ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เย็นวันถัดมา คุณหญิงโสภาเดินลัดเลาะมาในสวน สอดส่ายสายตามองหาสาครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นเธอนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ เหม่อมองออกไปที่รั้วกั้นระหว่างวัง

    กับบ้านเช่าของสมศักดิ์

    เมื่อคุณหญิงโสภาเดินมาลงนั่งข้างๆ สาเห็นแล้วพาลนึกถึงจดหมายของสมศักดิ์ขึ้นมา สีหน้าและน้ำเสียงเลยหมางเมิน

    “คุณหญิงมาทำอะไรแถวนี้คะ”

    “ก็มาหาสาน่ะสิจ๊ะ หญิงเพิ่งรู้จากหม่อมแม่ว่าสาตั้งท้อง หญิงดีใจด้วยนะจ๊ะ”

    “ดีใจกับไอ้เด็กไม่มีพ่อในท้องสานี่น่ะหรือคะคุณหญิง มันมีอะไรให้ดีใจนักหนาเชียว”

    สากระแทกเสียงแล้วลุกหนีกลับไปทางเรือนบ่าว หญิงโสภานิ่วหน้าสงสัย เดินแกมวิ่งตามไปรั้งเธอไว้ถามว่าทำไมถึงพูดแบบนี้ ถึงยังไงลูกในท้องก็เป็นลูกของท่านพ่อ แต่สากลับยอกย้อนเสียงกระด้างว่า

    “ไม่มีท่านชาย เด็กในท้องนี่มันก็เป็นได้แค่ลูกอีสา ลูกบ่าวคนนึงเท่านั้น”

    “ไม่จริงจ้ะ ลูกของสาก็สายเลือดของรวีวารเหมือนกันกับหญิง”

    “เหมือนคุณหญิงเหรอคะ น่าขัน ดูคุณหญิงสิคะ ทั้งสูงส่ง ทั้งเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง มีแต่คนรักมีแต่คนชื่นชม แต่ลูกของสามันก็ต้องต่ำต้อยด้อยค่าเหมือนแม่ของมัน จะไปเหมือนคุณหญิงได้ยังไง”

    หญิงโสภาหน้าเสียแต่ยังพยายามจะปลอบใจ แต่สาชิงตัดบทเสียก่อน

    “กลับไปเถอะค่ะ ที่ของคุณหญิงอยู่บนตำหนักใหญ่ อย่ามายุ่งกับไพร่อย่างอีสา...กลับไป”

    สาเมินหน้าหนีน้ำตาเอ่อ หญิงโสภาจนใจค่อยๆหันหลังเดินออกไป โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าเจิมอยู่ในเรือนได้ยินทุกคำชัดเจน และรอจนกระทั่งคุณหญิงลับกายถึงก้าวออกมาจ้องมองสาอย่างตำหนิ สากำลังหงุดหงิดอัดอั้นเลยประชดเข้าให้

    “เอาสิ เอาเลย จะด่าอะไรอีสาอีกก็ด่ามา”

    “เอ็งก็รู้ว่าเอ็งผิด ข้าจะต้องพูดทำไมให้เปลืองน้ำลาย”

    เจิมพูดเสียงเย็นเยียบแล้วเดินหนีทันที ทิ้งให้สาอึ้งไปอย่างรู้สึกผิด เก็บตัวเงียบอยู่ที่เรือนจนถึงเย็น ทำให้สมศักดิ์ที่มายืนคอยอยู่ริมรั้วกระวนกระวาย นานเข้าทำท่าจะกลับแต่ต้องหันขวับกลับมาเมื่อได้ยินเสียงกระแอม

    น่าเสียดายไม่ใช่สา...แต่เป็นนังจวนจอมสาระแนที่คอยจ้องจับผิดสา จวนฉีกยิ้มแนะนำตัวเองพลางถามชื่อแซ่ของชายหนุ่ม ก่อนจะปากยื่นปากยาวบอกให้เขารู้ว่าสาแพ้ท้องคงไม่ได้ออกมาเก็บผักอีกนาน

    สมศักดิ์นิ่งอึ้งพูดไม่ออก หลังจากนั้นมาเล่าให้วินิจฟังอย่างเซ็งๆ แต่วินิจฟังแล้วกลับหัวเราะลั่น ตบเข่าฉาดเพราะเข้าใจผิด

    “บ๊ะ นึกไม่ถึงจริงๆว่าจะไวไฟอย่างนี้”

