ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ดนัยกับชลิตถูกมัดขังในคอกที่ใช้ผ้าขึงกับต้นไม้ ทั้งสองช่วยแก้มัดให้กันและกัน เสียงคนเดินเข้ามา ดนัยรีบรวบตัวไว้ แล้วต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเป็นฉวีวรรณถือกล่องปฐมพยาบาลมา ทั้งสองสบตากันนิ่งจนชลิตต้องมาสะกิด ทำให้ทั้งสองผละออกจากกัน

“ยัยป้าหวี...เธอมาทำอะไร” ดนัยกลบเกลื่อน

ฉวีวรรณอึกอักมองชลิตไม่กล้าพูดว่าห่วงดนัย ดนัยไม่วายปากเสีย “เธอคงจะห่วงแฟนมาก กลัวชลิตเป็นอะไรไปแล้วจะขึ้นคานล่ะสิ รถด่วนขบวนสุดท้ายแล้วนี่”

“ปากเสีย ใช่ ฉันมาหาแฟนฉัน” ฉวีวรรณโกรธจึงประชดกลับ และทายาแผลให้ชลิต

ชลิตบอกฉวีวรรณว่าเขาแค่ถลอกนิดหน่อย ให้ไปทำแผลให้ดนัยดีกว่า ฉวีวรรณไม่สนใจ ดนัยเห็นแล้วหงุดหงิดในใจสบถ “ฮึ...แผลถลอกนิดเดียว ทำเป็นเรื่องใหญ่โต”

“ฉันดูแลแฟนฉัน เกี่ยวอะไรกับนายด้วย” ชลิตเตือนอีกครั้ง ฉวีวรรณกลับประชด “ช่างเขา...เขาไม่ใช่แฟนฉัน จะเป็นจะตายก็เรื่องของเขา”

ชลิตกลับเข้าใจว่าฉวีวรรณห่วงตนอย่างจริงใจ ดาหวันย่องเข้ามาถือโลชั่นกันยุงมาด้วย

“พี่ชลิตจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ป่านนี้โดนยุงกัดเลือดหมดตัวแล้วมั้ง” ดาหวันวิ่งเข้ามา เห็นฉวีวรรณดูแลชลิตอยู่ก็ชะงัก

ทั้งชลิตและฉวีวรรณตกใจเมื่อเห็นดาหวัน เธอรีบแก้ตัวว่าเอายากันยุงมาให้ดนัย ทำเอาดนัยงงเพราะเขาไม่เคยแพ้ยุง ดาหวันเข้าไปทายาลูบไล้แขนให้ดนัย ชลิตกับฉวีวรรณเห็นแล้วหึง ต่างประชดทำหวานให้กันบ้าง ดาหวันทนไม่ไหวทิ้งขวดโลชั่นแล้ววิ่งออกไป แล้วมาหลบร้องไห้พยายามบอกตัวเองว่าชลิตเป็นแฟนของพี่...ชลิตเป็นห่วงดาหวัน จึงบอกฉวีวรรณว่าตนจะไปยิงกระต่าย พอชลิตออกไป ฉวีวรรณก็เอากล่องยามาวางให้ดนัย

ดนัยทำแผลตัวเองแบบไม่ค่อยถนัด ฉวีวรรณทนดูไม่ได้ “มานี่ ฉันทำให้”

พอเปิดแผลออกเห็นว่าแผลดีขึ้นมาก จึงยอมรับว่ายาสมุนไพรของวินยาได้ผลจริงๆ”

“ใช่ ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก น่าเสียดายที่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน ฉันเลยยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”

“อยากตามเขามาทำแผลให้ใช่มั้ย ฉันจะได้ไม่ต้องทำ” ฉวีวรรณน้อยใจจะลุกหนี

ดนัยจับมือเธอไว้ “อย่าไปนะ...ฉันแค่รู้สึกว่ายังไม่ได้ขอบคุณวินยาเท่านั้น ส่วนเรื่องทำแผล ฉันไม่เคยอยากให้ใครทำแผลให้ เท่ากับเธอ”

ฉวีวรรณเขิน ดึงมือออก แล้วทำแผลให้ดนัยต่อเกรงใครจะเข้ามาเจอ ดนัยจ้องหน้าเธอจนเธอเขินทำอะไรไม่ค่อยถูก

ชลิตออกมาเดินหาดาหวันด้วยความห่วงใย อุ๊บอิ๊บแอบย่องจะมาหาดนัย เห็นดาหวันนั่งร้องไห้อยู่ก็หมั่นไส้ที่คงออกมาหาดนัย จะเข้าไปหาเรื่อง บุญทิ้งมาดึงตัวออกไป อุ๊บอิ๊บดิ้นจึงล้มทั้งคู่ เธอจูบแก้มบุญทิ้งเข้าอย่างจัง อุ๊บอิ๊บตกใจตบหน้าบุญทิ้งแล้ววิ่งหนีกลับไป...ชลิตกลับเข้ามาที่คอกบอกดนัยกับฉวีวรรณว่าดาหวันหายไป ฉวีวรรณคิดว่าน้องคงกลับเต็นท์ไปแล้ว แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิเข้ามาบอกให้ชลิตกับดนัย ไปหาหลักฐานมาเอาผิดพวกธานีให้ได้ ดนัยเป็นห่วงบอกฉวีวรรณให้เธอกลับไปอยู่กับพ่อ

“มันอันตราย ฉันทิ้งนายไม่ได้” ฉวีวรรณลืมตัวโพล่งออกมา พอเห็นสายตาทุกคนที่มองก็รีบกลบเกลื่อน “เอ่อ ฉันหมายถึง กลับไปฉันต้องแต่งงานกับนายธนวัติ ฉันไปหาหลักฐานด้วย พ่อจะได้ตาสว่างซะทีว่าครอบครัวนี้ไม่ใช่คนดี”

