ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สาเปิดร้านเสริมสวย “อุษาวดี” โดยมีเพ็ญศรีช่วยดูแลและเป็นลูกมือให้คุณชมช่างฝีมือดีหาตัวจับยาก

    คุณ ชม...ช่างทำผมชายใจหญิงแต่งตัวจัดจ้าน นิสัยร่าเริงสนุกสนาน ตั้งแต่สาสึกออกมารู้สึกชีวิตมีสีสันขึ้นอีกโข สามีหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ส่วนเพ็ญศรีเป็นลูกมือให้คุณชม ทั้งสามคนเฮฮาเข้ากันได้ดี

    วันนี้ขณะพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่นั้น เพ็ญศรีตาดีเหลือบเห็นกล่องของขวัญขนาดเล็กห่ออย่างประณีตสวยงามวางอยู่มุมหนึ่งในร้าน

    “อุ๊ย นั่นกล่องอะไร”

    “ของขวัญน่ะ” สาเดินไปหยิบกล่องของขวัญขึ้นมาอย่างหวงแหน

    “เตรียมไว้ให้หนุ่มที่ไหนเหรอฮะ”

    “คุณชมรู้ได้ยังไงคะ”

    “วันนี้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ฝรั่งเขาเรียกว่าวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก ชมเดาถูกไหมฮะว่าของขวัญกล่องนี้สำหรับหนุ่มๆแน่นอน”

    สาอมยิ้มไม่ตอบ ท่าทีมีเลศนัย

    ooooooo

    ที่มหาวิทยาลัย...กลุ่มนิสิตสาวมอบกุหลาบแดงคนละดอกให้ชายรวีหลังจากสอนเสร็จในคาบเรียนนี้ ชายหนุ่มยิ้มขำ แต่ก็รับไว้หมด หอบมันออกมาหน้าห้องเรียนเจอโสภิตพิไลยืนรออยู่

    “ของสาวที่ไหนคะ น้าชาย”

    “สาวที่ไหน ของพวกนิสิตซีเนียร์น่ะสิ เอามาล้ออาจารย์เล่น แก่นกะโหลกจริงๆ เด็กพวกนี้”

    “ชั้นปีสี่เด็กที่ไหนคะ เป็นสาวแล้ว”

    “อ้อ เหมือนเธองั้นสิ จะบอกว่าตัวเองก็เป็นสาวแล้วใช่ไหม”

    น้าชายหยอกล้อหลานสาวแล้วพากันเดินออกจากตึกเพื่อไปที่ลานจอดรถ

    “แปลกจริง วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำไมดาวอักษรไม่ยักได้ดอกไม้สักดอก”

    “ใครจะไปเนื้อหอมเหมือนอาจารย์หม่อมราชวงศ์รวีช่วงโชติล่ะคะ...โน่น ดูเหมือนจะมีนิสิตสาวๆมารอมอบดอกกุหลาบอีกคนหนึ่งแล้ว”

    ชายรวีมองตาม เห็นเด็กสาวในชุดนิสิตปีหนึ่งถือกุหลาบแดงดอกใหญ่สวยงามยืนรออยู่ใต้ต้นไม้

    เด็กสาวยิ้มสดใส ใบหน้าสวยแจ่ม แววตาสุกใสเป็นประกาย เดินตรงเข้ามาหา  ชายรวีเห็นแล้วรู้สึกถูกชะตาเลยยิ้มตอบ

    “สวัสดีค่ะอาจารย์”

    “สวัสดีครับ” ชายรวีตอบกลับทั้งที่งงนิดๆ ไม่รู้จักและคาดว่าเธอไม่ใช่ลูกศิษย์ตัวเอง...นอกจากทักเขาแล้ว เธอยังยกมือไหว้โสภิตพิไลด้วย “สวัสดีค่ะพี่โสภิต”

    “รู้จักพี่ด้วยเหรอ”

    “หนูใจสว่าง หลานลุงสุขกับป้าแป้นไงคะ”

    “อ้อ นึกออกล่ะ พี่เคยเห็นเธอสองสามครั้งตอนเด็กๆ นี่อยู่คณะไหน”

    “บัญชีค่ะ ปีหนึ่ง”

    โสภิตพิไลยิ้มพราย ล้อชายรวีว่าดังไปถึงคณะบัญชีเชียวหรือ

    “เหลวไหลน่ะ”

    “ดอกไม้นี่ไม่ใช่ของอาจารย์หรอกค่ะ มีคนเขาฝากมาให้พี่โสภิต”

    ใจสว่างชายตาไปอีกทาง โสภิตพิไลแอบดูด้วยหางตาเห็นปรมัตถ์ยืนหลบอยู่ห่างๆ

    “อ้อ เป็นแม่สื่อ” ชายรวีเปรยเบาๆ

    “ช่วยรับไปหน่อยนะคะ ไม่งั้นพี่ปรมัตถ์เขาเสียใจแย่”

    “ขอบใจจ้ะ” โสภิตพิไลรับดอกกุหลาบจากใจสว่าง ปรมัตถ์ดีใจมองมาด้วยรอยยิ้ม พอสองน้าหลานจะเดินไปขึ้นรถ ใจสว่างเรียกไว้อีก

