ข่าว

วิดีโอ



หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ลานจอดรถร้านกาแฟที่นับดาวกับปราบและทนายนั่งคุยกัน มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดใกล้ๆ อาศัยจังหวะที่ปลอดคน ชายฉกรรจ์ 3 คนลงจากรถตู้ คนนั้นตรงไปปล่อยลมยางรถของนับดาว อีกสองคนไปที่รถของปราบช่วยกันงัดกระจกรถเลื่อนลงมา โยนอะไรบางอย่างเข้าไปตรงที่นั่งคนขับ เลื่อนกระจกขึ้นมาตามเดิมแล้วพากันถอยกลับมาที่รถตู้คันเดิม

เมื่อนับดาวเดินมาถึงรถตัวเอง เจอรถถูกปล่อยลมยางแบนก็ตกใจ ปราบบอกว่าสงสัยจะไปทับตะปูเข้า บอกให้ไปขึ้นรถตนก่อนแล้วจะหาช่างมาเปลี่ยนยางให้

พอขึ้นนั่งบนรถ ก็เห็นกางเกงในผู้หญิงสีสดตกที่เบาะนั่งคนขับ ปราบแปลกใจบ่นว่าของใคร ตนไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาขึ้นรถ หรือว่าจะเป็นของปกป้องเพราะเคยเอารถไปใช้ บอกนับดาวอย่างไร้พิรุธว่าเดี๋ยวจะเอาไปคืนปกป้องเอง

อลิสากับเอมี่ซุ่มดูอยู่ เห็นปราบขับรถออกไปโดยไม่มีปัญหาอะไร เอมี่แปลกใจว่าทำไมวันนี้นับดาวใจเย็นผิดปกติ

แผนขั้นต่อไปคือ ให้อลิสาหารถเช่าเป็นรถตู้รุ่นเดียวสีเดียวแบบเดียวกับของปราบ และให้ทำป้ายทะเบียนปลอมของปราบมาติดด้วย

จากนั้น เอมี่ทำทีเจอสุนทรีโดยบังเอิญแล้วเข้าไปขออนุญาตจะไปถ่ายแฟชั่นที่รีสอร์ต ของเธอ สุนทรีอยากรู้รายละเอียด เอมี่จึงพามาที่รถทำทีขึ้นไปค้นหารายละเอียดให้ แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอจนร้อนอบอ้าวจึงเปิดแอร์แต่ก็แกล้งกระทบโน่นกระแทกนี่ ใส่สุนทรีจนผมเผ้า เสื้อผ้าเยิน หน้าตามันแผล็บ

ระหว่างนั้นเอง อลิสาเดินมากับนับดาวจะเข้าห้าง นับดาวสงสัยว่าวันนี้ทำไมพามาช็อปปิ้งไกลจัง ครู่หนึ่งเอมี่เห็นอลิสากับนับดาวเดินมาก็แกล้งขย่มรถจนสะเทือน ก่อนทำทีค้นหาเอกสารเจอแล้วให้สุนทรีเดินกลับไป

นับดาวเห็นรถของปราบก็เอะใจว่าทำไมมาจอดที่นี่ซ้ำรถยังขย่มสะเทือนราวกับมี ใครทำอะไรอยู่ในนั้น เห็นสุนทรีเดินออกมาในสภาพเยินๆ ซ้ำเมื่อรถตู้คันนี้ขับออกไปยังทิ้งถุงยางอนามัยไว้ด้วย

เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นับดาวซึมไปถนัดตาจนอลิสาถามว่าเป็นอะไรหรือ เธอบอกว่าเปล่า ปวดหัวนิดหน่อยเอง

“ขอโทษนะดาว...น้าทำด้วยความหวังดีน่ะ” อลิสานึกในใจ อดสงสารหลานสาวไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

หลังจากนั้น อลิสาไปหาเอมี่ที่บ้าน บอกว่าไม่สบายใจเลย แม้นับดาวจะไม่แสดงออกแต่ดูออกว่าหลานสาวเจ็บปวดมาก บอกเอมี่ว่าแม้นับดาวจะมีข่าวกับคนโน้นคนนี้แต่คนที่เธอรักจริงๆนั้นไม่มี แม้แต่ชนะชัยก็ไม่ใช่ ถามเอมี่ว่า แบบนี้นับดาวคงไม่ซื้อที่ไปอยู่ใกล้ๆปราบแล้วใช่ไหม

เอมี่พูดอย่างสะใจว่า ตนยังมีแผนสองที่จะขย่มความรักของนับดาวให้พัง คือจะหาคนที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนปราบและผู้หญิงเหมือนสุนทรี ควงกันเข้าม่านรูดให้นับดาวเห็น รับรองคราวนี้นับดาวกระอักเลือดแน่ๆ

