ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รู้ทั้งรู้ว่าธานีคงสั่งขนไม้ไปไว้ที่อื่นแล้ว แต่ทองอินต้องค้นตามหน้าที่ วินยาอาสาช่วยเพราะเชื่อว่าน่าจะมีหลักฐานหลงเหลืออยู่บ้าง...

ชลิตกับดาหวันเดินลัดเลาะมาตามทางในป่า จนมาถึงทางสามแพร่ง ต่างชี้ไปคนละทางให้ไปทางนี้ ชลิตว่าเธอมั่ว ดาหวันโต้ว่าตนใช้ฟิล ชลิตทำหน้างง ดาหวันถอนใจก่อนจะอธิบาย

“ก็ความรู้สึกไง พี่ชลิตใจหยาบล่ะซี้ ถึงไม่เคยใช้หัวใจนำทาง”

“เฮอะ...ทียังงี้ล่ะ ใช้หัวใจนำทาง ทีเรื่องที่ควรใช้กลับไม่ใช้”

“อะไร เรื่องอะไร มาว่าเค้าเรื่องอะไร” ดาหวันผลักอกชลิต

ชลิตรวบมือดาหวันเอามาแนบอก “งั้นตอบพี่มาหน่อยสิว่า หัวใจของเธอเคยรู้สึกมั้ย ว่าพี่รู้สึกอย่างไรกับเธอ... รู้สึกมั้ย หัวใจของพี่กำลังบอกว่า...พี่...รัก...”

ดาหวันอึ้ง ชลิตพูดไม่ทันจบ มีผลไม้ถูกปามาใส่ ทั้งสองสะดุ้งหันมอง ดาเนาหัวเราะคิกอยู่บนต้นไม้ “ฮ่าๆกิ้วๆหน้าไม่อาย กิ้วๆหน้าไม่อาย”

ทั้งดาหวันและชลิตโกรธและอาย เรียกให้ดาเนาลงมาแต่ดาเนาไม่ลง ชลิตจึงปาผลไม้กลับขึ้นไป ดาเนาหลบไปหลบมา ดาหวันปาขึ้นไปบ้างโดนดาเนาอย่างจังร่วงลงมาแน่นิ่ง ทั้งสองเข้าไปเขย่าตัวดาเนาอย่างตกใจ จู่ๆ ดาเนาก็เงยหน้ามาแลบลิ้นใส่บอกว่าล้อเล่น จึงโดนทั้งสองจี๋เอวหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง...

พาณิชย์ขับรถโดยมีเลาซานั่งหน้าเครียดมาข้างๆ

พาณิชย์ฮึดฮัดที่ทำงานไม่สำเร็จต้องโดนธานีบ่นจนหูชาแน่ จู่ๆเลาซาก็ร้องให้จอดรถ พาณิชย์ตกใจรีบจอดข้างทาง เลาซา

ลงจากรถตรงไปที่เพิงไม้มุงหลังคาข้างทาง เขาเข้าไปยืนมองอย่างมีความหลังฝังใจ

เมื่อห้าปีก่อน ขณะที่ฝนเทลงมา เลาซานั่งลับมีดพกอยู่ในเพิงไม้แห่งนี้ วินยายังอยู่ในชุดนักเรียน ม.ปลาย ถือกระเป๋านักเรียนวิ่งเข้ามาขอหลบฝน เลาซาตะลึง กลบเกลื่อนก้มหน้าลับมีดแต่ก็ชำเลืองมองเธอตลอดเวลา วินยาขอหลบฝนสักครู่ไม่อยากวิ่งตากฝนกลับบ้าน วินยาถามเลาซาว่าอยู่ที่นี่หรือ เลาซาตอบว่าเปล่า เขามักจะมาที่นี่เวลาต้องการใช้ความคิด วินยาจึงบอกว่าตนเป็นคนที่นี่ แต่ไม่ได้อยู่เสียหลายปี เพราะไปเรียนหนังสือในเมือง ตอนนี้เรียนจบแล้วจะกลับมาอยู่ที่นี่ วินยาขอยืมมีดของเลาซามาเขียนชื่อตัวเองไว้ที่เสา เลาซาอ่านไม่ออก เธอจึงสอนเขาสะกดและบอกว่า ความตั้งใจของเธอคือ สอนให้คนในหมู่บ้านอ่านหนังสือออก

“ข้าจะสอนให้เจ้าฟรีๆไม่คิดเงินเลยนะ”

แต่พอวินยาถามว่าเขาชื่ออะไร และเตรียมจะเขียนชื่อลงไปบนเสาอีกชื่อ เลาซาบอกชื่อของตน เท่านั้น...วินยาก็กำหมัดแน่นด้วยความแค้น “เลาซา...”

“ใช่ ข้าชื่อเลาซา”

“ที่เป็นลูกของไอ้กาซูใช่มั้ย”

“ทำไมเรียกพ่อข้าแบบนั้น”

วินยาหันกลับมาเอามีดปาดหน้าอกเลาซา เลือดกระฉูด เลาซาร้องลั่นถามว่าทำเขาทำไม

“ก็ฝากความระลึกถึงไปให้พ่อของเจ้ายังไงล่ะ แล้วบอกมันด้วยว่า ข้าวินยา ลูกของท่านพ่อลีซัน ได้กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าเผาชาลันอย่างเต็มตัวแล้ว”

“วินยา...นี่เจ้าเองเหรอ...” เลาซาตกใจ

วินยาเงื้อมีดจะแทงอีกครั้ง เลาซาหลับตาลงเตรียมรับ แต่แล้ววินยากลับปามีดไปปักฝาเพิงเฉียดหูเลาซา จนเขาสะดุ้ง “ข้าจะยกให้เจ้าสักครั้ง ในฐานะที่เจ้าให้ที่หลบฝนข้า แต่นับจากนี้ไป ข้าเจอเจ้ากับพ่อของเจ้าที่ไหน ข้าก็จะเอาชีวิตพวกเจ้าที่นั่น”

วินยามองด้วยความแค้นก่อนจะวิ่งออกไป...ภาพความหลังยังฝังใจเลาซาไม่เสื่อมคลาย พาณิชย์เดินมาตามอย่างหงุดหงิด เลาซาไล่ให้ออกจากเพิงเพราะเป็นที่ส่วนตัวของตน พาณิชย์ไม่พอใจเดินเข้าไปอย่างท้าทาย จึงถูกเลาซาเหวี่ยงออกมาล้มเค้เก้ พาณิชย์กลัวแต่ยังทำปากเก่งว่าไม่อยากเสียเวลา มีงานต้องรีบกลับไปทำ พาณิชย์เดินกลับไป เลาซาเดินตามไปขึ้นรถ...

ดาเนาจัดการหากระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาให้ชลิตกับดาหวัน แทนคำขอโทษที่ทำให้ตกใจแถมจะนำทางออกจากป่าให้ด้วย ชลิตถามว่าดาเนาโตมาในป่าหรือและบ้านอยู่ไหน ดาเนาชี้ไปหลังหุบเขาไกล และบอกว่าเขาชอบมาเล่นกับเพื่อนๆที่นี่

“แหมเหมือนเมาคลีเลยนะ” ชลิตแซว

“เมาคลีคืออะไร” ดาเนาไม่รู้จักนิทานสักเรื่อง

“ก็เด็กที่มีหมาป่าเอาไปเลี้ยง”

“เรื่องแบบนั้นไม่มีหรอก เพ้อเจ้อ” ดาเนานิ่วหน้าใส่

ดาหวันหัวเราะเยาะที่ชลิตถูกเด็กด่า ชลิตหน้าเสีย ดาหวันถามดาเนาว่ามาเล่นไกลๆแบบนี้ พ่อแม่ไม่ว่าเอาหรือ มันอันตราย ดาเนาสลดลงตอบว่า ตนไม่มีพ่อแม่ ดาหวันกับชลิตอึ้ง

ดาเนาเล่าว่า “ดาเนาไม่มีพี่น้อง มีแต่ยายคนเดียว ยายเลี้ยงดาเนามาตั้งแต่เด็กๆยายใจดีไม่ว่าดาเนาหรอก...รอเดี๋ยวนะ พี่ชาย ดาเนาจะรองน้ำมาให้”

ชลิตมองดาเนาที่วิ่งตื๋อไปอย่างเอ็นดู “อืม เป็นเด็กกำพร้า อยู่กับยายกลางป่านี่เอง ถึงได้มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูง แล้วก็เลยแก่นแก้วอย่างนี้”

“ถึงจะแก่นแต่ก็มีน้ำใจนะ พี่ชลิต...ถ้าเป็นไปได้ หวันอยากให้ดาเนามาเป็นน้องชายของหวันจริงๆเลย” ดาหวันรู้สึกเอ็นดูดาเนาอย่างจริงใจ

ooooooo

ขณะที่รอทองอินกับวินยาค้นปางไม้ของธานี พาณิชย์โทร.เข้ามาบอกธานีเรื่องเด็กๆถูกชลิตกับดาหวันพาหนีไปได้หมด ธานีแค้นใจมาก พอดีกาซูมารายงานว่าตำรวจที่ธานีให้ไปตามมากำลังมาถึง ธานียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ทองอินกับวินยาเดินกลับมา ดนัยรีบถามว่าเจอหลักฐานอะไรบ้างไหม ทองอินกับวินยาไม่ทันตอบ พวกธานีเดินเข้ามาถามเยาะๆว่าเจออะไรบ้างไหม ทองอินตอบอย่างโกรธๆว่า

“จะไปเจออะไรล่ะครับ พวกชั่วทำลายชาติ มันรู้แกว ขนไม้ไปไว้ที่อื่นแล้วน่ะสิ”

“พูดให้ดีๆนะคุณ ผมฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้นะ” ธนวัติเดือดจะเอาเรื่อง

ฉวีวรรณโต้ว่าพวกตนไม่กลัว บุญทิ้งท่องคำพระแล้วแปลว่า ผู้กล่าวคำไม่จริงย่อมเข้าถึงนรก ธนวัติโกรธชกหน้าบุญทิ้งล้มคว่ำ ดนัยปรี่เข้ากระชากธนวัติมาชกบ้าง ทั้งสองจึงต่อสู้กัน ธานียกมือให้ลูกน้องรุม แจ๋กับกิมจิรีบขัดว่าให้เป็นลูกผู้ชายกันหน่อย ธานีจึงชะงักปล่อยให้ดนัยกับธนวัติสู้กันตัวต่อตัว ไม่ทันไร ตำรวจนอกเครื่องแบบสี่นายที่กาซูไปตามมา ลงจากรถกระบะสองคัน ธานีแจ้งให้จับดนัยกับพวก อุ๊บอิ๊บโวยวายไม่ให้จับดนัย

“อุ๊บอิ๊บ เลิกเข้าข้างไอ้ชั่วนั่นซะที” ธานีเอ็ดลูกสาว

วินยาเหลืออด ตวาดกลับ “พวกแกสิทั้งชั่วทั้งหน้าด้าน ทำผิดกฎหมายแล้วยังใส่ร้ายคนอื่นอีก”

“ถ้าไม่อยากให้ชาวชาลันกำพร้าผู้นำก็หุบปากแกซะเถอะ นังวินยา” กาซูโต้

วินยาโมโหจะต่อยกาซู แต่ทองอินรั้งไว้ เกรงเข้าทางพวกนั้น ดนัยกับฉวีวรรณถูกจับไปนั่งท้ายรถกระบะคันหนึ่ง อีกคัน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งนั่งไป มีตำรวจคอยคุมคันละหนึ่งคน ทองอินสะดุดใจบางอย่างว่าตำรวจสี่นายนี้ท่าทางมีพิรุธ

ooooooo

ดาเนานำทางชลิตกับดาหวันมาถึงเขาที่จะข้าม ไปหมู่บ้านชาลัน อีกทางเป็นดงผีฟ้าที่สามารถตัดออกถนนหลวงได้ ชลิตขอให้ดาหวันเข้าไปสารภาพกับฉวีวรรณเรื่องของเขากับเธอ จะได้ไม่มีเรื่องคาใจ แต่ดาหวันไม่ยอมไป แถมไล่ให้ชลิตกลับไปหาฉวีวรรณ

