ข่าว

วิดีโอ



ไฟหิมะ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: หมู่มวล

กำกับการแสดงโดย: โชติรัตน์ รักเริ่มวงษ์

ผลิตโดย: บริษัท หนุก-หนาน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หลุยส์ เฮส ,อุษามณี ไวทยานนท์

ใช่ว่าหินจะไม่เป็นห่วงแม่และน้องที่อยู่ในเงื้อมมือของคิมหันต์...หลังจากเดินหนีเผือกมา เขาโทร.ไปหาคิมหันต์กำชับเรื่องความปลอดภัยของคนทั้งคู่

“แน่นอน...ฉันจะไม่ทำอะไรแม่แกกับน้องสาวแก ตราบใดที่น้องลินยังปลอดภัย”

“น้องสาวแกปลอดภัยแน่ ปลอดภัยกว่าอยู่กับแกซะด้วยซ้ำ”

“อย่ามาทำปากดีกับฉันนะไอ้หิน แกก็รู้ดีว่าคนอย่างฉันมันเหนือความคาดหมาย คนอย่างฉันกล้าทำอะไรก็ได้โดยเฉพาะเรื่องที่แกไม่กล้าทำ”

“ไอ้คิม! อย่าแตะต้องแม่กับน้องฉันเด็ดขาด”

“มันก็ขึ้นอยู่กับแกนั่นแหละ ว่าแต่เมื่อไหร่แกจะคืนน้องลินให้ฉันซะทีวะ ฉันเริ่มจะหมดความอดทนแล้วนะโว้ย ฉันให้เวลาแกอีกสามวัน ถ้าแกยังไม่คืนน้องลินให้ฉัน แกก็เตรียมรับศพแม่แกกับน้องสาวแกได้เลย”

คิมหันต์วางสายทั้งที่หินยังตะโกนเรียกไม่หยุด ทางฝ่ายนลินน้องสาวสุดรักสุดหวงของคิมหันต์ที่ตกเป็นทาสยาเสพติดโดยที่พี่ชายไม่รู้เห็น แถมคนที่นำพาสิ่งชั่วร้ายนี้มาสู่เธอก็คือภาสกรเพื่อนร่วมอาชีพของเขาเสียด้วย แต่นับว่าโชคดีที่นลินได้รับความช่วยเหลือจากหิน คนที่พี่ชายเธอเกลียดเข้ากระดูกดำ และเวลานี้เธอดีขึ้นมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสกลับมาเป็นนลินคนเดิม จะมีเงียบขรึมบ้างก็ตอนที่จักรมาเยี่ยม

จักรหลงรักนลินจึงเพียรมาเยี่ยมเยียนเธอบ่อยครั้ง โดยเขาหยิบยกข้อตกลงมาอ้างตลอดเพื่อป้องกันเธอผลักไส

“คุณไล่ผมไม่ได้นะ เราตกลงกันแล้วว่าถ้าผมไม่บอกใครว่าคุณอยู่ที่นี่ คุณก็จะให้ผมมาเยี่ยมคุณได้”

“คุณจะเสียเวลาทำไมคะ”

“เสียเวลา เสียตรงไหน เวลาผมมีเยอะแยะ”

“คุณจะมาเสียเวลาเพราะฉันทำไมคะ”

“ก็...ก็เพราะคุณคนเดียวซะเมื่อไหร่ ผมมาเก็บข้อมูลทำงานให้ลูกค้าด้วย ผมเก่งไงเก็บแป๊บเดียวเสร็จ เวลาเหลือเยอะก็แวะมาเยี่ยมคุณ แหม...คนเรารู้จักกัน เคยทำงานด้วยกัน”

นลินยิ้มขำออกมา จักรพูดไปแล้วก็อดเขินไม่ได้...สองคนใกล้ชิดและทำกิจกรรมร่วมกันจนสนิทสนมกันมากขึ้น

ooooooo

ข้อมูลบางอย่างของคิมหันต์ที่ติ๊ยาได้มาทำให้เธอสงสัยอย่างยิ่งว่า “ท่าน” คือใคร แล้วทำไมต้องโอนเงินให้ท่านหลายครั้ง ครั้งละเป็นล้านๆ และล่าสุดสูงถึงสิบสองล้าน

ติ๊ยานำข้อสงสัยนี้เล่าสู่ให้หินฟังทางโทรศัพท์ หินยิ่งห่วงเธอมาก ขอร้องให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่เธอไม่ยอม

“แล้วพ่อติ๊ล่ะคะ ถ้าติ๊ไม่ทำแบบนี้แล้วพ่อติ๊จะหลุดพ้นจากเรื่องนี้ได้ยังไง ใครจะช่วยพ่อติ๊ ถ้าคุณเป็นติ๊คุณก็คงไม่ยอมอยู่เฉยๆนั่งดูชีวิตตัวเองและครอบครัวดิ่งลงเหวไปต่อหน้าต่อตาใช่ไหม ติ๊เดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ติ๊จะต้องไปให้สุดค่ะ อย่าห้ามติ๊เลยนะคะ”

“ผมก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆ นั่งดูคุณกับครอบครัวดิ่งลงเหวไปต่อหน้าต่อตาเหมือนกัน เอาหลักฐานนั่นมาให้ผม ผมจะสู้เพื่อคุณเอง คุณต้องเชื่อใจผมนะติ๊ยา” หินพูดจากใจ ติ๊ยาสัมผัสได้จึงเงียบไป...

ในวันเดียวกัน เผือกเสร็จงานก็รีบร้อนจะกลับออกจากหน่วยพิฆาตไพรี แต่สารวัตรเดินมาดักหน้าจนเขาผงะ รีบทำความเคารพ

“จะรีบไปไหนผู้กองเผือก”

“ไปธุระครับ ประชุมเสร็จแล้วครับ”

“หมู่นี้เจอผู้กอง...เจอหินบ้างรึเปล่า”

“เจอบ้างครับ สารวัตรมีอะไรกับหินเหรอครับ”

“ไม่มี...แค่ถาม” สารวัตรพูดแค่นั้นก็ผละไป เผือกนิ่วหน้างงๆ มองตามด้วยความประหลาดใจ

ooooooo

สุนีย์เพิ่งรู้จากน้ำว่าคิมหันต์จะจัดการทุกอย่างให้หมดโดยที่เธอกับลูกไม่ต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปไหน แม้แต่เรื่องหมอก็จะให้มาดูอาการเธอถึงบ้าน

“ตายจริง จะต้องรบกวนคุณคิมอะไรขนาดนี้ แม่ไปเองก็ได้ เราก็นั่งแท็กซี่ไปกันเองสองคน...ไม่นึกเลยว่าโตขึ้นมาคุณคิมจะเมตตาเราเหมือนกับคุณพ่อเขาไม่มีผิด”

น้ำพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ต้องปล่อยเลยตามเลยให้แม่ชื่นชมคิมหันต์จอมโหด แต่พอวันนี้เผือกติดต่อมาว่าอยู่หน้าบ้าน น้ำดึงดันจะออกไปพบเขาแต่โดนลูกน้องคิมหันต์ขวางกั้นอีก คราวนี้น้ำไม่ยอมเหมือนวันก่อน ผลักไสด่าทอจนได้โผล่หน้ามาคุยกับเผือกตรงรั้วบ้าน

“น้ำ...นี่มันเกินไปแล้วนะ พี่ไม่เข้าใจว่าไอ้หินมันทนอยู่เฉยไม่ทำอะไรได้ยังไง”

“ก็นี่ไง เขามันคนเห็นแก่ตัวไงพี่เผือก”

“ใจเย็นนะน้ำ อย่าเพิ่งเข้าใจไอ้หินผิด มันรักแม่รักน้ำยิ่งกว่าอะไร”

“เหรอ แล้วทำให้พวกเราตกอยู่ในสภาพนี้น่ะเหรอ”

“อ้าวเฮ้ย! ไปได้แล้ว เกะกะขวางทางหน้าบ้าน” ลูกน้องคิมหันต์ตวาดไล่

“หุบปาก! เดี๋ยวพ่อเล่นข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้หมดอิสรภาพซะเลยนี่”

“ฮาว่ะ นี่มันคงไม่รู้ว่านายเราแบ็กแข็งปึ้ก อย่าซ่า เดี๋ยวจะโดนสั่งย้าย”

“พี่เผือกอย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย ว่าแต่มีธุระอะไรกับน้ำเหรอ”

“พี่ซื้อของโปรดของน้ำมาฝาก” เผือกส่งกล่องไอศกรีมที่เหลวเละมาให้ น้ำซึ้งใจรับมาตักกินอย่างไม่เกี่ยงงอน

ooooooo

ประเสริฐอึดอัดลำบากใจที่บริษัทของตนต้องส่ง “สินค้า” ให้คิมหันต์ไม่รู้จักจบสิ้น วันนี้จึงตัดสินใจพูดตรงๆว่าตนส่งสินค้าให้เขาเกินกว่ามูลค่าหนี้ที่ติดค้างแล้ว

“แล้วไง คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ” คิมหันต์ทำไขสือ

“ก็ผมคิดว่ามันน่าจะพอแล้ว”

“มันไม่เห็นแก่ตัวหน่อยเหรอครับ อย่าลืมว่าคุณเป็นหนี้ผมในจำนวนเงิน 500 ล้านก็จริง แต่นั่นมันเงินต้นยังไม่รวมดอกเบี้ย แต่ไอ้ที่ประเมินค่าไม่ได้มันน่าจะเป็นเรื่องที่คุณรอดคุกหรือรอดประหารชีวิตจากคดีค้ายาเสพติดมากกว่า ชาตินี้ยันชาติหน้าก็ไม่รู้ว่าคุณจะใช้หนี้ผมหมดรึเปล่านะคุณประเสริฐ”

