ข่าว

วิดีโอ



เดือนประดับดาว

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

กำกับการแสดงโดย: มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ผลิตโดย: บริษัท ดอร์เธอร์ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์,

เพื่อนถูกวรัชช์ลากมาขึ้นรถ พอติดไฟแดงเธอพยายามเปิดประตูแต่เขากดล็อกปิดอยู่อย่างนั้น กันลองขับรถตามลงมาเคาะกระจก วรัชช์ดึงเพื่อนมากอดขอให้เลิกโกหกตัวเองและใครๆเสียที เธอตวาดให้เลิกเรียกเธอว่าโฮป และว่าตนไม่ได้อยากทนฟังคนก่นด่าแทนแพงเหมือนกัน

กันลองมองทั้งสองคุยกันโดยไม่ได้ยิน วรัชช์มีท่าทีโกรธ เปิดล็อกให้เพื่อนลงไป แต่เธอกลับเปิดหน้าต่างบอกกันลองให้กลับไปรอที่บ้าน เธอจะไปซ้อมบท เสร็จธุระจะรีบกลับ เสียงแตรรถดังให้เคลื่อนรถ กันลองจำต้องกลับไปที่รถตัวเองแล้วเคลื่อนออกไป

วรัชช์พาเพื่อนมาที่โรงพยาบาล เพราะเข้าใจว่าเธอท้อง จะให้หมอตรวจ พอเพื่อนรู้ก็โกรธตบหน้าเขาฉาดแล้วบอกว่า ตนแค่อาหารเป็นพิษเพราะไปทานอาหารใต้กับจิตจีรัง เพื่อนโวยอีกว่าเขาทำชีวิตตนพังไม่พออีกหรือ อยากให้มีพาดหัวข่าวอะไรอีก พระเอกหนุ่มส่ายหน้า

“พวกที่ชอบแก้ตัวน้ำขุ่นๆนี่มันน่าสมเพชนะ รู้เอาไว้ซะด้วย!” เพื่อนยิ้มเหยียด

วรัชช์พยายามบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิป เพื่อนไม่ฟังจะเดินหนี เสียงคนแถวนั้นซุบซิบว่านางเอกเป็นอย่างข่าวเม้าท์จริงๆ เล่นชู้กับพระเอก เพื่อนหน้าเสีย ทันใดเห็นบุรุษพยาบาลเข็นเตียงแพงผ่านไป เพื่อนตกใจว่าแพงเป็นอะไร รีบวิ่งตามไปถึงห้องฉุกเฉิน ฤดีวิ่งตามมาพอเห็นเพื่อนก็จะอธิบาย เพื่อนดึงฤดีหลบมาต่อว่าทำไมไม่โทร.หาตนก่อนที่จะเรียกรถพยาบาล

ไม่ทันที่ฤดีจะตอบ รื่นจิตเดินเข้ามาบอกว่าแม่เป็นคนพามาเอง ฤดีถอยออกไป รื่นจิตต่อว่าคิดจะปิดไปถึงไหน เพื่อนหน้านิ่งอารมณ์คุกรุ่น ยิ้มอย่างเจ็บปวดก่อนจะถามกลับ

“แล้วแม่ล่ะคะ ทำไมแม่ถึงปิดเรื่องแฝดของแพง แล้วทิ้งเขาไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

รื่นจิตอึ้งทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ด้านวรัชช์รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลออกมาบอกว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้วเหมือนจะเรียกหาเพื่อน วรัชช์ได้ยินรีบไปตามทางกันลองกลับบ้านหน้าเครียด หม่อนรายงานว่าชลลดาให้เขารีบไปโรงพยาบาลด่วน แพงอยู่ห้องฉุกเฉิน เขาแปลกใจมาก

ในขณะที่เพื่อนมองแม่ด้วยสายตาแข็งกร้าว รื่นจิตกำลังจะอธิบาย ก็พอดีวรัชช์วิ่งมาบอกว่าโฮปฟื้นแล้วเพ้อหาแพง เพื่อนจึงผละจากรื่นจิตไป รื่นจิตถึงกับเซพิงกำแพงคล้ายหมดแรง

เพื่อนเกาะแขนวรัชช์เข้ามาในห้องผู้ป่วย พยาบาลบอกว่าอีกสักครู่คุณหมอจะมาคุยกับเจ้าของไข้ พยาบาลเดินออกสวนกับรื่นจิตที่เดินเข้ามากับชลลดา เพื่อนรีบปล่อย มือจากวรัชช์ยกมือไหว้ ชลลดามองอย่างดูแคลนแล้วหันไปบอกรื่นจิตว่า ขอตัวกลับก่อน หวังว่าลูกเธอจะฟื้น

เพื่อนถามรื่นจิตว่าชลลดามาได้อย่างไร ผู้เป็นแม่ไม่ตอบเดินไปดูคนไข้ เพื่อนจับแขนแม่ให้หันมาตอบ รื่นจิตพูดนิ่งๆว่า เดี๋ยวกลับไปคุยเรื่องนี้ที่บ้าน เพื่อนยื้อจะถาม วรัชช์รีบดึงเพื่อนไว้

“ผมพาแพงไปหาอะไรทานรองท้องก่อนนะครับคุณน้า เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย”

“ปกติทำอะไรก็ไม่เคยรายงานกันอยู่แล้วนี่”

รื่นจิตประชดเพื่อนทำท่าจะเถียงแต่วรัชช์ดึงตัวออกไปเสียก่อน...

กันลองมาถึงโรงพยาบาล ตรงไปถามเจ้าหน้าที่ ชลลดาเข้ามาดึงแขน เขารีบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับแพง ชลลดาเสียงแข็ง

“แกไปดูให้เห็นกับตา แล้วเลิกยุ่งกับเขาสักที”

กันลองไม่เข้าใจ “ลูกจะไม่มีวันเข้าใจหรอก ตราบใดที่ยังตามเกมของผู้หญิงคนนั้นอยู่...เขาเป็นนักแสดงมืออาชีพ”

พูดจบชลลดาปล่อยแขนลูกชายแล้วเดินไป กันลองรีบตรงไปห้องคนไข้...ระหว่างนั้นวรัชช์พาเพื่อนมานั่งสงบสติอารมณ์ในสวนของโรงพยาบาล เพื่อนมีอาการจิกเล็บลงบนหน้าขา เขาจึงถามว่าชลลดาเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นแม่ กันลองก็ยิ่งขอให้เพื่อนบอกความจริงทุกคน

เพื่อนเสียงขุ่นหาว่าเขาไม่เข้าใจ ที่ตนทำทั้งหมดเพื่อแพง วรัชช์ย้อนว่าเธออยากได้ผู้ชายของน้องมากกว่า เพื่อนลุกขึ้นโวยให้เลิกดูถูกตนเสียทีแล้วเดินหนี วรัชช์ยิ่งคับแค้นใจ

กันลองเข้ามาในห้องคนไข้ พอเห็นหน้าคนที่นอนบนเตียงก็หลุดปากเรียกพะแพงออกมา รื่นจิตซึ่งอยู่ในห้องบอกว่านี่ไม่ใช่แพง เขามองหน้ารื่นจิตอย่างงงๆ

ooooooo

หมอเข้ามาจะรายงานผลการตรวจ เพื่อนเดินมาพอดี รื่นจิตยืนอยู่ข้างเตียงลำพัง หมอบอกว่าผล MRI สมองคนไข้เริ่มกลับมารับรู้มากขึ้นแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองก็ดีถึงขั้นลืมตารับรู้มากขึ้น แต่ร่างกายต้องปรับตัวอีกเยอะ จะหลับๆตื่นๆอีกสักระยะ

เพื่อนถามว่าคนไข้จะพูดได้เมื่อไหร่ หมอบอกอีกไม่นาน ช่วงนี้ขอให้คนในครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วยทำกายภาพบำบัดให้มากขึ้น หมอขอแอดมิตสองคืนเพื่อเช็กร่างกายอย่างละเอียด

พอหมอออกไป เพื่อนอ้าปากจะพูดกับรื่นจิต เธอรีบบอกว่าต้องกลับไปเคลียร์งานแล้วจะแวะมาใหม่

รื่นจิตเดินออกไป เพื่อนทรุดนั่งน้ำตาไหลอยู่ข้างเตียง ทวิตตี้โทร.เข้ามาตามไปทำงาน เพื่อนรับคำ วางสายแล้วหันมาพูดกับแพงว่า

“ไอต้องไปทำงานแป๊บนึงนะ เดี๋ยวไอมา” เพื่อนเดินออกไปกันลองค่อยๆโผล่ออกมาจากห้องน้ำ มองคนที่นอนอยู่อย่างพิศวง พลันนิ้วแพงกระดิก เขารีบจับมือเธอขึ้นมากุมโดยไม่รู้ตัว

รื่นจิตมาหามธุรสบอกว่าท่าทางแพงจะรู้ความจริงเรื่องเขามีแฝด มธุรสอ้าปากค้าง...ส่วนกันลองตัดสินใจโทร.นัดวรัชช์มาเจอที่บาร์แห่งหนึ่ง พอเจอหน้ากัน กันลองก็บอกว่าตนรู้ว่าวันนี้เขาไม่ได้ไปซ้อมบทกับแพง วรัชช์ยักไหล่ไม่แคร์ กันลองโพล่งออกมาว่าอยากรู้เรื่องแฝด

วรัชช์ยิ้มหยัน “แล้วทำไมคุณไม่ไปถามแพงเองล่ะ กลัวเขาคิดว่าคุณไม่เชื่อใจเขางั้นสิ”

“ผมแค่ไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ”

“เลยต้องแอบมาเคลียร์กับผมลับหลัง” วรัชช์ประชดและทำหน้ายียวน กันลองโกรธ

“เพราะคุณนั่นแหละที่เข้ามายุ่งเรื่องของเรา พอเรามีปัญหาแพงก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”

“แน่ใจเหรอว่าเป็นเพราะผมคนเดียว ลองถามตัวเองดูนะ ว่าหลังๆมานี่คุณมีความสุขจริงๆรึเปล่าเวลาอยู่กับเขา เคยรู้สึกไหมว่าเขาไม่เหมือนเดิม”

กันลองเหมือนโดนจี้ใจ กระแทกแก้วลงโต๊ะแล้วโทษเป็นเพราะเขา วรัชช์โต้ อยากคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็แล้วแต่ แต่ขอบอกไว้ อะไรที่เขายอมรับเธอไม่ได้ ตนรับได้ วรัชช์ทำท่าจะหยิบเงินวาง กันลองกระชากไหล่แล้วพูดใส่หน้าว่าอย่ายุ่งกับแพงอีก วรัชช์สวน

“ผมไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของคุณ แต่ผมจะยุ่งเรื่องของแพง เพราะผมจะทำทุกทางไม่ให้เธอเสียใจ เหมือนที่คุณกำลังทำมันอยู่ทุกวันโดยที่คุณไม่รู้ตัว”

กันลองยิ้มหยัน แน่ใจหรือว่าตนทำให้แพงเสียใจ แล้วชิงควักเงินวางบนโต๊ะก่อนจะลุกไป วรัชช์พูดอะไรไม่ออก ครุ่นคิดตามคำพูดของหนุ่มข้างบ้านแพง

เช้าวันใหม่ เพื่อนสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองฟุบหลับอยู่ข้างเตียงแพง เพื่อนลูบไล้ใบหน้าแพงอย่างอัดอั้นตันใจ รำพันว่าแม่ไม่กล้าบอกว่าทำไมถึงทิ้งตน แล้วถ้าตนบอกความจริงกับทุกคน...ทุกคนก็ต้องเลือกแพงแล้วทิ้งตนไปอีก ทำไมตนต้องเป็นคนสูญเสีย ทั้งๆที่ตนทำเพื่อแพงตลอด

เพื่อนน้ำตาไหลพรากคิดถึงคำพูดของวรัชช์ “ผม นี่มันโง่นะ ที่หลงเชื่อมาตลอดว่าคุณอยากจะเสียสละเพื่อแพง อย่านึกว่าผมไม่รู้นะว่า ช่วงหลังคุณไม่ยอมพาแพงมาหาหมอตามนัด ที่แท้คุณก็ตั้งใจขโมยทุกอย่างไปจากแพง คุณนี่มันแย่กว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก!”

