ข่าว

วิดีโอ



หอบรักมาห่มป่า

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

เห็นมีดปักคาต้นไม้ วินยาตกใจไม่คิดว่า

ดาเนาจะทำร้ายตนขนาดนี้ ดาเนามองวินยาด้วยความแค้น เท่านั้นร่างเธอก็กระเด็นไปกระแทกกองไม้ สางโปหน้าตื่นวิ่งเข้ามาร้องให้ดาเนาหยุด แต่ดาเนาไม่ฟังเสียงกลับเพ่งไปที่มีดที่ปักต้นไม้อยู่หลุดออกมาพุ่งเข้าใส่วินยา สางโปรีบปามีดในมือตัวเองออกไป ปะทะกับมีดดาเนา เกิดประกายไฟลุกพรึ่บขึ้นกลางอากาศ มีดร่วงลงพื้น

วินยาสุดทนถาม “ดาเนา ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปมากมายอย่างนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

“คืนนี้ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด เพื่อล้างแค้นให้ยายแล้วก็พ่อกาซู พ่อของข้า”

“อะไรนะ กาซูหรือเป็นพ่อของเจ้า ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้”

“พี่วินยาต้องได้รับโทษที่ทำไว้ พี่ไม่มีทางหนีข้าพ้นหรอก” ดาเนายกมือฟาดในอากาศ เกิดระเบิดขึ้นตรงหน้าวินยา

วินยากระโดดหลบพร้อมสางโปอย่างหวุดหวิด และรีบหนีไป...

เพราะความเป็นห่วงลูก ศิริวิ่งตามหาดาหวัน ร้องเรียกลูกใจแทบขาด เผอิญมาเจอกับธนวัติและธานีจึงถูกจับ

“อยู่ๆ หมูก็วิ่งมาชนปังตอ ชะตาขาดแล้วล่ะ ไอ้ศิริ”

“แก ไอ้ชั่ว”

ธานีเอาปืนตบหน้าศิริ “ไอ้หน้าโง่แล้วก็อ่อนแออย่างแก มันไม่สมควรจะอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”

“นึกหรือว่าแกจะหนีพ้นกรรมชั่ว แกกับลูกของแก ไม่มีทางตายดีแน่”

ธานียัวะยิงเปรี้ยงเข้าที่ขาศิริล้มลง พร้อมกับด่าว่าปากเก่งนัก ศิริยังไม่ยอมลงให้

“จะฆ่าก็ฆ่าเลย ฉันจะไม่ร้องขอชีวิตแกสักคำ”

“มันท้าทายอย่างนี้ จัดการเลยป๊า” ธนวัติยุให้ยิง

ธานีกำลังจะลั่นไก ดนัยโหนเถาวัลย์เข้ามายิงใส่สองพ่อลูกกระเจิง แล้วโดดตุ้บมาประคองศิริหนีเข้าที่กำบัง ศิริอดถามไม่ได้ว่ามาช่วยตนทำไม

“อย่าเพิ่งถามเลยครับ รีบไปเถอะ” ดนัยตอบพร้อมกับยิงสู้กับพวกธนวัติไปด้วย

“แน่จริงอย่าหนีสิวะ ตามไปเร็ว” ธนวัติร้องสั่งลูกน้อง

“ไปครับคุณลุง รีบไปก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมา” ดนัยดันศิริ

“นายไปเถอะ ทิ้งฉันไว้ที่นี่แหละ” ศิริรู้สภาพตัวเองที่บาดเจ็บ

“คุณลุง...”

“รีบหนีไปสิ ฉันไม่อยากเป็นภาระของนาย”

“ไม่เลยครับ คุณลุงไม่ใช่ภาระของผมนะครับ คุณลุง เป็นพ่อของคนที่ผมรัก ก็เหมือนเป็นพ่อของผมด้วย”

ศิริอึ้งที่มองดนัยผิดไป ดนัยเข้าใจความรู้สึกของศิริ เขารีบรับรอง “ผมสัญญา ผมจะดูแลคุณลุงอย่างดีที่สุด คุณลุง จะต้องปลอดภัย...รีบไปเถอะครับ”

ศิริซึ้งใจ ดนัยประคองศิริหนีออกไป

ooooooo

มือหนึ่งพาณิชย์กระชากดาหวันมาพร้อมกับสมุน อีกมือโทร.สั่งสมุนอีกคนให้เอารถเข้ามา คืนนี้ตนจะต้องข้ามชายแดนให้ได้ เสียงสมุนถามถึงธานีกับธนวัติ พาณิชย์ตอบว่าช่างหัวมัน เวลานี้ เป็นใครก็ต้องหนีเอาตัวรอดก่อน

ดาหวันได้ยินดิ้นรนกัดมือพาณิชย์ให้ปล่อย กลับโดนเขาตบหน้าหัน

“นังบ้า อยากตายหรือไง”

“แกไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก พี่ชลิตต้องมาช่วยฉัน แล้วจับคนชั่วอย่างแกเข้าคุก”

“คิดว่าไอ้ชลิตมันจะช่วยเธอได้งั้นเหรอ” พาณิชย์โกรธตรงเข้าบีบปากดาหวัน

“ใช่ คนที่เขารักกันจริงๆ เขาไม่ทิ้งกันหรอก ไม่เหมือนแก พอถึงเวลาคับขันก็ทิ้งพี่ทิ้งอาเอาตัวรอดคนเดียว”

พาณิชย์ตบดาหวันอีกฉาดแล้วตะคอกใส่ “ตอนแรกฉันคิดจะเอาตัวเธอไปด้วย แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”

รถจี๊ปแล่นเข้ามาจอด พาณิชย์สั่งสมุนให้เอาดาหวันไปมัดบนรถที่นั่งตอนหลัง ดาหวันร้องถามว่าจะทำอะไร เขายิ้มกระหยิ่มใจ

“บอกก่อนก็ไม่สนุกน่ะสิดาหวัน แต่รับรองว่างานนี้เธอต้องจำฉันไปจนตาย ฮ่าๆๆ”

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย...นี่แกมามัดฉันไว้กับรถทำไม”

“ฉันก็อยากรู้น่ะสิว่า ไอ้ชลิตมันจะมาช่วยเธอได้ยังไง ความรักของมันจะเอาชนะความตายไปได้ไหม ฮ่าๆๆๆ”

“แกมันบ้าไปแล้ว ช่วยด้วย...พี่ชลิตช่วยด้วย...” ดาหวันร้องลั่น

ชลิต แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บวิ่งมา ได้ยินเสียงดาหวัน ชลิตหันขวับมองไปตามเสียงอย่างตระหนกและเป็นห่วง

