ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความเป็นห่วงลูก นงนุชเดินทางมาที่บ้านทองอิน ทั้งสองเป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกัน และทองอินมาทำงานเป็นรุ่นน้องของพ่อดนัยอีก นงนุชมาถามหา ดนัย ทองอินตัดสินใจบอกเรื่องที่ดนัยจีบลูกสาวศิริแล้วพาหนี นงนุชร้อนใจจะไปตาม ทองอินเตือนว่ามันอันตราย ขอให้เธอรออยู่ที่นี่ เขาพอจะรู้จักหมู่บ้านในป่ามีพรานที่แกะรอยเก่งๆให้ช่วยตาม

ได้พบเพื่อนๆแล้วทำให้ฉวีวรรณเป็นห่วงดาหวันกับชลิต จะออกไปตามหา ดนัยห้ามเกรงจะพากันหลงไปอีก ให้รอฟังข่าวที่นี่ เขาจะออกไปตามเอง แต่ฉวีวรรณไม่ยอม ทะเลาะกันอีก วินยาเข้ามาห้ามและบอกสามคนที่เธอพาเข้ามา ว่า “เอ้า...ใครเป็นญาติช่วยจัดการที”

ดนัยกับฉวีวรรณชะงักหันมามองเห็น ดาหวัน ชลิต และอุ๊บอิ๊บยืนอยู่กับวินยา ฉวีวรรณดีใจโผกอดดาหวัน ดนัยสบตาดาหวันแต่เธอกลับหลบตาอย่างรู้สึกผิด...ถามไถ่ทุกข์สุขกันพอประมาณ ก็ถึงเวลาที่สางโปเอาหมากทิพย์มาให้ทั้งสามคนกิน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งกินไปก่อนหน้านี้แล้ว ยืนลุ้นดูน้องใหม่อย่างกระหยิ่ม

ทั้งชลิต ดาหวัน และอุ๊บอิ๊บโดนยุให้กินแล้วทำหน้าปูเลี่ยนๆ แต่อุ๊บอิ๊บกลับบอกว่าอร่อย ถามว่าเนื้ออะไร ทุกคนหลิ่วตาให้กันแล้วพูดพร้อมกันว่า เนื้อจิ้งจก...ทั้งสามคนวิ่งไปอาเจียน

“พุ่งกันทุกคนเลย ฮ่าๆๆพิธีรับน้องหมู่บ้านชาลันสุดยอดเลย” กิมจิหัวเราะชอบใจ...

ชลิตขอบใจวินยาที่ช่วยพวกเขาไว้ ฉวีวรรณโล่งอกได้พบน้อง ถ้าเป็นอะไรตนคงบ้าแน่ๆ

“ชลิตไปกับหวันทั้งคน มันไม่ปล่อยให้น้องแฟนมันเป็นอะไรหรอก จริงมั้ยชลิต”

ชลิตสะดุ้งหน้าเจื่อน ดนัยแปลกใจแกล้งอำ “หรือว่า...แกทำอะไรหวัน...”

“เปล่านะ ฉันไม่ได้ทำ...” ชลิตปฏิเสธเสียงสูง

ดนัยขมวดคิ้ว “นี่แกพูดเรื่องอะไร ฉันแค่อำแกเล่นๆ นะเว้ย”

ดาหวันรีบแก้ตัวแทนว่าชลิตคงเหนื่อยเลยเครียดมากไป อุ๊บอิ๊บหมั่นไส้ โพล่งขึ้นมาว่า

“ตุ๊กแกที่ไหนกินปูนร้อนท้องน้า...พี่ดนัยได้ยินมั้ยคะ” อุ๊บอิ๊บเข้าไปเกาะแขนดนัย

แจ๋กับกิมจิไม่พอใจแทน แกล้งว่าประชดอุ๊บอิ๊บว่าเป็นชะนีร้องหาผัวแถมผัวมีเจ้าของ อุ๊บอิ๊บโกรธร้องกรี๊ดๆไล่ตบแจ๋ ดนัยเข้ามาจับอุ๊บอิ๊บให้หยุด ไม่วายอุ๊บอิ๊บยังหันมาจิกดาหวันอีก

ดาหวันหน้าตึงพูดไม่ออก ชลิตเห็นใจดาหวันมาก ตัดสินใจจะพูดความจริง ดาหวันตะครุบปิดปากชลิต ฉวีวรรณแปลกใจถามดาหวันมีอะไร ดาหวันรีบบอกว่าชลิตอายที่จะบอกทุกคนว่า เขาเป็นริดสีดวง ตนจะพาชลิตไปกินยาแก้ปวด ดนัยจะตามไปถาม อุ๊บอิ๊บฉุดไว้

หลบมาหลังหมู่บ้าน ดาหวันเหวี่ยงชลิตออกแล้วต่อว่าเป็นชุดพร้อมกับทุบตี ที่เขาจะเปิดเผยความจริง ชลิตยกมือป้อง “อย่านะ ฉันต้องเสียความบริสุทธิ์ให้เธอแล้วยังจะมาทำร้ายทุบตีกันอีกเหรอ ยัยโหดปล้นสวาท”

ดาหวันร้องกรี๊ดทุบชลิตหนักขึ้น “ไม่ต้องมาร้อง หน้า สิ่วหน้าขวานยังจะมาทะเล้น”

ชลิตรวบดาหวันเข้ามากอด “พี่อึดอัดจนทนไม่ไหวแล้วนะหวัน หวันเป็นคนเสียหายนะ จะให้ทุกอย่างผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง”

“แต่ไม่ว่าพี่จะชดเชยยังไงมันก็ไม่มีอะไรแทนสิ่งที่หวันเสียไปได้เหมือนกัน และที่สำคัญพี่ควรจะแคร์ความรู้สึกของพี่หวีให้มากที่สุด พี่หวีจะรู้สึกยังไง ถ้ารู้ว่าพี่กับหวันมีอะไรกัน”

ชลิตเจ็บจี๊ดในใจ ไม่ทันจะเถียง เสียงฉวีวรรณร้องเรียก “หวัน...ชลิต...”

