ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หรั่ง นาคำ ชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งเป้าหมายจะไปให้ถึงความฝันด้วยการเป็นคนดี และจะคอยเตือนตัวเองอย่างนี้ทุกวัน เขารับทำงานสุจริตทุกอย่าง วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากส่งเอกสารเสร็จ เขาขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปยังสวนอาหารหรูที่เขากับเพื่อนรับงานเดินสายไฟติดตั้งจานดาวเทียม

ระหว่างรถติดไฟแดง หรั่งเห็นจอโฆษณา LED ซึ่งติดตั้งอยู่ตรงสี่แยก มีภาพของสุริยะ พัวพงศ์ไพศาล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคไทยไทกำลังเป่าเค้กวันเกิดที่บรรดานักการเมืองร่วมพรรคนำมาอวยพร แต่จุดเด่นของข่าวไม่ได้อยู่ที่ตัวสุริยะ นักข่าวกลับให้ความสำคัญไปที่ ตะวันฉาย ลูกชายของเขาซึ่งควงว่าที่สะใภ้มาอวยพรวันเกิดผู้เป็นพ่อ หญิงสาวคนที่ว่าก็คือ แพรวา ทายาทคนเดียวของเผ่าลาภ มหาโชคตั้งสิริ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท M.S. Group ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นกระเป๋าเงินให้พรรคไทยไท

“ทั้งคู่ได้พบรักกันประมาณสี่ปีที่แล้วในวันก่อตั้งพรรคการเมืองของพ่อฝ่ายชาย หลายคนพูดว่าตะวันฉายกับแพรวาคือความลงตัวที่สุดของพรหมลิขิต เป็นต้นแบบของความโรแมนติกที่หนุ่มสาวทุกคนในยุคนี้ใฝ่ฝัน”

นักข่าวรายงานถึงตรงนี้เป็นจังหวะที่หรั่งได้สัญญาณไฟเขียว จึงละความสนใจเลี้ยวรถไปทางซ้ายมือจนมาจอดหน้าสวนอาหารหรูหรากำลังก่อสร้างแห่งหนึ่ง ยังไม่ทันจะถอดหมวกกันน็อก เสียงผู้รับเหมาก่อสร้างตะโกนต่อว่าเรื่องที่ให้เขาเอาของไปส่งที่โกดังตั้งแต่เช้าทำไมเพิ่งกลับมา จะเรียกใช้ก็ตามตัวไม่เจอ

“ผมแวะไปส่งเอกสารมาสองที่น่ะครับ แต่ผมก็ทิ้งเพื่อนไว้ตั้งสามคน เฮียเรียกใช้มันได้นี่ครับ”

ผู้รับเหมาหาว่าสามคนนั่นไม่ได้เรื่อง ขู่ว่าถ้างานของตนไม่เสร็จตามกำหนดจะไม่จ่ายค่าแรงให้เขากับพวก แล้วเดินหัวเสียเข้าไปในร้าน หรั่งเดินไปหยุดที่หน้าจอทีวี เห็นรายการข่าวบันเทิงรายงานว่า คืนนี้สุริยะจะจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดที่โรงแรมหรูกลางกรุง รีบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ชื่อสถานที่จัดงานและเวลาเก็บไว้  ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสุริยะ แต่สนใจว่าที่สะใภ้ของเขา แม้แต่นิตยสารที่มีรูปเธอเป็นหน้าปก คนงานในร้านกำลังขนไปไว้หน้าร้านเพื่อจะขายให้รถรับซื้อของเก่า เขายังอุตส่าห์ขอไว้...

ขณะที่หรั่งกำลังสนใจนิตยสารที่แพรวาขึ้นหน้าปก เท่ห์ หนึ่งในเพื่อนสนิทของหรั่งซึ่งไม่ค่อยชอบขี้หน้าผู้รับเหมาขี้ตืดแอบได้ยินเสี่ยเจ้าของร้านต่อว่าจอมขี้ตืดเรื่องขุดบ่อเลี้ยงปลาราคาแพงเกินไป จึงคิดจะตัดหน้าพอผู้รับเหมาเผลอ เท่ห์แอบไปต่อรองกับเสี่ยว่าตนเองสร้างน้ำตกพร้อมบ่อเลี้ยงปลาได้ในราคาเพียงห้าหมื่นบาทเท่านั้น ถูกกว่าราคาที่ผู้รับเหมาตั้งไว้ถึงสองแสนห้าหมื่นบาท ทำให้เสี่ยถึงกับหูผึ่ง...

หลังเลิกงาน หรั่งแวะร้านขายก๋วยเตี๋ยวริมถนนซื้อผัดไทยสองห่อกลับบ้าน เท่ห์เดินนำโบ้และเซ็งตามเข้ามาคุยโวให้ฟังว่าตนตัดหน้าผู้รับเหมาขี้ตืดเสนอจะสร้างบ่อเลี้ยงปลาให้เสี่ยในราคาห้าหมื่นบาท หรั่งถึงกับส่ายหน้า มีทั้งน้ำพุทั้งน้ำตกแถมยังมีบ่อเลี้ยงปลาคาร์พ ราคาแค่นั้นไม่มีทางทำได้ แล้วขอตัวไปทำธุระก่อน สามเพื่อนซี้เดาได้ไม่ยาก ธุระที่เขาว่าคืออะไร ตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ตาม

ooooooo

ณ โรงแรมหรูซึ่งเป็นสถานที่จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดของสุริยะซึ่งเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ตะวันฉายเพิ่งพาแพรวามาถึงยังไม่ทันจะลงนั่ง พ่อแม่ของเขามาดึงตัวเขาไปทักทายพวกนักการเมือง แพรวาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ...

