ข่าว

วิดีโอ



ไฟในวายุ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

หลังจากคุยกับใหญ่ ไกรกูณฑ์เดินเข้าบ้าน ก็โดนธรากราดเกรี้ยวตบหน้าที่ใจอ่อนคล้อยตามใหญ่ สิ่งที่ตนสั่งสอนไม่อยู่ในหัวบ้างเลย ไกรกูณฑ์ปัดป้องขยับออกห่าง ประชดปนน้อยใจว่าแม่สอนให้ตนเอาชนะ ให้เกลียดใหญ่ ทั้งๆที่เขาดีกับเราสองคน

“ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ได้แต่ออกคำสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่อย่างที่แม่ต้องการ แต่แม่ไม่เคยถามผมเลยว่าผมอยากทำไหม” ไกรกูณฑ์พรั่งพรูออกมาอย่างสุดทน

“แม่ไม่จำเป็นต้องถามเพราะสิ่งที่แม่เลือกให้น้อยทำมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว น้อยไม่จำเป็นต้องคิดอะไร แค่ทำตามคำสั่งแม่เท่านั้นก็พอ”

“แต่ผมไม่อยากทำ แม่รู้ไหมว่าผมไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน ยิ่งตอนนี้เรื่องบานปลายไปกันใหญ่แล้ว หมอภูผาก็รู้เรื่องที่แม่ฆ่าละเวง แม่แน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่บอกใคร ผมว่าที่คุณใหญ่รู้ก็คงรู้มาจากหมอภูผานั่นแหละ ผมไม่อยากติดคุกนะแม่ผมกลัว” ไกรกูณฑ์ร่ำไห้หวาดกลัว

ธราเห็นลูกสติแตกก็อารมณ์เปลี่ยน กอดปลอบลูบหลังเบาๆด้วยความรัก ไม่ให้กลัว ตนจะจัดการเรื่องภูผาเอง ธราจับเขานอนเหมือนเด็กๆ บอกเขาว่าตื่นเช้ามาทุกอย่างจะเรียบร้อย...หลังจากนั้น ธรามาโทรศัพท์หาภูผา ทำทีร้องไห้ว่าทะเลาะกับไกรกูณฑ์ที่ตนจะไปแจ้งความเรื่องละเวงอย่างที่ภูผาบอก แต่เขาไม่ยอมขู่จะหนีไปไกล ธราขอให้ภูผาออกมาคุยข้างนอก โดยตนจะไปรับ ภูผาแย้งคุยกันที่รีสอร์ตหรือที่ไร่วายุกูลก็ได้ แต่เธอขอร้องจนภูผาต้องยอม

ระหว่างที่ธราคุยโทรศัพท์ เธอมองไปเห็นอุศเรนหน้าขาวซีดเหมือนศพจ้องอยู่ก็ตกใจ เธอหลับตาสะบัดหน้าไปมา พอมองอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว...ธราเดินไปหยิบปืนก่อนจะออกไปหาภูผา ขณะที่ขับรถออกจากไร่ ก็เห็นอุศเรนยืนจ้องอยู่ข้างทางอีก เธอกะพริบตาคิดว่าภาพหลอน

สลิลแอบได้ยินภูผานัดกับธราก็รีบโทร.บอกใหญ่ให้สะกดรอยตามธรา พอธราขับรถมารับภูผาออกไป ใหญ่ก็ตามมารับสลิล แอบขับรถตามไปห่างๆ สลิลหวั่นใจว่าธราจะฆ่าปิดปากภูผาเป็นศพที่สาม ใหญ่หน้าเสียไม่อยากคิด พลันมีรถใหญ่แซงมาบังทำให้คลาดกับรถธรา

ชายป่าที่เงียบสงัด ธราเดินนำภูผาเข้ามาในป่าละเมาะ ภูผารู้สึกผิดสังเกตอยากจะกลับ ธราหันมามองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว น้ำเสียงดุดัน ตวาดใส่

“คุณไม่รักษาสัญญา คุณบอกหลานสาวกับไอ้ใหญ่เรื่องนังละเวงใช่ไหม”

“ผมแค่บอกลูกหว้าว่าละเวงตาย แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือคุณกับคุณน้อย”

“ฉันบอกแล้วไงว่าน้อยไม่เกี่ยว ฉันเป็นคนฆ่านังละเวง ฉันทำคนเดียว ลูกฉันไม่เกี่ยว”

ธราชักปืนออกมาเล็งไปที่ภูผา “ฉันไม่อยากทำอย่างนี้ หรอกนะ ถ้าคุณไม่หักหลังฉันก่อน”

ภูผาผงะทำใจดีสู้เสือ “ผมรู้ว่าคุณไม่กล้ายิงผมเพราะคุณรักผมเหมือนที่ผมรักคุณ วางปืนเถอะ เรามาช่วยกันหาทางแก้ไขเรื่องนี้กันดีกว่า”

ธราแค่นหัวเราะตวาด “ฉันไม่เคยรักคุณเลยสักนิด ฉันแค่หลอกคุณไว้ใช้งาน รู้เอาไว้ซะด้วยไอ้หมอหน้าโง่ คนที่ฉันรักมีเพียงคุณชาตรีคนเดียวเท่านั้น”

“แต่คุณบอกว่าคุณไม่ได้รักเขา คุณถูกบังคับให้แต่งงานไม่ใช่เหรอ”

“มันก็แค่นิทานที่ฉันแต่งขึ้นมาหลอกคุณเท่านั้น...ไม่ต้องพูดมาก เตรียมตัวตายได้แล้ว ใครที่กล้าทรยศฉัน เป็นมารความสุขของฉันกับลูก มันต้องตายทุกคน”

ภูผามองธราซึ่งสติแตกไปแล้วอย่างลุ้นๆ...ใหญ่ขับรถลัดเลาะจนมาพบรถธราที่จอดอยู่ เขากับสลิลแยกกันเดินตามหาภูผา ด้านภูผาพยายามเกลี้ยกล่อมธราให้ ใจเย็น ธราพรั่งพรูความจริงออกมาหมด ทั้งเรื่องละเวง เป็นคนที่ตนจ้างมาแล้วมาทรยศ และเรื่องที่ใหญ่โดนลอบทำร้ายมาตลอดก็เป็นฝีมือตน ภูผาย้อนถามทำอย่างนี้ กับใหญ่ได้อย่างไร

ธราน้ำตาไหลพรากระเบิดความอัดอั้น “ฉันเกลียดมัน เกลียดแม่ของมัน เพราะมันกับแม่แย่งทุกอย่างไปจากฉัน”