    “เฮ้ย! ไม่ใช่พี่ พูดอะไรบ้าๆ ผมไม่ได้มีอะไรกับเขา คุณอุษาเขาท้องกับท่านชายโชติช่วงระวีต่างหาก”

    “อ้าวเหรอ เอ๊ะ แต่ท่านชายท่านสิ้นไปแล้วนี่หว่า แหม...ยังจะทิ้งไข่เอาไว้”

    “น่าสงสารคุณอุษา เป็นหม้ายแล้วยังมีลูกติด ยังสาวยังสวยแท้ๆ”

    “มัวแต่ไปสงสารเขา ว่าแต่แกเถอะจะทำยังไงดี แม่สายทองท้องไปเสียแล้ว อย่างนี้ใครจะช่วยแกเข้าหาแม่พิมพิลาไลย”

    สมศักดิ์หน้าตึง คิดถึงหญิงโสภาแล้วยิ่งหงุดหงิดที่เสียแผน

    ooooooo

    หลังจากโดนสาหมางเมินทำตัวเหินห่างทำให้หญิงโสภาไม่สบายใจ คิดแต่ว่าสาน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องฐานะและลูกในท้องที่จะเกิดมาในช่วงเวลาที่ไม่มีท่านพ่อ

    คืนนั้นเมื่อหม่อมพริ้มนำทองหยองเครื่องประดับมาไว้ให้เผื่อออกงาน เธอจึงเลือกเอาสร้อยเส้นหนึ่งซึ่งมีความสำคัญเตรียมไว้ให้สาในเช้าวันถัดมา

    สาขึ้นมาบนตำหนักเช่นทุกวันเพื่อมาช่วยหญิงโสภาแต่งตัว ปรากฏว่าเธอแต่งตัวเสร็จแล้วด้วยตัวเองสาเลยอดถามไม่ได้ว่า

    “คุณหญิงโกรธสาหรือคะ”

    “ไม่เลยจ้ะ หญิงแค่อยากให้สารู้ว่าหญิงไม่เคยเห็นสาเป็นบ่าวต่ำต้อยอะไรทั้งนั้น นั่งสิจ๊ะ หญิงมีอะไรจะให้สา”

    สาค่อนข้างงงแต่ก็นั่งลง หญิงโสภาหันไปหยิบสร้อยทองที่มีล็อกเกตลงยาฝังเพชรเม็ดเล็กๆมายื่นตรงหน้าสา

    “นี่เป็นล็อกเกตประจำตระกูล ข้างในเป็นรูปของท่านพ่อ ท่านประทานให้ลูกทุกคนคนละอัน หญิงให้สาจ้ะ เป็นการรับขวัญน้อง สาเก็บไว้ให้ลูกนะ เขาจะได้ภูมิใจว่าเขาเป็นรวีวารเหมือนกับหญิงเหมือนกัน”

    สาตื้นตันน้ำตารื้นทรุดตัวลงกับพื้น จับมือหญิงโสภาแนบแก้มอย่างสุดรักและบูชา รำพันว่าทูนหัวของสา

    “สา...ร้องไห้ทำไม” คุณหญิงตกใจ

    “อย่าถือคำพูดบ้าๆบอๆของสาเลยค่ะ เท่านี้คุณหญิงก็เมตตาสามากแล้ว ล็อกเกตนี่คุณหญิงเก็บเอาไว้เถอะนะคะ ยังไงคุณหญิงก็คือคุณหญิง อีสาก็คืออีสา สาไม่อาจเอื้อมตีตนเสมอคุณหญิงหรอกค่ะ”

    หญิงโสภาฟังแล้วซึ้งใจ รักและเคารพสาอีกเท่าทวีคูณ...