    “เดี๋ยวค่ะอาจารย์” ใจสว่างหยิบกล่องของขวัญขนาดเล็กออกจากกระเป๋าส่งให้ “อันนี้ของอาจารย์ค่ะ สุขสันต์วันเกิดนะคะ”

    “คุณรู้ได้ยังไง”

    “อาจารย์ลองเดาดูสิคะ” ใจสว่างอมยิ้ม ยกมือไหว้แล้ววิ่งหายไป ทิ้งความงุนงงสงสัยไว้ให้อาจารย์หนุ่มรูปหล่อ...

    ooooooo

    ใจสว่างอาศัยอยู่กับสาที่ร้านเสริมสวย นานๆถึงจะกลับไปบ้านสวนของแป้นกับสุขสักที...

    เย็นนี้เธอกลับมาถึงร้าน เพ็ญศรีเอาน้ำส้มเย็นๆมาให้ดื่มอย่างชื่นใจ เสร็จปุ๊บสาที่จ้องอยู่รีบซักถามด้วยท่าทีตื่นเต้น

    “เป็นไงบ้างใจ คุณชายว่ายังไงบ้าง”

    “ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แต่ท่าทางอาจารย์งงมากๆ ป่านนี้อาจารย์คงยังสงสัยอยู่ว่าหนูรู้วันเกิดอาจารย์ได้ยังไง”

    ฟังคำตอบแล้วสายิ้มกริ่มชอบใจ...

    เวลาเดียวกันนั้น รถชายรวีกำลังแล่นเข้ามาหน้าตำหนักขาว สองน้าหลานยังคุยกันเรื่องของขวัญ ในมือโสภิตพิไลถือดอกกุหลาบของตัวเองไว้ ส่วนดอกไม้ทั้งหอบของชายรวีวางอยู่ที่เบาะหลัง

    “อ้อ นึกออกละ ใจสว่างเขาสนิทกับป้าอุษา ถ้าโสภิตเดาไม่ผิด ป้าอุษาต้องเป็นคนฝากของขวัญมาให้น้าชายแน่ๆ”

    “แล้วคุณอุษาจะมารู้วันเกิดของน้าได้ยังไง”

    “คุณป้าสนใจน้าชายมากนะคะ โสภิตว่าถ้าเขาอยากจะรู้ เขาคงหาทางรู้จนได้ล่ะค่ะ...ถึงซะที ดอกไม้นี่โสภิตถือลงไปให้นะคะ”

    โสภิตพิไลหันไปคว้ากุหลาบที่เบาะหลังมาทั้งหอบ แล้วเอากุหลาบแดงของตัวเองเข้าไปรวมอย่างไม่แยแส ก่อนจะลงจากรถไป

    หญิงศุภลักษณ์นั่งอยู่กับหม่อมพริ้ม เห็นหลานสาวโผล่เข้ามาก็ร้องทัก


    “อ้าว...โสภิต”

    “คุณป้าหญิง...หม่อมยาย” โสภิตพิไลลงนั่ง วางดอกไม้ไว้ที่ตักตัวเองแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง

    หม่อมพริ้มมองดอกไม้อย่างสงสัย ถามหลานสาวว่าไปเอาดอกกุหลาบมาจากไหนเยอะแยะ พอดีชายรวีโผล่เข้ามาได้ยิน จึงตอบเสียเองว่า

    “วันนี้ฝรั่งเขาว่าเป็นวันแห่งความรักครับหม่อมแม่ คนไทยเห่อตามฝรั่งก็เลยแจกดอกกุหลาบแดงกันให้เกร่อไป”

    “คงมีคนให้มาล่ะสิ” หญิงศุภลักษณ์เย้ายิ้มๆ

    “ค่ะ แต่ไม่ใช่ของหนูนะคะ ของน้าชายต่างหาก”

    ชายรวีวางหน้านิ่ง โสภิตพิไลยิ้มล้อ ก่อนหันไปเรียกพุดมาเอาดอกไม้ไปจัดใส่แจกันแล้วเอาไปไว้ในห้องน้าชายด้วย

    ทันทีที่พุดหอบดอกไม้ออกไป หญิงศุภลักษณ์หันมาไล่บี้น้องชายให้เล่ามาว่าเจ้าของดอกกุหลาบเป็นใคร?

    ooooooo

    หม่อมพริ้ม คุณหญิงศุภลักษณ์ คุณชายรวี และโสภิตพิไลนั่งดื่มน้ำชากันไปคุยกันไปอย่างอารมณ์ดี

    หลังฟังชายรวีเล่าเรื่องดอกกุหลาบจบลง หม่อมพริ้มถึงกับบ่นอุบว่า

    “โธ่ถังเอ๊ย นึกว่าได้มาจากสาวที่ไหน เด็กนักเรียนผู้หญิงสมัยนี่ก็ก๋ากั่นกันจริง”

    “ครับ โลกเดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ผู้หญิงสมัยนี้เขากล้าแสดงออกกันมากขึ้น”