เพื่อนปาดน้ำตาพูดกับแพงที่นอนนิ่ง นี่คือสิ่งที่ตนต้องยอมรับใช่ไหม ตนต้องเสียทุกคนไป แพงพูดเสมอว่าเราเป็นกันและกัน แต่ทำไมทุกคนถึงรักแต่แพง ตนทำดีเท่าไหร่ไม่มีใครเห็น แต่ทำเรื่องไม่ดีแค่เรื่องเดียว ทุกคนกลับเกลียดตนหมด

รื่นจิตเปิดประตูเข้ามา เพื่อนชะงักหันไปสบตา รื่นจิตบอกว่ามาเปลี่ยนเวร เพื่อนทำท่าอยากถามแต่ตัดใจลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินออกไป

ooooooo

ช่วงพักถ่ายละครเดือนประดับดาว ทวิตตี้บรีฟให้เพื่อนฟังว่า ฝาแฝดแม้จะถูกพรากจากกันแต่กำเนิด แต่ก็มีอะไรๆหลายอย่างคล้ายกันและรู้สึกถึงกันได้ นนท์ซึ่งนั่งรอจิตจีรังโพล่งขึ้นว่า คิดถึงโฮป เธอมักมีอาการแปลกๆ หน้าตาก็เหมือนแพงมาก วรัชช์แกล้งแทรกขึ้นว่า

“อ้าว ทุกคนไม่รู้หรอกเหรอ ว่าแพงเขามีแฝดจริงๆ ชื่อเพื่อนอาภา”

ทุกคนอึ้ง เพื่อนโกรธลุกเดินหนีออกไป วรัชช์ตามไปดักหน้า ถามคิดจะบอกความจริงวันไหน เพื่อนสะบัดหน้า หนี เขาขอร้องให้เธอหยุดการกระทำเพราะมันชักไปกันใหญ่ เพื่อนสวนว่าตนมีเหตุผลที่คนนอกอย่างเขาไม่เข้าใจ วรัชช์โต้

“คุณกล้าพูดได้ยังไงว่าคนที่รู้ทุกเรื่องในชีวิตคุณเป็นคนนอก เราเคยมีความสุขด้วยกันไม่ใช่เหรอ”

“ไอกำลังจะแต่งงานกับพะลอง”

“ผมยอมรับการตัดสินใจของคุณมาตลอด แต่นี่มันออกจะเกินไปหน่อยแล้วนะ”

“คงไม่เกินไปหน่อยสำหรับคนชอบแทงข้างหลังอย่างยู! เพราะยูคนเดียว”

วรัชช์พยายามบอกว่าตนไม่ใช่คนปล่อยคลิป แต่เพื่อนไม่ฟัง ผลักเขาออกเดินหนี กันลองยืนมองสีหน้าเคร่งเครียด

วรัชช์เดินมาที่รถ เจอกันลองยืนอยู่ จึงถามจะเอาอะไรอีก กันลองบอกมารับแพงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา วรัชช์ยัวะโต้ว่าไม่ได้อยากเกี่ยว แต่คงต้องเจอกับแพงทุกวัน เพื่อนเดินมาเห็นกลัววรัชช์พูดมาก จึงรีบเข้าไปยิ้มหวานกับกันลอง แต่เขากลับนิ่งเดินนำไปที่รถ วรัชช์มองนึกในใจ นี่หรือคนกำลังจะแต่งงานกัน

นั่งมาในรถจนถึงบ้าน เพื่อนพยายามอ้อนชวนกันลองคุย เขายอมรับว่าโกรธที่เธอปิดบังเรื่องแฝด แต่วรัชช์กลับรู้ก่อน เพื่อนชะงักรู้ว่าชลลดาคงเล่าให้เขาฟัง จึงแก้ตัวว่า

“ตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้แพงฟังเลย แพงเดาว่าแม่คงมีเหตุผลบางอย่าง แพงเลยไม่กล้า บอกใครเพราะไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าแม่ไม่ดี

ไม่มีใครอยากได้ชื่อว่าเป็นแม่ที่ทิ้งลูกหรอกค่ะ แพงเชื่ออย่างนั้น และแพงไม่ได้อยากให้วรัชช์รู้ แต่เขาดันมารู้โดยบังเอิญ แพงกลัวว่าเขาจะเอาไปบอกพะลองให้พะลองมองครอบครัวแพงไม่ดีหรือมีปัญหา...”

เพื่อนพร่ำพูดว่าอยากเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับเขา กลัวเขาไม่อยากแต่งงานด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ชีวิตตนยุ่งเหยิงและก็ทิ้งโฮปไม่ได้ เธออ้อนถามว่าเขายังเหมือนเดิมใช่ไหม

กันลองฟังแล้วเครียดแต่ก็รับคำทั้งที่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์เราอยู่ตรงไหน เพราะสิ่งที่แพงทำทุกวันนี้ เหมือนตนไม่มีความสำคัญ เพื่อนตกใจกลัวว่าเขาจะทิ้ง

“พี่ไม่ได้จะทิ้งแพง แต่แพงลองคิดดูดีๆนะ ที่ผ่านมาพี่เป็นหลักให้แพงอยู่ที่เดิมเสมอ มีแต่แพงที่ขึ้นๆลงๆ เราอาจจะยังหาจุดที่พอดีกันไม่เจอ จนกว่าจะถึงวันนั้นพี่อยากให้เราทั้งคู่ปรับตัวเข้าหากันให้มากกว่านี้ หวังว่าแพงจะเข้าใจพี่เหมือนที่พี่พยายามจะเข้าใจแพงมาตลอดนะ”

เพื่อนไม่พอใจลงจากรถเดินเข้าบ้าน กันลองจะตามแต่เปลี่ยนใจ ขับรถเลยไปเข้าบ้าน เพื่อนน้ำตาไหล

ด้วยความสับสนว้าวุ่นใจ...เข้าห้องเอาไดอารี่ของแพงมานั่งอ่านย้อนหลัง จนมาเห็นหน้าหนึ่งมีเครื่องหมายเน้นไว้ว่า วันที่ 7 กุมภาพันธ์เป็นวันแรกที่แพงได้เห็นน้ำตาพะลอง เพื่อนเหลือบดูปฏิทินเห็นว่าวันนี้วันที่ 5 ก็ครุ่นคิด

รุ่งเช้าเพื่อนลุกมาทำข้าวต้มปลาให้กันลองและทำเผื่อให้รื่นจิตด้วย ใจรายงานว่ารื่นจิตไม่ได้กลับบ้าน ไปนอนเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล...เพื่อนเอาข้าวต้มไปให้กันลองที่บ้าน เจอโรยบุญหน้าบ้าน เธอทำหน้านิ่งไม่คุยด้วยเหมือนก่อน เพื่อนจึงฝากข้าวต้มไปให้กันลอง

สายวันนั้น กันลองเดินเข้ามาในครัวเห็นโรยบุญกำลังกินข้าวต้มหอมฉุย เธอรีบบอกว่าแพงทำมาง้อ ตอนแรก คิดว่าเป็นของกันลอง แต่พอเห็นว่าเป็นข้าวต้มปลา

กะพงแดงจึงรู้ว่าไม่ใช่ เพราะเขาแพ้ปลานี้ตั้งแต่เด็ก

กันลองแปลกใจเล็กน้อย

เพื่อนหิ้วข้าวต้มมาฝากรื่นจิตที่โรงพยาบาล แล้วถามไม่ไปทำงานหรือ รื่นจิตบอกว่าหอบงานมาทำ เพื่อนยิ่งน้อยใจตัดพ้อว่าทำไมดูห่วงโฮปมาก รื่นจิตบอกว่าฤดีขอลาออกเพราะต้องไปเฝ้าแม่ที่ป่วยหนัก และตนเห็นว่าลูกมีงานละครจึงช่วยแบ่งเบา

เพื่อนไม่พอใจเดินมาบอกหมอว่า จะให้โฮปนอนโรงพยาบาลต่อไป หมอเห็นว่าอาการคนไข้กำลังดีขึ้น น่าให้ญาติช่วยฟื้นฟู จะหาคนไปดูแลให้ใหม่ เพื่อนเสียงแข็งบอกตนต้องการให้โฮปอยู่โรงพยาบาล แล้วขอพยาบาลพิเศษเฝ้าไข้ด้วย หมอพยักหน้าอย่างจำใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เพื่อนดักรอกันลองที่หน้าบ้าน ในมือถือเครื่องบินลำเล็กที่เขาให้แพง ทำทียิ้มแย้มอ้อนขอไปเป็นเพื่อนเขา เพื่อนอ่านเรื่องของกันลองจากไดอารี่แพงจนรู้หมดว่าเขากับแพงมีความหลังอะไรกันบ้างที่ผูกพันกัน

กันลองพาเพื่อนมานั่งดูเครื่องบินขึ้น เพื่อนพยายามชวนคุยเรื่องเก่าๆ “ตั้งแต่คุณพ่อกัปตันเสีย พะลองก็จะมาระลึกความหลังที่นี่ ตรงนี้ทุกปี เพราะคุณพ่อ กัปตันบอกว่า เวลาหกโมงยี่สิบนาที พระอาทิตย์จากมุมนี้จะตกกระทบกับปีกเครื่องบินสวยที่สุด”

กันลองตื้นตันที่คนรักจำเรื่องราวได้ เพื่อนยังบอกอีกว่า เห็นน้ำตาเขาครั้งแรกในวันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน ตนไม่อยากเห็นอีกเลย กันลองดึงเธอมาจูบหน้าผากและบอกว่า ชั่วชีวิตคงไม่สามารถรักใครได้อย่างเธอ แล้วขอโทษที่หลายวันมานี่ทำตัวงี่เง่า เพื่อนยิ้มสมใจ กันลองจับมือเธอขึ้นมาจูบที่แหวนหมั้น ถามว่าเมื่อไหร่ปิดกล้องละคร จะได้แต่งงานกันเสียที

“พะลองแน่ใจแล้วเหรอคะ รู้ไหมว่าเมื่อคืนก่อนพะลองทำแพงเสียใจแค่ไหน”

“ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ แต่พะลองไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน เชื่อใจพะลองนะ”

เพื่อนโผกอดและยิ้มอย่างพอใจ...เย็นวันนั้น เพื่อนกลับมาดูแพง หมอบอกอาการโดยรวมแก่เพื่อนและรื่นจิต ส่วนพยาบาลพิเศษช่วงนี้คิวเต็ม เพื่อนสวนว่าตนยินดีให้ค่าตอบแทนเพิ่ม รื่นจิตแปลกใจถามหมอว่าจำเป็นต้องมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลด้วยหรือ หมอบอกว่าที่จริงอยากให้พากลับไปดูแลที่บ้าน จะได้ฟื้นตัวไว รื่นจิตจึงคิดว่าจะลาพักร้อนมาดูแลเอง

วันต่อมา แพงได้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน รื่นจิตเห็นเธอหน้าตาสดชื่นขึ้น เข็นรถออกมานั่งเล่นริมสระ เพื่อนไม่ค่อยพอใจ แพงทำท่าอยากแช่เท้าในสระ รื่นจิตจึงประคองให้ลุกจากรถเข็น เพื่อนไม่ยอมช่วย จู่ๆกันลองโผล่มาอุ้มแพงไปนั่งริมสระให้ รื่นจิตจึงฝากกันลองดูแล แล้วชวนเพื่อนไปจัดเตียง เพื่อนยึกยักไม่อยากทิ้งกันลองให้อยู่กับแพง จึงเรียกใจไปช่วยแม่แทน

กันลองแนะนำตัวกับแพงที่เขาเข้าใจว่าเป็นโฮปหรือเพื่อน แพงน้ำตาไหลอกมา เพื่อนรีบกลบเกลื่อนว่าสมองเริ่มฟื้นตัว พักหลังเห็นน้ำตาไหลบ่อยๆแต่ไม่มีความหมายอะไร

เพื่อนเห็นแหวนลงยาที่นิ้วแพง กลัวกันลองเห็นจึงทำทีกุมมือแพงไว้ ค่ำนั้น เพื่อนตัดสินใจลบคลิปที่ถ่ายเล่นกับแพงไว้ทิ้งทีละอัน เหลือไว้คลิปเดียว

วันต่อมา เพื่อนเห็นมธุรสนั่งอยู่ในบ้านก็จะเลี่ยงหนี แต่เธอดักคอว่าเครียดเรื่องวรัชช์หรือ เพื่อนปัดว่าเรื่องงาน มธุรสเตือนเป็นนัยๆ

“จะแก้เครียดไม่ใช่เรื่องยาก ง่ายที่สุดคือให้เข้าใจปัญหาก่อนว่าเกิดจากใคร จากตัวเราหรือคนอื่น” เพื่อนแทรกว่าตัวเอง “งั้นสรุปได้ง่ายๆว่า ไม่ปัญหามันวิ่งมาหาหนู หนูก็เป็นคนวิ่งเข้าไปหามันเอง สำหรับเฮียนะ ถ้าเป็นอย่างหลัง วิธีแก้มันก็ง่ายนิดเดียว ในเมื่อเรารู้ว่า ทางข้างหน้ามันเป็นเหวก็หยุดวิ่งซะ หรือไม่ก็ไปวิ่งทางอื่น เฮียพูดถูกไหมหนูเพื่อน”

เพื่อนชะงักเมื่อถูกเรียก มธุรสทำทีขอโทษที่เรียกผิดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนขอตัวกลับ

ooooooo

ชลลดาพยายามเตือนสติกันลองให้ดูดีๆก่อนตัดสินใจแต่งงาน และว่าผู้หญิงคนนี้มีแต่เรื่องวุ่นวาย กันลองแย้งว่ายิ่งเธอมีปัญหาตนต้องอยู่เคียงข้างคอยปกป้อง ชลลดาบอกต้องแยกให้ออกว่าปิดบังกับปิดตาข้างหนึ่งมันต่างกัน เธออาจจะหวั่นไหวกับพระเอกที่เจอกันทุกวันคนนั้น

กันลองขอให้แม่ให้เกียรติคู่หมั้นตน ชลลดายิ้มหยัน ย้ำให้ลองคิดให้ดี บางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะเกิดจากปมแค่ปมเดียว ตนเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนที่ลูกคิด กันลองฟังแล้วยิ่งว้าวุ่นใจ

นับวันรื่นจิตยิ่งผูกพันกับแพง ทั้งป้อนข้าว อ่านหนังสือให้ฟังอย่างไม่รู้สึกเบื่อ บ่ายวันนั้น รื่นจิตป้อนก๋วยเตี๋ยวแพง พร้อมกับกินของตัวเองซึ่งเป็นต้มยำไปด้วย แต่แพงกลับชี้ที่ชามต้มยำ รื่นจิตจึงป้อนให้คำหนึ่ง เธอมีสีหน้าชอบใจ รื่นจิตไม่กล้าให้ทานเยอะกลัวเสาะท้อง

ในขณะที่เพื่อนเดินเล่นอยู่ที่บ้านกันลอง โรยบุญถามถึงอาการพะแพง เพื่อนเสียงเข้มบอกตนคือแพง นั่นคือเพื่อน โรยบุญร้องอ้าว...มาครบทั้งพะเพื่อนพะแพงเลย แล้วถามเพื่อนทานอะไรหรือยัง เพื่อนตวาดกลับว่าตนคือแพงอาภรณ์

โรยบุญอ้าปากค้างที่เห็นเพื่อนดุ กันลองรีบแก้สถานการณ์ว่าป้าคงเรียกผิดไปตามประสา โรยบุญพึมพำ เนี่ยนะพะเพื่อน ในบ้านโน่นน่ะพะแพง สายตาตนไม่มีพลาด

กันลองแปลกใจที่แพงอารมณ์เสียเรื่องเล็กน้อย เพื่อนพยายามสงบอารมณ์หยิบไอแพดมาเปิดรูปแบบการจัดงานแต่งงานให้กันลองดู เป็นแบบรันเวย์เพราะเห็นเขาชอบเครื่องบิน กันลองยิ่งแปลกใจเพราะคิดว่าแพงน่าจะชอบอะไรเรียบง่าย แต่ไม่อยากขัดให้เสียอารมณ์ ได้แต่แนะว่า

“พะลองกะว่ารออีกซักหน่อย ให้เพื่อนอาการดีขึ้น แพงจะได้ให้เพื่อนเป็นเพื่อนเจ้าสาว”

“พะลองติดเรื่องแค่นี้แน่เหรอคะ หรือว่ามีเรื่องอื่น... แพงกลับก่อนนะคะ วันนี้เหนื่อยละ”

กันลองเห็นแพงหงุดหงิดขึ้นมาก็ลนลานจะเดินไปส่ง แต่เพื่อนปัดหาว่าเขากลัวใครมาดักรอตนหรือ 

กันลองหน้าเสียที่แพงดูจะอารมณ์เสียไปหมดทุกเรื่อง

เพื่อนกลับมาบ้านเห็นรื่นจิตฟุบหลับข้างแพงก็ยิ่งน้อยใจปลุกให้ขึ้นไปนอน แต่รื่นจิตกลับบอกให้ช่วยกันพาเพื่อนขึ้นนอนด้วย เพื่อนทนไม่ไหว ถามรื่นจิตว่า ที่ทำดีขนาดนี้เพราะรู้สึกผิดใช่ไหม รื่นจิตส่ายหน้าจะอธิบายว่าทำไมไม่ได้เลี้ยงเพื่อนด้วย แต่เพื่อนสวนว่าตอนนี้จะฝืนทำไปทำไม รื่นจิตรีบบอกว่าไม่ได้ฝืน กลับมีความสุขเสียอีก เพื่อนมองอย่างขุ่นใจ

ในคืนนั้น เพื่อนนั่งพูดกับแพงในห้องลำพัง ว่าแพงเข้าใจใช่ไหมว่าที่ตนทำลงไปเพื่อแพง ถ้าไม่ทำป่านนี้แม่กับกันลองคงไม่มีความสุข เพื่อนดึงมือแพงมาแท็กมือกัน แพงน้ำตาซึม

วันต่อมาทวิตตี้เพิ่งรู้เรื่องแต่งงานของแพงก็รีบมาหาที่ร้านที่เพื่อนนั่งรอกันลอง เพื่อนยังไม่อยากคุย ทวิตตี้จึงย้ำว่าถ้ามีปัญหาอย่าให้ตนรู้เป็นคนสุดท้าย มี อะไรจะได้ช่วยแก้ไขทัน...กันลองส่งข้อความมาว่า ยังไม่เสร็จงานให้รออีกหน่อย เพื่อนนั่งมองแหวนหมั้นที่นิ้วอย่างเซ็งๆ

มธุรสมาเยี่ยมรื่นจิตที่บ้าน รื่นจิตปรับทุกข์ว่าช่วงนี้แพงแปลกไปชอบพูดประชดประชัน มธุรสเตือนให้คิดดูดีๆ ว่าตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุแพงก็เปลี่ยนไป แถมคนที่อยู่บนรถเป็นคู่แฝด รื่นจิตหาว่าระแวงเกินไป แต่ก็แอบคิดอยู่เหมือนกัน เพื่อนกลับมาได้ยินการสนทนานั้น

เพื่อนเข้ามาหาแพง เห็นแหวนลงยาที่นิ้วก็เข้าไปถอดออก แพงพยายามฝืนน้ำตาซึม เพื่อนยื้อดึงออกมาแล้วเอาไปทิ้งลงชักโครกในห้องน้ำ

ooooooo

บทละครเรื่องเดือนประดับดาว คือชีวิตจริงของเพื่อนกับแพง ทำให้เพื่อนเล่นอินมากๆจนบางทีก็พูดนอกบทกับวรัชช์ ผู้กำกับชอบใจชื่นชมว่าแพงจะต้องได้รางวัลในบทบาทนี้แน่ๆ

อาการแพงดีขึ้นเรื่อยๆเหลือเพียงไม่พูด รื่นจิตกับมธุรสจึงพยายามฝึกหัดให้แพงพูด รื่นจิตแปลกใจว่าแหวนที่นิ้วแพงหายไปไหน จึงช่วยกันค้นหากับมธุรส จนเพื่อนกลับมา เพื่อนชะงักเมื่อเห็นมธุรส กลัวจะโดนจับผิดอีก มธุรสแกล้งเปรยว่ามีคนมาช่วยทำกายภาพบำบัดแล้ว ดีเลยที่คนในครอบครัวเดียวกันช่วยกัน ตนจะได้กลับ เพื่อนยกมือไหว้และบอก

“ขับรถดีๆนะคะคุณป้า”

“เฮียมะ...หนูแพงเรียกเฮียว่าอย่างนั้นตั้งแต่พ่อหนูเสีย ไม่เห็นเคยเรียกว่าป้าเป็นสิบปีแล้ว วันนี้อะไรดลใจจ๊ะ เอ๊ะ หรือว่าผมเฮียหงอกขึ้น” มธุรสจับตามองพิรุธของเพื่อน

เพื่อนพยายามทำตัวให้เป็นแพง ทักทายรื่นจิตแล้วไปเอาไดอารี่มานั่งเขียนให้เห็น รื่นจิตแปลกใจปกติจะเขียนอยู่แต่บนห้อง เพื่อนอ้างว่าอยากนั่งเขียนริมสระ...