“แล้วหวันล่ะ...” ชลิตเป็นห่วงดาหวัน

ไม่ทันไร เสียงดาหวันร้องกรี๊ด ทุกคนรีบวิ่งออกไป เป็นพาณิชย์จับตัวเธอไว้ ชลิตจะเข้าช่วย ธนวัติสั่งลูกน้องให้จับทุกคนไว้ ดนัยร้องบอกคนอื่นไม่เกี่ยวให้ปล่อยไป ธนวัติเอาด้ามปืนกระแทกหน้าดนัย ฉวีวรรณตกใจร้องลั่น ธนวัติสั่งลูกน้องเอาตัวสองคนไปจัดการฆ่าที่อื่น

ooooooo

ศิริเข้ามาหาลูกๆในเต็นท์ แปลกใจว่าหายไปไหนกัน...ในขณะที่ธนวัติกับพาณิชย์ให้ลูกน้องเอาตัวพวกดนัยมากลางป่า ทั้งสองจับตัวฉวีวรรณและดาหวันไว้ เจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งถูกมัดรวมกัน ธนวัตินึกสนุกให้ดนัยกับชลิตสู้กันเอง ใครแพ้จะยิงผู้หญิงของคนนั้นก่อน

ศิริออกมาหน้าเต็นท์พบอุ๊บอิ๊บจึงถามถึงฉวีวรรณกับดาหวัน อุ๊บอิ๊บตอบอย่างโกรธๆว่า เห็นเกาะดนัยกับชลิตแน่น ศิริตกใจ ไม่ทันไร อาหลู่วิ่งมารายงานว่า ไอ้หน้าหล่อสองคนหายไป ธานียืนอยู่ด้วยถามว่าใครคือไอ้หน้าหล่อ อาหลู่หันมาตอบหน้าตาเฉย

“ดนัยกับชลิตไง แล้วไอ้หน้าไม่หล่อสองคนก็หายไปเหมือนกัน”

“แล้วใครคือไอ้หน้าไม่หล่อ” ธานียังงงอีก

“ก็ลูกกับหลานคุณไง มันก็หน้าเหมือนคุณนั่นแหละ”

“อ๋อ...อ้าว เฮ้ย ไอ้นี่ปากเสีย” ธานีนึกได้ ถีบอาหลู่กระเด็น

ศิริปรามไม่ใช่เวลามาทะเลาะกัน เขาจะรีบออกไปตามหาลูก อาหลู่รีบบอกว่ามีรอยล้อรถแล่นเข้าไปในป่า ศิริสั่งสุภาพเอารถออกทันที...

ด้วยความห่วงคนที่ตนรักจะตาย ดนัยกับชลิตจำต้องสู้กันเพื่อรักษาชีวิตคนรักไว้ แต่แล้วพอชลิตล้มลงสู้ดนัยไม่ได้ ธนวัติหัวเราะร่า ยกปืนเล็งไปทางฉวีวรรณ ดนัยตกใจรีบพูดจาดูถูกชลิตให้ฮึดลุกขึ้นมาสู้ต่อ

“ไอ้ชลิต แกมันไม่เอาไหน ไอ้ขี้แพ้”

ชลิตยันกายลุกขึ้นมาได้ชกดนัยล้มคว่ำลง ธนวัติเบนกระบอกปืนไปทางดาหวันแทน ชลิตตกใจ ดาหวันเสียใจที่ชลิตสู้เพื่อฉวีวรรณ เธอสบตาชลิตแล้วบอกฉวีวรรณ

“พี่หวี หวันลาก่อน ขอให้พี่หวีกับพี่ชลิตรักกัน ดูแลกันให้ดีนะคะ”

“หวัน ไม่นะ ปล่อยน้องฉันนะ อย่าทำอะไรน้องฉัน”

ดาหวันหลับตารอรับชะตากรรม ธนวัติหัวเราะเยาะแล้วหันกระบอกปืนมาทางดนัย

“แกนั่นแหละที่ต้องโดน ขอบใจมากที่ช่วยกำจัดไอ้ดนัยโดยที่พวกฉันไม่ต้องเหนื่อย”

“คิดแล้วว่าต้องลงเอยแบบนี้ หมัดหนักชะมัด” ดนัยแซวชลิต ชลิตฉุดดนัยลุกขึ้น

ธนวัติกับพาณิชย์โมโหที่โดนหลอก ลั่นกระสุนใส่ ทั้งสองรู้ทันหลบกระสุนแล้วต่อสู้ ฉวีวรรณ ดาหวัน และพวกแจ๋ช่วยเล่นงานลูกน้อง รถศิริส่องไฟแล่นเข้ามา เป็นจังหวะที่ดนัยกับชลิตชกธนวัติและพาณิชย์พอดี สถานการณ์จึงกลายเป็นดนัยกับชลิตเป็นคนร้าย ทั้งธนวัติและพาณิชย์รีบฟ้องว่า ดนัยกับชลิตฉุดฉวีวรรณกับดาหวันมา สองสาวปฏิเสธว่าไม่จริงแต่ศิริไม่ฟัง

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นพ่อไม่อยากฟัง ทุกคนกลับ พรุ่งนี้จะออกเดินทางแต่เช้า ฉันจะจับไอ้สองคนนี้ไปส่งตำรวจ ข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยวและยังทำร้ายร่างกายผู้อื่นอีก”

“ก็ยังดีกว่าข้อหาลักลอบตัดไม้” ดนัยสวนออกไป

ทำเอาธานีกับลูกไม่พอใจ ต้องมาปรึกษากันว่าจะจัดการให้ทั้งชลิตและดนัยเป็นศพก่อนถึงมือตำรวจ ธานีให้ลูกน้องไปตัดสายเบรกรถคันที่สองคนต้องนั่งในวันพรุ่งนี้...ดาหวันเป็นห่วงจะไปช่วยชลิตกับดนัย ฉวีวรรณปราม คืนนี้สองคนนั่นปลอดภัยเพราะคนของพ่อเฝ้าแน่นหนา แต่พรุ่งนี้สิน่ากลัว ดาหวัน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งฟังแล้วเป็นกังวล