ประเสริฐสะอึกหน้าเสีย ติ๊ยาเดินเข้ามาถามว่าคุยอะไรกัน ประเสริฐรีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่ติ๊ยาไม่เชื่อ ทำทีเกาะแขนคิมหันต์อย่างสนิทสนม ถามหยั่งเชิงว่า

“มีความลับอะไรที่ติ๊ยังไม่รู้อีกเหรอคะคุณคิม”

“ไม่มีอะไรครับ คุยธุรกิจทั่วไป ทำไมป่านนี้ไอ้กรยังไม่มา”

หินเข้ามาพอดี แต่ไม่มีภาสกรมาด้วย “ขอโทษนะครับที่มาสาย คุณกรมาเข้าประชุมด้วยไม่ได้ ฝากบอกให้คุณคิมตัดสินใจแทนได้เลย”

“ทำไม? มีอะไรสำคัญกว่าการมาประชุมกับฉัน”

“คุณกรติดลูกค้าสำคัญอีกรายครับ คุณกรฝากนี่มาให้คุณคิมด้วย ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” หินยื่นกระเป๋าให้เที่ยงรับไปแล้วหันหลังกลับ

เที่ยงไม่พอใจ หาว่าหินกร่างมากเกินไปจะตามไปเล่นงานทั้งหินทั้งภาสกร แต่คิมหันต์ตวาดปรามเที่ยงเลยต้องนิ่ง ติ๊ยาลอบมองเขาสองคนแล้วอดเป็นห่วงหินไม่ได้ เย็นนั้นเธอนัดพบเขาอีกครั้งเตือนให้ระวังตัวมากๆ

“ระวังตัวเรื่องอะไรครับ”

“วันนี้ดูคุณคิมไม่พอใจคุณกรมาก ส่วนเที่ยงก็พาลมาถึงคุณ”

“เป็นห่วงผมมากเหรอ”

“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่น”

“งั้นพูดจริง...ผมไม่ชอบเลยเวลาเห็นคุณอยู่กับไอ้คิม แล้วคุณยืนเฉยๆไม่ได้เหรอ ทำไมต้องจับแขนมันด้วย”

“มันเป็นการแสดง”

“คุณยืนเฉยๆก็ได้นี่”

“ฉันเริ่มต้นไปแล้ว ตอนนี้เขาก็ดูวางใจฉันมากแล้ว ฉันไม่อยากเสียโอกาสนี้ไปหรอก”

“ผมจะไม่ทนเห็นอะไรแบบนี้อีก ผมจะรีบทำให้เรื่องนี้มันจบเร็วที่สุด”

“ฉันยังไม่เห็นทางเลยว่าคุณจะจบเรื่องนี้ได้ยังไง”

“รอผม คอยอยู่ข้างๆผม ให้กำลังใจผม เพื่อผู้หญิงสามคนที่ผมรักที่สุดในชีวิต แม่ผม ยัยน้ำ แล้วก็คุณ...ผมจะจบมันให้ได้ ต่อให้ต้องตายผมก็ไม่กลัว”

“ไม่ค่ะ คุณไม่กลัว แต่ฉันกลัว คุณจะเป็นอะไรไปไม่ได้นะคะคุณหิน รับปากกับฉันก่อน”

“ผมจะไม่เป็นอะไร...ผมสัญญา”

ติ๊ยาสวมกอดหินแน่น...โดยมีสายตาใครคนหนึ่งแอบมองมาอย่างไม่ชอบใจ

ooooooo

จักรแวะเวียนมาที่สถานบำบัดยาเสพติดอีกครั้ง แต่วันนี้ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากเจ้าหน้าที่ว่านลินกลับบ้านไปแล้ว

“คุณลินเก่งมากนะคะ สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะได้รับกำลังใจที่ดีด้วยนะคะ”

“แล้วคุณลินกลับบ้านยังไงครับ กลับกับใคร ใครมารับคุณลินไปครับ”

“พี่ชายคุณลินค่ะ”

“พี่ชายที่ชื่อคิมน่ะเหรอครับ”

“ไม่ใช่นะคะ พี่ชายที่ชื่อคุณหินมารับคุณลินกลับค่ะ”

จักรชะงักแปลกใจ...เวลานั้นหินพานลินกลับถึงห้องพักแล้ว เธอขอบคุณเขาที่ให้ชีวิตใหม่ พร้อมกันนี้ก็สาปแช่งภาสกรและทุกคนที่เป็นต้นตอยานรก ขอให้ไม่มีความสุขในชีวิต ตายไปก็ขอให้ตกนรกหมกไหม้ หินสะท้อนใจ เพราะนลินกำลังแช่งพี่ชายตัวเองด้วย

“ลินทำใจให้สบายเถอะนะ ใครทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้นแหละ”

“อย่างนี้พี่หินก็ต้องได้ขึ้นสวรรค์ใช่ไหมคะ พี่หินเป็นเทวดาของลินรู้ตัวไหมคะ”

“ลิน...พี่มีเรื่องอยากขอร้อง”

“บอกมาเลยค่ะ ลินจะทำให้พี่หินทุกอย่าง”

“พี่อยากขอร้องให้ลินกลับบ้าน”

นลินหน้าเสียจะลุกหนีทันที หินขอร้องให้ฟังตนก่อน อธิบายว่าคิมหันต์เป็นห่วงเธอมาก แต่นลินกลับถามว่าพี่ชายตนจ้างเท่าไหร่ให้เขามาพูดแบบนี้ หินไม่โกรธแต่เผลอปรามเสียงขุ่น ทำให้นลินได้สติเอ่ยปากขอโทษเขา

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจดี พี่กับยัยน้ำเองก็มีเรื่องผิดใจกัน ไม่เข้าใจกันเหมือนลินกับคิม แต่สุดท้ายยังไงเราก็มีกันอยู่สองคนพี่น้อง”

“แต่ลินกลัว” นลินไม่กล้าบอกว่าหากกลับไปจะต้องเจอภาสกรอีก

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะ คิมไม่ปล่อยให้ใครรังแกลินหรอก แล้วพี่ก็ไม่ปล่อยให้ใครรังแกลินด้วย”

“จริงนะคะ พี่หินต้องสัญญานะคะ พี่หินจะไม่ปล่อยให้ใครรังแกลินจริงๆ”

“จริงสิ พี่สัญญา...”

ooooooo

เผือกอดรนทนไม่ได้โทร.หาหินอีกครั้ง คาดคั้นว่าเขากับคิมหันต์มีความลับอะไรกัน เพราะปกติคนอย่างเขาไม่มีวันทิ้งแม่กับน้องไว้ในบ้านคิมหันต์อย่างนั้นแน่

“แกไม่ต้องถามแล้ว ฉันกำลังจะไปรับแม่กับยัยน้ำกลับบ้าน”

“จริงเหรอวะ ฉันไปด้วย”

“ไม่ได้! ฉันไปคนเดียว”

“อะไรของแกวะ เอาเหอะๆ กลับมาเมื่อไหร่รีบบอกนะ ฉันจะรีบไปหา...เอ๊ย...ไปเยี่ยมน้านีย์ เออนี่หิน วันก่อนมีคนถามหาแกว่ะ”

“ใคร?”

“สารวัตร...ฉันไม่ได้คิดมากนะ แต่ทำไมฉันรู้สึกมันมีอะไรแปลกๆก็ไม่รู้”

หินชักทะแม่งเหมือนกัน แต่เวลานี้เขามีภารกิจสำคัญต้องพานลินไปส่งให้คิมหันต์ก่อน

ฝ่ายจักรผิดหวังไม่พบนลิน เขาโทร.บอกติ๊ยาว่าหินไปรับนลินกลับบ้าน แต่พอติ๊ยาซักไซ้ว่าไปรับจากที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงรู้ จักรก็อึกอักแล้วตัดบทฉับว่า

“พอก่อนไอ้ติ๊ หยุดถาม เพราะถึงแกจะถามฉันอีกเป็น 100 คำถาม ฉันก็บอกแกได้แค่คุณหินเป็นคนไปรับนลิน แค่นี้จบ”

“จักร...ฉันงงไปหมดแล้ว”

“อย่าว่าแต่แกเลยไอ้ติ๊ ฉันเองก็งงไปหมดแล้วเหมือนกัน ก็แค่อยากบอกให้แกรู้ไว้เผื่อจะได้ไม่เงิบทีหลัง แค่นี้นะเพื่อน”

ติ๊ยาเหวอเพราะจักรวางสายไปแล้ว...ทางด้านหินเมื่อนลินเก็บข้าวของเรียบร้อย เขาพาเธอไปส่งถึงมือคิมหันต์ที่บ้านและหวังจะได้แม่กับน้องสาวคืนมาตามข้อตกลง แต่กลายเป็นคิมหันต์เล่นสกปรก ได้ตัวนลินแต่ไม่ยอมส่งสุนีย์กับน้ำมา แถมยังให้เที่ยงกับสมุนรุมกระทืบหินต่อหน้านลินที่กรีดร้องสงสารหินจับจิต