ด้วยความที่กลุ้มใจเรื่องลูกชาย ชลลดาจึงเชื่อความคิดของโรยบุญ ที่ว่ากันลองอาจถูกทำเสน่ห์ ให้ไปถือศีลทำบุญที่วัด กันลองกลับมาเห็นแม่นุ่งขาวห่มขาวกำลังจะออกจากบ้าน ชลลดาบอกจะพาโรยบุญ หม่อนกับไหมไปด้วย ให้เขาเข้าประชุมไตรมาสสามแทน

กันลองเซ็งๆเดินมาเห็นแพงนั่งอยู่ริมสระ จึงข้ามรั้วมานั่งด้วย เพื่อนทำทีเป็นแพงกลับมาเขียนไดอารี่เหมือนเดิม แต่กันลองสะดุดตาที่ลายมือเธอเปลี่ยนไป เพื่อนหน้าเสียอ้างว่าหันไปพิมพ์คอมพ์เสียนาน เลยเขียนไม่เหมือนเดิม กันลองถามถึงอาการโฮป เพื่อนบอกว่ายังทรงๆ เพื่อนหาทางเลี่ยงขอตัวเข้าบ้านทานข้าว กันลองพยักหน้ายิ้มๆต่างฝ่ายต่างออกอาการไม่ไว้ใจกัน

ด้านมธุรสกลับมาบ้านเจอหลานชายนั่งเซ็งจึงเอาไวน์ออกมาดื่มแก้เซ็ง วรัชช์เอาน้ำแข็งใส่แก้วไวน์ให้ มธุรสยิ้มที่หลานจำได้ เขาบอกจะมีใครที่ดื่มแบบนี้ เสียรสชาติหมด ป้าชวนให้ลอง เขาส่ายหน้าว่าอย่าเรียกร้องเยอะ มธุรสเหน็บช่างประชดประชันเหมือนพ่อ วรัชช์โกรธ

“อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนเจ้าชู้พรรค์นั้น”

“เชื้อมันไม่ทิ้งแถวหรอกน่า”

“ตอนนี้ผมเลิกเป็นแบบนั้นแล้ว...แพง เอ่อ...เพื่อนเป็นไงบ้างครับ” วรัชช์เปลี่ยนเรื่อง

“ก็ตั้งแต่กลับมารักษาตัวอยู่บ้านได้เดือนกว่าแพงก็อาการดีขึ้นนะ ดีขึ้นทุกวัน เริ่มโต้ตอบได้แล้ว อีกไม่นานคงกลับมาเป็นคนเดิม” มธุรสแอบยิ้มที่วรัชช์ไม่แย้งเรื่องชื่อแพงที่ตนเรียก

ค่ำคืนนั้น กันลองเห็นแพงซึ่งเข้าใจว่าเป็นเพื่อนกำลังหัดเดินโดยใช้วอล์คเกิ้ล และมีรื่นจิตคอยช่วยเขาพลอยยิ้มยินดีไปกับเธอ

รุ่งเช้า รื่นจิตกำลังตัดเล็บให้แพง กันลองมารับเพื่อน เขามองแพงอย่างรู้สึกบางอย่าง เพื่อนเดินมาขึ้นรถ กันลองเปิดเพลงร็อกอย่างเคย เพื่อนโยกหัวสนุกไปตาม จังหวะ เขามองเงียบๆนึกถึงอดีตที่เขาว่าแพงแปลกชอบฟังเพลงร็อกหนักๆ แต่เปิดฟังเบาๆขัดกับแพงในตอนนี้

ทั้งสองมาร้านเวดดิ้ง...แพลนเนอร์เอาขนมเค้กมาให้ชิม เพื่อนติงว่าไม่อร่อยเท่าที่ควร ขอเปลี่ยน แต่กันลองเห็นว่าอร่อยดี เพื่อนมองด้วยสายตาไม่พอใจและว่าถ้าหาดีกว่านี้ไม่ได้ตนจะทำเอง กันลองเตือนจะทำให้เหนื่อยทำไม อาหารอื่นๆอร่อยก็น่าจะพอใจ แพลนเนอร์เห็นด้วย เพื่อนโกรธต้องการสิ่งที่ดีที่สุดทุกเรื่อง กันลองจึงปล่อยให้แล้วแต่เธอ เพื่อนไม่พอใจอีก

กันลองกลับมาประชุมงานที่บริษัท มีการจัดทำเข็มกลัดรูปลูกเจี๊ยบ เพื่อกระตุ้นการขาย ผู้ชายสามารถซื้อไปให้คนรักได้

บ่ายวันนั้น แพงตื่นขึ้นมาเห็นรื่นจิตฟุบหลับอยู่กับกองแฟ้มงาน จึงพยายามลุกเดินเอาผ้าคลุมไหล่คลุมให้ กว่าจะทำสำเร็จก็หมดแรง ทรุดลงเอาหัวซบตักรื่นจิตอย่างรู้สึกอบอุ่นใจ...ผ่านไปสักพัก รื่นจิตตื่นขึ้นมาแปลกใจที่แพงนอนซบตัก จึงลูบหัวอย่างเอ็นดู แพงรู้สึกตัวก็ประคองกลับมานอนที่เตียง แพงมองรีโมตทีวี รื่นจิตจึงหยิบมากดเปิด เป็นช่วงข่าวบันเทิงพอดี

“เมื่อก่อนตอนแพงเข้าวงการแรกๆ แม่ก็แอบดูรายการนี้ที่ทำงานนั่นแหละ คอยเช็กข่าวแพงเขาตลอด ป้ามธุรสเขาบอกว่ารายการนี้ข่าวไม่มั่วน่ะ แม่เลยพอดูได้ ฟังข่าวกอสซิปเรื่องแพงทีไรอดเป็นห่วงไม่ได้ทุกที”

ข่าววันนี้เป็นเรื่องการแต่งงานของแพงกับกันลอง รื่นจิตเปรยว่า ตนน่าจะดีใจแต่กลับไม่รู้สึกอย่างนั้น ปกติแพงเป็นคนตัดสินใจอะไรรอบคอบ แต่ครั้งนี้ตนว่าเร็วไป กันลองรักแพงจริง แต่ตนอยากให้ทั้งสองดูกันไปให้นานกว่านี้...แพงมองแม่น้ำตารื้นพยายามพูดว่า หนู รักแม่

รื่นจิตมัวแต่ดูข่าวไม่ได้ยินที่แพงพูด...ค่ำนั้น แพงพยายามหัดเดินอยู่คนเดียว กำลังจะล้มเพื่อนกลับมาเข้าประคองไว้ทัน พาไปนั่งบนเตียง เพื่อนถามแพงว่าเข้าใจที่ตนพูดแล้วใช่ไหม แพงพยักหน้าเบาๆ เพื่อนโอบกอดแพงแล้วพยายามอธิบายโดยไม่มองหน้า

เพื่อนขอบคุณที่แพงช่วยชีวิตตนไว้ ไม่อย่างนั้นคงเป็นตนที่อยู่ในสภาพนี้ ฉะนั้นตนถึงทำทุกอย่างเพื่อแพง ไม่ว่าจะเล่นละคร ถ่ายแบบ ออกรายการ ทำความฝันของแพงทุกอย่างให้เป็นจริง ตนสามารถคว้ารางวัลนักแสดงดาวรุ่งมาให้แพง และได้รับบทในเดือนประดับดาวที่แพงอยากเล่น ตนทำให้ทุกคนที่แพงรักมีความสุข

เพื่อนลูบแหวนหมั้นที่นิ้วก่อนจะยื่นให้ดู

“แพง ไอกำลังจะแต่งงานกับพะลอง...แพงเข้าใจไอใช่ไหม ไม่โกรธไอใช่ไหม ทำไมโลกนี้มันไม่แฟร์กับไอบ้างเลย ทั้งที่เราสองคนก็หน้าตาเหมือนกัน แต่ทำไมถึงมีแต่แพงที่โชคดีได้พบเจอแต่คนดีๆ ได้มีความรักดีๆ...สิ่งเดียวที่ไออยากจะขอก็แค่ ขอให้แพงแบ่งความสุขของแพงมาให้ไอบ้าง ขอแค่ครั้งนึงให้ไอได้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบแพง ไอคงไม่ขอมากเกินไปใช่ไหม”

เพื่อนดันแพงลงนอนแล้วปิดไฟเดินออกไป แพงนอนน้ำตาไหลริน พยายามยกมือมาลูบนิ้วที่แหวนหายไป...

ในขณะที่เพื่อนเดินออกจากห้องแพง เห็นรื่นจิตร้องไห้ออกมาจากห้องหนังสือก็แปลกใจ แอบเข้าไปดูว่ามีอะไร เห็นพวงมาลัยวางที่หน้ารูปแก้วขวัญ และเห็นกล่องใบหนึ่งมีคราบน้ำตาชื้นติดอยู่ จึงพยายามเปิด เห็นต้นฉบับเดือนประดับดาวที่เป็นลายมือแก้วขวัญ เพื่อนพลิกดูไปเรื่อยจนถึงท้ายเล่ม แล้วต้องตกใจหน้าซีดมือสั่น ทรุดลงกองกับพื้น...

ooooooo

เช้าวันใหม่ เพื่อนกับกันลองมาฟังแพลนเนอร์เวดดิ้งสรุปรูปแบบงาน กันลองไม่เห็นด้วยที่แพงให้เชิญสื่อมวลชนทุกฉบับ เพื่อนไม่พอใจประชดให้ทางร้านโทร.ยกเลิกสื่อ พอถึงตอนดูแบบการ์ด ทั้งกันลองและเพื่อนอารมณ์กรุ่น ไม่มีใครสนใจจะดู

หลังจากนั้นเพื่อนมากองถ่ายต่อ วรัชช์วางแผนทำให้เพื่อนต้องกลับบ้านกับเขา ด้วยการเจาะลมยางรถทวิตตี้ ทำให้ทวิตตี้ไปส่งเพื่อนไม่ได้ ต้องขอให้วรัชช์ไปส่งให้...แทนที่วรัชช์จะส่งก็พาเพื่อนมาท้องฟ้า จำลอง เขาขอร้องว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะขอ เพื่อนยอมนั่งฟัง

“ผมจะหักหลังผู้หญิงที่ผมอยากให้เป็นแม่ของลูกได้ยังไง คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม คลิปที่ถูกส่งออกไปมันเป็นอุบัติเหตุ ผมพยายามแก้ไขแล้ว แต่โดนนักข่าวตลบหลังอีกที”

วรัชช์ไม่เอ่ยถึงจิตจีรัง เพื่อนไม่เชื่อหาว่าเป็นข้ออ้าง

“ก็ใช่ ผมนี่แหละ ผมอ้างทุกอย่างบนโลกนี้ทั้งนั้นแหละ ยอมทุกอย่างแค่เพื่อให้คุณเลิกบ้าแล้วถอยกลับมาเสียที คุณก็รู้ทางที่คุณเดินอยู่มันใกล้ถึงทางตันเข้าไปทุกทีแล้ว มีแต่ผมนี่แหละที่ยังยืนรอคุณอยู่ที่เดิม”

