ข่าว

วิดีโอ



อีสา-รวีช่วงโชติ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

โสภิตพิไลถูกคุมขังอยู่ในบ้านหลังเดิมโดยมีน้อยคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ให้ทุกอย่างด้วยดีตามคำสั่งของท่าน แต่ท่านไม่เคยเหยียบย่างมาที่นี่เนื่องจากเจ็บป่วยเรื่อยมาหลังเกิดเรื่องในงานเลี้ยงวันเกิดของสันทนา

หญิงสาวต้องทนทุกข์ทรมานใจกายทุกวัน อยากหลบหนีแต่ก็จนปัญญาเพราะทราบดีว่ารอบบ้านมีทหารเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา...ด้วยความคับแค้นใจทำให้โสภิตพิไลคิดสั้นจะฆ่าตัวตายด้วยการใช้เศษจานกระเบื้องที่ตัวเองขว้างแตกกระจายกรีดข้อมือ โชคดีที่สันทนากับสามาถึงทันเวลา

ทั้งคู่ตั้งใจมาช่วยเหลือโสภิตพิไลออกไปอยู่แล้ว จึงวางแผนให้เธอเล่นละครตบตาลูกน้องของท่านว่ากินยาตายและต้องรีบพาไปล้างท้องที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างนี้เองมีทหารมาตามสันทนาบอกว่าท่านอาการโคม่ากำลังจะตาย แผนการนั้นเลยยุติลงโดยปริยาย โสภิตพิไลเป็นอิสระแล้ว...

ชายรวีพาหม่อมพริ้มกลับมาอยู่วังรวีวารอีกครั้งหลังจากสันทนาคืนวังให้ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครคู่ควรกับวังรวีวารเท่าหม่อมพริ้ม ลูกๆทุกคนดีใจมากมาช่วยกันตกแต่งวังให้เหมือนเดิม โดยมีบ่าวร่วมด้วยช่วยกันอย่างแข็งขันและมีความสุข

“ขอบใจมากนะทุกคน...ขอบใจ”

“วังใหญ่โตอยู่กันไม่กี่คน หญิงกลัวหม่อมแม่จะเหงา พวกเราเลยตกลงกันว่าคืนนี้จะมาค้างคืนเป็นเพื่อนหม่อมแม่ค่ะ”

“ดีจริง จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนวันเก่าๆ” หม่อมพริ้มยิ้มเปี่ยมสุข ดึงชายรวีเข้ามากอด ขอบใจที่เขาพาตนกลับมาที่วังแห่งนี้จนได้

หลังจากนั้นพี่น้องคุยกันเรื่องชิษณุ ศุภลักษณ์บอกว่าอีกไม่นานตนก็จะได้อุ้มหลานแล้ว โศภีพี่สาวคนโตอดกระเซ้าน้องคนรองไม่ได้ว่าเร็วทันใจดีจริง และถามหญิงจิ๋มว่าเมื่อไหร่จะมีลูกเสียที หลานแซงหน้าไปแล้ว

“เชิญเถอะค่ะ หญิงยังไม่พร้อม”

“วันนี้ดีจัง เราพี่น้องไม่ได้นั่งกินน้ำชากันพร้อมหน้าแบบนี้นานแล้วนะ”

“ยังไม่พร้อมซะทีเดียวหรอกค่ะ ยังขาดคนนึง”

ทุกคนทำหน้างงๆ มองหญิงจ้อยที่พูดมานั้นหมายถึงใคร ชายรวีรู้อยู่แก่ใจตอบเสียเองว่า

“ขาดน้องสาวคนเล็กของเราไงครับ หม่อมราชวงศ์หญิงโสภิตพิไล รวีวาร”

“จริงสิ แล้วตอนนี้โสภิตอยู่ที่ไหน”

“พอออกจากบ้านท่านแล้วโสภิตก็กลับไปหลบอยู่ที่บ้านสวนยายแป้นครับ เดี๋ยวสักครู่ก็คงจะมีคนพามา”

ชายรวียิ้มสดใสตาเป็นประกาย เมื่อคิดถึงคนที่จะพาโสภิตพิไลมา...

