป็นน้องของท่าน เขาควรจะทำอย่างไรดี

“ถ้านายรู้เห็นชัดเจนอย่างนี้แล้ว คิดว่าอะไรที่สมควรทำก็ทำเถอะ ไม่ต้องเกรงใจฉัน” เผ่าลาภวางสายแล้วหันไปบอกรำไพให้ช่วยโทร.ตามบารมีมาพบด่วนที่สุด...

ฝ่ายหรั่งกับพวก พอได้ไฟเขียวจากเผ่าลาภ ก็จัดการโทร.แจ้งตำรวจโดยใช้โทรศัพท์สาธารณะ บอกเส้นทางที่รถบรรทุกมุ่งหน้าไปและเลขทะเบียนรถคันนั้น

ooooooo

หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าจากทุกสำนักพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งตัวใหญ่เป้งว่าตำรวจจับยาบ้าลอตใหญ่ที่ซุกอยู่ในลังหน่อไม้ไผ่ตงคุณรัชได้ และยังมีภาพของปั๊มน้ำมันต้องสงสัย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ส่งยาบ้าลงเต็มหน้า...

ด้านเผ่าลาภโกรธเกรี้ยวที่โทร.ไปสั่งให้บารมีมาหาตั้งแต่เมื่อคืน มัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงเพิ่งมาเอาตอนเช้าบารมีไม่วายกวนพี่ชายว่ามัวแต่นอนหลับอยู่

“โกหก...หลับหรือว่ามัวขนยาบ้าอยู่กันแน่”

บารมีไม่รู้ว่าเผ่าลาภพูดเรื่องอะไร เขาจึงโยนหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าให้อ่าน ผู้อ่อนวัยกว่าถึงกับอึ้งเมื่อเห็นข่าวหน้าหนึ่งเรื่องตำรวจจับยาบ้าและลงภาพปั๊มน้ำมันต้องสงสัยของเขาด้วย เขายืนกรานว่าไม่รู้เรื่อง และไม่คิดจะทำอะไรโง่ๆ อย่างนี้แน่นอน เผ่าลาภไม่เชื่อคำพูดของบารมี ขู่ว่าถ้าหากเขาทำอะไรให้เสื่อมเสียมาถึงชื่อเสียงของตระกูลที่สั่งสมมานานหลายชั่วอายุคน จะไม่เอาไว้แน่นอนแม้เขาจะเป็นน้องแท้ๆก็ตาม...

ในเวลาต่อมา บารมีตามไปที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง โวยวายใส่หน้าเชิดที่หลอกให้ขนยาบ้า ไหนว่าเป็นแค่ ขนของเถื่อน แล้วปรี่จะเข้าไปเอาเรื่อง เหล่าสมุนของเชิดกรูเข้ารวบตัวเขาไว้ อัดไปคนละหมัดสองหมัดฐานมาชี้หน้าด่าเจ้านายของพวกตน ก่อนที่บารมีจะบอบช้ำมากไปกว่านี้ ตะวันฉายเข้ามาห้ามไว้ ขอเชิดเคลียร์เรื่องนี้เอง

“ตะวันฉาย หลานชายรู้เรื่องกับไอ้พวกนี้ด้วยหรือเปล่า” บารมีโวยวายไม่เลิก

ตะวันฉายแสร้งตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่เห็นเรื่องยาบ้า และรับปากว่าต่อไปถ้าจะรับงานจะตรวจสอบให้รัดกุมกว่านี้ แต่ตอนนี้มีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ในส่วนที่เราสองคนต้องรับผิดชอบ บารมีไม่เข้าใจจะให้รับผิดชอบอย่างไร ตะวันฉายอยากรู้ว่าตำรวจล่วงรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร มีใครแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆเขาบ้างหรือเปล่า

“ไม่มีหรอก...อ้อ...นอกจากไอ้ลูกครึ่งคนหนึ่ง มันมองหน้าน้าแปลกๆตอนเจอที่คอนโดฯ”