วันรุ่งขึ้น อุ๊บอิ๊บจะไปนั่งรถคันเดียวกับดนัย ธานีตกใจรีบดึงลูกสาวไว้ ฉวีวรรณกับพวกรู้สึกมีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงส่งซิกให้แจ๋ทำเป็นปวดท้องอย่างมากเดินทางวันนี้ไม่ได้ ธนวัติไม่พอใจหาว่าแจ๋สร้างเรื่อง กิมจิเห็นจวนตัวจึงแกล้งทำเป็นผีเข้า ให้ตื่นตระหนกกัน แต่พอธนวัติเอาปืนจ่อ กิมจิหน้าเจื่อนกำลังจะความแตก จู่ๆจิ้งจกตัวหนึ่งตกใส่อุ๊บอิ๊บวิ่งร้องกรี๊ดๆมาสะดุดล้มในอ้อมแขนบุญทิ้ง เกิดความโกลาหล อุ๊บอิ๊บผลักบุญทิ้งหงายหลัง อาการหอบกำเริบ ดนัยรีบบอกให้เอายาพ่น ศิริเห็นความวุ่นวาย จึงให้เลื่อนเดินทางออกไป ธานีกับธนวัติเจ็บใจที่เสียแผน

ooooooo

ปรากฏว่าทองอินรู้จักกับหมู่บ้านชาวชาลันของวินยาเป็นอย่างดี เขาคอยซื้อข้าวของจำเป็นมาส่งให้ ทองอินถามวินยา  และสางโปว่า ได้เบาะแสเรื่องไม้เถื่อนเพิ่มเติมบ้างไหม วินยาจึงบอกว่าตนเห็นหน้านายทุนที่อยู่เบื้องหลังแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

“ฉันเจอพวกคนเมืองหลงป่าเข้ามา คนพวกนั้นคงไปรู้เรื่องไม้เถื่อนเข้า เลยถูกพวกนายทุนตามล่า เลาซาก็อยู่ด้วย”

ทองอินสงสัยว่าคนเมืองเป็นใคร ไม่ทันไร เลาซาโผล่มายิงลูกดอกใส่ วินยาผลักทองอินหลบ แล้วโดดเข้าต่อสู้กับเลาซาซึ่งๆหน้า เลาซาสู้ไม่ได้ร้องขอชีวิต

“น่าสมเพช ยังกล้าร้องขอชีวิตอีกรึ ทีตอนที่แม่กับน้องข้าร้องขอชีวิต พ่อของแกเคยเห็นใจมั้ย” แววตาวินยาเจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีต ที่กาซูวางยาพิษลีซันพ่อของตนเพื่อหวังครองหมู่บ้านและไล่ฆ่านาลาแม่และลีซาน้องชายแบเบาะของตน เพราะลีซาจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อไป

วินยาเห็นแม่ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ลีซาน้องชายกระเด็นตกหน้าผาไปสู่แม่น้ำเชี่ยวเบื้องล่าง สางโปนำคนในหมู่บ้านมาช่วยตนไว้ได้และขับไล่กาซูออกไป ทั้งวินยาและลีซามีสร้อยเขี้ยวเสือห้อยคอเป็นตัวแทนของพ่อกับแม่...ภาพในอดีตฝังใจวินยามาตลอด เมื่อเธอเงื้อมีดจะแทงเลาซา กาซูปรากฏตัวขึ้นใช้พลังยับยั้งวินยาไว้ แล้วปาระเบิดควันเข้ามาพาตัวเลาซาหนีไปได้...

หลังจากเรื่องวุ่นๆสงบลง แจ๋กับกิมจิย่องจะไปดูดนัยกับชลิตที่คุมขัง ฉวีวรรณโผล่มาฝากห่อข้าวไปให้ดนัย อ้างว่าดาหวันฝากมา เพราะดนัยไม่ชอบกินผลไม้ และกำชับให้ดูแลตัวเองดีๆ แจ๋บ่นว่าฝากบอกยาวเหลือเกิน แจ๋ถือข้าวห่อเดินมากับกิมจิได้หน่อยดาหวันโผล่พรวดออกมา ฝากผ้าห่มหอมฟุ้งไปให้ชลิต อ้างว่าฉวีวรรณฝากมา เพราะชลิตอ่อนแอเกรงจะหนาว แจ๋แปลกใจเมื่อกี้ไม่เห็นฉวีวรรณพูดอะไรเลย กิมจิยิ่งงงมากกว่าแจ๋

มาถึงที่คอกขังดนัยกับชลิต แจ๋ก็ส่งผ้าห่มให้ชลิตและข้าวห่อให้ดนัย

“เอ้า หวันฝากมาให้ เขาบอกด้วยว่าให้กินเยอะๆ เพราะนายกินผลไม้ไม่ได้ ไม่กินอะไรมาหลายวันแล้ว เดี๋ยวไม่มีแรง” ดนัยรับมาเศร้าๆที่ไม่ได้มาจากฉวีวรรณ

แจ๋ส่งผ้าห่มให้ชลิต เขารีบถาม “ยัยหวันฝากผ้าห่มมาให้ฉันเหรอ”

“ไม่ใช่ หวีฝากมาให้ หวียังบอกด้วยว่าให้นายห่มผ้าด้วย อากาศเย็นเดี๋ยวจะไม่สบาย รักนะ...จุ๊บๆ” ชลิตหุบยิ้มผิดหวัง

ดนัยสำลักอาหารที่กำลังกิน กิมจิถามว่าเป็นอะไร ดนัยกลบเกลื่อน “ปละ เปล่า แค่สงสัยว่ายัยป้าหวีทำอะไรดีๆ

แบบนี้เป็นด้วยหรือ”

“ฝากขอบใจหวีด้วยนะ ขอบใจที่เป็นห่วง หวีดีกับฉัน รู้ใจฉันเหลือเกิน ไม่เหมือนคนบางคน อยู่ด้วยกันมาตั้งนานไม่มีน้ำใจสักนิด” ชลิตประชดฝากแจ๋

แจ๋ถามหมายถึงใคร ชลิตตอบว่าใครอยากรับไปก็ได้ ดนัยหมั่นไส้ ฝากแจ๋ไปบ้าง

“ฉันก็ฝากบอกหวันด้วยว่า ข้าวห่อนี้อร่อยที่สุดในสามโลก ฉันซึ้งใจจริงๆที่มีคนดีๆอย่างหวันคอยดูแล” ดนัยชำเลืองชลิตอย่างเขม่นๆ