น้ำได้ยินเสียงวิ่งพรวดออกมาเห็นพี่ชายโดนทำร้ายก็ตะโกนห้ามลั่นไปหมด ก่อนจะถามคิมหันต์ว่าทำอะไรพี่ชายตน

“ฉันก็สั่งสอนให้มันหลาบจำ ต่อไปอย่าบังอาจคิดจะเล่นเกมกับฉันน่ะสิ”

น้ำผลักคิมหันต์แล้วจะเข้าไปช่วยพี่ชายแต่โดนเที่ยงจับเหวี่ยงจนล้มหัวโขกพื้นจนหมดสติ นลินตกใจมากร่ำร้องว่าพี่คิมใจร้าย ตนเกลียดเขาที่สุด

“อุไร ฉันบอกให้พาคุณลินขึ้นห้องไง”

อุไรสะดุ้งโหยง รีบช่วยกันกับสาวใช้ลากนลิน ออกไป ส่วนคิมหันต์สะใจเป็นบ้าเมื่อเห็นหินโดนกระทืบจนลุกไม่ขึ้น

“ช่วยไม่ได้จริงๆว่ะไอ้หิน คนอย่างฉันมันเหนือกว่าแกตรงที่ฉันกล้าทำอะไรที่แกไม่กล้าทำ แกกับฉันมันกระดูกคนละเบอร์”

หินตะเกียกตะกายเรียกหาแม่กับน้อง แต่สุดท้ายทนเจ็บไม่ไหวหมดสติไปอีกคน

ooooooo

เช้าวันใหม่ สารภีได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังระรัวก็เดินแกมวิ่งออกไป แต่ปรากฏว่าไม่มีใครสักคน มีเพียงกล่องโฟมที่เขียนไว้ว่า “ฝากให้คุณติ๊ยา”

ตอนแรกสารภีเข้าใจว่าเป็นพวกแฟนคลับติ๊ยาส่งมาให้ เลยขอตรวจเช็กสักหน่อย แต่กลายเป็นต้องผงะตกใจสุดขีดเพราะในกล่องล้วนเป็นเครื่องในตับไตไส้พุง เมื่อประเสริฐกับติ๊ยาเห็นสิ่งของนั้นก็ตกใจไม่แพ้กัน

“พ่อว่าเราแจ้งตำรวจดีกว่านะลูก”

“อย่าเลยค่ะพ่อ เดี๋ยวจะเป็นข่าวใหญ่โต”

“เป็นก็เป็นไปสิ เราต้องนึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน”

“พ่อคะ ถ้าตำรวจเข้ามาสอบปากคำ สืบนู่นนี่ไปถึงพ่อและตามไปถึงบริษัท มันจะดีเหรอคะ”

“ก็จริงของลูก...นี่แม้แต่จะปกป้องลูกสาวของพ่อ พ่อก็ยังทำไม่ได้เลยเหรอเนี่ย”

“อย่าคิดมากเลยค่ะพ่อ แต่พ่ออย่าว่าติ๊นะคะ ติ๊แค่คิดให้รอบคอบไว้ก่อน”

“เลิกคิดมากเรื่องอื่นเถอะค่ะ รีบคิดก่อนไหมคะว่าใครที่มันส่งไอ้ตับไตไส้พุงพวกนี้มาให้คุณหนู”

ติ๊ยาเครียดหนัก แล้วหลังจากนั้นยังได้รับข่าวร้ายต้องรีบไปยังที่พักของหิน และตกใจมากกับสภาพยับเยินของเขา

“คุณหิน!! ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้ ใครทำคุณคะ คุณคิมใช่ไหมคะ”

หินไม่ตอบ เปลี่ยนเรื่องไปถามเธอว่ามาที่นี่ได้ยังไง?

“เมื่อคืนสายตรวจรุ่นน้องของคุณเผือกเจอคุณที่พงหญ้าข้างทาง คุณเผือกรีบพาตัวคุณมาที่นี่แล้วก็โทร.ให้ติ๊มาช่วยเฝ้าแทนเพราะถูกเรียกตัวด่วน”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณเป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ทำไมคุณต้องปิดบังฉันด้วยคะ ทำไมคุณไม่ยอมบอกว่าเป็นฝีมือใคร”

“บอกไปคุณก็ไม่รู้หรอกครับ งานที่ผมทำมันก็อันตรายแบบนี้ล่ะครับ”

“แน่ใจเหรอคะ นอกจากเรื่องนี้แล้วมีเรื่องอื่นที่คุณปิดบังฉันอีกหรือเปล่าคะ” ติ๊ยานึกถึงเรื่องที่จักรบอกว่าเขาไปรับนลิน ก็เลยคิดว่าน่าจะเกี่ยวโยงกัน

“ทำไมคุณถึงถามผมแบบนี้ล่ะครับ”

“ก็แค่ถามดูน่ะค่ะ เพราะฉันจำได้เราสัญญากันไว้ว่าถ้ามีอะไรเราจะบอกกันทุกเรื่อง ไม่โกหกไม่ปิดบังกัน คุณยังจำได้ไหมคะ”

“ครับ...ผมจำได้”

“ดีจังค่ะ ฉันดีใจนะคะที่คุณรักษาสัญญา” ติ๊ยากัดฟันพูดทั้งที่น้อยใจ ครั้นกลับออกมาจากตัวตึกก็มีเรื่องให้เธอแทบช็อกอกสั่นขวัญระทึก เพราะอยู่ดีๆก็มีหุ่นหล่นลงมาตรงหน้า ที่สำคัญป้ายแขวนคอหุ่นเขียนข้อความข่มขู่ว่า

“ถ้าแกยังไม่หยุด ฉันจะควักไส้แก ฉันจะควักหัวใจแก”

ooooooo

นลินเก็บตัวในห้องด้วยความเสียใจที่พี่ชายทำร้ายหินสะบักสะบอมต่อหน้าต่อตา เช้าวันถัดมาเธอไม่ยอมลงมากินข้าวทำให้คิมหันต์โมโหมาก ขึ้นไปทุบประตูห้องเสียงดังโครมครามโดยมีอุไรยืนหน้าตาตื่นอยู่ใกล้ๆ

“ออกมากินข้าว อย่าดื้อกับพี่อีกนะน้องลิน พี่บอกให้ออกมากินข้าว ได้ยินมั้ย”

“ให้อุไรเอาไปเสิร์ฟคุณหนูลินบนเตียงดีไหมคะคุณคิม”

“ไม่ต้อง ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรทำไมต้องให้กินข้าวบนเตียง น้องลิน...พี่บอกให้ออกมา แล้วลงไปกินข้าวกับพี่ข้างล่าง”

ภายในห้องยังนิ่งเงียบไม่มีการเคลื่อนไหว คิมหันต์หันขวับมาตวาดอุไรเสียงเขียว

“จะยืนเซ่ออยู่ทำไม กุญแจล่ะ กุญแจอยู่ไหน ไปเอากุญแจมา”

อุไรหวาดกลัวจนมือไม้สั่น ดึงกุญแจออกจากเอวตัวเองส่งให้ “อยู่นี่ค่ะ กุญแจอยู่นี่”

คิมหันต์กระชากกุญแจไปเปิดประตูแล้วปิดดังปังจนอุไรสะดุ้งโหยงอยู่หน้าห้องนั่นเอง

นลินนั่งบนเตียงไม่สนใจพี่ชายที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทีฉุนเฉียว

“เลิกดื้อกับพี่ได้แล้ว พี่สั่งให้ลงไปกินข้าวข้างล่างกับพี่”

เมื่อนลินยังไม่ขยับเขยื้อนเหมือนไม่ได้ยิน คิมหันต์ยิ่งฮึดฮัดโมโห

“จะเอาอย่างนี้ก็ได้ ถ้าขืนน้องลินยังดื้อกับพี่อยู่แบบนี้พี่จะสั่งคนไปฆ่าไอ้หินให้ตาย”

ได้ผล! นลินมีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที “พี่คิม...นี่พี่คิมจะใจร้ายใจดำไปถึงไหนคะ ทำไมพี่คิมถึงได้ใจคอโหดเหี้ยมขึ้นทุกวันแบบนี้”

“ก็ถ้าน้องลินยังจะดื้อขึ้นทุกวัน พี่ก็จะโหดเหี้ยมขึ้นทุกวันเหมือนกัน”

นลินจ้องพี่ชายตาขุ่นแล้วลุกขึ้นเดินปึงปังออกจากห้อง คิมหันต์ถอนใจเหนื่อยหน่ายก่อนจะเดินตามไป

ooooooo

ภายในห้องอาหาร อุไรตักข้าวต้มหมูใส่ถ้วยให้ทุกคน คิมหันต์นั่งหัวโต๊ะพยายามสร้างบรรยากาศดีๆ พูดจายิ้มแย้มแทบไม่เหลือเค้าของความโมโหฉุนเฉียวก่อนหน้านี้

“ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้อบอุ่นดีจัง”

นลิน สุนีย์ น้ำและติ๊ยานั่งร่วมโต๊ะ ต่างมีสีหน้าเรียบเฉย ยกเว้นนลินที่ค่อนข้างไปทางบึ้งตึง แต่คิมหันต์วางเฉยไม่สนใจ ชวนคุยต่อไป

“ขอบคุณคุณติ๊ยานะครับ ที่อุตส่าห์มาทานข้าวด้วยกัน”

“คุณคิมสั่งให้มา ติ๊จะไม่มาได้ไงล่ะคะ จริงมั้ย”