ตะวันฉายหายไปกับพ่อแม่ตั้งแต่นั้นจนงานเลิก และยังตามพวกท่านไปส่งแขกผู้มีเกียรติที่หน้าโรงแรม  จังหวะนั้น มอเตอร์ไซค์ของหรั่งและเพื่อนๆ แล่นมาจอดฝั่งตรงข้าม ต่างชะเง้อมองไปทางนั้นเป็นตาเดียวกัน เท่ห์ไม่เห็นแพรวาอยู่ในกลุ่มครอบครัวแฟนหนุ่ม ถามหรั่งแน่ใจหรือว่าเธออยู่ที่นี่ด้วย เขาอ้างว่าดูจากข่าว

“ถุย...เชื่อข่าว กูเห็นมึงตามเธออย่างนี้มาเป็นปีๆแล้ว ไม่สำเร็จสักที” เท่ห์ไม่วายแดกดัน

“ก็ไม่ได้แปลว่ากูต้องเลิกตามนี่” หรั่งยังคงใจจดจ่อไปยังฝั่งตรงข้าม โบ้สงสัยถ้าหากได้เจอกับแพรวาจริงๆ หรั่งจะพูดอะไรด้วย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน สามเพื่อนซี้ต่างพากันส่ายหน้าเซ็งๆ หรั่งไม่เห็นหญิงสาวเป้าหมายปรากฏตัวสักทีจึงชวนกันกลับ แต่ไม่วายกำชับว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับก้อยเด็ดขาด...

ฝ่ายตะวันฉายเป็นห่วงแพรวาเนื่องจากทิ้งให้อยู่คนเดียวนานมากแล้ว จึงขออนุญาตแม่แวบไปหาเธอสักครู่ ท่านเตือนอย่าไปนานนักจนต้องไปตามก็แล้วกัน เขารับคำก่อนจะรีบสาวเท้ากลับเข้าไปข้างใน...

ไม่นานนัก หรั่งขี่มอเตอร์ไซค์นำพรรคพวกมาถึงชุมชนแออัดชื่อ “จานเดี่ยว” กำชับเท่ห์ว่าอย่าตื่นสายถ้าไม่อยากตกงาน และอย่าลืมบอกน้าแอ๊ดแม่ของเท่ห์ด้วยว่า พรุ่งนี้เขาจะแวะมารับน้ำเต้าหู้เร็วกว่าทุกวัน จากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน สักพัก หรั่งขี่รถมาจอดหน้าบ้านตัวเอง

ทันทีที่เปิดประตูบ้าน เสียงกระดิ่งที่ห้อยอยู่เหนือประตูดังกังวานไปทั่ว หรั่งเดินเลยไปหยิบจานกับตะเกียบเอาไปวางรวมกับห่อผัดไทยบนโต๊ะอาหารเล็กๆ พลางร้องเรียกก้อยหญิงสาวตาบอดซึ่งอยู่ในความดูแลของเขาว่าผัดไทยอยู่บนโต๊ะ แล้วเดินเข้าห้องตัวเองเป็นจังหวะเดียวกับก้อยออกจากห้องของเธอเดินไปที่โต๊ะอาหาร จัดแจงแกะผัดไทยใส่จานอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะค่อยๆคลำขอบโต๊ะไปยังที่นั่งของตน

ด้านหรั่งหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนข้อความว่า “คงยังไม่ถึงเวลาของเรา คงต้องเฝ้ารอต่อไปแค่เกือบ แค่เฉียด แค่ไม่ไกล แต่ก็ยังไม่ใกล้” จากนั้นก็ลงวันและเวลากำกับไว้ เสียงก้อยร้องเรียกให้มากินอาหารได้แล้วดังขึ้น ชายหนุ่มวางปากการีบตรงไปยังโต๊ะอาหาร ด้วยความหิวเขาคว้าตะเกียบคีบผัดไทยจะใส่ปาก ก้อยต้องร้องทักเขาจึงวางตะเกียบลงแล้วสวดภาวนาด้วยกัน

“หากวันนี้เราสองคน กระทำสิ่งใดที่เป็นผิดเป็นบาป ล่วงเกินผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจาใจ ทั้งรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดให้อภัยและมอบพลังกายพลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป หลังอาหารมื้อนี้ด้วยเถิด” สิ้นเสียงอธิษฐาน ทั้งคู่ลงมือกินผัดไทยกันไปคุยกันไป ก้อยหวังว่าหรั่งคงจะได้เจอพ่อของเขาในเร็ววัน เขาเองก็หวังเช่นนั้น แม้รู้ว่าการโกหกไม่ดี แต่หรั่งไม่มีทางเลือก

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ระเบียงริมน้ำภายในโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง แพรวากำลังตัดพ้อต่อว่าตะวันฉายที่ทิ้งให้อยู่คนเดียว ทีหน้าทีหลังถ้าเขามีแขกผู้ใหญ่ต้องดูแลมากมายก็ไม่ควรพาเธอมาด้วย เขาอ้างว่าไม่รู้มาก่อน ต้องขอโทษเธอด้วย หญิงสาวพานน้อยใจคิดว่าพ่อของเขาไม่อยากให้ใครต่อใครรู้จักเธอ

“ใครว่า วันนี้เพื่อนๆ คุณพ่อพูดถึงน้องแพร กันทั้งนั้น พวกเขาว่าพี่เป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก”

แพรวายิ้มอายๆ ก่อนจะถามว่าจำได้ไหมวันนี้เป็นวันอะไร ตะวันฉายจำได้แม่น วันนี้เป็นวันครบรอบสี่ปีที่ได้รู้จักกับเธอ และยังจำได้อีกว่าเมื่อสี่ปีที่แล้วพูดอะไรกับเธอไว้ แล้วทวนคำพูดนั้นให้ฟัง

“คุณจะยิ้มและยอมนั่งรถไปกับผมดีๆ หรือจะเดินหันหลังไปจากตรงนี้เพื่อที่จะไล่ชนรถทุกคันที่คุณนั่ง”

หญิงสาวยิ้มพอใจ ก่อนจะเตือนให้ตะวันฉายเลิกขับรถเร็วได้แล้ว เขามีข้อแม้ ถ้าจะให้ขับรถช้าๆ เธอจะต้องนั่งเคียงข้างเขาตลอดไป ขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังป้อนคำหวานให้กัน โฉมฉายเข้ามาขัดจังหวะ อ้างว่าสุริยะให้มาตามตัวลูกชาย เพื่อนๆของท่านชวนไปเที่ยวกันต่อ ส่วนแพรวา เธอจะให้คนขับรถพาไปส่งบ้านเอง...

