ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สาแอบหลงใหลในความสง่างามของท่านชายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เมื่อมีโอกาสในคืนนี้เธอจึงตั้งใจรำโปรยเสน่ห์เต็มที่ ชม้ายชายตาให้ท่านตลอดเวลาแถมจะโยนพวงมาลัยให้ด้วยถ้าหม่อมน้อยในชุดเจ้า เงาะไม่สกัดกั้นเอาไว้ทัน

    หม่อมพริ้มไม่พอใจการกระทำของสาที่เหมือนถูก หยามต่อหน้า แต่ทว่ามันสาแก่ใจหม่อมนิ่มเป็นที่สุด หลังงานเลิกแล้วพากันกลับเรือน หม่อมนิ่มซึ่งความจริงก็ไม่ได้ยินดีปรีดาที่จะประเคนสาให้ท่านชาย แต่ทำไปเพราะต้องการเอาชนะหม่อมพริ้ม เมื่อเธอเข้ามาเห็นสานั่งยิ้มหวานราวกับอยู่ในภวังค์ก็เลยกระแทกเสียงอย่าง หมั่นไส้

    “หลงรูปตัวเองเข้าแล้วล่ะสิ...ผู้หญิงเราก็เท่านี้ล่ะนะ มีรูปก็ถือว่าเป็นทรัพย์ เอ็งน่ะเป็นคนสวย สวยกว่านางอะไรต่อนางอะไรของหม่อมลำดวนมากมายนัก แล้วไอ้รูปสมบัติของเอ็งนี่แหละจะพาให้เอ็งสบาย พอสบายแล้วก็อย่าลืมล่ะว่าข้าเป็นคนทำให้เอ็งมีวันนี้”

    สานิ่งฟังแต่ไม่ค่อยเข้าใจนัก ส่วนหม่อมนิ่มวางเฉยไม่อธิบายอะไรอีก ได้แต่บอกหม่อมน้อยที่ดูกังวลว่าเรื่องแบบนี้ถึงเวลาก็รู้เอง

    ถึง เวลาสารู้ด้วยตัวเองจริงๆ เพราะคืนนั้นท่านชายลงจากตำหนักใหญ่มุ่งหน้าไปหาเธอที่เรือนหม่อมนิ่ม โดยมีสายตาของหม่อมพริ้มมองตามด้วยความอัดอั้นและเจ็บแปลบ...

    เช้าวัน รุ่งขึ้น สาในชุดสวยงามกว่าปกติเดินมาที่โรงครัวด้วยท่าทีขวยเขิน เข้ามานั่งข้างหวนที่ก้มหน้าก้มตาหั่นผัก  พอหวนเห็นสาก็จะให้ช่วยงานแต่จวนกลับแทรกขึ้นว่าจะไปใช้เขาได้ยังไง เขาไม่ใช่คนเดิมแล้ว เพราะเมื่อคืนเขาได้รับใช้ท่านชาย

    ทุกคนในโรงครัว อ้าปากค้างไปตามกัน เมื่อรู้ว่าสากลายเป็นหม่อมอีกคนของท่านชายไปเสียแล้ว สาเองก็กระหยิ่มในใจ เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กลับมาที่เรือนหม่อมนิ่ม

    “หน้าระรื่นมาเชียวนะอีสา หายหัวไปไหนมาแต่เช้า”

    “อิฉันไปช่วยงานที่ครัวมาค่ะหม่อม”

    “วันหลังไม่ต้องไปแล้วนะ ท่านชายมีรับสั่งว่าจากนี้ไปเอ็งไม่ต้องไปทำงานหนักแล้ว ให้คอยปรนนิบัติท่านชายอย่างเดียว”

    “รับสั่งว่าอย่างนั้นจริงๆหรือเจ้าคะ”

    “อย่าตัวพองไปหน่อยเลยอีสา อย่าลืมสิว่าเอ็งเป็นแค่ขี้ข้า ถ้าไม่ใช่เพราะข้า เอ็งไม่มีทางได้มาเสนอหน้าแบบนี้หรอก”