“ไม่จริงเลยครับคุณท่าน” ใหญ่ก้าวเข้ามาสวน ธราตาเหลือกส่ายปืนขู่ทั้งสองคน

ใหญ่กล่าวอย่างเจ็บปวดไม่คิดว่าคนที่ตนรักเหมือน แม่จะพยายามฆ่าตนมาตลอด ระหว่างนั้น สลิลเดินมา ภูผาส่งสายตาอย่าเข้ามา เธอจึงเอามือถือมากด ธราเหลือบเห็นหันกระบอกปืนไปทางสลิลทันที ใหญ่กระโจนเข้าดึงสลิลหลบ ภูผาเข้าแย่งปืนจากธรา แต่ด้วยความแค้น ไม่รู้เธอเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เหวี่ยงภูผาล้มกลิ้ง ยิงใส่ หลายนัดก่อนจะวิ่งหนีออกไป สลิลตกใจเข้าไปดูว่าภูผาโดนยิงบ้างหรือเปล่า

ขณะนั้น ไกรกูณฑ์นอนหลับอยู่ในห้อง ธราโทร.ปลุกให้เขารีบหนีออกมา แต่ไม่ทันจะบอกให้ไปที่ไหน ใหญ่โผล่เข้ามาลากตัวเขาออกจากห้อง เขาตกใจมากเมื่อเห็นภูผากับสลิลอยู่ด้วย ใหญ่บอกให้รู้ว่าตนรู้เรื่องละเวงตายจากภูผาแล้ว ไกรกูณฑ์หน้าตื่นปฏิเสธไม่รู้อะไรเลย

“ไม่ใช่แค่นี้นะน้อย ยังมีเรื่องที่น้อยกับคุณท่านพยายามฆ่าพี่มาตลอดอีก น้อยทำกับพี่ได้ยังไง น้อยเกลียดอะไรพี่นักหนา พี่ทำอะไรผิด น้อยกับคุณท่านถึงได้จงเกลียดจงชังพี่ถึงขนาดนี้”

ไกรกูณฑ์หวาดกลัวสับสนจนพูดไม่ออก ภูผาปรามใหญ่ให้เลิกคาดคั้น ใหญ่จึงขังไกรกูณฑ์ไว้ในห้อง แล้วออกตามหาธราร่วมกับภูผาและสลิล สลิลเสนอให้แจ้งความแต่ใหญ่ขอร้อง ขอให้ตนได้เกลี้ยกล่อม

ธรายอมมอบตัวอีกสักหน ภูผาเห็นด้วยเพราะยังรักและห่วงเธอ

ooooooo

เช้าวันใหม่ สลิลเดินคุยกับภูผานึกเป็นห่วงใหญ่จะมีปัญหากับไกรกูณฑ์อีก ภูผาว่าถูกขังแบบนั้นคงจะทำอะไรไม่ได้ สลิลถามภูผาไม่โกรธธราหรือ เขาตอบว่าเข้าใจทำไมธราถึงทำแบบนั้น ถ้าเธอรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับธราแล้วจะโกรธไม่ลงเหมือนกัน วันหลังเขาจะเล่าให้ฟัง

ใหญ่ยืนมองภาพถ่ายชาตรี รำพันทำไมแม่กับน้องถึงไม่รักตน ทั้งที่ตนพยายามดูแลทั้งสองคนอย่างดีตามที่พ่อสั่งเสีย ใหญ่นึกถึงอดีตก่อนที่ชาตรีจะสิ้นใจได้ฝากธรากับไกรกูณฑ์ให้ตนดูแล และฝากธราดูแลตนด้วย แต่ก่อนสิ้นใจพ่อเพ้อเรียกชื่อแม่ดวงดาวทำให้ธราไม่พอใจ...

เสียงไกรกูณฑ์ทุบประตูโครมๆขัดจังหวะความคิดของใหญ่ ใหญ่จึงไขประตูเข้าไปหาจับตัวไกรกูณฑ์ไม่ให้หนี ขู่ถ้าหนีตนจะแจ้งตำรวจจับ ใหญ่ตัดพ้อทำไมเขากับธราถึงเกลียดตนทั้งที่ตนรักและไว้ใจพวกเขามาก ไกรกูณฑ์โต้

“ก็เพราะคุณใหญ่กับแม่คุณใหญ่นั่นล่ะที่ทำให้ผมกับแม่ต้องเป็นแบบนี้ คุณใหญ่เป็นแค่ลูกเมียน้อยแต่กลับได้ทุกอย่างไปหมด ถ้าไม่มีคุณใหญ่กับแม่ดวงดาวชีวิตผมกับแม่ก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก”

“แม่พี่ต่างหากที่เป็นคนมาก่อน หลังจากคุณพ่อแต่งงานกับคุณท่านชีวิตพี่กับแม่ก็พังพินาศเหมือนกัน”

“ผมไม่เห็นว่าชีวิตคุณใหญ่จะพินาศตรงไหน คุณใหญ่ออกจะได้ดิบได้ดีเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ใครๆก็ยกย่อง แล้วดูผมสิ ผมมีอะไรเทียบคุณใหญ่ได้มั่งไหม”

ใหญ่อ่อนใจที่จะอธิบายจึงให้เขาอยู่ในห้องต่อไป ใจเย็นเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันใหม่...ใหญ่กับสลิล

ขับรถออกตามหาธราอีกครั้ง ตระเวนดูรีสอร์ตอื่นๆ ภูผาเองก็ขับรถออกตามหาอีกทาง ทันใดธราก็ติดต่อเข้ามาร้องไห้ฟูมฟายขอให้ภูผาช่วย เขาใจอ่อนอีกตามเคย

พอกลับมาที่รีสอร์ต ภูผาท่าทีมีพิรุธบอกสลิลกับใหญ่ว่าไม่พบธราเลย ใหญ่จึงบอกว่าถ้าพรุ่งนี้ยังไม่เจอตนจะยอมแจ้งความ พลันคนงานที่ไร่โทร.ตามใหญ่บอกว่ามีตำรวจมาที่ไร่ ใหญ่แปลกใจรีบลากลับ สลิลขอไปด้วยเพราะเป็นห่วง...ภูผาได้โอกาสถามเข็มว่าเข้าไปซ่อมแซมบ้านพักหลังที่มีการฆาตกรรมหรือยัง เข็มส่ายหน้าหวาดกลัวไม่กล้าไปทำ ภูผาจึงบอกว่า ตนจะไปทำเอง ให้ไปบอกที่เคาน์เตอร์ว่าไม่ให้ใครเข้าพักที่นั่น