“คุณติ๊ยาก็พูดเกินไป พูดแบบนี้ผมก็กลายเป็นคนโหดในสายตาคนอื่นสิครับ”

“น่าเสียดายนะคะ ขาดหินไปคนนึง” สุนีย์แทรกขึ้นมา เล่นเอาคิมหันต์ชะงักกึก ติ๊ยาเองก็อึ้งนิ่งไป

อุไรเดินอ้อมมาตักข้าวต้มให้น้ำ เห็นบริเวณศีรษะมีปลาสเตอร์ปิดแผลก็แกล้งแดกดันเสียงแหลม

“ต๊าย...นี่หัวไปโดนอะไรมาคะคุณน้ำ เจ็บมากไหมคะนี่”

“เป็นอะไรเหรอลูก ทำไมไม่เห็นบอกแม่”

“น้ำไม่เป็นไรมากหรอกค่ะแม่ แค่ซุ่มซ่ามนิดหน่อย”

“แหม...ก็ต้องหัดระวังหน่อยนะคะ อย่าซุ่มซ่ามบ่อยนัก จะได้ไม่เจ็บตัวหนักไปกว่านี้” อุไรยังไม่หยุดปากดี แต่น้ำพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้

คิมหันต์ไม่ว่าอะไรใครทั้งนั้น แต่ชวนทุกคนกินข้าว นลินไม่ทันตักข้าวต้ม แค่เอาช้อนคนก็รู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอม

“น้องลินเป็นอะไรคะ” ติ๊ยาถามด้วยความเป็นห่วง

“เหม็นคาวจังค่ะ”

เท่านั้นเองคิมหันต์โวยอุไรเสียงแข็ง “อุไร ทำข้าวต้มยังไงให้เหม็นคาวแบบนี้”

“เหม็นคาว? ไม่นะคะ” อุไรยกหม้อข้าวต้มขึ้นดมแล้วยืนยันคำเดิมว่าไม่เหม็น

“เหม็นค่ะ เหม็นมาก” พูดแล้วนลินทำท่าจะอาเจียน เลยต้องลุกพรวดออกจากโต๊ะอาหาร ทุกคนมองตามอย่างงุนงง ยกเว้นอุไรที่เผลอหลุดปากว่า

“คุณหนูลินเป็นอะไรไปคะเนี่ย ทำท่าอย่างกับคนท้อง”

“ว่าไงนะ” คิมหันต์ถามเสียงดัง

“ว้าย...เปล่าค่ะเปล่า อุไรไม่ได้ว่าอะไรนะคะ”

คิมหันต์นึกถึงช่วงหนึ่งที่นลินหายไป เขาเริ่มคล้อยตามคำพูดของอุไรจึงไปนำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์มาให้นลิน

“ไม่นะคะ นี่มันเกินไปแล้วนะคะพี่คิม ลินไม่ทำ”

“น้องลินต้องทำ”

“นี่พี่คิมจะไม่ไว้หน้าลินมั่งเลยเหรอคะ ทำไมจะต้องประจานแบบนี้ด้วย”

“ถ้าน้องลินไม่ท้องก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร หรือจะรอให้ท้องมันโตขึ้นมาประจานตัวเอง ชอบแบบนั้นใช่มั้ย”

นลินอึ้ง คิมหันต์สั่งอุไรพานลินไปห้องน้ำ อุไรไม่กล้าขัดคำสั่งรีบต้อนนลินไปจนได้ สุนีย์ตามองไม่เห็นแต่ได้ยินทุกอย่าง เตือนคิมหันต์ว่า

“ใจเย็นๆเถอะนะคะ พี่น้องกันมีอะไรก็ค่อยๆคุยกัน สงสารคุณลินนะคะ”

“น้านีย์ก็เตรียมสงสารไอ้หินของน้าไว้ด้วยเถอะ”

“หมายความว่ายังไง”

“เดี๋ยวก็รู้” คิมหันต์พูดเป็นปริศนา...แล้วผลการทดสอบก็ปรากฏว่านลินท้องจริงๆ ทุกคนงงมาก คิมหันต์คาดคั้นน้องสาวให้บอกมาว่าใครเป็นพ่อเด็ก แต่นลินปกปิดไม่ยอมเปิดปาก ทำให้เขาเดือดดาลกระชากเธออย่างไม่ปรานี

“ถ้าน้องลินไม่บอก พี่จะทุบมันให้ตาย”

“อย่า...อย่าค่ะพี่คิม ลินขอร้อง”

“งั้นน้องลินบอกพี่มาเดี๋ยวนี้ ใครเป็นพ่อของเด็กในท้องน้องลิน ใคร?”

นลินกลัวตัวสั่น ตัดสินใจพูดชื่อหินออกมา คราวนี้ทุกคนช็อกกันหมด

“ไอ้หินมึงตาย!” ว่าแล้วคิมหันต์พุ่งออกไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงกรีดร้องของนลินที่ห้ามไม่ให้เขาทำอะไรหิน

“พี่ติ๊ยาช่วยด้วย ช่วยห้ามพี่คิมด้วยสิคะ พี่ติ๊ยาช่วยพาลินไปที เราต้องไปช่วยกันห้ามพี่คิมนะคะ”

ติ๊ยายืนอึ้งเพราะตั้งตัวไม่ทัน

ooooooo

คิมหันต์มาราวพายุ ถีบประตูอย่างแรงแล้วพรวดพราดมาในห้องพักของหินโดยมีเที่ยงกับสมุนตามติด เขากระชากหินมาต่อยเปรี้ยงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

“อะไรอีกวะไอ้คิม”

“ฉันสิต้องถามแกไอ้หิน แกจะจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน แกรู้ว่าน้องลินคือดวงใจของฉัน แกเลยวางแผนทำกับน้องลินแบบนี้ใช่มั้ย แกกระทืบหัวใจฉันมาตั้งแต่เด็กยังไม่พออีกเหรอ แกอยากกระทืบหัวใจฉันไปตลอดชีวิตใช่มั้ย วันนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้แกกระทืบหัวใจฉันอีกต่อไปแล้ว”

คิมหันต์ชักปืนจะยิงหิน ทันใดนลินวิ่งพรวดเข้ามาพร้อมติ๊ยา ร้องห้ามเสียงหลงและเอาตัวขวางหินไว้

“พี่คิมอย่าทำอะไรพี่หินนะคะ”

หินงุนงง มองติ๊ยาและนลินแล้วถามว่า “นี่มันอะไรกัน”

“ลินขอโทษพี่หิน...ลินขอโทษ”

“น้องลินจะไปขอโทษมันทำไม หลบไปน้องลิน พี่จะฆ่ามัน คนอย่างไอ้หินไม่สมควรจะเป็นพ่อเด็กในท้องของน้องลิน”

“ว่าไงนะ เด็กในท้อง?” หินอุทานด้วยความตกใจ นลินร้องไห้โฮ พูดแต่คำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาจนหินเดารูปการณ์ได้ มองติ๊ยาแล้วโพล่งออกมา

“ไม่ใช่...ไม่จริง”

คิมหันต์สุดทนเอาปืนตบหน้าหินแล้วด่าซ้ำ “ไอ้ชั่ว กล้าทำไม่กล้ารับ”

ติ๊ยาผิดหวังกับหินจนน้ำตาคลอ เดินออกไปร้องไห้นอกห้อง ส่วนหินถูกสมุนคิมหันต์จับคุกเข่า เที่ยงล็อกตัวนลินไว้

“ไงล่ะไอ้หิน ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเป็นพ่อของเด็กในท้องน้องลิน”

หินไม่ตอบแต่เหลือบมองนลินที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด...การไม่ตอบเท่ากับเป็นการยอมรับ ทำให้คิมหันต์โกรธจัดจะยิงหิน แต่นลินสะบัดหลุดจากเที่ยงพุ่งไปขวาง

“พี่คิม...ลินขอร้องอย่าทำอะไรพี่หินเลย ถ้าจะลงโทษ ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าลินดีกว่า ลินรักพี่หินเอง พี่หินไม่ได้บังคับลิน ลินเป็นฝ่ายผิดเอง ถ้าพี่คิมไม่ฆ่าลินวันนี้ลินก็ต้องฆ่าตัวตายตามพี่หินไปอยู่ดี เพราะลินคงจะทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”

“นี่ลินรักไอ้หินถึงขนาดนี้เชียวเหรอ”

“ได้โปรดเถอะพี่คิม ถ้าจะฆ่าพี่หินก็ขอให้ฆ่าลินด้วย”

“เลว!! พวกแกนี่มันเลวกันทุกคน เห็นแก่ตัว ไม่มีใครรักฉันเลยซักคน แม้แต่น้องสาวของฉัน ดี!! ถ้างั้นก็อย่ามาด่วนตายเลย มันง่ายเกินไป เรื่องอะไรฉันจะปล่อยพวกแกลงนรกไปด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก ในเมื่อฉันยังอยู่ แกก็ต้องอยู่กับฉัน อยู่ในกำมือฉัน อยู่ใต้อุ้งตีนฉัน ให้ฉันบีบ ให้ฉันกระทืบให้สะใจมันถึงจะถูก ...ไอ้หิน แกต้องแต่งงานกับน้องลิน”

“พี่คิม...”