ขณะที่แพรวาถูกตะวันฉายทิ้งเป็นรอบที่สอง หรั่งหยิบกระดาษที่ตัดเป็นรูปเจ้าชาย เจ้าหญิงและตัวการ์ตูนรูปสัตว์ต่างๆมาประกอบการเล่านิทานก่อนนอนให้ก้อยฟัง โดยที่เธอเองสีไวโอลินคลอไปตลอดเหมือนที่เคยทำ
ทุกคืน จนเห็นสมควรแก่เวลา เขาจึงบอกให้เธอเข้านอน แล้วพาไปนอนที่เตียง ดึงผ้ามาห่มให้

จากนั้น หรั่งหอบกระดาษรูปตัวการ์ตูนต่างๆกลับห้องตัวเองหยิบนิตยสารที่ขอคนงานมาจากร้านอาหารตัดรูปแพรวาเอาไปแปะไว้ที่กระดานไม้แผ่นใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยรูปภาพของเธอ เขาเก็บสมุดบันทึกไว้ในกล่องรวมกับข้าวของสำคัญแล้วนำไปซ่อนไว้ ก่อนจะดึงเชือกที่ห้อยอยู่ข้างผนัง ทำให้แผ่นกระดานที่มีรูปขึ้นไปอยู่บนเพดานห้อง นอนมองรูปภาพเหล่านั้น พลันภาพความหลังเมื่อ 18 ปีที่แล้วผุดเข้ามาในความคิดของเขา

ooooooo

หรั่งตื่นแต่เช้านำผักและสมุนไพรที่ทำเองไปใส่กล่องท้ายรถมอเตอร์ไซค์ แล้วแวะไปรับน้ำเต้าหู้ฝีมือน้าแอ๊ดแม่ของเท่ห์ไปส่งให้ลูกค้าขาประจำที่ธนาคารรัตน- ทรัพย์ซึ่งเขาเองเป็นแมสเซนเจอร์ขาจรอยู่ที่นั่นด้วย

วันนี้โชคดี จรรยาเจ้าหน้าที่ธนาคารมีเอกสารให้หรั่งไปส่งหลายฉบับ เขารีบเก็บขวดเปล่าใส่กล่องแล้วเอาไปวางแอบๆไว้ด้านในสุดของธนาคาร บังเอิญเห็นอเนกหนึ่งในพนักงานกำลังเขียนตัวเลขในใบถอนเงินของธนาคารหลายใบ พร้อมกับพูดโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ

“เออ...บ่ายนี้จะส่งให้งวดหนึ่งก่อน...บ่ายนี้จริงๆ อย่าเพิ่งกดดันกันมากนักสิ” อเนกหันขวับมาทางที่หรั่งยืนอยู่พอดี ตาต่อตาประสานกัน ยังไม่มีใครทันพูดอะไร จรรยากลับมาพร้อมกับซองเอกสารในมือ

“เอ้านี่เอกสารวันนี้ สามรายการ ไปตามใบปะหน้า นั่นนะ เสร็จแล้วค่อยแวะไปจ่ายค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ของพี่กับของผู้จัดการ ไปให้ทันเวลาล่ะ” จรรยาสั่งเสร็จยื่นเอกสารให้ หรั่งรับซองเหล่านั้นแล้วผละจากไปโดยมีสายตาดุดันของอเนกมองตามราวกับจะเผาให้เขามอดไหม้...

ในระหว่างที่หรั่งเห็นเรื่องไม่ชอบมาพากล เผ่าลาภพ่อของแพรวาดีใจเก้อ คิดว่าลูกจะไปดูเหมืองพลอยด้วยกัน เธอไปด้วยไม่ได้เนื่องจากวันนี้มีนัดกับตะวันฉาย เผ่าลาภทักท้วงเมื่อวานก็เจอกันแล้วไม่ใช่หรือ

“เมื่อคืนหนูงอนเขา วันนี้ต้องไปให้เขาง้อหน่อยค่ะคุณป๋า” แพรวาว่าแล้วก้าวฉับๆออกไป สวนกับนายสยาม คนขับรถคนสนิทของเผ่าลาภที่เข้ามาเอาเอกสารจากเจ้านาย

“เอาเอกสารนี่ไปให้ผู้จัดการธนาคารรัตนทรัพย์ มีอะไรที่ฉันต้องเซ็นก็เอากลับมา แล้วก็เอาเช็กเงินสดนี่ไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ให้ฉันด้วย ช่วยๆผู้จัดการเขาหน่อย”

รำไพแม่ของแพรวารอจนนายสยามลับสายตา จึงถามสามีว่าตกลงจะไปเหมืองหรือเปล่า เผ่าลาภหมดอารมณ์จะไปแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ลูกของเราสองคนจะรู้จักโตเสียทีจะได้มาช่วยดูแลกิจการบ้าง...