พาณิชย์ยืนข้างรถแสยะยิ้มให้ดาหวัน แล้วบอกว่า “ฉันตัดสายเบรกไปเรียบร้อยแล้ว ทางข้างหน้าก็เป็นเหวเสียด้วย คิดดูเอาเองก็แล้วกันนะ ว่าถ้ารถวิ่งไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”

ดาหวันร้องด่าว่าพาณิชย์ ว่าเลวจนผีนรกยังอาย แต่เขากลับขอบใจที่ชมและยื่นหน้ามาจะหอมแก้มเธอ ดาหวันเบือนหน้าหนี กรีดร้องอย่างขยะแขยง ชลิตกับพวกวิ่งเข้ามา

“ไอ้ชั่วพาณิชย์ หยุดเดี๋ยวนี้”

“พี่ชลิต...” ดาหวันดีใจ

“ไอ้ชลิตหนังกลับ มาทันเวลาส่งวิญญาณนังดาหวัน พอดีเลยนะ” พาณิชย์โดดลงจากรถ

ชลิตจะพุ่งเข้าใส่ต้องชะงัก เมื่อพาณิชย์ยกปืนจ่อไปที่ดาหวัน “อย่าขยับ ไม่งั้นนังนี่ตาย”

ว่าแล้วพาณิชย์ก็สั่งลูกน้องจัดการที่เตรียมไว้ ลูกน้องเอาหินทับคันเร่งรถ สตาร์ตเครื่องรถกระชากพุ่งออกไปทางหน้าผา ทุกคนตกใจ แจ๋ร้องด่า

“สารเลวเอ๊ย ทำอย่างนี้มันก็ฆ่ายัยหวันชัดๆ”

ชลิตไม่รอช้าวิ่งตามรถเพื่อช่วยดาหวัน พาณิชย์ยิงเข้าใส่ ชลิตกลิ้งตัวหลบและยิงสวน กิมจิยิงกันให้พร้อมบอกให้ชลิตรีบไปช่วยดาหวัน ชลิตพยักหน้าแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว พาณิชย์แค้นใจสั่งลูกน้องตามไปฆ่าชลิตให้ได้...ชลิตไล่กวดจนกระโดดขึ้นรถไปได้

“หวัน...ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ พี่จะช่วยหวันเอง”

พาณิชย์กับพวกยังตามไล่ยิงใส่ชลิต ดาหวันร้องเตือนให้ระวัง ด้วยความเป็นห่วงเธอจึงบอก “พี่ชลิตกลับ ไปซะ อย่ามาตายเพราะหวันเลย”

“ไม่ พี่ไม่ยอมทิ้งหวันเด็ดขาด”

“รักกันมากนัก ก็ตายมันซะด้วยกันเลย” พาณิชย์เข่นเขี้ยว ยกปืนเล็งตั้งใจว่าไม่พลาด

พลัน ดนัยยิงเปรี้ยงใส่มือพาณิชย์ ปืนกระเด็นร้องลั่น ดนัยย่างสามขุมเข้ามาคำราม “ถึงเวลาลงนรกของแกแล้ว ไอ้พาณิชย์”

พาณิชย์ร้องขอชีวิต กระโดดหลบวิ่งหนีเข้าป่าไป ดนัยจะตามแต่ศิริร้องห้าม ขอให้ไปช่วยดาหวันก่อน “หวัน...ยัยหยัน ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยลูกสาวฉันด้วย”

รถจี๊ปแล่นไปใกล้หน้าผาเต็มทน ชลิตพยายามแก้มัดให้ดาหวัน เธอร้องไห้ “พอเถอะพี่ชลิต อย่าพยายามอีกเลย พี่รีบโดดลงไปตอนนี้ยังทัน”

“ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน”

“พี่ชลิต...”

“ถ้าไม่มีหวัน พี่ก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร หวันเป็นหัวใจของพี่ พี่อยู่โดยไม่มีหวันไม่ได้”

ดาหวันน้ำตาร่วงพรู...ดนัยกลับมาประคองศิริที่ใจแทบขาดเพราะเห็นลูกตกอยู่ในอันตราย พยายามตะเกียกตะกายจะไปช่วย ดนัยรั้งไว้เพราะรู้ว่าไม่ทันแล้ว ทั้งสองเห็นรถพุ่งลงหน้าผาต่อหน้าต่อตา ศิริทรุดฮวบลงร้องไห้คร่ำครวญ ดนัยโอบปลอบ

ooooooo

ด้านวินยา ดาเนายังไม่หยุดไล่ล่าใช้กระแสจิตฟาดเปรี้ยงๆ ต้นไม้หักโค่น วินยากระโดดหนีจนเหลืออด ร้องตะโกนว่า ถ้าไม่หยุดตนจะใช้กำลังบ้าง

“เหมือนกับที่พี่ทำกับยายคำแปงใช่มั้ยล่ะ”

“ยายคำแปง...ใครกัน” วินยางง

“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย” ดาเนาหยิบสร้อยเขี้ยวเสือไฟของวินยาออกมา “จำสร้อยเส้นนี้ได้ใช่มั้ย”

“จำได้สิ สร้อยเขี้ยวเสือของพี่”

“รู้มั้ย มันเป็นสร้อยของฆาตกรที่ฆ่ายาย มันหล่นอยู่บนศพของยาย”

วินยาตกใจ ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ ดาเนาย้อนถามว่าสร้อยไปอยู่บนศพยายได้อย่างไร

“ดาเนา พี่ทำสร้อยหายไป ดาเนาก็รู้ไม่ใช่เหรอ ต้องมีใครขโมยสร้อยพี่ไปแล้วโยนความผิดมาให้พี่” เห็นดาเนาเริ่มลังเล วินยาเน้น “ดาเนา มองหน้าพี่ให้ดีๆสิ ดาเนาคิดว่าคนอย่างพี่จะฆ่ายายของดาเนาได้ลงคอเหรอ”

“อย่าไปหลงลมปากนังฆาตกรหน่อยเลย ดาเนา... เจ้าต้องเชื่อหลักฐานตามที่ตาเจ้าเห็นสิถึงจะถูกต้อง”

กาซูโผล่มาจากมุมหนึ่ง

“ไอ้กาซู แกนี่เองที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้”

“อย่ามาใส่ความข้า เจ้าไม่อยากให้ดาเนารู้ใช่มั้ยว่าเป็นลูกข้า เจ้าถึงต้องฆ่ายายคำแปง”