“ไม่ต้องกลัวนะ พี่คิดว่าหวีแมนพอ แล้วก็ยอมรับได้ พี่จะไปสารภาพกับหวีเอง ว่าหัวใจของพี่เปลี่ยนไปแล้ว พี่ไม่ได้ รักหวีเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

ดาหวันตบหน้าชลิต “ผู้ชายเห็นแก่ตัว นึกจะเปลี่ยนใจเลิกรักก็พูดง่ายๆทำง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ...พี่ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายจิตใจพี่หวี ได้ยินมั้ย ไม่มีสิทธิ์”

ดาหวันผลักชลิตกระเด็น แล้ววิ่งหนีไปทางหนึ่ง ดาเนาตกใจวิ่งเข้ามาดูชลิต แต่ชลิตกลับบอกว่า ขอเขาปรับความเข้าใจกับดาหวันก่อน แล้วลุกขึ้นวิ่งตามดาหวันไป ดาเนาได้แต่เกาหัวแกรกๆด้วยความงง บ่นว่าตกลงสองคนนี้คบกันแบบไหนกันแน่...

ดาหวันวิ่งมาหยุดร้องไห้ริมหน้าผา นึกถึงคำพูดของฉวีวรรณที่เคยพูดว่า ชลิตเป็นคนสุดท้ายในโลกที่จะทำให้เธอเสียใจ น้ำตาดาหวันพรั่งพรูออกมาอย่างเจ็บปวด

“หวันจะไม่ยอมให้พี่ชลิตทำร้ายจิตใจพี่หวีเด็ดขาด หวันยอมเจ็บเอง”

ชลิตวิ่งตามมา ดาหวันไล่ให้เขากลับไปหาฉวีวรรณ ชลิตน้อยใจ “หวัน...ช่วยทำกับพี่เหมือนคนที่รักกันหน่อยได้มั้ย เชื่อพี่สักครั้งเถอะนะ พี่อยากให้หวันซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วมันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน”

ดาหวันกลั้นสะอื้นมองอย่างตัดสินใจ “ก็ได้ ถ้าพี่อยากให้หวันพูดความจริง หวันก็จะพูด”

“ดี งั้นเราไปหมู่บ้านชาลันกันเดี๋ยวนี้เลย” ชลิตดึงมือดาหวัน แต่เธอสะบัดออก

“หวันรักพี่ดนัย ไม่ใช่พี่...นี่ไงความจริงที่พี่อยากฟัง ได้ยินชัดหรือยัง”

“ไม่จริง...หวันโกหก”

“หวันไม่ใช่ผู้ชายโลเลเปลี่ยนใจง่ายดายอย่างพี่นี่...ที่หวัน บอกเลิกกับพี่ดนัย เพราะหวันไม่ดีพอกับพี่เขา แต่มันไม่ได้แปลว่าหวันหมดรักพี่ดนัยไปด้วย รู้ไว้เลยนะ ไม่มีใครมาแทนที่พี่ดนัยได้ โดยเฉพาะผู้ชายไม่เอาถ่านอย่างพี่” ดาหวันเชือดเฉือนชลิตด้วยคำพูด แล้วหันเดินหนี

ชลิตโผกอดเธอด้านหลัง “อย่าไปนะ หวัน”

ดาหวันน้ำตาร่วงเผาะ ใจแทบละลาย ยิ่งชลิตพร่ำพูด

“เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน มันมีความสุขมากเลยนะ หวันลืมดอกบัวที่พี่เคยให้ ลืมการฝึกเต้นรำกลางป่า ทุ่งหญ้าที่เราเคยนอนดูดาวด้วยกันไปแล้วเหรอ...ตอบพี่มาสิ ความรู้สึกดีๆ ที่เราเคยมีด้วยกัน มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับหวันเลยใช่มั้ย”

“พอเสียทีเถอะ ออกไป” ดาหวันตัดใจสะบัดตัวออก

ชลิตถอยไปใกล้หน้าผาอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ยอมปล่อ ย เธอไปไหนทั้งนั้น ดาหวันโวยให้เลิกหลอกตัวเองเสียที ไม่มีใครเพ้อพกไปกับนิยายรักกลางป่าของเขาหรอก ชลิตเสียดแทงในใจน้ำตาคลอ ไร้แรงเหนี่ยวรั้ง ดาหวันพลิกตัวกลับ ทำให้เขาเซถอยตกหน้าผา ดาหวันร้องกรี๊ดสุดเสียงอย่างตกใจ เห็นชลิตร่างหล่นลงไปในน้ำ ดาเนาวิ่งเข้ามาฉุดดาหวันไม่ให้โดดตามลงไป

“อย่า พี่หวัน นั่นมันน้ำวนนะ”

“ปล่อย พี่จะไปช่วยพี่ชลิต”

ดาหวันร้องไห้โฮที่เห็นชลิตโดนน้ำวนดูดเข้าไปจนถึงกลางน้ำวน จมไปเกือบมิด ชลิตตะโกนกึกก้อง “หวัน...พี่รักหวัน...” ...ดาหวันกรีดร้องใจแทบขาด

จากนั้น ดาเนาก็อาสาลงไปดำน้ำค้นหาตัวชลิต แต่ไม่พบ ดาหวันตะโกนเรียกชลิตริมน้ำตก น้ำตาไหลพราก  ดาเนาปลอบว่าน้ำอาจจะพัดชลิตไปป่าด้านโน้น ดาหวันมีความหวังขึ้นมาปาดน้ำตารีบเดินไปตามหา

ooooooo

ในขณะที่ศิรินั่งรถจะไปที่ปางไม้ของธานีเพราะ ได้ข่าวว่าฉวีวรรณอยู่ที่นั่นระหว่างที่เกิดไฟไหม้ เขาโทร.ถามธานี ธานีกำลังแก้ตัว รถตำรวจปลอมที่ดนัยกับฉวีวรรณนั่ง ผ่านหน้ารถขอศิริไป ศิริร้อง “เฮ้ย...นั่นยัยหวีใช่มั้ย...”