ในขณะที่แพรวามีงานของครอบครัวรอให้ทำหลายอย่าง เท่ห์ โบ้และเช็งกลับหางานทำไม่ได้เพราะนายหน้าจัดหางานไม่เชื่อว่าทั้งสามคนจะมีฝีมือ นอกจากจะไม่มีอุปกรณ์ช่างติดตัวมาด้วย ยังคุยโวดีแต่ปาก จึงไล่ให้กลับไป เท่ห์ไม่ยอมแพ้ ตามไปเลียบๆ เคียงๆ ถามช่างคนหนึ่งซึ่งนั่งรออยู่ท้ายรถกระบะว่าวันนี้ไปรับงานที่ไหนหรือเปล่า ถ้ายังไม่มีงาน สนใจไปทำบ่อเลี้ยงปลาสวยงามไหม เขายินดีจ่ายไม่อั้น

“ต้องถามหัวหน้าก่อน” ช่างคนนั้นว่าแล้วพยักพเยิดข้ามไหล่เท่ห์ไปด้านหลัง เขาหันมองถึงกับสะดุ้งเพราะหัวหน้าที่ช่างคนนั้นว่าคือผู้รับเหมาขี้ตืดที่เขาเกลียดขี้หน้านั่นเอง ช่างปรี่เข้าไปหาผู้รับเหมา แจ้งว่ามีคนมาจ้างทำบ่อปลา แล้วหันมองมาทางเท่ห์ แต่เขาหายตัวไปแล้ว หนีไปแอบข้างรถที่อยู่ติดกันได้อย่างหวุดหวิด

พลันสายตาของเท่ห์เหลือบไปเห็นรถกระบะจอดเสียอยู่ ด้านหลังมีข้อความเขียนว่า “รามอินทราฟาร์ม รับทำบ่อทุกชนิด ราคามิตรภาพ” เจ้าของรถคันนั้นกำลังเข็นรถหลบข้างทาง ชายหนุ่มมีความหวังขึ้นมาทันที...

ระหว่างที่หรั่งออกไปทำงานตัวเป็นเกลียว ก้อยก็ไม่ได้อยู่เฉย ร้อยพวงมาลัยให้เม่นเด็กที่อยู่ในชุมชนแออัดเดียวกันเอาไปขาย แม้ตาจะบอดแต่ฝีมือร้อยพวงมาลัยดอกไม้สดของเธอไม่ได้ด้อยกว่าคนตาดี...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ตะวันฉายกับแพรวาขับรถมาติดไฟแดงข้างๆกันพอดี เขาอยากจะง้อเธอจึงซื้อพวงมาลัยดอกมะลิพวงที่สวยที่สุดจากเด็กขายพวงมาลัย แล้วสั่งให้เอาไปให้รถคันที่อยู่ติดกัน พร้อมกับโทร.เข้าไปง้อว่า ดอกมะลิพวงนี้แทนคำขอโทษที่เมื่อวานเขาไม่ได้ไปส่งเธอที่บ้าน แพรวาทำหวานคืนบ้าง เหมาพวงมาลัยของเด็กคนขายทั้งหมดแล้วเอาไปให้ตะวันฉายซึ่งถามผ่านมือถืออย่างงงๆว่า ให้เนื่องในโอกาสอะไร

“ในวาระที่ก้าวเข้าสู่วันแรกของปีที่ห้าที่เราคบกันค่ะ” แพรวาว่าแล้วหันไปยิ้มหวานให้เขา...

แต่แล้วความสุขของแพรวาได้แค่ชั่วครู่ชั่วยาม ระหว่างกินมื้อเที่ยงด้วยกัน ตะวันฉายขอให้เธอช่วยเก็บความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็นความลับ เพราะพ่อของเขากำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลไม่อยากให้มีข่าวทำนองนี้ออกสื่อ เธอพยายามข่มความโกรธและความน้อยใจไว้ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้เมื่อเขาเพิ่งมาบอกว่าพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อแม่เป็นเวลาเกือบสองเดือน และขอร้องไม่ให้เธอไปส่ง อ้างว่าพ่อของเขาไม่อยากให้นักข่าวเห็นเธอที่สนามบิน หญิงสาวไม่พูดอะไร ลุกพรวดออกจากร้านอาหารทันที

ooooooo

หรั่งไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆหลังจากเสร็จงาน ที่จรรยามอบหมายให้ เขาแวะไปช่วยงานที่ร้านรับซ่อมจักรยาน พอถึงเวลาพักเที่ยง เขาซื้ออาหารกลับไปกินกับก้อยที่บ้านเช่า และเล่าเรื่องที่เห็นการทุจริตที่ธนาคาร ให้ฟัง เธอขอร้องว่าอย่าไปยุ่ง ไม่ใช่ธุระอะไรของเรา

“ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้ บ้านเมืองก็แย่สิ เราทำในสิ่งที่ถูกเสียอย่าง จะไปกลัวอะไร”

จังหวะนั้น เท่ห์ โบ้และเช็งตามมาสมทบพร้อมกับโยนหนังสือเคล็ดวิธีสร้างบ่อปลาด้วยตัวเองให้หรั่งดู เท่ห์อ้างว่าพี่รูญซึ่งเป็นเซียนสร้างบ่อปลา เจ้าของรามอินทราฟาร์มให้ยืมมา หรั่งแนะให้จ้างพี่รูญทำบ่อปลาไปเลยแล้วขอแบ่งเปอร์เซ็นต์เอาจะง่ายกว่า โบ้ขัดขึ้นทันทีว่าเงินแค่ห้าหมื่นพี่รูญสร้างให้ไม่ได้อย่างต่ำสองแสนบาท ก้อยสงสารเท่ห์ ขืนรับทำต้องขาดทุนย่อยยับแน่นอน

“ขาดทุนได้อย่างไร เราก็ลดสัดส่วนทุกอย่างลง ใช้วัสดุที่ถูกๆหน่อย และก็ใช้แรงงานตัวเองทำด้วยตัวเองทุกอย่างตามตำราเล่มนี้ โธ่ กำไรเห็นๆ”

หรั่งอยากรู้ว่าเท่ห์ไปรู้จักพี่รูญคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงยอมให้ยืมหนังสือ เขาโกหกว่าไปช่วยเข็นรถพี่รูญเลยให้ยืม แต่ความจริงแล้ว เขาขโมยมาจากท้ายกระบะตอนไปช่วยเข็นรถนั่นเอง...

