ข่าว

วิดีโอ



ด้วยแรงอธิษฐาน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทองเอก-ญาลิล-ณกดแก้ว

กำกับการแสดงโดย: ผิน เกรียงไกรสกุล

ผลิตโดย: บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจษฎาภรณ์ ผลดี,นิษฐา จิรยั่งยืน

ภายในหลุมหลบภัยแคบๆ บรรยากาศอับชื้น...

หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ใบหน้าเปรอะเปื้อนฝุ่น

ผมเผ้ามีคราบเลือดตกสะเก็ดเกรอะกรัง นอนหายใจรวยรินเหมือนคนจะสิ้นใจ

หญิงสาวกวาดตามองรอบตัวช้าๆ พลันแววตาสิ้นหวังก็ฉายแววอาฆาตแค้น...พยาบาท เธอค่อยๆ

พนมมือพร้อมเปล่งวาจาอธิษฐานด้วยเสียงแผ่วเบา

“ชาตินี้ลูกเกิดมาโง่เขลาจนต้องมาตายอนาถแบบนี้ ถ้าชาติหน้ามีจริงลูกขออธิษฐานให้ลูกมีพลัง

มีอำนาจที่แข็งกล้าเหนือใคร...ชาตินี้เขาพรากชีวิตลูกไปแต่ชาติหน้าลูกสาบานว่าจะขอเอาคืน!”

ขาดคำลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็เตรียมออกจากร่าง แต่ก่อนที่ดวงตาจะปิด...ภาพสุดท้ายในชีวิตของเธอก็ปรากฏภาพเบลอๆเหมือนใบหน้าผู้ชายคนหนึ่ง...ใครบางคนที่เธอคุ้นเคย...

ภาพความฝันน่ากลัวนั้นหายไปแล้ว นัทธมนสะดุ้งตื่นพร้อมสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนรอบตัว!

นัทธมนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเมื่อตื่นมาเจอข้าวของในห้องนอนลอยคว้างก่อนร่วงสู่พื้นอึดใจต่อมา หญิงสาวตกใจมากและตัดสินใจไปนอนห้องพระเพราะคิดว่าตัวเองถูกผีหลอก!

ความฝันแปลกประหลาดและข้าวของลอยคว้างกลางห้องทำให้นัทธมนตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า หญิงสาวเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายของโรงเรียนเลขานุการและมีเพื่อนสนิทสองคนคือถุงแป้งและขวัญแข

นัทธมนไม่กล้าเล่าเรื่องความฝันแปลกประหลาดให้เพื่อนรักทั้งสองฟังแต่อดทนถึงเวลาเย็นเมื่อมนทิรา แม่แท้ๆกลับจากขายขนมที่ต่างจังหวัด มนทิราช็อกมากเพราะไม่เคยเห็นลูกสาวมีอาการแบบนี้นานแล้ว

“นี่นัทลืมไปหมดแล้วใช่ไหมลูก”

“ลืม...เรื่องอะไรเหรอคะ”

“แม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ตั้งแต่นัทยังแบเบาะ...นัทมีพลังพิเศษแบบนี้อยู่ในตัวตั้งแต่เกิดแล้วน่ะ”

คำบอกเล่าของแม่ทำให้นัทธมนอึ้งไปอึดใจ ก่อนซักไซ้จนรู้เรื่องราวในอดีตว่าเธอเคยแสดงพลังพิเศษนี้จนพ่อแม่แตกตื่นต้องไปพึ่งพระธุดงค์ให้ช่วยคลายข้อสงสัย มนทิราลำบากใจมากแต่ก็ยอมเล่าถึงสิ่งที่พระธุดงค์บอก

“มันไม่ใช่เรื่องผีสางอะไรหรอกโยม  แต่มันเป็นเรื่องกรรมของแม่หนูเขาเองน่ะ”

“เด็กเพิ่งเกิดมาไม่กี่วันจะมีกรรมอะไรกันคะ”

“ก็กรรมเก่าจากชาติภพก่อนไง”

นิกรพ่อแท้ๆของนัทธมนอดไม่ได้โพล่งถาม “กรรมเก่า...ชาติก่อนลูกผมเป็นคนไม่ดีหรือไงครับ”

พระธุดงค์ส่ายหน้า อธิบายอย่างใจเย็น “ถึงจะเป็นคนดีสะสมบุญไว้  แต่หากยามตายกลับละกิเลสไม่ได้ ตัดรักตัดแค้นไม่ขาด ยิ่งถ้ามีแรงจิตตั้งมั่นก็อาจจะถูกพลังอำนาจครอบงำได้”

“ถ้าพลังนี้เกิดจากกรรมเก่า...งั้นพอจะมีวิธีทำให้กรรมเก่านี้หายไปไหมคะ”

“ไม่มีหรอกโยม...กรรมเป็นผลจากการกระทำ มันสูญหายไปไม่ได้หรอก”

“แล้วมันจะเป็นอันตรายกับเขาไหม จะต้องทำยังไงเขาถึงจะมีชีวิตปกติเหมือนเด็กทั่วไป”

“โยมทั้งสองก็ต้องอบรมให้เขารู้จักการอภัย ละความโกรธเกลียดชัง ถ้าปล่อยวางได้ชีวิตจึงจะพบความสุขสงบ”

ooooooo

มนทิรากับนิกร พ่อแม่ของนัทธมนพยายามทำตามคำแนะนำของพระธุดงค์รูปนั้นตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองอบรมสั่งสอนให้นัทธมนเป็นคนมีเมตตา รู้จักปล่อยวางและให้อภัยมาตลอด และผลการกระทำนั้นก็ทำให้นัทธมนไม่ได้แสดงพลังพิเศษอีกยกเว้นครั้งเดียวตอนเด็กๆที่มีเรื่องทะเลาะกับเพื่อน