ระหว่างนั้น อลิสาเห็นทีวีออกข่าวเรื่องหุ้นของบริษัทชัชฎาตก และหยุดการซื้อขายหุ้นตัวนี้ชั่วคราวพร้อมทั้งจะตรวจสอบผู้บริหารตัวจริงคือ ชัชฎาเพราะมีข่าวว่ามีแต่เปลือกข้างในเน่า
อลิสาเห็นข่าวนี้ถึงกับเป็นลม เพราะเอาเงินไปซื้อหุ้นไว้ถึง 300 ล้าน และรอให้หุ้นราคาดีจึงจะเทขาย แต่แล้วกลับกลายเป็นถูกสั่งระงับการซื้อขาย

อลิสารู้สึกตัวอีกทีก็มานอนที่บ้านแล้ว ถามนับดาวว่าตนกลับมาได้อย่างไร นับดาวบอกว่าเอมี่โทร.มาบอกให้ไปรับ เห็นหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากตนจึงพากลับบ้าน

นับดาวถามว่าน้าไปทำอะไรที่บ้านเอมี่

“น้าได้ยินข่าวลือเรื่องบริษัทคุณชัชฎา ก็เลยไปคุยกับเอมี่ จนรู้ความจริงแต่ก็ทำอะไรไม่ทันแล้ว ดาวดูข่าวรึยัง”

อลิสาร้องไห้เสียใจกับการเดินเกมพลาดครั้งนี้ ขอโทษนับดาว ตำหนิว่าตัวเองไม่น่าโลภเลย ถ้าขายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้นก็ดีแล้ว...คร่ำครวญว่าเงินทุกบาททุกสตางค์อยู่ ในนั้นหมด

“ช่างมันเถอะค่ะ” นับดาวพูดเรียบๆ อลิสายิ่งร้องไห้ถามว่าช่างมันได้ยังไง

“แล้วเราจะไม่ช่างมันได้ยังไงล่ะคะ...ครั้งที่แล้วเราก็เป็นอย่างนี้ เราก็ผ่านมาได้ไม่ใช่เหรอคะ”

“แต่ครั้งที่แล้วเรายังมีที่ดินของพ่อเธออยู่ เรายังมีความหวังที่จะแต่งงานกับคุณจ๊อบ แต่ตอนนี้เราไม่มีที่ดินแล้ว จ๊อบก็พึ่งไม่ได้”

นับดาวปลอบใจว่าอย่างน้อยเราก็ไถ่บ้านคืนมาแล้ว และที่สำคัญน้าอะซ่าก็ยังมีตน ตนยังมีน้าไม่ใช่หรือ อลิสาร้องไห้คร่ำครวญว่าเธอเองก็กำลังจะทิ้งตนไป

“ดาวคงไม่ไปอยู่ที่นั่นแล้วล่ะค่ะ” อลิสาชะงักถามว่าเพราะนายปราบนั่นใช่ไหม เพราะตนเห็นเธอแปลกๆไปตั้งแต่เมื่อวานนี้

“อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ เรื่องหุ้นน่ะช่างมันเถอะค่ะ ได้คืนก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน น้าอย่าลืมสิคะ เงิน 300 ล้านน่ะเราได้มาจากการขายที่ที่เราไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ ตอนนี้มันหายไปก็เหมือนเรากลับมาจุดเดิมแค่นั้นเอง แถมก่อนหน้านี้น้าก็ซื้อของเข้าบ้านมาตั้งหลายอย่าง เราก็เอาไปจำนำได้ แล้วดาวก็รับงานเซเลบจากพี่ฟู่ กลับมาสู่ชีวิตแบบเดิมของเราไงคะ”

นับดาวกอดปลอบใจอลิสา การพูดให้มองในแง่บวกของเธอ ทำให้อลิสายิ้มออก แต่นับดาวเองกลับแอบเศร้า...

ooooooo

บรรดาผู้สื่อข่าวต่างถามเอมี่ว่าตอนนี้ตามหาตัวนับดาวไม่เจอเลย ถามว่าเอมี่เป็นเพื่อนสนิทพอรู้ข่าวคราวอะไรบ้างไหม เอมี่ทำเป็นบอกว่าตนก็งงเหมือนกันว่าทำไมนับดาวถึงออกจากงานวิวาห์ไปแบบนั้น แล้วก็พูดอย่างสะใจว่า คงจะได้กลิ่นว่าบริษัทของชัชฎาจะเจ๊งกระมังเลยรีบถอนตัวแต่ถอนเงินไม่ทันเลย จมไปเกือบสามร้อยล้าน แล้วพูดไปหัวเราะไปว่า

“ตอนนี้คงนอนเครียด น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นหัว เป็นไมเกรนจี๊ดๆทำอะไรไม่ถูก พี่นักข่าวอย่าเพิ่งไปรบกวนเขาเลยดีกว่านะคะ”