“ไอ้ลูกครึ่งหรือ” ตะวันฉายสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

ตกเย็น ที่ชุมชนจานเดี่ยวมีงานฉลองเล็กๆ จัดขึ้นที่ลานข้างบ้านผู้ใหญ่เงาะให้หรั่งกับพวกที่สามารถแจ้งเบาะแสจนตำรวจจับยาบ้าลอตใหญ่ได้ น้าเบิ้มหาว่ามั่วนิ่ม หาเรื่องให้ตนเสียเงินเลี้ยงฟรีๆ ไม่เห็นหนังสือพิมพ์เอ่ยชื่อหรั่งกับเพื่อนๆ ว่าเป็นคนแจ้งเบาะแส บางฉบับยังลงว่ากะเทยเป็นคนแจ้งด้วยซ้ำ โบ้กลับเห็นตรงกันข้าม

“ไม่บอกว่าเป็นพวกเราน่ะดีแล้ว ไม่งั้นเขาสืบไปสืบมามันจะเดือดร้อนไปถึงเจ้านายไอ้หรั่งได้”

ผู้ใหญ่เงาะชวนทุกคนดื่มฉลองให้หรั่งในฐานะที่เป็นลูกจ้างผู้จงรักภักดีต่อเจ้านายที่สุดในโลก...

ไม่ได้มีแต่หนังสือพิมพ์เท่านั้นที่เล่นข่าวจับยาบ้า ทีวีทุกช่องประโคมข่าวนี้เช่นกัน ภาพจากจอทีวีฉายให้เห็นลังหน่อไม้ยัดไส้ยาบ้ายี่ห้อคุณรัชชัดเจน กันทิมาซึ่งนั่งดูข่าวอยู่หันไปถามบารมีด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เธอจำได้ว่าลังหน่อไม้ยี่ห้อนี้เคยอยู่ที่บ้านของเรา เขามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า บารมีไม่ตอบเดินหนี กันทิมาไม่รามือตามไปคาดคั้นว่ารู้เห็นเป็นใจกับพวกค้ายาด้วยหรือเปล่า

“เปล่า ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น อย่ามาเซ้าซี้ได้ไหม”

“ถ้าไม่ได้ทำแล้วยาบ้าเข้าไปอยู่ในนั้นได้อย่างไร แล้วคุณไปรับงานส่งของให้เขาได้อย่างไร”

บารมีอ้างว่าตัวเองโดนหลอก แล้วเดินไปรินเหล้าใส่แก้ว เห็นกล่องคุกกี้วางอยู่ใกล้ๆถามกันทิมาว่าเป็นของใคร ได้ความว่าพี่รำไพทำเอง ก็เลยแบ่งมาให้ชิม เธอไม่ได้เอามาให้เองแต่ให้หรั่งเป็นคนเอามาส่ง

“นายหรั่งเป็นคนของเฮียตง ที่เป็นลูกครึ่งน่ะ” กันทิมาตอบไปเรื่อยๆไม่ได้คิดอะไร บารมีถึงกับชะงัก

ooooooo

ที่ห้องทำงานของแพรวา ขณะครีเอทีฟรายการทีวีกำลังรุมล้อมเจ้าของห้องเพื่อสอบถามข้อมูลของเผ่าลาภที่จะนำไปใช้ในรายการของตน หรั่งเพิ่งมาถึงออฟฟิศรีบเคาะประตูห้อง แล้วเปิดเข้าไปโดยไม่รู้ว่าเจ้านายมีแขก รีบขอโทษแล้วขยับจะถอยออกมา แพรวาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเข้ามาใหม่ก็ได้” หรั่งพูดจบออกจากห้อง ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งประจำที่ตัวเอง บารมีปราดเข้ามาถามว่าเป็นเขาใช่ไหมที่เอาคุกกี้ไปส่งที่บ้านของตน

“อร่อยไหมครับ”

“นายนี่เอง” บารมีจ้องหน้าหรั่งด้วยความเคียดแค้น ชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่าจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว จังหวะนั้น มีพนักงานกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามา บารมีค่อยๆเดินเลี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง แต่สายตาจับจ้องหรั่งอย่างประสงค์ร้าย ก่อนจะเดินพ้นมุมตึก เขาทำปากขมุบขมิบด่าหรั่งทิ้งท้าย...