“ไม่ชอบเหรอ ก็รักมันมากไม่ใช่เหรอ รักมันพี่ก็จะจัดงานแต่งงานให้ไงล่ะ”

“แต่...แต่พี่หินยังไม่ได้หย่ากับพี่รตี”

“อีหน้าผีนั่นเหรอ จะไปสนใจมันทำไม ถึงจะไม่หย่าก็แต่งได้ ใครจะทำไม แกต้องแต่งงานกับน้องลิน แล้วแกก็ต้องมาอยู่กับฉัน มาเป็นขี้ข้าฉัน ไม่ใช่ไอ้กร...ต่อไปนี้แกต้องฟังฉัน ทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง ถ้าฉันสั่งให้แกไปตายแกก็ต้องไปตาย ถ้าทำไม่ได้ แม่แก น้องแก ลูกแก ก็จะต้องตายแทนแกทีละคนต่อหน้าแก เข้าใจมั้ยไอ้หิน”

“พี่คิม!!” นลินร้องไห้โฮ รู้สึกผิดต่อหิน

หินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ จำยอมรับชะตากรรมโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สุนีย์ถึงกับสะอื้นในอก รำพึงรำพันเศร้าสะเทือนใจมากเมื่อรู้ว่านลินท้องกับหิน

“นี่มันอะไรกัน หินทำหนูลินท้อง หินจะต้องแต่งงานกับหนูลิน...”

“ลินขอโทษนะคะคุณน้า ลินผิดไปแล้ว”

น้ำรับไม่ได้กระชากนลินมาตบฉาด “นังลิน แกนี่มันร้ายที่สุด ทำแอ๊บเป็นคุณหนูผู้น่าสงสารที่แท้แรดฟาดเรียบ แกทำกับพวกเราแบบนี้ได้ยังไง แกทำได้ยังไง”

น้ำตบนลินไม่ยั้ง อุไรกับพวกแม่บ้านวิ่งกรูมาโวยวายด้วยความตกใจ

“ตายแล้วๆ หยุดเดี๋ยวนี้อีนังเนรคุณ แกทำอย่างนี้กับคุณหนูลินได้ยังไง แล้วพวกแกจะยืนเซ่ออยู่ทำไม ตบมันเลยสิ”

พวกแม่บ้านวิ่งเข้าใส่น้ำ เกิดการมะรุมมะตุ้มกันนัวเนียไปหมด น้ำไม่กลัวใครหน้าไหนแล้วยังพยายามจะจิกนลินมาตบซ้ำ แต่คิมหันต์เข้ามาตบเธอล้มคว่ำเสียก่อน

“ถ้าขืนแกแตะต้องน้องลินอีก ฉันเอาแกตายแน่นังน้ำ”

“ไอ้คิม เลวทั้งพี่ทั้งน้อง...เห็นรึยังแม่ น้ำบอกแม่แล้วใช่มั้ย ไอ้พี่น้องคู่นี้มันเลวร้ายแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเชื่อน้ำ เราดีกับมันแค่ไหน พ่อยอมตายเพื่อพ่อมันแท้ๆ มันยังทำกับพวกเราได้ถึงขนาดนี้”

“หุบปาก! พ่อแกมันโง่ให้โจรกระจอกๆ ยิงตายเองนี่หว่า พ่อฉันอุตส่าห์เลี้ยงดูพวกแก ส่งเสียให้เรียนจบมันก็เกินพอซะด้วยซ้ำ แถมไอ้หินยังเนรคุณทำน้องลินท้องแบบนี้ ฉันไม่ฆ่าล้างโคตรพวกแกก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว ยังไม่สำนึก ต่อจากนี้ไปก็เจียมกะลาหัว อย่าหือเข้าใจมั้ย”

“คุณคิม...” สุนีย์พูดได้แค่นั้นก็หน้ามืดฟุบลง น้ำร้องลั่นผวามาประคองแม่ นลินห่วงสุนีย์จะเข้ามาช่วยเหลือแต่โดนน้ำผลักไสไม่ให้ยุ่ง

ooooooo

จักรรู้เรื่องนลินท้องจากติ๊ยาก็อึ้งกิมกี่ นั่งนิ่งเงียบไปด้วยกันทั้งสองคนอย่างไม่รู้จะพูดอะไรกันจริงๆ

รุ่งขึ้นคิมหันต์โทร.ตามติ๊ยามาพบที่บ้าน เขามีเรื่องด่วนไหว้วานให้เธอทำ

“ผมอยากให้คุณติ๊เป็นแม่งานจัดงานฉลองให้น้องลินกับไอ้หินได้ไหมครับ แค่งานเลี้ยงเล็กๆภายใน มีแค่คนในครอบครัว รายละเอียดทุกอย่างผมยกให้คุณติ๊ยาตัดสินใจคนเดียวเลย”

“จะดีเหรอคะ”

“ต้องดีสิครับ รสนิยม ฝีมือระดับคุณติ๊ยาแล้ว ผมมั่นใจ ถือซะว่าเป็นการซ้อมก่อนจะถึงงานจริงของเราสองคนก็ได้ โอเคไหมครับ”

ติ๊ยากล้ำกลืนความเจ็บปวดฝืนยิ้ม คิมหันต์ฉวยโอกาสหอมแก้มเธอด้วยความดีใจ

เพียงเช้าวันถัดมา คิมหันต์ก็พานลินไปที่ร้านชุดวิวาห์ โดยมีติ๊ยาและทีมงานจากบริษัทของจักรมาร่วมด้วยช่วยกันทำงานนี้

“ติ๊คงต้องขอเอาทีมงานของติ๊มาช่วยจัดงานนะคะ เพราะถึงจะเป็นงานภายในแต่ก็มีรายละเอียดเยอะอยู่”

“ด้วยความยินดีครับ เพราะถึงจะเป็นงานภายในแต่ก็เป็นงานของน้องสาวคนเดียวของผม ผมต้องเต็มที่”

“ที่ติ๊ต้องขอให้พวกเรามาช่วยก็เพราะพวกเราเป็นทีมงานที่รู้ใจ”

“ก็เข้าใจค่ะบอส ว่าแต่ใครเป็นเจ้าบ่าวคะ ยังไม่เห็นมา”

ทันใดนั้นหินเดินเข้ามา พวกจินนี่มองตาพองก๋าและตั้งท่าจะซักถาม แต่ติ๊ยาไม่เปิดโอกาส บอกให้เริ่มงานกันได้แล้ว

ทั้งการเลือกชุดและพูดคุยรายละเอียดสร้างความอึดอัดลำบากใจให้ติ๊ยาอย่างที่สุด ซึ่งเธอต้องอดทนอย่างสูงกว่าจะผ่านมันไปได้

เมื่อคิมหันต์พานลินกลับไปแล้ว ติ๊ยาเก็บรวบรวมข้าวของและเสื้อผ้า จู่ๆหินเดินเข้ามาเอามือปิดปากเธอเพื่อไม่ให้ส่งเสียง

“ได้โปรดฟังผมสักนิดนะครับติ๊ยา”

ติ๊ยานิ่งเงียบ หินค่อยๆปล่อยมือจากปากแล้วโอบกอดเธอพร้อมวิงวอน

“ผมขอโอกาสครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมขอให้คุณเชื่อผม รอผมอีกสักนิด...นิดเดียวได้ไหมครับคุณติ๊ยา”

“ใจคอคุณจะหลอกฉันไปถึงไหนคะคุณหิน เสียแรงที่ฉันไว้ใจคุณ เชื่อคุณมาตลอด เชื่อถึงขนาดฝากชีวิตฝากความเป็นความตายของฉันของพ่อฉันไว้ในมือคุณ ที่แท้คุณกับไอ้คิมมันก็พวกเดียวกัน เลวเหมือนกัน”

“ไม่ใช่นะติ๊ยา ฟังผมก่อน”

“ฉันไม่ฟัง ฉันให้โอกาสคุณมามากพอแล้วคุณเองต่างหากที่เป็นคนปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป อย่านึกว่าฉันจะโง่ให้คุณหลอกได้ทุกเรื่อง หลักฐานสำคัญที่ฉันให้คุณไปฉันมีก๊อบปี้ไว้หลายชุด ถ้าคุณคิดจะเล่นงานฉันก็รีบๆหน่อย เพราะถ้าฉันได้เข้ามาพบผู้ใหญ่เมื่อไหร่ คุณ ไอ้คิม และไอ้พวกค้ายาทั้งหลายตายแน่”

“ไม่นะติ๊ยา...อย่านะ” หินกลัวติ๊ยาได้รับอันตราย แต่เธอไม่ฟังเขาอีกแล้ว ผลักเขาหงายหลังก่อนจะวิ่งออกไปทันที...

คราวนี้ติ๊ยาพูดจริงทำจริง เธอไปพบท่านรองฯในเช้าวันรุ่งขึ้นพร้อมหลักฐานสำคัญ

“สวัสดีคุณอาทิตยา มีธุระอะไรกับผมไม่ทราบ”

“ขอบพระคุณนะคะที่สละเวลาให้ดิฉันได้เข้าพบ”

“ยินดีครับ ท่านกิตติฝากฝังมา ผมก็ต้องรีบจัดคิวให้ผู้หลักผู้ใหญ่รู้จักกันมานาน คุณมีอะไรก็ว่ามา”

“คือดิฉันมีเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการ...” พูดแค่นั้นติ๊ยาชะงัก เพ่งมองแหวนที่นิ้วท่านรองฯ ซึ่งมีสัญลักษณ์เหมือนในไฟล์ลับของคิมหันต์ที่เธอสงสัยว่า “ท่าน”คือใคร?