    สาซ่อนความไม่พอใจ เดินเลี่ยงไปทางท่าน้ำ

    เห็นเจิมกำลังซักผ้าก็เข้ามาระบายให้ฟังด้วยความหมั่นไส้สองหม่อมพี่น้อง

    “เชอ ะ นึกเหรอว่าฉันรู้ไม่ทัน ที่หม่อมนิ่มกับหม่อมน้อยจัดแจงถวายฉันกับท่านชาย ก็เพราะอยากจะเอาหน้า คงนึกไม่ถึงล่ะสิว่าท่านจะมาโปรดปรานคนอย่างนังสา”

    “เอ็ง ก็เห็นใจท่านเถอะวะ หัวอกผู้หญิงด้วยกัน ใครจะชอบให้ผัวไปรักไปหลงคนอื่น อดทนไปก่อนเถอะน่ะ ยังไงหม่อมเขาก็มีคุณที่สอนให้เอ็งรำ หาไม่เอ็งก็ไม่พ้นต้องเป็นเมียไอ้พวกขี้ข้าด้วยกัน เอ็งไปรับใช้ท่านชายก็ทำตัวดีๆเข้าไว้ ถ้าทำให้ท่านโปรดได้เอ็งก็สบาย”

    “แหม...จะต้องทำยังไงท่านถึงจะโปรดล่ะป้า

    ไอ้ฉันก็ไม่เคยมีผัวมาก่อนซะด้วย”

    “อีสา อีทะลึ่ง ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องในมุ้ง ข้าหมายความว่าให้เอ็งเอาอกเอาใจท่านดีๆ แต่ว่าก็ว่านะนังสา ถ้าเอ็งมีลูกชายถวายท่านได้ล่ะก็ เอ็งสบายไปทั้งชาติแน่”

    สาฟังแล้วค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างคิดได้ ตั้งแต่คืนนั้นสาจึงตกแต่งห้องนอนใหม่สวยงามและหอมกรุ่นไปด้วยมวลดอกไม้ ประกอบกับความสาวสวยและท่าทียวนยั่วของสา ทำให้ท่านชายหลงใหลเธอนักหนาถึงกับมานอนด้วยแทบทุกคืน

    หม่อมพริ้มรับรู้ด้วยความคับแค้นใจ เจิมสงสารแต่ไม่รู้จะทำยังไง นอกจากปลอบประโลมและขอโทษทั้งน้ำตา

    “เอ็งไม่ต้องมาบีบน้ำตาจระเข้นังเจิม เอ็งอยากให้อีสามันได้ดิบได้ดี นี่มันก็ได้ดีสมใจเอ็งแล้วจะมามีน้ำหูน้ำตาหาอะไร”

    “หม่อมเจ้าขา  อย่าหาว่าบ่าวอาจเอื้อม ถึงไม่ถวายอีสา ท่านชายก็คงหาคนอื่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ลูกชายสมพระทัย”

    “คนอื่นมันก็คนอื่น แต่นี่...นี่มันอีสา เด็กที่เคยกินนมจากอกข้า ใครจะไปนึกว่าวันนึงจะต้องมาร่วมผัวกัน”

    “แต่ อีสามันก็ดีกว่าคนอื่นนะเจ้าคะหม่อม อีสามันเป็นข้าในเรือน ข้าวแดงแกงร้อนของหม่อมรดหัวมันมา ต่อไปวันข้างหน้ามันไม่มีวันเหิมเกริมทำให้หม่อมร้อนใจเป็นอันขาดเจ้าค่ะ”

    หม่อมพริ้มเงียบลง แต่ยังคงมองหน้าเจิมอย่างไม่อยากเชื่อ

    ooooooo

    ผ่าน ไปเดือนกว่า สาตั้งท้องและคาดว่าจะเป็นลูกชายตามคำทำนายฝันของเจิมเสียด้วย ท่านชายทราบเรื่องแต่ไม่ได้ตื่นเต้นนัก เพราะมีลูกเยอะแล้ว ต่างจากสาที่ดีใจมาก คาดหวังว่าลูกของตนต้องเป็นผู้สืบสกุลรวีวาร และตนคงจะสบายไปทั้งชาติอย่างที่เจิมบอก