ในเวลาเดียวกัน ขณะกันทิมาลงมาทำธุระที่ชั้นล่างของคอนโดฯที่พัก พนักงานประจำคอนโดฯนำกล่องพัสดุมาให้ เธอรีบแกะดูเห็นข้างในเป็นกล่องของขวัญที่ตัวเองส่งให้ชาติชาย อยู่รวมกับกุญแจและจดหมาย หันไปถามพนักงานว่าใครเป็นคนฝากเอาไว้ และฝากไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พนักงานไม่ตอบเดินหนีไปหน้าตาเฉย

รปภ.ของคอนโดฯเข้ามาบอกว่าคนเอามาฝากเป็นผู้ชายหน้าตาดี แต่ดูเครียดๆ เพิ่งไปเมื่อครู่นี้เอง แล้วชี้ไปทางสวนหย่อมที่ผู้ชายคนนั้นเดินไป กันทิมาจ้ำพรวดไปยังทิศทางที่เขาชี้ แต่ไม่พบใครจึงเดินมานั่งที่เก้าอี้ สนาม เปิดจดหมายออกอ่านโดยไม่รู้ว่าชาติชายนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของสวนหย่อม ทั้งคู่ต่างไม่เห็นกันและกัน

ใจความในจดหมายของชาติชายเขียนเป็นทำนองตัดพ้อต่อว่าเรื่องที่เธอตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตที่ไม่มีเขา ทิ้งมาง่ายๆเหมือนเขาเป็นแค่ขยะ ไม่สนใจสักนิดว่าขยะชิ้นนี้จะมีความทรงจำอะไรเหลืออยู่บ้าง

“คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะกำหนดอารมณ์ความรู้สึกของขยะชิ้นนี้แม้แต่น้อย เพราะมันมีอิสระที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยตัวของมันเองโดยไม่จำเป็นต้องรอการปลดปล่อยจากคุณ กุญแจดอกเดียวมันขังหัวใจใครไว้ไม่ได้หรอกและสุดท้าย... กรุณาอย่ารบกวนวันเกิดของขยะชิ้นนี้อีกเป็นอันขาด”

กันทิมาน้ำตาคลอเบ้า พับจดหมายเก็บด้วยความสะเทือนใจก่อนจะเดินจากไป ทันทีที่เธอลับสายตาชาติชายขยับตัวลุกขึ้นจากพื้นสนามหลังต้นไม้ใหญ่ เหลือบไปเห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่อยู่ไกลออกไปกำลังตบตีกันอย่างดุเดือด รีบเข้าไปจะห้ามปราม เป็นจังหวะเดียวกับหนึ่งในหญิงวัยรุ่นถูกจับเหวี่ยงกระเด็นออกมา

ชาติชายเข้าไปช่วยประคอง พอเห็นหน้าชัดๆต้องตกใจที่เธอคือตองหลานสาวของตัวเอง เธอขอร้องให้เขาไปช่วยแก้มเพื่อนของเธอที่กำลังถูกผู้หญิง 3 คนกับกะเทยอีกหนึ่งคนรุมทำร้าย ชาติชายไม่รอช้าปราดเข้าไปกระชากพวกนั้นออก แล้วไล่ตะเพิดกลับบ้าน หนึ่งในผู้หญิงไม่พอใจที่เขาแส่ไม่เข้าเรื่องคว้าไม้ใกล้มือฟาดใส่ เขาคว้าไว้ทัน จากนั้นเกิดการตะลุมบอนขึ้นอีกครั้ง ตองโดดเข้าร่วมวงด้วย

ฝ่ายตรงข้ามเริ่มสู้ไม่ได้ หนึ่งในพวกนั้นชักคัตเตอร์ขึ้นมาจะกรีดหน้าแก้ม ชาติชายพุ่งเข้าไปขวางไว้ คมมีดกรีดโดนแขนของเขาเลือดสาด กะเทยหันไปเห็นมอเตอร์ไซค์ตำรวจแล่นตรงเข้ามาหา รีบชวนเพื่อนๆวิ่งหนี แก้มเห็นท่าไม่ดีคว้าแขนชาติชายกับตองเผ่นแน่บไปอีกทางหนึ่ง...