ฝ่ายแพรวาตั้งใจจะไม่ยอมคืนดีกับตะวันฉาย แต่ด้วยความช่วยเหลือจากอรจิราเพื่อนสนิทของเธอเองทำให้เขาตามมาง้อสำเร็จ และนัดแนะว่าก่อนขึ้นเครื่องบินพรุ่งนี้ พ่อของเขามีงานเลี้ยงที่โรงแรม ให้เธอไปส่งเขาที่นั่นก็แล้วกัน แพรวาดีใจมากตั้งใจมั่นจะต้องไปส่งเขาให้ได้...

ไม่ได้มีแต่ก้อยเท่านั้นที่เตือนไม่ให้หรั่งไปยุ่งเรื่องทุจริตของอเนก โตซึ่งเป็นยามของธนาคารก็พูดเป็นทำนองเดียวกัน และแนะนำว่าถ้าอยากจะเจริญให้ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด หรั่งยังไม่ทันจะว่าอะไรมีรถเก๋งคันใหญ่แล่นเข้ามาหาที่จอดรถ เขารีบวิ่งไปขยับมอเตอร์ไซค์คันที่จอดขวางและโบกมือให้รถคันนั้นเข้ามาจอดเป็นจังหวะเดียวกับป้าเชื่อมมาถึงหน้าธนาคารพอดี อเนกกุลีกุจอออกมาต้อนรับ โดยมีหรั่งมองตามไม่วางตา

นายสยามลงจากรถคันโก้ หันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่ช่วยขยับมอเตอร์ไซค์ให้เป็นทำนองขอบใจ โดยไม่รู้ว่าทำกระเป๋าใส่เงินหล่น หรั่งเก็บได้วิ่งเอาไปคืนให้ สร้างความพอใจให้นายสยามเป็นอย่างมาก...

อเนกทุจริตอย่างที่หรั่งคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน อาศัยที่ป้าเชื่อมวางใจเขียนใบเบิกเงินมากกว่าจำนวนที่แกต้องการ แล้วใช้มือบังตัวเลขไว้ ด้วยความแก่สายตาฝ้าฟางทำให้แกไม่ทันเห็นจึงเซ็นชื่อให้ อเนกรีบเก็บใบถอนเงิน แล้วส่งเงินให้แกเพียงห้าพันบาททั้งๆที่เขียนใบถอนเงินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

หรั่งทนดูไม่ได้ แนะป้าเชื่อมว่าน่าจะดูใบถอนเงินให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนอเนกจะถูกจับพิรุธได้มีโทรศัพท์มาตามตัวป้าเชื่อมเสียก่อน ทำให้รอดตัวหวุดหวิด สร้างความไม่พอใจให้เขามากที่หรั่งมาวุ่นวาย เก็บความแค้นไปฟ้องผู้จัดการธนาคารให้พิจารณาเลิกจ้างหรั่งจุ้นจ้านกับลูกค้าเกินหน้าที่ แต่ผู้จัดการต้องงุนงงเมื่อนายสยามซึ่งนำเอกสารจากเผ่าลาภมาให้ กลับชมหรั่งว่าเป็นคนดีไม่หยุดปาก...

นอกจากจะฟ้องผู้จัดการฯ ให้ไล่หรั่งออกแล้วอเนกยังตามมาข่มขู่ถึงลานจอดรถ แต่เขาไม่สนใจ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับออกไป โดยไม่รู้ว่าเรื่องที่ทั้งคู่คุยกัน นายสยามได้ยินตลอด...

ด้านเท่ห์ อาศัยตอนที่มารับค่าแรงพร้อมกับโบ้และเช็งจากผู้รับเหมาขี้ตืดที่สวนอาหารเปิดใหม่ แอบเอารูปบ่อเลี้ยงปลาจากในมือถือไปเสนอให้เสี่ยเจ้าของร้านดู เสี่ยถูกใจมากที่จะได้บ่อปลาทั้งสวยทั้งราคาย่อมเยา ถามว่าอีกกี่วันทำเสร็จ เขาต่อรองถ้าเสี่ยจ่ายเงินมัดจำก่อน 25% ไม่เกินสองอาทิตย์รับรองงานเสร็จเรียบร้อย

ooooooo

ขณะที่เท่ห์หลอกเงินเสี่ยเจ้าของร้านอาหารมาได้โดยไม่ยากเย็น หรั่งพาก้อยไปพบหมอจักษุตามนัด หมอตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วแนะให้ผ่าตัดใส่กระจกตาเทียมถ้ารอบริจาคดวงตาไม่ไหว ก้อยปฏิเสธว่ายังผ่าตัดไม่ได้ต้องรอให้เจอพ่อของหรั่งก่อน ถึงจะมีเงินจ่ายค่าผ่าตัด หมอมองหน้าหรั่งครู่หนึ่ง

“ตอนนี้ก็ หยอดตาไปก่อนนะครับ วันนี้หมอจะเปลี่ยนยาตัวใหม่ให้ ขออวยพรให้เจอคุณพ่อเร็วๆนะ”

หรั่งขอบคุณหมอแล้วพยุงก้อยออกไปนั่งรอหน้าห้องจ่ายยา ทำทีจะไปเอายาให้ แต่กลับเดินเข้าไปในซอกเล็กๆที่ไร้ผู้คน เจอหมอจักษุที่รักษาก้อยยืนรออยู่ หรั่งถามอาการแท้จริงของก้อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าการมองเห็นดูจะแคบลงไปอีก ไม่สามารถควบคุมความดันในลูกตาคนไข้ได้ หมอนิ่งไปอึดใจก่อนจะเอ่ยว่า

“ถามจริงๆเถอะว่า ที่บอกว่าถ้าคุณเจอพ่อแล้วจะมีเงินมาผ่าตาก้อยน่ะเรื่องจริงหรือโกหก”

หรั่งนิ่งไม่ตอบ นั่นยิ่งทำให้หมอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เตือนให้เขาบอกความจริงทั้งหมดกับก้อย ก่อนจะแย่ไปกว่านี้ เธอเหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเท่านั้น เขาต้องรีบหาเงินมาผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ไม่เช่นนั้นเธอจะตาบอดถาวร หลังจากพบหมอจักษุแล้ว หรั่งได้รับโทรศัพท์จากเท่ห์อาสาเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเย็น เนื่องจากเพิ่งได้รับเงินค่าจ้างมา ก้อยยิ้มมีความสุข นานๆจะได้กินข้าวนอกบ้านสักครั้ง...