สุภาพรีบบอกว่าใช่แน่ๆ ศิริวางสายไป ธานีได้ยินทางโทรศัพท์ก็ตกใจหันไปโวยกาซูให้ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้แผนพินาศ กาซูเสนอให้โทร.ไปบอกพาณิชย์ซึ่งคงอยู่ระหว่างทาง ไปดักจัดการพวกศิริไม่ให้ได้เจอกับฉวีวรรณ... พาณิชย์กับเลาซารับทราบ รีบขับรถไปดักตัดหน้ารถของศิริให้เสียหลักตกถนนแล้วเข้าช่วยเหลือเพื่อถ่วงเวลาให้ตามไม่ทัน เลาซาใช้ยาสั่งของเขาป้ายศิริ ทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

ระหว่างทาง ฉวีวรรณหน้ามุ่ยอารมณ์เสีย เห็นตำรวจที่คุมนั่งสัปหงกอยู่จึงเปรยๆกับดนัย

“ฉันไม่นึกเลยว่า ชีวิตจะมาจบลงที่ตะรางอย่างนี้”

“อย่าเพิ่งท้อสิ ทำดีต้องได้ดี”

“แล้วที่ทำอยู่นี่ มันยังไม่ดีพออีกเหรอดนัย...ฟ้าดินมีตาบ้างหรือเปล่าเนี่ย คนทำดีกลับโดนกลั่นแกล้ง ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลอยู่ได้ มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ” ฉวีวรรณตะโกนขึ้นฟ้า

จู่ๆรถก็หักเลี้ยวโค้งอย่างแรงทำให้ฉวีวรรณถูกเหวี่ยงมาซบอกดนัย เขากอดเธอไว้

“เห็นมั้ย...บ่นปุ๊บฟ้าดินให้รางวัลทันที” ดนัยสบตาฉวีวรรณปิ๊งๆ

ฉวีวรรณโกรธหาว่าสถานการณ์แบบนี้ยังมาชีกออีก ดนัยระบายความรู้สึกจากใจ “ถึงจะทุกข์แค่ไหน แต่ถ้ามีคนที่รักอยู่เคียงข้าง ฉันก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”

“ขี้ตู่ ใครไปรักไปชอบนายตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉวีวรรณเขิน

ตำรวจกระแอมขึ้นมา “กรุณาอยู่ในความสงบ งดคลุกวงใน”

“โทษทีพี่ แฟนผมเขาขาดความอบอุ่น” ดนัยกระชับกอดฉวีวรรณไว้อีก

“อีตาบ้า พูดมาได้ยังไง” ฉวีวรรณถลึงตาใส่

“ก็ถูกแล้วไง เธอเป็นแฟนฉันแล้ว แต่ฉันนี่สิ จะได้เป็นแฟนเธอเมื่อไหร่ก็ไม่รู้...อาจจะไม่มีหวัง แต่ฉันก็อยากจะรู้นะ เธอรักฉันบ้างหรือเปล่า หวี...” ดนัยมองลุ้นๆ

ฉวีวรรณอึ้งพูดไม่ออกทั้งที่รู้ว่ารัก พลันรถเลี้ยวอย่างแรงอีกครั้ง ฉวีวรรณหงายหลังดึงดนัยลงไปจูบปากกันอย่างจัง ทั้งสองตะลึงไม่ทันตั้งตัว แล้วรถก็เบรกจอดกลางป่า ตำรวจปลอมที่คุมอยู่ร้องขึ้นว่า “หมดเวลาสวีตแล้วโว้ย”

ทั้งสองผละออกจากกันอย่างตกใจ ตำรวจคนที่ขับรถ ลงมาสั่งให้ลงจากรถ มารวมกลุ่มกับแจ๋ กิมจิ และบุญทิ้ง ฉวีวรรณงงนี่ไม่ใช่สถานีตำรวจ พวกตำรวจปลอมหัวเราะเยาะ

“พวกแกต้องการอะไร” ดนัยถาม

“ก็ต้องการให้พวกแกรับโทษของความแส่ไง” ตำรวจปลอมยกปืนขู่

ดนัยและเพื่อนๆเริ่มรู้ว่าถูกหลอก รีบปกป้องฉวีวรรณ ตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นว่า อย่าเพิ่งฆ่าดนัย เสี่ยสั่งให้จัดการคนอื่นๆก่อน จะได้เห็นคนที่รักตายไปต่อหน้าทีละคน ดนัยหน้าเสียพวกแจ๋กอดกันด้วยความกลัว ทันใด มีดพกของวินยาพุ่งมาแทงหัวไหล่ตำรวจที่เล็งปืนทรุดลง ดนัยกับฉวีวรรณหันไปมองเห็นวินยาโดดมาจากต้นไม้ ทองอินถือปืนวิ่ง ตามมา ยิงใส่พวกตำรวจปลอมกระเจิงหลบกันไป

“พี่ทองอิน นี่มากันได้ยังไงครับ”

“ฉันดูๆแล้วมันท่าทางพิกล สงสัยว่าจะไม่ใช่ตำรวจจริง พวกเราเลยแกะรอยตามมานี่แหละ...ไม่เป็นไรกันใช่ไหม”

“ขอบคุณมากนะคะพี่...แล้วก็ขอบใจเธอด้วยนะวินยา เธอช่วยชีวิตพวกเราไว้ได้อีกแล้ว” ฉวีวรรณไหว้ทองอินและหันมาหาวินยา

“ไม่เป็นไรหรอก ไป กลับหมู่บ้านกันก่อน”

ทุกคนกำลังจะไป ดนัยเหลือบเห็นคนร้ายลุกขึ้นมาจะยิงวินยา เขาจึงโจนเข้าแย่งปืน สู้กันดุเดือด ทั้งสองพลัดตกหน้าผา ดนัยคว้ากิ่งไม้ไว้ได้ อีกมือแย่งปืน ปืนลั่นใส่คนร้ายตกไป แต่ตัวเขาก็ร่วงลงไปด้วย ทุกคนร้องลั่น ดนัยตกลงไปสู่กระแสน้ำวนหมุนติ้วหายไปต่อหน้าต่อตา

“ดนัย ไม่นะ ดนัย...” ฉวีวรรณร้องลั่นอย่างใจสลาย

แจ๋เขามากอดปลอบ แต่ฉวีวรรณสะบัดออกวิ่งร้องเรียกดนัยไปตามริมน้ำ แจ๋จะตามวินยารั้งไว้บอกให้ปล่อยฉวีวรรณไปก่อน เธอคงอยากอยู่คนเดียว เสียงฉวีวรรณตะโกนลั่น

“ดนัย นายต้องไม่ตายนะ นายจะทิ้งฉันไปง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ...”

