ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุดท้ายฉวีวรรณ ดาหวัน และเพื่อนรวมทั้งอุ๊บอิ๊บก็โดนทหารจับคุมตัวไปขัง อุ๊บอิ๊บร้องโวยวายว่าที่นี่เมืองบ้าอะไรมีแต่ชะนีหน้าแด่น ทหารเอ็ดให้เงียบและบอกว่าที่นี่คือเมืองลับแล

“ไม่น่าเชื่อ...เมืองลับแลที่ลุงสางโปบอกไว้มีอยู่จริงๆด้วย” ดาหวันอุทาน

“งั้นก็แปลว่า คนแปลกหน้าที่เข้ามาจะกลับออกไปไม่ได้ใช่มั้ย” ฉวีวรรณถามขึ้น

ทหารหญิงหน้าเหี้ยมตอบว่าใช่ โดยเฉพาะ...ผู้ชาย ทำเอากิมจิกับบุญทิ้งสะดุ้ง กลืนน้ำลายเอื้อก...

ส่วนดนัยกับชลิตถูกคุมตัวไปที่ลานประหาร ชาวบ้านมุงดูและขว้างปาของใส่อย่างจงเกลียดจงชัง แสงหล้ากำลังอ้อนวอนแสงเพชรให้ไว้ชีวิตทั้งสองคน แสงเพชรลังเลแต่มีชบาคอยยุยงให้ประหารชีวิตไปตามประเพณี และว่าเจ้าแม่ไม่ใช่คนบ้าผู้ชาย ดอกเข็มสะอึก

“ว้ายตายแล้ว ดูสิคะเจ้าแม่ มันว่าเจ้าแม่บ้าผู้ชายเจ้าค่ะ”

แสงหล้าโกรธหันมาตบชบา ดอกเข็มเข้าซ้ำอีกที แสงเพชรเห็นคนของตนถูกทำร้ายจึงตบดอกเข็มและตวาดให้หยุด แสงหล้ารีบอ้อนให้ทำตามที่ตนขอร้อง แสงเพชรขอคิดดูก่อน ชบาตามมายุอย่าใจอ่อน แต่แสงเพชรครุ่นคิดถึงที่ดนัยจูบตนในน้ำเพื่อช่วยชีวิตแล้วสะท้านในใจ...

อีกถนนที่ฉวีวรรณกับพวกถูกคุมตัวไปที่คุมขัง ฉวีวรรณกระซิบบอกดาหวันว่าตนเชื่อว่าดนัยกับชลิตยังไม่ตายและอาจจะอยู่ที่นี่เช่นกัน

“นั่นสิ แต่เราจะไปสืบหาได้ยังไงล่ะ พี่หวี เราโดนจับอยู่อย่างนี้”

ฉวีวรรณมองอุ๊บอิ๊บซึ่งเดินอยู่ข้างหน้า แล้วพูดว่าต้องมีตัวช่วย ว่าแล้วก็แกล้งผลักอุ๊บอิ๊บหน้าคะมำ ร้องโวยวายหันมาตบ ฉวีวรรณหลบจึงไปโดนทหารแทน เกิดความชุลมุน ฉวีวรรณฉวยโอกาสดึงดาหวันถอยออกมา ทั้งสองตกลงว่าแยกกันหาแล้วกลับมาเจอกันที่ลานกลางเมือง

ระหว่างนั้น ดนัยกับชลิตถูกมัดอยู่ลานประหาร เพชฌฆาตสองคนรำดาบแล้วฟันลูกมะพร้าวทำให้น้ำสาดมาใส่หน้าดนัยและชลิตตามพิธี สองคนร้องถามว่าพวกตนทำอะไรผิด

“พระอาทิตย์จะตรงหัวแล้ว อีกไม่กี่นาทีแล้วสินะ” ดนัยเริ่มปลงคิดอยากจะสารภาพกับชลิต จึงเรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชลิต...”

“เรียกทำไมวะ เออ...เรียกเถอะ แกอาจจะได้เรียกชื่อฉันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้”

“นั่นสิ ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิต ฉันก็ไม่ควรให้มันค้างคาใจอีกต่อไป”

“ฮึ...แกมาติดหนี้ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ค้างคาเรื่องอะไรกัน” ชลิตชักสงสัยเร่งให้รีบพูด

ดนัยอึกอักไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แล้วตัดสินใจมองหน้าชลิตจะพูดความจริงว่าตนรักฉวีวรรณ แต่ชลิตกลับเข้าใจผิดคิดว่าดนัยเบี่ยงเบนเป็นชายรักชายและจะสารภาพรักกับตน จึงส่ายหน้าร้องว่าไม่อยากฟัง ขยับหนีห่าง

“อ๊าก...อย่านะ ไอ้ดนัย แค่คิดก็ฟ้าผ่าแล้ว

“ชลิต เลิกเวิ่นเว้อเสียทีเถอะ ฟังฉันให้ดีนะ ฉันอยากจะบอกกับแกว่า ฉัน...”

“หยุด ไม่ต้องพูด ฉันรู้แล้ว”

ดนัยตกใจที่ชลิตรู้ได้อย่างไร ชลิตโพล่งออกมาว่าตนรู้ว่าดนัยเป็นตุ๊ด ดนัยร้องเฮ้ย...

“อย่านะเว้ย อย่ามาบอกว่า เพื่อน...ฉันรักแกว่ะ บอกตรงๆฉันรับไม่ได้ มันไม่ใช่”

“คิดได้ไง ไอ้บ้า...ขอบใจนะ ที่ทำให้ฉันได้ขำก่อนตาย”

ชลิตหาว่าดนัยขำกลบเกลื่อน ดนัยจึงยกเท้าจะเตะให้ชลิตหายเพี้ยน ชลิตหลบ

“งั้นเลิกพูดได้แล้ว ฉันเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันจะไปบอกรักแกให้คลื่นไส้ทำไมวะ”

“อ้าว...งั้นที่แกจะบอก แกหมายถึงใครล่ะ”

ดนัยถอนใจเฮือก “ชลิต...ฉันรู้ว่าฉันเลว ฉันไม่ควรทำแบบนี้ แต่ฉันก็ห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ ฉันอยากจะสารภาพกับแกว่า ฉัน...ฉันรัก...หวะ...”

เสียงองค์รักษ์ขัดขึ้นว่า เที่ยงตรงแล้ว เริ่มการประหาร ดนัยกับชลิตตกใจ ขณะเดียวกัน ฉวีวรรณกับดาหวันร้องเรียกหาดนัยกับชลิตจนมาเจอกันที่ลานกลางเมือง ต่างส่ายหน้าไม่พบ ทันใดทหารคนหนึ่งเดินผ่านมาแล้วชี้หน้าร้องขึ้นว่า “นั่นไง สองคนนั้น”
ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจวิ่งหนีเข้าไปที่ลานประหาร ปะปนกับผู้คนที่มุงกันอยู่

“นี่เขามีงานอะไรกันน่ะ ทำไมคนเยอะอย่างนี้” ดาหวันแปลกใจ

“นั่นสิเมืองลับแลมีดารามาจัดงานอีเวนต์ด้วยเหรอ”

ชาวบ้านสองคนได้ยิน ถามว่าอีเวนต์คือใคร ดาหวันหัวเราะก๊าก “อีเวนต์เป็นญาติกับอีเมล์น่ะจ้ะ พี่รู้จักมั้ยล่ะ อ้อ มีอีคอมเมิร์ซด้วยอีกคน”