ใหญ่มาถึงไร่วายุกูล เจ้าหน้าที่ตำรวจแจงมีคนแจ้งความว่าเขาฆ่าคนตายแล้วซ่อนศพไว้ในบ่อน้ำบาดาลท้ายไร่ จึงมาขอตรวจค้น ใหญ่กับสลิลตกใจ ใหญ่รีบบอกว่าตนต่างหากที่กำลังจะไปแจ้งความว่ามีการฆาตกรรมกันที่นี่ แต่ทางตำรวจขอทำตามหน้าที่ และแล้วเมื่อขุดลงไปก็พบศพละเวงเพียงศพเดียว ไม่มีศพอุศเรน ใหญ่กับสลิลแปลกใจ ตำรวจเชิญตัวใหญ่ไปโรงพัก

สลิลโวยวายถามใครเป็นคนแจ้งความปรักปรำใหญ่ อ้างตนเป็นพยานให้เขาได้ ใหญ่บอกสลิลว่า มีเพียงคนเดียวที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ตนได้คือ...ภูผา

สลิลรีบมาขอให้ภูผาไปช่วยใหญ่ บอกความจริงว่าธรากับไกรกูณฑ์เป็นคนฆ่าละเวง แต่ภูผามีท่าทีอึกอักว่าอ้างว่าตนไม่แน่ใจว่าใครฆ่ากันแน่ สลิลร้องไห้โฮที่เขาไม่ยอมพูดความจริง

ขณะที่ใหญ่กำลังจะถูกพาเข้าห้องขัง ตำรวจอีกนายก็มาบอกว่ามีคนมาประกันตัวใหญ่ เขาหันมาเจอสลิลก็ดีใจที่เธอไม่เคยทิ้งเขา ไม่ทันไร ก็เห็นภูผาเดินออกมาจากห้องร้อยเวร ใหญ่ยกมือไหว้ขอบคุณ ภูผาบอกว่าตนไม่อาจปล่อยให้คนบริสุทธิ์อย่างเขาถูกใส่ความได้ สลิลโผกอดขอบคุณภูผาชมว่าเขาเป็นคนดีที่สุดในโลก ภูผาละอายใจ

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกหว้า...ผมก็ได้แต่หวังว่าคุณธราจะไม่สร้างเรื่องอะไรวุ่นวายมากไปกว่านี้อีกนะครับ” ภูผาหันมากล่าวกับใหญ่

“คุณลุงคิดว่าคุณป้าธราเป็นคนแจ้งความจับคุณใหญ่หรอคะ”

“เรื่องการตายของละเวงไม่มีใครรู้ นอกจากลุง คุณธราแล้วก็คุณน้อย ถ้าจะมีใครสักคนแจ้งความ ลุงคิดว่าน่าจะเป็นคุณธรามากที่สุด”

สลิลสบถว่าธรา...ใหญ่หน้าเสีย สลิลว่าเรื่องถึงตำรวจแล้ว อีกไม่นานตำรวจคงตามตัวธราได้ เรื่องคงจบเสียที ภูผาทำหน้ามีพิรุธ แต่ใหญ่ยังแปลกใจอีกเรื่องที่ทำไมถึงไม่มีศพอุศเรน...

ใหญ่กลับมาที่ไร่ เข้าไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ ไกรกูณฑ์ฟัง และถามทำไมถึงไม่มีศพอุศเรน ไกรกูณฑ์ไม่เห็นตอนเกิดเหตุจึงสับสน ยืนยันกับใหญ่ว่าตนไม่รู้ ให้ไปถามแม่เอาเอง

คืนนั้น ภูผาย่องมาที่บ้านพักที่ตัวเขามาซ่อมแซมจนเรียบร้อย หอบถุงใส่ของใช้จำเป็นมาเคาะประตู ธราเปิดประตูยิ้มรับ แล้วเขาก็รีบผลุบเข้าไปอย่างรวดเร็ว ธราทำทีบีบน้ำตาสะอื้น

“ขอบคุณมากนะคะที่ยอมช่วยฉัน ทั้งที่ฉัน...เกือบจะฆ่าหมอภูแล้ว”

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ช่างมันเถอะครับ ผมเข้าใจดีว่าคุณทำแบบนั้นเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้” ภูผามองธราอย่างเห็นใจ

ธราอึ้งๆเปลี่ยนเรื่องถามถึงไกรกูณฑ์เป็นอย่างไรบ้าง ภูผาตอบตามจริงว่าใหญ่ขังเขาไว้แต่ไม่ได้ทำร้ายอะไร ธราโพล่งขึ้นว่าใหญ่ยังไม่ถูกตำรวจลากคอเข้าคุกอีกหรือ ภูผาชะงัก

“คุณเป็นคนแจ้งความจับคุณใหญ่ใช่ไหม คุณทำยังงั้นทำไม”

“ฉันต้องเล่นงานมันก่อนที่มันจะแจ้งความจับน้อยเข้าคุกน่ะสิ ฉันทำเพื่อปกป้องลูกฉัน ฉันไม่ผิดนะหมอภู ฉันไม่ผิด” ท่าทางธราลุกลี้ลุกลนคุมสติไม่อยู่

ภูผาหยิบยาออกมาให้เธอกิน ธราลังเลไม่ไว้ใจ ภูผาจึงบอกว่าเป็นยาที่เธอต้องกินประจำและต่อว่าเธอคงไม่ได้กินมานานถึงได้เป็นแบบนี้ ภูผาขอร้องให้เธอกินจนได้...ระหว่างนั้น ไกรกูณฑ์พยายามกดโทรศัพท์หาธราแต่เธอไม่ได้เปิดเครื่อง เขารู้สึกเป็นห่วงแม่อย่างมาก...

ตลอดทั้งคืน ธรานอนสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา เธอเห็นอุศเรนเดินมาจ้องมองที่ปลายเตียง สีหน้าเขาโกรธแค้น ชี้หน้าเธอไม่มีทางหนีความผิดพ้น ต้องชดใช้กรรม ธราหวาดผวาซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่มตัวสั่น

ขณะเดียวกัน ภูผาแอบย่องกลับที่พัก เผอิญสลิลลงมาดื่มนม เห็นภูผาเข้ามาก็ร้องทัก เขาตกใจตอบอึกอักว่าไปเดินเล่น แต่สลิลเห็นท่าทางเขามีพิรุธอย่างมาก

ooooooo

เช้าวันใหม่ ใหญ่ปล่อยไกรกูณฑ์ออกมานั่งทานอาหารด้วยกันในสวน ไกรกูณฑ์แดกดันไม่กลัวตนจะหนีแล้วหรือ ใหญ่ดักคอ “พี่รู้ว่าน้อยฉลาดพอที่จะเลือกได้ว่าอย่างไหนเป็นผลดีกับตัวเอง อยู่ที่นี่อย่างสงบหรือว่าหนีออกไป”