ทั้งสองตกใจผละออกจากกัน เผอิญชลิตเหยียบปลายคราด ด้ามมันจึงดีดขึ้นตีเป้าเขาอย่างจัง ฉวีวรรณเห็นชลิตกุมเป้าก็ขำกิ๊ก ดาหวันรีบถามว่าเจ็บมากไหม ชลิตจุกหน้าเหย

“อะไรหวี ฉันเจ็บจะตายอยู่แล้วนะ ยังจะมาขำอีก”

“เปล่า ฉันแค่อยากจะบอกว่า นายเป็นคนทำให้ฉันหัวเราะได้มากที่สุดเลยนะชลิต แล้วฉันก็เชื่อว่านายจะเป็นคนสุดท้ายในโลกนี้ที่จะทำให้ฉัน...เสียใจ”

ทั้งชลิตและดาหวันต่างเหมือนโดนกดดัน ฉวีวรรณ แปลกใจถามว่าสองคนมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่หรือเปล่า ดาหวัน ฝืนยิ้มฝืดๆ

“ไม่มีอะไรหรอกพี่หวี หวันแค่ซึ้งกับที่พี่พูด แล้วก็เชื่อเหมือนกันว่า...พี่ชลิตจะไม่มีวันทรยศแล้วก็ทำให้พี่ร้องไห้เด็ดขาด” ดาหวันสบตาชลิตแกมบังคับ

ฉวีวรรณไม่ติดใจ บอกทั้งสองคนให้กลับไปอาบน้ำเตรียมตัวทานมื้อเย็นที่พวกชาวบ้านช่วยกันทำไว้ต้อนรับ ดาหวัน สบตาชลิตอีกครั้งก่อนจะเดินตามฉวีวรรณไป

ooooooo

อาหารที่ชาวบ้านทำถูกจัดวางบนใบตอง เป็นพวกหัวเผือกหัวมัน และผลไม้ อุ๊บอิ๊บเห็นแล้วกรี๊ดลั่น พร้อมกับปัดทิ้งอย่างไม่พอใจ โวยวายว่าเอาอะไรมาให้ตนกิน วินยาเดินเข้ามาเอ็ด อุ๊บอิ๊บอาละวาดด่าว่าวินยาเป็นพวกคนป่า คนละชั้นกับตน ดนัยรีบเข้ามาปรามให้อุ๊บอิ๊บมีสำนึกบุญคุณคนบ้าง อุ๊บอิ๊บยิ่งร้องกรี๊ดกระทืบเท้าโครมๆ ที่ดนัยเข้าข้างวินยา

วินยาเดินหนีไปทุ่งดอกไม้ ดนัยตามมาขอโทษแทนอุ๊บอิ๊บ วินยาว่าดูถูกตน ตนไม่ว่าแต่อย่าทำลายต้นไม้ “ต้นไม้คือผู้ให้ชีวิตกับเรา เพราะถ้าไม่มีต้นไม้ก็ไม่มีป่า ไม่มีต้นน้ำลำธารให้พวกเราใช้ดื่มกิน พวกเราถึงรังเกียจพวกคนที่ตัดไม้ทำลายป่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

“ฉันดีใจนะที่เจอคนที่รักป่าเหมือนกัน”

วินยาสบตาดนัย อย่างรู้สึกปริ่มปลื้มในใจ แต่กลบเกลื่อนด้วยการแขวะว่าเขาน่าจะชอบแสงสีในเมืองมากกว่า ดนัยจึงเล่าว่า พ่อของเขาพาเขาเข้าป่าตั้งแต่เล็ก ครอบครัวเขาจะมาปิกนิกในป่าบ่อยๆ และทุกๆวันเกิดของเขา พ่อจะให้ปลูกต้นไม้เป็นของขวัญวันเกิด

“พ่อนายเป็นคนดี แล้วก็อบอุ่นมาก...” วินยาฟังแล้วชื่นชม

ฉวีวรรณผ่านมาเห็น เกิดหึงเข้าไปแอบฟัง ดนัยเล่าเรื่องพ่อให้วินยาฟัง ว่าพ่อเป็นไอดอลของเขา และพ่อจากไปต่อหน้าต่อตาเขา เขาไม่มีวันลืม...พ่อพาเขามายืนมองป่ากว้างใหญ่ เขาบอกแม่ว่าเขาจำคำสอนของพ่อได้หมด

ทันใดมีมือปืนมาลอบยิง พ่อให้แม่พาเขาหนีไป แล้วพ่อไล่ยิงกับมือปืน แม่อุ้มเขาวิ่งมาเจอมือปืนอีกคน ทองอินเข้ามาช่วยไว้ทัน ทองอินบอกว่าพวกนั้นเป็นพวกตัดไม้เถื่อน เดชพ่อของเขาตามมา จะโผกอดเขา แต่มือปืนคนหนึ่งลุกขึ้นมายิงใส่พ่อของเขาล้มลงจมกองเลือด ต่อหน้าต่อตาเขา เขาจำคำสั่งสอนของพ่อไว้ได้หมด และจะรักษาป่านี้ไว้เท่าชีวิต...

ฉวีวรรณเผลอฟัง น้ำตาไหลพรากสงสารดนัย วินยาเองก็น้ำตาไหล เธอบอกดนัย

“ฉันรู้ดีว่านายรู้สึกยังไง...ฉันเองก็สูญเสียพ่อไปเพราะคนเลวๆอย่างนั้นเหมือนกัน” วินยาเมินหน้าหนี “ขอโทษ ฉันไม่ควรอ่อนแออย่างนี้”

ดนัยจับไหล่วินยาเชิงปลอบใจ “ไม่เห็นต้องอายเลยนี่ การร้องไห้ไม่ได้แปลว่าเธออ่อนแอ แต่มันเป็นเครื่องหมายว่าเธอยังมีหัวใจอยู่นะวินยา”