นัทธมนนั่งฟังแม่เล่าเรื่องเก่าๆด้วยความอดทน พยักหน้ารับรู้เพราะเห็นจริงตามแม่ทุกอย่าง

“ตั้งแต่นัทจำความได้ก็เห็นแม่ย้ำแต่เรื่องไม่ให้โกรธแค้นใคร ให้รู้จักอภัย”

“ใช่...แม่ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งไอ้พลังน่ากลัวนี่จะกลับมาอีก”

“ถ้าเป็นเรื่องกรรมเก่าจริง ในฝันร้ายนั่นก็อาจเป็นชาติก่อนของนัทที่ถูกใครหักหลังหรือทำร้ายอย่างงั้นเหรอคะ”

“อะไรก็ช่างเถอะ แต่แม่อยากให้ลูกปล่อยวาง อย่าไปโกรธไปแค้นเลยนะ”

“แม่...นัทจะไปโกรธแค้นใครล่ะคะ ไม่มีใครมาทำอะไรสักหน่อย...แต่ถ้ามีใครทำอะไรก่อนนัทไม่ปล่อยหรอกค่ะ”

“อ้าว...ทำไมคิดอย่างงั้นล่ะลูก”

“มันก็ยุติธรรมไม่ใช่เหรอคะ ถ้าใครมาทำร้ายนัทก่อนนัทก็ไม่ยอมให้มันลอยนวลไปหรอกค่ะ”

“ไม่ได้นะลูก เวรไม่ระงับด้วยการจองเวรหรอก เลิกเลยนะไอ้ความคิดพยาบาทจะแก้แค้นเนี่ย...แม่ไม่สบายใจ”

“แม่สบายใจเถอะค่ะ นัทไม่ได้มีเรื่อง ไม่ได้มีศัตรู นัทจะไปโกรธไปแค้นใครล่ะคะ”

รับปากแม่แล้วนัทธมนก็อดคิดถึงภาพชายหนุ่มในฝันไม่ได้...หรือกรรมเก่าของเธอจะคือเขาคนนี้...

กฤตย์ สถาปนิกหนุ่มใหญ่รูปงามกำลังเคร่งเครียดตามหาเลขานุการช่วยแบ่งเบาภาระ พิษณุ หนุ่มผู้ช่วยจอมทะเล้นพยายามสรรหาผู้สมัครคุณสมบัติดีๆแต่ยังไม่มีใครเข้าตาเจ้านายหนุ่ม

พิษณุอ่อนใจมากเพราะปริมาณงานล้นมือแทบรับไม่ไหว กฤตย์รับปากจะหาเลขาฯให้ได้ในเร็ววัน

แต่เวลานี้คงต้องออกจากออฟฟิศเพราะมีนัดเลี้ยงฉลองเรียนจบให้ถุงแป้งหลานสาวคนโต

กลิกาหรือถุงแป้ง หลานสาวคนสวยของกฤตย์เป็นลูกสาวของเกตุมณีและปิติ พี่สาวแท้ๆและพี่เขยของเขา กฤตย์รักและดูแลหลานสาวคนนี้มาตลอดแต่เพราะระยะหลังงานยุ่งจึงไม่ค่อยมีเวลา เมื่อหลานสาวเรียนจบจากโรงเรียนเลขานุการจึงอยากพาไปเลี้ยงชดเชยและถือโอกาสฉลองวันเกิดให้เจ้าตัว

นัทธมนอึดอัดอยากเล่าเรื่องฝันประหลาดให้ถุงแป้งกับขวัญแขสองเพื่อนรักฟังแต่จำต้องพักไว้เมื่อถุงแป้งบอกว่ามีนัดเลี้ยงฉลองกับกฤตย์น้าชายคนโปรด

“น้ากฤตย์ไหน...เรียนกันมาจนจะจบไม่เห็นเธอเคยพูดถึงเลย”

“น้าชายฉันเอง เป็นเจ้าของบริษัทสถาปนิก งานยุ่งจะตาย นานๆถึงจะว่างฉันเลยไม่กล้าปฏิเสธ”

ถุงแป้งบอกเหตุผลเสียงอ่อยก่อนหาทางชดเชยให้สองเพื่อนรักด้วยการชวนปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านช่วงสุดสัปดาห์ นัทธมนกับขวัญแขตอบรับทันทีเพราะไม่เคยไปบ้านถุงแป้ง สามเพื่อนรักคงแยกย้ายอย่างสงบหลังจากนั้นหากนัทธมนจะไม่ตาไวเห็นกฤตย์...น้าชายของถุงแป้ง... แล้วรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด

ooooooo

กฤตย์พาถุงแป้งไปเลี้ยงฉลองเรียนจบกับฉลองวันเกิดตามที่ตั้งใจ และถือโอกาสแนะนำหลานสาวให้เรียนต่อทันที เมื่อแกมแก้ว น้องสาวของกฤตย์น้าสาวของถุงแป้ง รู้เรื่องก็อดอิจฉาไม่ได้เพราะลินจันทร์ ลูกสาวคนเดียวของเธอกับไพโรจน์อดีตสามีเป็นเด็กมีปัญหาไม่ยอมพูดยอมจากับใคร

ถุงแป้งไม่อยากถูกแกมแก้วน้าสาวแดกดันจึงขอตัวไปพัก กฤตย์มองตามด้วยความอ่อนใจก่อนตามแกมแก้วไปหาลินจันทร์หลานสาวอีกคน ลินจันทร์สะดุ้งเมื่อเจอหน้ากฤตย์แต่เพียงแวบเดียวก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย

แกมแก้วมองท่าทีหวาดระแวงของลูกสาวด้วยแววตาเหนื่อยหน่าย อดไม่ได้ดุเสียงเข้ม “ยัยลิน...เขาทักทายแล้วแกยังไม่รีบไหว้อีก อยากทำตัวเป็นหมาหัวเน่ารึไง พ่อแกมันก็ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่แล้วแกยังทำตัวแบบนี้อีกเรอะ”