    สาออดอ้อนท่านชายขอบ้านหลัง หนึ่งหลังคลอด อ้างว่าห้องคับแคบที่เคยอยู่ไม่สมเกียรติลูกชายที่เป็นถึงทายาทผู้สืบสกุล รวีวาร ท่านนิ่งเฉยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่นำความไปเล่าให้หม่อมพริ้มฟัง

    “สามันก็พูดถูกแล้วเพคะ ถ้าลูกในท้องมันเป็นลูกชายจริงๆ เด็กคนนั้นจะเป็นผู้สืบสกุลรวีวาร”

    “ถ้าเขามาเกิดกับแม่พริ้ม ฉันคงไม่ต้องกลุ้มใจ”

    “หม่อมฉันไม่มีวาสนานี่เพคะ จะทำยังไงได้”

    “ลูกฉัน...จะเกิดกับใครก็เป็นลูกของฉัน แถมจะ

    เป็นลูกที่สืบสกุลรวีวารต่อไป แม่พริ้มจะว่าอะไรไหม ถ้าฉันจะขอ...”

    “ขออะไรเพคะ” หม่อมพริ้มชิงถามด้วยความสงสัย ท่านชายถอนใจก่อนจะอธิบายความ...

    หลัง จากวันนั้นจนถึงวันที่สาใกล้คลอด สาได้ย้ายออกจากเรือนหม่อมนิ่มขึ้นไปอยู่ตำหนักใหญ่ด้วยความเห็นชอบของหม่อม พริ้ม หม่อมนิ่มโกรธแค้นสาหาว่าเป็นข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย ด่าทอสาปแช่งหลายคำแต่ก็โดนสาตอกกลับไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

    สาถือดีกับ หม่อมอื่นยกเว้นหม่อมพริ้มที่ยังไม่ค่อยกล้าต่อปาก แต่ก็มีถามบ้างหากข้องใจ โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยหลังคลอดที่อยากได้บ้านสักหลังอยู่กันสองคนแม่ ลูก ซึ่งหม่อมพริ้มตอบอย่างเย็นชาว่า

    “ลำพังเลี้ยงดูผู้คนบริวารในวังรวี วารแต่ละเดือนก็ใช้เงินไม่น้อย ท่านชายทรงออกจากราชการนานแล้ว รายได้ลดน้อยลง แต่จำนวนปากท้องที่ต้องเลี้ยงดูกลับมากขึ้นทุกวัน”

    “แต่ว่าลูกชายของสาเป็นถึงทายาท”

    “ทายาทของรวีวารก็ต้องอยู่บนตำหนักใหญ่ เอาไว้เอ็งคลอดออกมาเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที”

    หม่อม พริ้มตัดบทเฉียบขาด สาทำท่าเหมือนอยากจะต่อรอง แต่ถูกเจิมแอบหยิกให้เงียบไว้...หลังจากวันนั้นไม่นาน สาคลอดลูกชายสมใจ หม่อมพริ้มดีใจ อุ้มชูเอามาอวดท่านชายและขอให้ตั้งชื่อ

    “ลูกชายของหม่อมเจ้าโชติช่วงระวีให้ชื่อรวีช่วงโชติ

    ...หม่อมราชวงศ์รวีช่วงโชติ รวีวาร ดีไหมแม่พริ้ม”

    “ลูกได้พระนามของท่านชายมาเป็นชื่อ ถือเป็นสิริมงคลที่สุดแล้วเพคะ”

    ท่าน ชายกับหม่อมพริ้มยิ้มให้กันอย่างมีความสุข สามองทั้งสองชื่นชมทารกในอ้อมแขนราวกับเป็นพ่อแม่ รู้สึกอิจฉาและน้อยใจที่ท่านชายไม่สนใจตัวเองเลย

    ในวันเดียวกัน หม่อมนิ่มกรีดร้องอาละวาดขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์แค้นที่สาให้กำเนิดลูกชาย

    “เจ็บใจนัก อุตส่าห์ขุนเลี้ยงอีสามันมา นึกไม่ถึงว่าจะพลาดท่าเสียทีให้นังหม่อมพริ้มมาชุบมือเปิบไปจนได้”

    “หม่อมใหญ่ท่านมีลูกสาวตั้งห้า ท่านอาจจะไม่สนใจลูกของอีสาก็ได้นี่คะ”