    ทางด้านสมศักดิ์จอมแผนการ เช้านี้เขาไม่ปรากฏตัวริมถนนให้คุณหญิงโสภาเห็นเช่นทุกวัน แต่แอบสังเกตท่าทีของเธออยู่มุมหนึ่ง เห็นเธอเหลียวหน้าเหลียวหลังขณะนั่งรถไปโรงเรียน สมศักดิ์ยิ้มกระหยิ่มสมใจ แล้วไปเล่าให้วินิจฟังที่ทำงาน

    วินิจยอมรับว่าสมศักดิ์เจ้าแผนการแต่ยังไม่กระจ่างใจว่าวิชาล่องหนหายตัวไม่ยอมให้ผู้หญิงเห็นหน้า จะทำให้เธอหันมาสนใจเขาได้ยังไง

    “คุณหญิงเขาสนใจผมอยู่แล้วพี่ ผมดูออก แต่ตอนนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่คุณอุษาเขาเกิดแง่งอนไม่ยอมเป็นแม่สื่อให้ผมซะอย่างนั้น”

    “แล้วไง”

    “คุณหญิงโสภาเขาสนใจผม ถ้าหากผมหายหน้าไปเขาก็ต้องอยากรู้ว่าผมหายไปไหน แล้วพี่คิดว่าคุณหญิงเขาจะทำยังไงต่อไป”

    สมศักดิ์พูดไปยิ้มไปด้วยความมั่นใจในแผนการ

    ของตน

    ooooooo

    เมื่อชายหนุ่มรูปงามที่ตัวเองแอบมีใจหายหน้าไปหลายวัน ที่สุดคุณหญิงโสภาก็มาเลียบเคียงถามสาแต่กลายเป็นว่าไม่ได้คำตอบ แถมยังโดนสาคาดคั้นยกใหญ่ว่าถามหาเขาทำไม รู้จักเขาด้วยหรือ เมื่อไหร่ยังไง

    “สา...อย่าเอ็ดไปสิ”

    “ก็ตอบสามาสิคะ คุณหญิงไปรู้จักกับนายสมศักดิ์ได้ยังไง”

    “เขาเคยมีน้ำใจมาช่วยนายชิดเปลี่ยนยางรถเมื่อหลายวันก่อน”

    สารู้ทันสมศักดิ์ บ่นเบาๆว่าเจ้าเล่ห์ แล้วถามหยั่งเชิงคุณหญิงว่าสนใจเขางั้นหรือ?

    “เปล่า...ไม่ใช่นะจ๊ะ แค่หญิงเห็นว่าเขาหายหน้าหายตาไปหลายวันแล้ว หญิงก็เลยสงสัยว่า...”

    “อะไรนะคะ คุณสมศักดิ์น่ะหรือคะหายไป...ไปไหน”

    สาร้อนใจมาก แล่นไปหาสมศักดิ์ถึงบ้านในเย็นนั้น สมศักดิ์เหมือนรออยู่ก่อนแล้ว แต่ทำเป็นนิ่งเงียบไม่ขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก รอจนกระทั่งเธอเดินเข้ามาสำรวจในบ้านแล้วหยอดคำหวานว่าตนจะไปไหนได้ ในเมื่อหัวใจของตนอยู่ที่นี่

    สายืนนิ่งแต่ใจวูบไหว สมศักดิ์สบตาเธออย่างมีความหมาย พูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

    “คุณรู้ไหมคุณสา ตั้งแต่วันที่คุณหนีผมไป ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะคิดถึงคุณ”

    “เลว! เลวมาก ไหนคุณบอกว่าคุณรักคุณหญิงตกลงคุณรักใครกันแน่”

    “คุณก็รู้ว่าผมหลงรักคุณตั้งแต่แรกเห็น ขนาดคุณมีลูกของท่านชายอยู่ในท้องทั้งคนอย่างนี้ผมยังห้ามใจไม่ให้รักคุณไม่ได้”

    “แต่คุณก็รักคุณหญิง”

    “ผมเกิดมาโชคร้ายมีหัวใจดวงเดียว แต่กลับรักผู้หญิงถึงสองคน รักหญิงหนึ่งด้วยใจภักดิ์ รักหญิงหนึ่งด้วยใจปอง แต่หญิงที่ผมมีใจภักดิ์ เขาก็มีเจ้าของเสียแล้ว”

    “แต่อีกคนที่คุณมีใจปองน่ะ เขาอยู่สูงยิ่งกว่าดวงจันทร์บนฟ้า หม่อมพริ้มรักคุณหญิงอย่างกับแก้วตา ทั้งรักทั้งหวง คุณไม่มีทางเข้าใกล้เธอได้แน่”

    “ผมถึงต้องพึ่งความเมตตาของคุณไงครับ คุณอุษา”

    สมศักดิ์ออดอ้อนเว้าวอนจนสาใจอ่อนยอมนำจดหมายกลับมาให้คุณหญิงโสภา แต่ไม่วายประชดเมื่อเห็นเธอเขินอายทำท่าจะไม่อ่าน