ชาวบ้านสองคนทำหน้างง ฉวีวรรณเอ็ดดาหวันให้พอ แล้วถามมีงานอะไรกัน ชาวบ้านตอบว่า ไปอยู่ไหนมา ถึงไม่รู้ว่าจะมีการประหารผู้ชายที่หลงเข้ามา สองสาวตะลึง รีบแหวกคนเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นเพชฌฆาตควงดาบร่ายรำอย่างหวาดเสียว เหวี่ยงไปที่คอชลิตกับดนัย สองสาวร้องลั่นแล้วจะวิ่งออกไปช่วย แต่มีเข็มเงินของเจ้าแม่พุ่งไปปักมือเพชฌฆาตทั้งสองดาบร่วงหล่นเสียก่อน ดนัยกับชลิตมีผ้าปิดตา ได้ยินเสียงฉวีวรรณกับดาหวัน ก็หูผึ่งร้องเรียก สองสาวกำลังจะขานรับ แต่ถูกทหารปิดปากรวบตัวไปเสียก่อน สองหนุ่มเงี่ยหูฟังไม่มีเสียงตอบ
“นั่นใคร ใครเรียกชื่อฉัน” ดนัยตะโกนถาม

“ใครอยู่ตรงนั้น” ชลิตเชื่อว่าเป็นเสียงดาหวัน

แสงเพชรกับแสงหล้าเดินเข้ามา แสงเพชรพูดกับดนัย “จำข้าไม่ได้จริงๆหรือ เราเพิ่งพบกันเมื่อวานนี้เอง”

“ใช่แล้ว...ข้าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เจ้าพบในเมืองนี้ไงล่ะ” แสงหล้าบอกชลิต

ดนัยผิดหวังที่ไม่ใช่ฉวีวรรณ เช่นเดียวกับชลิตที่บ่นว่า ดาหวันจะมาที่เมืองนี้ได้อย่างไร ฉวีวรรณกับดาหวันมองดนัยกับชลิตด้วยความปวดร้าวที่ไม่อาจเข้าไปหาได้ ทหารพาตัวสองสาวออกไป แสงเพชรให้ทหารแก้ผ้าผูกตาดนัยกับชลิตออก สองหนุ่มตกใจเมื่อเห็นแสงเพชรกับแสงหล้า แล้วถามว่าเป็นคนช่วยพวกตนหรือ

“ใช่แล้วจ้ะ ถ้าเจ้าพี่ของข้ามาช้ากว่านี้อีกนิด พวกท่านได้กลายเป็นผีหัวขาดแล้ว”

“ทำไมเจ้าจึงจะประหารพวกเขาโดยไม่รอข้า” แสงเพชร ต่อว่าองค์รักษ์

“พวกมันเป็นคนชั่วช้า ข้าไม่อยากให้ความตายของมัน ระคายเคืองเจ้าแม่”

“เหลวไหล...ข้าเป็นเจ้าเมืองนี้ ข้าเท่านั้นที่จะตัดสินว่าใครชั่วช้า ปล่อยพวกเขาซะ...เร็วสิ ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้”

องครักษ์มองหน้ากันงงๆ ทหารรีบกรูเข้าปล่อยดนัยกับชลิต...ทั้งสองถูกพาตัวมาคุกเข่าในห้องโถงว่าราชการ ตรงหน้าแสงเพชรและแสงหล้า ชบาอดไม่ได้ที่จะถามเจ้าแม่

“ทำไมเจ้าแม่ถึงไว้ชีวิตพวกมัน ผิดราชประเพณีนะเจ้าคะ”

แสงเพชรตอบว่า ตนอยากให้โอกาสทั้งสองคน เพราะทั้งสองคนช่วยชีวิตตน และแสงหล้า...แสงเพชรทอดยิ้มให้ดนัย “แล้วเจ้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับข้า ซึ่งตอนนั้นเจ้าจะฉวยโอกาสเอาเปรียบข้าก็ได้ แต่เจ้าไม่ทำ นั่นแสดงว่าเจ้าเป็นคนดี”

ชลิตจึงแทรกขึ้นว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ขอบคุณและขอลา ชลิตสะกิดดนัยให้ไป แสงเพชรตวาดเสียงดังว่า ไปไหนไม่ได้ทั้งสองคนแล้วสั่งองครักษ์

“พาชายสองคนนี้ไปรับรองอย่างดีที่สุด แล้วเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับพิธีอภิเษกสมรสของข้ากับแสงหล้า ในอีกสามวันข้างหน้า”

ดนัยตะลึง ส่วนชลิตยังไม่เข้าใจ “วู้ สุดยอด รอดตาย แล้วยังได้ไปอภิเษกสมรสอีกด้วย...อภิเษกสมรสนี่ มันอยู่

แถวไหนวะ ใกล้ๆแยกรัชดาภิเษกหรือเปล่า”

“ไอ้บ้า ไม่ใช่ถนน อภิเษกสมรสแปลว่าแต่งงาน...” ดนัยตวาด

ชลิตตกใจร้องลั่นว่าไม่แต่ง ดนัยก็เช่นกัน แสงเพชรไม่พอใจ บอกว่าทั้งสองคนมีหน้าที่ทำตามที่ตนสั่ง แล้วให้องครักษ์เอาตัวไป ชบามองตามอย่างหงุดหงิด

เมื่อฉวีวรรณกับดาหวันถูกพามาขังรวมกับเพื่อนๆ สองพี่น้องเล่าให้แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งฟังว่าได้เจอดนัยกับชลิตแล้วแต่ไม่ทันได้คุยกัน ตนจะหาทางออกไปเจออีก

ooooooo

ในโรงพยาบาลต่างจังหวัด ศิริยังนอนรักษาตัวจากอาการปวดท้อง ไม่มีแรง หมอเองยังหาสาเหตุไม่ได้ มีสุภาพกับอาหลู่นอนเฝ้า แต่ศิริยังร่ำๆจะออกไปตามหาลูก

ขณะที่ทองอินสอนวินยากับคนในหมู่บ้าน ขุดหลุมทำโป่งเทียมไว้ให้ ช้าง กระทิง และสัตว์ป่าใช้เป็นแหล่งอาหาร ดาเนาพลอยเรียนรู้ไปด้วย ชอบใจใหญ่ วินยาถามทองอิน

“ถ้าโป่งตามธรรมชาติมีไม่พอ เราก็ควรทำโป่งเทียมแบบนี้ไว้เป็นแหล่งอาหาร สำหรับให้สัตว์ป่ามากิน ใช่มั้ย”

“ถูกต้อง นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารแล้ว โป่งเทียมยังช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกเขตป่าได้อีกด้วยนะ”

“ขอบคุณมากนะพี่ทองอิน ที่มาสอนวิธีทำโป่งเทียมให้พวกเรา”

“ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างพี่อยู่แล้ว”

พลัน ชาวบ้านคนหนึ่งเข้ามารายงานวินยาว่า สายในป่ารายงานมาว่า ฉวีวรรณกับเพื่อนๆตกไปในน้ำตกหลวง วินยาตกใจ...

ระหว่างที่ฉวีวรรณกับพวกวางแผนจะออกไปหา

ดนัยกับชลิตอีก บุญทิ้งต้องกันอุ๊บอิ๊บไว้ไม่ให้มาป่วน แจ๋ให้ฉวีวรรณกับดาหวันยั่วยวนทหารหญิงที่ดูท่าจะเป็นทอม พาไปอาบน้ำ ทหารทอมสองคนหลงเคลิ้มไปกับสองพี่น้อง พอออกมานอกที่คุมขัง ฉวีวรรณกับดาหวันก็เอาก้อนหินทุบหัวสองทหารจนหมดสติ แล้วลากไปซ่อนไว้...จังหวะเดียวกับที่ชลิตกับดนัยหนีจากการควบคุมตัวและคว้าผ้าคลุมไหล่

นางกำนัลมาคลุมหัววิ่งหนีออกมาจากวัง ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจดึงดาบทหารมาจี้หลังชลิตกับดนัย ทำเสียงดุดัน

“หยุดนะ ไม่งั้นตาย”

“พวกแกเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่”

ชลิตกับดนัยดัดเสียงเป็นหญิง ทำเป็นกลัวขอร้องอย่าทำอะไรพวกตน เราเป็นผู้หญิงด้วยกัน ฉวีวรรณหมั่นไส้รู้อยู่แล้วว่าที่นี่มีแต่ผู้หญิง จึงดีดหูดนัย ดนัยร้องโอ๊ยเสียงแมน