“คุณใหญ่วางแผนจะทำอะไรกันแน่” ไกรกูณฑ์ชักระแวง

“พี่ไม่ใช่น้อยนะ ถึงจะได้มีแผนการอยู่ในหัวตลอดเวลา...พี่แค่อยากให้เราได้นั่งคุยกันดีๆบ้าง พี่รู้นะว่าตอนนี้น้อยกำลังรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกไม่เหลือใครเลยใช่ไหม”

ไกรกูณฑ์นิ่งเงียบเพราะสิ่งที่ใหญ่พูดเป็นความจริง ใหญ่ย้ำว่าเขากำลังคิดผิด เพราะเขายังมีตนอยู่ เราจะร่วมมือกันตามหาธรา ไกรกูณฑ์ครุ่นคิดเกือบคล้อยตามแล้วเกิดฉุนเฉียวขึ้นมา

“อย่ามากล่อมผมซะให้ยากเลย ผมไม่มีวันร่วมมือกับคุณใหญ่ตามตัวแม่กลับมาติดคุกหรอก เก่งนักก็ไปตามหาเอาเองเถอะ” ไกรกูณฑ์ผลุนผลันลุกออกจากโต๊ะอาหาร ใหญ่ถอนใจ

ไกรกูณฑ์เดินหน้าตาบูดบึ้งอยู่ตามทาง ธราโทร.เข้ามาบอกว่าตนอยู่ในที่ปลอดภัย แล้วถามว่าใหญ่ทำอะไรเขาหรือเปล่า ไกรกูณฑ์ตอบว่าเปล่า ตนเองก็แปลกใจคิดว่าใหญ่จะจับตนส่งตำรวจเสียอีก ธราเบาใจรีบยุยงให้ลูกชายทำดีกับใหญ่ไว้ ตายใจเมื่อไหร่ก็ค่อยจัดการ ไกรกูณฑ์หน้าเสียขอร้องให้แม่หยุดเสียที ธราแวดลั่น

“แกคิดว่าไอ้ใหญ่มันจะปล่อยเราจริงๆเหรอ ไม่มีทาง ถ้าน้อยไม่ทำ แม่จะทำเอง แล้วชาตินี้น้อยอย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าแม่อีกเลย”

ไกรกูณฑ์กลัวแม่ทิ้ง ละล่ำละลักยอมทำทุกอย่าง...พอวางสายหันมา ธราต้องตกใจเมื่อเห็นภูผาวางถาดอาหารที่ยกมา ธราปั้นหน้าเศร้าว่าอยากโทร.หาลูกแต่ไม่กล้าเกรงลูกจะเดือดร้อน ภูผาจึงเกลี้ยกล่อมให้เธอมอบตัว ธราเสียงแข็งทันที ถ้าพูดเรื่องหนีตนจะหนีไป ภูผานิ่ง

ระหว่างนั้น สลิลเดินตามหาภูผา เข็มบอกว่าเห็นเดินไปบ้านพักที่มีเรื่องยิงกันตาย สลิลเอะใจจะไปดู พลันภูผาวิ่งจ๊อกกิ้งเข้ามาชักชวนกลับไปทานอาหารเช้ากัน แต่สลิลยังสงสัยบ้านพักหลังนั้น...ตกบ่าย สลิลโทร.ไปบอกใหญ่ว่าตนสังหรณ์ใจว่าธราจะอยู่ใกล้ตัว...สลิลตัดสินใจเอากุญแจสำรองไปไขบ้านพักหลังที่สงสัย ไม่ทันจะเข้าไป ภูผาหน้าตื่นมาห้าม พยายามบอกว่าในนั้นไม่มีอะไร แล้วดึงสลิลกลับ ธราแอบมองอย่างโกรธแค้น

เดินกันมาถึงล็อบบี้ สลิลโพล่งขึ้นว่า “คุณลุงกำลังปิดบังอะไรหว้าอยู่กันแน่...คุณลุงพาคุณป้าธรามาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักหลังนั้นใช่ไหมคะ”

ภูผารู้ว่าไม่อาจปิดบังได้จึงยอมรับว่าใช่ ทันใดใหญ่ก้าวเข้ามาสีหน้าผิดหวัง “ทำไมคุณลุงต้องทำแบบนี้ด้วยครับ”

“คุณป้าทำผิดร้ายแรงขนาดนั้น คุณลุงช่วยเขาทำไม คุณลุงกำลังปกป้องคนผิดอยู่นะคะ”

ภูผาทิ้งตัวนั่งอ่อนใจ ยอมเล่าเรื่องอดีตที่ผ่านมาให้ฟัง ว่าธราเคยเครียดมากจนสติแตก ต้องเข้ารับการบำบัดอาการทางจิต แต่ตนไม่รู้มีเรื่องร้ายแรงอะไร ตนรักษาและให้เธอกินยาต่อเนื่องจนสภาพจิตใจดีขึ้น มาตอนนี้ตนไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้อาการกำเริบได้ขนาดนี้

ใหญ่หน้าเจื่อนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ตลอดเวลาตั้งแต่พ่อแต่งงานกับธรา ก็พาเธอและไกรกูณฑ์ออกหน้าออกตา ปล่อยให้ตนกับแม่ซ่อนตัวอยู่เรือนหลังเล็กเพราะเกรงใจ ภูผาปลอบ “มันเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างคิดแต่ในมุมของตัวเอง ต่างก็โทษกันไปมา เรื่องถึงได้เป็นแบบนี้”

“แต่เราจะใช้อาการป่วยทางจิตของคุณป้ามาเป็นข้ออ้างที่จะปล่อยคุณป้าไปไม่ได้นะคะ”

ภูผากับใหญ่ชะงักที่สลิลของขึ้น ใหญ่บอกสลิลว่าจะให้ไกรกูณฑ์มาช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้ธรามอบตัว ถ้าเขาพูดเธอคงยอมฟัง แต่สลิลคิดว่าธราถลำมาถึงขนาดนี้คงไม่ยอมมอบตัวง่ายๆ ดีไม่ดีกำลังวางแผนเล่นงานพวกเราอยู่ เธอเป็นบุคคลอันตราย ภูผากับใหญ่สบตากันอึ้งๆ

ooooooo

เมื่อทุกอย่างบีบรัด ธราโทร.เร่งไกรกูณฑ์ให้ฆ่าใหญ่เสียแล้วตนจะกลับไปหา เขายอมด้วยรักแม่ นึกได้ถามเอาศพอุศเรนไปไว้ที่ไหน ตำรวจขุดเจอแต่ศพละเวง ธราเอะใจหรือว่ายังไม่ตาย ทำให้ไกรกูณฑ์หวาด ระแวงเกรงจะถูกแก้แค้น พลันรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง จึงรีบวิ่งเข้าบ้าน