ทันใดนั้น นับดาวแหวกผู้สื่อข่าวเข้ามามีอลิสาตามมาติดๆ นับดาวพูดกลางสื่อว่า

“แค่สามร้อยล้านยังไม่เป็นไมเกรนหรอกจ้ะ แต่โดนคนเม้าท์มอยลับหลังน่ะ เครียดกว่าเยอะเลย”

แล้วทั้งคู่ก็ปะทะคารมเชือดเฉือนกันอย่างเจ็บแสบอีกครั้งหลังจากห่างหายไป นาน เอมี่พูดเย้ยว่าถ้าไม่มีบ้านอยู่ไปอยู่บ้านตนก็ได้ นับดาวดูถูกว่าบ้านเธอใหญ่โตก็จริงแต่รสนิยมการแต่งบ้านเรียกว่าทัศนะอุจาด

“ไม่ต้องห่วง ห้องน้ำคนใช้บ้านฉันน่ะ แกอยู่ได้แน่ๆ เพราะฉันเอารูปกากๆที่แกหลอกขายให้ฉันคราวที่แล้วไปติดในนั้น เบิ่งตาดูได้ทั้งวันเลย เป็นคติธรรมว่าบาปกรรมมีจริง หลอกขายของ 30 ล้านสุดท้ายตัวเองต้องเจ๊ง 300 ล้าน ฮ่ะๆๆ”

นับดาวถลึงตาจิกจ้องเอมี่ ต่างจ้องกันตาไม่กะพริบ บรรดานักข่าวถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บอย่างเมามันกับภาพเด็ด

อลิสายิ้มอย่างมีความสุข ที่ชีวิตแบบเดิมๆกำลังกลับมาอีกครั้งแล้ว...

ooooooo

เหตุการณ์ต่างๆเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ณ วันนี้ ปรายฟ้ากับชนะชัยและน้อยหน่า ได้กลายมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ มีพ่อ แม่ และลูกที่มีความรักและความเข้าใจกัน แต่ชัชฎายังต้องเผชิญวิกฤติอาจถูกฟ้องร้องถึงขั้นหมดตัว

ปราบถามถึงชนะชัย ปรายฟ้าเล่าว่าเขามีเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งอาจจะแยกออกไปทำธุรกิจและซื้อบ้านหลังเล็กๆอยู่กันเอง ปรายฟ้าบอกว่าชนะชัยอยากเอาน้อยหน่าไปอยู่ด้วย ปราบให้น้อยหน่าตัดสินใจเองเพราะโตแล้ว

ปรายฟ้าเห็นนิตยสารมีรูปนับดาวขึ้นปกวางอยู่ข้างเขา ถามว่านับดาวเงียบไปเลยหรือ ปราบบอกว่าตนโทร.ไปแต่เธอไม่รับสาย ปรายฟ้าถามว่าแล้วทำไมไม่ไปหา ปราบคิดว่าเธอคงกลับไปใช้ชีวิตแบบที่ชอบและคงไม่มาที่นี่แล้ว

“ปราบ...ถ้าคุณไม่ไปหาเขา คุณอาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้นะ” พูดแล้วปรายฟ้าเดินผ่านไป ทำให้ปราบนิ่งคิด...

ความจริงคือ แม้ว่านับดาวจะกลับไปใช้ชีวิตในโลกมายาเหมือนเดิมแต่เธอไม่มีความสุข จนอลิสาเองก็ไม่สบายใจ

ooooooo

เพราะได้รับคำเตือนจากปรายฟ้า วันนี้ปราบจึงไปดักพบนับดาวที่ล็อบบี้โรงแรมที่เธอรับงานไว้ ปราบตัดพ้อว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ตน นับดาวตอบอย่างเย็นชาว่า “ไม่ว่างค่ะ” แล้วเร่งรัดว่ามีอะไรก็รีบพูดตนต้องรีบไปทำงาน

ปราบถามเรื่องที่เธอเคยคิดจะไปอยู่ที่ไร่ เธอตอบห้วนๆว่า ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เธอทำท่าจะผละไป

ปราบหงุดหงิดถามว่าโกรธอะไรตนหรือ เธอบอกว่าไม่โกรธแต่ผิดหวัง แล้วด่าเขาว่าตะกละ กินไม่เลือก ทำไมไม่นึกถึงจิตใจของตะวันวาดบ้าง ทำเอาปราบงง

อลิสากลัวความแตก รีบเข้าไปเร่งนับดาวให้เข้าไปในงาน มัวมาทะเลาะกันตรงนี้เดี๋ยวปาปารัซซี่ถ่ายคลิปไว้อีก นับดาวจึงสะบัดไป ปราบยังยืนงง ส่วนอลิสาเป่าปากอย่างโล่งใจที่กันนับดาวออกมาได้