กฤตย์นิ่วหน้า ปรามน้องสาวเสียงอ่อน “แก้ว...ไม่เอาน่า”

“ก็จริงนี่คะ...ลูกสาวแก้วเป็นบ้าใบ้ พูดจาฉอเลาะประจบใครไม่เป็น ไม่เหมือนยัยถุงแป้งลูกสาวพี่เกตุ”

“แก้ว...ทั้งถุงแป้งทั้งลินจันทร์ก็หลานพี่ พี่รักเท่ากันนั่นแหละ พี่ขอนะ...อย่าพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าลินจันทร์เลย”

“โอ๊ย...ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะ มันก็นั่งใบ้ไม่โต้ตอบอยู่อย่างงี้นี่แหละ”

“ถึงไม่พูดแต่เขาก็ฟังได้ยินนะแก้ว”

ลินจันทร์หน้าเสียผละหนี แกมแก้วมองตามด้วยความขัดใจ

“นึกจะไปก็ไปไม่รู้จักร่ำลา เป็นใบ้แล้วยังไม่รู้จักกาลเทศะ”

กฤตย์ต้องปรามน้องสาวเป็นครั้งที่สอง “แก้ว...เลิกพูดในแง่ลบ เลิกทับถมเขาซะที ที่ลินจันทร์ไม่พูดไม่ใช่เพราะเป็นใบ้หรือพิการทางการได้ยินอะไร คุณหมอที่ดูอาการยังเคยบอกว่ามันเป็นปม เป็นเรื่องของจิตใจ”

“พี่พูดงี้จะโทษว่าเป็นความผิดแก้วอย่างงั้นเหรอคะ แล้วพ่อมันที่ทิ้งไปไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยอย่างงั้นเหรอ”

“พี่ไม่ได้โทษใคร พี่ไม่เห็นประโยชน์อะไรกับการหาคนผิด สิ่งสำคัญตอนนี้ที่ต้องทำคือแก้วต้องดูแลลินจันทร์ให้ดีๆต่างหาก...เผื่อมันจะเป็นทางช่วยเยียวยาจิตใจให้เขากลับมาพูดคุยเหมือนปกติได้”

“ค่ะ...ขอบคุณพี่กฤตย์ที่แนะนำนะคะ”

ท่าทางแกมแก้วเหมือนยอมรับฟัง กฤตย์ยิ้มออกแต่เพียงอึดใจก็หน้าตึง

“แต่แก้วก็เลี้ยงมันจนรอดมาถึงวันนี้ได้...ไม่ต้องให้ใครมาสอนหรอกค่ะ!”

ooooooo

ภาพด้านหลังของกฤตย์...น้าชายของถุงแป้งเพื่อนรักหลอกหลอนนัทธมนจนฝันร้าย ภาพความฝันในหลุมหลบภัยอับๆ ลมหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวหน้าตาเหมือนเธอทำให้สะดุ้งตื่นอีกครั้ง!

นัทธมนประสาทเสียมาก เช้าวันต่อมาจึงโทร.เรียกติสรณ์หรือเต้ย เพื่อนหนุ่มคนสนิทตั้งแต่เด็กมาระบายความอึดอัดใจ เรื่องราวความฝันประหลาดถูกถ่ายทอดอย่างหมดเปลือก เต้ยนั่งฟังด้วยสีหน้างงๆเพราะเรื่องมันไม่น่าเชื่อ

“เธอกำลังจะบอกว่าเธอฝันเห็นใครก็ไม่รู้ แต่คนคนนั้นดันมีตัวตนจริงขึ้นมาเนี่ยนะ”

“ใช่! เขาคือน้ากฤตย์ น้าชายของเพื่อนฉันเอง”


“เธอเคยเจอหรือเคยเห็นรูปเขามาก่อนก็เลยเก็บไปฝันหรือเปล่า”

“ฉันสาบานได้ว่าเห็นหน้าเขาครั้งแรกในความฝัน จริงๆ”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง”

“นี่นายหาว่าฉันโกหกเหรอเต้ย”

“เปล่า...แต่ปกติคนเราต้องเห็นหน้าค่าตากันก่อนถึงเก็บไปฝันได้เพราะความฝันมันคือความคิดในหัวของเราไง”

“หรือนี่มันไม่ใช่ความฝัน”

“อ้าว! ถ้าไม่ใช่ความฝันแล้วมันจะเป็นอะไรได้”

“ก็เป็นความจริงไง”

เต้ยทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ นัทธมนต้องย้ำความคิดตัวเอง

“ทำไมล่ะ...มันอาจเป็นความจริงจากในอดีต เป็นเรื่องจริงของฉันเมื่อชาติที่แล้วก็ได้”

“เดี๋ยวๆ...อะไรของเธอเนี่ย มันจะไปกันใหญ่แล้ว”

“นี่นายกำลังคิดว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม”

“เปล่า...ไม่ได้คิดแบบนั้น เรารู้ดีหรอกน่าว่าเธอไม่ธรรมดา”

“หมายความว่าไงไอ้คำว่าไม่ธรรมดาของเธอน่ะ”

“ก็ตอนเด็กๆเธอมีพลังจิต พลังพิเศษอะไรไม่ใช่เหรอ”

“นายไปรู้มาจากไหน”

“ก็เจอกับตัวเองนี่แหละ เธอคงลืมไปแล้วล่ะสิ แต่เรานี่จำแม่นเลย ตอนนั้นที่เรียนประถมด้วยกันไง...”