กิมจิถามสองคนมีอะไรกันหรือเปล่า ดนัยปัดไม่เป็นอะไร แล้วว่าคุยเรื่องของเราดีกว่า ชลิตเป็นห่วงดาหวันกับฉวีวรรณจะเป็นอันตรายจากธนวัติและพาณิชย์ ดนัยจึงเสนอให้พาสองสาวหนี โดยวางแผนให้แจ๋วางยาทุกคนให้หลับมื้อเย็นนี้

แจ๋กลับมาบอกฉวีวรรณกับดาหวัน ว่าดนัยฝากขอบใจเรื่องข้าวห่อและชลิตฝากขอบใจเรื่องผ้าห่ม สองพี่น้องทำหน้างงๆแต่ก็กลัวความแตก ฉวีวรรณตัดบทให้คุยเรื่องแผนการดีกว่า

เผอิญธานีกับพวกวางแผนมอมยาสั่งศิริ เพื่อให้ทำตามคำสั่งพวกตน แต่โดนพวกแจ๋ทำเสียเรื่องโวยวายว่ามีแมลงสาบในอาหาร ทำให้ศิริไม่กิน แล้วฉวีวรรณกับดาหวันก็ยกอาหารสำรับใหม่มาให้ ธานีกับลูกๆรู้สึกผิดสังเกต จึงกินยากันพิษที่ได้จากกาซูไว้ก่อน ในอาหารของฉวีวรรณใส่แค่ยานอนหลับอ่อนๆหวังให้ทุกคนหลับ พวกตนจะได้หนีสะดวก มีอุ๊บอิ๊บที่ไม่ได้กินเพราะมัวออกไปจะหาดนัยแต่ก็สวนกัน

ดนัยกับชลิตมาสมทบกับพวกฉวีวรรณ เพื่อหนีเข้าป่า ดนัยเป็นห่วงฉวีวรรณเกรงจะล้มจึงส่งมือให้จับ ฉวีวรรณเหลือบมองชลิตไม่กล้าจับ ดนัยน้อยใจ

“ไม่ใช่หน้าที่ของฉันนี่นะ เป็นหน้าที่ของแฟน ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้”

ฉวีวรรณเจ็บจี๊ดในใจหันไปจับมือกับชลิต ดาหวันมองอย่างขุ่นเคือง แกล้งร้องเรียกดนัยให้ช่วยจูง ชลิตหึงตาเขียว ดา–หวันยิ่งแกล้งทำหวานกับดนัย ฉวีวรรณโกรธดึงชลิตเดินไป...

ไม่ทันไร ธานี ธนวัติ พาณิชย์ กาซู และลูกน้องออกมาดักหน้า ทุกคนตกใจ พวกธานีหัวเราะ

“ช่วยไม่ได้ที่พวกแกรู้ความลับของฉัน พวกแกต้องตายทั้งหมด กาซู จัดการพวกมัน”

กาซูรับคำสั่งธานีแล้วสั่นกระพรวนเรียกอสูรกายโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน พวกดนัยตกใจ ดนัยคว้ามือฉวีวรรณวิ่งหนี ชลิตคว้ามือดาหวันวิ่งไปอีกทาง แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิพากันวิ่งไปอีกทาง อุ๊บอิ๊บวิ่งมาเห็นดนัย จะวิ่งตาม ธานีดึงลูกสาวไว้ อสูรกายตามพวกแจ๋ไป บุญทิ้งเอาแต่สวดมนต์ไล่ เผอิญอสูรกายขาติดกิ่งไม้เดินไม่ได้ บุญทิ้ง เข้าใจว่าบทสวดของตนได้ผล แจ๋กับกิมจิร้องบอกให้เอาพระคล้องคอมันเลย บุญทิ้งจึงถอดสร้อยคอพระหลวงปู่สามองค์ คล้องคออสูรกายตัวมันกระตุก บุญทิ้งเข้าใจว่าได้ผล แต่จริงแล้วเพราะบุญทิ้งเหยียบเท้ามันไว้ พอบุญทิ้งขยับตัวออกมายืนโอ่ อสูรกายก็หลุดจากกิ่งไม้ หันมาบีบคอบุญทิ้ง แล้วถอดสร้อยพระปาทิ้งไปไกล

กาซูเขย่ากระพรวนสั่งอสูรกายให้ตามดนัยกับชลิต อุ๊บอิ๊บเห็นจำได้ว่าเป็นอสูรกายที่กินคนงานไป ธานีรีบบอก

ลูกสาวว่ามันจะกินแต่ศัตรูของเรา พออุ๊บอิ๊บเห็นกระพรวนเกิดชอบใจแย่งมาเป็นของตน เขย่าเล่นเป็นจังหวะ อสูรกายเงอะงะทำอะไรไม่ถูก กาซูแย่งคืนเกิดการยื้อแย่งกัน กระพรวนขาด อสูรกายสติแตก หันไปเล่นงานธานีกับกาซูเสียเอง อุ๊บอิ๊บเตลิดหนี

ดนัยพาฉวีวรรณหนีเข้าไปในป่าลึก อสูรกายยังตามมาดึงขาฉวีวรรณไว้ ดนัยทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอ จนโดนจับโยนไปกระแทกต้นไม้จุก ฉวีวรรณเข้าประคอง อสูรกายตามเข้าบีบคอทั้งสองคน พลันมีมีดพกพุ่งมาปักที่หัวไหล่อสูรกายร้องลั่นปล่อยดนัยกับฉวีวรรณ วินยาโดดเข้ามาตั้งท่าพร้อม
บอกว่า แผลจากมีดอาคมของตนไม่ได้รักษาง่ายๆ

อสูรกายคำรามตรงเข้าจะเล่นงานวินยา เธอจึงปามีดพกไปปักที่อสูรกายอีกเล่ม มันร้องอย่างเจ็บปวด วินยาเข้าช่วยฉวีวรรณประคองดนัยและบอกให้ไปที่หมู่บ้านของตน

ooooooo

ธนวัติมารายงานธานีว่าอสูรกายบาดเจ็บ กาซูพากลับไปรักษาที่ดงผีฟ้า ธานีเป็นห่วงอุ๊บอิ๊บที่พลัดหลงไปยังไม่กลับมา พลัน เสียงศิริโวยวายจะไปตามลูกๆแต่สุภาพกับอาหลู่ดึงไว้ไม่ให้ไปเพราะมันค่ำมืด ขอให้สว่างก่อนค่อยไป ธนวัติเข้ามาใส่ไฟว่า ดนัยกับชลิตวางยาพวกเราและให้เพื่อนที่เป็นป่าไม้มาถล่มแคมป์แล้วพาฉวีวรรณกับดาหวันหนีไป