“ไอ้หมอผีชั่ว แกโกหก...” วินยาถือมีดพุ่งเข้าใส่กาซู

ดาเนาเข้าขวางและจ้องหน้าวินยา เธอเหมือนโดนกระแทกอย่างแรงกระเด็นออกไป ดาเนาคำรามว่าอย่ามาแตะต้องพ่อตน วินยาเสียใจ ดาเนาก้าวย่างเข้ามาพร้อมกับบอกว่าถึงเวลาที่ตนจะแก้แค้นให้ยาย ดาเนา ฟาดฝ่ามือลงในอากาศ พื้นสั่นสะเทือน แผ่นดินแยกออกเป็นแนวรอยแยกพุ่งไปทางวินยา เธอกลิ้งตัวหลบ สางโปเข้าช่วยดึงเธอหนี กาซูหัวเราะร่าอย่างสะใจ

พลันอสูรกายโผล่มาขวางหน้าวินยากับสางโปไว้ กาซูกับดาเนาวิ่งตามมา วินยาหันไปหาดาเนาพยายามบอก “เจ้ากำลังช่วยคนผิดนะดาเนา”

อสูรกายเข้ามาจับสางโปเหวี่ยงไป วินยาตกใจเข้าช่วยเตะต่อย แต่อสูรกายไม่สะเทือนกลับเล่นงานเธอ มันบีบคอเธอดึงตัวลอยขึ้น กาซูสั่งอสูรกายฆ่าวินยา ดาเนา สีหน้าเครียดลง ทันใด...มีมือหนึ่งมากระชากอสูรกายเหวี่ยงออกไป วินยาหลุดเป็นอิสระ ทุกคนแปลกใจที่เห็น อมนุษย์เข้ามาช่วย

“แส่นักหรือวะ ไอ้สัตว์ประหลาด ฆ่ามัน” กาซูสั่งอสูรกายสองตัวเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด อมนุษย์ตัวนั้นคือเลาซา ไม่มีใครจำได้เพราะหน้าตาอัปลักษณ์ เสียงคำรามดังก้องป่า สางโปแปลกใจ

“มันเป็นใคร มาช่วยนายน้อยทำไม”

อสูรกายสู้เลาซาไม่ได้ ถูกแทงสลายกลายเป็นควันลอยไป กาซูโกรธมาก ใช้พลังจิตทำให้เกิดไฟล้อมร่างเลาซา เขาร้องด้วยความปวดแสบปวดร้อน

“เจ้าต้องตายอย่างทรมานที่สุด ฮ่าๆๆ”

วินยาฉวยโอกาสที่กาซูเผลอ โดดถีบเขาล้มลงแล้วชักมีดจะแทง กาซูใช้พลังจิตตบวินยาล้มลงกระอักเลือด มีดกระเด็น วินยากัดฟันฮึดสู้

“เป็นไงเป็นกัน ข้าไม่ปล่อยคนชั่วอย่างเจ้าไว้อีกแล้ว”

“บังอาจนัก เจ้าได้ตายสมใจเจ้าแน่นังวินยา” กาซูบังคับมีดให้ลอยไปเข้ามือดาเนา “ฆ่ามันซะดาเนา”

เลาซาตกใจร้องไม่เป็นภาษา ดาเนามองมีดในมืออย่างลังเล กาซูย้ำให้ไปฆ่าวินยาเพื่อล้างแค้นให้ยาย ดาเนาขยับเข้าหาวินยา เงื้อมีดจะแทง แต่พอสบตาเธอ ดาเนาก็ปักมีดลงพื้น

“ดาเนาไม่มีความสุขเลยพี่วินยา ฆ่าพี่วินยา ยายก็ไม่ฟื้นขึ้นมา ฮือๆๆๆ” ดาเนาปล่อยโฮ

วินยาโผเข้ากอดดาเนา กาซูแค้นใจ หยิบมีดขึ้นมาจะจ้วงแทงวินยาเสียเอง เลาซาวิ่งฝ่ากองไฟออกมาขวางทางมีด มีดแทงเข้าช่องท้อง เลาซาคำรามลั่นล้มลงอย่างเจ็บปวด กาซูผงะตกตะลึง เห็นร่างอมนุษย์กลายสภาพเป็นเลาซา

เลือดท่วมตัว กาซูร้องเรียกลูกชายเสียงหลง

“เลาซา...”

“ท่านพ่อ หยุดเสียทีเถอะ...”

วินยาตั้งสติได้เข้าประคองเลาซา “เจ้าเองหรือที่เป็นสัตว์ประหลาดเมื่อกี้”

กาซูช็อกที่แทงลูกชายด้วยมือตัวเอง เขาร้องลั่นว่าตนไม่ได้ทำ เขามองมือที่เปื้อนเลือดอันสั่นเทา สางโปตอกย้ำว่ากาซูฆ่าลูกด้วยมือตัวเอง

“ไม่จริง ข้ารักเลาซา ข้าทำทุกอย่างเพื่อให้เลาซาเป็นหัวหน้าเผ่าชาลัน”

“อย่าเอาคนอื่นมาอ้าง ความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงของเจ้านั่นแหละ ที่ฆ่าลูกชายของเจ้าเอง ถ้าเจ้าไม่เห็นผิดเป็นชอบ เลาซาคงไม่มีจุดจบแบบนี้” วินยาโทษกาซู

กาซูเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ร้องตะโกนลั่นอย่างขาดสติ ดาเนาตกใจโผเข้าจะกอดอย่างห่วงใย แต่กลับโดนกาซูผลักกระเด็นตะคอกใส่ว่า “เจ้าไม่ใช่ลูกข้า...”

ดาเนาตกตะลึงมองกาซูวิ่งเตลิดไปเหมือนคนบ้าคลั่ง ดาเนาจะตาม สางโปรั้งตัวไว้ ดาเนาสับสนร้องไห้อย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ทั้งกังวลและเป็นห่วงจนนั่งไม่ติด นงนุชกับฉวีวรรณเกรงดนัยกับศิริจะเจอเรื่องร้าย จึงตัดสินใจตามไป...ดนัยยังฉุดศิริไว้ไม่ให้เข้าไปใกล้หน้าผา ศิริฟูมฟายเรียกหาดาหวัน ธนวัติกับธานีตามมา ดนัยรีบยิงกันไว้ แล้วดึงศิริหนี ธนวัติโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

วินยายังคงประคองเลาซาอยู่ในอ้อมแขน พร่ำบอกให้เขาทำใจดีๆไว้ก่อน เลาซาอ่อนแรง

“ไม่มีประโยชน์หรอก มีดของท่านพ่อลงอาคมไว้ ข้าจะเสียเลือดจนหมดตัวในไม่ช้า”