    “งั้นสาเอาไปให้หม่อมอ่านแทนก็แล้วกัน”

    หญิงโสภาหน้าเจื่อนรีบแกะซองจดหมายเห็น

    ลายมือเล่นหางสวยงามเขียนด้วยหมึกสีม่วงเข้มบนกระดาษสีชมพูอ่อน

    “คุณหญิงผู้เปรียบเสมือนดวงจันทร์ คุณหญิงคงไม่คิดว่าผมบังอาจในการที่ได้เขียนจดหมายนี้มาถึงคุณหญิง ผมรู้ดีว่าคุณหญิงเปรียบเสมือนดวงจันทร์วันเพ็ญที่บริสุทธิ์กระจ่างอยู่กลางฟ้า และผมก็เปรียบเพียงกระต่ายบนดินเท่านั้นเอง...ผมเฝ้ารอดูคุณหญิง ไม่ผิดอะไรกับกระต่ายที่เฝ้าชมแสงจันทร์ ถึงแม้จะรู้อยู่ว่าความหวังที่ดวงจันทร์จะลอยมาให้เชยชมนั้นเป็นความหวังที่ลางเลือนเต็มทน แต่ผมก็ยังหวัง”

    สมศักดิ์พร่ำพรรณนาความรู้สึกนึกคิดลงมาในจดหมาย...หลังจากวันนั้นก็ส่งมาอีกไม่ขาดโดยมีสาทำหน้าที่แม่สื่อด้วยดี เพราะยังมีความหวังในตัวสมศักดิ์ที่มักหยอดคำหวานทุกทีที่เจอกัน ด้านคุณหญิงโสภาก็หลงใหลได้ปลื้มถ้อยคำเชิดชูบูชาในจดหมายทุกฉบับจนมีอาการเหม่อลอยให้หม่อมพริ้มเห็น แต่เมื่อถูกท่านทักถาม เธอก็อ้างว่ากังวลเรื่องสอบไล่

    หม่อมพริ้มไม่ค่อยเชื่อแต่ไม่คาดคั้น มาถามความเห็นจากเจิมว่าเป็นไปได้ไหมที่หญิงโสภาจะโกหก

    “ไม่หรอกค่ะ คุณหญิงโสภาเธอเป็นเด็กดี เธอจะโกหกหม่อมเทียวหรือเจ้าคะ”

    “ก็คงไม่หรอก แต่ไม่รู้สิเจิม ข้าสังหรณ์ใจยังไงพิกล หรือข้าจะแก่แล้ว เลยคิดมากไป”

    “รักมากก็ห่วงมากน่ะเจ้าค่ะหม่อม ไม่มีอะไรหรอก คุณหญิงเธอว่าง่ายยังกับไม้ดัด จัดให้ไปทางไหนก็ไป ไอ้ที่คอยจะแส่ส่ายไปนอกลู่นอกทางน่ะมันคนอื่นมากกว่า”

    “ทำไม อีสามันทำอะไรอีก”

    “ยังเจ้าค่ะ แต่เห็นนังจวนมันว่ามันเห็นอีสาไปด้อมๆมองๆแถวเรือนนั้นอีกแล้ว”

    หม่อมพริ้มหน้าตึงขึ้นมาทันที...พร้อมจะเล่นงานนังสาหากจับได้คาหนังคาเขา

    ooooooo

    สมศักดิ์ส่งจดหมายรักฝากสามาให้คุณหญิงโสภา หลายฉบับแต่ไม่ได้รับการตอบกลับแม้แต่ครั้งเดียว สาในฐานะแม่สื่อเลยต้องมากระตุ้นคุณหญิง โดยกดดันว่าถ้าไม่เขียนตอบเขาคงคิดว่าคุณหญิงรังเกียจ และคงช้ำใจตายอย่างแน่นอน

    “หญิงเขียนไม่ได้หรอกจ้ะสา มันน่าอาย หญิงทำไม่ได้จริงๆ”

    “ถ้าเขียนไม่ได้ก็ทำอย่างอื่นสิคะคุณหญิง” สาตาวาวมองผ้าเช็ดหน้าในตะกร้างานฝีมือของคุณหญิง...