สลิลกำลังเดินคุยกับใหญ่ที่รีสอร์ต เรื่องที่จะให้ธรายอมมอบตัว ทันใด วิธูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามา สลิลทักคงทะเลาะกับเรืองตะวันมาอีก วิธูเหล่มองใหญ่จงใจพูดให้คิด

“หว้านี่รู้ใจผมไม่เปลี่ยนเลยนะ”

“รูัทันไม่ใช่รู้ใจ” สลิลสวนทันควัน

วิธูหน้าเหยรีบขอพักที่นี่สองสามคืน เพราะถ้าอยู่บ้านคงได้เลิกกับเรืองตะวันแน่ สลิลให้ไปขอภูผาเอาเอง ใหญ่เคืองนิดๆ ขอตัวกลับ พอใหญ่เดินไป วิธูสะใจ แกล้งถามสลิลว่าเขาหึงหรือ สลิลปัดไม่มีอะไรทั้งที่ห่วงความรู้สึกของใหญ่เหมือนกัน

ขณะที่ไกรกูณฑ์ครุ่นคิดเรื่องที่ธราสั่งให้ฆ่าใหญ่ ทันใดก็มีโทรศัพท์เข้ามาเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก พอกดรับสายก็ต้องตกใจหวาดกลัวอย่างมากเพราะปลายสายบอกว่าเขาคืออุศเรนจะกลับมาแก้แค้น...คืนนั้นที่อุศเรนถูกธราช็อตด้วยไฟฟ้าแล้วผลักตกบ่อ ร่างของเขาติดอยู่บนกิ่งไม้ที่โผล่ข้างบ่อ ทำให้เขารอดมาได้

ท่าทางไกรกูณฑ์หวาดผวามาก เขาปิดประตูบ้านทั้งหมด นึกได้รีบโทร.ไปหาใหญ่ให้ช่วยตามหาธราให้เจอโดยเร็วเพราะอุศเรนยังไม่ตาย...ใหญ่ขับรถมารับไกรกูณฑ์ไปที่บ้านไร่สายน้ำ ระหว่างนั้น ภูผา สลิลและวิธูนั่งคุยกันอยู่ อุศเรนแอบลอบเข้ามาจับตัวธราไปจากบ้านพัก พอใหญ่กับไกรกูณฑ์มาขอร้องให้บอกว่าธราอยู่ที่ไหนเพราะอุศเรนยังไม่ตาย ภูผาจึงยอมพาทุกคนไปที่บ้านพักที่ให้ธราหลบซ่อนตัว

ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้าไป ก็พบร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของเกลื่อนพื้น ไกรกูณฑ์หน้าเสียเชื่อว่าธราถูกอุศเรนจับตัวไปแล้ว ภูผาเครียดที่ปกป้องคนรักไม่ได้

บ้านร้างบนเขา อุศเรนผลักธราที่ถูกมัดมือไพล่หลังเข้าไป นวลขวัญซึ่งถูกจับตัวมาก่อนตกใจร้องเรียก ธราแปลกใจถามอุศเรนจับเธอมาทำไม

“ไอ้น้อยมันรักผู้หญิงคนนี้มาก คงสะใจดีถ้ามันได้เห็นนังนี่ตายไปต่อหน้าต่อตา”

“ไม่จริง! น้อยไม่ได้รักมัน!” ธราตวาดกลับตาดุจนน่ากลัว

อุศเรนหัวเราะชอบใจต่างจากนวลขวัญที่หวาดกลัว จากนั้น อุศเรนก็โทร.ไปหาไกรกูณฑ์บอกว่าตนจับธรากับนวลขวัญมาไว้ที่บ้านร้างบนเขา ที่เขาเคยให้ตนหลอกใหญ่ขึ้นมาฆ่า อุศเรนสั่งให้เอาเงินสดสิบล้านมาให้ก่อนหกโมงเย็น ไกรกูณฑ์หวั่นใจเงินมากมายจะหาจากที่ไหนได้ทัน อุศเรนไม่สนใจ ถ้าไม่ได้ก็ให้รอรับศพทั้งสองคน แถมย้ำให้มาคนเดียวห้ามแจ้งตำรวจ

ใหญ่ไปจัดการเรื่องเงินมาให้ ไกรกูณฑ์รู้สึกละอายใจที่ใหญ่ช่วยแม่ทั้งที่แม่คิดฆ่าเขา

“พี่บอกแล้วไง ว่าถึงน้อยกับคุณท่านจะเกลียดพี่ แต่พี่ไม่เคยโกรธหรือเกลียดน้อยกับคุณท่านเลย ตอนนี้พี่คิดอยู่อย่างเดียวจะช่วยคุณท่านให้ปลอดภัยได้ยังไง เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

ไกรกูณฑ์ซาบซึ้งใจ ใหญ่จะไปด้วยแต่ไกรกูณฑ์ขอไปทำหน้าที่ด้วยตัวเองบ้าง ใหญ่อดห่วงไม่ได้ จึงแอบตามไปกับสลิล

ท่าทางอุศเรนยิ้มย่องกวนประสาทธราอย่างมากระหว่างรอเงิน ไกรกูณฑ์ถือกระเป๋าเงินเข้ามา เขามองกวาดไปรอบห้อง ธราดีใจที่ลูกรักมาช่วย แต่เขากลับเอ่ยปากถามนวลขวัญก่อนว่า เป็นอย่างไรบ้าง ธราหุบยิ้มชักสีหน้าไม่พอใจ ไกรกูณฑ์ถาม “มันทำอะไรแม่รึเปล่า”

“ห่วงผู้หญิงมากกว่าแม่เสียอีก เห็นรึยังว่าไอ้น้อยรักนังนวลขวัญมากแค่ไหน” อุศเรนเยาะ

“ไม่จริง น้อยไม่ได้รักมัน...แม่เคยสั่งห้ามน้อยแล้วไง อย่าไปรักใครนอกจากแม่คนเดียว ผู้หญิงอื่นหวังแต่ปอกลอกน้อย จะทำให้น้อยของแม่เสียใจ ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนมันจริงใจกับน้อยหรอก บอกมาสิน้อย ว่าน้อยไม่ได้รักมัน” ธราน้ำตาท่วมอย่างร้าวรานใจ

นวลขวัญอึ้งกับคำพูดของธรา ไกรกูณฑ์สบตานวลขวัญสลับกับแม่ ลำบากใจที่จะตอบ อุศเรนเยาะให้กล้าพูดหน่อย ผู้หญิงเขารอฟัง ไกรกูณฑ์ตัดสินใจตอบว่า ตนรักนวลขวัญ...ธรากรีดร้องคร่ำครวญว่า ไม่จริง ลูกต้องรักตนคนเดียว ไกรกูณฑ์น้ำตาไหลพราก

“ผมรักแม่นะครับ ยังไงผมก็รักแม่”