    “อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่ะแม่น้อย ทายาทคนเดียวของรวีวารมีหรือหม่อมพริ้มจะยอมให้เราเอามาเลี้ยง ไม่มีวันเสียล่ะ”

    ขณะเดียวกันนั้น หม่อมลำดวนเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมสา ท่าทีร้อนรุ่มริษยาสาไม่เบาเหมือนกัน บ่นกับบ่าวคนสนิทว่า

    “เอ็ง น่าจะได้ไปเห็นนะนังชด อีสาหน้าบาน ชูคอเป็นกิ้งก่าขึ้นมาทีเดียว มันคงคิดว่าถ้ามีลูกชายถวายท่าน แล้วจะได้เชิดหน้าขึ้นมาเป็นหม่อมกับเขา”

    “ขี้ข้าอย่างนังสา ท่านชายจะยกย่องมันขึ้นมาเทียมหม่อมได้หรือเจ้าคะ”

    “ว่าได้รึ สามันเป็นแม่ของคุณชายรวีช่วงโชติ ท่านชายยอมให้โอรสของท่านโตขึ้นมาแบบลูกขี้ข้าได้ยังไง ไม่มีทาง”

    แน่นอนว่าท่านชายไม่ยอมให้ใครเรียกลูกของตนว่าลูกขี้ข้า หม่อมพริ้มจึงถามว่า “แล้วทรงจะทำอย่างไรเพคะ หรือจะยกย่องอีสาขึ้นมา”

    “แม่ พริ้ม...เต่าเตี้ยอย่ามาต่อให้ตีนสูง ไม่ใช่ยูงอย่ามาย้อมให้เห็นขน อีสามันก็เป็นได้แค่อีสาอยู่วันยังค่ำ ต่อให้ฉันยกมันขึ้นมาก็ใช่ว่าพระญาติพระวงศ์คนอื่นเขาจะยอมรับมัน...ไหนๆ เมื่อกี๊แม่พริ้มก็รับเป็นแม่เด็กไปแล้ว ก็รับไปให้ตลอดเลยแล้วกัน”

    “ทรงหมายความว่าจะให้หม่อมฉัน...”

    “ฉันเคยบอกแล้วไง แม่พริ้มเป็นเมียใหญ่ ถ้าหากฉันจะมีทายาทก็อยากให้เกิดกับแม่พริ้ม”

    หม่อมพริ้มเข้าใจความหมาย รอยยิ้มผุดพรายด้วยความดีใจ

    ooooooo

    สา ยังไม่แข็งแรงแต่อยากเห็นหน้าลูกชาย จึงให้หวนพาไปที่ห้องเด็ก พอเห็นลูกร้องไห้ก็จะให้นมแต่หม่อมพริ้มที่แอบมองชิงเข้ามาห้าม บอกว่าตนจ้างนวลมาเป็นแม่นมเลี้ยงคุณชายแล้ว เพราะนมของสาเป็นพิษ

    “ที่คุณชายไม่สบายเพราะแพ้นมแม่ กินไม่ได้ เอ็งปล่อยให้แม่นมเขาเลี้ยงคุณชายดีกว่า”

    นวลยื่นมือมาขอเด็ก สาเกรงหม่อมพริ้ม จำใจปล่อยลูกให้แม่นมไป

    “เป็น แม่คนน่ะอีสา แค่เบ่งลูกออกมาก็เป็นแม่ได้ แต่จะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาดีมันต้องอบรมสั่งสอนกันอีกหลายอย่าง ข้าพูดตรงๆ เอ็งไม่มีปัญญาเป็นแม่ที่ดีของคุณชายได้ ท่านชายทรงมีรับสั่งให้ข้าเลี้ยงคุณชาย ให้คุณชายเรียกข้าว่าแม่”

    “แล้วสา...”