ครู่ต่อมา ชาติชายพาตองกับแก้มซึ่งตัดผมสั้นท่าทางเหมือนทอมมาขึ้นรถกระบะของเขาที่จอดถัดไปอีกซอยหนึ่ง ตองขอร้องเขาอย่าบอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้นโดยเฉพาะแม่ของเธอว่าเธอหนีโรงเรียน ชาติชายอยากรู้ว่าพวกที่หลานสาวทะเลาะด้วยเป็นใคร แล้วทะเลาะกันเรื่องอะไร

“เด็กพาณิชย์ เจอกันที่โยนโบว์ลิ่งเดือนที่แล้ว มันหาว่าผมไปเหล่เมียมัน ผมรักตองคนเดียวครับ” แก้มพูดราวกับตัวเองเป็นผู้ชาย ชาติชายถึงกับกุมขมับ บอกให้พอได้แล้ว อีกสักครู่จะพาไปส่งบ้าน

“แต่กู๋เลือดไหลเต็มเลยค่ะ ไปหาหมอก่อนดีกว่ามั้งคะ” ตองแนะ แก้มเห็นด้วย และที่สำคัญนี่ยังไม่ถึงเวลากลับบ้าน ขืนกลับตอนนี้ที่บ้านต้องสงสัยแน่ๆ

ooooooo

ทันทีที่ทีมงานรายการทีวีกลับไป หรั่งเข้าไปหาแพรวาพร้อมกับยื่นแฟ้มงานที่จะต้องทำในวันนี้ให้ อธิบายว่าแฟ้มแรกเป็นแบบร่างเครื่องประดับแบบใหม่ที่กัมปนาทแก้ไขแล้ว และเธอต้องเอาไปให้ลูกค้าดู แฟ้มที่สองคือรายละเอียดวัสดุของตัวเรือนที่ต้องคุยกับช่าง และแฟ้มสุดท้ายคือรายละเอียดที่ต้องคุยกับลูกค้ารายใหม่

“โอเค งั้นฉันไปพบลูกค้าที่มีนบุรีก่อนแล้วค่อยมาพบช่างที่สีลม”

“ไม่ได้ครับ เพราะถ้าคุณไม่ไปพบช่างที่สีลมก่อน คุณก็จะไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องไปคุยกับลูกค้าที่มีนบุรี ดังนั้นคุณอาจจะต้องย้อนกลับมามีนบุรีอีกเที่ยว ไม่อย่างนั้นก็เคาะกันไม่ได้ในวันนี้”

“แต่จากสีลมไปมีนบุรีแล้วมาโรงแรมรีเจ้นท์ มันย้อนไปย้อนมาเห็นไหม ถ้าไปมีนบุรีก่อน แล้วค่อยมาสีลม ฉันยังมีเวลาเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไปพบลูกค้าที่รีเจ้นท์ตอนค่ำ”

หรั่งท้วงว่าการเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่สำคัญเท่าขั้นตอนการเจรจางานที่ถูกต้อง แพรวาไม่สนใจจะฟังเดินหนีออกจากห้องตรงไปยังที่จอดรถของผู้บริหาร นายสยามเห็นเธอมารีบถอยรถคันใหญ่ไปรอรับ แพรวาสงสัยว่ารถของตัวเองไปไหน เขาเอากลับไปเก็บที่บ้านแล้ว คุณเผ่าลาภสั่งให้เธอเอารถคันนี้ไปใช้และให้หรั่งเป็นสารถีให้

แพรวาหนีไม่ออก เนื่องจากขับรถคันใหญ่ไม่ถนัด จำใจเข้าไปนั่งหน้างอในรถ หรั่งขึ้นนั่งประจำที่คนขับแล้วขับไปตามแผนงานที่ตัวเองวางไว้โดยไม่สนใจเสียงบ่นและเสียงขู่จะฟ้องท่านประธานของแพรวา...