    “ชายก็ต้องดูดีๆนะ อย่าเหลวไหลไปเอาพวกแม่รีแม่แรดมาเป็นลูกสะใภ้แม่”

    “น้าชายไม่เหลวไหลหรอกค่ะหม่อมยาย กระทั่งหายใจเธอยังกลัวจะผิดจังหวะ”

    โสภิตพิไลกระเซ้าน้าชายอย่างขำๆ หญิงศุภลักษณ์สีหน้าเปลี่ยนไป เอ่ยถึงลูกชายสุดที่รักอย่างกังวล

    “หญิงน่ะห่วงแต่ตาณุ ทำงานเป็นวิศวกรทำเขื่อนทำถนน หายเข้าป่าไปทีหลายๆเดือน หญิงกลัวเหลือเกิน กลัวจะไปคว้าคนป่ามาเป็นเมีย”

    โสภิตพิไลตาพราวมีความสุขเมื่อได้ยินชื่อชิษณุ “คุณป้าหญิงก็บอกให้พี่ณุออกมาทำงานอย่างอื่นสิคะ จะได้มาอยู่ใกล้ๆ”

    “วุ้ย! บอกได้ที่ไหนล่ะ แม่เขาตามใจกันจนเป็นเทวดาแล้ว” หม่อมพริ้มต่อว่าลูกสาวไม่จริงจัง “แล้วคราวนี้จะกลับเมื่อไหร่ล่ะ”

    “กลับมาแล้วค่ะ เมื่อเช้านี้เอง นี่ก็อาสาจะขับรถมารับแม่ สักครู่คงจะมาถึงค่ะ”

    โสภิตพิไลดีใจรีบขอตัวไปอาบน้ำ ชายรวีลุกขึ้นอีกคน ขอตัวด้วยเหมือนกันเพราะเหนียวตัวเต็มที หญิงศุภลักษณ์มองตามทั้งคู่อย่างพิจารณาแล้วหันกลับมาพูดกับหม่อมพริ้มว่า

    “โสภิตนี่สวยนะคะ...สวย แต่สวยคมๆ ไม่ยักเหมือนหญิงโสภา”

    “นั่นสิ หน้าตาดูๆกระเดียดไปทางอีสา เลี้ยงกันไปเลี้ยงกันมาดันไปเหมือนคนเลี้ยงเข้าเสียนี่”

    “เหมือนสาก็ดีนี่คะหม่อมแม่ สวยออก”

    “ก็ขอให้เหมือนแต่หน้าเถอะ นิสัยใจคออย่าได้เหมือนเลย ถ้าโสภิตใจแตกเหมือนอีสา แม่คงนอนไม่หลับแน่” หม่อมพริ้มเอ่ยออกไป ไม่ได้เอะใจอะไรเลยสักนิด

    ooooooo

    โสภิตพิไลอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ผัดหน้านวลผ่องย่องตัดสนามไปชะเง้อชะแง้อยู่ที่ต้นไม้หน้าบ้าน สักครู่ชิษณุแอบเข้ามาข้างหลัง ใช้สองมือปิดตาเธอพร้อมอวยพรให้มีความสุขในวันวาเลนไทน์

    หนุ่มสาวพูดคุยหยอกล้อกันด้วยความรัก ชิษณุเพลินจนลืมเวลาว่าต้องไปรับมารดาที่รออยู่ในบ้าน

    “ไหนคะ ของขวัญ”

    “โห...คนทำงานอยู่กลางป่าจะหาของขวัญจากไหนมาให้ มีแต่ตัวพี่นี่แหละ จะเอาไหม”

    “ไม่เห็นจะอยากได้”

    โสภิตพิไลแกล้งงอนหน้าง้ำ ชิษณุอมยิ้ม หยิบจี้รูปหัวใจเล็กมายัดใส่มือเธอ

    “งั้นแถมหัวใจพี่ไปด้วย พอใจหรือยัง”

    หญิงสาวยิ้มรับแทนคำตอบ ชิษณุมองเธอตาพราวฉ่ำอย่างลุ่มหลง...

    ส่วนที่ห้องชายรวี หวนนำแจกันใส่ดอกกุหลาบเข้ามาให้คุณชายที่กำลังแกะกล่องของขวัญของสาที่ได้มาจากใจสว่าง ข้างในมีช็อกโกแลตและการ์ดใบเล็กเขียนคำอวยพรวันเกิดมาหนึ่งประโยค ชายรวีอ่านแล้วรู้สึกดี พูดกับหวนที่เสนอหน้าอยากรู้อยากเห็น

    “แปลกดีนะครับ คุณสารู้วันเกิดผมได้ยังไงก็ไม่ทราบ ส่งขนมมาให้ เห็นผมเป็นเด็กหรือยังไง”

    ชายรวีหยิบช็อกโกแลตกินอย่างมีความสุข หวนซึ้งใจปนเศร้า สงสารสากับชายรวี แล้วแอบมาเล่าให้หม่อมพริ้มกับคุณหญิงศุภลักษณ์ฟัง

    “โถ...น่าเวทนา สามันคงคิดถึงของมัน”