นัทธมนทำหน้าไม่ถูกเมื่อเต้ยเล่าเรื่องวัยเด็กที่ถูกเธอใช้พลังจิตกำราบโทษฐานชอบแกล้งเธอ เหตุการณ์พิลึกในวันนั้นทำให้เต้ยเลิกเกเรและกลายเป็นเพื่อนสนิทของเธอถึงปัจจุบัน

“จริงเหรอ...เด็กๆฉันร้ายขนาดนั้นเลย”

“ก็ใช่น่ะสิ นี่เธอจำไม่ได้เลยจริงๆเหรอ”

“จำได้แต่ว่าช่วงเด็กๆแม่ฉันย้ำทุกวันเลยว่าห้ามโกรธแค้น ห้ามทำร้ายใครอีกเด็ดขาด”

“แต่จะว่าไปเราก็ควรจะโดนสั่งสอนแบบนั้นอยู่เหมือนกันนะ”

“อันนั้นก็จริง นายถึงไม่กล้ารังแกใครอีก แล้วโตขึ้นมาเป็นผู้ชายเรียบร้อยขวัญใจสาวๆแบบนี้ไง”

“เรียบร้อยน่ะใกล้เคียงอยู่นะ แต่ขวัญใจสาวๆนี่ตรงกันข้ามเลย ไม่งั้นป่านนี้คงเคยมีแฟนกับเขาบ้างแล้ว”

“ก็นายมัวแต่หงิมๆไม่พยายามจีบเองนี่ แต่ไม่ต้องห่วงฉันมีเพื่อนดีๆโสดๆเยอะ...เดี๋ยวแนะนำให้”

“ไม่ต้องหรอก เรารู้ตัวเองดีน่าว่าเราชอบผู้หญิงแบบไหน”

เต้ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาเปล่งประกายบางอย่างที่นัทธมนไม่เคยเห็น เขาแอบชอบเธอมานานแต่ไม่กล้าสารภาพเพราะรู้ดีว่าเธอไม่ชอบผู้ชายแบบตน

นัทธมนไม่ได้รู้สึกรู้สากับท่าทีแปลกๆของเพื่อนหนุ่ม หมกมุ่นกับเรื่องผู้ชายประหลาดในฝันของเธอ

“ฉันต้องสืบให้รู้ให้ได้ว่าน้ากฤตย์มีความเกี่ยวข้องกับอดีตของฉันยังไง”

“แล้วเธอไม่ถามหลานเขาเลยล่ะ ก็เป็นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ”

“เป็นเพื่อนนี่แหละยิ่งถามไม่ได้ เพราะฉันก็ยังไม่รู้ว่าน้าเขาเป็นคนดี คนร้ายหรือว่าทำอะไรแย่ๆกับฉันไว้บ้าง”

“งั้นก็ไม่ยากนี่ ในเมื่อเขาเป็นน้าของเพื่อนเธออยู่แล้ว  เธอก็พยายามหาเรื่องแวะไปเยี่ยมเยียนทำความรู้จักเขาไว้”

“ก็ใช่ไง...วันอาทิตย์เนี้ยมีปาร์ตี้เล็กๆย้อนหลังวันเกิดที่บ้านเขา นายไปกับฉันด้วยได้ไหม...”

ooooooo

เต้ยตกลงไปปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านถุงแป้งโดยนัดเจอกันที่นั่น นัทธมนถึงก่อน สายตาสำรวจทั่วบ้านด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด นัทธมนไม่เคยมาบ้านถุงแป้งแต่กลับไม่รู้สึกแปลกตา พลันเธอก็เข่าอ่อนฟุบหน้าหมดสติที่หน้าบ้าน!

นัทธมนรู้สึกตัวอีกครั้ง เห็นตัวเองนอนบนพื้นบ้านถุงแป้งเหมือนก่อนหมดสติ แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นผู้หญิงหน้าตาเหมือนตัวเองเดินถือหนังสือความรักของเจน แอร์ เดินผ่านหน้า...

วรดานั่นเองผู้หญิงที่หน้าเหมือนเธอและเป็นคนเดียวกับที่เธอฝันเห็นในหลุมหลบภัยอับๆ นัทธมนอยากตามไปถามให้รู้เรื่องแต่ไม่ทันอ้าปากภาพเหมือนฝันนั้นก็หายวับพร้อมเสียงเรียกชื่อเธอจากถุงแป้งและขวัญแข

นัทธมนสั่นหน้าเรียกสติตัวเองจากภาพฝัน

เต้ยมาถึงบ้านถุงแป้งพอดีถลามาหาด้วยความเป็นห่วง นัทธมนจึงถือโอกาสแนะนำเขาให้สองสาวเพื่อนรักรู้จักกันอย่างเป็นทางการ

ถุงแป้งถูกชะตากับเต้ยแต่เขาไม่ได้สนใจเธอมากไปกว่าเพื่อนสนิทของนัทธมน แถมทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างดีด้วยการเลียบๆเคียงๆถามถึงกฤตย์

กฤตย์ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นหัวข้อสนทนาของเพื่อนๆ หลานสาว สถาปนิกหนุ่มนอนซมเพราะพิษไข้ แต่เสียง

พูดคุยและหัวเราะก็เรียกให้ลุกมาดูทางหน้าต่างห้อง พลันภาพหนึ่งในเพื่อนสาวของถุงแป้งก็ทำให้เขาชะงัก!

นัทธมนนั่นเองที่ทำให้กฤตย์เหมือนตกในภวังค์ ใบหน้าสวยหวานของเธอเหมือนกับวรดา...หญิงสาวที่เขาตกหลุมรักเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนไม่มีผิด และแล้วภาพในอดีต...วันแรกที่เขาได้เจอวรดาก็ผุดในหัว...