“ฮึ...เสียงคุ้นๆนะ” ฉวีวรรณสะดุ้ง

“นั่นสิ พี่หวีเสียงเหมือนใครนะ”

ดนัยหันไปมองเห็นเป็นฉวีวรรณก็ดีใจแต่ยังไม่เผยตัว ชลิตได้ยินเสียงดาหวันก็หูผึ่ง รีบหันไปมองดาหวันมัวคุยอยู่กับฉวีวรรณ เขาอมยิ้มหันกลับมาดัดเสียง

“หูฝาดแล้วล่ะตัว...พวกเราไม่เคยรู้จักกันเสียหน่อย”

ดาหวันเอาดาบจิ้มหลังชลิต “อย่ามาเล่นลิ้น  บอกมาเดี๋ยวนี้ พวกเธอเป็นใครกันแน่”

ชลิตกับดนัยมองหน้ากันยิ้มๆพยักหน้าจะแกล้งอำ สองสาว ดาหวันถามซ้ำว่าเป็นใคร

“ใครก็ไม่รู้เนอะ แต่คงไม่ใช่สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก” ชลิตพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“แต่คงเป็นสิ่งลับๆที่เรียกว่ากิ๊ก” ดนัยพูดต่อประโยคของชลิต

ฉวีวรรณกับดาหวันตะลึง จำเสียงได้ทิ้งดาบ ทั้งสองหันมาโผกอดคู่ของตัวเองอย่างลืมตัว

“ฉันนึกว่าจะไม่ได้พบหน้านายแล้ว” ฉวีวรรณดีใจ

“พี่ชลิต ฮือๆหวันดีใจที่สุดในโลกเลย” ดาหวันร้องไห้กอดชลิต

“เด็กโง่ ดีใจแล้วร้องไห้ทำไม...”

เสียงทหารดังมาว่า...มันอยู่นั่น ดนัยกับชลิตดึงฉวีวรรณกับดาหวันมาหลบหลัง บอกให้หนีไปก่อน แล้วรับมือต่อสู้กับพวกทหาร แต่สองสาวไม่ยอมไปช่วยกันจัดการทหารคนหนึ่งล้มไป แต่แล้วดาหวันก็ถูกจับแล้วให้ชลิตยอมแพ้  ไม่อย่างนั้นดาหวันตาย ชลิตจำต้องยอม ดนัยซัดพวกทหารได้หลายคน แต่มาพลาดเพราะฉวีวรรณร้องเรียก เขาหันไปมองจึงโดนชกล้มลงและถูกจับได้ ฉวีวรรณร้องลั่น อย่าทำเขา

“หวี...จะฆ่าฉันก็ฆ่า อย่าทำอะไรฉวีวรรณ ได้ยินไหม ปล่อยเธอไปเดี๋ยวนี้”

“ไอ้ผู้ชายหน้าโง่ ในที่สุดแกก็ต้องเสียทีเพราะผู้หญิง...” ทหารจ่อดาบที่คอดนัย

ฉวีวรรณกับดาหวันถูกผลักกลับเข้ามาในห้องขัง อุ๊บอิ๊บเข้ามาถามถึงดนัยอย่างเป็นห่วง

สองหนุ่มถูกพากลับไปที่คุ้มรับรองแขก สองหนุ่มดิ้นรนโวยวายจะไปหาฉวีวรรณกับดาหวัน ทหารองครักษ์ชักดาบมาขู่ ห้ามขัดขืนประกาศิตเจ้าแม่ ดนัยจึงขอเจรจา แต่องครักษ์ไม่ให้ไป ให้รอเข้าพิธีอภิเษกสมรสเท่านั้น นางกำนัลกรูมาพาสองคนเข้าที่พัก...

วินยาพาชาวบ้านมาช่วยกันงมหาพวกฉวีวรรณ และหาตามริมน้ำ แต่ไม่พบใคร ทองอินแปลกใจที่ไม่มีร่องรอยอะไรบ้างเลย ดาเนาเชื่อว่าทุกคนเข้าไปในเมืองลับแลหมดแล้ว ทองอินไม่อยากเชื่อว่ามีเมืองนี้จริงๆ วินยาขอให้ทุกคนกลับหมู่บ้านไปก่อน ตนจะไปที่ผาพระจันทร์

สางโปรู้ว่าวินยาไปทำอะไรจึงบอกทองอินไม่ต้องเป็นห่วง

วินยาเข้ามาคุกเข่าที่ผาพระจันทร์ อธิษฐานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเพื่อนๆและคนที่ตนรักให้ปลอดภัยกลับมา พลันมีปืนมาจ่อที่หลัง วินยาสะดุ้งหันไปมอง เป็นพาณิชย์กับธนวัติ

“ลงนรกตามไอ้ดนัยไปเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องมานั่งคร่ำครวญหามัน” พาณิชย์เยาะ

“แก...พูดเรื่องบ้าอะไร” วินยาไม่ยอมรับ

“ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอก ฉันไม่ได้โง่ หึๆดอกไม้ป่าอย่างแก ไปหลงเสน่ห์ไอ้กระจอกดนัยได้ยังไง” ธนวัติมองวินยาอย่างแทะโลม

“ไอ้ชั่ว หุบปากเน่าๆของแกได้แล้ว”

ธนวัติโกรธตบหน้าวินยาสองฉาดฟุบลง แล้วโถมเข้าคร่อมหมายปลุกปล้ำ “ฉันจะทำให้แกลืมไอ้ดนัยไปเลย”

วินยาร้องกรี๊ด ดิ้นรนต่อสู้แต่ถูกพาณิชย์ช่วยจับไว้ เลาซาโผล่เข้ามาเตะเสยทั้งธนวัติและพาณิชย์หงายไป พาณิชย์ชักปืนจะยิง ถูกเลาซาเตะซ้ำอีกที แล้วเลาซาก็ดึงวินยาวิ่งหนี สองคนโกรธมากคว้าปืนวิ่งตามอย่างไล่ล่า เลาซาดึงวินยาวิ่งหลบกระสุนอย่างว่องไวจนพ้นมาได้ ทั้งสองหันมามองหน้ากันอย่างโล่งใจ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นมือยังจับกันอยู่ วินยากระชากมือออก

“หึ ไม่ต้องทำท่ารังเกียจข้าขนาดนั้นหรอก”

“เจ้ามาช่วยข้าทำไม”

เลาซาหลบสายตา “เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว รีบกลับเถอะ”

วินยาโมโห “เจ้ามาช่วยข้าอีกทำไม มันมากไปแล้วนะ”

“แล้วไง...”

“ศัตรูคือศัตรู ไม่ต้องมาทำตัวเป็นมิตรแส่มาช่วยเหลือข้า” วินยาส่งมีดพกให้ “แทงข้าหนึ่งแผล ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณเจ้า”

เลาซามองอย่างเจ็บช้ำ ทำท่าเหมือนจะรับมีด แต่กลับจับมือวินยาบิดจนมีดร่วง แล้วดึงเธอมากอด “แผลบนร่างกายมันไม่เจ็บเท่าแผลที่หัวใจหรอก”

“นี่เจ้าจะทำอะไร เป็นบ้าไปแล้วเหรอ” วินยาดันตัวเงยหน้ามองอย่างหวาดหวั่น

“อยากให้ข้าลงโทษนักไม่ใช่เหรอ ข้าจะประทับตราบาปลงที่ปากของเจ้า” เลาซาจะจูบ

วินยากระชากตัวออกแล้วตบหน้าเลาซาฉาดใหญ่ “เลว ข้าเกลียดเจ้า เกลียดที่สุดในชีวิต”