    “ค่ะคุณหญิง แต่มันก็รู้อยู่ดีนะคะ ตั้งแต่สึกออกมามันก็ไม่เคยเสนอหน้ามาให้คุณชายเธอเห็นเลย ของนี่ก็เห็นว่าฝากคนอื่นมาให้”

    “ก็ดีแล้วนี่ อยู่แค่นี้แหละดีแล้ว...จะเย็นย่ำแล้ว ทำไมหญิงจ้อยยังไม่กลับ”

    “คุณหญิงจ้อยไม่อยู่นี่คะหม่อม ไปเมืองนอกตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”

    “เออ จริงสิ ลืมไปได้ ชักจะหลงแล้วข้านี่...หญิงจะอยู่รับข้าวเย็นกับแม่ไหม”

    “หญิงคงต้องขอตัวค่ะ ว่าแต่พ่อลูกชายตัวดี ไหนว่าจะมารับ ทำไมป่านนี้ยังไม่มา”

    พุดเดินเข้ามาได้ยินพอดี บอกว่ารถของชิษณุจอดอยู่ที่หน้าตำหนักนานแล้ว ทุกคนสงสัยว่าตัวเขาไปไหน

    ชิษณุยังคุยอยู่กับโสภิตพิไลในสวน เขาบอกเธอว่าสิ้นปีนี้ที่บริษัทจะส่งเขาไปอเมริกานานสองปี โสภิตพิไลใจหาย บ่นหน้าเศร้าว่าเธอคงคิดถึงเขาแย่เลย

    “แต่พี่คงต้องตาย ถ้าต้องจากเธอ...โสภิต เราหมั้นกันไหม หมั้นกันไว้ก่อน แล้วพอเรียนจบพี่จะบินกลับมาแต่งงาน แล้วพาเธอไปอยู่ด้วยกัน”

    “พี่ณุ มันจะเป็นไปได้หรือคะ

    “รักพี่หรือเปล่า”

    “รักมากที่สุดค่ะ”

    “งั้นแต่งงานกับพี่นะน้องรัก”

    ชิษณุดึงโสภิตพิไลมากอด แต่แล้วผงะตกใจสุดขีด เมื่อเห็นคุณหญิงศุภลักษณ์ หม่อมพริ้ม และหวนเดินเข้ามา ทุกคนตกใจมากเช่นกัน โดยเฉพาะหม่อมพริ้มตัวสั่น เสียงสะท้านด้วยความโกรธ

    “ใครช่วยตอบฉันที แกสองคนทำเรื่องบัดสีแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”

    หม่อมพริ้มลากโสภิตพิไลเข้ามาในบ้าน คนอื่นๆ กรูตาม ชิษณุอธิบายว่าเป็นความผิดของตน แต่หม่อมพริ้มไม่ฟัง เหวี่ยงโสภิตพิไลจนล้มลงกับพื้นอย่างเดือดดาล ชิษณุเข้าประคองแต่ถูกมารดาพยายามกระชากออกมา ชายรวีเห็นภาพนั้น อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “หม่อมยายไม่พอใจที่ไอกับโสภิตรักกัน” ชิษณุตอบด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ชายรวีตกใจ หม่อมพริ้มตวาดสั่งหลานชายให้หุบปาก

    “หม่อมยายครับ...คือผมกับโสภิต...”

    “หยุดได้แล้วตาณุ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น กลับบ้าน” หญิงศุภลักษณ์คว้าแขนลูกชาย

    “ผมไม่กลับ ผมต้องพูดกับหม่อมยายก่อน”

    “พูดอะไร ทำผิดขนาดนี้ยังไม่สำนึก ยังจะพูดอะไรอีก”

    “ผมรักโสภิต เรารักกัน ได้ยินไหมครับหม่อมยาย ผมกับโสภิตรักกัน”

    “ออกไป!” หม่อมพริ้มตวาดลั่น ตัวสั่นระริกด้วยความโกรธ ชายรวีเห็นท่าไม่ดี กล่อมชิษณุให้กลับไปก่อน วันหลังค่อยพูดค่อยจากัน แต่ชายหนุ่มยังห่วงโสภิตพิไล จะเข้าไปหาแต่ถูกมารดากระชากออกมาจนได้

    ชิษณุถูกคุณหญิงศุภลักษณ์ลากออกไปขึ้นรถแล้ว โสภิตพิไลกลัวจนพูดอะไรไม่ออก นอกจากพนมมือขอโทษ หม่อมพริ้มสุดจะระงับอารมณ์โกรธ สบถด่าว่าชั่วแล้วตบหน้าหลานสาวทันที หญิงสาวอึ้งไปอึดใจก่อนวิ่งร้องไห้ออกไป ชายรวีทำท่าจะตามแต่ต้องหันกลับมาเพราะหม่อมพริ้มซวนเซแทบหมดแรงยืน...