แม้อลิสาจะสมใจที่ดึงนับดาวให้อยู่กับตนต่อไปได้ แต่ก็เหมือนตราบาปในใจที่ตัวเองทำให้นับดาวกลายเป็นคนเซื่องซึมเหงาหงอย ดังนั้น เมื่อไปกินกาแฟกับปกป้อง เธอจึงเล่าให้ฟังว่า

“นับดาวเขาอยากออกจากวงการมาทำไร่ทำสวนแบบพ่อแม่เขา แต่ฉันดูออกว่าที่เขาตัดสินใจอย่างนั้นก็เพราะเขารักปราบอยากอยู่ใกล้ปราบ ฉันเลยวางแผนให้นับดาวเข้าใจผิดกับปราบ ตอนนี้นับดาวเลยเปลี่ยนใจล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปอยู่ไร่ แต่สภาพจิตใจเขาน่ะสิ ดูเศร้าซึม หดหู่ยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก”

“คุณทำผิดมหันต์เลยล่ะ คุณอะซ่า” ปกป้องตำหนิรุนแรง ชี้ให้เห็นว่า เธอทำเพราะห่วงตัวเองว่าจะไม่มีหลักประกัน ชี้ให้เห็นว่า สมัยเด็กเรามีพ่อแม่เป็นหลักประกันแต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราต้องเป็นหลักประกันให้ตัวเอง

“ฉันทำไม่ได้...ฉันไม่เก่งพอ ฉันจะทำยังไงดีคะ”

“ลองคิดถึงใจและความรู้สึกของนับดาวดูบ้างสิ แล้วคุณจะรู้ว่าควรทำยังไง” ปกป้องปล่อยให้เธอคิดเอง

เมื่อเขากลับไปที่ไร่เห็นปราบนั่งเงียบเหงาอยู่คนเดียว ปกป้องถามว่าเซ็งเรื่องนับดาวหรือ เขาบอกว่าก็ทำนองนั้นแหละ ปกป้องได้แต่มองอย่างห่วงใยแต่ตัดใจปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองไปก่อน

แล้วน้อยหน่าก็มาบอกปราบว่าชนะชัยชวนไปอยู่ด้วย ตนจะลองไปอยู่สักอาทิตย์หนึ่ง พูดให้ปราบสบายใจว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร ตนก็ยังถือว่าเขาคือพ่อที่เลี้ยงดูตนมาแต่อ้อนแต่ออก เขาคือพ่อที่ตนจะรักตลอดไป ส่วนชนะชัยนั้นเป็นคนทำให้ตนได้เกิดมาเท่านั้น

ปราบเองก็บอกน้อยหน่าว่า ตนรักน้อยหน่าเหมือนพ่อคนหนึ่งที่พึงรักลูก รักโดยไม่หวังอะไรตอบแทน ถ้าน้อยหน่าอยากไปอยู่บ้านพ่อ ตนก็ยินดีด้วย จะได้เจอและอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริง แต่ก็เต็มใจถ้ายังอยากกลับมาอยู่ที่นี่อีก

“หน่ารักพ่อค่ะ รักมากที่สุดเลยค่ะ” น้อยหน่ากอดปราบไว้ ปราบกอดตอบบอกว่า “พ่อก็รักลูกจ้ะ”

หลังจากส่งน้อยหน่าขึ้นรถไปกับชนะชัยและปรายฟ้าแล้ว ปราบก็ทำงานประจำวันต่อไปเหมือนทุกวัน...

ooooooo

จู่ๆทนายก็มาหานับดาว เธอบอกว่าตอนนี้ตนไม่มีเงินซื้อที่แล้ว ทนายบอกว่าตนนัดคนที่ซื้อที่ให้แล้ว ให้เธอไปเจอหน่อยพร้อมกับมอบของที่คนนั้นฝากมาให้ด้วย นับดาวเปิดดูเป็นสมุดบันทึกของนายนิ่ง พ่อของเธอนั่นเอง

นับดาวงงๆ ว่าสมุดบันทึกของพ่อไปอยู่ที่คนนี้ได้ยังไง เขาเป็นใครกันแน่ เธอรีบเปิดอ่านอย่างตื่นเต้น

เป็นบันทึกที่นายนิ่งเขียนที่ไร่ในฝัน...