กระแสน้ำหมุนวนร่างดนัยหลุดเข้าไปในถ้ำใต้น้ำตก ซึ่งมีหินงอกหินย้อยดูสวยงาม ดนัยนอนอยู่ข้างชลิต ชลิตกำลังฝันว่าได้กอดดาหวันและหอมแก้มเธอ เขาจึงกอดดนัยและซุกไซ้จนดนัยซึ่งเข้าใจว่าฉวีวรรณยื่นหน้ามาหอมแก้มตน ก็ละเมอออกมาว่า

“อย่าสิ หวี มันจั๊กเดียม”

ชลิตลืมตาโพลงขึ้นพร้อมกับดนัย ทั้งสองสบตากันระยะประชิด ต่างตกใจร้องเฮ้ยแล้วผละออกจากกันทำท่าแหวะ

“แกทำอะไรฉันวะ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีรสนิยมแบบนี้” ดนัยโวย

“ไอ้บ้า ฉันไม่พิศวาสแกหรอก ฉันคิดว่าแกเป็น...” ชลิตเกือบหลุดชื่อดาหวันออกไป

ดนัยถามว่าใคร ชลิตเปลี่ยนเรื่องถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วนึกได้เรียกหาดาหวัน ทำให้ดนัยนึกได้เช่นกัน เรียกหาฉวีวรรณ ทั้งสองมองหน้ากันงงๆ ชลิตถามว่าที่นี่ที่ไหน

“แกถามฉันแล้วฉันจะถามใคร” ดนัยย้อนแล้วแยกไปเดินเรียกหาฉวีวรรณ

ชลิตเองก็เดินตามหาดาหวัน ไม่ทันไร ก็มีกลุ่มผู้หญิงที่แต่งกายคล้ายทหารโบราณ ถือดาบหน้าตาดุดันเข้ามาควบคุมตัวชลิต เขาร้องลั่น ดนัยวิ่งกลับมาถาม

“ร้องซะตกอกตกใจ นั่นแกเล่นอะไรอยู่ แล้วนั่นใคร ทำไมแต่งตัวประหลาดจัง”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ดนัย...อย่าเข้ามา อันตรายหนีไป”

ดนัยไม่เชื่อคิดว่ามีการถ่ายละคร จึงเข้าไปมองหากล้อง ทหารหญิงจึงจับตัวไว้อีกคน ดนัยยังโวยวายว่าเขาไม่มีเวลาเล่นด้วย ต้องไปตามหาฉวีวรรณ แต่ทหารกลับถีบเขาล้มลง ดนัยจึงรู้ว่าเอาจริงไม่ได้ถ่ายละคร เขาจึงต่อสู้และดึงชลิตวิ่งหนี พอถึงทางแยก ต่างคนต่างวิ่งไปคนละทาง พวกทหารหญิงแยกย้ายกันไล่ล่า...

มีแอ่งน้ำตก บรรยากาศสวย ม่านดอกไม้แบบบาหลีห้อยย้อยลงมาเป็นม่านธรรมชาติ แสงเพชร เจ้าแม่ผู้ครองเมืองลับแล สวย มีเสน่ห์กำลังลงแช่ในแอ่งน้ำ มีชบานางสนมคอย

ขัดสีฉวีวรรณให้ เสียงเอะอะของเหล่าทหารดังมา แสงเพชรไม่พอใจให้ชบาออกไปดู ชบาออกมาโวยวายถามพวกทหารว่าอยากตายหรือ ถึงได้ส่งเสียงเอะอะ ขณะที่เจ้าแม่กำลังพักผ่อน

“มีผู้บุกรุก มันหนีมาทางนี้”

ชบาหงุดหงิดสั่งให้ตามตัวให้เจอ แล้วบ่นว่าตนเมื่อยแขนไปหมด จึงอู้แอบนอนพัก เผลอหลับไป...ดนัยหนีหลบตามซอกหิน มาจนถึงแอ่งน้ำที่แสงเพชรแช่น้ำอยู่ เขายืนตะลึง แสงเพชรรู้ตัวหยิบอาวุธลับ เข็มเงินซัดมาทางดนัยสามเล่ม ดนัยหลบแล้วโผล่ออกมาหน้าเจื่อน

“เอ่อ ผมผ่านมา แล้วกำลังจะผ่านไป น้ำเย็นนะ ระวังจะเป็นปอดบวม” ดนัยทำเนียนจะไป

แสงเพชรโมโห รีบขึ้นจากน้ำคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วดึงมีดมาสู้กับดนัย ดนัยรีบบอกให้ใจเย็นๆมีอะไรค่อยพูดจากัน แสงเพชรถามว่าเขาเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาพูดกับตนเช่นนี้ แสงเพชรปามีดเฉียดแขนดนัยเลือดซิบ

“โอ๊ย...ใจคอจะฆ่าแกงกันเลยรึ” ดนัยจำต้องสู้ เขาจับแขนแสงเพชรไพล่หลัง

แสงเพชรดันตัวดนัยไปกระแทกต้นไม้ สะบัดตัวออก แต่แล้วพลาดเสียหลักลื่นตกน้ำ ขาไปติดซอกหิน ดนัยตกใจที่เธอไม่โผล่ขึ้นมา ใจอยากจะหนีแต่ก็เป็นห่วง จึงโดดลงไปช่วย เขาพยายามดึงขาเธอออกจากซอกหิน แสงเพชรสำลักน้ำจะขาดใจ ดนัยตัดสินใจจูบเธอเพื่อให้เธอมีอากาศหายใจ แสงเพชรตกตะลึง จนดนัยดึงขาเธอออกมาได้ อุ้มเธอขึ้นจากน้ำถามอย่างห่วงใยว่า เป็นอะไรหรือเปล่า แสงเพชรรู้สึกตัวว่าตนโป๊เพราะเสื้อแนบเนื้อ ดนัยรีบหันหลังแล้วถอดเสื้อตัวเองยื่นให้ พอดีชบาตื่น กลับมาหาแสงเพชร เห็นดนัยยืนอยู่กับแสงเพชรก็โวยวาย มีคนบุกรุกเรียกทหารมาจับ แสงเพชรยืนมองอย่างสับสน...