    คุณหญิงศุภลักษณ์พาลูกชายกลับไปถึงบ้านแล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หลวงหาญสามีของเธอฟังทั้งน้ำตา ไม่ทันไรชิษณุที่หายขึ้นไปบนห้องครู่เดียวก็กลับลงมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง บอกพ่อแม่ว่าตนจะไปอยู่ข้างนอก

    “ทำไมล่ะลูก”

    “ถ้าผมอยู่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมาหว่านล้อมให้ผมเปลี่ยนใจ ผมขี้เกียจฟัง”

    “แต่ลูกกับโสภิตเป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะลูก ถึงจะคนละนามสกุล เขาก็เป็นหลานแท้ๆของแม่”

    “ผมเลยต้องเสียสละ เลิกรักคนที่ผมรักที่สุด เพราะคุณแม่บังเอิญไปเป็นพี่น้องกับแม่ของเขางั้นเหรอครับ”

    “ณุ...อย่าเอาแต่ใจ ฟังแม่เขาบ้าง สิ่งที่ลูกจะทำสังคมไม่ยอมรับ”

    “ผมอยู่มาจนโตป่านนี้ ไม่เห็นจะต้องอาศัยสังคม คุณพ่อครับ ผมรักโสภิต เราจะแต่งงานกัน แต่ถ้าหากสิ่งที่ผมทำมันทำให้คุณแม่อับอาย ผมก็จะพาโสภิตไปอยู่เมืองนอก ไม่กลับมาให้คุณแม่เห็นหน้าอีก”

    “ไม่นะ ชิษณุ ไม่ไปนะลูก คุณหลวงขา...ห้ามลูกสิคะ ห้ามลูกด้วย”

    ชิษณุผลุนผลันออกไปแล้ว คุณหญิงศุภลักษณ์ร้องไห้ใจจะขาดด้วยความรักลูก หลวงหาญรู้ว่าห้ามลูกชายไม่ได้ ได้แต่ลูบหลังไหล่ภรรยาอย่างปลอบใจ

    ooooooo

    โสภิตพิไลเสียใจร้องไห้จนตาแดงช้ำ เช้าขึ้นเธอแต่งตัวเตรียมไปเรียนแต่ยังไม่ยอมออกจากห้อง หวนมาเรียกก็ไม่เปิดประตู กระทั่งชายรวีต้องมาตามด้วยตัวเอง

    “โสภิต นี่น้าเองนะ ออกมาเถอะ”

    ประตูห้องเปิดออก หวนกับชายรวีเห็นโสภิตพิไลหน้าเศร้าตาแดงแล้วอดสงสารไม่ได้

    “คุณหนูขา หม่อมท่านให้หา ลงไปเถอะนะคะ อย่าดื้อกับท่านเลย”

    โสภิตพิไลพยักหน้า ชายรวีจับมือหลานสาวอย่างให้กำลังใจ แล้วพากันลงไปที่ห้องโถงซึ่งหม่อมพริ้มนั่งรออยู่ด้วยสีหน้ามึนตึง

    “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานฉันจะไม่พูดถึง จะถือว่า

    เป็นเหมือนฝันร้าย แต่ต่อจากนี้ไปชายจะต้องคอยดูแลโสภิตพิไลอย่างใกล้ชิด ห้ามไม่ให้ไปพบปะเจอะเจอกับเจ้าชิษณุอีก”

    โสภิตพิไลหน้าเสียแต่ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่มองหม่อมพริ้มด้วยสายตาวิงวอน

    “ทุกวันที่ไปเรียนให้รอกลับบ้านพร้อมน้าชาย ห้ามเถลไถลไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเจ้าชิษณุมันจะไปเมืองนอก เข้าใจไหม”

    หญิงสาวก้มหน้าจำยอมรับสภาพ...

    หวนเฝ้ามองเหตุการณ์โดยตลอด ก่อนจะกลับออกไปจับกลุ่มพูดคุยกับบ่าวด้วยกันในครัว

    “เฮ้อ...ความจริงคุณณุเธอก็ดีนะ เหมาะสมคู่ควรกันทุกอย่าง เสียดายไม่น่าเกิดมาเป็นญาติกันเลย พับผ่า”

    “ฉันสงสารคุณหนูจังเลย ต้องโดนขังไปตั้งปี กว่าคุณณุจะไปอเมริกา”

    “โฮ้ย...ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกขนาดนี้ หม่อมท่านจะขังได้หรือ ข้าน่ะเห็นมาซะนักต่อนักแล้ว ตั้งแต่สมัยคุณหญิงโสภา”

    “นั่นสิ คุณหนูโสภิตเธอจะพยศเหมือนคุณหญิงโสภาหรือเปล่าไม่รู้นะหวน”

    เจิมนิ่งฟังอยู่แต่แรก อดรนทนไม่ไหว พูดโพล่งขึ้นมาอย่างมีน้ำโห

    “คุณหญิงเธอเป็นเด็กดี ไม่ได้พยศ ที่เธอทำไปเพราะหลงเชื่ออีสา”

    “ดูๆมันก็แปลกนะ คุณหนูโสภิตเป็นลูกคุณหญิงโสภา แต่ทั้งรูปร่างหน้าตา ทั้งนิสัยใจคอ ยิ่งดูยิ่งเหมือนอีสา ไม่เห็นเหมือนคุณหญิงโสภาแม่ของเธอเลย พี่เจิมว่าไหม”