“แล้วเจ้า...เจ้าช่วยข้าทำไม” วินยาเสียใจ

“เจ้าก็รู้ว่าทำไม...พ่อของข้าทำบาปต่อครอบครัวของเจ้ามานานนัก ทำให้เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่กับความแค้นจนมองไม่เห็นความรักของข้า...ถ้าความรักของข้าไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้า ข้าก็ขอให้มันชำระแค้นแทนพ่อของข้า ให้ความแค้นมันจบลงตรงนี้ได้ไหมวินยา”

วินยากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลพราก “เลาซา... ไม่ใช่แค่หมดหนี้แค้น ข้ายังเสียใจมากที่เห็นเจ้าเป็นแบบนี้”

เลาซากระอักเลือดออกมา เขาพยายามเรียกดาเนาให้เข้ามาใกล้ๆ “ดาเนา คน...ที่ฆ่า...ยายของเจ้า ไม่ใช่วินยา แต่เป็น...พ่อของเจ้า”

“อะไรนะ...” ดาเนาแทบช็อก

“พ่อข้าหลอกใช้เจ้า เพื่อให้มาทำร้ายวินยา ทั้งที่ความจริงเจ้าสองคน...”

“พวกข้าทำไม” วินยาสังหรณ์ใจบางอย่าง

เลาซากุมมือดาเนากับวินยา “เจ้าสองคน...เป็นพี่น้องกัน”

วิทยากับดาเนาตะลึงมองหน้ากัน สางโปรีบถามว่าดาเนาคือนายเล็กลีชาหรือ เลาซาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ชี้ไปที่ย่ามของกาซูที่ทำหล่นไว้ และพูดว่ากล่องอยู่ในย่าม สางโปรีบหยิบย่ามมาล้วงเอากล่องสร้อยเขี้ยวเสือทองออกมาเปิดดู

“พ่อชิงสร้อยเขี้ยวเสือทอง และฆ่ายายคำแปงปิดปาก เพื่อไม่ให้ใครรู้ฐานะที่แท้จริงของดาเนา”

“ใช่แน่ๆแล้วล่ะ นายน้อย...ดาเนาคือนายเล็กลีชาจริงๆด้วย” สางโปมองสร้อยอย่างตื่นเต้น

วินยากับดาเนาดีใจ โผกอดกันน้ำตาไหลพรากดีใจที่รอคอยกันมานาน เลาซาน้ำตาซึมมองสองพี่น้องอย่างตื้นตันไปด้วย

“ชีวิตนี้ข้าทำความชั่วมามากจนเกินจะถอยกลับแล้ว ข้าอยากให้พี่น้องได้พบกัน และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ข้าจะได้นอนตายตาหลับเสียที”

“ไม่ เลาซา เจ้าต้องไม่ตายนะ” วินยาหันมามองร้องไห้

“อย่าเสียน้ำตาให้คนอย่างข้าเลยวินยา ข้าไม่คู่ควรหรอก”

“ทำไมเจ้าจะไม่คู่ควรเลาซา ในเมื่อเจ้าคือเพื่อนแท้คนหนึ่งของข้า...” วินยาสะอื้น

“เพื่อน...เหรอ...ก็ยังดีที่เราไม่ได้เป็นศัตรูกันแล้ว ขอบใจมากวินยา” เลาซาเอื้อมมือไปจับมือวินยา จ้องมองหน้าเธอดุจว่าจะจำไว้เป็นครั้งสุดท้าย ลมหายใจเขาอ่อนลงๆ

วินยาร้องเรียกเลาซาอย่างสะเทือนใจ ดาเนาจับมือเลาซาร้องไห้ เลาซาค่อยๆหมดลมหายใจลง สางโปพลอยเศร้าใจไปด้วย มองสองพี่น้องร้องไห้กับการจากไปของเลาซา

ooooooo

เสียงปืนทำให้แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บได้ยิน ทั้งหมดตกใจรีบวิ่งไปดู ขณะนั้น พาณิชย์เห็นดนัยประคองปีกศิริผ่านมา จึงเข้าไปขวางหน้า ชักปืนมาจ่อพร้อมขู่

“ฉันมาเอาชีวิตแก ไอ้ดนัย”

ดนัยดึงศิริมาหลบหลังตน ธานีตามมาคำราม “ไอ้ลูกหมา ต่อให้มีปีกแกก็หนีไม่พ้นแล้ว”

ธนวัติตามมาอีกคน ทั้งสามล้อมดนัยกับศิริไว้ ต่างเล็งปืนมาที่ทั้งสองคน ธนวัติจะเหนี่ยวไก ฉวีวรรณโผล่มาจากมุมหนึ่งปาก้อนหินใส่ศีรษะธนวัติ ดนัยฉวยโอกาสกระโดดเตะปืนในมือธานีร่วงแล้วต่อยซ้ำ พาณิชย์จะเข้ามาเล่นงานดนัย พวกกิมจิมาถึงพอดีช่วยกันรุมพาณิชย์ อุ๊บอิ๊บตกใจจะช่วยพี่ชาย แต่แจ๋ดึงตัวไว้

ฉวีวรรณช่วยดนัยรุมธนวัติ นงนุชออกมาช่วยเอาไม้ฟาดธนวัติเมื่อเห็นว่าฉวีวรรณจะเสียที ธนวัติโมโหหันมาจับตัวนงนุชเป็นตัวประกันแล้วตะโกนบอกดนัย

“หยุด ไม่งั้นนังแม่นี่ตายแน่”

ทุกคนชะงัก ศิริเป็นห่วงนงนุชแต่ตัวเองบาดเจ็บที่ขาขยับตัวลำบาก พาณิชย์ถีบกิมจิเปรี้ยงแล้ววิ่งมายืนข้างๆธนวัติกับธานี

“ปล่อยแม่ฉันเดี๋ยวนี้” ดนัยร้องบอก

“รักแม่มากหรือไอ้ดนัย รักมากนักก็เอาชีวิตมาแลกสิ” ธนวัติเข่นเขี้ยวอย่างสะใจ

“อยากฆ่าฉันก็ฆ่า ปล่อยแม่ฉันได้แล้ว” ดนัยโยนปืนทิ้ง

“ไม่นะ ดนัย” นงนุชร้องลั่น

“ในที่สุด เวลาที่ฉันรอคอยก็มาถึงแล้ว เวลาที่ฉันจะได้ระเบิดหัวแก” ธนวัติเล็งปืนไปที่ดนัย นงนุชกระชากมือธนวัติมากัดเต็มแรง