“พวกผมออกตามแต่โดนเล่นงานจนต้องกลับมาตั้งหลักนี่แหละครับ” พาณิชย์รีบบอก

“อ้าว ทำไมเสี่ยกับลูกไม่หลับล่ะ อาหลู่เห็นกินกันเกลี้ยงชามเลยนี่” อาหลู่สงสัย

ธานีหัวเราะกลบเกลื่อนเข้ามาตบไหล่อาหลู่ เคืองๆที่ช่างสาระแน แล้วบอกว่ากาซูมียาถอนพิษ พวกตนจึงรีบตามไปช่วยฉวีวรรณกับดาหวัน ธนวัติแก้ตัว ขอโทษที่ไม่ได้ปลุกศิริด้วย

“ไม่เป็นไรๆแค่นี้ก็ขอบใจมากแล้วที่เป็นหูเป็นตาแทนลุง ว่าแต่...เจอหวีกับหวันตรงไหนลุงจะรีบไปตามเดี๋ยวนี้” ศิริลุกจะเดินแต่ยังมึนหัวเซจะล้ม

ธนวัติเข้าประคอง และขอให้นอนพักก่อน พร้อมเอายาให้ทาน เขาสบตากับธานีอย่างสมใจเพราะมันคือยาสั่ง

กลางป่า ชลิตกับดาหวันเดินโสลเสลมาหมดแรงทรุดนั่ง เสียงท้องดาหวันร้องดังมาก จนชลิตตกใจคิดว่าฟ้าผ่า กระโจนหาที่หลบ ดาหวันโวยว่าเสียงท้องตนเอง

“โธ่เอ๊ย ร้องดังขนาดนี้ คำรามแข่งกับเสือได้เลยนะอีหนู โอ๊ย...”

ดาหวันตบปากชลิต “จะเรียกหาญาติพี่ทำไม เจอคราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกหรือไง”

ชลิตนึกได้ว่าเคยเจอเสือสมิง รีบเอามือปิดปากตัวเอง

ดาหวันทำจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่นอะไรหอมน่ากิน เธอตามกลิ่นจนมาเจอเห็ดกลุ่มใหญ่ผุดมาชูช่อที่โคนต้นไม้ “กลิ่นเห็ดพวกนี้แน่ๆ”

ดาหวันไม่รอช้าเด็ดกิน ชลิตรีบปราม “เฮ้ยหวัน กินเข้าไปได้ยังไง เห็ดเมาหรือเปล่าไม่รู้”

“แต่มันหอมจริงๆนะพี่ชลิต อร่อยด้วย” ดาหวันเด็ดส่งให้ชลิตสูดกลิ่นแล้วตาลอย หยิบเข้าปาก จากนั้นทั้งสองคนก็กินอย่างเอร็ดอร่อย...

ooooooo

อีกด้านของป่า วินยาพาดนัยกับฉวีวรรณมาที่หมู่บ้านชาลัน และให้ไปพักที่บ้านตน บ้านของวินยาเป็นบ้านขนาดใหญ่กว่ากระท่อมรอบๆ บ่งบอกว่าเป็นที่พักของผู้นำ วินยาสั่งลูกน้องให้ช่วยจัดที่หลับที่นอนให้ และหาเสื้อผ้ามาให้ทั้งสองคนเปลี่ยน

“อย่าบอกนะว่า เธอเป็นหัวหน้าเผ่าที่นี่” ฉวีวรรณมองอย่างสงสัย

สางโปเดินเข้ามาตอบแทนว่าใช่ วินยาแนะนำให้สางโปรู้จักดนัยซึ่งเป็นคนที่เคยช่วยชีวิตตน และบอกว่ากาซูกำลังตามล่าพวกเขา สางโปจึงไปเปิดโถที่โต๊ะบูชาในบ้านวินยา หยิบบางอย่างออกมาส่งให้ดนัยกับฉวีวรรณกิน

“หมากทิพย์ เจ้าสองคนเอาไปเคี้ยวคนละคำ มันจะช่วยพรางตัวพวกเจ้า ไม่ให้ญาณของไอ้กาซูหาพบ”

ดนัยกับฉวีวรรณรับมาแต่ไม่กล้ากิน วินยาย้ำ “กินเข้าไปเถอะ รสชาติก็เหมือนยาลูกกลอนนั่นแหละ”

ดนัยจึงเอาเข้าปากเคี้ยว ทำหน้าเบ้เพราะรสขม สางโปดุฉวีวรรณให้รีบกินเข้าไป เคี้ยวๆแล้วกลืน ฉวีวรรณจำต้องทำอย่างพะอืดพะอม ดนัยอดถามไม่ได้ว่าทำมาจากอะไร วินยาไม่ตอบ

สางโปตอบแทน “ใบพลู เปลือกไม้แล้วก็หางจิ้งจก”

ดนัยกับฉวีวรรณทำท่าจะขย้อนออกมา วินยาห้าม “อย่าคายออกมานะ เดี๋ยวมันไม่ออกฤทธิ์ เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนไปเลย”

สีหน้าดนัยกับฉวีวรรณดูทรมานในการจะกลืน สางโปจึงบอกว่า “จะคายก็ได้ แต่ถ้ากาซูมันพาคนมาชิงตัวพวกเจ้า ข้าไม่รู้ด้วย”

สองคนจำใจกลืนทั้งที่อยากอาเจียนออกมาเต็มที ทั้งสองวิ่งไปตักน้ำดื่มกลั้วคอด้วยความสะอิดสะเอียน วินยาบอกขำๆว่าเดี๋ยวก็ชิน ฉวีวรรณหันมาโวย

“แล้วทำไมเธอไม่เห็นต้องกินเลย หลอกอะไรฉันหรือเปล่าเนี่ย”

“พวกฉันมีคาถาส่วนตัวอยู่แล้ว กาซูทำอะไรเราไม่ได้ แต่คนนอกเผ่าอย่างพวกเธอต้องปกป้องตัวเอง”