วินยาวิ่งหนีไป เลาซามองตามรำพึงอย่างเจ็บปวดว่า ดีแล้วที่เกลียดตน ยิ่งเกลียดเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยต่อหัวใจของตนเท่านั้น

ooooooo

ในคืนเดียวกัน สวนอุทยานเจ้าแม่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้และแสงเทียนอย่างสวยงาม มีอาหารจัดวางบนโต๊ะ ดนัยและชลิตในชุดคนพื้นเมือง ถูกพาตัวเข้ามา ดอกเข็มสาธยายว่า คืนนี้เป็นคืนเดือนเพ็ญ บรรยากาศดี เจ้าแม่จึงอยากจัดเลี้ยงต้อนรับ ชบาเข้ามาพูดหน้าเชิดว่า หวังว่าทั้งสองจะทำตัวดีๆ ให้สมกับที่เจ้าแม่ดีด้วย ว่าแล้วก็ค้อนขวับเดินออกไป

เหล่านางสนมบรรเลงดนตรีพื้นเมืองขับกล่อม

แสงเพชรและแสงหล้าร่ายรำออกมาด้วยท่าทียั่วยวน สองสาวเอาผ้าคล้องคอดนัยกับชลิตและดึงเข้ามาประชิดตัวคลอเคลีย ดนัยกับชลิตพยายามดันตัวออก แสงเพชรจะจูบ ดนัยทนไม่ไหวผลักเธออย่างแรง

“หยุด...ผมขอโทษ ผมทำไม่ได้”

เหล่านางกำนัลตกใจหยุดเล่นดนตรี ดนัยจะเดินหนี แสงเพชรขัดใจโวย “ทำไม เจ้าทำแบบนี้หมายความว่ายังไง”

ชลิตตกใจ “เฮ้ย ดนัย แกทำอะไรวะ อยากตายรึไง”

“แกมีแฟนแล้วนะเว้ย จะนอกใจเขาหรือไง” ดนัยกระชากคอเสื้อชลิตอย่างเอาเรื่อง

ชลิตแก้ตัวว่าเปล่า แค่อยากให้ค่อยพูดค่อยจา ดนัยตัดบทว่าตนไม่พูดอะไรทั้งนั้น ตนจะไปจากที่นี่ แสงเพชรเข้ามาขวางหน้า

“เจ้าต้องการสิ่งใดขอเพียงบอกมา ข้าให้เจ้าได้

ทุกอย่าง อยู่ที่นี่เจ้าจะมีแต่ความสุขสบายเพียบพร้อมทุกสิ่ง”

ดนัยโต้ว่าเขาไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ที่นี่ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนและคนที่รัก ดนัยจะเดินไป ชลิตเดินตาม แสงหล้าหน้าเสียจะร้องไห้ แสงเพชรโกรธซัดเข็มเงินไปขวางหน้าดนัยให้หยุดอยู่ตรงนั้น และว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไปไหนนอกจากเลือกว่าจะอยู่หรือจะตายเท่านั้น

“ไอ้ดนัย ไอ้ปากเสีย แกเป็นบ้าอะไรของแก” ชลิตรั้งดนัยไว้

ดนัยสะบัดออก “ฉันยอมตาย ดีกว่าทรยศรักเหมือนแก”

“ถ้าแกตายแล้วคนที่รักแกเขาจะไม่เสียใจรึไง”

“แกจะให้ทำยังไง อยู่อย่างคนไม่มีศักดิ์ศรี ฉันทำไม่ได้”

“แล้วศักดิ์ศรีมันกินได้มั้ย” ชลิตกับดนัยผลักอกกันไปมา แทบจะชกกัน

แสงหล้าตะโกนให้สองคนหยุด แล้วถามว่าพูดเรื่องอะไรกัน ดนัยหันมามอง

“อยากรู้ความจริงใช่มั้ย ผมจะบอกให้ ความจริงก็คือ เราสองคน...”

ชลิตเห็นท่าไม่ดีรีบปิดปากดนัยแล้วพูดแทรกว่าความจริงเขาสองคนรักกัน ดนัยชะงัก ชลิตกอดดนัยไม่ให้พูด แล้วบอกว่า “เออ ถึงฉันบ้าก็บ้ารักแกนะโว้ย แกไม่ต้องอายหรอก มาถึงขั้นนี้แล้ว...เรารักพวกคุณไม่ได้ เพราะเราสองคนรักกัน เราไม่ชอบผู้หญิง ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก”

ชลิตหอมแก้มดนัยฟอด ดนัยขนลุกรีบเช็ดแก้มจะโวย ชลิตปิดปากดนัยและจีบปากจีบคอส่งซิกให้ดนัยคล้อยตาม แสงหล้างงไปหมด ไม่เข้าใจว่าชายรักชายได้อย่างไร ไม่มีในตำรา

“ทำไมจะรักกันไม่ได้ ในเมื่อรู้ความจริงแล้วเราสองคนก็ขอตัว” ชลิตดึงดนัยเดินไป

แสงเพชรสั่งให้หยุด “ข้ารู้แล้ว เจ้าสองคนคงต้องคำสาป ใช่หรือไม่ ถึงได้รักเพศเดียวกันเช่นนี้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง ข้าจะทำให้เจ้ากลับมาเป็นชายที่รักหญิง”

“จะทำอะไร...”ดนัยตกใจที่แสงเพชรเข้ามากอดจูบ แถมบอกว่าจะคืนความเป็นชายให้

แสงหล้าวิ่งไล่กอดปล้ำชลิต ทั้งสองดิ้นรนปัดป้องจนชนเข้ากับเทียนล้มลง ไฟลุกไปติดผ้าม่าน ชบากับดอกเข็มร้องลั่นว่าไฟไหม้ เกิดความโกลาหล ดนัยกับชลิตฉวยโอกาสวิ่งหนีเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลงกลอน แถมเลื่อนตู้มาขวางประตูอีกชั้น

“เกือบไปแล้ว...เปลืองเนื้อเปลืองตัวจริงๆเลย” ชลิตปาดเหงื่อไปบ่นไป

สองพี่น้องมาเคาะประตูเรียก ดนัยขอร้องให้เลิกยุ่งกับพวกตนเสียที ตายเสียดีกว่า แสงเพชรโกรธ ประกาศิตว่าถึงวันแต่งงานเมื่อไหร่ทั้งสองก็หนีไม่พ้น ดนัยมองหน้าชลิตอย่างหวั่นๆ

ooooooo

เมื่อเลาซากลับมาที่อาศรมของกาซู ก็ถูกธนวัติ และพาณิชย์ดักรอรุมอัดจนสะบักสะบอม ถึงขนาดชักปืนจะยิง แต่แล้วปืนเกิดยิงไม่ออก ธนวัติแปลกใจหันปลายกระบอกมาดู ปืนลั่นเปรี้ยงเฉียดหน้าไปโดนต้นไม้ ทั้งธนวัติและพาณิชย์ตกใจ เสียงกาซูหัวเราะก้องออกมา

“นี่เป็นแค่อาคมชุดเด็กๆของข้า อยากลองของอะไรอีกไหมล่ะ”

“ไอ้หมอผี...แก...” ธนวัติโวยจะยิงใส่กาซูแต่กลับ เหมือนโดนบิดมืออย่างเจ็บปวด

“อย่าคิดว่าการที่พวกข้าทำงานให้เจ้าจะทำให้เจ้ามีสิทธิ์ทำอะไรตามใจชอบ จำไว้...พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์รังแกลูกชายข้า” กาซูบิดมือธนวัติแรงขึ้นจนทิ้งปืนลง ร้องโอดโอย

“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น สงครามกลางป่าหรือไง ว่าไงกาซู” ธานีเพิ่งมาถึงถามอย่างตกใจ

ทุกคนเข้ามาคุยกันในอาศรม พอธานีรู้ว่าลูกกับหลานตัวเองทำร้ายเลาซาจึงต่อยหน้าไปคนละหมัด ธนวัติกับพาณิชย์ฟ้องว่าเลาซาทรยศไปช่วยวินยา กาซูโกรธใช้พลังบีบคอเลาซาลอยขึ้น เลาซาหลับตาสำนึกผิด เอ่ยลาท่านพ่อ กาซูโวยว่าไปเข้าข้างศัตรูทำไม เลาซาอ้างว่า