ธนวัติร้องลั่นตบนงนุชล้มลงแล้วยกปืนยิงใส่ ฉวีวรรณวิ่งเข้ามาบัง กระสุนลั่นเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกเธอ ล้มลงเลือดทะลักออกปาก ทั้งดนัย นงนุช และศิริร้องลั่น ศิริตะเกียกตะกายจะหาลูก ดนัยคว้าปืนมายิงใส่ขาธนวัติล้มลง ทองอินพาตำรวจป่าไม้เข้ามา พาณิชย์กับธานีพาธนวัติหนียิงสู้กับตำรวจ อุ๊บอิ๊บจะตามพ่อ บุญทิ้งดึงตัวไว้เกรงจะโดนลูกหลง ดนัยพุ่งเข้าหาฉวีวรรณ เขากอดเธอร้องไห้ใจแทบขาด

กาซูวิ่งเตลิดร้องเหมือนคนเสียสติว่าไม่ได้ทำ...มาเจอกับกลุ่มธนวัติ ธานีกับลูกแปลกใจว่ากาซูเป็นอะไร พาณิชย์บอกให้รีบหนีดีกว่า กาซูเห็นธนวัติบาดเจ็บก็มองเป็นเลาซา เกิดคลั่ง
“เลาซา พวกเจ้าทำอะไรลูกข้า” กาซูผลักธานีกับพาณิชย์ล้มกลิ้ง เข้าประคองธนวัติ “เลาซาลูกพ่อ เจ้ายังไม่ตาย”

ธนวัติโมโห ชักปืนยิงเปรี้ยงใส่กาซู ร่างกระตุกร้องเรียกเลาซาแล้วสิ้นใจตาเบิกโพลง

“ไอ้หมอผีบ้า ตายซะก็ดี” ธนวัติสบถ

ตำรวจตามมาทัน พวกธนวัติรีบหนี สมุนธานีดึง ระเบิดมาปาใส่พวกตำรวจกระเจิง ดนัยตามมายิงใส่พวกสมุนล้มตาย ธานีประคองธนวัติวิ่งตามพาณิชย์ พลันพาณิชย์เหยียบเอากับดักสัตว์ร้องโอดโอย ล้มลงปืนกระเด็น

“ใครเอากับดักสัตว์มาวางแถวนี้ โอ๊ยๆๆ อาธานีช่วยด้วย”

“มันไม่มีเวลาช่วยใครแล้วล่ะ วัติ พาณิชย์ ตัวใครตัวมันเถอะเว้ย” ธานีผลักลูกชายล้มลงข้างๆพาณิชย์ที่ยังร้องโอดโอย แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว

“ป๊า...” ธนวัติร้องเรียกอย่างตกใจ

“ไอ้สารเลว เห็นแก่ตัวนี่หว่า” พาณิชย์โวยอย่างไม่เคารพยำเกรงอีก

ดนัยถือปืนเข้ามาจ่อตรงหน้า ธนวัติกับพาณิชย์ลนลานอย่างหวาดกลัว

“พี่วัติ เร็ว เอากับดักออกเร็ว”

“พวกแกมันชั่วจริงๆพอจนตรอกก็หักหลังกันเอง” ดนัยเข่นเขี้ยว

ธนวัติยกปืนจะยิงใส่ ดนัยไวกว่า โดดเข้าถีบหน้าธนวัติหงายหลัง ปืนกระเด็นไปอีกทางแล้วเล็งปืนใส่ ธนวัติร้องลั่น “อย่า ดนัย อย่ายิง...”

ดนัยไม่ตอบแต่ยิงปืนลงพื้นให้เฉียดทั้งสองคน สองคนกลัวลานร้องขอชีวิต

“รู้สึกหรือยัง สัตว์ป่าที่แกล่า ต้นไม้ที่แกทำลาย

เด็กที่แกจับไปขาย เขามีความรู้สึกยังไงกัน” ดนัยโต้

“ฉันรู้แล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ” ธนวัติร้องขอชีวิต

“ปล่อยงั้นเหรอ...” ดนัยยิงเปรี้ยงขู่ไปอีกนัด

พาณิชย์ยกมือยอมแพ้ “ฉันยอมแล้ว ฉันกลัวแล้ว”

“นี่สำหรับชลิตกับดาหวัน” ดนัยยกปืนเล็งใส่พาณิชย์ที่หัวไหล่เลือดกระฉูด ร้องโอดโอย

ธนวัติเห็นรีบยกมือไหว้ ถอยกรูดจนหลังชนต้นไม้ “อย่า อย่าฆ่าฉันเลย ดนัย ฉันไหว้ล่ะ”

ดนัยมองธนวัติด้วยความเจ็บแค้น ไม่สนใจคำร้องขอของธนวัติ เข่นเขี้ยวใส่ “แกฆ่าหวี แกสมควรตาย”

ดนัยยิงเปรี้ยงออกไป ธนวัติร้องสุดเสียงคิดว่าตนตายแล้ว ลืมตามองเห็นกระสุนเฉียดหัวไปเจาะเข้าที่ต้นไม้ ถึงกับตาค้าง ดนัยข่มใจพูดอย่างจริงจัง

“ถึงฉันจะฆ่าแกให้ตายอีกร้อยครั้ง มันก็ไม่มีทางทดแทนชีวิตหวีได้ ฉันจะให้กฎหมายจัดการกับแก”

เสียงดินลั่นไหลจากภูเขาลงมาดังก้องป่า ดนัยเหลียวมอง ธนวัติกับพาณิชย์ฉวยโอกาสหยิบปืนที่ตกอยู่ขึ้นมายิงใส่ดนัย ชลิตโผล่มาร้องเตือน ดนัยกระโดดหลบได้ทัน พาณิชย์โมโหยิงใส่ชลิต แต่ชลิตม้วนตัวหลบทันเช่นกัน สองพี่น้องต่างกราดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ดนัยพลิกตัวออกมายิงใส่ธนวัติ กระสุนเจาะหน้าอกล้มตึง ชลิตโผล่มายิงพาณิชย์ตัดขั้วหัวใจล้มลงไปอีกคน

“จุดจบของคนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ติดคุกก็ต้องจบชีวิต” ดนัยกล่าวอย่างปลงๆ แล้วนึกได้หันมาถามชลิตงงๆ “แกยังไม่ตาย...”