“พี่เย็นบอกว่า เขาได้ข่าวว่ามีคนจบปริญญามาทำไร่ ก็เลยอยากเห็นหน้า ทันทีที่ผมได้เจอพี่เย็นเราก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จนในยามที่ผมท้อแท้ที่สุดในชีวิตที่ภรรยาผมตายจากไปด้วยโรคร้าย พ่อตาแม่ยายก็มาพรากลูกสาวสุดที่รักไปจากผมอีก ผมโดดเดี่ยวมาก แต่ยังดีที่มีพี่ปรีดากับพี่เย็นเป็นเพื่อนแท้ คอยให้กำลังใจผมต่อสู้บนโลกที่ว้าเหว่ใบนี้ต่อไป”
นับดาวอ่านอย่างเร็ว จึงรู้ว่าพ่อได้เอาเถ้ากระดูกของแม่โปรยลงบนผืนดินที่ไร่ พูดอย่างสะเทือนใจว่า “อยู่กับผมที่นี่ตลอดไปนะเดือน”

หลังจากนั้น นายนิ่งได้ทำพินัยกรรม เดิมทีจะใส่ชื่อนับดาวคนเดียวแต่เกรงว่านับดาวไปอยู่กับตายายแล้วจะฟุ้งเฟ้อ จึงคิดจะใส่ชื่อปรีดาลงไปด้วย ปรีดาถามว่าแล้วถ้าตนตายไปก่อนล่ะ สุดท้ายนายนิ่งจึงใส่ชื่อปราบลูกของปรีดาแทน ให้เหตุผลว่า

“ผมอยากให้เขาเก็บที่แห่งนี้ไว้ ผมกับเดือนก็จะได้คอยอยู่ดูแลปกป้องเขาได้ตลอดไป”

กระนั้นนายนิ่งก็ยังกังวล กลัวนับดาวจะเสียคนเพราะคุณตาคุณยาย ลุงเย็นจึงรับปากให้เขาสบายใจว่า

“งั้นเอาอย่างนี้ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริง ฉันรับปากจะช่วยดูแลลูกสาวคุณให้แล้วกัน”

ในสมุดเล่มนั้น นายนิ่งบันทึกไว้ว่า

“วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมมาช่วยพี่เย็น ช่วงนี้ฝนตกหนัก ผมมาช่วยพี่เย็นทำพนังกันดินถล่ม เราอยู่กินที่บ้านพี่เย็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ขณะที่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะฝนตกหนักเหลือเกิน”

นับดาวอ่านหมดหน้าจะพลิกหน้าต่อไป ปรากฏว่าสมุดหมดอีกแล้ว เธอสงสัยว่าลุงเย็นจะเป็นคนซื้อที่ไว้จึงไปหาที่บ้าน จากการคุยกันจึงรู้ว่า วันนั้นนายนิ่งเอาสมุดบันทึกเล่มนี้ติดตัวมาด้วย แต่ไม่มีโอกาสได้เอากลับ เพราะ...พนังที่สร้างไว้เกิดถล่ม เมียลุงเย็นถูกน้ำพัดไป นายนิ่งกระโดดลงไปช่วย เขาช่วยเมียลุงเย็นไว้ได้ แต่ตัวเองกลับจมน้ำตาย แต่เมียลุงเย็นจมน้ำนานสมองขาดออกซิเจนทำให้เธอกลายเป็นคนไม่ปกติอย่างที่เห็น

นับดาวฟังลุงเย็นแล้วพึมพำ “ดาวเพิ่งรู้วันนี้เองว่าพ่อตายยังไง” แล้วเธอก็ได้รู้เรื่องที่อยากรู้คือ ลุงเย็น

เป็นคนซื้อที่ไว้จริงๆ รู้มากกว่านั้นว่า ลุงเย็นที่แต่งตัวและใช้ชีวิตเรียบง่ายนี้ที่แท้ร่ำรวยมหาศาล สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ถนน ห้องสมุด อ่างเก็บน้ำมากมาย ฟังแล้วนับดาวบอกว่า ลุงเย็นเป็นเศรษฐีที่พิลึกที่สุด ทำไมไม่ใช้เงินซื้อความสะดวกสบายอย่างคนอื่นเขา

“พิล้งพิลึกอะไรกัน มีคนทำแบบเดียวกับลุงมากมาย บางคนรวยกว่าลุง รวยชนิดบรรยายไม่ถูก แต่ใช้ชีวิตสมถะกว่าลุงก็มี ถ้าลุงบอกชื่อรับรองเธอร้องอ๋อแน่...

ตัวอย่างดีๆก็มีให้เห็นเด่นชัด สว่างเหมือนพระอาทิตย์ แต่เราไม่เคยคิดจะทำตาม”

นับดาวบอกว่าตนรู้ตัวเมื่อสายไปแล้ว ลุงเย็นให้กำลังใจว่าไม่สาย เพราะที่ดินที่ซื้อไว้ก็ตั้งใจให้เธอมาอยู่โดยไม่เอาเงิน ลุงเย็นยังพูดถึงแม่เธอว่า ตนเคยถามว่าทำไมถึงยอมมาลำบากกับนายนิ่ง นับดาวถามอย่างอยากรู้ว่า “แล้วแม่ว่ายังไง”