    “ส่วนเอ็ง เคยทำอะไรยังไงมาก็ทำไป คุณชายนี่น่ะข้าจะเลี้ยงให้เอง”

    ฟังบัญชาอันเฉียบขาดของหม่อมพริ้มแล้วสาถึงกับอึ้งพูดไม่ออก ครู่ต่อมาเจิมทราบเรื่องได้แต่ปลอบใจด้วยความสงสาร

    “ลูกของเรายังไงก็เป็นลูกของเรา ไม่ไปไหนหรอกสาเอ๊ย ให้หม่อมท่านเลี้ยงน่ะดีแล้ว คุณชายจะได้สบาย”

    “แล้วฉันล่ะ ไหนป้าว่ามีลูกชายแล้วฉันจะสบาย หม่อมเอาลูกฉันไปเลี้ยง แล้วฉันล่ะป้า ฉันจะยังไง”

    เจิม ตอบไม่ได้...สารู้สึกเคว้งคว้าง ทั้งจุกทั้งเจ็บเหมือนตกสวรรค์ แล้วอีกหลายวันต่อมาก็ต้องหอบสัมภาระจากตำหนักใหญ่ลงมาอยู่เรือนหม่อมนิ่ม เหมือนเดิม หม่อมนิ่มไม่พอใจ ทะเลาะกับสายกใหญ่ แต่สุดท้ายก็จนใจเพราะเป็นคำสั่งของหม่อมพริ้ม

    ตลอดทั้งเดือนสาเพียรไป แอบดูลูกชาย เห็นหม่อมพริ้มกับท่านชายอุ้มชูด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขก็อิจฉาจนต้องหันหลัง กลับออกมาระบายความน้อยใจกับบ่าวในครัว

    “ใช่สิ อีสามันเบ่งลูกออกมาให้สมใจแล้วนี่ ตอนนี้ก็อุ้มชูกันสนุกไป ไม่มีใครเห็นหัวแม่มัน”

    “ตกลงเอ็งโกรธที่หม่อมท่านเอาลูกเอ็งไปเลี้ยงหรือโกรธที่ท่านชายไม่ทรงสนพระทัยเอ็งกันแน่วะนังสา”

    “ก็ป้าเจิมบอกฉันว่ามีลูกชายถวายท่านแล้วท่านจะรักจะหลง ที่ไหนได้ ฉันกลับกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครสนใจ”

    “โอ๊ย...เอา ให้มดลูกเข้าอู่ดีเสียก่อนเถอะอีสา อย่าเร่าร้อนนักเลย เดี๋ยวท่านชายก็เด็จมาหาเอ็งเองแหละ” จวนพูดขำๆ แต่สายังฮึดฮัดขัดใจอยู่ดี

    ooooooo

    คุณชายรวีหนึ่งขวบเริ่มพูดอ้อแอ้ สามาแอบดูก่อนจะปรากฏตัวเมื่อท่านชายกับหม่อมพริ้มอนุญาตให้เข้ามา แต่ไม่ยอมให้สาแทนตัวเองว่าแม่กับคุณชายรวี

    “ข้าบอกแล้วไงว่าท่านชายรับสั่งให้ข้าเป็นแม่ ส่วนเอ็งเรียกสาเฉยๆ” หม่อมพริ้มเน้นย้ำจนสาหน้าเจื่อน หันมองท่านชายที่อ่านหนังสืออยู่ไม่ไกล ตั้งท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ท่านชายชิงตัดบทเสียก่อน

    “แม่พริ้มเล่นกับลูกไปนะ ฉันจะขึ้นบนตึกแล้ว”

    “สาไปด้วยเพคะ สามีเรื่องจะทูล”

    ท่านชายหยุดกึกแล้วลงนั่งอย่างเดิม พยักหน้าให้สาพูดมา สาลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเอ่ยปาก

    “หลายเดือนมานี่ท่านชายไม่เด็จไปหาสาเลย ไม่รักสาแล้วหรือเพคะ”

    ท่านชาย หม่อมพริ้ม รวมทั้งแม่นมต่างตกใจที่สากล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าผู้คน

    “สาไม่ได้รับใช้ท่านชายตั้งหลายเดือนแล้วนะเพคะ เมื่อก่อนเคยทรงโปรดสา เด็จไปอยู่กับสาทุกคืน แต่ตั้งแต่สามีลูก...”