วินยาปั่นป่วนในใจ พยายามเก็บอาการ ฉวีวรรณมองด้วยความปวดร้าว เสียงเหยียบใบไม้แห้งกรอบแกรบ ทำให้ทั้งฉวีวรรณ ดนัยกับวินยาหันไปมอง เห็นดาหวันยืน มองด้วยสายตาเจ็บช้ำ เธอวิ่งหนี ฉวีวรรณร้องเรียกแล้ววิ่งตามไปปลอบน้อง

“หวัน ไม่ต้องร้องไห้หรอก อย่าไปเสียน้ำตาให้ผู้ชายเจ้าชู้หลายใจอย่างนายดนัยเลย”

ดาหวันกลับเอ็ดไม่ให้ฉวีวรรณว่าดนัยอย่างนั้น

ฉวีวรรณงง “เฮอะ...นี่เธอยังจะเข้าข้างไอ้ผู้ชายห่วยๆนั่นอีกเหรอ เมื่อกี้ก็เห็นตำตาแล้วนี่ เขาอี๋อ๋อกับยัยวินยาแค่ไหน”

“ถ้าวินยาเป็นคนที่พี่ดนัยรัก หวันก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”

“ยัยหวัน...นี่เธอพูดอะไรของเธอ”

“ตั้งแต่หวันคบกับพี่ดนัยมา พี่ดนัยยังไม่เคยบอกรักหวันเลยสักครั้ง หวันเองที่ทึกทักเรียกพี่ดนัยเป็นแฟน ทั้งๆที่จริงเขาอาจจะไม่ใช่แฟนหวันเลยก็ได้” ดาหวันน้ำตาพรั่งพรู

ฉวีวรรณกอดน้อง ดาหวันคิดถึงเรื่องตนกับชลิตแล้ว ปล่อยโฮออกมา พร่ำบอกว่าผู้หญิงเลวๆอย่างตนไม่ดีพอกับดนัย ว่าแล้วก็ผละออกวิ่งหนีไปอีก ฉวีวรรณฮึดฮัดโมโหดนัย แทนน้อง

“ไอ้ดนัย ไอ้ผู้ชายชั่ว แค่บอกรักน้องฉันยังไม่เคยพูดเลยเหรอ ฮึ...ผู้ชายเจ้าชู้ปลิ้นปล้อนปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว”

ชลิตเองก็ครุ่นคิดแต่เรื่องระหว่างตนกับดาหวัน แจ๋กับกิมจิแปลกใจกับอาการเหมือนคนอมทุกข์อกหักของชลิต

ooooooo

ขณะที่ดนัยกับวินยายังเดินคุยกันเรื่องชีวิตในอดีตที่มีอะไรคล้ายๆกัน ดนัยบอกวินยาเพราะอย่างนี้เขาถึงรู้สึกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทเหมือนสนิทกันมาเป็นสิบปี

“แหวะ...คลื่นไส้” ฉวีวรรณส่งเสียงหมั่นไส้

“ป้าหวี นี่เธอเองเหรอ” ดนัยกับวินยาหันไปมอง วินยาเกือบปามีดใส่ เพราะนึกว่าคนร้าย

วินยาถามว่ามาทำอะไรลับๆล่อๆ ฉวีวรรณตอบว่า มาดูหน้าแมวขโมย วินยาโต้ว่า หมู่บ้านชาลันไม่มีแมว มีแต่เสือ ฉวีวรรณสะดุ้ง ดนัยขำ

“นี่...ขำอะไร ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะ” ฉวีวรรณถลึงตา ใส่ดนัย

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอสักหน่อย ไปคุยเรื่องการอนุรักษ์ต่อเถอะ” ดนัยเดินไปกับวินยา

ฉวีวรรณโกรธ ตะโกนไล่หลัง “ดนัย...นายรู้ตัวหรือเปล่าว่า นายมีแฟนแล้ว”

“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” ดนัยหันมาถาม ขณะที่วินยามองอึ้งๆ

“นายไม่มีสมองหรือนายไม่มีหัวใจ คำถามแค่นี้ถึงตอบไม่ได้...เงียบทำไมล่ะ แน่จริงก็ตอบมาสิ พูดดังๆให้คนที่อยู่ข้างๆนายเขาได้ยินด้วย” ฉวีวรรณเหวี่ยงไม่เลิก

“นี่ จะเหวี่ยงฉันก็เหวี่ยง ไม่ต้องไปแขวะคนอื่นเขา”

“แขวะที่ไหน ฉันแค่อยากให้นายแจ้งข้อมูลให้มันครบๆ จะได้ไม่มีใครมาตีหน้าซื่อว่าไม่รู้เรื่องอีก”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าดนัยเป็นแฟนน้องสาวเธอ...แต่ที่ฉันไม่แน่ใจก็คือ เธอรู้ตัวหรือเปล่า ว่าหัวใจของเธอมันอยู่ที่ใคร” วินยาโต้กลับ

ฉวีวรรณหน้าร้อนผ่าวพูดไม่ออก วินยาถามว่า จะให้ตนเป็นคนตอบแทนไหม ฉวีวรรณเข้าไปผลักวินยาไม่ให้พูด ดนัยตกใจเอ็ดฉวีวรรณเป็นบ้าอะไร ฉวีวรรณยิ่งโกรธ

“ไม่ต้องห่วง ฉันจัดให้ทุกคน” ฉวีวรรณกำหมัดชกหน้าดนัยอีกคน “เป็นไง หมัดปราบผู้ชายเจ้าชู้ แซ่บมั้ยล่ะ นายคาสโนวาปากมอม”

ดนัยตรงเข้าจับตัวฉวีวรรณขึ้นแบกบนบ่า “แซ่บถูกใจมาก มานี่เลย ยัยตัวป่วน”

ฉวีวรรณดิ้นร้องลั่น วินยามองตามงงๆ ดนัยหันไปขอโทษวินยา ขอพาฉวีวรรณไปจัดการก่อน วินยารู้สึกตัวว่าเป็นส่วนเกินในใจของดนัย...