ความสุขได้แค่ชั่วครู่เท่านั้น เมื่อก้อยกับหรั่งเสร็จจากกินข้าวกลับถึงบ้านพบว่าข้าวของพังยับเยิน มีกระดาษ แผ่นใหญ่เขียนข้อความข่มขู่ติดอยู่ที่ผนังว่า นี่แค่เตือน ต่อไปจะหนักกว่านี้ถ้าไม่เลิกแส่เรื่องคนอื่น หรั่งนึกถึงของ สำคัญในห้องตัวเอง รีบเข้าไปดู ถึงกับถอนใจโล่งอกที่รูปแพรวาบนเพดานห้องไม่ถูกฉีกทิ้ง ข้าวของในกล่องรวมทั้งล็อกเกตรูปไวโอลินทำด้วยทองคำขาวยังอยู่สภาพเดิม...

ไม่ได้มีแต่หรั่งเท่านั้นที่มีปัญหา บารมีน้องชายของเผ่าลาภก็หาเรื่องใส่ตัว พาชายฉกรรจ์ 4 คนเข้าไปทำลายโชว์รูมรถของคู่อริ แต่กลับโดนย้อนเกล็ดพวกนั้นรู้ทันพานักเลงนับสิบมาดักรอ บารมีโดนยำสะบักสะบอมหนำซ้ำยังถูกจับตัวส่งตำรวจ เดือดร้อนถึงเผ่าลาภที่ต้องมาช่วยประกันตัวให้ พอถูกพี่ชายตักเตือน แทนที่จะสำนึกกลับด่าว่าเขาต่างๆนานา เผ่าลาภว่าถ้าไม่เห็นแก่กันทิมาเมียของบารมี คงไม่มาให้เสียเวลา...

ฝ่ายตะวันฉายพออยู่ลับหลังแพรวา ลายเจ้าชู้ออกทันที จะไปเมืองนอกหลายวันแทนที่จะอยู่กับแฟนกลับจัดปาร์ตี้หนุ่มโสด มีกฤษฎาซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของแพรวาอยู่ร่วมก๊วนด้วย ชวนสาวเซ็กซี่มาคลอเคลีย แพรวาโทร.มาหาตะวันฉายได้ยินเสียงอึกทึก ก็โกหกว่าอยู่ในงานเลี้ยงกับพ่อ ด้วยความเชื่อใจเธอจึงไม่สงสัยอะไร

ooooooo

หรั่งมาถึงธนาคารรัตนทรัพย์แต่เช้าเหมือนเคย อเนกรอจนเขาขายน้ำเต้าหู้กับสมุนไพรเสร็จ เข้ามาพูดจาข่มขู่อีก แต่เขาไม่เกรงกลัว เดินผ่านหน้าเข้าไปหาจรรยาซึ่งรออยู่ด้านใน

“เช้านี้มีเอกสารด่วนส่งถึงร้านคุณเพ็ญนะ อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ รอผู้จัดการมาเซ็นชื่อแล้วเอาไปส่งได้เลย”

ชายหนุ่มรับคำแล้วหาที่นั่งรอ ไม่สนใจสายตาเหี้ยม เกรียมของอเนกที่จ้องมองอยู่...

ด้านแพรวาวานให้นายสยามช่วยขับรถพาไปยังโรงแรมหรูซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเพื่อจะไปหาตะวันฉายก่อนจะออกเดินทางไปสนามบิน แต่รถติดแทบไม่ขยับเขยื้อน เธอต้องคอยโทร.ส่งข่าวให้แฟนหนุ่มรู้เป็นระยะๆ และเตือนว่าอย่าเพิ่งไป ต้องรอเธอก่อน เขาให้เวลาเธอไม่เกินยี่สิบนาที เพราะพ่อของเขาเร่งมาแล้ว

“แล้วน้องแพรจะทำยังไงล่ะคะ ดอกไม้ก็ยังไม่ได้ซื้อเลย” แพรวาพูดจบเหลือบเห็นฝั่งตรงข้ามมีร้านขายดอกไม้คุณเพ็ญตั้งอยู่ บอกให้นายสยามตามไปที่โรงแรม ขณะที่ตัวเองลงจากรถข้ามถนนไปสั่งดอกไม้ ขอร้องให้คุณเพ็ญช่วยเร่งมือจัดดอกไม้ให้เพราะต้องถึงมือผู้รับภายในยี่สิบนาที เจ้าของร้านจัดเสร็จในเวลารวดเร็วและแนะว่าถ้าจะไปให้ทันต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จังหวะนั้นหรั่งขับมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าร้านพอดี

“เอ่อ ถ้าคุณไม่รังเกียจนะคะ คุณเพ็ญขอเสนอพนักงานมอเตอร์ไซค์ที่สามารถรับรองความซื่อสัตย์และปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ คุณเพ็ญใช้บริการเขาเป็นประจำค่ะ เขากำลังเดินเข้ามา”

หรั่งเห็นสาวในดวงใจตัวเป็นๆถึงกับยืนตะลึงแทบลืมหายใจ คุณเพ็ญขอร้องเขาช่วยไปส่งแพรวาให้หญิงสาวร้อนใจเดินไปรอที่มอเตอร์ไซค์ซึ่งจอดอยู่หน้าร้าน หรั่งส่งเอกสารให้คุณเพ็ญเรียบร้อยรีบกลับมาที่รถเห็นแพรวานั่งคร่อมบนเบาะรอท่าอยู่ พลางถามว่าต้องทำอย่างไรบ้างเกิดมาไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์

“ก็...เกาะเอวผมไว้แน่นๆ”

แพรวาทำตามอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มยิ้มมีความสุขไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีวันนี้...