วันนั้นเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน...กฤตย์จำได้ว่าตัวเองไปทานข้าวบ้านพลโทประพจน์ เพื่อนบ้านของครอบครัวกับแกมแก้วผู้เป็นน้องสาว เวลานั้นแกมแก้วแอบชอบปิติ นายทหารคนสนิทของประพจน์ ผาณิต ลูกสาวคนเล็กของประพจน์กับผกาจึงช่วยสนับสนุนทุกทางแลกกับการที่แกมแก้วต้องช่วยเธอให้สมหวังกับกฤตย์

ผาณิตแสดงออกอย่างเปิดเผยว่ามีใจให้กฤตย์ แต่นอกจากเขาจะไม่สนใจยังแทบไม่เคยเปิดโอกาสให้เข้าใกล้ กฤตย์อึดอัดกับท่าทางของผาณิตต้องขอตัวไปเดินเล่น...และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอวรดา

วรดาไม่รู้ตัวว่าถูกจับจ้องโดยใครบางคน เธอเพลิดเพลินกับหนังสือความรักของเจน แอร์...หนังสือเล่มโปรด กฤตย์ลอบมองใบหน้าหวานด้วยความชอบใจจนกระทั่งเสียงเหยียบใบไม้ของเขาทำให้เธอรู้สึกตัว!

ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้วรดาหัวใจกระตุกก่อนกลบเกลื่อนความอายด้วยการขอตัวดื้อๆ

กฤตย์ร้องห้าม “เดี๋ยวสิ...นั่งก่อน เราแค่อยากขออาศัย ไม่ได้คิดจะแย่งที่ของเธอ”

“มิได้ค่ะ ฉันตั้งใจว่าจะไปแล้วพอดี เชิญคุณตามสบายเถอะค่ะ”

“จะนั่งอยู่ต่ออีกเดี๋ยวไม่ได้เหรอ เรามีเรื่องจะถามอะไรเธอสักหน่อย...อย่าหาว่าล่วงเกินนะ ดอกไม้อะไรน่ะที่เธอใช้พันผมอยู่ กลิ่นหอมหวานเหลือเกิน”

วรดาเริ่มระแวงตอบเสียงแข็งว่าดอกปีบ กฤตย์เดาว่าเธออาจเป็นวรดาลูกสาวคนโตของประพจน์จึงพยายามผูกมิตร วรดาไม่มีทางเลือกต้องนั่งตอบคำถามเขาด้วยท่าทางเกร็งๆ

“อ่านเรื่องอะไรอยู่หรือ”

“เจน แอร์  ค่ะ...ความรักของเจน แอร์ เป็นนวนิยายคลาสสิกที่แปลมา”

“เรารู้จัก...สมัยเรียนภาษาอังกฤษครูก็บังคับให้อ่านแต่เป็นแค่ฉบับย่อๆนะ เธอชอบเรื่องนี้เหรอ”

“ค่ะ...ชอบมาก นี่อ่านหลายรอบแล้วค่ะ”

“แล้วเคยอ่านที่เป็นภาษาอังกฤษแบบต้นฉบับจริงๆหรือยัง”

กฤตย์เสนอตัวจะนำฉบับภาษาอังกฤษมาให้แต่วรดาส่ายหน้าปฏิเสธ

“อย่าปฏิเสธสิ คิดซะว่าเป็นค่าเช่าที่เรามาขอแบ่งปันมุมสวยๆตรงนี้แล้วกัน”

“งั้นคุณคงจ่ายผิดคนเพราะฉันไม่ใช่เจ้าของบ้าน ...คงไม่อาจรับค่าเช่าได้”

“แปลว่าไม่ให้...คือเธอจะหวงเก็บที่ตรงนี้ไว้นั่งเล่นส่วนตัวคนเดียวล่ะสิ”

“มิได้ค่ะ...ฉันไม่ได้หวง”

“ไม่หวง...งั้นก็แปลว่าเธอไม่รังเกียจที่จะต้อนรับ”

“ฉันไม่รังเกียจที่จะต้อนรับแขกของคุณพ่อหรอกค่ะ”

“อย่าเรียกเราเป็นแขกเลยนะ มันฟังดูห่างไกลกันไปหน่อย บ้านอยู่ติดกันแบบนี้เรียกเราว่าเพื่อนบ้านดีกว่า”

คำบอกเล่าของเขาทำให้วรดาอึ้งอึดใจ กฤตย์ยิ้มกว้างแนะนำตัวว่าเป็นลูกชายคนกลางของเกื้อเพื่อนบ้านประพจน์ “เราชื่อกฤตย์...ยังไงถ้าเธอว่างๆก็ขอเชิญแวะไปเดินเที่ยวเล่นบ้างได้นะ ถึงจะไม่สวยร่มรื่นเท่าที่นี่แต่สวนที่เราจัดเองก็พอจะอวดได้อยู่นะ ยังไงก็ดีใจที่ได้รู้จักเธอนะ...วรดา”

ooooooo

กฤตย์ดึงตัวเองจากอดีต ความรู้สึกปวดร้าวในอกทำให้เขาเบือนหน้าหนีจากหน้าต่าง ไม่อยากเชื่อและไม่อยากคิดว่าเพื่อนสาวของถุงแป้งอาจเป็นใครบางคนที่เขาเคยตกหลุมรัก...


นัทธมนไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้ใครบางคนคิดมาก สนุกสนานกับปาร์ตี้บาร์บีคิวกับกลุ่มเพื่อนรัก เวลาเดียวกันนั้น ปณิตาสาวสวยสุดเซ็กซี่เจ้าของห้องเสื้อชื่อดังที่มาติดพันกฤตย์ปรากฏตัวพร้อมของเยี่ยมมากมาย ถุงแป้งถลาไปกันท่าเพราะไม่ชอบหน้าอีกฝ่าย

“น้ากฤตย์ไม่สบาย สั่งไว้ว่าจะพักผ่อน ห้ามรบกวน”

“รบกวนยังไง...ไม่เห็นของกินที่ฉันซื้อมาเหรอ ฉันมาเยี่ยมคนป่วย ดูแลหาอะไรให้กินจะเรียกว่ารบกวนได้ไง”

“แต่น้ากฤตย์สั่งไว้ว่าไม่รับแขก”

“คุณกฤตย์คงไม่ได้หมายความรวมถึงฉันหรอกจ้ะ ไม่งั้นเธอจะให้คนป่วยกินอะไรล่ะถุงแป้ง หรือจะให้กินไอ้ปิ้งๆย่างๆเกรียมๆไหม้ๆมีแต่สารก่อมะเร็งอย่างที่พวกเธอกินกัน”

ถุงแป้งเถียงไม่ออก ต้องปล่อยให้ปณิตาหอบข้าวของเยี่ยมไข้ไปหากฤตย์ถึงห้อง โดยมีนัทธมนมองตามด้วยความหมั่นไส้เพราะคิดว่ากฤตย์คงเจ้าชู้เอาเรื่อง ถึงมีสาวมาเฝ้าถึงบ้าน

ปณิตาไม่แคร์สายตาใคร หอบข้าวของพะรุงพะรังไปเยี่ยมไข้กฤตย์ถึงห้องนอน จังหวะเดียวกับที่เจ้าของห้องพยุงร่างอ่อนแรงจะไปร่วมงานปาร์ตี้ของหลานสาวเพราะอยากเห็นหน้าใครบางคนชัดๆ

“ผมจะไปหาวรดา...”

แต่พิษไข้ก็เล่นงานจนกฤตย์วูบหมดสติเสียก่อน เปิดโอกาสให้ปณิตาพะเน้าพะนอดูแลเขาแบบถึงเนื้อถึงตัว

กฤตย์อ่อนใจแต่ไม่มีแรงจะห้าม ปณิตาเจ้ากี้เจ้าการให้เขากินของเยี่ยมที่เตรียมมาก่อนถามถึงชื่อวรดาที่เขาเพ้อก่อนวูบหมดสติ “ไม่ได้จะละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวหรอกนะคะ แต่ฉันรู้จักคุณมาสามสี่ปียังไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงคนชื่อวรดาอะไรนี่เลย...ตกลงเขาคือใครหรือคะ”

“เขาคือ...ผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียไปเกือบยี่สิบปีแล้ว”

ปณิตาสีหน้าดีขึ้น “ในเมื่อเขาไม่อยู่แล้ว ทำไมคุณกฤตย์ถึงบอกว่าจะไปหาเขาล่ะคะ”

“ไม่มีอะไรหรอก...ผมคงเพ้อไปเองน่ะ”

กฤตย์เบือนหน้าหลบสายตาจับผิดของปณิตา พลันภาพอดีตตอนเขาคุยกับวรดาเรื่องหนังสือเจน แอร์ก็ผุดในหัว

“เราถามได้ไหมวรดา...เพราะอะไรเธอถึงชอบหนังสือเรื่องเจน แอร์นี่”

“ก็...ไม่รู้สิคะ ฉันชอบอ่านซ้ำๆแต่ไม่เคยมานั่งคิดวิเคราะห์ว่าชอบเพราะอะไร คุณกฤตย์จะถามทำไมหรือคะ”

“เราแค่นึกถึงคำพูดของฝรั่งที่ว่าหนังสือที่คนเราชอบอ่านมันจะบ่งบอกถึงตัวตนของคนนั้นน่ะ”

“แล้วยังไงเหรอคะ”

“ก็บางที...หนังสือเล่มนี้อาจบ่งบอกบางอย่างให้เราได้รู้จักตัวตนเธอมากขึ้นไงล่ะ”

แววตาหวานฉ่ำทำให้วรดาหน้าแดงด้วยความเขิน รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่มีคนใส่ใจเรื่องของเธอ กฤตย์เฝ้ามองด้วยความชอบใจและไม่รีรอจะสานสัมพันธ์

“เรื่องเจน แอร์...เท่าที่เราจำได้มันเป็นเรื่องของหญิงสาวกำพร้าที่ยากจนข้นแค้นแต่สู้ชีวิตจนเรียนจบ ได้เข้าไปเป็นครูที่คฤหาสน์ของหนุ่มใหญ่ผู้ดีที่ชื่อมิสเตอร์...”

“มิสเตอร์โรเชสเตอร์ค่ะ”

“ใช่ๆ แล้วเรื่องเป็นยังไงต่อนะ”

“หลังจากนั้นมิสเตอร์โรเชสเตอร์ก็ได้รู้จักเจน แอร์มากขึ้น เกิดเป็นความรักจนถึงขั้นขอแต่งงาน”

“แต่มันไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งนี่ใช่ไหม”

“ค่ะ...เจน แอร์มารู้ภายหลังว่ามิสเตอร์โรเชสเตอร์เคยมีภรรยา แต่ภรรยาเขาวิกลจริตเลยถูกขังไว้ในคฤหาสน์”

“ใช่ๆ...เราจำได้แล้ว เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรีเจน แอร์เลยยอมหลีกทาง หนีออกไปตกระกำลำบากแต่หัวใจเธอยังรักยังเป็นห่วงจนย้อนกลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง”

“ค่ะ...แต่ก็มีเหตุการณ์ไฟไหม้จนมิสเตอร์โรเชส–

เตอร์ตาบอด สุดท้ายก็ได้เจน แอร์ที่ยังอยู่เคียงข้างคอยดูแลเขาด้วยความรัก...จบแบบนี้ล่ะค่ะ”

“เธอนี่พอได้คุยถึงหนังสือที่ชอบแล้วตาเป็นประกายเลยนะ”