ธรามองหน้าลูกสะอึกสะอื้นอย่างชั่งใจ...อุศเรนถามหาเงิน ไกรกูณฑ์ส่งกระเป๋าให้ เขารับมาเปิดดูเห็นเงินสดๆก็ยิ้มย่อง ทันใดก็ใช้ปืนจี้เข้าที่เอวไกรกูณฑ์

“แกจะทำอะไร! ได้เงินแล้วก็ปล่อยพวกฉันไปสิ”

“ฉันแค่บอกให้แกเอาเงินมาให้ แต่ฉันไม่ได้บอกซักคำว่าได้เงินแล้วจะปล่อยพวกแก...พวกแกทำกับฉัน กับพี่เวงไว้เลวร้ายมาก พวกแกต้องชดใช้อย่างสาสม” อุศเรนใช้ด้ามปืนตบหน้าไกรกูณฑ์ล้มคว่ำลง และกระหน่ำบาทาอย่างสะใจ ธราร้องลั่นใจแทบขาดให้หยุด อุศเรนย้ำจะส่งทุกคนไปลงนรก ว่าแล้วก็เบนกระบอกปืนไปทางนวลขวัญ

ธรายิ้มสะใจ แต่ไกรกูณฑ์กลับกระเสือกกระสน เข้าขอร้องอย่าทำอะไรนวลขวัญ...ด้านนอกใหญ่ขับรถมาจอดต่อท้ายรถไกรกูณฑ์ เขากำชับสลิลให้รอข้างนอก เห็นท่าไม่ดีค่อยแจ้งตำรวจ แต่อย่างสลิลมีหรือจะเชื่อฟัง เธอแอบตามเขาเข้าไป ใหญ่หันมาเห็นจะเอ็ด พลันได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ทั้งสองคนตกใจมาก

ไกรกูณฑ์พุ่งตัวเข้ากระแทกอุศเรนทำให้กระสุนพลาดเป้า นวลขวัญรอดตายหวุดหวิดทั้งสองต่อสู้กันปืนกระเด็นมาตรงหน้าธรา แต่เธอถูกมัดมือไพล่หลังไม่อาจเก็บได้ ช่วงนั้นนวลขวัญเอาเชือกถูกับขอบเสาจนเชือกขาด ธราตวาดให้มาช่วยตนเร็วๆ ทันทีที่เป็นอิสระ ธราก็เข้าเก็บปืนเล็งไปที่อุศเรนให้หยุด

ใหญ่กับสลิลแอบมองเหตุการณ์รอจังหวะ ไกรกูณฑ์ไม่อยากให้ธราฆ่าใครอีก ธราเอ็ด

“แกจะปล่อยให้มันเป็นพยานเอาผิดเราเรื่องฆ่าปิดปากพี่สาวมันเหรอ”

ไกรกูณฑ์รีบแก้ตัวกับนวลขวัญว่าตนไม่ได้ฆ่าละเวง ธราหมั่นไส้ สวนทันที “ใช่ แต่แกวางแผนฆ่าไอ้ใหญ่มาตั้งกี่ครั้งแล้ว ไอ้นี่มันรู้ทุกอย่าง”

“ทั้งหมดเป็นแผนการของแม่ต่างหาก” ไกรกูณฑ์สวน

ใหญ่ได้ยินรู้สึกปวดร้าวใจมาก สลิลบีบมือเขาปลอบใจ...อุศเรนเห็นสองแม่ลูกเถียงกันอยู่ก็ขยับหนี ธราหันขวับมายิงขู่ลงพื้น ใหญ่วิ่งออกมาจากที่ซ่อนขอร้องให้ธราอย่าฆ่าใครอีก แต่ธราเหี้ยมโหดเกินใครจะคิด เธอยิงใส่อุศเรนดิ้นพลาดขาดใจตายต่อหน้าทุกคน

ooooooo

สุดท้าย ภูผาก็ขับรถตามมากับทแกล้ว และยอมให้ทแกล้วแจ้งตำรวจโดยไม่อยากให้ใครต้องตายอีก

ธราเหมือนคนสติแตก ส่ายปืนไปมาแล้วหยุดที่นวลขวัญ “ถึงตาแกแล้ว แกกล้ามาแย่งความรักตาน้อยไปจากฉัน แกอย่าอยู่เลย”

ไกรกูณฑ์เข้ากอดปกป้องนวลขวัญ ขอร้องธราอย่าทำอะไรเธอ ถึงตนรักเธอแต่ก็ยังรักแม่เหมือนเดิม ไม่มีใครแย่งความรักไปได้ ใหญ่ช่วยขอร้องให้ธราใจเย็น ธราหันมาตวาดกลับ

“ไอ้ลูกเมียน้อย แกอย่ามาแส่ แกกับแม่แกก็เหมือนกันนั่นแหละ มาแย่งความรักของคุณชาตรีไปจากฉัน แกก็สมควรตายเหมือนกัน” ธราเล็งปืนใส่ใหญ่

“ผมกับแม่ดวงดาวต่างหากที่ถูกคุณท่านแย่งคุณพ่อไป” ใหญ่สวน

“ฉันได้มาแต่ตัว เขาไม่เคยรักฉันเลย” ใหญ่สวนไม่จริงพ่อรักเธอมาก “รักงั้นเหรอ ขนาดจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ คุณชาตรียังเพ้อหาแต่นังดวงดาว”

ภาพในอดีตผุดขึ้น ธราแอบมองชาตรีปลอบประโลมดวงดาวและสารภาพว่าเขารักเธอมากแม้จะแต่งงานกับธราก็ไม่เคยรักเธอน้อยลง...ธราเชื่อว่าชาตรีไม่เคยรักตนเลย ใหญ่แย้งว่าพ่อรักเธอมาก ธราตวาดไม่เชื่อ สลิลเป็นห่วงใหญ่โพล่งขึ้นว่า

“คุณลุงกำลังตามตำรวจมาช่วยพวกเราแล้ว คราวนี้คุณป้ากับคุณน้อยเตรียมตัวรับผิดที่ก่อไว้ทั้งหมดได้เลย ทั้งหลักฐาน ทั้งพยานชัดขนาดนี้ ไม่รอดแน่”

ไกรกูณฑ์หน้าซีดหวาดกลัว  ธราโกรธจะยิงสลิล ไกรกูณฑ์แย่งปืนไม่อยากให้แม่ฆ่าใครอีก  แต่ด้วยความแค้นแรงธรามากจึงผลักเขาไปกระแทกใหญ่  แล้วพุ่งเข้ากระชากสลิลมาล็อกตัวเอาปืนจี้เป็นตัวประกัน พร้อมบอกไกรกูณฑ์ให้หนี ใหญ่จะวิ่งตาม ไกรกูณฑ์ตัดสินใจล็อกตัวเขาไว้เพื่อให้แม่หนี  สองพี่น้องยื้อยุด  ใหญ่ชกไกรกูณฑ์ล้มไปทับศพอุศเรน เขาขยับหนีหวาดกลัว