มาถึงกลางทุ่ง ดนัยโยนฉวีวรรณลงไปกองกับพื้นหญ้า เธอด่าว่าทุบตีเขายกใหญ่ ว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษบ้างไหม

“มี แต่ไว้ใช้กับผู้หญิงที่เป็นสุภาพสตรี ไม่ใช่ยัยป้ามหาภัยชอบหาเรื่องชาวบ้านอย่างเธอ”

“ใช่ซี้ ใครจะไปดีเหมือนเพื่อนสาวชาวป่าของนายล่ะ ทั้งสวยทั้งเก่งซะ...”

“เธอนี่มันขี้อิจฉาชัดๆ”

“ฉันสงสารยัยนั่นต่างหาก ไม่น่าตาบอดเห็นเสือผู้หญิงอย่างนายเป็นผู้ชายแสนดีไปได้”

“ยัยปากมลพิษ ฉันจะเอาสบู่ล้างปากเธอ” ดนัยพุ่งเข้าจับตัวฉวีวรรณ

“อย่านะ อย่าเข้ามานะ” ฉวีวรรณหลบหลีกวิ่งหนี

“รู้จักกลัวด้วยเหรอ ยัยป้าหวี”

“กลัวทำบ้าอะไร ยิ่งเห็นหน้านาย ฉันยิ่งขยะแขยง ยิ่งอยู่ใกล้ฉันยิ่งอยากตาย”

ดนัยหมั่นไส้ รวบตัวเธอมากอดแนบแน่น ฉวีวรรณดิ้นโวยวาย ดนัยว่ายิ่งด่ายิ่งกอด

“ไอ้โรคจิตชีกอ ไอ้หื่นกาม”

“ด่าเป็นชุดอย่างนี้ แสดงว่าอยากให้ฉันกอดล่ะสิ” ดนัยกอดกระชับ “ฉันบริจาคให้อีกหนึ่งกอดแน่นๆ ถือว่าทำบุญทำทานให้ยัยป้าขี้หึง แกจะได้เลิกวีนชาวบ้านเสียที”

ฉวีวรรณแอบยิ้มซึ้งอยู่ ก็ปรี๊ดผลักดนัยออก “นายว่าใครขี้หึง”

“ก็ใครล่ะ ที่อาละวาดใส่วินยาเมื่อกี้ หึงฉันมากเลยเหรอหวี”

“ไอ้บ้า เรื่องอะไรฉันต้องไปหึงนาย นายไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย”

“ถ้าไม่ได้หึงแล้วไปเหวี่ยงวินยาทำไม”

“ฉันแค่ตักเตือนแม่นั่นแทนยัยหวัน”

“อ๋อ เหรอ เป็นพี่แฟนหึงแทนก็ได้”

“ไม่ได้หึง”

“หึง...”

“บอกว่าไม่ได้หึง ก็ไม่ได้หึงซี้...” ฉวีวรรณโมโหผลักอกดนัยอย่างแรง

ดนัยดึงเธอล้มลงไปด้วย เขาคร่อมอยู่บนตัวเธอ ทั้งสองสบตากันปิ๊งๆ ดนัยก้มหน้าลงจะจูบ ฉวีวรรณตั้งสติได้ผลักเขาออกแล้วลุกขึ้นโวย

“อย่ามาทำมักง่ายกับฉัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่นายจะมาปั่นหัวเล่น” ฉวีวรรณวิ่งหนีออกไป

“หวี...เดี๋ยวก่อนสิ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ อย่างอนเลยน่า ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอ...”

“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ” ฉวีวรรณสวนขึ้นมา

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง เธอถึงจะหายโกรธ”

ฉวีวรรณมองหน้าดนัยแล้วฝืนใจพูด “ไปบอกรักดาหวัน”

“ว่าอะไรนะ...”

“ฉันอยากให้นายไปบอกดาหวันว่านายรักเขา แค่พูดคำว่ารักมันคงไม่ยากไปหรอกนะ สำหรับผู้ชายอย่างนาย”

“เธอนึกว่าฉันจะบอกรักใครง่ายๆงั้นเหรอ” ดนัยตัดพ้ออย่างน้อยใจ เขาพรั่งพรูความรู้สึก “รู้ไว้ด้วยนะ ฉันจะพูดว่ารักก็ต่อเมื่อหัวใจฉันสั่ง แล้วก็จะพูดกับผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นในชีวิต”

“งั้นก็รีบไปบอกยัยหวันซะ หวันคงอยากได้ยินคำคำนี้จากนายมากที่สุด”

“หวี...” ดนัยครางที่ฉวีวรรณไม่ยอมเข้าใจ

“อย่าลืมนะ นายเป็นแฟนของยัยหวัน นายต้องรู้จักดูแลเอาใจใส่น้องสาวฉัน อย่าทำให้ยัยหวันเสียใจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่ยกโทษให้นายเลยตลอดชีวิต”

ดนัยรู้สึกปวดใจ “ได้...ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น ฉันก็จะทำตามสั่ง”

“ดี ยัยหวันจะได้มีความสุขเสียที” ฉวีวรรณฝืนยิ้ม

ดนัยเดินดุ่มๆไป ฉวีวรรณน้ำตาร่วงเผาะสะอื้นอย่าง ปวดใจ

ooooooo

อุ๊บอิ๊บเอาคลิปมาขู่ดาหวันที่นั่งเศร้าอยู่ บังคับให้ไปบอกเลิกดนัยก่อนพระอาทิตย์ตกวันนี้ ในขณะที่ฉวีวรรณวางแผนกับแจ๋ และกิมจิ จัดฉากให้ดนัยบอกรักดาหวัน โดยให้เด็กเอาจดหมายนัดไปยื่นให้ดาหวันว่าดนัยรออยู่ท้ายหมู่บ้าน ดนัยยืนหน้าบอกบุญไม่รับฉวีวรรณต่อว่าให้ทำหน้าดีๆ สมกับที่จะบอกรักไม่ใช่ลาตาย

“ถึงตัวไม่ตายแต่ใจมันก็ตายไปแล้ว” ดนัยจะขยับหนี

ฉวีวรรณดักหน้า จัดหน้าจัดผมให้ดีขึ้น ดนัยรวบมือเธอไว้ แล้วต่อว่า “ไล่ฉันอย่างนี้แล้วมาดีกับฉันทำไม เธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