ในสวนของวังเจ้าแม่เมืองลับแล แสงหล้าน้องสาวของเจ้าแม่ กำลังตามหาสัตว์เลี้ยงของตน ชื่อน้องลูกหมี มาเจอกับชลิตเข้า ต่างคนต่างตกใจ ชลิตรีบปิดปากแสงหล้าไม่ให้ร้องและบอกว่าจะปล่อยถ้าเธอไม่ร้อง แสงหล้าพยักหน้าหงึกๆ

“ผมชื่อชลิต แล้วคุณชื่ออะไร”

“ข้าชื่อแสงหล้า เจ้าไม่รู้จักข้ารึ”

ชลิตแปลกใจทำไมต้องรู้จัก แสงหล้ามองชลิตหัวจดเท้า พลางท่องคุณสมบัติตามตำรา

“มีหนวด มีลูกกระเดือก หน้าอกแบนราบ แล้วก็มี...” แสงหล้าหยุดมองที่เป้ากางเกงชลิต

ชลิตรีบเอามือกุมเป้าเพราะดูท่าเธอจะจับ แสงเพชรพูดว่า ตรงตามตำราเขาเป็นผู้ชายหรือ ชลิตตอบว่าใช่ แสงหล้าตื่นเต้นดีใจเหมือนเจอของแปลก ชลิตงงทำไมต้องดีใจขนาดนี้ พลันเขาเห็นงูตัวหนึ่งอยู่ด้านหลังเธอ เขารีบผลักเธอล้มลงเอาตัวปกป้องจึงโดนงูฉก...

ooooooo

พวกฉวีวรรณและวินยากลับมารวมตัวที่บ้านทองอิน บุญทิ้งอดไม่ได้ โทร.บอกอุ๊บอิ๊บว่าดนัยตายแล้วให้ทำบุญไปให้ อุ๊บอิ๊บไม่เชื่อ แอบหนีออกมาที่บ้านทองอิน จึงเกิดทะเลาะตบตีกับแจ๋ เพราะแจ๋ยังโกรธที่อุ๊บอิ๊บเป็นหนอนบ่อนไส้ ฉวีวรรณต้องห้ามทัพและให้ช่วยกันตามหาดนัย บุญทิ้งคอยดูแลอุ๊บอิ๊บอย่างห่วงใย

ทุกคนร้องเรียกดนัยริมน้ำตก ฉวีวรรณเห็นเงาคนเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ก็ร้องถามว่าใคร วินยาเข้ามากันไม่ให้ฉวีวรรณเข้าไปดู แล้วยิงหน้าไม้เข้าไปในพุ่มไม้ ดาเนากระโดดหลบออกมาจากพุ่มไม้ แล้วพุ่งเข้าซัดวินยาด้วยมือเปล่าทันที วินยายกมือป้อง พอเห็นชัดว่าเป็นเด็ก วินยา

รู้สึกคุ้นหน้าและถูกชะตากับดาเนาอย่างมาก จึงเข้าไปจะจับแก้ม ดาเนาปัดมือ

“ไม่รู้จัก อย่ามาจับแก้ม” ดาเนาโดดหนีไป

วินยารีบตาม “หยุดก่อน หนูเป็นใครกันแน่”

“แม่ก็ไม่ใช่ ทำไมต้องเชื่อฟังด้วย” ดาเนาตอบกวนๆ

แล้วเตะท่อนไม้ใส่วินยา

วินยาหลบทันคว้าคอเสื้อดาเนาไม่ให้หนี ดาเนาถอดเสื้อหลุดออกมาแลบลิ้นปลิ้นตาล้อ ดาหวันวิ่งเข้ามาเห็นวินยา จึงร้องบอก

“หยุดนะ ดาเนา นั่นวินยา เขาเป็นพวกเดียวกับเรา”

ดาเนาชะงักบ่นปอดแปดว่าไม่บอก แล้วยกมือไหว้ วินยา “ขอโทษ ดาเนาไม่ได้ตั้งใจ นึกว่าพวกคนร้ายใครๆก็รู้ว่าปกติดาเนาเป็นเด็กดี เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ยังไงยังงั้น”

“หนูเป็นใครกันแน่...” วินยายังสงสัย

ดาเนาไม่ทันตอบ ทองอิน ฉวีวรรณกับพวกวิ่งเข้ามา พอดาหวันเห็นพี่สาวก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ แจ๋รีบถามหาชลิต ดาหวันน้ำตาพรั่งพรู ทุกคนแปลกใจพากันกลับมาที่หมู่บ้านชาลัน เล่าเรื่องทั้งหมดให้สางโปฟัง

“พ่อหนุ่มสองคนนั่นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยที่น้ำตกหลวงงั้นรึ”

“ใช่ค่ะ หวันเห็นพี่ชลิตหายไปต่อหน้าต่อตาเลย”

“ฉันจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะตามหาดนัยกับชลิตยังไง ยังมีที่ไหนในป่านี้อีกรึ ที่พวกเราชาวชาลันไม่รู้จัก” วินยาข้องใจ

“ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่ลึกลับ ที่แม้แต่ชาวชาลันซึ่งได้ชื่อว่ามีป่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ก็ยังไม่เคยเข้าไป” สางโปเริ่มเล่า “การหายตัวไปของไอ้หนุ่มสองคนนั้น ทำให้ข้านึกถึงสถานที่ในตำนานที่คนเฒ่าคนแก่เคยเล่าให้ฟัง...”