    จวนตั้งข้อสังเกตเรื่อยเปื่อยไปไม่ได้คิดอะไร แต่เจิมฟังแล้วชักสงสัยตงิดๆ

    ooooooo

    ที่ร้านเสริมสวยอุษาวดี...สากับเพ็ญศรีกำลังช่วยลูกค้าเจ้าประจำเลือกสีเล็บ เฉิดฉวีผลักประตูร้านเดินเข้ามาถามหาคุณชม สากุลีกุจอไปต้อนรับอย่างอ่อนหวาน

    “ไม่ทราบคุณนายนัดเอาไว้หรือเปล่าคะ”

    เฉิดฉวีชักสีหน้าเหมือนถูกเรียกด้วยคำหยาบ “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”

    ทันใดนั้นเสียงคุณชมดังออกมาจากหลังร้าน “คุณหญิงเฉิดฉวี สวัสดีฮ่ะ แหม นึกว่าใคร”

    เฉิดฉวีปรายตามองสานิดหนึ่งเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าฉันคือคุณหญิง แล้วหันไปต่อว่าคุณชมอย่างคนคุ้นเคย

    “คุณชมย้ายร้านก็ไม่บอก ตามหาอยู่ตั้งนาน”

    “แหม...ก็คุณหญิงตามท่านนายพลไปต่างประเทศ ชมก็ไม่ทราบจะกลับเมื่อไหร่ อ้อ ลืมไป นี่คุณอุษา เจ้าของร้าน...คุณสา นี่คุณหญิงเฉิดฉวีฮ่ะ ลูกค้ารายใหญ่ของชม”

    สายกมือไหว้อย่างพินอบพิเทาพร้อมกับจีบปากจีบคอเอาใจสุดฤทธิ์

    “ต๊าย...คุณหญิงนั่นเอง คุณชมพูดถึงเสมอเลยค่ะ วันนี้คุณหญิงให้เกียรติมาที่ร้านดิฉันต้องบริการเต็มที่ เพ็ญขอน้ำส้มเย็นๆให้คุณหญิงหน่อยจ้ะ”

    “ได้เลยค่ะ” เพ็ญศรีกระวีกระวาดไป ส่วนสาแทบจะประคองเฉิดฉวีเดินเข้ามา ถามว่าวันนี้คุณหญิงทำอะไรดี สระ เซต ดัด หรือซอย

    เฉิดฉวียิ้มพอใจ รู้สึกดีกับการเอาใจของสา แต่ยังไว้ฟอร์มอยู่บ้าง

    “วันนี้รีบ เอาแค่สระเซตก็พอ” ว่าแล้วเธอหันไปบอกทหารที่ยืนถือกระเป๋า “เอากระเป๋าวางไว้ แล้วไปรอฉันที่รถ”

    “ครับ” วัชรินทร์รับคำก่อนกระเป๋าวางไว้แล้วเดินออกจากร้านไป

    เฉิดฉวีกรีดกรายไปนั่งราวกับนางพญา คุณชมกับสาตามดูแลเอาใจ ผ่านไปครู่ใหญ่การทำผมก็เสร็จลง เฉิดฉวีมองตัวเองในกระจกอย่างพอใจ

    “ใครทำก็ไม่ถูกใจเหมือนคุณชม เอาไว้จะมาเป็นลูกค้าประจำนะ”

    “กราบขอบพระคุณคุณหญิงค่ะ”

    ถึงเวลากลับ เฉิดฉวียังเจ้ายศเจ้าอย่างไม่เลิก เดินคอตั้งออกจากร้านโดยมีเพ็ญศรีถือกระเป๋าเดินตามไปส่งให้ถึงรถ อยู่ทางนี้สาเลยซักคุณชมว่า

    “คุณหญิงเฉิดฉวีเธอเป็นคุณหญิงหม่อมราชวงศ์ หรือคุณหญิงตราตั้งคะคุณชม”

    คุณชมหัวเราะร่วนก่อนตอบ “อุ๊ย ไม่ใช่ทั้งสองอย่างฮ่ะ คุณเฉิดฉวีแกเป็นภรรยาของนายทหารใหญ่ พอดีว่าสามีแกกำลังขึ้นหม้อเพราะเป็นคนสนิทของ “ท่าน” พวกลิ่วล้อก็เลยยกหางเรียกแกว่าคุณหญิง”

    “อ้อ ที่แท้ก็คุณหญิงบ่าวตั้ง”

    พูดจบ สาเหลือบไปเห็นคุณหญิงจิ๋มเดินเข้ามาถามหาคุณชม พอเห็นสาก็ชะงัก แววตาบ่งบอกว่ารังเกียจ

    “คุณหญิงจิ๋มมาทำผมหรือคะ”

    “ร้านอุษาวดี นี่ร้านของแกหรอกหรือ งั้นฉันกลับละนะคุณชม ไม่ทำแล้ว” เธอหันหลังกลับ แต่แล้วนึกได้หันกลับมาบอกสาว่า “แกคงไม่รู้ข่าว ฉันจะบอกให้เอาบุญว่าแม่โสภิตพิไลกำลังทำเรื่องงามหน้า”

    “อะไรนะคะ”

    “ก็สมอยู่หรอกนะ เด็กที่แกเลี้ยงมาโตขึ้นมันก็ต้องใจแตกเหมือนกับแก”

    คุณหญิงจิ๋มสะบัดหน้าเดินออกไป สาไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร แต่ไม่กล้าตามไปถาม...