“ข้าไม่อยากให้ใครมายุ่งกับศัตรูของข้า...วินยาเป็นศัตรูข้า ได้ยินไหม พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ไปฆ่ามัน วินยาต้องตายด้วยน้ำมือข้าคนเดียวเท่านั้น” เลาซาพูดอย่างลำบาก
กาซูเหวี่ยงลูกลงกับพื้น แล้วหันมาบอกธานีว่า ลูกของตนไม่มีวันทรยศตน ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด ให้พาลูกกับหลานกลับไป ธานีเกรงจะกระทบธุรกิจ เพราะยังต้องพึ่งกาซูอีกมาก...เมื่อทุกคนกลับไป กาซูก็เอายามาให้เลาซาและว่า เลือดย่อมข้นกว่าน้ำคงไม่หักหลังตนใช่ไหม

เลาซาหน้าเจื่อน ยิ่งกาซูบอกว่า สัญญาจะยกวินยาให้เขาฆ่า แต่ต้องควักหัวใจเธอออกมาให้ดูแถมตบไหล่ปลอบให้อดทนอีกนิด เมื่อมีอำนาจและเงินพอที่จะสร้างเขตปกครองของเราเองแล้ว ก็ไม่ต้องพึ่งพาพวกธานีอีก และจะปล่อยให้เขาคิดบัญชีได้อย่างสาสม กาซูเห็นลูกเหม่อ

“เป็นอะไรไปอีก ท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ”

“เอ่อ...คือข้าเพิ่งนึกได้ว่า ไอ้เด็กนรกที่อยู่กับวินยาตอนนี้ มันเป็นเด็กคนเดียวกันกับที่มาเล่นงานพวกข้า ตอนที่รับเด็กไปขาย มันมีพลังจิตคล้ายๆท่านพ่อด้วยนะ”

“งั้นหรือ นอกจากเด็กลีซาน้องชายนังวินยาแล้ว ยังมีคนที่มีพลังเหมือนข้าอีกหรือ หึหึหึ น่าเสียดายที่มันจะต้องลงไปเที่ยวนรกตั้งแต่เล็กแต่น้อย”

“ท่านพ่อ...หมายความว่า...”

“ใครที่อยู่ข้างเดียวกับนังวินยา ถือว่าเป็นศัตรูของเราทั้งนั้น เราต้องรีบกำจัดมันก่อนที่มันจะโต และมีพลังที่เข้มแข็งกว่านี้” กาซูสีหน้าเหี้ยมเกรียมจนเลาซายังสยอง

ในขณะที่ดาเนากำลังวิ่งเล่นบอลกับเด็กๆ ชาวชาลันและได้เตะบอลกระเด็นเข้าไปในป่า ดาเนาจะวิ่งไปเก็บ เด็กๆห้ามไม่ให้เข้าไป เพราะอยู่นอกเขตหมู่บ้าน แต่ดาเนาบอกเพื่อนๆ ไม่ต้องกลัวเขาปกป้องได้ ทันใดอสูรกายของกาซูก็โผล่จากพื้นดินขึ้นมาคำรามกึกก้อง เด็กๆตกใจวิ่งหนีกลับหมู่บ้าน มาตามวินยาให้ไปช่วย ดาเนากำลังหลอกล่อให้อสูรกายล้มหน้าคะมำ อสูรกายโมโหลุกขึ้นตีอกคำราม กระโจนเข้าใส่ดาเนา วินยาวิ่งมาจะเอาหน้าไม้ยิงใส่ แต่ต้องตกตะลึงเพราะเห็นพลังบางอย่างพุ่งออกจากตัวดาเนาไปกระแทกอสูรกายกระเด็นไปตกลงพื้นร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะวิ่งหนีไป

วินยา ไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะได้เห็นพลังแบบที่เคยเห็นพุ่งออกมาจากตัวน้องชาย ตอนที่แม่อุ้มหนีกาซู พลังนั้นกระแทกกาซู ทำให้กาซูกุมหัวร้องอย่างเจ็บปวด...วินยาวิ่งเข้าไปหาดาเนา จับคอเสื้อหาสร้อยเขี้ยวเสือทอง

“ทำอะไรเนี่ยพี่วินยา จะแต๊ะอั๋งดาเนาเหรอ”

“ทำไมไม่มี...” วินยาพลิกดูที่คอดาเนา

“พี่หาอะไรของพี่อ่ะ”

วินยาดึงสร้อยเขี้ยวเสือของตัวเองออกมาให้ดาเนาดูว่าเคยเห็นแบบนี้ไหม “เขี้ยวเสือแบบนี้แต่เป็นทอง เขี้ยวเสือทองน่ะ”

ดาเนางงแล้วนึกได้ว่าตนเคยเห็นภาพวาดที่บ้านสางโป วินยาโอดโอยว่าอย่าล้อเล่น ให้นึกดูดีๆ ดาเนาจึงบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาตนยังไม่เคยเห็นเลย ว่าแล้วก็ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนต่อ

ooooooo

คืนนั้น ฉวีวรรณกับดาหวัน ต่างฝันเหมือนกันว่า อุ๊บอิ๊บกำลังทะเลาะกับแจ๋ ดนัยกับชลิตโผล่มาอย่างฮีโร่ มาช่วยเปิดประตูห้องขัง ฉวีวรรณจะวิ่งเข้าไปหาดนัย แต่โดนอุ๊บอิ๊บตัดหน้าโผกอดดนัย เธอโกรธกระชากอุ๊บอิ๊บออก พอดีเสียงทหารกรูมา ดนัยดึงฉวีวรรณวิ่งหนี ชลิตเข้าดึงดาหวันตามออกไป อุ๊บอิ๊บจะร้องกรี๊ด แต่ถูกทหารคุมตัวพร้อมแจ๋ กิมจิและบุญทิ้งเสียก่อน

หนีออกมาได้ ฉวีวรรณเห็นว่าพวกแจ๋ไม่ได้ตามมาจะกลับไปช่วย ดนัยบอกให้ฉวีวรรณกับดาหวันไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน  แล้วตนกับชลิตจะกลับไปช่วยพวกแจ๋เอง  ดนัยเห็นม้าผูกอยู่สองตัว  จึงดึงฉวีวรรณขึ้นซ้อนข้างหน้าแล้วควบพาไป เช่นเดียวกับชลิตที่ดึงดาหวันขึ้นม้าพาควบตามไป แต่แล้วเจอพวกทหาร จึงแยกกันหนีไปคนละทาง
มาถึงชายหาด ฉวีวรรณตื่นเต้นชวนดนัยลงเดินเล่น ดนัยคิดว่า คงหนีพ้นจากเมืองลับแลแล้วถึงได้มีทางออกทะเล ทั้งสองวิ่งเล่นสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน ดนัยดึงฉวีวรรณมากอดสบตาอย่างบอกความรู้สึกในใจ จากนั้น ทั้งสองก็เดินมาหน้าบ้านชาวประมงหลังหนึ่ง เห็นลุงนั่งถักแหอยู่หน้าบ้าน ฉวีวรรณชี้

“ลุงท่าทางจะเป็นเจ้าของบ้านนะ...ลุงคะ สวัสดีค่ะ คือว่าพวกหนูหลงทางมา อยากจะขอพักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยค่ะ”

“เอาสิ ตามสบายเลยนะ มา เข้าไปในบ้านก่อน” ลุงลุกขึ้นเชื้อเชิญ

อีกด้านหนึ่ง ชลิตกับดาหวันขี่ม้าเหยาะๆมาเจอถ้ำ

ดาหวันชวนชลิตเข้าไปพักผ่อน พอเข้ามาก็เจอหีบใส่ของต่างๆวางอยู่สี่ห้าหีบ

“โห นี่มันหีบอะไร เยอะแยะเลยอ่ะ พี่ชลิต”

“เออ พอดีไม่ได้เป็นคนขนมาน่ะ จะรู้มั้ยล่ะ”

ดาหวันตีไหล่ชลิตอย่างหมั่นไส้ “นี่แน่ะ เถียง เดี๋ยวตีตายเลยนี่...อ๊าย...”