เพื่อนไม่ฟังจะกลับ ผู้คนแถวนั้นเริ่มมอง วรัชช์ทำทีว่าซ้อมบทละคร พูดเสียงดังตามบทเดือนประดับดาว ให้ตัวละครเดือนละออยอมรับความจริงว่ารักเขา หยุดหลอกตัวเองเสียที เพื่อนไม่พอใจสวนว่าตนไม่มีวันรักเขาวรัชช์ดึงเพื่อนเข้ามากอดกระซิบข้างหู

“คุณจะเล่นบทแพงอาภรณ์ไปอีกนานเท่าไหร่มันก็เรื่องของคุณ แต่ผมมั่นใจว่า โฮปรักผม...ความรู้สึกของเราสองคนที่เกิดขึ้น คืนนั้นคือเรื่องจริง”

เพื่อนผลักเขาออกแล้วจะเดินหนี วรัชช์ขอร้องขอไปส่ง เพื่อนเห็นแววตาเขาก็ใจอ่อน

ด้านกันลองนั่งมองแบบการ์ดแต่งงานที่เพื่อนเลือกไว้ แล้วฉุกคิดหยิบการ์ดวันเกิดที่แพงเคยทำให้มาเทียบ รสนิยมช่างต่างกันมาก...เขาครุ่นคิดออกมาเดินเล่นที่สนาม มองไปยังบ้านแพงเห็นโฮปกำลังหัดเดินอยู่แถวสระว่ายน้ำ จึงร้องทักทายชื่นชม แพงชะงักเล็กน้อยทำทีไม่ได้ยิน

กันลองข้ามรั้วมายืนอีกฟากของสระแล้วชวนคุย เป็นกำลังใจให้เธอเดิน แพงใจสั่นไม่กล้าสบตาเขา เสียงกันลองนับก้าวเดินและเดินไปพร้อมกับเธอ แพงน้ำตาซึมตาพร่ามัวเกิดเซล้มพลัดตกน้ำ กันลองตกใจกระโดดลงไปช่วย แพงกอดคอเรียกพะลอง...พะลอง...ด้วยความกลัว เสียงหัวใจเต้นแรงของเธอทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้

“ผมอยู่ที่นี่...พะลองอยู่ที่นี่ ไม่ต้องกลัวนะคะ”

ใจออกมาเห็นตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก วรัชช์มาส่งเพื่อนพอดี เพื่อนเห็นกันลองอุ้มแพงขึ้นจากสระและพยายามผายปอด ก็ตกใจรีบวิ่งเข้ามา วรัชช์ตามติด ...รื่นจิตกลับมาถึงเห็นรถวรัชช์จอดขวางประตูก็แปลกใจ แต่พอเห็นกันลองผายปอดให้แพงจนรู้สึกตัวก็รีบวิ่งเข้ามาหา

ทุกคนยืนช็อก กันลองสั่งใจให้เอาผ้าห่มมาห่อตัวแพง แพงหมดสติไปอีกครั้ง วรัชช์เข้าช่วยอุ้มแพงเข้าบ้าน

กันลองจึงขอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน เพื่อนอาสาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แพง วรัชช์ถือโอกาสลากลับ รื่นจิตรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นเพื่อนออกมาขอคุยกับรื่นจิตในห้องหนังสือ หน้ารูปภาพแก้วขวัญ เพื่อนถามรื่นจิตอีกครั้ง “คุณคิดจะปิดบังฐานะที่แท้จริงของหนูไปตลอดชีวิตเลยใช่ไหมคะ”

“แพง...หนูพูดอะไรออกมา”

“ถึงตอนนี้คุณยังจะโกหกอีกเหรอ หนูรู้แล้วว่าคุณไม่ใช่แม่หนู!” รื่นจิตตกใจ “อย่าโกหกกันอีกเลยค่ะ บันทึกท้ายต้นฉบับเดือนประดับดาวนั่น สามีคุณเขียนไว้”

ไม่มีใครเห็นว่าแพงตามมายืนฟังอยู่หน้าห้อง...

รื่นจิตคิดถึงอดีต ที่มธุรสแนะนำให้แก้วขวัญขอเด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเลี้ยง โดยที่เด็กนั้นมีคู่แฝด

แต่แก้วขวัญเห็นว่าสถานภาพตัวเขาเลี้ยงไหวแค่คนเดียว และทำเรื่องแจ้งเกิดให้ใหม่ แพงจึงมีใบเกิดเป็นลูกแก้วขวัญกับรื่นจิต

เพื่อนเห็นรื่นจิตยืนอึ้งก็ประชดประชันว่ามีความสุขกับการหลอกทุกคนว่าเป็นแม่ที่แท้จริงของแพงหรือ

รื่นจิตสะเทือนใจมากย้อนถามว่า ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา แม่รักลูกต่างจากแม่คนอื่นตรงไหน แม่ผิดที่ปิดบังแต่ที่ทำไปก็เพื่อให้แพงเติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ แม่เสียใจที่มองว่าแม่เป็นคนอื่น

รื่นจิตคิดว่าคนที่สมควรโกรธน่าจะเป็นเพื่อนหรือโฮป เพราะแก้วขวัญไม่ได้รับมาอุปการะด้วย ทั้งพ่อและแม่รักแพงมาก สายเลือดมันสำคัญกว่าความรักหรือ

เพื่อนน้ำตาไหลพราก “รักไม่รักหนูไม่อยากรับรู้ หนูรู้แค่ว่าคุณไม่ใช่แม่หนู...ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แต่รู้อะไรไหมคะ เพราะความรักของคุณนี่แหละ หนูถึงต้องกลายเป็นคนเลว!”

รื่นจิตชะงักไปชั่วอึดใจก่อนจะวิ่งตามเพื่อนที่หนีเข้าห้องไป ขณะเดียวกัน แพงยืนหลบมุมร้องไห้อย่างหนัก...กลางดึก เพื่อนเข้ามาหาแพงที่ห้อง แพงนอนน้ำตาไหลริน เปล่งเสียงเรียกเพื่อน...เพื่อนได้ยินโผกอดแพงทำนองเรายังมีกัน เธอต้องหายดี แพงกอดปลอบให้เข้มแข็งไว้

รุ่งเช้า เพื่อนตาบวมช้ำลงมาเห็นรื่นจิตเตรียมมื้อเช้าอยู่ก็ไม่สนใจ เดินไปทานมื้อเช้าที่บ้านกันลอง เขา ถามอาการโฮป เพื่อนบอกว่าเริ่มพูดได้บ้างแต่ยังไม่ชัด กันลองอาสาพาไปพบหมอ เพื่อนไม่พอใจบอกให้เขาจัดการลิสต์รายชื่อแขกที่จะเชิญมางานแต่งงานดีกว่า

เพื่อนนึกได้ ขอไปนอนที่บ้านเรือนหอก่อน อ้างว่าอยู่ใกล้กองถ่าย อยากมีสมาธิท่องบท กันลองไม่ขัดข้องแม้สงสัยว่าใครจะดูแลโฮป เพื่อนเหมือนรู้บอกว่าจะพาโฮปไปอยู่ด้วย

รื่นจิตเดินเข้ามาพร้อมโรยบุญ พูดขึ้นว่า “แม่จะดูแลเพื่อนให้เอง แพงอยากโฟกัสกับงานก็ไปเถอะ แม่แค่จะมาบอกแพงว่าบ่ายนี้แม่จะพาเพื่อนไปโรงพยาบาลเอง”

เพื่อนรู้สึกน้อยใจอย่างมาก รื่นจิตไม่สนใจเดินกลับไป...บ่ายวันนั้น รื่นจิตพาแพงพบหมอ ปรึกษาเรื่องที่เธอยังพูดไม่ได้ หมอตรวจเช็กแล้วบอกว่าอาการทุกอย่างดีขึ้น เรื่องพูดน่าจะอยู่ที่กำลังใจของคนไข้เอง เรื่องของจิตใจมันซับซ้อนมากไม่มียารักษา นอกจากให้กำลังใจ

รื่นจิตพาแพงออกมา เจอกันลองยืนรีรออยู่ เขาเป็นห่วงที่เมื่อคืนแพงตกน้ำ แพงหลบตาไม่กล้ามองเขา รื่นจิตฝากโฮปสักครู่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กันลองชวนคุยและให้เข็มกลัดลูกเจี๊ยบที่ไก่ฟ้าทำออกมาเพื่อเป็นพรีเมียมบอกรักคนที่เรารัก

แพงก้มหน้างุดกลัวเขาจับได้ว่าตนคือแพงไม่ใช่โฮป รื่นจิตเดินกลับมาบอกกันลองว่าที่โฮปไม่พูดหมอบอกว่าเป็นเรื่องของจิตใจ

ตกเย็นกันลองมาที่บ้านเรือนหอกับเพื่อน ชวนคุยเรื่องโฮป เพื่อนไม่พอใจถามตกลงจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันหรือจะถามเรื่องคนอื่น กันลองเผลอย้อนว่าโฮปไม่ใช่คนอื่นสำหรับตน เพื่อนไม่พอใจหาว่าตัวเองเป็นคนอื่นสำหรับเขา กันลองเข้าสวมกอดง้อทั้งที่ไม่เข้าใจอารมณ์เธอ ไม่ทันไรรื่นจิตเป็นห่วงที่ลูกยังไม่กลับโทร.หา แต่เพื่อนไม่รับสาย จึงใช้มือถือของใจโทร.ใหม่

“ถึงบ้านรึยัง ทานข้าวเย็นแล้วใช่ไหม...แพง...เพื่อนได้รับผลกระทบทางใจเรื่องอะไรรึเปล่า ถึงได้ไม่พูด”

เพื่อนยิ่งหงุดหงิดตอบไปว่าพรุ่งนี้จะพาเพื่อนมาอยู่บ้านใหม่ รื่นจิตสะท้อนใจ ถามกลับว่าแม่ยังเป็นแม่แพงอยู่หรือเปล่า เพื่อนสวนว่าแล้วแต่จะคิด รื่นจิตสะอึกพูดไม่ออก แพงเห็นอาการของแม่ จึงเอากระดาษมาเขียนข้อความให้ว่า

“ทะเลาะกับแพงเรื่องอะไรหรือคะ หนูเป็นผู้ฟังที่ดีนะ” รื่นจิตอ่านแล้วกอดโฮปน้ำตาร่วง

ooooooo

วันต่อมาหลังเลิกกอง จิตจีรังชวนวรัชช์กับเพื่อนไปกินเลี้ยงต้อนรับนนท์ที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเธอ เพื่อนจะบ่ายเบี่ยงแต่จิตจีรังไม่ยอม ตื๊อจนเพื่อนต้องยอมไป

ในขณะที่รื่นจิตพาโฮปมาฝากกันลองดูแลที่บ้านเรือนหอ อ้างว่ามีงานด่วนต้องไปทำ ติดต่อแพงไม่ได้ แต่ความจริงแล้วทำตามแผนของมธุรส

ด้านเพื่อนสังสรรค์อยู่กับวรัชช์ จิตจีรังและนนท์ เล่นเกมหมุนขวดหยุดตรงกับใคร คนนั้นต้องตอบคำถามถ้าไม่ตอบโดนทำโทษ พอขวดหมุนมาตรงกับวรัชช์