    ด้วยความเป็นห่วงโสภิตพิไล สาตัดสินใจ โทร.หาคุณชายรวีที่กระทรวงยุติธรรม ไม่นานนักคุณชายก็มาพบเธอถึงร้านเสริมสวย

    เมื่อรู้เรื่องราวน่าบัดสีระหว่างโสภิตพิไลกับชิษณุ สาตกใจมาก กล่าวอย่างร้อนรนจนคุณชายรวีสงสัย

    “ไม่ได้นะคะคุณชาย โสภิตจะชอบพอกับคุณชิษณุไม่ได้ ยอมไม่ได้เด็ดขาดนะคะ”

    “หม่อมแม่ท่านไม่ยอมหรอกครับ ท่านสั่งห้ามเด็ดขาดแล้วไม่ให้สองคนนั้นเจอกัน”

    “ฉันฝากคุณชายด้วยนะคะ สำคัญมากๆ ยังไงก็ตามจะปล่อยให้สองคนนั้นคบกันไม่ได้เด็ดขาด คุณชายต้องรับปากกับฉันนะคะ”

    คุณชายรวีดูอาการทุกข์ร้อนของสาอย่างแปลกใจ แต่ก็พยักหน้ารับ

    ooooooo

    ที่โต๊ะนั่งใต้ร่มไม้ในมหาวิทยาลัย โสภิตพิไลนั่งใจลอยไม่มีกะจิตกะใจอ่านหนังสือที่กางไว้ตรงหน้า ขนาดใจสว่างกับปรมัตถ์เดินมาใกล้เธอยังไม่รู้ตัว
    ใจสว่างรู้สึกถึงความผิดปกติของโสภิตพิไล

    แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พอชวนคุยเธอก็พูดน้อยคำ และไม่ยอมไปกินไอศกรีมด้วยกัน ทั้งที่ปรมัตถ์อยากให้เธอไป เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของเขา

    โสภิตพิไลเดินหนีทั้งคู่ออกไปเจอชิษณุขับรถมาจอดเทียบ เธอรีบขึ้นรถไปกับเขาและพูดคุยปรับทุกข์กัน

    “หม่อมยายทำอะไรน้องหรือเปล่า”

    “ท่านสั่งไม่ให้โสภิตเจอพี่ณุอีก ไม่ให้ออกไปไหน จนกว่าพี่ณุจะไปเมืองนอก”

    “พี่จะทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาขัดขวางความรักของเราไม่ได้”

    “พี่ณุจะทำอะไรคะ”

    “หนีไปกับพี่นะ”

    “อะไรนะคะ”

    “หนีไปด้วยกัน แล้วค่อยกลับมาขอขมา ถึงตอนนั้นใครหน้าไหนก็ห้ามเราไม่ได้แล้ว...ว่าไง”

    โสภิตพิไลนิ่งคิด แต่แววตาบอกว่าตกลงใจไปแล้วกว่าครึ่ง

    ooooooo

    สากลุ้มใจเรื่องโสภิตพิไลจนไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่นั่งขบคิดเหม่อลอยตั้งแต่กลางวันยันค่ำ ข้าวปลาไม่ได้ทำกิน ใจสว่างกลับมาจึงทำข้าวไข่เจียวกินง่ายๆ ส่วนสาบอกว่าไม่หิว ตั้งแต่สึกออกมาตนไม่ค่อยกินข้าวเย็นอยู่แล้ว

    “โธ่ถัง กินข้าวกับไข่ นี่พี่แป้นรู้เข้าจะว่าป้าเลี้ยงใจไม่ดี”

    “แค่คุณป้าให้หนูอาศัยอยู่ที่นี่ก็ดีมากแล้วค่ะ ไม่งั้นหนูคงนั่งเรือออกมาเรียนไม่ไหว”

    “ไปเรียน เจอโสภิตบ้างไหม”

    “ไม่ค่อยเจอหรอกค่ะ อยู่คนละคณะ คุณป้าคิดถึงพี่โสภิตหรือคะ”

    “บางทีก็อดห่วงเขาไม่ได้”

    ใจสว่างมองหน้าสาแล้วตัดสินใจพูด “หนูขอโทษนะคะคุณป้า แต่หนูไม่เข้าใจ ทำไมคุณป้าไม่บอกเขาไปล่ะคะ ว่าคุณป้าเป็นแม่ของเขา”

    “ใจ! นี่หนู...หนูรู้...ใครบอกหนู พี่แป้นกับพี่สุขใช่ไหม”

    “ใจเย็นๆก่อนค่ะคุณป้า ตากับยายไม่ได้คิดจะบอกใครหรอกค่ะ แต่ตากับยายคุยกันแล้วหนูบังเอิญไปได้ยินเข้า ตากับยายเลยต้องเล่าให้ฟัง แล้วก็สั่งแล้วว่ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามไม่ให้พูด หนูกล้าพูดเพราะเราอยู่กันแค่สองคน หนูรู้ว่าคุณป้าคิดถึงพี่โสภิต ถ้าคุณป้ามีอะไร คุยกับหนูได้นะคะ อย่างน้อยก็อาจจะทำให้สบายใจขึ้น”

    “ขอบใจมากจ้ะหนูใจ ขอบใจมาก” สาดีใจที่มีคนเข้าใจตน...