    “พอที! หยุด! นวลเอาชายรวีขึ้นไปบนตึกกับข้า... พูดออกมาได้ยังไง หน้าไม่อาย”

    หม่อมพริ้มสะบัดเสียงใส่สาแล้วเดินนำหน้านวลออกไป สาไม่สนใจ ยังคงเซ้าซี้ท่านชายด้วยน้ำเสียงและท่าทีเว้าวอน แต่ท่านก็ไม่เอ่ยอะไรแถมยังลุกตามหม่อมพริ้มไปดื้อๆ

    สาผิดหวังอย่างแรงแต่ยังไม่ยอมแพ้ ดั้นด้นค้นหายาดีหมายบำรุงพลังท่านชายที่อายุมากขึ้น ก่อนจะเพียรไปออดอ้อนจนท่านใจอ่อนยอมมานอนด้วย แต่เพราะความตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ที่สาปรนเปรอทำให้ท่านช็อกหมดสติและสิ้นพระชนม์ตอนรุ่งสาง

    หม่อมพริ้มฝันร้ายว่าท่านชายมาฝากฝังให้เลี้ยงลูก พอสะดุ้งตื่นก็รีบเดินลัดเลาะไปห้องสาเพราะทราบดีว่าเมื่อคืนท่านชายไปที่นั่น แต่เดินไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของสาดังลั่น ตามด้วยเสียงหม่อมนิ่ม หม่อมน้อยที่ตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านสิ้นแล้ว!

    ทุกคนอยู่ในภาวะตกใจ สองหม่อมพี่น้องร้องไห้ฟูมฟายดุด่าสาเป็นกาลกิณี ขณะที่หม่อมพริ้มยืนตะลึงอยู่หน้าห้อง มองเข้าไปข้างในที่ตกแต่งราวกับซ่องนางโลม หม่อมลำดวนพรวดพราดมาอีกคน พอรู้ว่าท่านชายสิ้น พระชนม์เพราะอีสาก็โวยวายทุบตีถามว่าทำอัปรีย์อะไรกับท่าน

    สาไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้และปัดป้อง หม่อมลำดวนโกรธจัดจิกหัวสาขึ้นมาจะตบ แต่หม่อมพริ้มถลันเข้ามาปรามด้วยเสียงทรงอำนาจ

    “อย่านะ แม่ลำดวน”

    หม่อมลำดวนลดมือลง หม่อมนิ่ม หม่อมน้อยถอยไปมุมห้อง สาก้มหน้างุดลงกับพื้นไม่กล้าสู้ตา หม่อมพริ้มเดินไปนั่งลงข้างเตียง จับข้อเท้าท่านชายแล้วก้มลงกราบซบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สาคลานเข้ามากราบแทบเท้าหม่อมพริ้ม แต่ต้องชะงักกับสายตาเย็นชาที่หม่อมเงยหน้ามองมา... แล้วพูดเสียงเรียบกับหม่อมทั้งสาม

    “แม่ลำดวน หล่อนไปเรียกมหาดเล็กมาแต่งองค์ เคลื่อนศพไปที่ตำหนักใหญ่ แม่นิ่ม แม่น้อย มาช่วยกันตระ เตรียมพิธีรดน้ำศพ แล้วบอกคนอื่นในวังให้มาช่วยกันด้วย”

    สั่งเสร็จก็กลับออกไปทันที หม่อมทั้งสามเดินตาม ส่วนสายังคงก้มหน้าสะอึกสะอื้นอยู่กับที่ เจิมเดินน้ำตาซึมมาแตะไหล่ สาโผเข้ากอดป้าเจิมด้วยความรู้สึกผิดท่วมท้น และทำท่าจะแก้ตัวแต่เจิมตัดบทไม่อยากฟัง

    “เอาเถอะ สาเอ๊ย ยังไงท่านก็สิ้นไปแล้ว”

    “ท่านชายสิ้นแล้ว แล้วฉันจะทำยังไงล่ะป้า ฉันจะทำยังไง” สาคร่ำครวญเสียงสั่นเครือ น้ำตาร่วงพรูด้วยความกลัว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก

    "มุก" จูบ "เก้า" เม้าท์ทูเม้าท์ ดีไซน์สุดฮาท่าโดนไฟช็อตใน "บ้านสาวโสด" ตอนแรก
    27 ก.ย. 2563

    23:30 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 23:53 น.