ฉวีวรรณพูดไม่ออกได้แต่บอกว่าให้ปล่อย ดนัยไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะตอบ พอเธอยื้อ เขาดึงเธอมากอด เธอตะลึง เสียงชลิตเรียกหาฉวีวรรณ ทั้งสองผละออกจากกัน ชลิตเข้ามาต่อว่า

“หวี...เธอเป็นโต้โผไอ้งานบอกรักนั่นเหรอ ฮึ...นี่แกอยู่ด้วย...เธอยอมเปลี่ยนใจได้ยังไงหวี เธอยอมให้ไอ้ดนัยคบกับดาหวันได้จริงๆเหรอ” ชลิตขุ่นเคืองที่เห็นดนัยอยู่ด้วย

“ถ้าหวันรักดนัยจริงๆฉันก็ไม่รู้จะขัดขวางไปทำไม ฉันอยากเห็นน้องของฉันมีความสุข”

“แต่หวันยังเด็กอยู่เลยนะ จริงๆแล้วยังไม่น่าจะคิดเรื่องแฟนเฟินอะไรด้วยซ้ำ”

“แกเป็นอะไรหรือเปล่าชลิต แกดูไม่อยากให้ดาหวันคบใครเลยนะ” ดนัยชักสงสัย

ชลิตอึกอัก กิมจิวิ่งมาบอกว่าดาหวันกำลังมาให้เตรียม พร้อม ฉวีวรรณหันไปกำชับดนัยทำให้ดีๆ แล้วดึงชลิตออกไป... ดนัยเดินไปหาดาหวัน แจ๋กับกิมจิเป่าฟองสบู่สร้างบรรยากาศ

“หวันคงมีความสุขมาก” ชลิตเปรยเศร้าๆ

“อืม ดนัยก็เหมือนกัน ทั้งสองคนเหมาะสมกันดีนะ” ฉวีวรรณแอบมองสะเทือนใจ หันมามองชลิตเห็นตาแดงๆ รีบถามว่าร้องไห้หรือ

ชลิตรีบปฏิเสธอ้างว่าฟองสบู่เข้าตา แล้วหันมาช่วยแจ๋เป่าฟองสบู่...ดาหวันมองบรรยากาศยิ้มๆ ถามดนัยว่าตนไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ดนัยบอกเธอว่าเป็นเรื่องจริง

“หวันไม่รู้จะพูดยังไงดี ตั้งแต่รู้จักพี่ดนัยมา หวันอยากบอกว่า พี่เป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อน แล้วก็เป็นคนที่หวันรักมากที่สุดค่ะ หวันขอบคุณพี่ดนัยมากนะคะ ที่ทำให้หวันได้รู้จักกับคำว่ารัก”

“หวัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่รู้ว่าสิ่งหนึ่งที่หวันรอคอยอยากได้ยินจากปากของพี่...” ดนัยเหลือบมองไปทางฉวีวรรณ แล้วหันมากุมมือดาหวัน “ขอบใจนะ ที่หวันอดทนและคอยเป็น กำลังใจให้ผู้ชายห่ามๆคนนี้...พี่รัก...”

ดาหวันชักมือออกเมื่อเห็นอุ๊บอิ๊บเดินมา ตัดสินใจพูดโพล่งออกไป “เราเลิกกันเถอะ...”

ดนัยผงะอึ้งไป ทุกคนต่างตะลึงกับคำพูดของดาหวัน เธอยังพูดทั้งน้ำตาอีกว่า “เราสองคนต่างกันสุดขั้ว อย่าฝืนทำอะไรที่มันไม่ใช่ตัวพี่อีกเลยค่ะ”

“หวัน...”

“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะค่ะ พี่ไม่ใช่คนที่จะมาทำอะไรหวานๆ แบบนี้  แล้วที่สำคัญที่สุด หวันรู้ดีว่าพี่ไม่เคยคิดจะบอกรักหวันเลย”

ดนัยอึ้งเพราะมันโดนใจเขามาก เห็นดาหวันน้ำตาไหลพราก เขาดึงเธอเข้ามาถาม “หวัน หวันไม่มีทางทิ้งพี่แบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นบอกมา”

“ถ้าพี่ไม่รัก ก็ไม่ต้องมาสงสาร ไปให้พ้น” ดาหวันผลักดนัยอย่างแรงจนล้มลงแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ดนัยได้แต่ร้องเรียกให้เธอกลับมา

ชลิตตกใจวิ่งตามดาหวัน อุ๊บอิ๊บอมยิ้มดีใจ...ดาหวันวิ่งร้องไห้ไป ชลิตกับฉวีวรรณตามร้องเรียก ดาหวันหนีลงเรือพายออกไปกลางสายน้ำที่เชี่ยวแรง ชลิตไม่รอช้า โดดตูมตามลงไปว่ายทวนน้ำมาปีนขึ้นเรือจนสำเร็จ

“พี่มันบ้าๆๆๆ คนบ้า” ดาหวันต่อว่า

“ถูก ถ้าไม่บ้าก็ต้องเมาล่ะ ไม่งั้นก็คุยกับเธอไม่รู้เรื่อง” ชลิตตะโกนบอกฉวีวรรณให้กลับไปก่อน เขาจะพาดาหวันกลับไปให้ได้...