    ชั่วข้ามคืน สาก็นำผ้าเช็ดหน้าสีขาวปักรูปหัวใจดวงเล็กด้วยไหมสีชมพูฝีมือคุณหญิงโสภามาให้สมศักดิ์แทนจดหมาย นั่นยิ่งทำให้สมศักดิ์มั่นใจมากว่าคุณหญิงมีใจให้ตนอย่างแน่นอน และอีกไม่นานตนต้องได้เชยชมดอกฟ้า เจ้าของผ้าเช็ดหน้า แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้สาเป็นแม่สื่อต่อไป เพราะถ้าเข้าตามตรอกออกตามประตู รับรองว่าหม่อมพริ้มไม่ยอมแน่

    สมศักดิ์ฝากจดหมายอีกฉบับผ่านสามาให้ หญิงโสภา นัดเจอเธอสักครั้งที่บ้านเช่า พอดีเย็นนั้นหม่อมพริ้มชวนลูกสาวไปดูโขน สาจึงแอบบอกให้เธอปฏิเสธ อ้างว่าต้องดูหนังสือเตรียมสอบในสัปดาห์หน้า

    หม่อมพริ้มเห็นแก่เรื่องเรียนของลูกสาว จึงออกไปกับเจิมโดยมีนายชิดขับรถให้ แต่ระหว่างทางเจิมพูดถึงสาที่ชอบดูโขนเป็นชีวิตจิตใจ แต่ตนชวนแล้วไม่อยากมา บอกว่าจะอยู่ดูแลคุณชาย หม่อมพริ้มฟังแล้วเอะใจบางอย่าง สั่งนายชิดเลี้ยวรถกลับวังในทันที

    เวลานั้นค่ำแล้ว สานำพาหญิงโสภาข้ามรั้วไปในเขตบ้านเช่า แต่กว่าจะกล่อมให้เธอยอมเผชิญหน้ากับสมศักดิ์ได้ก็เสียเวลาไปไม่น้อย

    สาหลบฉากไปอย่างรู้หน้าที่และเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ พอถูกยุงกัดถึงสะดุ้งรู้สึกตัว เดินมาเร่งคุณหญิงที่นั่งอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนสมศักดิ์ให้กลับวัง พลางจ้องมองทั้งคู่อย่างจับผิดว่าทำอะไรเกินเลยกันหรือเปล่า

    แม้แค่จับมือถือแขนแต่หญิงโสภาก็กระดากอายประสาเด็กสาวไร้เดียงสา เธอบอกลาสมศักดิ์ที่ยังเว้าวอนถามว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ สาหมั่นไส้กระชากมือหญิงโสภาออกมา แล้วรุนหลังให้เดินไป

    “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ...ไปค่ะคุณหญิง ออกมานานแล้วเดี๋ยวคนจะสงสัย”

    เมื่อพากันข้ามรั้วมาแล้ว สาซักไซ้หญิงโสภาว่าสมศักดิ์ทำอะไรเธอบ้าง หญิงโสภาอายมากตอบอุบอิบว่าเปล่า

    “สาไม่เชื่อหรอก นั่งกันอยู่มืดๆตั้งนานสองนาน นอกจากจับมือถือแขนแล้วทำอะไรอีกคะ บอกสามานะคะ เขากอดเขาจูบคุณหญิงไปแล้วหรือยัง”

    หญิงโสภาอายม้วน แต่ทันใดต้องตกใจเมื่อถูกสากระชากหลบเข้าไปหลังพุ่มไม้และสั่งให้เงียบ...สาตาไวเห็นเจิมเดินดุ่มมาในความมืดสลัว

    “อีสา...ข้าเห็นเงาคนไหวๆ นั่นเอ็งใช่ไหมอีนังสา” เสียงเจิมดุดันเอาเรื่องเหลือเกินจนสากับหญิงโสภามองหน้ากันแตกตื่น

    “เจิมเห็นเราแล้ว ทำยังไงดีล่ะสา”

    “ป้าเจิมแกพูดดักไปงั้นแหละค่ะ เอางี้ คุณหญิงวิ่งอ้อมไปทางโน้นนะคะ แล้วหลบขึ้นไปทางบันไดหลัง”

    “แล้วสาล่ะ”

    “สาจะล่อป้าเจิมไปเอง คุณหญิงหลบเข้าห้องดีๆอย่าให้ใครเห็นนะคะ แล้วถ้าใครถามก็บอกว่าเข้านอนแต่วัน อย่ารับเป็นอันขาดว่าออกมาข้างนอก” ว่าแล้วสาออกวิ่งลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ เจิมได้ยินเสียงใบไม้กรอบแกรบ หันมองตามและเห็นร่างคน จึงร้องเรียกอีสา สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้