ใจสว่างนั่นเอง เธอพาโสภิตพิไลมาส่งที่วังรวีวาร สองสาวเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โต ชายรวีเลยสัญญาว่าจะพาชมให้ทั่ววัง แต่ตอนนี้โสภิตพิไลต้องไปพบหม่อมแม่ก่อน ใจสว่างขอรออยู่ข้างนอก ส่วนโสภิตพิไลตามชายรวีเข้าไปพบหม่อมพริ้มในห้องโถง

“เรื่องร้ายๆผ่านพ้นไปแล้ว จากนี้ไปก็มาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่เถอะ อย่างไรเสียเธอก็เป็นรวีวารคนนึงเหมือนกัน”

โสภิตพิไลรับคำแล้วอึกอักไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกหม่อมพริ้มว่ายังไง

“เรียกฉันว่าหม่อมแม่เหมือนชายรวีก็ได้”

“ค่ะ หม่อมแม่”

“แล้วหลังจากวันนั้นได้คุยกับแม่อุษาของเธอบ้างหรือเปล่า”

“ก็คุยบ้างค่ะ หนูก็พอจะทำใจได้แล้ว ความจริงที่ผ่านมาเขาก็รักหนูมาก”

“ดีแล้ว ยังไงเขาก็เป็นแม่ เราเป็นลูกก็ต้องเข้าใจเขา ให้อภัยเขา สามันก็เป็นของมันอย่างนั้นตั้งแต่สาว คงจะเป็นกรรมเก่าของมันกระมัง” หม่อมพริ้มพูดถึงสาอย่างปลงๆ

ooooooo

สายังคงมีสัมพันธ์ฉันผัวเมียกับสันทนาเหมือนเดิม...คืนนี้ทั้งคู่นัดพบกันที่โรงแรม แต่จู่ๆสาก็เปรยขึ้นมาว่าเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มที ปรากฏว่าสันทนาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน สาเลยตั้งคำถามว่าทำไมเขาต้องมาอยู่กับตน ทำไมไม่กลับไปอยู่กับลูกเมีย

“นั่นยิ่งน่าเบื่อใหญ่”

“คุณไม่รักคุณหญิงเฉิดฉวีแล้วหรือคะ”

“รักสิ ก็รักแบบผัวเมียกันนั่นแหละ แต่นับวันเฉิดฉวีก็ยิ่งหึงหวงจนน่าเบื่อ จนผมไม่อยากอยู่ใกล้”

“แล้วทำไมไม่เลิกกันล่ะคะ ฉันจะได้อยู่กับคุณอย่างเปิดเผย เราจะได้ไม่ต้องมาพบกันในโรงแรมแบบนี้ ใจคอเราจะอยู่อย่างนี้กันไปจนแก่จนเฒ่าเลยหรือคะ”

“ไม่หรอกคุณอุษา ผมคิดดูแล้วผมจะหาบ้านเล็กๆ ให้คุณซักหลัง เราจะอยู่ด้วยกันที่นั่น”

“บ้านเล็ก? เป็นเมียน้อยงั้นหรือคะ”

“เป็นเมียที่ผมรัก แต่แต่งงานด้วยไม่ได้ บ้านเล็กบ้านใหญ่มันไม่สำคัญหรอกน่ะ มันสำคัญที่ใจ ว่าไง ตกลงนะ” สานิ่งไปอย่างชั่งใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น หวนกับจวนขึ้นมาเห็นหม่อมพริ้มเป็นลมนอนนิ่งอยู่กับพื้น สองบ่าวตกใจมากรีบพาท่านนอนบนเตียงแล้วไปตามคุณหญิงคุณชายมาปฐมพยาบาลท่าน

ไม่นานนัก หม่อมพริ้มรู้สึกตัว ค่อยๆลืมตา ลูกทุกคนรายล้อมเข้ามาด้วยความดีใจ

“ฟื้นแล้ว หม่อมแม่ฟื้นแล้ว”

“หม่อมแม่ เป็นยังไงบ้างครับ”

หม่อมพริ้มรู้สึกตัวเต็มที่ เห็นลูกๆหน้าสลอน ถามว่ามามุงอะไรกัน

“หม่อมแม่เป็นลมไปค่ะ หญิงให้คนไปตามหมอแล้ว เดี๋ยวคงมา”

“คนแก่เป็นลม จะตามหมอทำไม”

“ตรวจหน่อยเถอะค่ะ ทุกคนเป็นห่วงหม่อมแม่นะคะ”

“วุ่นวาย เสียเวลาหมอเขาเปล่าๆ”

โสภิตพิไลยกน้ำชาอุ่นๆมาให้หม่อมพริ้มดื่มจะได้สดชื่น ท่านรับมาจิบนิดหน่อยก่อนส่งคืนแล้วบอกทุกคนว่า

“จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ แม่ไม่เป็นอะไรหรอก โสภิตไปตามหวนมาไป ให้มันมาเฝ้าแม่”

ทุกคนปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย หม่อมพริ้มนอนพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่หวนจะเข้ามาบีบนวดให้