“ภารกิจกำจัดคนชั่วยังไม่เสร็จสิ้น เรื่องอะไรฉันจะตายง่ายๆ”

เสียงดินไหลดังลั่นมาอีก ดนัยกับชลิตหันไปมอง ต่างรู้ว่าตรงนี้ไม่ปลอดภัย จึงพากันวิ่งออกไป

ooooooo

ธานีหนีหัวซุกหัวซุนมาเจอกลุ่มตำรวจป่าไม้กับทองอิน จึงยิงต่อสู้กัน ดนัยกับชลิตตามมารีบหลบ บุญทิ้งดึงอุ๊บอิ๊บไว้ไม่ให้เข้าไป อุ๊บอิ๊บร้องบอก

“ป๊า หยุดเถอะ ป๊าหนีไม่พ้นหรอก”

“ไม่ ฉันไม่มีทางติดคุก” ธานีไต่เนินหนีและยังยิงสู้

ทุกคนรีบตามขึ้นไป ธานีพบว่าทางตัน เป็นหน้าผา เขาหน้าตื่นหันมาส่ายปืนอย่างบ้าคลั่งตวาดไม่ให้ใครเข้ามา อุ๊บอิ๊บร้องเรียกจะวิ่งเข้าไปหา บุญทิ้งดึงรั้งไว้

“อย่าครับ ป๊าคุณพูดไม่รู้เรื่องแล้ว”

“มอบตัวสู้คดีดีกว่า โทษหนักจะได้เบาลง” ชลิตพยายามเกลี้ยกล่อม

“ไม่ คนอย่างเสี่ยธานี ไม่ยอมจนมุมง่ายๆหรอกโว้ย”

ทันใด เสียงดินลั่นดังขึ้นมาอีก ดนัยรีบบอกให้ธานีออกมาจากตรงนั้น แต่ธานีกลับหาว่าหลอก ยิงปืนกราดใส่ ทุกคนต้องหลบถอยออกห่าง และแล้วดินก็ถล่มลงมา ทองอิน

บอกทุกคนให้รีบหนี บุญทิ้งลากอุ๊บอิ๊บออกมา ธานีเหมือนคนบ้า หัวเราะลั่นที่เห็นทุกคนหนี ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทั้งๆที่ไม่มีฝน ดินไหลลงมาจากเขาทับร่างธานีอย่างน่าสะพรึงกลัว อุ๊บอิ๊บกรี๊ดลั่น

“ป๊า...ฮือๆ ป๊าอย่าทิ้งอุ๊บอิ๊บไป ป๊าอย่าเป็นอะไรนะ ป๊าๆๆ”

“คุณอุ๊บอิ๊บ สงบใจเถอะครับ ป๊าคุณตายแล้ว” บุญทิ้งปลอบ

“นี่ไงล่ะ ผลของการตัดไม้เถื่อน ที่ดินพวกนี้ถล่มลงมาได้ ก็เพราะภูเขาหัวโล้น ต้นไม้ถูกตัดจนเกลี้ยง” ทองอิน กล่าวอย่างสลดหดหู่

“เขาเรียกว่าเวรกรรมมีจริง เสี่ยธานีต้องมาตายเพราะกรรมที่ตัวเองตัดไม้ทำลายป่า” ชลิตถอนใจ

ดนัยหน้าเศร้า คิดถึงฉวีวรรณ ชลิตถามว่าไม่ดีใจหรือที่เสร็จสิ้นภารกิจเสียที ดนัยตอบว่า

“ก็จริง เราเอาชนะคนชั่วได้ แต่คนดีที่สุดของฉันได้จากไปแล้ว แกคิดว่าฉันควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีล่ะ” พูดจบดนัยเดินเศร้าออกไป

ดนัยวิ่งกลับมาที่พวกศิริอยู่ เขาตรงไปที่รถพยาบาล เห็นแจ๋กับกิมจิร้องไห้สะอึกสะอื้นเฝ้าฉวีวรรณที่นอนนิ่งอยู่บนรถ ดนัยพุ่งเข้ากอดฉวีวรรณร้องไห้ ศิริมีบุรุษพยาบาลประคองเข้ามากับนงนุช ศิริตาแดงด้วยความเสียใจ

“ยัยหวี...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมต้องเป็นแบบนี้”

“เป็นเพราะฉันคนเดียว ถ้าหนูหวีไม่มาช่วยฉัน หนูหวีก็คงไม่เป็นแบบนี้” นงนุชร้องไห้

ดนัยเขย่าฉวีวรรณ “หวี...ตื่นสิ อย่าทิ้งกันไปอย่างนี้ เธอจะด่าฉัน เกลียดฉันยังไงก็ได้ ฉันยอมเธอทุกอย่าง แต่เธอต้องตื่นมานะหวี ตื่นมามองหน้าฉัน จับมือฉันแล้วฟังฉันบอกว่ารักก่อน ได้ยินไหมหวี...ฉันรักเธอ รักเธอคนเดียว”

ดนัยกอดฉวีวรรณร้องไห้ ฉวีวรรณน้ำตาซึมไหลออกมา ศิริกับนงนุชซึ้งไปกับความรักของดนัย สักพัก...ฉวีวรรณขยับมือ ยกขึ้นมาตบหลังเบาๆปลอบดนัย

“โอ๋ๆ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ ดนัยน้า...”

ดนัยชะงักผงกหน้าขึ้นมอง เห็นฉวีวรรณอมยิ้ม เขาร้อง “นี่เธอ...ไม่ได้ตาย”

ศิริกับนงนุชพลอยดีใจไปด้วย “หนูหวี ไม่ได้เป็นอะไรหรอกเหรอ”

“แหม...ถ้าไม่ทำแบบนี้ จะได้ดูฉากพระเอกบอกรักนางเอกหรือคะ” แจ๋ยิ้มกับกิมจิ

“แกล้งฉันเหรอ...” ดนัยเข่นเขี้ยวมองฉวีวรรณลุกนั่งอมยิ้ม

“ฉันแค่จุกจนสลบไป นายน่ะทึกทักเอาเองนะ”

“แต่เธอโดนยิงนี่”

“ฉันใส่หินสีชมพูไว้ในเสื้อ หินที่เป็นตัวแทนความรักของเรา ปกป้องฉันไว้ไงล่ะ” ฉวีวรรณควักก้อนหินสีชมพูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันแตกเป็นเสี่ยง

ดนัยดึงฉวีวรรณไปกอดแน่นจนเธอร้องว่าทำอะไร ดนัยโวยว่า “เธอทำให้ฉันเสียขวัญ ก็ต้องกอดให้หายตกใจน่ะสิ”

“มากอดพ่อจะหายเร็วกว่ามั้ย” ศิริกระแอม

ดนัยยิ้มเจื่อนปล่อยฉวีวรรณแล้วยกมือไหว้ขอโทษศิริ นงนุชยิ้มยินดี “ฉันดีใจด้วยนะคะคุณศิริ แต่น่าเสียดายที่หนูหวันไม่ได้โชคดีอย่างนี้”