    เจิมกระย่องกระแย่งตามมาห่างๆ สาไม่ยอมให้จับโดยดีแน่ แต่ไม่นึกว่าจะวิ่งมาเจอหม่อมพริ้มเข้าอย่างจัง

    “เอ็งวิ่งหนีอะไรนังสา ลืมไปหรือไงว่าเอ็งกำลังมีท้อง หรือเอ็งจะวิ่งให้ลูกมันหลุดออกมา จะได้ไประริกระรี้กับผู้ชายให้สบายใจ”

    สานิ่งคิดหาทางเอาตัวรอด เจิมวิ่งหอบมาถึงพอดี...ทางด้านหญิงโสภากำลังย่องขึ้นบันไดตำหนักมุ่งหน้ากลับห้องนอนตัวเอง แต่ไม่ทันก้าวเข้าห้อง หญิงจ้อยที่อยู่ห้องข้างกันเปิดประตูงัวเงียออกมาเห็น ถามพี่สาวว่าไปไหนมา

    “ไปเข้าห้องน้ำจ้ะ ดึกแล้ว พี่นอนก่อนนะ” หญิงโสภาแกล้งหาวแล้วผลุบเข้าห้อง ทิ้งหญิงจ้อยยืนขยี้ตางงๆ ปากบ่นพึมพำว่าไปห้องน้ำทำไมแต่งตัวสวยจัง...

    ขณะนั้นที่ห้องหนังสือในตำหนัก สาถูกเจิมลากอย่างไม่ปรานีปราศรัยเข้านั่งกับพื้น โดยมีหม่อมพริ้มยืนสีหน้าเกรี้ยวกราด คาดคั้นสาไปหาคนที่ชื่อสมศักดิ์มาใช่ไหม

    สาก้มหน้าไม่ตอบ ครั้นโดนเจิมตวาดก็ข่มความกลัวตอบรับออกไป...หม่อมพริ้มรับไม่ได้ จิกหัวสาให้เงยหน้าขึ้นมา น้ำเสียงทั้งโกรธทั้งดูแคลนอย่างที่สุด

    “หน้าด้าน ไม่มียางอาย เป็นสาวเป็นนางวิ่งแร่ไปหาผู้ชายถึงบ้านมันก็เลวเต็มทีแล้ว แต่เอ็งมันเลวยิ่งกว่า...มีลูกของท่านคาท้องอยู่ทั้งคน ถึงไม่อายผีสางเทวดา เอ็งก็น่าจะอายลูกที่อยู่ในท้องบ้าง แต่นี่อะไร ทำตัวเหมือนหมูเหมือนหมาอดอาจมไม่ได้”

    “จะหมูจะหมาหรือพญาหงส์ทอง ถึงเวลามันก็อยากเหมือนกันทั้งนั้นล่ะค่ะหม่อม”

    ผัวะ! หม่อมพริ้มตบหน้าสาอย่างแรงแล้วด่าซ้ำ

    “ต่ำ! สกปรก! ข้าคิดถูกแล้วที่ไม่ให้เอ็งเลี้ยงชายรวี นับแต่นี้ไปข้าขอสั่งห้ามไม่ให้เอ็งขึ้นมาตำหนักใหญ่ มือโสโครกของเอ็งห้ามมาแตะต้องชายรวีอีก”
    สาน้ำตาไหลพราก เจิมที่เมื่อครู่ตกใจไม่คิดว่าสาจะกล้ายอกย้อนหม่อมพริ้ม พอเห็นสาสะอื้นไห้ก็อดสงสารไม่ได้ ทำท่าจะอ้อนวอนขอร้องหม่อม แต่โดนตวาดสวนขึ้นเสียก่อน

    “หุบปากนังเจิม!” แล้วประกาศเฉียบขาดกับสา “เอ็งกลับไปนอนที่เรือนบ่าว แล้วถ้าข้าจับได้ว่าเอ็งยังไปยุ่งกับไอ้ผู้ชายคนนั้น เอ็งคลอดลูกของท่านเมื่อไหร่ ข้าจะไสหัวเอ็งออกจากวังรวีวาร”

    สาตะลึง มองหม่อมพริ้มอย่างเจ็บใจระคนน้อยใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก
    27 ก.ย. 2563

    23:30 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 00:02 น.