วรดายิ้มเขินๆ กฤตย์ได้ทีแกล้งเย้า “งั้นถ้าให้เราวิเคราะห์นะ...เหตุผลที่เธอชอบเรื่องเจน แอร์เพราะเธอฝันอยากมีใครสักคนที่คุณสมบัติครบถ้วนเหมือนมิสเตอร์โรเชสเตอร์อย่างงั้นใช่ไหม”

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ คงเป็นเพราะฉันเข้าใจหัวอกของเจน แอร์...เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องทนอยู่กับแม่เลี้ยงที่จงเกลียดจงชังเธอ ฉันก็เลยรู้สึกผูกพันกับเธอมังคะ”

“เธอกำลังบอกว่าชีวิตเธอผ่านอะไรมาคล้ายกับเจน แอร์อย่างงั้นเหรอ...”

ooooooo

กฤตย์ยังหลงในวังวนของอดีต เขาจำได้ว่าต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าวรดาจะยอมเล่าเรื่องราวของเธอ...ลูกสาวคนโตของพลโทประพจน์กับวารีสาวใช้ในบ้าน

ประพจน์แอบมีความสัมพันธ์กับวารีสาวใช้จนตั้งท้อง เขาตัดใจทิ้งเธอไม่ลงจึงยอมให้อยู่ในบ้านและรับปากจะรับผิดชอบลูกในท้อง เมื่อเขาแต่งงานกับผกาความก็แตก วารีถูกลากมาเล่นงานทั้งที่ท้องแก่ ประพจน์จึงต้องสารภาพว่าลูกในท้องของวารีคือลูกของเขา ผกาโกรธมากประกาศกร้าวให้ไล่วารีออกจากบ้านแต่ประพจน์ไม่ยอม

“จะให้ผมทอดทิ้งวารีได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่มีความผิดและที่สำคัญลูกในท้องเธอก็เป็นลูกผมเหมือนกัน”

“ทำไมคุณทำกับฉันเหมือนฉันเป็นคนโง่แบบนี้ คุณเอาคนใช้เป็นเมียแล้วมาแต่งงานกับฉันทำไม”

“ผมขอโทษจริงๆ เป็นความผิดผมเอง ขอให้วารีได้อยู่ที่นี่เถิด ถึงยังไงผมก็ยกคุณเป็นภรรยาผมแต่เพียงผู้เดียว”

“ฉันไม่อยากฟัง...นังวารี...ถ้าแกจะหน้าทนอยู่ในบ้านนี้ต่อไปฉันก็จะทำกับแกอย่างขี้ข้า แม้แต่ลูกในท้องของแกที่จะออกมาฉันก็จะนับมันเป็นแค่ขี้ข้าเหมือนกัน!”

นับจากวันนั้นสถานะของวารีกับวรดาก็กลายเป็นแค่คนอาศัยที่มีหน้าที่เหมือนคนใช้ กฤตย์พยายามลำดับความแล้วจึงเข้าใจว่าผาณิตลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของผกาคือน้องสาวคนละแม่ของวรดา

ด้านผาณิต...รับรู้เรื่องราวความเป็นมาของวรดาดี แม้ไม่ได้นับถือเสมือนพี่สาวแท้ๆแต่ก็ไม่สุงสิงด้วยเพราะถูกผกาผู้เป็นแม่เสี้ยมตั้งแต่เด็กว่าเธอกับวรดานั้นเป็นคนคนละชั้น

กฤตย์ดึงตัวเองจากอดีต ใบหน้าอ่อนหวานของวรดายังตรึงในความทรงจำของเขา ปณิตาลอบมองอาการของเขาด้วยแววตาจับผิด แต่ไม่ทันอ้าปากถามก็ถูกเขาเชิญออกจากห้องอย่างสุภาพ

“ขอให้ผมยังดูเป็นตัวอย่างที่ดีกับหลาน ผมไม่อยากให้เขาถูกเพื่อนๆนินทา ว่าปาร์ตี้วันเกิดทั้งทีแต่น้าชายกลับขลุกอยู่แต่ในห้องนอนกับผู้หญิง”

ปณิตาหน้าม้านต้องขอตัวกลับ กลิกาหรือถุงแป้งมองตามเซ็งๆก่อนชวนกลุ่มเพื่อนถ่ายรูปหมู่และนั่งคุยเรื่องอนาคตหลังเรียนจบ ตัวเธอจะเรียนต่อตามคำแนะนำของกฤตย์ ส่วนนัทธมนจะหางานทำเพราะไม่อยากให้แม่ลำบาก ถุงแป้งจึงเสนองานตำแหน่งเลขานุการของกฤตย์ซึ่งเข้าทางนัทธมนที่รับปากทันทีเพราะอยากสืบเรื่องเขา

แม้ถุงแป้งจะพยายามแก้ต่างให้กฤตย์ว่าเป็นสุภาพบุรุษและไม่เคยให้ความหวังปณิตา แต่นัทธมนก็ปักใจเชื่อว่าเขาเป็นผู้ชายเจ้าชู้ และภาพร้ายๆของเขาก็ทำให้เธอเก็บไปฝันถึงวรดา...ผู้หญิงหน้าเหมือนเธอคนเดิม...แต่ครั้งนี้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้นอนอ่านหนังสือแต่ถูกท่อนไม้ฟาดหัวจนสลบ!