“หวน...ข้าอยากเจออีสา มีเรื่องต้องพูดกับมัน เอ็งไปตามมันมาหาข้า”

หวนแปลกใจแต่ไม่กล้าซักถาม ได้แต่รับคำแล้วรีบไปตามสามาพบในวันเดียวกันนี้เลย โดยมีใจสว่างติดสอยห้อยตามสามาด้วย

ทันทีที่ก้าวย่างเข้ามาในวังรวีวาร สาอดนึกถึงคืนวันเก่าๆในวัยเด็กไม่ได้ รำพึงกับหวนว่า

“นานเหลือเกินนะพี่หวน นานมาก ฉันจำได้ ตอนนั้นเรามีความสุขกันเหลือเกิน”

หวนพยักหน้ารับแล้วเดินนำไปทางห้องโถงที่หม่อมพริ้มรออยู่...สาตามหวนเข้ามาโดยที่ใจสว่างขอรออยู่ข้างนอก

“เห็นพี่หวนว่าหม่อมไม่สบายหรือคะ”

“โรคคนแก่น่ะ ไม่มีอะไร ก็เพราะรู้ตัวว่าแก่นี่แหละ อะไรต้องทำก็เลยอยากจะทำเสียให้เสร็จไป ถึงได้เรียกเอ็งมา...เอ็งยังเป็นชู้กับใครต่อใครอยู่หรือเปล่า” หม่อมพริ้มถามตรงไปตรงมาเสียจนสาสะอึก ไม่กล้าโกหก

“ค่ะหม่อม”

“เลิกได้ไหม มันผิดทั้งทางโลกทางธรรม ใครรู้เข้าก็รังเกียจเดียดฉันท์ ลูกเต้าก็พลอยอับอายขายขี้หน้า...พ่อแม่เป็นพรหมของลูก เป็นบุคคลสูงสุดที่ลูกต้องเคารพบูชา เอ็งทำตัวไม่น่าเคารพแล้วเอ็งจะให้ลูกกราบไหว้บูชาอยู่ได้ยังไง”

สาก้มหน้านิ่งละอายใจ หม่อมพริ้มเห็นชายรวีกับโสภิตพิไลเดินเข้ามาจึงบอกให้สานั่งบนเก้าอี้ แล้วให้ลูกชายหญิงนั่งกับพื้นตรงหน้าสา

“เมื่อก่อนเธอไม่รู้ว่าเขาเป็นแม่ก็อาจจะเผลอทำสิ่งไม่ดีลงไป แต่ตอนนี้รู้แล้ว แม่อยากให้ทั้งสองคนกราบขอขมาแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอซะ”

ชายรวีกับโสภิตพิไลพนมมือ กล่าวพร้อมกันว่า

“ข้าพเจ้าขอกราบขอขมาคุณแม่ หากข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อคุณแม่ทั้งกายกรรม มโนกรรม วจีกรรม ทั้งที่รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลังก็ดี ข้าพเจ้าขอกราบขอขมาต่อกรรมนั้น ขอคุณแม่โปรดให้อภัยและโปรดอโหสิกรรมต่อลูก เพื่อความเป็นสิริมงคลและดีงามต่อลูกในกาลต่อไปด้วยเทอญ”

ทั้งคู่กราบลงตรงหน้าสา...สาสะเทือนใจน้ำตาไหลพราก เอ่ยปากเสียงสั่นเครือ

“คุณชาย คุณหญิง...แม่อโหสิกรรม แม่ต่างหากที่ต้องขอโทษลูก ยกโทษให้แม่นะ ชายรวี โสภิต”

ทั้งคู่รับคำและยอมให้สาสวมกอดแต่โดยดี... หลังจากนั้นชายรวีกลับออกมาพบใจสว่างแล้วพาเธอเดินชมวังตามสัญญา

“ที่นี่ต้นไม้เยอะ ร่มเย็นดีนะคะ”

“ถ้าคุณชอบก็มาบ่อยๆได้”

“หนูไม่กล้าหรอกค่ะ”

“มาเถอะ ผมอยากให้มา วังรวีวารจะได้ไม่เหงา”

ใจสว่างมองชายรวีตาแป๋ว เห็นความเอ็นดูในสายตาของเขาชัดเจน เลยถามแก้เขินว่า “วังมันเหงาได้ด้วยหรือคะ”

“มันเหงาออกบ่อยไป แต่ไม่มีใครรู้”

“ถ้าหนูมาแล้วหายเหงา หนูก็จะมาค่ะ”