    เวลาเดียวกันที่ตำหนักขาว โสภิตพิไลครุ่นคิดไม่ตกเรื่องที่ชิษณุพูดเมื่อตอนเย็น เธอคิดมากจนอัดอั้นถึงกับร้องไห้ออกมา ชายรวีผ่านมาเห็นรู้สึกสงสาร ปลอบโยนหลานสาวอย่าร้องไห้ อีกไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

    “ยังไงคะ”

    “เธอจะลืมชิษณุได้”

    “ทำไมโสภิตจะต้องลืม ในเมื่อพี่ณุเป็นคนที่โสภิตรัก”

    “โสภิต ฟังน้านะ ระหว่างเธอกับนายณุมันไม่สมควร ความจริงน้าเคยเตือนนายณุแล้วว่าอย่ายุ่งกับเธอ ไม่นึกว่าเขาจะกล้า”

    “อย่าโทษพี่ณุเลยค่ะ โสภิตเองก็รักเขา เรารักกัน น้าชายไม่เคยรักใคร น้าชายไม่เข้าใจหรอกค่ะว่ามันห้ามไม่ได้” โสภิตพิไลพูดอย่างเจ็บช้ำแล้วลุกเดินจากไป ชายรวีมองตามด้วยความเห็นใจ

    ooooooo

    ที่สโมสรสนามกอล์ฟ นายทหารนิยมมาพักผ่อน หนึ่งในนี้มีทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้านายของนายพลสันทนารวมอยู่ด้วย

    วันนี้สันทนาถูกท่านเรียกตัวมาพบที่นี่ด้วยเรื่อง

    ที่รู้ๆกันประสาชายเจ้าชู้

    “ไง สันทนา หายหน้าไปไหนวะ เกือบสองเดือน”

    “ผมไปส่งลูกสาวเรียนต่อที่อเมริกาไงครับ จัดการเรื่องโรงเรียนเสร็จก็เลยพาที่บ้านเขาเที่ยวด้วย ท่านมีเรื่องด่วนอะไรจะใช้ผมหรือครับ”

    “จะว่าด่วนมันก็ไม่ถึงกับด่วนหรอก เพียงแต่พี่ไม่ไว้ใจคนอื่น มันจัดการได้ไม่เรียบร้อยเหมือนสัน...เอารูปเป้าหมายมาซิ”

    ท่านพยักหน้าให้คนสนิทนำซองรูปถ่ายเข้ามาวางตรงหน้า แล้วหยิบรูปใบหนึ่งส่งให้สันทนา รูปนั้นคือโสภิตพิไลในชุดนักศึกษาสวยใสไร้ที่ติ

    “นิสิตจุฬาฯ รายนี้เด็กกว่ารายอื่นเลยนะครับท่าน”

    “น่ารักดี พี่ให้คนไปสืบมาแล้ว ชื่อโสภิตพิไล วร–ประเสริฐ ดูเหมือนจะเป็นเด็กในความดูแลของหม่อมแก่ๆซักคนในสกุลรวีวาร”

    “ลูกหลานผู้ดีตระกูลเก่าแบบนี้น่าจะคุยยากนะ ครับท่าน”

    “เฮ่ย ไม่ขนาดนั้นหรอก เอ้า ดูเอาเอง”

    สันทนารับซองมาเปิดดูทุกอย่างที่อยู่ข้างใน มีทั้งรูปและหนังสือพิมพ์เก่าเป็นภาพข่าววันที่โสภิตพิไลกับสาเดินออกมาจากศาลหลังตัดสินคดี

    “ข่าวเก่าแล้ว เด็กชื่อโสภิตพิไลคนนี้เป็นหลานของผู้หญิงในรูป เขาชื่ออุษา ในข่าวเขาว่ายัยป้านี่เป็นคนเลี้ยง ดูโสภิตพิไลมาตั้งแต่เล็ก ถึงกับฆ่าคนที่มาลวนลามหลานสาวจนตาย เธอเป็นเจ้าของไนต์คลับชื่ออุษาวดี สันลองไปเข้าหายัยอุษานี่ น่าจะตกลงกันได้ไม่ยาก”

    “ครับท่าน น่าจะตกลงกันได้ไม่ยาก แล้วผมจะจัดการเอง” สันทนามองรูปสา ยิ้มพรายอย่างถูกใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก
    27 ก.ย. 2563

    23:30 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 23:57 น.