“มีคนแก่กว่าลุงอีกเหรอ ลุงก็แก่มากแล้วนะ” กิมจิขัดขึ้น แจ๋ตบปากเพี๊ยะ

“เล่าต่อเถอะค่ะ ลุงสางโป” ฉวีวรรณขอร้อง

“ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าให้ฟังเรื่องคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ว่าถูกคนเมืองลับแลจับตัวไป...เมืองลับแลเป็นเมืองประหลาดที่มีแต่ผู้หญิง แต่ถ้าผู้ชายพลัดหลงเข้าไป จะไม่มีชีวิตรอดกลับมาอีกเลย”

“แล้วเมืองลับแลที่ว่านั่นมันอยู่ที่ไหนล่ะครับ” กิมจิถาม

“ถ้ารู้ จะเรียกว่าเมืองลับแลรึ ไอ้โง่”

กิมจิหน้าแตกทำท่าคารวะสางโป แจ๋บอกสางโปอย่าไปสนใจ ให้เล่าต่อ สางโปจึงเล่า

“ที่ได้ชื่อว่าลับแลเพราะเป็นเมืองที่ถูกเวทมนตร์พรางตาไว้ไม่ให้ใครมองเห็น ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะคนที่พลัดหลงเข้าไป ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา ถ้าเป็นหญิงก็ต้องอยู่ที่นั่นไปจนตาย หาทางออกจากเมืองไม่ได้ ถ้าเป็นชายก็จะถูกฆ่าทิ้ง ตำนานเล่ามาแบบนี้”

“โธ่ พี่ชลิต พี่ดนัย” ดาหวันคร่ำครวญ

อุ๊บอิ๊บร้องไห้เสียงดัง ทองอินปรามอย่าเพิ่งจิตตกกันไป ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าดนัยกับชลิตหายไปไหน บุญทิ้งกล่าวคำพระให้ปลงกัน อุ๊บอิ๊บร้องไห้โฮออกมาอีก ดาเนาทนไม่ไหว

“มีใครช่วยพูดอะไรดีๆหน่อยได้ไหมอ่ะ ดาเนาเครียดแทนแล้วนะ”

วินยานึกถึงเรื่องของตัวเอง จึงตัดสินใจเล่าขึ้น “เมื่อสิบปีก่อน ฉันสูญเสียคนที่รักไปพร้อมๆกันถึงสามคน ท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องชายของฉัน ฉันแทบบ้าและไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็คิดได้ว่า ครอบครัวของฉันคงไม่อยากเห็นฉันเอาแต่นั่งร้องไห้คร่ำครวญ ไม่เป็นอันทำอะไร ฉันเลยอยากจะบอกให้ทุกคนช่วยดูแลตัวเองให้มีความสุขและใช้ชีวิตต่อไปได้  ไม่ใช่แต่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อคนที่เรารัก...ทุกคน”

ทุกคนฟังแล้วซึ้ง ดาเนาชอบใจลุกขึ้นตบมือ “สุดยอดเลย...ดาเนาชอบ”

วินยาสะเทือนใจวิ่งหลบไปไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา ดาเนามองตามอย่างเริ่มประทับใจในตัวพี่สาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูก วินยาวิ่งมานั่งร้องไห้คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ดาเนาเข้ามาทำท่าตลกให้วินยาหัวเราะ พร้อมกับตำหนิว่า บอกให้คนอื่นยิ้มแต่ตัวเองมานั่งร้องไห้ ทันใด ดาเนาเห็นท่อนเหล็กที่แขวนธงประจำหมู่บ้านหักเหวี่ยงลงมาใส่วินยา ดาเนาร้องเตือนให้เธอระวังและเข้ามาผลัก ใช้พลังจิตรับท่อนเหล็กเหวี่ยงทิ้งไป วินยามองอย่างตะลึง

“เจ้ามีพลังจิต ลีซา...เจ้าคือลีซาใช่มั้ย”

“ดาเนาก็ชื่อดาเนาสิ ไม่ใช่ลีซา” ดาเนาผลักวินยาออกแล้ววิ่งหนี

วินยาจะตามแต่มีลูกดอกของเลาซาพุ่งมาปักที่พื้นตรงหน้า เลาซาเยาะว่า อยากเจอน้องทำไมไม่ตามไปในนรก วินยาโกรธชักมีดออกมาไล่แทง เลาซาโดดหนี วินยาตามไม่ ลดละ จนมาหยุดตรงที่หนึ่งในป่า เลาซาได้ทีจะแทงวินยาแต่ชะงักไว้ วินยาท้าให้แทงเลย พอดีมีแมงมุมตัวใหญ่โรยตัวลงมา วินยาซึ่งกลัวแมงมุมอยู่แล้วร้องกรี๊ดลั่น โผเข้าซุกหน้ากับอกเลาซาตัวสั่น

“ช่วยด้วย ข้ากลัว”

เลาซาอึ้ง ปามีดไปปักแมงมุมแล้วลูบหลังไหล่วินยาอย่างปลอบๆ วินยาได้สติเงยหน้าสบตาเลาซา ตกใจที่ตัวเองมาอยู่ในอ้อมกอดเขา จึงผละออกจะโวย แต่เลาซาดึงเธอมากอดอีก

“ไม่นึกว่าคนเก่งอย่างเจ้าจะกลัวแค่แมงมุม”

“มันเรื่องของข้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

“เจ้าเป็นคนวิ่งเข้ามากอดข้าเองนะ”