ทางด้านตะวันฉายมาแผนสูง หลอกบารมีว่าเจ้าของยาบ้าเรียกร้องเงินค่าปรับจากเราสองคนฐานทำงานพลาด 20 ล้านบาท เพราะรู้ดีว่าเขาไม่มีปัญญาจะจ่าย แล้วแนะให้ขนยาบ้าอีกหนึ่งงวด ในปริมาณที่มากกว่าเดิมจะได้มีเงินมาจ่ายค่าปรับ บารมีสีหน้าครุ่นคิดหนัก ตะวันฉายทำเป็นเข้าอกเข้าใจว่าเขาไม่อยากทำ แต่มันจำเป็นจริงๆ สัญญาว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เอาให้พอทีเดียวเลยจะได้ไม่ต้องมาทำกันอีก

บารมีนิ่งอึ้งไปสักพัก ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับ ตะวันฉายยิ้มพอใจที่แผนสำเร็จ แต่คราวนี้คงต้องเปลี่ยนจุดนัดพบใหม่ เผื่อจะมีไอ้ตัวดีที่ไหนคาบข่าวไปแจ้งความอีก บารมีรู้ตัวแล้วว่าใครเป็นคนแจ้งตำรวจ

“มันชื่อไอ้หรั่ง ทำงานอยู่ที่ M.S. Group. นี่แหละ”

“ข่าวดีจริงๆ แจ๋วเลยครับ นี่อาจจะเป็นการเรียกเครดิตเรากลับคืนมาได้เป็นอย่างดี”

บารมีสงสัยว่าจะทำได้อย่างไร ตะวันฉายจะมอบรางวัลที่หนึ่งให้ไอ้ตัวดีนั่นโทษฐานปากบอน...

หลังจากหมอทำแผลให้เรียบร้อย ชาติชายยังไม่สามารถพาหลานสาวไปส่งบ้านได้เพราะต้องทำตามตารางเวลาของเธอ วันนี้ตองมีเรียนพิเศษดังนั้นเธอจะถึงบ้านประมาณทุ่มครึ่ง จะถึงก่อนหน้านั้นไม่ได้...

ขั้นตอนงานที่หรั่งวางไว้ให้แพรวาทำสองชิ้นแรก คือไปหาช่างที่สีลมแล้วเอาแบบตัวเรือนที่ขึ้นรูปแล้วไปให้ลูกค้าที่มีนบุรีดูผ่านได้สบายๆ ลูกค้าพอใจแบบใหม่ที่เธอนำเสนอ และยังตกลงราคากันได้ลงตัว แพรวาถึงกับออกปากชมหรั่งว่าวางแผนเก่ง ช่วยให้งานคราวนี้ผ่านฉลุย เขากลับยกความดีความชอบให้เธอ

“คนเก่งมักจะถ่อมตัวใช่ไหม”

“...คุณนี่อารมณ์แปรปรวนน่าดู เมื่อตอนสายๆ คุณยังหมั่นไส้ผมอยู่เลย ตอนนี้กลับมาชมผมซะแล้ว”

“ยังมีตอนดึกอีกรอบหนึ่งนะ อย่าเพิ่งวางใจในอารมณ์ของฉัน แต่ตอนนี้ไปส่งฉันที่บ้านก่อน ขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อย” แพรวาพูดจบเอนหลังพิงพนักรถอย่างผ่อนคลาย หรั่งดูนาฬิกาข้อมือแล้ว ทักท้วงว่ากลับไม่ได้ เดี๋ยวจะไปโรงแรมไม่ทันนัด แพรวาหงุดหงิดบ่นอุบว่าเหลือเวลาอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง จะให้เธอไปอยู่ที่ไหน

หรั่งไม่ตอบ ก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ก่อนจะเลี้ยวรถไปจอดใกล้ลานกว้างซึ่งมีเด็กๆ กำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ ดับเครื่องรถแล้วตรงไปหากลุ่มเด็กๆ แพรวาลงจากรถตะโกนไล่หลัง

“นายจะทำอะไรน่ะนายหรั่ง คิดว่าฉันขับรถคันนี้เองไม่เป็นหรือไง คิดผิดเสียแล้ว” แพรวาขึ้นนั่งประจำที่คนขับจะสตาร์ตรถ แต่หากุญแจไม่เจอ เพราะหรั่งที่กำลังเตะฟุตบอลกับเด็กๆ เอาติดมือไปด้วย

ooooooo

ค่ำแล้วตอนที่นายสยามขับรถเอาชุดสวยที่รำไพจัดไว้สำหรับใส่คืนนี้มาให้แพรวาตรงที่รถจอดอยู่ หรั่งเตือนเธอว่าอย่าลืมใส่กำไลเงินไปด้วย ได้ข่าวมาว่าลูกค้ารายนี้ถูกโฉลกกับเงิน แพรวาล้วงดูในถุงเสื้อพบกำไลเงินวงสวยอยู่ในนั้น นายสยามส่งผ้าเย็นให้หรั่ง แล้วกลับไปขึ้นรถตัวเองขับออกไป หรั่งแกะผ้าเย็นส่งให้แพรวา