จิตจีรังตั้งคำถามเรื่องแฝดของแพง ทำไมต้องปิดทุกคน เพื่อนแทรกว่าเรื่องนี้น่าจะถามตน พอขวดหมุนมาตรงเพื่อน

วรัชช์ชิงถาม “คุณไม่เคยรักผมเลยใช่ไหม...แม้แต่ครั้งเดียว” เพื่อนโกรธจ้องหน้าเขม็ง วรัชช์จี้ “จะยอมแพ้เหรอ” เพื่อนพยักหน้า เขาสั่งทำโทษ “งั้นจูบผมสิ”

จิตจีรังกับนนท์อ้าปากค้าง วรัชช์มองเพื่อนอย่างท้าทาย เพื่อนจ้องตอบไม่ลดละ กระชากคอเขาเข้ามาทำท่าจะจูบ วรัชช์กลับเป็นฝ่ายผลักเธอออก มองเธอด้วยแววตาเจ็บปวด เพื่อนมองอย่างท้าทาย นนท์กับจิตจีรังรีบแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น

วรัชช์ยังแขวะเป็นระยะๆ นนท์เอ่ยถึงมธุรสว่าเดี๋ยวนี้ไม่เห็นโทร.มาถามเรื่องเขาเลย วรัชช์เหล่มองเพื่อนและตอบว่า ตอนนี้ตนเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว ป้าเลยหมดห่วง คืนนี้ป้าก็มีนัดกับรื่นจิต คงจะเม้าท์กันยันดึกเหมือนเดิม

เพื่อนหลุดปากกังวลว่าเพื่อนจะอยู่กับใคร จิตจีรังสงสัยถามว่าแฝดเธอเป็นอะไรทำไมอยู่คนเดียวไม่ได้ เพื่อนเงียบ จิตจีรังโวย เมื่อไหร่จะเล่าเรื่องแฝดให้ฟัง ทำอย่างกับสลับตัวกัน เพื่อนสะดุ้งลุกเดินหนี วรัชช์ลุกตามออกไป

ขณะเดียวกัน รื่นจิตนั่งทานอาหารอยู่กับมธุรสที่ร้านแห่งหนึ่ง เนื่องจากเป็นวันครบรอบวันตายของคู่หมั้นมธุรส แผนของมธุรสคือให้กันลองได้อยู่กับแพงสองต่อสอง เพราะเชื่อว่ากันลองจะต้องรู้ว่าใครตัวจริงใครตัวปลอม รื่นจิตไม่ค่อยสบายใจด้วยเอ็นดูทั้งเพื่อนและแพง

ทันใดเพื่อนโทร.เข้ามา มธุรสดึงมือถือรื่นจิตมากดรับและเปิดสปีกเกอร์โฟน ได้ยินน้ำเสียงกระด้างของเพื่อนถามรื่นจิตว่า...เพื่อนอยู่กับคุณหรือเปล่า...รื่นจิตอึกอัก มธุรสตอบแทน

“หนูเพื่อนอยู่กับพวกเรานี่แหละ แพงจะมาทานข้าว ด้วยกันไหม”

เพื่อนรีบถามสถานที่ วรัชช์เข้ามาดึงมือถือเพื่อนไปคุยกับมธุรสเอง แล้วบอกว่าจะพาแพงไป เพื่อนไม่ค่อยพอใจแต่ต้องยอมเพราะยังไม่ค่อยรู้จักทาง

รื่นจิตร้อนใจที่มธุรสโกหกว่าโฮปอยู่ด้วย ถ้าแพงมาไม่เจอจะโกรธมากขึ้น มธุรสถาม

“นี่หมายความว่าทะเลาะกันมาก่อนแล้วเหรอ เมื่อกี้หนูแพงเขาเรียกรื่นว่าคุณซะเสียงแข็ง หรือว่า...เฮียเคยเตือนแล้วนะ ถ้าลูกรู้ความจริงช้า แกจะยิ่งเจ็บ คิดว่ารื่นเป็นแม่แท้ๆมาตลอดชีวิต อยู่มาวันหนึ่งรู้ว่าไม่ใช่คงจะจุกล่ะ แล้วนี่รู้ได้ยังไง รื่นไม่ได้บอกลูกเองใช่ไหม”

รื่นจิตส่ายหน้าเศร้าๆ มธุรสถอนใจปลอบว่า ด้วยความรักที่รื่นจิตมีให้จะทำให้ได้ลูกสาวคืน...ไม่นานเพื่อนเดินเข้ามาพร้อมวรัชช์ มธุรสเชื้อเชิญให้นั่งกินข้าวด้วยกัน เพื่อนมองหาแพงแล้วถามรื่นจิตเสียงขุ่นว่าเพื่อนอยู่ไหน มธุรสมองเพื่อนอย่างตำหนิ

“เพื่อนเขาอยู่กับกันลองที่บ้านเรือนหอของหนูน่ะ”

“แล้วทำไมคุณถึงต้องโกหกว่าเพื่อนอยู่ที่นี่” เพื่อนกราดเกรี้ยว

“เพราะเฮียอยากจับโกหกใครบางคนน่ะสิ” มธุรสโกรธ

รื่นจิตแตะแขนปรามและพยายามไกล่เกลี่ย ชวนเพื่อนไปรับโฮปที่บ้านเรือนหอ เพื่อนสะบัดเสียงใส่ว่าแฝดของตน ตนดูแลเองได้ รื่นจิตเป็นห่วงจะนั่งแท็กซี่ไปดึกดื่นได้อย่างไร

“คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับหนูคะ คุณไม่ใช่แม่แท้ๆ ของหนู!” เพื่อนเดินออกไป

รื่นจิตมองวรัชช์เชิงขอร้องให้ไปกับเพื่อน มธุรสแขวะ ถ้าอกหักกลับมาไม่ต้องมาซบอก

วรัชช์วิ่งตามเพื่อนมาต่อว่าที่ทำให้แม่ร้องไห้แบบนั้น เพื่อนไม่ฟังแถมว่าอย่ามายุ่ง วรัชช์โต้

“คุณก็รู้ว่าห้ามผมไม่ได้หรอก คุณทำเป็นเก่งไปทุกเรื่อง แต่ที่จริงก็แค่เด็กขี้โกหกคนนึง”

เพื่อนโกรธคว้าแก้วน้ำสาดหน้าวรัชช์ตวาดให้เลิกตื๊อ เขาสุดทนแบกเพื่อนพาดบ่าเดินไป

ooooooo

กันลองทำซุปหัวหอมให้แพงซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นเพื่อนหรือโฮป แพงช่วยหยิบเครื่องปรุงส่งให้แต่ก็หยิบผิดตลอด กันลองขำบอกว่าเธอเหมือนแพง

เมื่อก่อนก็ไม่รู้จัก ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ทำอาหารเก่งพอตักซุปใส่ชาม แพงใส่พริกไทยมากจนกันลองแปลกใจ

“เมื่อก่อนแพงก็ชอบทานพริกไทย แต่พักหลังมานี่ไม่ทานเลยบอกว่ามันฉุน ผมก็เพิ่งรู้ว่าแฝดเขาชอบไม่ชอบอะไรเหมือนๆกันด้วย เอ๊ะ แบบนี้สเปกผู้ชายจะเหมือนกันด้วยไหมครับ”

แพงหลบตาหน้าเครียดขึ้น เผลอปัดชามซุปร้อนกระฉอกใส่มือ กันลองรีบเอาน้ำแข็งมาประคบให้ แพงมองหน้าเขาที่อยู่ใกล้ด้วยหัวใจสั่นรัว

หลังทานเสร็จ ทั้งสองนั่งดูละครเดือนประดับดาวที่ออกอากาศด้วยกัน เป็นฉากเผยให้รู้ว่าพระเอกนางเอกรักกัน กันลองเปรยว่าแพงแสดงดีขึ้นมาก ไม่รู้เพราะอินกับคนที่แสดงด้วยหรือเปล่า...แพงน้ำตาคลออยากจะบอกความจริงลุกเดินไปนั่งตรงเปียโน เอานิ้วจิ้มตัวโน้ตสองสามตัว กันลองยิ้มแล้วเดินมานั่งข้าง

“อยากฟังเพลงไหมครับ ให้ผมเล่นให้ฟังไหม เพลงอะไรดีน้า...”

จู่ๆกันลองก็เล่นเพลงที่มักจะเล่นกับแพง ทำให้แพงน้ำตาร่วงเผาะ กันลองเข้าใจว่าเธอคงคิดถึงคนรักที่ต่างประเทศ จึงปลอบว่าอีกไม่นานเธอก็หายและได้กลับบ้าน

แพงยิ่งร้องไห้หนักขึ้น กันลองตกใจดึงเธอมากอดปลอบ แพงพยายามสงบสติอารมณ์ดันตัวออก แล้วใช้มือข้างหนึ่งเล่นเพลงเดียวกับที่เขาเล่น กันลองจึงเล่นอีกมือหนึ่ง ทั้งสองเล่นเข้าคู่กันจนจบเพลง

กันลองอึ้งชักจะมั่นใจอะไรมากขึ้น แต่ด้วยแพงไม่พูดความจริงออกมา จึงหันไปดึงกุหลาบจากแจกันมาดอกหนึ่ง มอบให้พร้อมบอกว่าสุขสันต์วันวาเลนไทน์ แพงรับดอกไม้แล้วสบตาเขา กันลองเผลอยื่นหน้ามาจูบหน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาจะจูบปาก แพงได้สติผลักเขาออก ลุกเดินหนีเข้าห้องทันที กันลองสับสนว้าวุ่นและรู้สึกผิด

วรัชช์พาเพื่อนมาถึงหน้าเรือนหอ เพื่อนรีบร้อนจะเข้าไป วรัชช์ทนไม่ไหวคว้ามือเธอไว้ระบายความอัดอั้น “ผมรู้ทุกอย่างแต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้สักอย่าง รู้บ้างไหมว่ามันเจ็บแค่ไหน”

“แล้วคิดว่าไอมีความสุขมากงั้นสิ ที่ต้องมานั่งระแวงทุกวัน ว่ายูจะหักหลังบอกความจริงทุกคนวันไหน”

วรัชช์ดึงเพื่อนมากอดถามคิดหรือว่าคนอย่างตนจะหักหลังเธอได้ เพื่อนทุบหลังไหล่ไล่

“ไอบอกให้กลับไปไง! ไอบอกยูเป็นล้านครั้งแล้วนะ ว่าถ้าไม่มียูสักคน ชีวิตไอมันคงไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก ยูมันน่ารำคาญที่สุด! ไปให้พ้นเลยนะ ไอไม่อยากเห็นหน้ายูอีกแล้ว”

“ด่าผมจบยัง รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม ผมเข้าใจล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก เห็นผมหน้าด้านแบบนี้ ผมก็เหนื่อยเป็นนะ...ที่ผ่านมาผมอาจจะโง่เกินไปที่คิดอะไรไม่ออกเลย นอกจากรักคุณ ลาก่อนโฮป...” วรัชช์ดึงกุหลาบจากท้ายรถส่งให้ก่อนจะขี่รถกลับไป