วินยาจัดที่นอนให้ดนัยนอนข้างนอก และให้ฉวีวรรณเข้าไปนอนด้วยในห้อง ฉวีวรรณทึ่งเห็นของในห้องวินยา แม้จะเป็นของพื้นเมืองแต่ก็ดูมีรสนิยมสมัยใหม่ ฉวีวรรณอดเป็นห่วงดนัยไม่ได้เกรงจะโดนยุงกัด วินยาจึงเอาเปลือกไม้ใส่ถาดไปจุดวางให้ดนัย

“ฉันเอายากันยุงมาให้ ดึกๆแล้วยุงจะชุมน่ะ”

ดนัยขอบใจเธอ วินยาถามว่ายังไม่นอนหรือ ดนัยตอบว่าแปลกที่ นอนไม่หลับ วินยาจึงนั่งคุยเป็นเพื่อน ฉวีวรรณเห็นวินยาหายไปนาน จึงแง้มประตูแอบดู เห็นสองคนนั่งชิดคุยกัน

“ฮึ ถือโอกาสนะยัยวินยา ทำดีเอาหน้า” ฉวีวรรณหมั่นไส้ พยายามจะฟังว่าคุยอะไร

และแล้วเธอก็ถลาล้มออกมานอกห้อง สองคนหันมามอง ฉวีวรรณรีบกลบเกลื่อน “เออไม่มีอะไร ฉัน...ฉันแค่ออกมารับลมน่ะ ก็...คุย คุยกันต่อไปสิ ฉันไปนอนล่ะ”

“อะไรของเขา” ดนัยบ่นมองฉวีวรรณผลุบเข้าห้องไป วินยาอมยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ชลิตกับดาหวัน ยังกินเห็ดเมากันอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองเมาอ้อแอ้ ชลิตรู้สึกร้อนจึงถอดเสื้อออก ดาหวันตบมือยุให้ถอดเลยๆ แล้วตัวเองก็ถอดเสื้อบ้างเหลือเสื้อสายเดี่ยวตัวใน สักพักชลิตก็ผล็อยหลับดาหวันเขย่าปลุกก็ไม่ลุก เธอจึงกินเห็ดเมาต่อไปคนเดียว

อุ๊บอิ๊บเดินเซซังอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามหาสัญญาณเพื่อโทร.ให้พ่อกับพี่มาช่วย เท่าไหร่ก็ไม่เจอ พอโผล่จากพุ่มไม้มาเห็นดาหวันกับชลิตก็ตะลึง

“อุ๊ย...แม่เจ้า นี่มันยัยดาเน่ากับพี่ชลิตนี่”

อุ๊บอิ๊บเห็นสภาพทั้งสองคนแล้วคิดเลยเถิด เอามือถือถ่ายภาพเก็บไว้แบล็กเมล์ทีหลัง แถมจัดท่าทางให้ดาหวันไปนอนซบอกชลิต “งานนี้ พี่ดนัยต้องเลิกกับนังดาเน่าแน่นอน ฮ่าๆๆ”...

อุ๊บอิ๊บโยนเสื้อผ้าของทั้งสองคนสร้างบรรยากาศให้ดูเหมือนถอดกองไว้ “แค่นี้ก็เรียบร้อย หึหึ...ฉันอยากจะรู้นัก เวลาที่พี่เขยกับคุณน้องแฟนตื่นขึ้นมาป๊ะกันแหม แล้วจะเป็นยังไง ฮิฮิฮิ คงสนุกพิลึกล่ะ”

อุ๊บอิ๊บกดถ่ายภาพไว้หลายมุมอย่างเมามัน...

เมื่อดนัยกับฉวีวรรณได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวเขาของเผ่าชาลัน ต่างมองกันยิ้มๆ

“นี่นายเองเหรอ ฉันนึกว่าเป็นคนที่นี่ซะอีก”

“ขอบใจที่ชมว่าฉันน่ารัก”

ฉวีวรรณเบ้ปากไม่ได้ชม ดนัยยิ้มสายตากรุ้มกริ่ม “งั้นฉันชมเธอเองก็ได้ แต่งตัวอย่างนี้แล้วน่ารักดีนะ”

“ฉันหิวข้าว ฉันจะไปตามหาวินยาละ” ฉวีวรรณเขินรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่ต้อง วินยาให้ฉันพาเธอไปทานข้าว” ดนัยคว้าแขนฉวีวรรณดึงออกไป

“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ปล่อย ฉันไปเองได้” ฉวีวรรณขืนตัวไว้

“รู้ว่าเธอเดินได้ แต่ฉันอยากให้เราเดินไปด้วยกัน” ดนัยไม่ยอมปล่อย แถมมองเธออย่างกรุ้มกริ่ม ทำเอาฉวีวรรณหัวใจพองโต เขินหนักกว่าเดิม

อาหารถูกจัดวางไว้บนแคร่ใต้ต้นไม้ เป็นพวกหมกหน่อไม้ เนื้อย่าง มันเผือกปิ้ง ฉวีวรรณถามหาวินยา ดนัยตอบว่า วินยาไปทำงาน แล้วมื้อเย็นจะจัดเลี้ยงต้อนรับพวกเรา ฉวีวรรณทำหน้าเลี่ยนๆกลัวเจออาหารพวกเนื้องู เนื้อกิ้งก่า ดนัยตัดบท

“เอาน่า เขากินแล้วไม่ตาย ก็แปลว่าเรากินได้เหมือนกันแหละน่า”

“แหม ปรับตัวได้เร็วเชียวนะ เมื่อคืนคงจะคุยกันถูกคอ” ฉวีวรรณค้อน

“ก็คุยเกือบถึงเช้านั่นแหละ ฉันว่าวินยาเขาเป็นหัวหน้าเผ่าที่มีวิสัยทัศน์ดีนะ เธอคงไม่รู้ว่าเขาเข้าไปเรียนในเมืองด้วย ตอนนี้ก็เรียนปริญญาตรีทางไกลอยู่ เก่งมากเลย”