ชลิตรวบตัวดาหวันมากอด “มะตีสิ พี่จะได้ตบด้วยปากบ้าง”

“บ้า...”

“แต่ก็ชอบใช่มั้ยล่ะ...”

ดาหวันเขินกระทืบเท้าชลิตร้องโอ๊ย...แล้วหันไปค้นของในหีบ เจอเสื้อผ้าเครื่องประดับมากมาย สงสัยจะเป็นของพวกเรือแตก ดาหวันรีบยกมือไหว้

“ท่านเจ้าของขา หวันขออนุญาตยืมใส่สักวันนะคะ แล้วหวันจะให้พี่ชลิตซักคืนให้”

“อ้าว ไหงงั้นล่ะอีหนู พี่เกี่ยวอะไรในท้องเรื่อง”

“ก็เพราะพี่ก็ต้องเปลี่ยนด้วยไง เหม็นเหงื่อจะแย่อยู่แล้วรู้ตัวมั้ย ไปๆอย่ามายืนงง ออกไปเปลี่ยนข้างนอกโน่นเลย ไปๆๆ” ดาหวันส่งเสื้อผ้าให้แล้วดันชลิตให้ออกไป

ชลิตเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งรอ ดาหวันเดินออกมาในชุดทันสมัยดูสวยผิดตา เผลออุทานว่า

“วันนี้หวันของพี่สวยมาก...”

“ขี้ตู่ ใครที่ไหน เป็นของพี่”

“ก็หัวใจของหวันไง...ของพี่”

“อย่ามา พี่ชลิตอย่ามามั่ว”

“หวันแหละ อย่ามาโกหกดีกว่า...จำวันที่เราไปฉลองเรียนจบกันได้มั้ย” ชลิตหมายถึงวันที่เขาจูบดาหวันครั้งแรกตรงน้ำตก “นับจากนั้น นางสาวดาหวันก็ตกหลุมรักนายชลิตสุดหล่อจนหมดหัวใจ”

ดาหวันหลบตาอย่างอายๆ ปฏิเสธว่าไม่จริง แล้วผลักชลิตจะวิ่งหนี ชลิตตามไปกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น ทั้งสองยิ้มคลอเคลียกัน...

ด้านฉวีวรรณที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวบ้าน ดนัยหุงข้าวทอดไข่เหยาะซอสเป็นคำว่ารักไว้ให้ ฉวีวรรณเห็นแล้วยิ่งประทับใจ “ขอบใจมากนะ ที่ทำอะไรน่ารักๆอย่างนี้ให้ฉัน”

“ถ้าน่ารัก ก็รักเสียทีสิ ฉันอยากได้ยินเหมือนกันว่าเธอรักฉันรึเปล่า”

ฉวีวรรณอ้ำอึ้ง ดนัยสวมกอดรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ฉวีวรรณรู้สึกผิดที่แย่งแฟนน้อง จึงรีบปัด “มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านี้อีกเยอะแยะ...อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย”

ฉวีวรรณเดินหนีมาริมทะเล รำพึงขอโทษดาหวันและสัญญาจะหักห้ามใจตัวเอง ดนัยตามออกมาถามว่าทำไมชอบวิ่งหนี มันยากมากหรือที่จะพูดคำว่ารัก ฉวีวรรณหันกลับมาโต้

“นายไม่เข้าใจหรอก” ว่าแล้วจะเดินหนี

ดนัยขยับมาขวาง “หรือว่า...เธอไม่เคยรักฉันเลย”

“นี่ พูดไม่รู้เรื่องเหรอ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องมาบังคับให้พูดด้วย”

“ถ้ามันแค่นี้ ก็ไม่น่ายากที่จะพูด ทำไมยังลังเลที่จะตอบ”

“ก็เพราะ...ฉันมีแฟนอยู่แล้วน่ะสิ” ฉวีวรรณหาเรื่องแก้ตัว “ฉันยังรักชลิตอยู่ เข้าใจมั้ย”

ดนัยไม่เชื่อ ฉวีวรรณโต้ “ฉันไม่ได้คบชลิตแค่วันสองวันเท่านั้นนะ ความผูกพันของเรามีมากมายเกินกว่าที่ความหลงชั่วข้ามคืนจะมาลบล้างได้”

“เธอพูดยังงี้หมายความว่าไงหวี ความรักของเรามันเป็นแค่เรื่องชั่วข้ามคืนเหรอ”

“ระหว่างเรามันไม่ใช่ความรักหรอกดนัย มันก็แค่ความหลงชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนน้ำค้างตอนดึกที่พร้อมจะเหือดแห้งไปในตอนเช้า ที่พระอาทิตย์ส่องแสงมาไงล่ะ”

ดนัยโกรธดึงฉวีวรรณเข้ามาจูบอย่างหนักหน่วง เธอไม่ทันตั้งตัวทุบไหล่เขา สักพักก็อ่อนยวบลง ดนัยถอนปากออกแล้วถาม “รักหรือหลง รู้หรือยัง”

ไม่ทันที่ฉวีวรรณจะตอบ ดนัยก็จูบเธออีก ชลิตกับดาหวันเดินจูงมือเข้ามาเห็น ต่างมองอย่างตะลึง “พี่หวี...ดนัย...”

สองคนผละออกจากกัน หันมาเห็นชลิตจูงมือดาหวันอยู่ ดาหวันต่อว่าฉวีวรรณหาว่าแอบแทงข้างหลัง ฉวีวรรณหน้าซีดรีบแก้ตัว ขอให้ฟังตนอธิบายก่อน ดนัยโพล่งขึ้นมา

“ถ้าจะมีใครผิด ก็โทษพี่เถอะ อย่าไปว่าหวีเลย...แล้วแกล่ะชลิต มีอะไรจะพูดไหม ว่าแกคบดาหวันแบบไหน” ดนัยมองมือชลิตที่ยังจับมือดาหวันอยู่

ดาหวันตกใจรีบดึงมือออก แก้ตัว “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่ดนัย หวันกับพี่ชลิตเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอกค่ะ นอกจากเป็นพี่น้องกัน”

ชลิตไม่อยากโกหก แต่ดาหวันไม่ให้ชลิตพูดอะไรเพราะเกรงฉวีวรรณเสียใจ ดาหวันยืนยันว่าชลิตยังรักพี่อยู่ ดนัยต่อว่าชลิตยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่าให้ผู้หญิงออกหน้า ชลิตเดือดสวนว่าดนัยเป็นเพื่อนทรยศแอบมาสวมเขาให้ตน ดนัยโกรธเกิดการชกต่อยกันขึ้น สองสาวช่วยกันห้าม แต่สองคนทะเลาะกันดุเดือด ถึงขั้นแทงกันตายทั้งคู่ สองสาวร้องกรี๊ด ต่างโผเข้าหาคู่ของตัว

“ดนัย...อย่าตายนะ ดนัย...โอ๊ย...”

“พี่ชลิต อย่าเป็นอะไรนะ...อู๊ย...”