ในที่สุดหรั่งซิ่งมอเตอร์ไซค์มาส่งแพรวาที่โรงแรมได้ทันเวลา เธอถอดหมวกกันน็อกคืนแล้วจ้ำพรวดๆ ไปหาชายคนรักที่ชั้นลอยอารามรีบร้อนลืมช่อดอกไม้ไว้บนเบาะรถ หรั่งหันมาเห็น รีบคว้ามันวิ่งตามเธอจนทันกันตรงบันได ก่อนที่จะยื่นช่อดอกไม้ให้ วินาทีนั้นสำหรับเขาแล้วโลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน แพรวารับช่อดอกไม้แล้ววิ่งต่อไปไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง ทันทีที่เจอตะวันฉาย เธอโผกอดไว้แน่น แค่อึดใจเดียวเขาก็ดันแพรวาออก

“พี่ต้องไปแล้วล่ะ คุณพ่อพี่รออยู่ข้างในกับผู้ใหญ่หลายคน น้องแพรคงเข้าใจนะ”

“อย่างน้อยน้องแพรก็มาส่งพี่ตะวันทัน...อ้ะ นี่น้องแพรให้” แพรวาส่งช่อดอกไม้ให้

ที่ห้องโถงโรงแรมด้านล่าง หรั่งแหงนหน้ามองเห็นตะวันฉายรับดอกไม้จากแพรวาก่อนจะก้มไปหอมแก้มเธอ เขาได้แต่จินตนาการว่าชายคนนั้นน่าจะเป็นตัวเอง แม้จะไม่เป็นดั่งใจคิด แค่ได้อยู่ใกล้ชิดสาวในดวงใจก็ทำให้หรั่งยิ้มไม่หุบ เดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ คว้าหมวกกันน็อกจะมาสวม เหลือบเห็นกลีบดอกไม้ของเธอร่วงอยู่บนเบาะรถ เขาหยิบขึ้นมาดมต่างแก้มแพรวา แล้วขับมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างมีความสุข...

ครู่ต่อมา แพรวาออกมาจากตัวอาคารไม่เห็นอัศวินขี่มอเตอร์ไซค์คนนั้นแล้ว เจอแต่นายสยามที่ลงมาเปิดประตูรถให้ เธอบ่นเสียดายที่ไม่ทันได้ขอบคุณเขาคนนั้นที่มาส่ง เงินก็ไม่ได้จ่าย เขาเป็นใครเธอเองก็ไม่รู้

“คุณแพรไม่ต้องห่วงครับ ผมรู้ว่าเขาคือใคร” นายสยามยิ้มกว้าง

ooooooo

หรั่งตื่นแต่ไก่โห่เช่นเคย แต่เนื่องจากช่วงเช้าไม่มีเอกสารต้องส่ง จึงนั่งมองกลีบดอกไม้ของแพรวาที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมาดู แล้วจดบันทึกลงในสมุด

“เธอช่างงามพร้อม สมเป็นเทพธิดาในฝัน ในที่สุดเราก็ได้พบกัน” หรั่งไม่ลืมลงวันและเวลากำกับไว้ พลางยิ้มมีความสุข โดยไม่รู้ว่ามีชายในชุดสูทสามคนกำลังช่วยกันปิดคำสั่งศาลตามเสาไฟฟ้าที่อยู่ในชุมชน...

ขณะที่ชาวชุมชนจานเดี่ยวยังคงดำเนินชีวิตตามปกติไม่ล่วงรู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง รำไพอดเป็นห่วงลูกสาวที่มัวหลงใหลได้ปลื้มไปกับชายคนรักไม่ได้ เตือนให้เธอเผื่อใจไว้บ้าง ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน แพรวาไม่ใส่ใจเพราะความรักกำลังบังตา รำไพสบช่องที่ลูกอารมณ์ดีสั่งให้ไปเหมืองพลอยกับพ่อวันนี้ ห้ามอิดออดเด็ดขาด...

ทันทีที่ผู้ใหญ่เงาะรู้เรื่องคำสั่งศาลให้ชาวบ้านรื้อถอนออกไปจากที่นี่ภายใน 7 วัน เปิดหวูดเตือนภัยดังลั่นพร้อมกับประกาศทางเครื่องขยายเสียงเรียกลูกบ้านมาประชุมกัน จากนั้นจึงขอมติที่ประชุมจะต่อสู้หรือจะถอยทุกคนตกลงใจจะอยู่ต่อสู้ ผู้ใหญ่เงาะจึงสั่งให้พวกผู้ชายเตรียมรับมือเพราะได้ข่าวมาว่าเย็นนี้ตำรวจจะยกกำลังบุกเข้ามา หรั่งไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลัง ถ้าเย็นนี้ตำรวจมา เขาอาสาเป็นตัวแทนของชาวบ้านเจรจาให้เอง...