“ยี่ห้อนี้สะอาดและกลิ่นหอมดี คุณใช้แค่เช็ดมือก็พอครับ เรายังมีเวลาพอให้คุณเปลี่ยนชุดในห้องน้ำโรงแรมได้” หรั่งว่าแล้วขึ้นประจำที่นั่งคนขับ แพรวามองตามอย่างชื่นชมที่เขาเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม...

ในเวลาต่อมา แพรวาออกจากห้องน้ำของโรงแรมรีเจ้นท์ในชุดสวยสดใส หรั่งรีบนัดแนะกับเธอทันที

“คุณอรทัยนัดลูกค้าไว้ที่ล็อบบี้ คุณไปได้เลย ผมให้เวลาคุณสองชั่วโมง น่าจะเจรจาสำเร็จ ผมจะเอารถมารอที่ด้านหน้าเลยนะครับ อย่าลืมว่าเราให้ส่วนลดเขาได้ไม่เกิน 15%...คุณอรทัยสั่งมาอย่างนั้น โชคดีครับ”

แพรวาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเรียกพลังให้ตัวเองแล้วเดินตรงไปยังล็อบบี้...

ขณะที่แพรวากำลังคุยธุรกิจกับอมรเกียรติลูกค้ารายใหม่ของบริษัทอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม หรั่งแวะไปซื้อผัดไทยกุ้งสดเจ้าเก่าที่เคยซื้อเป็นประจำตอนมาทำงานให้เสี่ยเจ้าของสวนอาหารหรู แม่ค้าทักทายว่าหายไปไหนมาไม่เห็นตั้งนานแล้ว

“ทำงานน่ะสิ แต่มันอร่อยติดใจจนต้องกลับมาซื้ออีกนะนี่” หรั่งไม่วายหยอดคำหวาน...

ในเวลาเดียวกัน ตองขอให้ชาติชายจอดรถริมถนนใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้านที่เธออยู่ แก้มรีบลงจากรถไปรอเรียกแท็กซี่ให้ ชาติชายถามหลานสาวว่าจะลงตรงนี้แน่หรือ เธอพยักหน้ารับ อธิบายว่าต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านเองทุกวัน ขืนให้เขาไปส่งที่บ้านต้องถูกจับได้ว่าโดดเรียน ชาติชายขอร้องอย่าทำอย่างนี้อีก

“อย่างนี้ของอากู๋คืออะไร โดดเรียนหรือมีแฟนเป็นทอม”

“ทั้งสองอย่าง”

“ข้อหนึ่ง หนูเลือกโดดเรียนเฉพาะวันที่ควรจะโดด เฉพาะวิชาที่ไม่เข้าท่า ครูสอนไม่ได้เรื่องอ่านหนังสือเอาเองได้ และก็ได้จริงๆด้วยเพราะถ้าดูเกรดของหนู อากู๋จะเห็นว่าเกรดไม่เคยตก หนูได้ 3.8 ตลอด ข้อสอง หนูว่ามีแฟนทอมดีกว่ามีแฟนเป็นผู้ชายนะ อากู๋ว่าไหม”

ชาติชายถึงกับพูดอะไรไม่ออก ตองขอบคุณเขาที่เข้าใจเธอ แล้วเปิดประตูลงจากรถวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ที่แก้มเรียกให้ สาวทอมเดินมาเกาะประตูรถข้างคนขับ ถามชาติชายว่าจะกลับเลยหรือจะไปส่งเธอก่อน เขาพยักหน้าเป็นทำนองให้ขึ้นรถ ไม่นานนัก รถของชาติชายก็มาถึงปากซอยบ้านแก้ม เธอขอร้องให้จอดตรงนี้ก่อน แล้วปีนข้ามไปเบาะหลังรถเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักเรียน ชาติชายอายแทนรีบออกมารอนอกรถ ร้องเตือนว่า