“เงียบทำไม เมื่อกี้หนูว่าหนูมีเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการ ขบวนการอะไร” ติ๊ยายังเงียบงัน มือที่หยิบทัมบ์ไดรฟ์สั่นเทา “ว่าไง ผมถามว่าขบวนการอะไร”

ติ๊ยากลัวแต่พยายามเก็บความรู้สึก ยัดทัมบ์ไดรฟ์กลับเข้าไปในกระเป๋าอย่างเบามือที่สุด พอดีกับที่ท่านรองฯลุกมายืนข้างๆ

“นี่หนูเป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ ดิฉันแค่คิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเล็กเกินไปที่จะนำเรื่องนี้มารบกวนท่านน่ะค่ะ”

“เรื่องอะไรก็ว่ามาก่อนสิ”

“คือดิฉันมีเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการค้าเนื้อสุนัขเนื้อแมวน่ะค่ะ ดิฉันว่าควรไปแจ้งมูลนิธิคุ้มครองสัตว์อะไรพวกนั้นดีกว่า ใช่ไหมคะท่าน”

“ก็ไม่เป็นไรนะ ฝากเรื่องไว้แล้วผมจะดูให้”

“คิดๆแล้วเกรงใจมากค่ะ ต้องกราบขอประทานโทษที่รบกวน ดิฉันขอตัวดีกว่าค่ะ ไม่อยากรบกวนเวลาอันมีค่าของท่าน สวัสดีค่ะ”

ท่านรองฯรับไหว้และมองตามเธอไปอย่างไม่ไว้ใจ ...ฝ่ายจักรพอรู้ว่าติ๊ยาไปพบเจออะไรมาก็โวยวายเพื่อนรักว่าเพี้ยนจนสติแตกแล้วหรือ นึกว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังสายลับหรือยังไง

“ไอ้จักร แกไม่ต้องเสียงดังได้มั้ย แค่นี้ฉันก็หัวใจจะหยุดเต้นอยู่แล้ว”

“นี่แกรู้ตัวไหมว่าแกกำลังทำอะไรอยู่”

“รู้สิ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่ไม่รู้ก็คือฉันไม่รู้จริงๆว่าจากนี้ไปฉันจะเชื่อใจใครได้อีก”

เวลาเดียวกันนั้น ท่านรองฯร้อนใจรีบส่งข่าวไปยังคิมหันต์ แต่เจ้าตัวกลับไม่เชื่อว่าติ๊ยาจะแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการค้ายาของเรา

“ของคุณ...พูดดีๆ ผมแค่เปิดทางให้”

“ครับ...ของผม เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา พ่อของเธอก็ต้องโดนด้วยเต็มๆ”

“ถึงยังไงมันก็ดูไม่ชอบมาพากล ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดานะคุณคิม”

“ของดีมันก็ต้องมีคมบ้างครับท่าน”

“ก็ให้ระวัง...ของดีมีคมที่ว่ามันจะแทงเราเหวอะหวะเข้าล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงครับท่าน ถ้าใครมันคิดแทงผมข้างหลัง ผมเชือดคอมันทิ้งก่อนแน่” คิมหันต์ทิ้งท้ายแล้ววางสาย

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างนลินกับหินจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนตามความต้องการของคิมหันต์ ซึ่งติ๊ยารับหน้าที่สำคัญไม่ต่างจากแม่งานและมีลูกทีมคือบรรดาพนักงานในบริษัทของจักร หนึ่งในนี้คือจินนี่เลขาจอมจุ้นจ้านของจักรนั่นเอง

แล้วจินนี่ก็จุ้นจ้านจนได้ หลังจากสงสัยตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าบ่าวสาวคือหินกับนลิน ในงานวันนี้เธอออกตัวกับติ๊ยาว่า

“บอสติ๊คะ อย่าว่าจินนี่สาระแนเลยนะคะ คือจินนี่งงจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณหินกับคุณนลินถึงได้แต่งงานกัน แล้วทำไมถึงได้แต่งเงียบๆเล็กๆแค่นี้ แล้วทำไม...”

“แล้วทำไมจินนี่ถึงไม่รีบทำงานให้เรียบร้อย ใกล้จะถึงเวลาแล้วนะ”

จินนี่หน้าเจื่อน นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้วยังโดนตำหนิอีก จังหวะนี้พนักงานอีกคนวิ่งมาบอกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงแล้ว ทุกคนจึงกรูไปด้านหน้า ทิ้งติ๊ยายืนหน้าเศร้าอยู่คนเดียว

คิมหันต์ลงจากรถพร้อมนลินในชุดเจ้าสาวสวยหวาน หินกับน้ำพาสุนีย์ตามลงมา สีหน้าน้ำบึ้งตึงไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด บ่นกับพี่ชายว่าตนไม่เข้าใจและไม่อยากเชื่อเลย ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

คิมหันต์ปั้นยิ้มต่อหน้าแขกเหรื่อที่มีน้อยนิด บอกให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาว ติ๊ยายืนมองจากมุมหนึ่งเห็นหินเดินมาจับมือนลินด้วยความรู้สึกเจ็บปวดร้าวรานใจ

“พร้อมแล้ว...เราเข้าไปในงานกันได้แล้ว” คิมหันต์จะเดินนำไป แต่พอดีเที่ยงที่เพิ่งรับโทรศัพท์ปรี่มากระซิบ หินลอบมองสีหน้าคิมหันต์ก็รู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่

“แกรีบไปคุมงานทางโน้นให้เรียบร้อยก็แล้วกัน” คิมหันต์สั่งเที่ยง

“จะดีเหรอครับ ผมเป็นห่วงนาย”

“จะห่วงฉันทำไม แค่ไอ้คนกระจอกๆ แค่งานเลี้ยงเล็กๆ ฉันสั่งให้แกรีบไปก็ไปสิวะ เสร็จแล้วค่อยรีบกลับมา”

“ครับนาย” เที่ยงรีบวิ่งไปขึ้นรถ หินมองตามสงสัย แต่โดนคิมหันต์เร่งให้รีบพานลินเข้าไปข้างใน

หินยื่นแขนให้นลินควงเดินไป คิมหันต์ขยับมาทางติ๊ยา ขอบคุณเธอที่ช่วยเป็นแม่งาน หญิงสาวยิ้มบางๆ แทนคำตอบ

สุนีย์มองไม่เห็นแต่รับรู้ว่าตนมางานแต่งงานลูกชาย บ่นสงสารหินเหลือเกิน น้ำรู้สึกไม่ต่างกัน แทบร้องไห้ออกมาขณะพูดกับแม่ว่า

“บางที...ถ้าน้ำไม่ต้องเห็นอะไรเลยเหมือนที่แม่ไม่เห็น มันก็อาจจะดีซะกว่าที่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้จริงๆนะแม่”

ooooooo

เที่ยงรีบไปคุมลูกน้องขนยาเสพติดโดยใช้รถขนส่งสินค้าบริษัทของประเสริฐเหมือนเคย แต่ครั้งนี้เผือกนำหน่วยพิฆาตไพรีบุกเข้าจับกุม ประเสริฐอยู่ในเหตุการณ์ตกใจกลัวแทบสิ้นสติ ส่วนเที่ยงกับลูกน้องที่ขัดขืนการจับกุมโดนยิงตายทั้งหมด

ด้านท่านรองฯที่เอาตัวเข้ามาพัวพันกับคิมหันต์ วันเดียวกันเขาโดนสารวัตรมาเชิญตัวไปสอบสวน 

ท่านรองฯหน้าซีดเป็นไก่ต้ม โวยวายขัดขืน

“นี่มันอะไรกันสารวัตร”

“ผมได้รับมอบหมายให้เชิญตัวท่านรองฯครับ”

“เชิญผมทำไม เชิญไปไหน ผมไม่ไป”

“เรามีหมายเชิญ กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ”

“อะไร ผมไม่ไป ผมไม่ไป...”

ท่านรองฯพยายามขัดขืนแต่ที่สุดก็ถูกควบคุมตัวไปจนได้...

เมื่อคิมหันต์รับรู้จากท่านรองฯทางโทรศัพท์ก็ตกใจ แต่ยังรับปากจะรีบเคลียร์ให้เขาโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็เร่งเร้าพิธีแต่งงานระหว่างหินกับนลิน แต่นลินเกิดมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและเกิดความวุ่นวายขึ้น

คิมหันต์โกรธแค้นติ๊ยาเพราะรู้ชัดแล้วว่าเธอให้เบาะแสกับตำรวจเรื่องเขาค้ายาเสพติด เขาคว้าตัวเธอมาล็อกคอจนผู้คนตกอกตกใจ หินขยับจะเข้ามาช่วยก็โดนตวาด

“คนที่แกต้องห่วงคือน้องลินต่างหาก แกจะห่วงนังตัวแสบนี่ทำไม”

“คิม...ปล่อยคุณติ๊ยาเถอะ” หินขอร้อง

“จะปล่อยให้มันมาแว้งกัดฉันให้โง่เหรอ” คิมหันต์รัดคอติ๊ยาแน่นขึ้น พูดกรอกหูอย่างเหนือกว่า “แกต่างหากที่โง่ โง่บัดซบ กัดใครไม่กัด คิดจะมากัดคนอย่างฉัน... ไหนๆคนที่ฉันเกลียดก็มาอยู่กันครบ ถ้างั้นก็ตายพร้อมๆกันซะเลย เริ่มจากแกก่อนนังติ๊ยา”