ดนัยหลบมายืนเครียดบนหน้าผา ฉวีวรรณเข้ามาต่อว่ายกใหญ่ แต่เขาก็นิ่งเฉย ฉวีวรรณโกรธกระชากไหล่ให้ดนัยหันมา “นายไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยเหรอ ยัยหวันหนีไปก็เพราะนายนะ”

“ทั้งๆที่ฉันยอมทำทุกอย่างตามที่เธอสั่ง มันก็ยังเป็นความผิดของฉันงั้นเหรอ”

“ใช่น่ะสิ ตลอดเวลาที่นายคบน้องสาวฉันมา นายไม่เคยดูแลเอาใจใส่หวัน นายคอยแต่เป็นฝ่ายรับ แต่ไม่เคยรู้จักที่จะให้ ทุกอย่างมันถึงจบลงแบบนี้”

“ก็ได้ ฉันยอมรับว่าฉันผิด ฉันคบกับดาหวันอย่างอยู่ไปวันๆจริงๆ...ฉันไม่เคยเอาใจใส่หวัน เพราะฉันไม่เคยคิดว่าเราจะมีอนาคตร่วมกัน ไม่เคยคิดจะแต่งงาน มีครอบครัวเลย ดาหวันเหมือนเป็นเพื่อนสนิท เป็นน้องสาวที่คอยไปไหนมาไหนด้วยกัน”

“พอ...ฉันไม่อยากฟังแล้ว” ฉวีวรรณตวาดใส่

“แต่มันก็แค่นั้นจริงๆนะ ฉันไม่เคยคิดเอาเปรียบหวัน เราไม่เคยมีอะไรที่เกินเลย”

ฉวีวรรณโกรธตบหน้าดนัยฉาด “หวันไม่น่ามารักคนอย่างนายเลย นายมันเห็นแก่ตัว คนไม่มีหัวใจ” ฉวีวรรณวิ่งร้องไห้ออกไปจนสุดที่ริมผา เธอทรุดลงอย่างอ่อนแรง

ooooooo

เมื่อชลิตขึ้นบนเรือของดาหวันได้ เขาก็พายเรือให้เธอไปตามกระแสน้ำ ดาหวันนั่งเหม่อเศร้า จนกระทั่งชลิตเก็บดอกบัวมายื่นให้ พร้อมกับบอกว่า ให้เธอเอาไปไหว้พระจะได้สบายใจ ดาหวันรู้สึกดีขึ้น มอง ไปรอบๆแล้วบอกเขาว่า แถวนี้ไม่มีวัดเสียหน่อย

“ไหว้ที่ใจนี่แหละ ขอให้คิดดี ทำดีเข้าไว้ไม่ว่าอยู่ที่ไหน คุณพระคุณเจ้าก็ต้องคุ้มครอง”

“ขอบคุณพี่มากนะ ที่ยังห่วงความรู้สึกของหวัน”

“ก็มีกันอยู่แค่นี้ ถ้าพี่ไม่ห่วงหวันแล้วจะให้พี่ห่วงใคร...ว่าแต่เธอเหอะ จะเคยห่วงพี่บ้างรึเปล่าน้า...” ชลิตมองดาหวันอย่างน้อยใจ

ดาหวันหน้าแดงทำปากขมุบขมิบ “ถามอะไรเพ้อเจ้อ”

ชลิตงอนเอื้อมเด็ดดอกบัวแต่เสียหลักจะตกน้ำ ดาหวันตกใจเข้าไปช่วยคว้า จึงทำให้เรือโคลงคว่ำ พากันตกน้ำ ดาหวัน โผล่จากน้ำมองหาชลิตไม่เห็นเริ่มหน้าเสีย

“พี่ชลิต พี่อยู่ไหน ขึ้นมาได้แล้ว อย่าแกล้งหวันนะ” ดาหวันดำผุดดำว่ายหาชลิต “พี่ชลิตเป็นอะไรหรือเปล่าพี่ชลิต”

ชลิตโผล่มาด้านหลัง เอามือปิดตาเธอแล้วหัวเราะลั่น ดาหวันหันมาเจอวักน้ำใส่ “พี่ชลิตเล่นอะไรบ้าๆเนี่ย”

ดาหวันโกรธวักน้ำใส่แล้วผลักเขา เขารวบตัวเธอเข้ามากอดแล้วหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ดาหวันเขินนิ่งงัน ชลิตจะก้มจูบ เธอรีบเบนหน้าหลบแล้วหยิกแขนเขาเต็มแรง ก่อนจะหนีขึ้นฝั่ง

เหตุการณ์ทั้งหมด กาซูเห็นได้ด้วยญาณของเขา...ชลิตเดินตามดาหวันขึ้นจากน้ำ ทั้งสองไม่รู้ว่าอยู่กันส่วนไหนของป่า ชลิตบ่น

“เธอจะเดินไปถึงไหน ใจคอจะข้ามไปประเทศเพื่อน บ้านเลยรึไง”

“ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเจอหน้าพี่ดนัยกับพี่หวี หวันทำผิดต่อสองคนนั้นอย่างไม่น่าให้อภัย หวันไม่มีหน้ากลับไปเจอใครอีกแล้ว”

ชลิตดึงดาหวันให้หันมา “อย่าโทษตัวเอง ถ้าจะผิดเราก็ต้องผิดด้วยกัน...จำไว้เลยนะหวัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน พี่จะไม่มีวันทิ้งหวัน เราจะแก้ปัญหาด้วยกัน”

ดาหวันโผซบอกชลิตอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ...”

ชลิตกอดดาหวันเป็นกำลังใจให้กันและกัน สองคนเดินมานั่งที่ขอนไม้อย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งเหนื่อยและหิว ท้องฟ้าใกล้มืด ดาหวันเป็นกังวลบอกให้ชลิตกลับไปหาฉวีวรรณ ชลิตเคืองดึงเธอมานั่งตักแล้วกอดเธอไว้ มองตาเธอซึ้งๆ จนเธอเขิน

“ตาหวันเหมือนซาลาเปาไส้ครีม จมูกเหมือนไอติมเยลลี่ เส้นผมเหมือนเส้นหมี่ผัดราดหน้าทะเล แล้วตามด้วยข้าวผัดแหนม ยำสามกรอบ หอยทอด ลอดช่องสิงคโปร์...”