“กระจกรถคันนี้ไม่ได้ติดฟิล์มทึบนะเว้ย”

“แต่นี่มันก็ตอนมืดแล้วนี่ครับ” ขาดคำ แก้มในชุดนักเรียนเปิดประตูรถออกมา ชาติชายถึงกับอึ้งเพราะเธอผิดจากชุดที่ใส่เมื่อสักครู่ลิบลับ ตอนนี้เธอดูเป็นเด็กสาวน่ารักจนเขาอดยิ้มให้ไม่ได้ แล้วบอกให้เธอเข้าบ้านได้แล้ว แก้มรับคำ ขยับจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นรถเก๋งคันใหญ่แล่นเลยไปจอดหน้าบ้านตัวเอง สาวทอมตัดสินใจกลับมานั่งในรถของชาติชายด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“อากู๋อย่าเพิ่งกลับได้ไหม อยู่เป็นเพื่อนแก้มแป๊บนึงก่อน แก้มยังไม่อยากเข้าบ้าน ไม่อยากเห็นหน้ามัน”

“ใคร?”

“ไอ้เลวนี่มันมาหลอกแม่แก้ม มันเห็นแม่แก้มทำงานเก่ง รู้จักคนเยอะ มันทำเป็นมาจีบ แม่ก็ไปหลงมันจนไม่ลืมหูลืมตา ยอมมันทุกอย่างให้มันทั้งตัวทั้งเงิน เตือนยังไงแม่ก็ไม่ฟัง แม่แทบจะไล่แก้มออกจากบ้านด้วยซ้ำ สักวันแก้มจะดักแทงมันให้ได้เลย คอยดูสิ” แก้มขบกรามด้วยความแค้น

ชาติชายบอกให้ใจเย็นๆก่อน ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ แล้วมองไปที่รถเก๋งคันจอดอยู่หน้าบ้านแก้ม ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นแสงเทพลงจากรถ

ooooooo

หลังการเจรจาธุรกิจกับอมรเกียรติผ่านไปอย่างราบรื่น แพรวาขอตัวกลับก่อน อ้างว่ามีธุระต้องไปทำทั้งๆที่อีกฝ่ายพยายามชวนกินมื้อค่ำฉลองความสำเร็จด้วยกัน เธอตรงมาขึ้นรถที่หรั่งจอดรออยู่ ทันทีที่รถเคลื่อนตัว ผู้ช่วยแสนดีถามเจ้านายสาวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ลูกค้าตกลงตามเงื่อนไขของเราไหม

“เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา” แพรวาเอนหลังพิงพนักอย่างอ่อนแรง ดูนาฬิกาแล้วบ่นอุบว่าห้าทุ่มแล้วหรือ วันนี้วันเดียวทำให้เธอแก่ลงมาก หรั่งปลอบว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่วันแรกๆก็ต้องเหนื่อยหน่อย สักพักก็จะคล่องเอง แพรวาไม่คิดว่างานแบบนี้จะเหมาะกับตัวเอง เขาอดถามไม่ได้ถ้าอย่างนั้นเธอเหมาะกับงานแบบไหน

“ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าธุรกิจพวกนี้เหมาะกับนายมากกว่า อย่างน้อยนายก็อดทนได้กับการกินข้าวไม่เป็นเวลา เฮ้อ...ฉันนึกไม่ออกเลยว่าเคยหิวข้าวมากขนาดนี้มาก่อนหรือเปล่า”

“ถ้าไม่รังเกียจ ผัดไทยห่อนี้คงช่วยคุณได้...อร่อยนะครับ กุ้งสดด้วย” หรั่งส่งห่อผัดไทยให้ แล้วเลี้ยวรถเข้าไปจอดแถวลานกว้างใกล้แม่น้ำ และใช้รถคันนั้นเป็นร้านอาหารย่อมๆ กินผัดไทยด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย หรั่งแปลกใจทำไมแพรวาไม่กินข้าวกับลูกค้าที่โรงแรมไปเลย