ภูผากับทแกล้ววิ่งเข้ามา ไกรกูณฑ์ตกใจรีบบอกว่าตนไม่ได้ฆ่าอุศเรน   นวลขวัญบอกทั้งสองว่าธราจับสลิลไป ใหญ่ตามไปช่วยอยู่  ทุกคนวิ่งตามออกไป...ระหว่างนั้น สลิลเกลี้ยกล่อมให้ธรายอมมอบตัว  เธอตวาดให้เงียบ สลิลไม่หยุดจึงถูกธราฟาดด้วยด้ามปืนคิ้วแตกเลือดซึม

“คุณป้าหนีมาคนเดียวแบบนี้ไม่ห่วงคุณน้อยเหรอคะ ป่านนี้อาจจะถูกตำรวจจับแล้วก็ได้”

ธราชะงักห่วงลูก  ร้องเรียกมองหาไปรอบๆอย่างคนเสียสติ “น้อย...น้อยอยู่ไหน...”

ใหญ่ตามมาจะเข้าช่วยสลิล  แต่ธราหันมาเห็นยิงใส่ เขาโดดหลบโดนถากๆที่แขน...ภูผา นวลขวัญและทแกล้วตกใจเสียงปืน  นวลขวัญว่าท่าทางธราเหมือนคนเสียสติ  ภูผายิ่งเครียด...ไกรกูณฑ์เดินร้องเรียกแม่มาเจอใหญ่หลบอยู่หลังต้นไม้จึงเข้าเขย่าตัวถามถึงธรา  แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นใหญ่ร้องโอ๊ยเพราะเจ็บแผลที่ถูกยิง

“คุณใหญ่ไม่เอาเรื่องแม่ได้ไหม  ผมจะยอมรับผิดทุกอย่างแทนแม่เอง”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย เรารีบตามหาคุณท่านให้เจอก่อนดีกว่า พี่เป็นห่วงลูกหว้า ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงมั่ง” ใหญ่รีบตามธราต่อไป

สลิลถูกลากมาริมลำธาร  พยายามดิ้นหนี  ธราโกรธเอาปืนดุนหลังให้เดิน  สลิลทำใจเย็นลงนั่งจะทำอะไรตนก็ทำ เชื่อว่าใหญ่ต้องตามมาช่วย  ธรายิ้มเยาะ “ดี...ให้มันตามมาเร็วๆ ฉันจะได้ฆ่ามันทิ้งให้สิ้นเรื่อง  เสร็จแล้วจะไปเผาไร่วายุกูลให้สิ้นซากหมดเสี้ยนหนามตำตาตำใจฉันซะที”

“คุณป้าต้องบ้าไปแล้ว” ธราแว้ด ไม่ได้บ้า “ไม่มีคนบ้าคนไหนยอมรับว่าตัวเองบ้าหรอก”

ธราโกรธมาก  ตบสลิลอย่างแรงแล้วจ้องด้วยสายตาน่ากลัว ไม่คาดคิด ธรายิงปืนใส่ เดชะบุญสลิลโดดหลบได้ทันท่วงที...ไกรกูณฑ์ตามเสียงปืนมา  พอธราเห็นลูกก็ดีใจ ลูบเนื้อตัวสำรวจว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ไกรกูณฑ์ชวนหนีเพราะตำรวจกำลังมา

“ไม่! แม่จะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น  วันนี้แม่ต้องฆ่าไอ้ใหญ่ให้ได้ แม่ถึงจะตายตาหลับ” ธราแววตาดุดันเบนกระบอกปืนไปทางใหญ่ ใหญ่ขยับเข้าปกป้องสลิล ก่อนจะถามขึ้นว่า

“ก่อนที่ผมจะตาย คุณท่านช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมครับว่าผมทำผิดอะไร ทำไมคุณท่านถึงได้จงเกลียดจงชังผมมากขนาดนี้”

“ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่ แกกับแม่แกแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันกับน้อย ถ้าไม่มีแกฉันกับน้อยก็ไม่ต้องเป็นอย่างนี้...ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันนี่แหละที่เป็นคนฆ่าอีดวงดาวเอง”

ใหญ่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ธราเปิดเผยความลับว่าวันที่ดวงดาวป่วยหนักแล้วเขามาขอให้ช่วยเรียกรถพยาบาล ตนไม่ได้เรียก แถมแอบมองดวงดาวทุรนทุรายจนตายอย่างสะใจ

“คุณท่านไม่ได้เรียกรถพยาบาลมารับแม่ คุณท่านใจร้ายมากที่ทำแบบนั้น” ใหญ่ผิดหวัง

ธรายิ่งสะใจ เผยความร้ายกาจของตัวเองอีกเรื่อง “ไหนๆแกก็จะตายแล้ว ฉันจะบอกให้แกหายโง่ซะทีว่า เรื่องจัดฉากฆาตกรรมน้อย ที่จริงไม่ใช่ฝีมือนังละเวงหรอก...”

“ฝีมือคุณท่าน...” ใหญ่ช็อกอีกครั้ง ธราหัวเราะร่าเย้ยหยันว่าฉลาดขึ้น

ธราเปิดเผยแผนการว่าตนสั่งให้ไกรกูณฑ์หาเรื่องสาดไวน์ใส่ทำให้เขาโกรธ แล้วตนก็เข้ามาปลอบให้เขาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ให้ละเวงเอาน้ำผลไม้มาให้ดื่ม เมื่อเขาหลับก็จัดฉากอย่างที่เขาเห็นตอนฟื้นขึ้นมา ว่ามีปืนอยู่ในมือ และไกรกูณฑ์นอนตายจมกองเลือดอยู่ ละเวงโผล่เข้ามาร้องไห้ฟูมฟายยุให้เขาหนีไป “แล้วแกก็หลงกลฉัน สติแตก หนีเตลิดเปิดเปิงไป”

“ที่ผมหนีออกมา ก็เพราะผมรู้สึกผิดมาก จนไม่กล้าอยู่เผชิญหน้ากับคุณท่าน” ใหญ่เสียใจ

ธราสวน “เพราะแกเป็นคนเสพติดความสำเร็จ ความเป็นที่หนึ่งจนเคยตัว พอเกิดความผิดพลาดขึ้นมา แกถึงยอมรับมันไม่ได้”