วินยาโกรธ ดันตัวออกอย่างแรงแต่กลายเป็นเลาซา

ดันเธอไปติดต้นไม้แล้วทำท่าจะจูบ วินยาหลับตาเมินหน้าหนีอย่างรังเกียจ เลาซาหัวเราะสะใจ ปล่อยเธอแล้วเดินจากไป วินยาค่อยๆลืมตาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจการกระทำของเลาซา แต่รู้สึกขยะแขยงที่โดนเขากอด

ooooooo

เจ้าแม่แสงเพชรอยู่ในชุดพื้นเมืองงามสง่า ชบาช่วยทำผมให้ปากก็บ่นเรื่องคนแปลกหน้าที่เข้ามา แสงเพชรรู้สึกว้าวุ่นในใจเป็นห่วงดนัย แต่ด้วยความเป็นผู้นำจึงต้องสั่งชบาไปว่า

“ผู้ชายเป็นตัวอันตราย เจอเมื่อไหร่ฆ่าทิ้งทันที”

แต่ในห้องแสงหล้า เธอแอบเอาชลิตเข้ามารักษาพิษงู ป้อนยาแก้พิษให้ ชลิตกลับเพ้อเรียกหาดาหวัน แล้วจับมือแสงหล้ามากุม พอรู้สึกตัวขึ้นมาก็ตกใจ

“คุณไม่ใช่หวัน...ที่นี่ที่ไหน ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ชลิตลุกพรวดขึ้นแล้วหน้ามืด

“เจ้ายังไม่หายดี นอนพักก่อนเถอะ อยู่ที่นี่เจ้าจะปลอดภัย”

ชลิตมองไปเห็นงูนอนอยู่บนเบาะมุมห้องก็ตกใจ แสงหล้ารีบบอกว่าไม่ต้องกลัว นั่นน้องลูกหมี สัตว์เลี้ยงของตน ชลิตหน้าเหวอ...ที่หน้าประตู ดอกเข็มสนมคู่ใจของแสงหล้าแอบดูและฟังอย่างสอดรู้สอดเห็น แสงเพชรเข้ามาสะกิด ดอกเข็มปัดและเอ็ดอย่ามายุ่ง อยากโดนตบหรือ เสียงชบาดังว่า ใช่ อยากตายหรือ ดอกเข็มหันมาพอเห็นว่าเป็นเจ้าแม่ก็เข่าอ่อนก้มกราบขอโทษ พอเจ้าแม่ถามหาแสงหล้า ดอกเข็มนึกได้รีบตอบเสียงดังๆว่าไม่อยู่

แสงหล้าได้ยินว่าแสงเพชรมาก็ตกใจ รีบหาที่ซ่อนให้ชลิต พามาซ่อนที่ระเบียงดึงผ้าม่านมาปิดไว้ แสงเพชรเปิดประตูผางเข้ามาถามไปทำอะไรตรงนั้น แสงหล้าอึกอักว่ามีธุระอะไร

“ไม่มีธุระมาหาไม่ได้รึ เจ้าเป็นอะไร ท่าทางลับๆล่อๆ แล้วทำไมไม่เปิดม่าน อุดอู้จะตาย”

ชบาเดินไปเปิดม่าน แสงหล้าร้องห้ามอย่างตกใจ แต่แล้วไม่มีเงาของชลิต เพราะเขาห้อยตัวอยู่นอกระเบียง แสงเพชรมาเตือนว่ามีผู้ชายบุกรุกเข้ามาสองคน จับได้คนหนึ่งแล้ว พลันชลิตโดนลูกหมีเลื้อยมาหาแลบลิ้นแผล็บๆ ชลิตพยายามพูดเพราะๆเบาๆไล่ให้ไปไกล แต่มันกลับฉกเขาปล่อยมือตกมากระแทกสนามด้านล่าง แสงเพชรได้ยินเสียงวิ่งมาดู ร้องสั่งทหารให้จับตัวไว้

ขณะเดียวกัน ฉวีวรรณกับดาหวันสะดุ้งตื่นพร้อมกัน เพราะฝันร้ายทั้งคู่ ต่างใจคอไม่ดี จึงตกลงจะออกไปตามหาดนัยกับชลิตในป่าด้วยกัน...วันรุ่งขึ้น แจ๋กับพวกรู้ว่าสองพี่น้องหายไปก็รีบออกตามหา อุ๊บอิ๊บอดโวยวายตามไปด้วยอย่างไม่พอใจไม่ได้

ธานีกับพวกพากันมาดูริมน้ำตกว่าดนัยกับชลิตตายแล้วแน่หรือไม่ เผอิญฉวีวรรณกับดาหวันมาถึง จึงถูกพวกธานีจับตัวไว้ได้ พวกแจ๋ได้ยินเสียงเข้ามาซุ่มดูหาทางช่วย อุ๊บอิ๊บจะร้องเรียกพ่อ แจ๋รีบปิดปาก ให้บุญทิ้งมัดปากไว้ แจ๋มองหาอาวุธเห็นก้อนหินจึงปาใส่พวกธานี

“อะไรกันเนี่ย” พาณิชย์ร้องลั่น

“ใครวะ ไอ้พวกหมาลอบกัด แน่จริงออกมาสิ” ธนวัติโวย

“หมาลอบกัดก็ยังดีกว่าไอ้พวกรังแกผู้หญิงแหละว้า” แจ๋สวนกลับ

ฉวีวรรณกับดาหวันฉวยโอกาสวิ่งหนี แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งช่วยกันเอาก้อนหินขนาดใหญ่มัดเถาวัลย์เหวี่ยงใส่ แล้วพากันวิ่งหนีตามฉวีวรรณกับดาหวันไป อุ๊บอิ๊บลังเลแล้ววิ่งตามบุญทิ้งไปด้วย ธนวัติกับพาณิชย์ไล่ยิง ทั้งหมดมาสุดทางริมหน้าผา จับมือกันเป็นทอดๆ ฉวีวรรณพยักหน้ากับดาหวัน

“ไม่มีทางเลือกแล้ว...โดด” ทุกคนจึงตามลงไปด้วย ทั้งหมดไหลวนจมน้ำลงไปโผล่ในถ้ำเมืองลับแล ต่างฟื้นขึ้นมาดีใจว่าไม่มีพวกธานีตามมา จึงพากันเดินออกจากถ้ำ เดินสูดอากาศในป่า ไม่ทันไร มีพวกทหารหญิงมาล้อมจับ บุญทิ้งโอดโอย...หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:22 น.