เพื่อนกำกุหลาบอย่างเจ็บปวดใจ ทิ้งลงถังขยะก่อนจะตรงไปยังห้องนอน โดยไม่ทันเห็นกันลองเอนหลับอยู่ที่โซฟา...เพื่อนเข้าไปนั่งข้างแพงซึ่งนอนอยู่บนเตียง รำพันว่าตนเหนื่อยเหลือเกิน น้ำตาพรั่งพรูออกมา สักพักก็ลุกเข้าห้องน้ำ แพงลืมตาขึ้นมองอย่างไม่สบายใจ

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเพื่อนเดินออกมาถึงได้เห็นกันลอง ก็เข้าไปนั่งมองใบหน้า คิดว่าเขาไม่กลับเพราะฉลองวาเลนไทน์กับแพง เพื่อนจูบแก้มเขาแล้วเลื่อนตัวลงนอนหนุนตักเขา

รุ่งเช้ากันลองตื่นมาเห็นแพงนอนหนุนตักก็ยิ้มอย่างเอ็นดู ค่อยๆขยับให้เธอนอนสบายๆ ก่อนจะเข้าไปดูโฮป แล้วเขาต้องตกใจเมื่อพบว่าเธอหายตัวไป จึงรีบมาปลุกแพงให้ช่วยกันออกตามหา เพื่อนเห็นท่าทางกันลองห่วงแพงมากก็ตัดพ้อ

“ที่เมื่อคืนพะลองไม่ยอมกลับบ้านเพราะเป็นห่วงเพื่อนเท่านั้นใช่ไหมคะ...หวังว่าพะลองคงไม่ลืมว่าวันนี้เรามีแถลงข่าวงานแต่งงาน”

กันลองชะงักมองคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นแพงอย่างไม่สบายใจ ตัดสินใจหันหลังออกไปตามหาโฮป เพื่อนมองด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ...กันลองออกมาถาม รปภ.หน้าหมู่บ้าน ได้ความว่าเธอเรียกแท็กซี่ออกไปแต่เช้ามืด

กันลองรีบโทร.หารื่นจิต แต่ดูเธอยังไม่รู้เรื่องอะไร จึงทำทีบอกว่าไม่ต้องมารับโฮป ตอนนี้ทั้งแพงและโฮปอยู่กับตน ตนจะไปส่งให้

ด้านเพื่อนเข้ามาค้นในห้องนอน พบว่าแพงหยิบเงินไปก็เอะใจเหลือบไปเห็นไอแพดเปิดค้างอยู่ที่รูปแชต เป็นภาพวรัชช์หอมแก้มเพื่อน มีข้อความว่า Hope, you love me ก็หน้าถอดสี

ooooooo

ในห้องพัก วรัชช์นอนสลบไสลจากการดื่มหนัก เสียงกริ่งห้องดังรบกวน เขาต้องลุกงัวเงียมาเปิดประตู หญิงสาวแนะนำตัวเองว่า...ฉันแพงอาภรณ์

“คุณจะเล่นเกมอะไรกับผมอีกโฮป...” วรัชช์ต่อว่า ดึงเธอมาดูแผลเป็นที่ต้นคอ แล้วต้องตกใจ “แพง! คุณพูดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะค่ะ ที่ฉันมาวันนี้เพราะอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนค่ะ...

คุณรักเพื่อนใช่ไหม” วรัชช์พยักหน้า “รักทั้งๆที่เพื่อนมีพะลองอยู่ทั้งคนน่ะเหรอ...นี่ที่เพื่อนเขาไม่เลือกคุณเพราะเขารักพะลองใช่ไหมคะ”

“เรื่องนี้ผมคงไม่มีสิทธิ์ตอบแทนเพื่อนครับ แต่...แพง ผมไม่อยากเสียเขาไป ผมรู้ว่าคุณเองก็ไม่อยากเสียกันลองไปเหมือนกัน...แพง เชื่อผมเถอะ ไม่มีใครแทนที่ใครได้หรอกนะ”

แพงครุ่นคิดสักพักก่อนจะขอให้วรัชช์ไปส่งที่แห่งหนึ่ง...ในขณะที่เพื่อนนั่งแท็กซี่กลับ ในมือกำดอกกุหลาบที่แพงวางทิ้งไว้ แล้วเพื่อนก็เห็นว่ามีกระดาษเล็กๆ ซ่อนอยู่ในกลีบกุหลาบ จึงหยิบมาคลี่อ่าน เป็นบทกลอนสั้นๆเขียนด้วยลายมือแพง บรรยายถึงดวงดาว ท้ายบทกลอนเป็นข้อความว่า...แพงจะคอยพะลอง ที่ที่เมื่อไหร่ก็เห็นดาว...เพื่อนอ่านแล้วครุ่นคิด

เพื่อนตัดสินใจมาที่ท้องฟ้าจำลอง เห็นแพงนั่งแหงนหน้าดูดาวอยู่ ก็เข้ามานั่งข้างๆแล้วเอ่ยขึ้น “วันที่พะลองพาไอมาที่นี่ เป็นครั้งแรกที่ไอคิดว่าไอชอบเขาเข้าแล้วจริงๆ ไอชอบผู้ชายที่มีความฝันและอ่อนโยน...แต่ความเป็นจริงกับความฝันมันต่างกันมาก  ต่างกันเกินไป ที่ผ่านมาไอเป็นคนเลือกแทนแพงมาตลอด แต่วันนี้ไออยากให้แพงเป็นคนตัดสินใจ เพราะนี่เป็นชีวิตแพง”

แพงไม่ตอบอะไรแต่เอื้อมมือไปกุมมือเพื่อน บีบแน่นและยื่นหน้ามากระซิบ...เราอยู่คู่กัน ก่อนจะลุกเดินออกไป เพื่อนหลับตาลงทอดถอนใจ...

ด้านกันลองโทร.สั่งงานปิติแล้วกลับมาที่บ้านเรือนหอ เห็นเค้กวาเลนไทน์ที่เพื่อนทำมาให้ทิ้งอยู่ในถังขยะ ก็รู้สึกผิด พอดีรื่นจิตทำงานอยู่แล้วเผลอปัดรูปถ่ายแพงหล่นก็สังหรณ์ใจ รีบโทร.หากันลอง เขาอึกอักอยู่สักพักก่อนจะสารภาพว่าโฮปหายตัวไป

ในขณะที่รื่นจิตตกใจ เพื่อนโทร.ซ้อนเข้ามา เธอรีบรับสายแล้วถาม รู้ไหมว่าโฮปหายตัวไป เพื่อนบอกว่ารู้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา รื่นจิตร้อนใจจะให้แจ้งความ เพื่อนปัดและขอในสิ่งที่ทำให้รื่นจิตว้าวุ่นใจ

“เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลังเถอะค่ะ แต่ตอนนี้คุณช่วยมางานแถลงข่าวแต่งงานของหนูที่สถานีด้วย...คิดเสียว่าทำหน้าที่แม่ให้แพงเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน”

บรรยากาศในงานแถลงข่าว นักข่าวมารอทำข่าวมากมาย ทวิตตี้กระวนกระวายเพราะกันลองยังไม่มา ต่างจากเพื่อนที่นิ่งสงบ สักครู่กันลองวิ่งมา ทวิตตี้โล่งอกจับแขนเขาจะพาขึ้นเวที แต่เพื่อนกลับห้ามไว้ ให้เขารอข้างล่างก่อน ทวิตตี้คิดว่าแพงคงอยากพูดเรื่องงาน กันลองพยักหน้ารับ มือถือเขาดังขึ้น เห็นหน้าจอเป็นวรัชช์ก็ชั่งใจ พอแพงขึ้นเวทีจึงตัดสินใจรับสาย

เพื่อนขึ้นไปนั่งที่โต๊ะแถลงข่าวเพียงคนเดียว กล่าวขอบคุณช่อง ผู้ใหญ่ตลอดจนทีมงานที่ให้กำลังใจและสนับสนุนมาตลอด รวมถึงพี่ๆสื่อมวลชน แฟนละครของแพงและครอบครัว...เสียงปรบมือเกรียวกราว รื่นจิตเดินเข้ามาสบตาเพื่อนบนเวที ส่งยิ้มให้เป็นกำลังใจ

“วันนี้แพงจะขอแถลงข่าวสำคัญ...สำคัญที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ ดิฉันจะขอถอนหมั้นและยกเลิก

งานแต่งงานกับคุณกันลอง และขอถอนตัวจากละครเรื่องเดือนประดับดาวค่ะ”

เสียงฮือฮากระหึ่มขึ้น ต่างตะโกนถามสาเหตุ กันลองยืนอึ้งในขณะที่ทวิตตี้เข่าอ่อน “แพงกับคุณกันลองไม่เคยมีปัญหากันหรอกค่ะ แต่ปัญหาของทั้งคู่คือ...ฉัน” เพื่อนจิกเล็บลงบนหน้าขา สูดหายใจเข้าลึก “คุณพ่อแก้วขวัญของแพงเขียนนิยายเรื่องเดือนประดับดาวจากเค้าโครงเรื่องจริงของฉันกับน้องสาวฝาแฝด ฉันคือเพื่อนอาภา พี่สาวฝาแฝดของแพงอาภรณ์ค่ะ”

วรัชช์วิ่งมาถึงมองหากันลอง...ระหว่างนั้นเพื่อนนึกถึงเมื่อเช้าที่แพงหายออกจากบ้านเรือนหอ เพื่อนเห็นแชตในไอแพดที่เปิดค้างไว้ รูปวรัชช์หอมแก้มเพื่อน

แล้วมีสัญญาณเตือนแชตเข้ามาจากไอดีชื่อ “พะแพง  is me” เพื่อนรีบกดดูเป็นคลิปแพงพูดอย่างคล่องแคล่ว

“เพื่อน...วันนี้แพงได้เห็นเพื่อนเล่นละคร

เดือนประดับดาวด้วย ในที่สุดความฝันของพ่อก็กลายเป็นจริง ขอบคุณมากนะ แพงรู้มาตลอดว่าเพื่อนเหนื่อยแทนแพงมากขนาดไหน แต่เพื่อนก็ทำทุกอย่างแทนแพงได้ดีมากๆ อาจจะดีกว่าที่แพงเคยทำมาด้วยซ้ำ...ถ้ามีโอกาสอะไรที่ให้ได้ แพงก็อยากทำเพื่อเพื่อนนะ ความสุขของแพง แพงเต็มใจให้เพื่อนนะ จำได้ไหมที่แพงเคยบอกเพื่อน เราคือกันและกัน เพื่อน...แพงรักเพื่อนนะ”

เพื่อนคิดแล้วน้ำตาคลอเบ้า แถลงข่าวต่อว่า “เพื่อนต้องขอบคุณแพงที่ปกป้องเพื่อนจากอุบัติเหตุเมื่อปีก่อนจนตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนจึงใช้ชีวิตแทนแพง เพราะไม่อยากให้อาชีพนักแสดงของแพงต้องสะดุดลง แต่ 2 เดือนที่ผ่านมา แพงอาการดีขึ้นมากและเพื่อนก็เชื่อว่า อีกไม่นานแพงต้องกลับมาเป็นเจ้าหญิงของวงการบันเทิงได้อย่างเดิม อย่าให้การกระทำหลอกลวงของเพื่อนทำให้แพงมัวหมองเลยนะคะ”