“พอแล้ว จะบ้าเหรอพี่ชลิต หน้าหวันไม่ใช่โต๊ะอาหารนะ” ดาหวันผลักเขาออก

ชลิตบ่นว่าหิวจนแสบท้อง ถ้าได้กล้วยซักหวีก็แจ่ม พลันมีกล้วยหล่นมาตรงหน้า ทั้งสองแปลกใจระคนดีใจ เงยหน้ามองต้นไม้ พวกเขาอยู่ใต้ต้นตะขบ แล้วมันเป็นกล้วยได้อย่างไร

“ช่างมันเถอะ อาจเป็นเพราะเทวดาใจดี เห็นคนหล่ออย่างพี่กำลังหิวล่ะมั้ง เลยประทานกล้วยมาให้” ชลิตปอกกล้วยกินและส่งให้ดาหวัน

“หวันหิวนํ้ามากกว่า คอแห้งไปหมดแล้ว แถวนี้ไม่มีลำธารเลยรึไงนะ”

พลันกระบอกนํ้าไม้ไผ่หล่นมาตรงหน้าอีก ทั้งสองตกใจ แต่ดาหวันก็คว้ามาดื่ม ชลิตลองขอเสื้อผ้าสักสองชุด ดาหวันลองขอหมอนหนุนสักใบ ทั้งหมดหล่นมาตรงหน้า

“แบบนี้ไม่ใช่เทวดาแล้ว ใคร...ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” ชลิตเหลียวมองรอบตัว

มีเสียงหัวเราะคิกคักดังก้องสะท้อนไปทั่วป่า  ดาหวันร้องถามว่าเสียงใคร เด็กชายคนหนึ่งโหนเถาวัลย์ผ่านไปแวบๆ ดาหวันชี้ให้ชลิตดู ทั้งสองรีบตามไป ดาหวันแกล้งล้มเจ็บขา เด็กคนนั้นโหนเถาวัลย์กลับมาดู ชลิตรีบคว้าตัวไว้ “จับได้แล้ว ไหน ขอดูหน้าหน่อยสิ”

เด็กชายคนนี้ชื่อดาเนา อายุประมาณสิบปี เขาทาหน้าตาดำเหมือนผี สองคนตกใจผงะออกนึกว่าผีหลอก วิ่งหนีกันกระเจิง ดาเนาหัวเราะชอบใจกวักมือเรียกให้กลับมาเล่นด้วยกันอีก พลันมีเสียงอสูรกายคำรามดังมาจากมุมหนึ่งของป่า ดาเนาชะงักหน้าเครียด

“แย่แล้ว...” ดาเนาโหนเถาวัลย์มาประจันหน้ากับอสูรกาย เขาหลอกล่อจนมันหงุดหงิด บีบคอดาเนายกขึ้นลอยจากพื้น ดาเนาเริ่มหายใจไม่ออกร้องลั่น

“โอ๊ย ปล่อยนะ ปล่อย...” พลังเสียงของดาเนา เหมือนมีคลื่นพลังรุนแรงกระแทกร่างอสูรกายล้มลง อสูรกายเจ็บตัววิ่งหนีหายไป

มาที่กาซู เหมือนโดนพลังกระแทกร่างผงะตื่นจากสมาธิ ลืมตาโพลง ธานี ธนวัติ และพาณิชย์ที่นั่งล้อมอยู่พลอยตกใจไปด้วย เลาซารีบถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น กาซูว่าเขาเกือบเล่นงานชลิตได้ ธนวัติกับพาณิชย์โวยว่าไม่เอาไหน  เลาซาโกรธหวิดมีเรื่องกัน ธานีห้ามและสั่งให้ช่วยกันออกตามหาดนัยกับชลิต กาซูสั่งเลาซาไปช่วยพาณิชย์...

ดาหวันกับชลิตวิ่งหนีมาหยุดหอบพักเหนื่อย ดาหวันนึกได้บอกชลิตให้กลับไปหาฉวีวรรณ ชลิตเอ็ดว่าตนจะทิ้งเธอไว้ในป่าคนเดียวได้อย่างไร ตนเป็นห่วงและแคร์เธอมาก ดาหวันอึ้งไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากชลิต

อุ๊บอิ๊บมาเห็นดนัยนั่งดื่มเหล้าพื้นเมืองจนเมา จึงคิดแผนร้ายจะทำแบบที่ทำกับชลิตและดาหวัน  เธอถอดเสื้อตัวนอกตัวเองออกแล้วนึกได้ ลุกไปหานํ้าหอมฉีดตัวเสียหน่อย แจ๋กับพวกผ่านมาเห็นแอบประคองดนัยออกไปและให้บุญทิ้งอยู่แทน อุ๊บอิ๊บกลับมาเห็นดนัยนอนห่มผ้าก็เข้าไปนอนกอด แต่พอเห็นหน้าใกล้ๆว่าเป็นบุญทิ้งก็ร้องกรี๊ด

แจ๋กับกิมจิประคองดนัยมานอนที่ชานกระท่อมหลังหนึ่งแล้วกลับกันไป...ฉวีวรรณนอนไม่หลับ ออกมาเดินเล่น ครุ่นคิดเรื่องที่ตนพูดแรงกับดนัย

“ทำไมนะ ถ้าเป็นคนอื่นพูดฉันก็ไม่โมโหอย่างนี้ แต่พอเป็นนาย ฉันกลับทำอะไรลงไปก็ไม่รู้ ขอโทษนะที่ฉันพูดไม่ดีกับนาย ดนัย...ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ” ฉวีวรรณตะโกนอย่างอัดอั้น

วินยาเดินเข้ามาทันได้ยิน ฉวีวรรณหน้าเจื่อน วินยาบอกว่าให้ไปบอกดนัยเพราะเขากำลังเสียใจที่ถูกคนรักต่อว่า ฉวีวรรณโต้ว่าเข้าใจผิดแล้ว คนที่ดนัยรักคือดาหวัน

“เธอรู้ได้ยังไง”

“ถ้าไม่รัก เขาจะพาหวันหนีการหมั้นทำไม เขารักหวันมาก ถึงทนไม่ได้ที่หวันจะต้องหมั้นกับคนอื่น” ฉวีวรรณพูดอย่างเจ็บปวด

วินยาหัวเราะ ฉวีวรรณถามหัวเราะอะไร  วินยาว่า “เธอรู้ใจคนอื่นหมด แต่ไม่รู้ใจตัวเอง หัวใจดนัยเป็นของดนัย มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ เธอควรฟังจากปากเขาเอง ไม่ใช่คิดเองแบบนี้”

วินยาไล่ฉวีวรรณให้ไปถามดนัย...เธอจึงเดินหาจนมาเจอเขาเมาหลับอยู่นอกชาน ดนัยเพ้อ “หวี เธอเข้าใจฉันผิดนะหวี...”