“อิ่มดีกว่า ไม่เห็นอร่อยเลย” ฉวีวรรณหมั่นไส้ที่ดนัยเอาแต่ชื่นชมวินยา

“อ้าว ซะงั้น...หวี เธอเป็นอะไรของเธอน่ะ” ดนัยมองตามงงๆ

ooooooo

งัวเงียตื่นขึ้นมา ชลิตต้องตกใจกับสภาพตัวเองที่ไม่ได้สวมเสื้อ แถมมีดาหวันมานอนซบบนตัว และเธอยังเหลือแค่เสื้อสายเดี่ยวเช่นกัน ชลิตรีบผละออก ดาหวันจึงตื่นขึ้นมาอีกคน

“โอ๊ย อะไรเล่า”

เธอ...เธอทำอะไรพี่ ยัยหวัน”

“อาราย...” ดาหวันยังงัวเงีย

“ธ...เธอ เธอปล้ำฉัน” ชลิตละล่ำละลักชี้ไปที่ดาหวัน

ดาหวันงงก้มมองตัวเอง พอเห็นสภาพตัวเองก็ตกใจ “ว้าย...ทำไมเป็นยังงี้ล่ะ”

ดาหวันเอาเสื้อมาปิดร้องกรี๊ด...อุ๊บอิ๊บยังแอบอยู่แถวนั้น หัวเราะชอบใจ รีบถ่ายเป็นคลิป

“เธอ...เธอพรากพรมจรรย์ของพี่” ชลิตเอาเสื้อปิดอกโวยวาย

“อ๊าย อีตาบ้า พูดมาได้ยังไง หวันต่างหากที่ถูกผู้ชายใจทรามอย่างพี่ข่มเหงรังแก”

“พี่ไม่ได้ทำ ถ้าทำพี่ก็ต้องจำได้สิ”

“หวันก็ไม่ได้ทำเหมือนกัน”

“ไม่ได้ทำแล้วทำไมเราถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้”

“เมื่อคืนหวันก็จำอะไรไม่ได้เลย พอกินเห็ดไปก็...”

“ใช่ๆ ต้องเป็นเห็ดเมื่อคืนนี้แน่ๆ พอพี่เมาเธอก็เคลมพี่”

“อ๊าย...ช่างกล้า ไอ้บ้าทุเรศ ต่อให้เหลือพี่เป็นผู้ชายคนเดียวในโลก หวันก็ไม่มีวันสนผู้ชายอุบาทว์ๆอย่างพี่หรอก...ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ไอ้เล็บขบ” ดาหวันทุบตีชลิตยกใหญ่

ชลิตหลบไม่โต้ตอบ เสื้อดาหวันหล่น เธอตกใจจึงผลักชลิตล้มลงจะก้มเก็บ จึงกลายเป็นก้มไปจูบชลิต ทั้งสองตะลึงอึ้งอยู่อย่างนั้น อุ๊บอิ๊บเก็บภาพอย่างตะลึงพรึงเพริด

“อ๊าย โอ้โน มีคิสด้วย...ไม่ได้ๆต้องถ่ายต่อ เด็ดมาก สวย ยอดเลย ดาเน่าเอ๊ย คราวนี้แกเละเป็นโจ๊กแน่ ฉันจะเอาคลิปนี้ไว้แฉกับพี่ดนัย ว่าแกสองคนชิงสุกก่อนห่าม แอบมากกกันในป่า”

ดาหวันผละออกจากชลิตคว้าเสื้อมาสวมแล้ววิ่งหนีไปอายๆ ชลิตตกใจดึงเธอไว้

“เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน”

“หวันไม่มีอะไรต้องคุยกับพี่แล้ว ปล่อยนะ อย่านึกว่าจะมาปล้ำกันง่ายๆ” ดาหวันดิ้น

ชลิตจึงดึงเธอมาปะทะอก  “ไม่ว่าใครจะปล้ำใคร ยังไงตอนนี้เราก็เป็นคนคนเดียวกันอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”

ดาหวันอึ้ง “นี่มันเรื่องจริงเหรอ ที่เราสองคน...”

“ใช่...พี่ต้องเสียความหนุ่มแน่นให้หวันไปแล้ว”

“อีตาบ้า ถ้าขืนยังพูดเล่นอีกคำเดียว หวันจะฆ่าพี่หมกป่าตรงนี้แหละ”

“โหดจริงๆเลยเธอนี่...” ชลิตยิ้มล้อ

“เออสิ หวันพูดจริงทำจริง แล้วห้ามปากสว่างไปบอกใครด้วยล่ะ”

“หึ...กลัวไอ้ดนัยรู้ล่ะสิ” ชลิตชักเคือง

“แล้วพี่ไม่กลัวพี่หวันรู้หรือไง”

ต่างคนต่างอึ้ง กลัวก็กลัว ดาหวันหลบตาตัดสินใจพูดขึ้น “เราสองคนต่างก็ไม่อยากสูญเสียคนที่ตัวเองรัก

เพราะฉะนั้น นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว รูดปากให้สนิทซะ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้คิดว่า เรื่องเมื่อคืนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็แล้วกัน”

ชลิตสบตาดาหวันใจแป้ว ดาหวันผลักเขาออกแล้ววิ่งไป ชลิตรู้สึกเศร้าบอกไม่ถูกเขาวิ่งตามเธอออกไป แต่หาเธอไม่เจอ เขาตะโกนเรียกหา ดาหวันหลบซ่อนตัวน้ำตาไหลพรากเจ็บปวดกับรักที่แก้ไม่ตก...ชลิตเองก็ระบายความอัดอั้น ทุบโขดหินร้องเรียกดาหวัน

ooooooo

วินยาเปิดประตูห้องทำงานให้ดนัยกับฉวีวรรณเข้ามา ทั้งสองต้องทึ่งเมื่อเห็นว่ามีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย มีตู้หนังสือที่ให้ความรู้มากมาย ฉวีวรรณอุทานว่ามีอินเตอร์เน็ตด้วย

“เธอคิดว่าชาวเขาจะต้องอยู่หลังเขา ห่างไกลความเจริญทุกอย่างใช่ไหม”

“ไม่ใช่ๆคือฉันไม่นึกว่าเธอต้องใช้” ฉวีวรรณรีบแก้ตัว

“ก็บอกแล้วว่าวินยาเขาเรียนทางไกล”