สองพี่น้องหัวโขกกันตกใจตื่น มองหน้ากันงงๆ แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บพลอยตกใจตื่นไปด้วย แจ๋รีบถามว่า ฝันอะไรกันร้องเสียลั่น สองพี่น้องแก้ตัวพัลวันแล้วมองหน้ากันงงๆว่าฝันเหมือนกันหรือ อุ๊บอิ๊บหมั่นไส้จะพูดเรื่องสลับคู่กันและทำเป็นค้นหามือถือจะมาเปิดคลิป ดาหวันตกใจรีบลากอุ๊บอิ๊บหลบมามุมหนึ่ง ต่อว่าว่าตนเลิกกับดนัยตามสัญญาแล้ว ยังจะมาขู่อีก

“ใช่ เธอเลิก แต่เพราะพี่สาวเธอน่ะสิ ทุกอย่างถึงต้อง เป็นโมฆะ” อุ๊บอิ๊บแหวใส่

“พี่หวีมาเกี่ยวอะไรด้วย เธออย่ามามั่วนะ”

“คนอย่างฉันไม่มีมั่วอยู่แล้วย่ะ ฉันเห็นมากับตาว่าพี่สาวของเธอจูบ...” พลันจิ้งจกตกมาใส่ อุ๊บอิ๊บร้องลั่นวิ่งเตลิดให้คนช่วยเอาออก แล้วสะดุดหัวโขกลูกกรงสลบไป

ดาหวันเสียดายที่ไม่ทันรู้เรื่อง ฉวีวรรณเข้ามาถามมีอะไร ดาหวันบอกปัดไม่มีอะไร

ooooooo

นอนโรงพยาบาลมาสองสามวัน สุภาพเกรงศิริจะเบื่อจึงเข็นรถเข็นออกมานั่งเล่นในสวนเปลี่ยนบรรยากาศ ศิริเห็นเด็กหญิงสองคนเล่นกัน ยิ่งทำให้คิดถึงลูกๆ เขาจึงเข็นรถตัวเองตามเด็กทั้งสองเข้ามาแผนกเด็ก ยิ่งเห็นเด็กอ่อนในห้องกระจกยิ่งรู้สึก สะเทือนใจ บ่นพึมพำว่าใจจะขาด ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ก่อนหันมามองหน้า ศิริกล่าวขอโทษที่พูดเพ้อเจ้อเพราะตนคิดถึงลูก

“ไม่เพ้อเจ้อหรอกค่ะ พ่อแม่ทุกคนก็เป็นแบบนี้ ที่คอยตามไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่เพราะกลัวว่าลูกจะมีอันตรายต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ก็คือความปลอดภัยของลูก แต่ลูกไม่เข้าใจ”

ศิริแปลกใจที่เธอเข้าใจความรู้สึกของตน ทั้งสองจึงนั่งคุยกันอย่างถูกคอ ศิริไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้คือนงนุช แม่ของดนัย เจ้าหน้าที่เข้ามาตามนงนุชไปดูศพคนที่ตามหา นงนุชแนะนำตัวกับศิริแล้วล่ำลา เตรียมใจไปดูศพดนัย แต่พอเห็นก็โล่งอกที่ไม่ใช่ดนัยลูกชายของตน...

วินยาคุยกับสางโปเรื่องพลังพิเศษของดาเนา สงสัยว่าจะเป็นลีชาน้องชายของตน สางโปย้ำว่าลีชาตกหน้าผาจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร วินยาแค้นใจจะไปแก้แค้นกาซู สางโปห้าม วินยาจี้จุดให้สางโปสลบ...เธอบุกมาที่อาศรมกาซูอย่างบ้าดีเดือด สู้กันจนหลุดเข้าไปในป่า กาซูไม่สามารถใช้อิทธิฤทธิ์ทำอะไรวินยาได้ เพราะพลังจากเขี้ยวเสือปกป้องไว้ วินยาจะจ้วงแทงกาซู

เลาซาโผล่เข้ามาร้องลั่น “หยุดนะ เจ้าจะทำอะไร”

“อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ลงนรกไปพร้อมๆกัน” วินยาแค่นยิ้ม

เลาซาไม่อาจทำร้ายวินยาได้ จึงเอาแต่หลบหลีก แล้วพลาดถูกเธอแทงด้วยมีดพก กาซูใช้จังหวะนั้น ยิงหน้าไม้ปักเข้าที่หัวไหล่วินยา หงายหลังตกหน้าผาลงไป เลาซาตกใจมาก

“ฮ่าๆๆสะใจจริงโว้ย ดูสิไอ้เลาซา นี่ไงล่ะจุดจบของนังผู้หญิงสามหาว อวดดีกับข้า” เลาซายังนิ่งอึ้ง กาซูมองอย่างจับผิดถาม “เจ้าเป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกข้านะ ว่าเจ้าเสียใจที่มันเป็นอะไรไป”

“ใช่ ข้าเสียใจ เสียใจที่ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่ามัน ไหนท่านว่าจะให้ข้าเป็นคนจัดการไงล่ะ”

กาซูคลี่ยิ้มแล้วตบผัวะเข้าที่หน้าเลาซา “ ฝีมืออ่อนหัดอย่างที่ข้าเห็นเมื่อกี้น่ะเหรอ จะจัดการนังนั่นได้ เจ้ากำลังจะเสียทีมันแล้วด้วยซํ้า”

เลาซาแอบกำหมัดแน่น คุกเข่าลง “ข้าขอโทษ ข้ามัวพะวงเป็นห่วงท่านพ่อ กลัวว่านังผู้หญิงบ้าเลือดนั่นจะลอบทำร้ายท่านอีก”

กาซูส่ายหน้าแล้ววิ่งลงไปตามทางลาดชันของเหว เลาซาร้องถามว่าจะไปไหน กาซูตอบว่าจะไปดูให้เห็นกับตาว่าวินยาเป็นผีเฝ้าป่าแน่หรือยัง เลาซาใจหายวาบวิ่งตามลงไป

“หาศพมันให้เจอ ถ้ามันยังไม่ตายก็ฆ่ามันซะ” กาซูสั่ง

เลาซาพยายามหาจนเจอร่างวินยานอนหมดสติหายใจรวยริน เขาเกรงพ่อจะฆ่าเธอ มองไปเห็นกระต่ายตัวหนึ่งจึงจับมา แล้วร้องบอกกาซูว่าเจอแล้ว โดยตัวเขาบังร่างวินยาไว้ แล้วเชือดกระต่ายเลือดกระเซ็น กาซูดีใจที่เลาซาฆ่าวินยาได้จะเดินเข้ามาดูสภาพศพ โชคดีที่ธานีโทร.มาเรียกตัวไปช่วยงาน เลาซาขอตัวไปล้างคราบเลือดแล้วจะตามไป  เลาซามองร่างวินยาอย่างห่วงใย

“ข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด รักษาลมหายใจของเจ้าไว้นะ วินยา...”

เลาซาล้างตัวแล้วเดินตามกาซูมาอย่างรวดเร็ว แต่แอบเก็บใบสมุนไพรมาเคี้ยว ทำให้เขาดูเหมือนเป็นไข้ตัวร้อน กาซูเข้าใจว่าเกิดจากการอักเสบของแผลที่ถูกแทง จึงให้กลับไปพักผ่อน

“ใบกาวกับว่านคำแสด ทำให้ร่างกายร้อนขึ้นโดยไม่ต้องเป็นไข้...ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอาความรู้ที่ท่านสอนมาหลอกท่าน แต่มันจำเป็นจริงๆ” เลาซาพึมพำก่อน

จะแอบกลับไปอุ้มร่างวินยาออกจากก้นเหว...