“ยัยหวัน...ผมไม่นึกเหมือนกันว่าหวันจะอายุสั้น” ศิริหน้าเศร้าลงทันที

เสียงดาหวันร้องเรียกพ่อดังขึ้นมา กิมจิกับแจ๋สะดุ้งคิดว่าผีดาหวันเฮี้ยน พลันดาหวันเดินเข้ามาพร้อมชลิต เธอบอกทุกคนว่าไม่ใช่ผี ศิริดีใจ ดาหวันโผกอดศิริ

“พ่อ หวันรอดมาได้เพราะพี่ชลิตดึงหวันโดดจากรถได้ทันพอดีค่ะ พ่อ”

“ขอบใจมากนะชลิต ที่เสี่ยงชีวิตช่วยยัยหวัน” ศิริมองชลิตอย่างประทับใจ

“ไม่เป็นไรครับคุณพ่อ เพื่อหวันแล้ว ยิ่งกว่านี้ผมก็ทำได้ครับ”

“เท่าที่จำความได้ ฉันมีแต่ลูกสาวไม่มีลูกชายนะ” ศิริแกล้งกวน

ชลิตร้องอ้าว...ศิริบอกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว และชวนลูกสาวทั้งสองกลับบ้าน ฉวีวรรณกับดาหวันจะแย้ง ศิริถามว่าตนบาดเจ็บถูกยิง ไม่มีใครคิดจะพาไปโรงพยาบาลหรือ สองสาวนึกได้รีบประคองพ่อ ศิริไม่วายแกล้งมองหน้าดนัยกับชลิต และบอกว่า
“ไว้ให้ฉันหายเจ็บซะก่อน พวกนายเจอฉันแน่”

ชลิตกับดนัยหน้าเจื่อน บ่นอุบว่าความรักมีอุปสรรคเสียแล้ว ไม่รู้จะมาไม้ไหน

ooooooo

หลายวันผ่านไป วินยาถือดอกไม้มาวางที่หลุมศพเลาซา เธอคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างเธอกับเลาซา คำพูดของเลาซาที่เคยบอกว่า แผลบนร่างกายไม่เจ็บเท่า แผลที่หัวใจ

“เจ้าพูดถูกเลาซา แผลในหัวใจมันเจ็บและไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่ทำให้เราสูญเสียคนที่รักด้วยกันทั้งสองฝ่าย หลับให้สบายนะ เลาซา...ข้าจะรักษาแผ่นดินนี้ไว้เพื่อทุกคน และจะระลึกเสมอว่า...เจ้าคือศัตรูที่เป็นมิตรแท้ของข้า” วินยาวางดอกไม้ลงและมองหลุมศพเลาซาอย่างเศร้าเสียใจ...

ในวันนั้น มีงานเลี้ยงที่หมู่บ้านชาลัน ฉวีวรรณ ดาหวัน ศิริ แจ๋ กิมจิ และทองอินมาร่วมงาน วินยาประกาศให้ชาวชาลันรับรู้ว่า ดาเนาคือลีชา น้องชายของตน ที่จะสืบทอดเป็นหัวหน้าเผ่าชาลัน ตามประสงค์ของพ่อ ทุกคนปรบมือโห่ร้องอย่างยินดี วินยาสวมสร้อยเขี้ยวเสือทองให้ดาเนา  ดาเนากล่าวกับทุกคน

“ข้าขอขอบคุณทุกคนที่มาดีใจกับข้าในวันนี้ ข้าขอบอกว่า ข้าไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อนเลย ไม่ใช่เพราะตำแหน่งหัวหน้าเผ่า แต่เป็นเพราะพี่วินยา ข้าดีใจที่ข้ามีพี่น้อง ข้าดีใจที่ข้าได้เกิดมาเป็นน้องของพี่วินยา” ดาเนาโผกอดวินยา ทุกคนพลอยตื้นตันใจไปด้วย...

วินยา ดาเนา และสางโปเดินออกมาส่งศิริ ทองอิน และฉวีวรรณกับพวก ดาเนาขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับตน ทองอิน กล่าวกับศิริ หมดเรื่องร้ายๆเสียที ต่อไปจะมีแต่ข่าวดีใช่ไหม

“ผมก็ว่างั้นนะ เดี๋ยวหวีกับหวันไปธุระกับพ่อต่อ

เลยนะ” ศิริหันไปพูดกับลูกๆ

“ธุระอะไรอีกคะ พ่อ” ฉวีวรรณถามงงๆ

“พ่อนัดว่าที่เจ้าบ่าวของแกทั้งสองคนไว้เรียบร้อยแล้วน่ะสิ”

“อีกแล้วเหรอ...” สองสาวพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ

“เออ งั้นสิ”

สองสาวบอกศิริว่าเมื่อไหร่จะเลิกคลุมถุงชนเสียที อุ๊บอิ๊บเดินเข้ามาพร้อมบุญทิ้ง เธอทักทาย “ธรรมสวัสดีค่ะทุกคน”

ดาหวันตาโต รีบเข้ามาดึงอุ๊บอิ๊บให้ยืนยันกับศิริว่าตนชิงสุกก่อนห่ามไปกับชลิตแล้ว ศิริตกใจ อุ๊บอิ๊บรีบอธิบายตามความเป็นจริงว่าทุกย่างที่เป็นคลิป เป็นการจัดฉากของตนเอง ตอนนี้ตนหันหน้าเข้าวัดแล้วจะไม่โกหกอีก ทั้งดาหวันและฉวีวรรณอึ้ง ศิริโล่งใจ ฉวีวรรณขอโทษดาหวันที่เข้าใจผิดและต่อว่าไปยกใหญ่ สองพี่น้องกอดกัน

“หวันก็ต้องขอบคุณพี่เหมือนกัน ที่ยอมสละหัวใจตัวเองเพื่อหวันทั้งๆที่มันไม่จำเป็นเลย”

วินยาต่อว่าทั้งสองพี่น้องว่า เพราะทั้งสองชอบคิดแทนคนอื่นถึงได้เป็นเรื่องขึ้นมา ควรจะพูดความจริงต่อกันเสียที ฉวีวรรณได้คิด

“วินยาพูดถูก มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง...พ่อคะ หนูกับยัยหวันมีคนที่เรารักอยู่แล้ว พ่ออย่าบังคับพวกเราอีกเลยนะคะ”

“พ่อไม่ได้บังคับ แต่มันเป็นคำสั่ง พวกแกต้องแต่งงานกับคนที่พ่อหาให้”