“คงกินลงหรอกนะ คนอะไรพูดจบคำหนึ่งต้องหรี่ตาทีหนึ่ง” แพรวาทำท่าเลียนแบบอมรเกียรติให้ดู แล้วหัวเราะชอบใจ หรั่งเชื่อว่าเธอคงไม่เคยกินข้าวในรถอย่างนี้มาก่อน แพรวาจะเคยทำได้อย่างไรตั้งแต่จำความได้คุณป๋าไม่เคยให้เธอไปเล่นที่ไหนไกลหูไกลตา ชีวิตเธอไม่เคยมีอะไรตื่นเต้นเหนือความคาดหมายสักครั้ง

“ชีวิตคุณตรงข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง ชีวิตผมมันมีแต่อะไรที่คาดไม่ถึง มีเรื่องให้ดิ้นรนต่อสู้ตลอด” หรั่งพูดจบเดินตรงไปยังแม่น้ำ แพรวารีบเดินตามจนทันกันที่ริมตลิ่ง ต่างแหงนดูดวงจันทร์สวยด้วยกัน

“คุณเคยใกล้ชิดดวงจันทร์มากที่สุดแค่ไหน เชื่อไหมว่าผมเคยเหยียบดวงจันทร์ ผมสามารถเต้นรำบนดวงจันทร์ได้ คุณเองก็สามารถเกาะแขนผมไปได้เช่นกัน” หรั่งเชื้อเชิญอย่างนึกสนุก

แพรวาชะงักไม่คาดคิดว่าจะมีใครพูดแบบนี้ให้ได้ยิน “นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”

“จริงๆไม่โกหก ตามผมมาสิ” หรั่งเดินเลาะไปตามริมตลิ่ง ปีนขึ้นไปบนขอนไม้โดยมีแพรวาตามไปติดๆ มีเมฆดำเคลื่อนมาบังดวงจันทร์พอดี เขาให้รอเมฆกลุ่มนั้นไปก่อน แพรวาพยายามซักว่าเขาไปจำจากใครมาหรือเปล่า หรือใครเคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะเธอมักจะชวนตะวันฉายไปเหยียบดวงจันทร์อยู่บ่อยๆ แต่เขาไม่สนใจ หรั่งไม่ตอบคำถาม ได้แต่บอกให้เธอตั้งสมาธิดีๆ เมฆมากแบบนี้อาจมีโอกาสแป๊บเดียว เมฆดำลอยผ่านไป ทำให้เห็นตรงใต้ขอนไม้คือแอ่งน้ำย่อมๆ มีเงาสะท้อนของดวงจันทร์ปรากฏอยู่

หรั่งโดดลงไปในแอ่งน้ำนั้น แพรวาโดดตาม ทั้งคู่เหยียบดวงจันทร์กันอย่างสนุกสนาน ครู่เดียวเมฆดำลอยมาบดบังอีกครั้ง กิจกรรมเหยียบดวงจันทร์เป็นอันยุติไปโดยปริยาย

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครเห็นแบบเดียวกับที่ฉันเห็นและเล่นแบบเดียวกับที่ฉันเล่น โดยเฉพาะนาย”

“เรากลับกันได้แล้วครับ เดี๋ยวคุณแม่คุณจะเป็นห่วง” หรั่งตัดบท แล้วเดินกลับไปที่รถ พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเขา ตอนนั้นเหตุการณ์คล้ายกับคืนนี้ เด็กชายกับเด็กหญิงคู่หนึ่งไปเหยียบ

ดวงจันทร์เช่นกัน เด็กชายยังจำเหตุการณ์นั้นได้แม้จะผ่านมา 17 ปีแล้ว แต่เด็กหญิงคนนั้นยังเด็กเกินกว่าจะจำอะไรได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ตราบฟ้ามีตะวัน EP.7 หมาก ยังแค้นฝังใจกับ เก้า ตามราวีทุกครั้งที่มีโอกาส

ตราบฟ้ามีตะวัน EP.7 หมาก ยังแค้นฝังใจกับ เก้า ตามราวีทุกครั้งที่มีโอกาส
2 ธ.ค 2563

09:01 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 13:05 น.