นัทธมนนอนกระสับกระส่าย นอกจากฝันเห็นวรดา...ผู้หญิงหน้าเหมือนตัวเองถูกทำร้ายยังฝันถึงหลุมหลบภัยอับๆและวาระใกล้สิ้นลมเหมือนเดิมด้วย เธอสะดุ้งตื่นกลางดึกพร้อมพลังพิเศษสั่นสะเทือนข้าวของทั้งห้อง กว่าทุกอย่างจะสงบก็พักใหญ่ นั่นทำให้เธอหงุดหงิดมากและพาลโทษว่าเป็นเพราะกฤตย์ทำให้เธอฝันร้ายแบบนี้

ooooooo

ความฝันซ้ำๆซากๆทำให้นัทธมนปักใจว่าวรดาคือตัวเธอในอดีตชาติและกฤตย์อาจเป็นฆาตกรฆ่าวรดา เธอเล่าข้อสันนิษฐานให้เต้ยฟังและตัดสินใจจะสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองหากได้เป็นเลขาฯของกฤตย์

เต้ยอ่อนใจกับความรั้นและอคติของเพื่อนสาวและอดไม่ได้จะเตือนสติ

“นี่เราถามจริงๆนะนัท เธอจะสืบเรื่องนี้ไปทำไม เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันเป็นอดีต...ไม่ดีกว่าเหรอ”

“ไม่! ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองฝันร้ายอย่างนี้หรอกนะ นายลองเป็นฉันดูไหม ต้องฝันว่าถูกฆ่าตายแทบทุกคืนน่ะ”

“งั้นก็ตามใจเธอ แต่บอกไว้เลยนะ...เราไม่อยากให้เธอคิดแก้แค้นหรือทำร้ายใครเด็ดขาด”

นัทธมนนิ่งเงียบเหมือนไม่ยี่หระกับคำประกาศของเพื่อนหนุ่ม เต้ยต้องเป็นฝ่ายอ่อนให้ตามเคย

“แต่ถ้าเธอแค่อยากสืบเรื่องนี้เพื่อลบฝันร้ายเราก็พร้อมจะช่วยเหลือเธอ”

กลิกาหรือถุงแป้งเอาเรื่องนัทธมนไปปรึกษากฤตย์ เขาเกือบปฏิเสธไม่รับเด็กจบใหม่ทำงานหากหลานสาวไม่เอารูปนัทธมนให้ดู ใบหน้าที่เหมือนวรดาราวกับเป็นคนเดียวกันทำให้เขาตัดสินใจเรียกตัวมาสัมภาษณ์

นัทธมนดีใจเมื่อถุงแป้งโทร.แจ้งข่าวดีว่ากฤตย์เรียกตัวเธอสัมภาษณ์ หมายมั่นปั้นมือจะสืบความจริงเกี่ยวกับผู้หญิงในฝันที่ชื่อวรดาให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่ากฤตย์ก็แอบสืบเรื่องเธอจากถุงแป้งเช่นกัน

“ยัยนัทเป็นคนดีมีน้ำใจ ฉลาด มีความเป็นผู้นำในกลุ่มเพื่อนๆ แถมยังเรียนเก่งได้เกรดที่หนึ่งตลอดด้วยนะคะ”

“เท่าที่ฟังดูนี่เหมือนไม่มีข้อเสียเลยนะ”

“ข้อเสียเหรอ...คือถึงยัยนัทจะไม่เอาเปรียบใครแต่ถ้าใครล้ำเส้นก่อนเขาก็เอาตายเหมือนกันนะคะ อุ๊ย!... เดี๋ยว! นี่ถุงแป้งควรพูดไหม เดี๋ยวจะกลายเป็นทำให้เพื่อนไม่ผ่านสัมภาษณ์ซะ”

“ไม่หรอก...ที่ถุงแป้งพูดมาทั้งหมดนี่ถือว่าเขาเป็นคนเก่งแล้วก็น่าสนใจมากๆเลย...”

แกมแก้ว น้องสาวของกฤตย์สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะลินจันทร์ ลูกสาวคนเดียวนอนละเมอเพราะฝันร้าย เสียงพูดแผ่วเบาของลูกสาวทำให้แกมแก้วดีใจมากรีบนำไปเล่าให้กฤตย์พี่ชายฟังวันต่อมา

ลินจันทร์ถูกบังคับให้พูดต่อหน้ากฤตย์ แต่เด็กสาวกลัวไม่กล้าพูด แกมแก้วโมโหเกรี้ยวกราดใส่ลูกสาวจนกฤตย์ต้องปรามและปลอบให้ใจเย็น หากลินจันทร์พร้อมคงยอมพูดเอง

“แก้วไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ตั้งแต่นายไพโรจน์ทิ้งให้แก้วดูแลลูกคนเดียว...ลูกที่ทำตัวเหมือนเป็นบ้าใบ้แบบนี้”

กฤตย์ส่ายหน้าอ่อนใจ ดุเสียงอ่อน “แก้ว...พี่บอกว่าอย่าพูดถึงลินจันทร์แบบนี้ อย่างน้อยยัยลินก็เป็นเด็กดี แก้วไม่ต้องกลัว ยังไงพี่ก็ไม่ทอดทิ้งแก้วกับหลานของพี่หรอกน่า”

นัทธมนแวะมาให้กฤตย์สัมภาษณ์ในวันเดียวกัน ลินจันทร์ที่มาเดินเล่นแถวนั้นเห็นแล้วหน้าถอดสี ถอยกรูดด้วยความกลัวสุดขีด นัทธมนยิ้มกว้างจะทักทาย แต่ไม่ทันอ้าปากอีกฝ่ายก็ลนลานหนีไป

แกมแก้วกับกฤตย์เห็นลินจันทร์วิ่งหน้าตื่นมาก็ช่วยกันปลอบ ลินจันทร์ไม่พูดอะไรนอกจากตัวสั่นจนแกมแก้วหัวเสียลากตัวกลับบ้าน กฤตย์ได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วงและหวังสุดหัวใจว่าหลานสาวจะอาการดีขึ้นในไม่ช้า...

ooooooo


ละครด้วยแรงอธิษฐาน ตอนที่ 1 อ่านด้วยแรงอธิษฐานติดตามละครด้วยแรงอธิษฐาน ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจษฎาภรณ์ ผลดี,นิษฐา จิรยั่งยืน 14 ก.ย. 2561 08:01 2018-09-16T00:10:06+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