สองสาวปฏิเสธลั่น สุภาพกับอาหลู่เข้ามาจับสองสาวจะไปขึ้นรถ พลันมีรถคนหนึ่งแล่นมาขวาง ไอ้โม่งสองคนลงมาฉุดสองสาวขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนตกใจ รถไอ้โม่งพาสองสาวมาที่เนินเขาแห่งหนึ่ง พอรถจอด สองสาวร้องโวยวายและดิ้นรนต่อสู้ คว้าไม้จะฟาดไอ้โม่ง สองไอ้โม่งรีบดึงหมวกออกเป็นกิมจิกับบุญทิ้ง สองสาวโวยทำไมต้องหลอกกันด้วย

“ลุงศิริ เขากลัวพวกเธอไม่ยอมมา ก็เลยสั่งให้พวกฉันทำแบบนี้” กิมจิรีบอธิบาย

บุญทิ้งชี้ไปที่ชายสองคนที่ยืนหันหลังอยู่บนเนิน สองพี่น้องฮึดฮัดจะไปเอาเรื่องเจ้าบ่าวที่พ่อหาให้ พอขึ้นมาบนเนิน สองสาวต้องตะลึง ที่มีซุ้มดอกไม้สีสวยสดใส พร้อมเก้าอี้ขาวที่จัดวางอยู่กลางซุ้ม บรรยากาศดูโรแมนติกมาก

ฉวีวรรณตั้งสติได้โวย “นายเบื๊อก นายมีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉันให้แต่งงานด้วย”

“นี่หน้าตาคงอุบาทว์มากสินะ ถึงต้องใช้วิธีคลุมถุงชน” ดาหวันเสริม

สองสาวโวยวายว่ามาซื้อใจพ่อของพวกตนด้วยอะไร แต่ถึงรวยล้นฟ้ามาจากไหน พวกตนก็ไม่สนใจ เพราะพวกตนมีคนรักแล้ว ดาหวันโวย

“คนที่ฉันรัก เขาเป็นคนที่อบอุ่นและเข้าใจฉันมากที่สุด เขาทำให้ฉันรู้ว่ายังมีรักแท้อยู่บนโลกนี้จริงๆ ชาตินี้ทั้งชาติฉันไม่มีใจให้ใครอีกแล้วนอกจากพี่ชลิต ได้ยินมั้ย ฉันรักพี่ชลิต”

“ถึงเขาจะเป็นผู้ชายห่ามๆที่ฉันไม่เคยชอบหน้า แต่เขาก็เป็นคนเดียวที่อยู่ข้างๆฉันเสมอในเวลาที่ฉันแย่ที่สุด แล้วเราผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายมาด้วยกันจนทำให้ฉันรู้ว่า ฉันมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเขาไม่ได้ ฉันรักดนัย รักดนัยคนเดียวเท่านั้น” ฉวีวรรณย้ำอย่างหนักแน่น

“นึกว่าจะไม่ได้ยินแล้ว” ดนัยในชุดเจ้าบ่าวขาวหันมายิ้มปลื้ม ฉวีวรรณตกตะลึง ดนัยเข้ามาใกล้ “ฉันรอคำคำนี้มานานแล้ว ขอบใจนะหวี ขอบใจที่รักกัน...หวี ฉันอาจจะบ้าพอๆกับที่เธอเหวี่ยง เราอาจจะดูไม่ปกติทั้งคู่ แต่ฉันก็รู้สึกมีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ใกล้กับเธอ เธอจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันอยากจะให้เธอเป็นคนที่ฉันรักและก็รักฉันคนเดียวตลอดไป แต่งงานกับฉันนะหวี”

ฉวีวรรณซึ้งจนน้ำตาไหล ดนัยแกล้งถามว่าร้องไห้นี่แต่งไหม เธอพยักหน้า สองคนโผกอดกัน ฉวีวรรณทุบหลังดนัยแก้เขิน ดนัยกุมมือเธอมาสวมแหวนพร้อมกับบอกว่า เขารักเธอ

ดาหวันวิ่งเข้าไปดูเจ้าบ่าวของตนบ้าง ชลิตถือช่อดอกไม้หันมาพร้อมเอ่ย “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตพี่ก็คือการได้พบกับหวัน หวันทำให้พี่มีความกล้าที่จะทำอะไรหลายๆอย่างที่พี่ไม่เคยคิดจะทำ อย่างเช่น...” ดาหวันอยากรู้ ชลิตขยับเข้ามาพูดใกล้ๆ “หวันเป็นผู้หญิงคนแรกและคนสุดท้ายที่ทำให้พี่ไม่อยากใช้ชีวิตโสดอีกแล้ว และหวันก็จะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่จะใส่ชุดสีขาวเต้นรำกับพี่ในงานของเรา...พี่รักหวัน รักมากที่สุดในชีวิต”

ชลิตคุกเข่ายื่นช่อกุหลาบแดงให้ และขอแต่งงาน ดาหวันน้ำตาร่วงเผาะ ชลิตลุกขึ้นกอดเธออย่างสุดรัก...ศิริ นงนุช และทุกคนตามมายืนมองอย่างซึ้งใจ ศิริเข้ามากล่าวฝากลูกสาวทั้งสองกับดนัยและชลิต สองสาวจึงรู้ว่าโดนพ่อหลอก ทองอินปลื้มใจ

“ลงเอยแบบนี้ พี่ก็ดีใจด้วยนะ สองคู่ชู้ชื่น”

“ยังครับพี่ทองอิน ยังเหลืออีกคู่ ดาเนา ช่วยพี่หน่อยสิ” ดนัยหันไปส่งซิกกับดาเนา

ดาเนาเดินไปจับมือศิริกับนงนุชมากุมกัน สองคนตกใจ ดนัยกล่าวฝากแม่ของตนให้ศิริดูแลด้วย สุภาพเสนอหน้ามายินดีแถมบอกว่า นงนุชทำให้ฟาร์มน่าอยู่ขึ้นมาก ศิริเขม่นใส่ สุภาพจ๋อย ทองอินเข้ามาอวยพร ขอให้ศิริกับนงนุชมีความสุขอีกคู่หนึ่ง วินยาอวยพรให้ทุกคู่มีความสุขเช่นกัน ฉวีวรรณยิ้มรับและบอกวินยาว่า ถ้าไม่มีป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นต้นน้ำลำธาร ความรักของพวกตนก็คงไม่เจริญงอกงามเช่นกัน ทุกคนเห็นด้วย และสัญญาว่าจะคืนความรักให้กับป่าทุกคนช่วยกันปล่อยนกสีขาวออกจากกรง บินไปทั่วทั้งป่า แต่ละคู่แนบชิดกันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครหอบรักมาห่มป่า ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านหอบรักมาห่มป่า ติดตามหอบรักมาห่มป่า ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 6 ม.ค. 2555 09:30 2012-01-11T02:06:37+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