ธานีเรียกกาซูมาช่วยค้นหาอุ๊บอิ๊บที่ตกผาน้ำตกลงมาพร้อมพวกฉวีวรรณ กาซูสงสัยว่าอุ๊บอิ๊บจะหลุดเข้าไปในเมืองลับแลแล้ว ธานียิ้มย่องเมื่อรู้ว่ามีเมืองที่มีแต่ผู้หญิง ธนวัติสงสัยว่าใต้นํ้าจะมีถํ้าจึงอาสาดำนํ้าลงไปดูกับพาณิชย์ แต่ไม่ทันไร เจอเข้ากับจระเข้ตัวโต ตะเกียกตะกายว่ายหนี จระเข้โผล่พรวดขึ้นมาทำให้พวกสมุนแตกกระเจิง ชนธานีกับกาซูพลัดตกนํ้าไปด้วย ทั้งสองว่ายหนีไปรวมกับธนวัติและพาณิชย์ พลันเกิดนํ้าวนดูดทั้งสี่คนหายลงไป

ooooooo

ก่อนการจะเป็นเจ้าบ่าว ดนัยกับชลิตถูกจับขัดสีฉวีวรรณ ทั้งสองนอนบนเตียงแบบทำสปา มีเพียงผ้าขนหนูพันกาย ดอกเข็มสาธยายขั้นตอนว่าต้องทำอะไรบ้าง ชลิตแอบปลื้มว่าจะมีสาวๆมานวดเฟ้น ดนัยจะขัดขืนแต่โดนชบากดไว้ แล้วตบมือเรียกนางกำนัลเข้ามา เป็นสาวอ้วนสี่คน ชลิตหน้าเหวอ นางกำนัลกระชากผ้าขนหนูดนัยกับชลิตออก แล้วละเลงครีมทั่วร่างอย่างดีใจที่ได้ลวนลามผู้ชาย สองหนุ่มถูกแวกซ์ขนเหมือนถอนขนไก่ ร้องโอดโอยกันระงม...

ในห้องขัง อุ๊บอิ๊บยังไม่เลิกที่จะแฉเรื่องระหว่าง

ฉวีวรรณกับดนัย และชลิตกับดาหวัน ทำให้เกิดการทะเลาะตบตีกับแจ๋ ทหารเข้ามาห้าม  ฉวีวรรณจึงฉวยโอกาสดึงดาหวันหนีออกมา บุญทิ้งดึงอุ๊บอิ๊บวิ่งหนีไปอีกทาง สองคนได้ใกล้ชิดกัน บุญทิ้งเกิดอาการหอบกำเริบหมดสติ อุ๊บอิ๊บจะทิ้งไปก็เป็นห่วง ถึงอย่างไรก็มีบุญทิ้งคนเดียวที่คอยดูแลตน จึงดูแลปฐมพยาบาล

ฉวีวรรณกับดาหวันหนีเข้ามาในคุ้มเจ้าแม่ หลบเลี่ยงทหารที่เฝ้าเข้ามาในห้องนางกำนัลแล้วเลยเอาชุดนางกำนัลมาสวมใส่ ฉวีวรรณเตือนดาหวันให้ทำตัวกลมกลืนไปกับพวกนางกำนัล  เผอิญชบาเดินมาเจอ เห็นสองสาวหลบหน้าหลบตาจึงเอ็ด

“นี่เจ้าสองคน มาเดินลอยชายอะไรแถวนี้ ข้างในเขาวุ่นกันไปหมดแล้ว ไปช่วยเตรียมงานสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันพอดี” ชบาส่งถาดใส่ลูกประคบและเครื่องหอมให้คนละถาด “เอาไปที่โรงอาบน้ำหลวง เจ้าไปห้องฝั่งขวา ส่วนเจ้าไปห้องฝั่งซ้ายรีบไปเร็วเข้า”

“จะ...เจ้าค่ะ...” ฉวีวรรณกับดาหวันรับคำ เดินเงอะงะกันไป

ชลิตกับดนัยสวมเสื้อคลุมนั่งหมดแรงอยู่บนเก้าอี้ ชลิตบ่นปวดแสบปวดร้อน จะแย่อยู่แล้ว ดนัยโวย

“เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้า กระดี๊กระด๊าดีนัก”

“ใครจะคิดว่าต้องทรมานขนาดนี้ เห็นสาวๆสวยๆนึกว่าจะเหมือนสปาในโรงแรม”

นางกำนัลอ้วนเข้ามาบอกว่าถึงเวลาทำขั้นต่อไป สองคนร้องจ๊าก...ยังมีอีกหรือ นางกำลังอ้วนหิ้วสองหนุ่มแยกไปคนละห้อง  เป็นห้องที่มีอ่างอาบน้ำลอยกลีบกุหลาบ  นางกำนัลบอกดนัยให้รอเดี๋ยว  เพราะตนเกิดปวดท้องหิวข้าว   เดินออกมาเจอฉวีวรรณเงอะงะอยู่  จึงผลักเข้าไปให้ทำแทน  ดนัยได้ยินเสียงคนเข้ามาก็ปลงไม่อยากกลัวอะไรอีกแล้ว จึงถอดเสื้อคลุมยืนรอ

“เอ้า อยากทำอะไรก็เชิญ รีบๆทำให้เสร็จๆ”

ฉวีวรรณโผล่มาเห็นดนัยล่อนจ้อนก็ร้อง “อ๊าย...ไอ้โรคจิต”

ดนัยตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นฉวีวรรณ รีบคว้าเสื้อคลุมมาใส่อย่างอายๆ นางกำนัลอีกคนโผล่เข้ามาถามว่ามีอะไร ดนัยทำเสียงร้องแบบฉวีวรรณแล้วบอกว่าตนร้องเพลง นางกำนัลจึงออกไป

“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง” ดนัยดึงฉวีวรรณมามุมห้อง

“ฉันมาช่วยนายน่ะสิ นายไม่เป็นไรใช่มั้ย พวกเขาทำร้ายนายรึเปล่า”

“ฉันไม่เป็นไร”

“รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงนายมากเลย” ฉวีวรรณสบตาดนัยอย่างจริงใจ

“ฉันไม่ยอมเป็นอะไรง่ายๆหรอก  ฉันจะอยู่ดูแลเธอ

ไม่มีวันทิ้งเธอไปเด็ดขาด” ดนัยกุมมือฉวีวรรณอย่างรักใคร่...

ชลิตโดนหามเข้ามาโยนในห้องที่ดาหวันนั่งรออยู่แล้ว ดาหวันตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร

“ทำไงดีล่ะ ทำไมต้องมาอยู่ในที่แบบนี้กับผู้ชายแปลกหน้าด้วย”

“ไม่เอา กลัวแล้ว อย่าเข้ามา” ชลิตหลับหูหลับตาร้อง

ดาหวันเห็นชลิตก็ดีใจ “พี่ชลิต นี่หวันเอง”

“หวัน หวันจริงๆด้วย นี่พี่ตาฝาดรึเปล่า” ชลิตลืมตามอง

“ไม่ตาฝาดหรอก หวันจริงๆ” ดาหวันโผกอดชลิตด้วยความดีใจ

ด้านฉวีวรรณกับดนัยยังกุมมือกัน ฉวีวรรณเตือน “เรารีบไปจากที่นี่เถอะ ลุงสางโปบอกว่า ที่นี่คือเมืองลับแล คนที่นี่จะฆ่าผู้ชายทุกคนที่พลัดหลงเข้ามา”

โชคร้ายที่แสงเพชรกับแสงหล้าเดินมา เห็นนางกำนัลแอบกินอยู่หน้าห้องอาบน้ำ ก็จุ๊ปากไม่ต้องกลัว พวกตนจะเข้าไปเซอร์ไพรส์ดนัยกับชลิต สองพี่น้องแยกกันเข้าคนละห้อง ดนัยกับฉวีวรรณกำลังหาทางหนี แสงเพชรโผล่เข้ามา ทั้งสองตกใจสุดขีด...

อีกห้อง ดาหวันยังกอดชลิตอยู่ “พี่ชลิต หวันขอโทษที่ผลักพี่ตกน้ำ หวันไม่ได้ตั้งใจ หวันกลัวแทบแย่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปหวันคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต”

“อย่าโทษตัวเองสิ พี่ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัว”

เสียงแสงหล้าร้องเรียกชลิต ชลิตตกใจ “แย่แล้ว...”

“อะไรเหรอพี่ชลิต” ดาหวันงง

“อย่าเพิ่งถาม รีบหลบก่อน” ชลิตดึงดาหวันไปซ่อนหลังผ้าม่าน

“ท่านพี่ชลิตของข้า...” แสงหล้าโผล่เข้ามา ชลิตหันมายิ้มหน้าเจื่อนๆอย่างหวาดหวั่น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:21 น.