เพื่อนขอเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างเพราะแพงไม่ได้รู้เรื่องนี้ เพื่อนยังขอโทษทุกคนกับการกระทำครั้งนี้... แสงแฟลชวูบวาบ คำพูดของแพงที่ว่า เราเกิดมาคู่กัน ดังก้องในหัวเพื่อน

กันลองอึ้งกับเรื่องนี้ เดินมาเจอวรัชช์จึงถามว่า ที่โทร.หาตนเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม แล้วถามตอนนี้แพงอยู่ไหน วรัชช์ตอบว่า...สนามบิน

คนทั่วไปเห็นแถลงข่าวของเพื่อนตามจอทีวี

ทุกสถานที่ รวมทั้งที่สนามบิน ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ แพงสวมหมวกใส่แว่นยืนปะปน ในมือกำตั๋วเครื่องบิน

ไปเชียงใหม่ คิดชั่งใจ

เสร็จการแถลงข่าว เพื่อนเดินลงจากเวทีตรงมาหารื่นจิต เธอตบหน้าเพื่อนฉาดใหญ่ เพื่อนน้ำตาร่วงกล่าวขอโทษ ตนผิดเอง...ไม่ทันพูดจบ รื่นจิตดึงเพื่อนมากอดร้องไห้กันทั้งสองคน หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนก็หายตัวไป ทุกคนตื่นตระหนกตามหา

วรัชช์เป็นคนพาเพื่อนหลบออกมาและพาส่งสนามบิน เพื่อนบอกลาและขอให้เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตนตลอดไป วรัชช์น้ำตาคลอดึงเพื่อนมาประทับจูบอย่างอาวรณ์

ด้านแพงกำลังจะเดินเข้าเกต กันลองวิ่งมาจับแขนเธอไว้ ทรุดลงคุกเข่าขอร้องอย่าทิ้งตนไปไหนอีก แพงน้ำตาไหลพราก ไม่อาจตัดใจจากเขาได้...แพงกลับมาหารื่นจิตที่บ้าน สองแม่ลูกกอดกันด้วยความดีใจ แพงถามหาเพื่อน รื่นจิตบอกว่าแถลงข่าวเสร็จก็หายตัวไปเลย

ooooooo

เพื่อนกลับมาถึงเพิร์ธ พบว่ามัม แด๊ด และซาร่าดีใจที่เธอกลับมา เธอเพิ่งยอมรับว่า นี่แหละคือครอบครัวที่รักเธออย่างจริงใจ ไม่ต้องไปไขว่คว้าที่ไหนอีก

ด้านวรัชช์ซึมเศร้าจนจิตจีรังและนนท์เป็นห่วง พยายามปลอบใจ...วันเวลาผ่านไป แพงกับกันลองแต่งงานกัน ชลลดา รื่นจิต และมธุรสยืนปลาบปลื้ม รายล้อมด้วยญาติผู้ใหญ่ที่มาร่วมยินดี มธุรสเปรยว่า เรื่องราวของแพงเขียนเป็นนิยายได้อีกเรื่องเลย แพงหัวเราะบอกถ้าตนเขียนแล้วเฮียมะต้องรวมเล่มพิมพ์

ให้ตนด้วย ทุกคนหัวเราะมีความสุข

ต่อมาไม่นาน แพงได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงจากเรื่องเดือนประดับดาว แพงกล่าวขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง และบุคคลที่ตนจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือพี่สาวฝาแฝดเพื่อนอาภา ที่ตนคิดถึงที่สุด เสียงปรบมือกระหึ่ม

เพื่อนได้เห็นงานนี้ผ่านยูทูบที่เฟยหลันเปิด ทำทีไม่รู้สึกอะไร เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมเดินทางไปถ่ายคลิปรายการของตัวเอง ที่ตอนนี้มียอดวิวหลักแสน

ซาร่าวิ่งมาขอยืมผ้าพันคอ เพื่อนส่งให้อย่างง่ายดาย ซาร่าเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มพี่สาว เพื่อนรู้สึกดีไม่เหมือนเมื่อก่อน เฟยหลันถามถึงวรัชช์ เพื่อนเสียงเข้มว่าเขาเป็นแค่เพื่อน ป่านนี้คงปลูกต้นรักใหม่ไปแล้ว

เพื่อนเก็บของเสร็จเดินลิ่วออกไป เฟยหลันเห็นเพื่อนไม่เอามือถือไปเพราะไม่ต้องการให้ใครรบกวน ก็หน่ายใจกับความสันโดษของเพื่อน

เวลาผ่านมาเป็นปี กันลองกับวรัชช์กลับมาพบปะดื่มกินกัน วรัชช์ถามตรงๆว่าเขาเคยหวั่นไหวไปกับเพื่อนบ้างไหม กันลองยอมรับว่าต้องมีบ้าง เพื่อนเป็นผู้หญิงที่น่ารัก แต่แพงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจและทำให้ตนใจเต้นได้เหมือนหนุ่มๆ วรัชช์หัวเราะเยาะตัวเอง

“นั่นสิ ถึงภายนอกจะเหมือนกันแค่ไหน แต่เสียงหัวใจบอกความต่างได้โคตรชัดเจน”

“ผมถามหน่อยเถอะ คุณรออะไรอยู่ ทำไมถึง

ไม่ไปตามเพื่อนกลับมา”

วรัชช์นิ่งไม่ตอบ แต่แล้วมีสาวนามเลม่อนมาแนะนำตัว วรัชช์ยิ้มให้แล้วบอกว่าตนเลิกทานผลไม้แล้ว สาวสะบัดหน้ากลับไป วรัชช์บอกกันลองว่า ผลไม้ถ้ามันสุกจะทานไม่อร่อย กันลองส่ายหน้าไม่เข้าใจ วรัชช์เน้นว่าถึงเวลาเมื่อไหร่ตนจะรีบไปเด็ดไม่ให้พลาด

กันลองกลับบ้านเห็นแพงนั่งดูคลิปรายการของเพื่อน เขายื่นหน้ามาหอมแก้มเธอ แพงได้กลิ่นเหล้าก็อ้าปากจะบ่นว่าเขาไปกับวรัชช์ทีไรดื่มมาทุกที แต่ครั้งนี้กันลองชิงพูดก่อนว่า ให้เอาเวลาบ่นมามีความสุขกันดีกว่า ว่าแล้วก็อุ้มแพงเข้าห้อง ชลลดากับโรยบุญแอบหัวเราะกันคิกคัก

ริมทะเลสาบที่เพิร์ธ เพื่อนนั่งมองวิวคิดอะไรเพลินๆ มีมือดีมากระชากกระเป๋าเธอวิ่งหนี เพื่อนวิ่งตามจนทัน กระโจนรวบตัวยื้อแย่งกระเป๋าจนกลิ้งหลุนๆ จึงเห็นหน้าโจรว่าคือวรัชช์

วรัชช์บอกว่าตนมาเรียนต่อที่นี่ เพื่อนดีใจแต่

เก็บอาการ วรัชช์บอกเธอว่าทุกคนคิดถึงเธอ ไม่มีใครโกรธเธอเลย ต่างรอคอยให้เธอกลับไป เธอควรจะเลิกโทษตัวเองเสียที เลิกน้อยใจเป็นเด็กๆ เพื่อนคิดว่าไม่มีตนทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุขได้ แต่วรัชช์แย้งว่า ถ้าอยู่ด้วยกัน ได้กอดกันบ้างจะมีความสุขมากกว่า เพื่อนน้ำตารื้น วรัชช์ฉวยโอกาสจูบเธอและบอกรักเธออย่างจริงใจ

เพื่อนเปิดจดหมายที่แพงฝากมาอ่านด้วยความตื่นเต้น “เพื่อนเป็นยังไงบ้าง หวังว่าคงสบายดีนะ ปีหนึ่งกับอีกสองเดือนแล้วนะที่แพงไม่ได้ข่าวจากเพื่อนเลย ช่วงนี้แพงเริ่มมีเวลาเขียนนิยายของแพงอย่างที่ฝันไว้สักที เจ๊ทวิตเองก็ร่ำๆอยากให้แพงรับงานละครอีก แต่แพงอยากพักอยู่กับแม่นานๆบ้าง ส่วนนนท์กับจีก็ยังหวานไม่เลิก อีกสองเดือนเตรียมรับขวัญหลานได้เลย”

ระหว่างที่วรัชช์อยู่เพิร์ธ ทางเมืองไทยส่งคลิปมาให้เรื่อยๆ มีทั้งคลิปเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ของนนท์กับจิตจีรัง คลิปรื่นจิตกับชลลดาเป็นคู่เต้นออกกำลังกายด้วยกัน และยังมีคลิปที่โรยบุญจับมธุรสแต่งตัวเป็น

หญิงไทยเรียนทำอาหารจากเธอ...เพื่อนเห็นทุกคลิปรู้สึกมีความสุขมาก

คลิปที่ทำให้เพื่อนน้ำตาคลอคือคลิปที่แพงขอให้กลับเมืองไทยบ้าง บอกว่าแม่บ่นคิดถึง เพื่อนได้เห็น

กันลองโผล่เข้ามาหยอกล้อแพง และบอกเพื่อนว่าได้ดูรายการเธอบ่อยๆ อยากได้ชิมอาหารฝีมือเธออีก

แพงตบท้ายด้วยการยุว่าเพื่อนอย่าเพิ่งใจอ่อนกับวรัชช์ ให้รอดูอีกสักปีสองปี แล้วกลับมาแต่งงาน

ที่เมืองไทย ให้ตนได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว

เพื่อนยิ้มทั้งน้ำตา อดใจไม่ไหว เอามือถือวรัชช์มากดโทร.หาแพง...แพงดีใจมากเมื่อได้ยินเสียงเพื่อน ทั้งสองบอกรักและคิดถึงกันมาก แพงกำลังจะบอกข่าวดีแต่สายหลุดไปก่อน กันลองเข้ามาลูบท้องแพงแล้วพูดคุยทำนองลูกอยากฟังเพลงใช่ไหม พ่อจะเล่นเปียโนให้ฟัง

เช้าวันใหม่ แพงได้รับพัสดุที่ส่งมาจากเพิร์ธ แพงดีใจรีบแกะดู เห็นเป็นต้นฉบับนิยายเดือนประดับดาว พอเปิดมาถึงบันทึกท้ายเล่ม กระดาษถูกฉีกออกไป แพงแปลกใจแต่มีรูปคู่ของตนกับเพื่อนตอนเจอกันครั้งแรกแปะอยู่แทน และมีลายมือเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษว่า

“เจอกันที่ไทยวันเกิดพวกเรานะ...” แพงดีใจยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิตอีกครั้ง

ooooooo

–อวสาน–


ละครเดือนประดับดาว ตอนที่ 10(ตอนจบ) อ่านเดือนประดับดาว ติดตามเดือนประดับดาว ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์, 27 ธ.ค. 2560 10:21 2018-01-05T05:55:34+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