บ่ายมากแล้วกว่านายสยามจะขับรถพาเผ่าลาภกับแพรวามาถึงเหมืองพลอยของบริษัท M.S. Group. ทนงศักด์ซึ่งเป็นน้องเขยของเผ่าลาภมารอต้อนรับ พร้อมกับรายงานเรื่องสร้างสนามกอล์ฟให้ฟังว่า เขาเชิญบรรดาโปรกอล์ฟมาหารือแล้ว หลายคนเห็นพ้องกันว่าวิวเหมืองพลอยทำให้สนามกอล์ฟสวยไปอีกแบบหนึ่ง เผ่าลาภอยากรู้ว่านักธรณีวิทยาสำรวจสายแร่ในพื้นที่แล้วลงความเห็นอย่างไรบ้าง

“เขาขอใช้ดาวเทียมอีกสักสี่ห้าจุด แถวๆท้ายเหมือง” ทนงศักดิ์พูดจบ พาเผ่าลาภกับแพรวาขึ้นรถกอล์ฟสำรวจพื้นที่รอบเหมือง หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่าทนงศักดิ์ทำเหมืองพลอยอยู่ดีๆ ทำไมจะเปลี่ยนไปสร้างสนามกอล์ฟ เขาปฏิเสธทันทีว่านี่ไม่ใช่ความคิดของเขาแต่เป็นของเผ่าลาภที่เห็นว่าการทำเหมืองต้องใช้พื้นที่มาก พอขุดแล้วไม่เจอพลอย ที่ดินก็จะสูญเปล่า  จึงคิดจะหาประโยชน์จากที่ดินเหล่านี้โดยสร้างเป็นสนามกอล์ฟ

“นักกอล์ฟทุกคนจะอยากมาเล่นที่นี่ เผื่อโชคดี อาจเจอพลอยสักก้อนสองก้อนในหลุมทราย”

แพรวาชมพ่อตัวเองไม่หยุดปากว่าเป็นไอเดียที่ เยี่ยมมาก หลังจากชมพื้นที่รอบเหมือง ทนงศักดิ์ขับรถพาสองพ่อลูกมายังท้ายเหมืองตรงจุดที่นักธรณีวิทยากำลังสำรวจสายแร่ที่มาสุดด้านหลังเขาซึ่งไม่ใช่ที่ดินของบริษัท

เผ่าลาภสั่งการให้ทนงศักดิ์รีบติดต่อซื้อที่ดินที่สำรวจพบสายแร่ ก่อนที่ใครจะมาตัดหน้า แล้วนึกขึ้นได้ว่าวันก่อนชาติชายหรือเหลียงน้องชายอีกคนหนึ่งของเขา โทร.มารายงานว่าหัวหน้าช่างเจียระไนเมาเหล้าไล่ชก ลูกน้อง จึงตำหนิทนงศักดิ์ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงเจียระไนทำไมไม่ดูแลลูกน้องให้ดี ปล่อยให้ต่อยตีกัน เขาแก้ตัวว่าไม่มีอะไร แค่หยอกล้อกันเท่านั้น...

พอได้เจอหน้าชาติชาย ทนงศักดิ์รีบเข้าไปเคลียร์ว่าไม่มีคนงานคนไหนเมาอาละวาด ชาติชายคงเข้าใจผิดไปเอง ทีหน้าทีหลังถ้ามีปัญหากับคนในปกครองของเขา กรุณารายงานเขาก่อนตามลำดับสายงาน แล้วเขาจะรายงานเผ่าลาภเอง ชาติชายรับคำสีหน้านิ่งสนิท ก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มเครื่องจักรขนาดใหญ่แถวนั้น

อรทัยซึ่งเป็นน้องสาวคนรองต่อจากเผ่าลาภขับรถกอล์ฟพากฤษฎาหรือต้นและตองลูกชายกับลูกสาวของเธอตามมาสมทบ กฤษฎาได้ยินแพรวาคุยโทรศัพท์อยู่กับตะวันฉาย รีบเดินเข้าไปแซว

“ไอ้ตะวันฉายนี่มันขยันทำคะแนนจริงๆ ทำเป็นโทร.ข้ามประเทศมาหา พูดๆ อยู่นี่อาจมีสาวอึ๋มๆ เคลียคลอ ออเซาะอยู่ข้างๆก็ได้ใครจะรู้”

แพรวาเถียงว่าแฟนของตนไม่ใช่คนแบบนั้น กฤษฎารู้นิสัยเขาดีเพราะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน หญิงสาวไม่พอใจ ฟ้องตะวันฉายผ่านทางโทรศัพท์ว่าเพื่อนของเขาพูดจาไม่เข้าหู...

ฝ่ายอรทัยต่อว่าพี่ชายว่าทำไมต้องไปด่าบารมีด้วย  เขาต่อว่ากลับรู้หรือเปล่าว่าน้องชายตัวดีทำวีรกรรมอะไรไว้ ถ้ากันทิมาไม่มาร้องห่มร้องไห้ขอร้องให้ไปช่วย เขาจะไม่ยุ่งด้วยเด็ดขาด จังหวะนั้นชาติชายผ่านมาพอดีถึงกับชะงัก อรทัยหันไปเห็นท่าทางมีพิรุธของน้องชาย เตือนให้เลิกหมกมุ่นเรื่องกันทิมาเสียที ตอนนี้เธอเป็นพี่สะใภ้ของเขาแล้ว ชาติชายไม่อยากเถียงด้วยเดินเลี่ยงไปทางอื่น เผ่าลาภรีบตามน้องชายจนทัน ถามด้วยความเป็นห่วงว่ายังไม่ลืมกันทิมาอีกหรือ เขาตอบอย่างขมขื่นว่าจะลืมได้อย่างไรในเมื่อเธอเป็นพี่สะใภ้ของเขา

“ชีวิตคนเรามันก็อย่างนี้แหละ มีสุขมีทุกข์ มีทะเลาะเบาะแว้ง แล้วก็มีอะไรๆ ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ อั๊วขอแต่เพียงว่าอย่าให้พี่น้องต้องถึงกับอาฆาตแค้นกันเลย”

“เฮียอย่าห่วงเลย สำหรับผม เลือดพี่เลือดน้องสำคัญกว่าสิ่งใด” ชาติชายยืนยันหนักแน่น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.