“ใช่ สมัยนี้มันเป็นโลกข่าวสาร ฉันไม่อยากให้เผ่านี้ขาดการติดต่อกับภายนอกมากเกินไป เดี๋ยวจะตามสังคมเมืองไม่ทัน”

ดนัยยิ้มอย่างชื่นชมแล้วถามว่ามีอะไรจะให้เขาช่วย วินยาบอกว่าตนกำลังจะสอบวิชาสถิติ จึงอยากให้ช่วยอธิบาย ดนัยคว้าเก้าอี้มานั่งข้างๆอย่างเตรียมพร้อม ฉวีวรรณหมั่นไส้รู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน พลันสางโปเคาะประตูแล้วเดินเข้ามารายงานว่า

“มีเด็กสามคนหลงป่ามาถึงหน้าหมู่บ้านเรา แต่งเนื้อแต่งตัวคล้ายๆกับสองคนนี่ ไม่รู้ว่าใช่พวกเดียวกันหรือเปล่า”

ดนัยกับฉวีวรรณมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น...และแล้วก็เป็นพวกแจ๋ กิมจิ และบุญทิ้ง ดนัยกับฉวีวรรณรีบวิ่งไปหา บุญทิ้งทำหน้างงๆกระซิบแจ๋กับกิมจิว่า

“ชาวเขาสองคนนี้ หน้าคล้ายๆพี่ดนัยกับฉวีวรรณเลยนะครับ”

กิมจิศอกใส่จนบุญทิ้งจุก “ไอ้มหาติงต๊อง ก็นั่นยัยหวีกับดนัยน่ะสิวะ”

สางโปถามดนัยว่าใช่พวกเดียวกันไหม ถ้าไม่ใช่จะฆ่าทิ้ง สามคนสะดุ้งเฮือก แจ๋โผกอดฉวีวรรณร้องลั่นว่าไม่อยากตาย ดนัยกับฉวีวรรณยิ้มขำๆ...พออยู่กันลำพัง แจ๋ถาม ทำไมถึงไปซี้กับหัวหน้าเผ่าได้ ฉวีวรรณตอบอย่างหมั่นไส้ว่าแค่รู้จักเฉยๆ

“แล้วไปรู้จักเขาได้ยังไงอ่ะครับ” บุญทิ้งถามบ้าง

“นายดนัยเคยช่วยชีวิตเขาไว้ แล้วเขาก็เลยปิ๊งกันตั้งแต่ตอนนั้น”

“หา...” แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งร้องพร้อมกัน

“ก็ไม่เห็นเหรอ แทนที่นายนั่นจะมาดูแลพวกเรา ดันไปขลุกอยู่ในห้องทำงาน ทำเป็นอ้างว่าจะติววิชาสถิติให้ เฮอะ ไม่รู้ทันมารยาหญิงก็งี้แหละ คอยดูนะ ฉันจะฟ้องยัยหวันให้เข็ด”

ฉวีวรรณกระฟัดกระเฟียดจนเพื่อนๆมองอย่างงงๆ แอบกระซิบกันว่าทำไมถึงต้องโกรธขนาดนั้น บุญทิ้งโพล่งออกมาว่า...ชะนีสองตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้...กิมจิเบิร์ดหัวบุญทิ้ง แจ๋ปรามที่บุญทิ้งพูดก็มีเค้า เพราะดูท่าฉวีวรรณเหมือนหึง

“อิมพอสสิเบิ้ล เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด หวีกับดนัยมันถูกกันที่ไหน ฉันว่ายัยหวีหมั่นไส้ดนัย แล้วก็เลยพลอยเกลียดหน้ายัยวินยานั่นไปด้วยมากกว่า” กิมจิคาดเดา

แจ๋ครุ่นคิดตามแล้วชักจะเห็นด้วย เพราะเท่าที่รู้สองคนเกลียดกันจะตายไม่น่าเชื่อมกันได้

ด้านดาหวันกับชลิต ดาหวันเดินเหม่อเศร้าๆมาตามทาง อุ๊บอิ๊บโผล่พรวดออกมาหัวเราะเยาะ “กิ้วๆหน้าไม่อาย เนี่ยเหรอที่บอกว่ารักพี่ดนัยนักหนา แต่พอลับหลังก็ทำตัวสำส่อน”

ดาหวันตกใจถามอุ๊บอิ๊บมาได้อย่างไร อุ๊บอิ๊บตอบไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ตนมีคลิปเด็ดเหตุการณ์เมื่อคืน ดาหวันตาเหลือกปฏิเสธว่าไม่จริง อุ๊บอิ๊บชูมือถือว่าภาพทุกอย่างอยู่ในนี้ ดาหวันโมโหตบหน้าอุ๊บอิ๊บ อุ๊บอิ๊บตบคืนและชี้หน้าว่าตนจะเอาดนัยคืน ส่วนคลิปนี้จะถึงมือพ่อ พี่ และเพื่อนๆในมหาวิทยาลัย ดาหวันตกใจกระโจนเข้าแย่งมือถือมาจะลบ อุ๊บอิ๊บจะแย่งคืน สองสาวปลุกปล้ำกันจนเหยียบไปในกับดัก ถูกตาข่ายรวบตัวลอยขึ้นไปคว้างในอากาศ

สองสาวต้องเบียดเสียดอยู่ด้วยกัน ยังไม่วายทะเลาะผลักไสกัน ดาหวันร้องให้ชลิตช่วย ชลิตกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่ริมลำธาร ตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของดาหวัน รีบวิ่งมาเห็นสองสาวห้อยอยู่ในตาข่าย จึงพยายามจะเอาตัวลงมา เขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้จะไปตัดเชือก แต่แล้วมีลูกธนูพุ่งมาปักคอเสื้อเขาติดกับต้นไม้ ขยับตัวไม่ได้ ดาหวันตกใจ

“พี่ชลิต เป็นอะไรหรือเปล่า...”

“ตอนนี้ไม่เป็น แต่อนาคตไม่แน่” ชลิตกลอกตามองที่มาของลูกธนู

เป็นชายชาวเขากลุ่มหนึ่ง แต่งตัวเหมือนชุดนักรบ ถือหน้าไม้กับหอก หน้าตาดุดัน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:24 น.