ชายรวียิ้มสดใส แล้วพาสาวน้อยเดินชมนกชมไม้ต่อไปอย่างมีความสุข

ooooooo

สากลับออกมาคุยกับหวนและจวนอย่างตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกลับมาอยู่วังรวีวารดีหรือไม่ หวนเลยตั้งคำถามว่าถ้าสาไม่อยู่กับลูกแล้วจะไปอยู่กับใคร

“คุณสันทนาชวนให้ไปอยู่ด้วย เขาจะซื้อบ้านให้” สาตอบเสียงอ่อย

“เอ็งจะไปเป็นเมียน้อยเขาก็ตามใจ แต่ถ้าเป็น เอ็งก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี่อีกเลยนะอีสา ข้าบอกตรงๆ ข้าสงสารคุณหญิงโสภิตกับคุณชาย”

สาคิดหนัก แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกทำดี โดยเฉพาะ เป็นแม่ที่ดีของลูกสาวลูกชายที่ยอมรับนับถือในตัวเธอแล้ว สายกร้านเสริมสวยให้เพ็ญทำต่อ เพ็ญดีใจมากไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันนี้

“เพ็ญเป็นคนดูแลมันมา เพ็ญเหนื่อยกับมันมามากกว่าฉันเสียอีก สมควรแล้วที่จะได้เป็นเจ้าของมัน”

“ฉันเริ่มต้นชีวิตจากการทำงานในคลับในบาร์ ทำงานในที่ที่คนดูถูกว่าชั้นต่ำ ไม่นึกเลยว่าวันนึงฉันจะได้เป็นเจ้าของร้านแบบนี้”

“เพราะเพ็ญเป็นคนดี ใฝ่ดีมาตลอด เพ็ญถึงได้ดี ฉันเสียอีกเกิดในรั้วในวังแต่ใฝ่ต่ำไปทำงานในคลับในบาร์เสียตั้งนานกว่าจะคิดได้”

“แต่ตอนนี้คุณสามีชีวิตใหม่แล้ว ฉันดีใจด้วยนะคะ”

“จ้ะ ขอบใจเพ็ญเหมือนกัน ที่เป็นเพื่อนที่ดีของฉันมาตลอด”

สองคนจับมือกัน ตื้นตันจนน้ำตาซึม ใจสว่างพาแป้น เดินเข้ามาเห็นพอดี แซวทั้งคู่ว่าตนไม่อยู่แค่แป๊บเดียวชวนกันร้องไห้เสียแล้ว

“ใครจะยิ้มได้ทั้งวันเหมือนเธอล่ะจ๊ะ แม่ใจสว่าง...พี่แป้นจ๋า ฉันดีใจจังที่พี่แป้นยอมมาอยู่ที่ร้านกับหนูใจ”

“ก็พอดีล่ะค่ะคุณสา ตอนนี้ฉันก็ทำสวนไม่ไหวแล้ว ลูกหลานก็ไปกันหมด ตาสุขแกก็ไปอยู่วัดสบายไป...มาอยู่ที่นี่ยังพอมีเพื่อนคุยบ้าง”

“มาอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วค่ะ จะได้ช่วยกัน”

“โอ๊ย...ฉันแก่แล้วค่ะ มาช่วยเฝ้าบ้านน่ะพอได้ ไอ้เรื่องเสริมสวยน่ะยกไว้เถอะ ไม่รู้อะไรกับเขาหรอก”

“โธ่ ยายแป้นจ๋า มาอยู่กับน้าเพ็ญขี้คร้านอีกหน่อยจะเปิ้ดสะก้าดจนลูกหลานจำไม่ได้”

ใจสว่างล้อเลียน แป้นหัวเราะชอบใจ สาพลอยยิ้มขันแล้วหันไปพูดกับเพ็ญว่า

“ฉันกับพี่แป้นชาติที่แล้วคงทำบุญร่วมกันมา ชาตินี้พี่แป้นถึงได้ตามอุปถัมภ์ฉันมาตลอด”

“เออ จริงสิ คุณสาจะไม่อยู่ที่ร้านนี้แล้วยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน”

สายิ้มละไม ตอบคำถามแป้นแล้วนัดพบสันทนาที่โรงแรม พูดคุยกับเขาอย่างจริงจังว่าตนไม่อยากเป็นเมียน้อย

“ทำไม”

“ฉันอยากเป็นแม่ที่ดีบ้างสักครั้งในชีวิต ฉันอยากเป็นแม่ที่ลูกภูมิใจ”

“ผมเข้าใจ”

“คุณก็เหมือนกันนะคะ มันยังไม่สายเกินไป คุณเองก็เป็นพ่อคน ฉันอยากให้คุณทำให้ลูกเมียภูมิใจ”