“เขาบอกว่า เขาให้ความรักนำทางชีวิต...เธอเป็นคนฉลาด คิดเอาเองแล้วกัน” พูดแล้วลุงเย็นลุกไป ทิ้งให้นับดาวนั่งคิดอยู่คนเดียว...

ooooooo

คุยกับลุงเย็นแล้ว นับดาวตัดสินใจสืบเสาะเรื่องของปราบอีกครั้ง คราวนี้ให้พี่ฟู่ออกหน้าทำทีไปสอบถามราคาห้องพัก พี่ฟู่บอกว่าเท่าที่ดู สุนทรีไม่ใช่คนไวไฟฟู่ฟ่าอย่างที่นับดาวเล่า แต่แล้วก็มีเรื่องทำให้เธอเขวอีกเมื่อเห็นรถปราบมารับสุนทรีออกไปด้วยกัน นับดาวถอดใจที่จะสืบอีกแล้ว แต่พี่ฟู่จะตามไปดูให้รู้ว่าสองคนไปไหน ไปทำอะไรกัน

พี่ฟู่ให้บูมแมนมาดักฟังการสนทนาแล้วส่งสัญญาณไปให้ฟังกันในรถตู้

ปราบกับสุนทรีคุยกันเป็นปริศนาเรื่องท้อง เรื่องลูกและที่สำคัญสุนทรีบอกว่า “ถ้าเราทำกันที่บ้านฉันคุณดาวคงไม่รู้หรอก” ทำเอานับดาวถึงกับน้ำตาคลอ พี่ฟู่รีบช่วยถอดหูฟังออกด้วยความสงสารเธอ

ส่วนปราบ หลังจากไปดักพบนับดาวและมีปากเสียงกันแล้ว เขายังตัดใจไม่ขาด ตัดสินใจจะลองอีกสักครั้ง

เขาไปดักพบนับดาวที่ไปถ่ายแบบในสวนสาธารณะ เมื่อเธอถ่ายเสร็จจึงเข้าไปทัก บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย

นับดาวยังตะบึงตะบอน ส่วนอลิสาก็พยายามกันท่าเต็มที่ กระซิบกับนับดาวว่า อย่าเลยเดี๋ยวสุนทรีจะลำบากใจ ทำให้นับดาวเอะใจว่าอลิสารู้ได้ยังไงว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับสุนทรี

เมื่อซักไซ้ไล่เบี้ยกันแล้ว ในที่สุดอลิสาก็ยอมสารภาพว่า เรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้นับดาวเข้าใจปราบผิดนั้น เป็นแผนการของตนเอง

“น้าทำอย่างนั้นทำไมคะ” นับดาวถามอย่างเข้าใจไม่ได้ อลิสาบอกว่าทำเพราะไม่อยากให้เธอจากไปไหน แล้วหันไปขอโทษปราบ แต่นับดาวยังไม่ยอมจบ ถามว่าแล้วเรื่องที่ปราบคุยกับสุนทรีที่ร้านอาหารล่ะ จะแก้ตัวอย่างไร

“ผมกับคุณสุนทรีกำลังคุยเรื่องสัตว์ที่มันถึงฤดู กำลังหาทางช่วยมันอยู่ เสร็จแล้วจะพาไปไว้ที่รีสอร์ตคุณสุนทรี แต่เขากลัวมันติดลูกขึ้นมา ผมก็เลยบอกว่าผมจะช่วยเขาดูแลเอง” ปราบชี้แจงอย่างพยายามข่มอารมณ์

นับดาวเหวอไปอึดใจ ยอมขอโทษแต่ก็อ้างว่าสถานการณ์มันชวนให้เข้าใจผิดเป็นแบบนั้น ปราบโมโหที่นับดาวไม่เชื่อใจตนจนเข้าใจผิดและละเมิดความเป็นส่วนตัวกัน แล้วปราบก็ลุกหนีไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

น้อยหน่าไปอยู่กับพ่อจ๊อบของเธอที่ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดปั๊มน้ำมัน น้อยหน่าช่วยทำหน้าที่เด็กปั๊มให้อย่างขยันขันแข็ง

ตะวันวาดคิดถึงจึงขี่มอเตอร์ไซค์ไปตระเวนหา เจอน้อยหน่าในชุดเด็กปั๊ม ตะวันวาดทึ่งที่เธอทำได้ขนาดนี้

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกัน น้อยหน่าบอกว่าตอนนี้ตนช่วยพ่อจ๊อบที่ปั๊มก่อน เดือนหน้าจะไปเป็นพนักงานร้านมินิมาร์ท และถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็จะมาอยู่ที่บ้านนี้ยาวเลย

ชนะชัยคอยดูแลน้อยหน่าอย่างเป็นห่วง เห็นตะวันวาดมานั่งคุยก็มองแบบหวงลูกสาว น้อยหน่าแนะนำว่าตะวันวาดเป็นเพื่อนกัน พ่อจ๊อบเองก็เคยเจอตอนที่ถูกเอาจิ้งจกใส่ในเครื่องดื่มจำได้ไหม ชนะชัยจำได้จึงปล่อยให้คุยกันตามสบาย