คิมหันต์ชักปืนจะยิงติ๊ยาแต่หินปราดเข้ามาเลยโดนยิงเฉียดไหล่ “อยากตายคนแรกใช่มั้ยไอ้หิน”

“พี่คิม...” เสียงนลินเรียกพี่ชายดังลั่น ทุกคนหันขวับไปเห็นเธอโดนผู้หญิงใส่แว่นดำอันใหญ่ปกปิดหน้าตาล็อกตัวและเอาปืนจ่อ

“แก...แกเป็นใคร ปล่อยน้องลินเดี๋ยวนี้”

“ปล่อยให้อีนี่ไปแต่งงานกับผัวฉันน่ะเหรอ...ไอ้คิม”

หญิงคนนั้นถอดแว่นออกเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจนว่าคือรตี! หินเรียกชื่อเธอแล้วยืนตะลึง

“ใช่ค่ะรตีเอง ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่จำรตีได้เสมอ ไม่เหมือนแกไอ้คิม”

“ปล่อยน้องสาวฉันเดี๋ยวนี้” คิมหันต์ตวาดสั่ง

“ไอ้โง่ แกนี่นอกจากจะเลวนรกแล้วยังโง่จนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี อีน้องนี่ก็พอกัน เลวพอกันทั้งพี่ทั้งน้อง”

“หุบปากนะรตี”

“แกนั่นแหละหุบปาก แล้วก็จำใส่กะโหลกกลวงๆ ของแกไว้ด้วยว่าหินน่ะผัวฉัน ส่วนผัวนังนี่น่ะมันชื่อไอ้กร”

“ว่าไงนะ...ไอ้กร?”

นลินร้องไห้โฮ ขณะที่รตีระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสาแก่ใจ

“ไงล่ะ สะใจไหมล่ะ น้องสาวแกได้คนอย่างไอ้กรเป็นผัว สะใจไหมไอ้คิม”

“ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ยน้องลิน ไม่จริงใช่มั้ย”

นลินเอาแต่ร้องไห้ รตีเย้ยคิมหันต์ด้วยความสะใจ

“เจ็บมั้ยไอ้คิม เจ็บมากใช่มั้ย แต่มันเทียบไม่ได้กับที่แกเคยทำไว้กับฉันเลยซักนิด แกไม่มีวันรู้หรอกว่าฉันเจ็บแค่ไหน”

“พอเถอะนะรตี อย่าทำอะไรนลินเลย”

“หินรักมันเหรอ นี่หินรักมันเหรอ หินรักมันไม่ได้ หินต้องรักรตี หินต้องรักรตีคนเดียว”

รตีโวยวายและเหวี่ยงกระแทกนลินไปมาจนมีเลือดไหลลงมาที่ขา คิมหันต์ตกใจมากผละจากติ๊ยาไปผลักรตีล้มแล้วโอบกอดนลินไว้ด้วยความเป็นห่วง

แทนที่รตีจะหยุดความบ้าคลั่ง เธอหันไปคว้าติ๊ยามาเป็นตัวประกันแทนนลินแล้วแผดเสียง

“แกมันโง่ไอ้คิม จริงๆหินรักอีนี่ อีนี่มันหลอกแก มันหลอกว่ารักแก แต่ที่จริงมันยังไม่หยุดยุ่งกับหินของฉัน”

ติ๊ยาผงะ คิดย้อนเหตุการณ์ที่มีคนส่งตับไตไส้พุงใส่กล่องมาให้ที่บ้านพร้อมข้อความข่มขู่จะเอาชีวิต

“ที่แท้ก็คุณนั่นเอง”

“ใช่ ฉันเอง ฉันอุตส่าห์ใจดีเตือนแกแล้วให้หยุด แต่แกมันดื้อด้านไม่ยอมหยุด วันนี้ฉันจะควักหัวใจแกออกมาฉีกเป็นชิ้นๆ นังติ๊ยา”

รตีจะยิงติ๊ยาแต่หินร้องห้ามเสียงหลง ขณะเดียวกันติ๊ยาก็กระชากวิกผมรตีออกเผยให้เห็นหัวล้านและรอยแผลบนใบหน้า รตีกรีดร้องด้วยความอับอาย ติ๊ยาฉวยโอกาสนี้รีบวิ่งหนี ส่วนหินวิ่งมากอดเธอและเอาตัวเองบังกระสุนที่รตีตั้งใจยิงติ๊ยา

ร่างหินทรุดฮวบ ติ๊ยาตกใจเรียกหินสุดเสียงและลงนั่งสวมกอดเขาไว้ น้ำเองก็อยู่ในภาวะตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ขณะที่รตีเมื่อยิงพลาดไปแล้วก็วิ่งเข้าหาหิน คิมหันต์กอดนลินแต่สายตาจับจ้องรตีด้วยความโกรธแค้น เขาเล็งปืนในมือยิงรตีล้มคว่ำกับพื้นแล้วผละจากน้องสาวไปยืนคร่อมร่างรตีเพื่อจะยิงซ้ำให้สาแก่ใจ

“อีหน้าผี วันนี้ฉันจะส่งแกลงนรก”

ทันใดนั้นรตีพลิกตัวมายิงเปรี้ยงเข้ากลางเป้ากางเกงของคิมหันต์อย่างพอดิบพอดี!

“สำหรับความสำส่อนของแกไอ้คิม”

คิมหันต์เจ็บปวดร้องโหยหวน แต่ยังไม่วายยกปืนเล็งรตีอีก ขณะที่รตีก็เล็งเขาเช่นเดียวกัน ทันใดนั้นทั้งคู่เหนี่ยวไกแทบจะพร้อมกัน กระสุนของคิมหันต์เจาะหน้าอกรตี ส่วนกระสุนของรตีเข้าหน้าซีกซ้ายของคิมหันต์จนหงายหลังไป

นลินร้องสุดเสียงด้วยความตกใจสุดขีด น้ำกับสุนีย์กอดนลินไว้แน่น ส่วนติ๊ยาร่ำไห้กอดหินที่โดนยิงแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ในอ้อมแขน...

ooooooo

ที่หน่วยพิฆาตไพรี สารวัตรกับลูกทีมนั่งดูข่าวด่วนในจอทีวี โดยผู้ประกาศข่าวหญิงรายงานข่าวว่า

“เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ที่ผ่านมา หน่วยพิฆาตไพรีได้ทำการเข้าปราบปรามและจับกุมผู้ค้ายาเสพติดลอตใหญ่ในโกดังสินค้าบริษัท PA ในที่เกิดเหตุมีผู้ค้ายาเสียชีวิตจากการวิสามัญทั้งสิ้น 4 ราย บาดเจ็บ 1 ราย นายประเสริฐเจ้าของบริษัท PA ยืนยันว่าถูกบังคับข่มขู่จากนายคิมหันต์ ซึ่งมีหลักฐานชิ้นสำคัญจากสายสืบพิเศษมัดแน่นว่ามีนายตำรวจใหญ่หนุนหลัง ซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งตรวจสอบ หากพบว่าผิดจริงก็จะสั่งให้ออกจากราชการและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที...”

“และต่อมาเวลาประมาณบ่ายโมงเศษ นายคิมหันต์ พงษ์ประเทศ ก็ถูกนางรตี สุริยศักดิ์ อดีตกิ๊กที่เคยมีข่าวอื้อฉาวรถคว่ำหลังออกจากโรงแรมม่านรูดเมื่อปีก่อน ยิงกลางงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของนางสาวนลิน พงษ์ประเทศ น้องสาวนายคิมหันต์ กับนายหิมาลัย สุริยศักดิ์ สามีของนางรตีนั่นเอง เหตุการณ์นี้นายคิมหันต์และนายหิมาลัยบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางรตีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งหากมีความคืบหน้าเราจะรีบรายงานให้ทราบต่อไป”

สารวัตรยิ้มพอใจในผลงานของลูกทีมและกล่าวชื่นชมว่าพวกเขายอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ผู้กองหินก็พ้นมลทิน พ้นทุกข้อกล่าวหาแล้ว ทุกคนเฮฮาดีใจมาก แต่เผือกอยากรู้ว่าทำไมสารวัตรต้องปิดพวกเราด้วยว่าส่งหินเข้าไปเป็นสายในแก๊งค้ายาของคิมหันต์กับภาสกร

“ผมไม่ได้ส่ง แต่ผมขอร้องผู้กองหินต่างหากล่ะ พูดให้ถูกสิครับคุณผู้กองเผือก”

“นั่นล่ะครับ ทำไมต้องปิดกันด้วย”

“ก็ปฏิบัติการลับสุดยอด ขืนบอกพวกคุณแล้วมันจะเรียกว่าลับสุดยอดได้ยังไงเล่า จริงมั้ย”

“แต่เอาจริงเลยนะ ตอนแรกผมแอบสงสัยสารวัตร สารวัตรมีพิรุธมาก ไม่สมกับอยู่หน่วยพิฆาตไพรีเลยนะครับ”

“แอ็กติ้งไม่เนียนต้องไปเรียนมาใหม่นะครับสารวัตร” คชาแซว

“เพื่อนเล่นเหรอ” สารวัตรลุกขึ้นทำทีจะเล่นงานลูกน้อง คชากับพวกเผือกรีบวิ่งหนีแล้วไปเจอติ๊ยาเดินเข้ามา

เผือกปลอบติ๊ยาให้เข้มแข็งไว้ เรื่องพ่อของเธอเบื้องต้นเราจะกันไว้เป็นพยานก่อน

“ค่ะ แล้วคุณหินอยู่ที่ไหน คุณหินเป็นยังไงบ้างคะ”