“ฉันขอโทษที่พูดไม่ดีกับนาย ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่ฉันอยู่ใกล้นาย ฉันถึงต้องทำตัวแย่ๆกับนายเสมอ ทำไมถึงพูดดีๆกับนายไม่ได้สักที” ฉวีวรรณรู้สึกผิด หานํ้ามาเช็ดหน้าให้ดนัย

เสียงดนัยยังเพ้อขอโทษเธอ ฉวีวรรณก้มหน้าไปฟังใกล้ๆ ดนัยลืมตาขึ้นเห็นหน้าฉวีวรรณประชิด สบตากันอึ้งๆ ดนัยถามว่าเธอจะทำอะไรเขา พอเห็นผ้าในมือก็อดประชดไม่ได้ว่ามาสนใจคนไม่มีหัวใจอย่างตนทำไม จะเป็นจะตายก็ไม่สำคัญ ฉวีวรรณโกรธลุกหนี ดนัยวิ่งตามมาถามว่ายื่นหน้ามาใกล้ คิดจะจูบตนหรือ

“คนบ้า หลงตัวเอง ฉันไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกย่ะ”

“ถ้าไม่คิดจะทำ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย อย่ามาโกหกดีกว่า ถ้าฉันไม่ตื่นขึ้นมาก่อน ฉันต้องเสียจูบให้เธอแน่เลย”

“บ้าสิ ฉันไม่พิศวาสคนอย่างนายหรอก ฮึ คนอุตส่าห์สงสารเห็นเมาไม่ได้สติ ก็เช็ดหน้าให้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี รู้งี้ปล่อยทิ้งไว้ก็ดีหรอก”

ดนัยย้อนถามว่าสงสารตนทำไม ฉวีวรรณว่าเขาอกหักเพราะดาหวันบอกเลิก ดนัยปฏิเสธ ฉวีวรรณต่อว่าดนัยไม่มีหัวใจ ดนัยพูดอย่างจริงจัง

“ฉันมีหัวใจ แล้วฉันก็เจ็บเป็น เธอจะว่าฉันยังไงก็ตาม อย่างน้อยฉันก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง ไม่เหมือนบางคน ปากกับใจไม่ตรงกัน”

ฉวีวรรณโวยว่าว่าใคร ดนัยสวนกลับว่าว่าเธอ ฉวีวรรณโต้ว่าตนพูดจริง ว่าตนเกลียดเขา

“โธ่ หวี เมื่อไรเธอจะยอมรับความรู้สึกตัวเองสักที”

ฉวีวรรณเขินจะเดินหนี ดนัยดึงมือเธอไว้  “ไม่  ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเธอจะบอกความจริง มองตาฉัน แล้วบอกฉันสิว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ระหว่างเราสองคนมันไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลยรึ เธอไม่เคยรู้สึกอะไรเลยรึไง มองตาฉัน บอกความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายทั้งนั้น หัวใจนายควรจะเป็นของหวัน” ฉวีวรรณยังดื้อ

ดนัยฉุน ดึงเธอเข้ามาจูบ ฉวีวรรณตกตะลึงอึ้งอยู่อย่างนั้น ดนัยจูบฉวีวรรณอย่างดูดดื่ม วินยายืนมองเศร้าอยู่ห่างๆ อุ๊บอิ๊บผ่านมาเห็น แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง อยากจะร้องกรี๊ด โกรธฉวีวรรณหาว่ากีดกันตนแล้วแย่งคนรักน้องสาวเสียเอง...

พอฉวีวรรณได้สติ ผลักดนัยออกตบหน้าเขา โวยวายว่าทำบ้าอะไร

“ฉันอยากให้เธอรู้ความรู้สึกของฉัน ฉันรัก...”

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันไม่อยากรู้ ในใจของนายควรจะมีแต่หวันถึงจะถูก”

“หัวใจฉันเป็นของฉัน และในใจฉันก็มีแต่...”

“หยุดนะ อย่าพูด ฉันไม่อยากฟัง นายมันบ้า บ้าที่สุด” ฉวีวรรณไม่กล้าเผชิญความจริง

ฝนเทลงมา  ฉวีวรรณวิ่งหนีไปหลบฝนในกระท่อม  ดนัยวิ่งตามไปทางอื่น ฉวีวรรณน้ำตาร่วงพรู ไม่อาจยอมรับความใกล้ชิดเมื่อสักครู่ได้ เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของดาหวัน ดนัยตะโกนฝ่าสายฝนอย่างเจ็บปวด

“ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจฉันบ้าง ทำไมเธอไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ทำไม...ฉันรักเธอนะหวี ได้ยินบ้างมั้ย ฉันรักเธอ...”

ในขณะที่ชลิตกับดาหวันหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้  เขากอดให้เธอหายหนาว ดาหวันจะผละออก ชลิตบอกว่าเขาไม่ทำอะไรเธอหรอก ความเป็นสุภาพบุรุษของชลิต ทำให้ดาหวันยิ่งซาบซึ้งใจ ชลิตให้เธอนอน เขาจะดูแลความปลอดภัยให้ ฟ้าร้องครืนๆ ดาหวันกลัวนอนไม่หลับ ชลิตถามต้องให้เขาทำอย่างไร ดาหวันบอกว่า พ่อมักจะเล่านิทานให้ฟัง ชลิตจึงเริ่มทำเสียงเป็นตัวละครต่างๆในนิทาน เล่าให้เธอฟังอย่างสนุกสนาน ดาหวันซบไหล่เขาอย่างรู้สึกอบอุ่นใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:24 น.