น้อยหน่าชวนตะวันวาดกินข้าวเย็นด้วยกัน ชัชฎาที่ย้ายมาอยู่กับชนะชัยถามว่าตะวันวาดเป็นเพื่อนสนิทน้อยหน่าหรือ

“เป็นแฟนค่ะ” น้อยหน่าตอบชัดถ้อยชัดคำทำเอาตะวันวาดสะดุ้ง แต่พอทุกคนฟังเธอชี้แจงว่า เมื่อเป็นแฟนก็บอกว่าแฟนไม่ทำงุบงิบ ตนเรียนหนังสืออ่านข่าวสาร ตนรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ผู้ใหญ่ทั้งสามต่างมองน้อยหน่าอย่างชื่นชม

เมื่อออกมาส่งตะวันวาดที่หน้าปั๊ม น้อยหน่าบอกพ่อจ๊อบของเธอว่า

“พ่อจ๊อบอย่าโกรธนะคะ แต่เรื่องของพ่อจ๊อบกับแม่น่ะ มันทำให้หน่าระวัง ไม่ทำอะไรให้ผิดพลาดหรอกค่ะ”

“พ่อดีใจที่ลูกได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของพ่อ ปราบบอกพ่อว่าลูกเป็นเด็กฉลาดและเป็นผู้ใหญ่พอ ตอนนี้พ่อเชื่อสนิทใจเลย” น้อยหน่าขอบคุณพ่อจ๊อบของเธอ แล้วจูงมือกันเดินกลับเข้าไป

ooooooo

หลังจากปราบโมโหเดินหนีไป และนับดาวรู้ตัวว่าทุกเรื่องที่โกรธเขานั้นตัวเองผิดหมด จึงชวนอลิสาไปหาเขาที่ไร่ ไปถึงไม่เจอและไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน นับดาวจึงให้อลิสาไปคุยกับปกป้อง ส่วนตนจะไปตามหาปราบเอง

อลิสาบอกปกป้องว่า ตนตัดสินใจจะไปทำงานเป็นผู้ช่วยพี่ฟู่ แม้ชีวิตจะลงตัวเรื่องงานแต่เรื่องความรักยังไม่ลงตัว บอกปกป้องว่า ทีแรกจะชวนเขาไปอยู่ด้วยแต่คิดอีกทีคงเป็นไปไม่ได้ และตัวเธอเองก็ไม่ยอมมาอยู่ที่ไร่แน่ๆ คิดแล้วมาลงตัวตรงพบกันครึ่งทาง วางแผนว่า

“วันทำงานฉันอยู่กรุงเทพฯ วันหยุดฉันจะมาหาคุณ หรือไม่ก็คุณไปหาฉัน หรือไม่ก็เราสองคนไปเที่ยวด้วยกัน ดีไหม”

“ยอดเยี่ยมเลยจ้ะ ยอดเยี่ยมที่สุด” ปกป้องมองอลิสา ผู้หญิงที่เป็นรักแท้ของเขาอย่างแสนรัก

ooooooo

ส่วนนับดาวไปหาปราบที่บ้านลุงเย็น เธอบอกลุงเย็นว่าไม่ต้องยกที่ให้ตนหรอก ตนจะเช่าและมาอยู่ที่นี่เลย ลุงเย็นไม่มีปัญหา เรียกนับดาวไปที่คอกวัว บอกว่าปราบเอาของมาฝากไว้ ถ้าเธอตัดสินใจจะอยู่ที่ไร่ก็ให้มอบสิ่งนี้ให้เธอด้วย

มันคือ เจ้ากะทิ นั่นเอง นับดาวดีใจมากเพราะคิดว่ามันเข้าโรงฆ่าไปแล้วเสียอีก ขณะนั้นเอง สุนทรีเดินเข้ามาบอกว่าปราบเอากะทิออกจากโรงเชือดก่อนแล้วเอาไปฝากคนอื่นเลี้ยงไว้ บอกนับดาวว่าปราบเล่าเรื่องที่เธอเข้าใจเขาผิดให้ฟังหมดแล้ว ยืนยันว่าตนกับปราบบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่มีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวเลย

“ค่ะ ดาวรู้ตัวแล้วค่ะว่าดาวเข้าใจผิด” นับดาวฝืนยิ้มอย่างรู้สึกละอายใจ

เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว พี่ฟู่เสนอว่า นับดาวจะออกจากวงการก็น่าจะจัดบ๊ายบายปาร์ตี้ เชิญแต่พวกวงในดีไหม ตั้งชื่อว่า “ปาร์ตี้แขวนดาว” แขกรับเชิญมีเอมี่ด้วย เอมี่บอกโจโจ้ว่า “มันอุตส่าห์เชิญ...งานนี้ต้องจัดหนักให้มันสุดๆไปเลย”

ooooooo

งานนี้มีประมูลของรักของนับดาวเพื่อนำเงินไปบริจาคไถ่ชีวิตโคกระบือ เอมี่อาสาเป็นอ๊อกชั่นเนียร์เอง บอกนับดาวว่าคืนนี้จะขอเซอร์ไพรส์เธอบ้าง

ปกป้องบอกอลิสาที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยพี่ฟู่เป็นงานแรกว่า เมื่อเช้าเจอปราบ ตนชวนมางานแต่ปราบบอกว่ายังไม่แน่ นับดาวพึมพำอย่างหมั่นไส้ว่า “ผู้ชายบ้าอะไร ขี้งอนชะมัด”

ในงานประมูลของรักของหวงของนับดาว เอมี่มีลูกเล่นหยอกแกมหยิกนับดาวตามเคยแต่เป็นบรรยากาศที่รักใคร่กัน จนถึงการประมูลของรักชิ้นสุดท้ายของ
นับดาว พอเอมี่ประกาศ อลิสาก็เข็นรถเข็นที่มีปราบถูกมัดมือมัดปากนั่งอยู่ออกมาให้ประมูลกัน ทำเอาเพื่อนๆที่มาในงานกรี๊ดกันลั่น

นับดาวพยายามจะให้เอมี่หยุด แต่ไม่มีใครฟัง เอมี่ประกาศว่า “ราคาตั้งต้น สองสลึง” เรียกเสียงเฮได้สนั่น พี่ฟู่ให้ห้าบาท โจโจ้ให้สิบบาท สาวใหญ่และกะเทยสองสามคน ให้หนึ่งร้อย หนึ่งพัน และพันห้าร้อย เอมี่บอกว่าเสียเวลาตนประกาศเลยดีกว่า ให้หนึ่งล้านบาทไปเลย

“สิบล้าน” นับดาวโพล่งออกไป แล้วเดินไปปล่อยปราบจากพันธนาการ ขอโทษเขาที่ตนเป็นต้นเหตุให้เขาถูกทำแบบนี้ และขอโทษกับทุกเรื่องที่ผ่านมา สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก ต่อไปนี้ตนจะไม่สงสัยอะไรเขาอีกแล้ว

ทั้งสองมองกันด้วยความเข้าใจ เผยความในใจต่อกัน จนเพื่อนๆพากันเชียร์ให้หอมแก้ม...หอมแก้ม...จนปราบหอมไปฟอดหนึ่ง เสียงเชียร์ที่มีปกป้องเป็นหัวโจกจึงสงบลง

ooooooo

หลายปีผ่านไป นับดาวกลายเป็นสาวชาวไร่ที่ทะมัดทะแมง ช่วยปราบทำงานอย่างเข้มแข็ง เมื่อย้อนไปดูข้างหลังปราบพูดอย่างภูมิใจว่า

“นึกไม่ถึงจริงๆว่าในที่สุดนับดาวว้าวแซบสาวไฮโซสุดแสบจะเป็นสาวบ้านไร่เต็มตัวได้ขนาดนี้” ปราบถามว่าเธอคิดถึงชีวิตแบบนั้นอีกไหม นับดาวบอกว่าก็มีบ้างแต่จะให้กลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกตนไม่เอา แล้ว พูดอย่างมีความสุขว่า

“ฉันชอบชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มากกว่า อยู่ท่ามกลางธรรมชาติกับครอบครัวที่เรารัก...และรักเรา ฉันเคยบอกไหมว่าจริงๆแล้วฉันชอบวิวตอนนี้มากกว่าตอนกลางคืนที่เห็นดาวเต็มฟ้าเสียอีก”

ปราบบอกว่าไม่เคยบอกแต่ตนรู้ รู้จากชื่อลูกที่เธอตั้ง นับดาวยิ้มมองไปที่เด็กหญิงวัย 4-5 ขวบ ที่ยืนอยู่พลางเรียก

“รอดาว...มานั่งตักแม่เร็ว...”

“อย่าเรียกรอดาวเฉยๆสิคะ” หนูน้อยฉอเลาะเสียงใส แล้วเท้าสะเอวโพสต์ท่าเชิดบอกพ่อกับแม่ว่า “เรียกหนูว่ารอดาว...วะ...วะ...ว้าววววววแซบ”

ปราบกับนับดาวมองหน้ากันหัวเราะอย่างมีความสุข ดึงรอดาวเข้าไปกอดอย่างแสนรัก...

ooooooo

–อวสาน-


ละครหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ติดตามหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 17 มิ.ย. 2555 09:10 2012-06-19T01:53:01+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