ทุกคนมองหน้ากันแล้วถอนใจ ไม่รู้จะตอบยังไงดี

ooooooo

นลินดูแลคิมหันต์อย่างใกล้ชิดเพราะหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเขากลายเป็นคนพิการต้องนั่งรถเข็น ร่างกายไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์น่าเกลียดน่ากลัว

วันนี้จักรมาปรากฏตัวที่สถานพักฟื้นของคิมหันต์ นลินแปลกใจว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอกับพี่ชายอยู่ที่นี่

“ผมมักจะรู้เรื่องอะไรที่คนอื่นไม่รู้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของคุณลิน”

นลินยิ้มบางๆ พยักหน้าเห็นด้วย แต่เมื่อจักรถามว่าคิมหันต์เป็นอย่างไรบ้าง นลินหน้าสลดลงเอ่ยเสียงแผ่วว่า

“พี่คิมทำให้ลินยิ่งเชื่อสุดหัวใจว่าเวรกรรมมีจริง”

นลินหยิบกิ๊บติดผมรูปดอกไม้ที่จักรเคยให้ส่งคืน แต่จักรรีบปฏิเสธ

“อย่าเพิ่งรีบคืนสิครับ ผมขอฝากไว้กับคุณลิน ช่วยเก็บมันไว้ได้ไหมครับ”

“อย่าเสียเวลากับลินเลยค่ะ คนดีๆอย่างคุณจักรจะต้องได้พบผู้หญิงดีๆที่คู่ควรกัน ลินไม่สามารถทิ้งพี่คิมไปได้ ชีวิตนี้ลินขอมอบให้พี่คิมคนเดียว ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะคุณจักร”

จักรพูดไม่ออกและจำใจเดินจากไปอย่างแสนเศร้า นลินหันกลับมาหาพี่ชาย พร่ำบอกว่าเธอรักเขาและจะดูแลเขาตลอดไป...

คิมหันต์กำลังชดใช้กรรมที่ก่อ ภาสกรก็เช่นกัน เขาโดนจับดำเนินคดี ส่วนหินหายเงียบไป แต่ได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูด้วยการฝากเผือกจัดการเรื่องพาแม่กับน้องสาวของเขาไปอยู่บ้านหลังใหม่

“ถึงแล้วครับ บ้านใหม่ของพวกเรา”

“สวยมากเลยค่ะแม่ พี่หินสุดยอดไปเลย น้ำอยากให้แม่เห็นจังเลย”

“ถึงแม่จะมองไม่เห็น แต่แม่ก็รู้ว่าบ้านที่หินเลือกให้เราต้องน่าอยู่มากแน่ๆจ้ะ”

“ที่สำคัญหินใช้เงินค่าจ้างพิเศษที่ช่วยหน่วยพิฆาตไพรีทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่มาซื้อบ้านใหม่หลังนี้ให้พวกเราด้วยนะครับ”

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้พูดอะไรนะ บ้านใหม่ให้พวกเรา พวกเรานี่ใคร น้ำ แม่...”

“แล้วก็พี่เผือกด้วยไง”

“เฮ้ย! เกี่ยวอะไร อย่ามั่วๆ”

“ไม่ได้มั่ว แค่พี่เผือกขอฝากเนื้อฝากตัว...นะครับน้านีย์ ผมก็ตัวคนเดียวเด็กกำพร้าน่าสงสาร”

“แหมๆๆ เด็กตรงไหน แก่แล้วมั้ยลุง”

“จริงสิเผือก หินไปไหน เมื่อไหร่จะกลับมา แม่คิดถึงเหลือเกิน”

“อีกไม่นานหรอกครับน้านีย์ ตอนนี้ถ้าเหงาก็เอาผมมาเฝ้าบ้านใหม่ไปพลางๆก่อนก็ได้”

“ก็ดีเหมือนกันนะแม่ ว่าแต่เห่าเก่งมั้ยเราน่ะ”

“ชนะเลิศ แถมหอนให้ด้วย” เผือกเผลอตัวโชว์ทั้งเห่าและหอน เล่นเอาน้ำขำก๊ากแล้วหยอกล้อไม่เลิก

ooooooo

วันหนึ่ง สารภีได้แต่งงานกับยองอึนที่รีสอร์ต ติ๊ยาดีใจมากและชักชวนโป้ยกับโรสมาร่วมงาน แต่กว่าสองสาวจะมาถึงก็จวนเจียนเวลาเริ่มงาน

สารภีกับยองอึนแต่งชุดไทยสวยงาม ทั้งคู่ยิ้มแย้มมีความสุข ห้อมล้อมไปด้วยพนักงานรีสอร์ตและพวกติ๊ยาที่ล้วนยินดีกับบ่าวสาว แต่โป้ยกับโรสแอบอิจฉานิดหน่อยที่สารภีชิงแต่งปาดหน้าแก๊งนางฟ้าอย่างพวกตน

“นี่ไง สวยมักนก ตลกมักได้ไง”

“โหย...ได้ไงอ่ะ”

แล้วสองสาวก็หัวเราะขำกัน ถึงเวลาบ่าวสาวแลกแหวนแทนใจ หลังจากนั้นก็ขอบคุณแขกเหรื่อ

“ผมขอบคุณทุกคนนะครับ และขอบคุณคุณติ๊ยามากๆที่ยกเบ่เบ๋ให้ผม ผมตัวคนเดียวไม่มีพ่อแม่พี่น้อง คุณสารภีก็ไม่มีพ่อแม่พี่น้อง เราสองคนจะรักกัน จะอยู่ด้วยกันจนวันตายครับ”

“สารภีขอบคุณทุกคนนะคะ คุณโรส คุณโป้ย โดยเฉพาะคุณหนูของสารภี...คุณหนูติ๊ไม่โกรธสารภีแน่นะคะ ถ้าคุณหนูเปลี่ยนใจไม่ให้สารภีแต่ง สารภีก็จะไม่แต่งค่ะ”

“พี่สารภีพูดงี้ได้ไง”

“สารภีเป็นห่วงคุณหนูติ๊นี่คะ”

“ไม่ต้องห่วงแล้ว อยู่กันมาจะ 30 ปีแล้ว พี่สารภีทำเพื่อติ๊มามากแล้ว ต่อจากนี้ทำเพื่อตัวเองบ้างเถอะ”

“คุณหนูล่ะคะ ไม่มีสารภีแล้วคุณหนูจะอยู่กับใคร”

“อะไรกันคะ นี่ใครคะ พี่สารภีลืมไปแล้วเหรอคะ นี่คุณหนูติ๊ อาทิตยา...ผู้เข้มแข็งและร้อนแรงราวดวงอาทิตย์ ไม่ต้องอยู่กับใครก็อยู่ด้วยตัวเองได้ค่ะ”

ติ๊ยาแย้มยิ้มเพื่อให้สารภีมั่นใจ แต่พอลับหลังใครๆ เธอก็หมองเศร้าเพราะคิดถึงหินเหลือเกิน ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้เธอเคยมีความทรงจำมากมายกับหิน

ติ๊ยาเดินออกไปยังชายหาด นึกถึงภาพความสุขความทรงจำดีๆที่ผ่านมาก่อนจะรำพึงอย่างแสนเศร้า

“ฉันยังรอคุณอยู่เสมอ คุณต่างหากที่ทิ้งฉันไป คุณอยู่ที่ไหน...คุณหิน คุณอยู่ที่ไหน”

เธอเดินไปยืนริมทะเลตะโกนเรียกหาเขาสุดเสียง แล้วยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานก่อนจะเดินต่อไปยังโขดหินที่เคยมีความหลังกับหิน ปีนป่ายขึ้นไปแต่ก็ลื่นล้มลงมาจนหัวเข่าถลอกเลือดซึม นั่งก้มหน้าอยู่ตรงนั้น

“เจ็บมากไหมครับ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น ติ๊ยาเงยหน้ามองแล้วตะลึงพูดไม่ออก “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ผมจะทำแผลให้”

หินนั่นเอง! เขานั่งลงเป่าไล่เศษทรายที่หัวเข่าเธอแล้วปิดปลาสเตอร์รูปหัวใจตรงแผลถลอกอย่างเบามือ

“ถึงผมจะไม่มียาวิเศษอะไร แต่ผมมั่นใจว่าแผลคุณจะต้องหาย...จากนี้ไปผมจะไม่ยอมให้คุณต้องเจ็บอีกแม้แต่น้อย เชื่อผมนะครับ”

ติ๊ยาโผเข้ากอดเขาแนบแน่น น้ำตาของความสุขและความดีใจล้นปรี่

“อย่าทิ้งฉันไปไหน อย่าหนีฉันไปไหนอีกนะคะคุณหิน”

“ผมรอคุณมาตลอด ผมจะรักคุณ จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณ คอยอยู่ข้างๆคุณตลอดไป”

“ฉันก็จะรักคุณ จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณคอยอยู่ข้างๆคุณตลอดไปค่ะ”

เขาและเธอสวมกอดกันเนิ่นนาน ต่างสัญญาว่าจะรักและดูแลกันตราบนิจนิรันดร์

ooooooo

–อวสาน–


ละครไฟหิมะ ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านไฟหิมะ ติดตามไฟหิมะ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย หลุยส์ เฮส ,อุษามณี ไวทยานนท์ 29 เม.ย. 2562 07:54 2019-05-02T00:57:16+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