“ผู้หญิงกับผู้ชายมันไม่เหมือนกันหรอกน่ะ”

“เหมือนค่ะ แต่เพราะผู้ชายมีอำนาจ ถึงกำหนดว่าผู้ชายมากชู้หลายเมียไม่เป็นไร ฉันเคยเห็นมาก่อน ตั้งแต่สมัยท่านชาย ลูกเมียคนไหนก็ไม่ได้มีความสุข”

“จะมาเทศนาอะไรตอนนี้เนี่ย”

“เพราะฉันรักคุณไงคะ ฉันถึงอยากเห็นคุณมีบั้นปลายชีวิตที่มีความสุข”

 “ผมมันก็ไม่ใช่คนดีอะไรนะ เอาเป็นว่าคุณทำดีนำไปก่อนก็แล้วกัน แล้วผมจะพยายามตามไป”

 สากราบลาสันทนาที่อก ขอให้รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ สันทนาดึงเธอมากอดเป็นครั้งสุดท้าย แล้วบอกกับตัวเองหลังจากสากลับไปแล้วว่า

“เป็นคนดีงั้นเหรอ มันจะไปยากอะไร”

คิดได้ดังนั้นแล้ว สันทนาเริ่มเปลี่ยนตัวเองทันทีด้วยการทำดีต่อภรรยา โทร.บอกเฉิดฉวีให้เก็บเสื้อผ้าเตรียมเดินทางไปเที่ยวตากอากาศ

ooooooo

ที่วังรวีวาร ชายรวีกับโสภิตพิไลประคองหม่อมพริ้มที่เหนื่อยอ่อนเข้ามานั่งเป็นประธาน แวดล้อมด้วยลูกๆ และบ่าวไพร่เต็มห้อง

“มีอะไรกันหรือ ทำไมวันนี้มาพร้อมหน้าพร้อมตา”

“สาขอให้ทุกคนมาที่นี่ค่ะหม่อมแม่”

ขาดคำของหญิงจ้อย หวนเดินนำสาที่ในมือมีพวงมาลัยเข้ามานั่งตรงหน้าหม่อมพริ้ม

“สากราบขอขมาหม่อมค่ะ สิ่งใดที่สาเคยทำผิดพลาดล่วงเกิน สาขออภัยทั้งหม่อมแล้วก็คุณหญิงคุณชายทุกคนด้วย”

“เอาเถอะ ข้าอโหสิกรรมให้ เท่านี้ใช่ไหม”

“ที่สามาวันนี้ สาจะขอกลับมาอยู่ในวังรวีวาร เป็นข้ารับใช้หม่อมกับคุณหญิงคุณชายต่อไปค่ะ”

ศุภลักษณ์ท้วงสาว่าคิดดีแล้วหรือ หญิงจิ๋มก็ว่าจะดีได้ซักกี่น้ำ สายืนยันว่าตนตั้งใจจริงก่อนตายอยากเป็นแม่ที่ดีกับเขาสักครั้ง หม่อมพริ้มพอใจ บอกสาว่าคิดได้ ก็ดีแล้ว ลูกๆคงดีใจ

ชายรวีกับโสภิตพิไลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตนดีใจที่แม่จะมาอยู่กับเรา หม่อมพริ้มเสริมขึ้นอย่างเมตตาสา

“มาอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ไม่ต้องมาเป็นข้าเป็นบ่าวอะไรหรอก ยังไงเอ็งก็เป็นแม่ของชายรวีกับโสภิต”

“ถึงจะเป็นแม่ของคุณชายกับคุณหญิง แต่เมื่ออยู่ในวังรวีวาร  สาก็เป็นอีสาคนเดิมล่ะค่ะหม่อม ชาตินี้เกิดมาเป็นอีสาเสียแล้วคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้”

“เป็นแม่คน มันสูงส่งที่สุดแล้วอีสา ตั้งใจเป็นแม่ให้ดีเถอะ ข้าอนุโมทนาด้วย”

สากราบหม่อมพริ้ม ทุกคนยิ้มยินดี เชื่อว่าสาจะกลับตัวกลับใจได้หลังจากผ่านชีวิตทั้งดีร้ายมาอย่างโชกโชน

ooooooo

-อวสาน-


ละครอีสา-รวีช่วงโชติ ตอนที่ 38(ตอนจบ) อ่านอีสา-รวีช่วงโชติ ติดตามอีสา-รวีช่วงโชติ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 12 เม.ย. 2557 09:20 2014-04-13T01:00:19+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