ใหญ่สำนึกในบุญคุณที่ธราเลี้ยงตนมา แต่สาเหตุที่ไกรกูณฑ์ไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง เพราะเขาทำตัวเอง ธราแว้ดใส่เป็นเพราะใหญ่คอยขวาง ถ้าไม่มีเขาสักคนไกรกูณฑ์ก็จะเป็นที่หนึ่ง...ไกรกูณฑ์ฟังอย่างเก็บกดเข้าแย่งปืนธรา ประกาศจะฆ่าใหญ่เอง แม่จะได้เห็นว่าตนไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ให้แม่ตราหน้าว่าไม่เอาไหนไปตลอดชีวิต ธราตกใจเกรงเขาทำเสียเรื่องอีก

ไกรกูณฑ์ระเบิดอารมณ์อย่างอัดอั้น “ต่อไปนี้ผมจะไม่ฟังอะไรแม่ทั้งนั้น ผมจะไม่ยอมให้แม่บงการชีวิตผมอีกแล้ว ผมจะฆ่าไอ้ใหญ่แล้วจะขายไร่วายุกูลซะ ผมรู้ว่าแม่เกลียดไร่นี้มาก ผมจะกำจัดทุกอย่างที่แม่เกลียดจะทำให้แม่ภูมิใจในตัวผมด้วยวิธีการของผมเอง”

ไกรกูณฑ์เล็งปืนไปที่ใหญ่ ท่าทีเขาปวดร้าวกับอดีต ลังเลกับความเป็นจริง สลิลเห็นปืนที่เหน็บอยู่ข้างหลังใหญ่ จึงชักออกมาขู่ไม่ให้ทำอะไรใหญ่ แต่ใหญ่กลับให้เธอวางปืน ตนพร้อมจะตายถ้ามันทำให้ปัญหาทุกอย่างจบ สลิลน้ำตาไหลพราก ธราเร่งให้ไกรกูณฑ์ยิง เขายิ่งกดดันหลับหูหลับตาลั่นไก กระสุนเจาะที่ท้องใหญ่ทรุดลง สลิลร้องกรี๊ดเข้าประคอง ภูผาวิ่งพรวดเข้ามาขอร้องให้พอแค่นี้ ธราตกใจสั่งลูกยิงทุกคน ไกรกูณฑ์สำนึกผิดโยนปืนทิ้ง ธราคลั่งเก็บปืนขึ้นมาจะยิงใหญ่ซ้ำ ไกรกูณฑ์โถมเข้าแย่งปืน ปืนลั่นโดนอกล้มลงก่อนขาดใจเขาขอให้แม่หยุด ธราสติแตกร้องลั่น ไม่มีใครคาดคิด เธอยกปืนยิงขมับตัวเองล้มฟุบอยู่ข้างลูก ทุกคนตกตะลึง...

หลายวันผ่านไป ใหญ่นั่งรถเข็นมองวิวในไร่ ภูผาปลอบใจว่าธราและไกรกูณฑ์ไปสบายแล้ว ไม่ต้องเจ็บปวดจากบาดแผลที่พวกเขาสร้างขึ้นเองอีกต่อไป ใหญ่รำพันทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ ภูผาว่าไม่ใช่เขาที่เจ็บปวด ตนก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน อดีตคืออดีต ผ่านมันไปให้ได้ เราต้องให้เวลากับตัวเอง ค่อยๆทำความเข้าใจแล้ววันหนึ่งเราจะไม่เจ็บปวดกับเรื่องนี้อีก

สลิลซึ่งยืนมองใหญ่อย่างห่วงใย เอ่ยถามว่าเขากลับกรุงเทพฯ แล้วจะกลับมาที่นี่อีกไหม ใหญ่หันมองเธอนิ่งๆไม่เอ่ยตอบใดๆสลิลน้ำตารื้นสะเทือนใจสุดๆ...

เวลาผ่านไป สลิลเห็นข่าวใหญ่เซ็นสัญญาการค้าประสบความสำเร็จในการงาน ภูผาถามว่าเขาติดต่อมาบ้างไหม เธอส่ายหน้าเศร้าๆคาดว่าไร่วายุกูลคงเป็นฝันร้ายที่เขาไม่อยากกลับมา ไม่ทันไรเข็มหน้าตื่นมาบอกว่ามีระเบิดลงที่ล็อบบี้ สองลุงหลานตกใจวิ่งไปดู กลับกลายเป็นเรืองตะวันมาอาละวาดด่าทอวิธูที่หนีมาอยู่ที่นี่...สลิลทนไม่ไหวเข้ามาไกล่เกลี่ย ทำให้ทั้งสองยอมปรับความเข้าใจกันและกลับไปเริ่มต้นชีวิตคู่กันใหม่

สลิลขับรถมาที่ไร่วายุกูลด้วยอดคิดถึงใหญ่ไม่ได้ คนงานกำลังปรับปรุงบ้านก็คิดว่าใหญ่กลับมา แต่คนงานบอกว่าไม่ได้มา แค่โทร.สั่งและได้ส่งม้ามาไว้หนึ่งตัวสลิลแปลกใจเห็นปล่อยกินหญ้าอยู่กลางทุ่ง จึงอาสารับไปเลี้ยงให้เอง เธอเดินไปลูบไล้แผงคอม้าอย่างเอ็นดู รำพันว่าซื้อมา ทิ้งขว้าง น่ารักไปก็เท่านั้น ไม่มีใครคิดถึง ทันใดใหญ่โผล่ออกมาถามคิดถึงมากไหม และว่าตนซื้อม้าตัวนี้ให้ เธอหันมาแทบช็อกถามกลับมาทำไม เขาตอบล้อๆว่ามีคนคิดถึง

“ผมจะกลับมาปักหลักอยู่ที่ไร่วายุกูลนะ สุดท้ายแล้วผมก็รู้ว่าเงินทองหรือความสำเร็จอะไรมันก็ไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขจริงๆ เท่ากับได้อยู่กับคนที่ผมรักหรอก มาอยู่ด้วยกันไหมล่ะ”

สลิลตะลึงถามพูดอะไร ใหญ่ตอบก็อย่างที่ได้ยิน เห็นเธอนิ่งจึงแกล้งยั่วคิดนานขนาดนี้จะกลับไปรอคำตอบที่กรุงเทพฯ สลิลสวน “ที่มาเนี่ยก็ไม่ได้กะจะกลับหรอกนะคะ กะอยู่เลย”

ใหญ่ยิ้มดีใจ โผกอดสลิลแน่น เธอกอดตอบน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน เขาซับน้ำตาให้เธอ และจะไม่ให้เธอมีน้ำตาของความเสียใจอีกต่อไป

–อวสาน–


ละครไฟในวายุ ตอนที่ 11(ตอนจบ) อ่านไฟในวายุ ติดตามไฟในวายุ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 4 ก.พ. 2557 09:19 2014-02-07T01:52:29+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