ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันทอแสง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันแรกของการเริ่มงานติดตั้งคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด วาริชได้รับความร่วมมือจากพิมพรรณเป็นอย่างดี ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ แถมพอฝ่ายชายรู้ว่าเธอยังไม่มีแฟนและทางครอบครัวทำรีสอร์ตก็พยายามตีสนิทมาก ขึ้น

“ผมมีความฝันอยากทำรีสอร์ต ที่ผมย้ายมาระยองเพราะอยากจะมาหาซื้อที่ทำรีสอร์ตเล็กๆน่ะครับ พอรู้ว่าคุณพิมทำ ผมก็เลยดีใจ จะได้มีที่ปรึกษา”

“ด้วยความยินดีเลยค่ะ มีอะไรที่พิมจะช่วยคุณวาริชได้ บอกเลยนะคะ พิมช่วยเต็มที่”

“งั้นอย่างแรกที่คุณพิมช่วยผมได้ ช่วยเลิกเรียกผมว่าคุณได้ไหมครับ เรียกวาริชเฉยๆ ดูเป็นกันเองกว่าเยอะเลย”

“ถ้าอย่างนั้นคุณวาริชก็ต้องเลิกเรียกพิมว่าคุณพิมเหมือนกันนะคะ เรียกพิมเฉยๆ”

“ได้ครับ...พิม”

ทั้ง คู่แย้มยิ้มให้กันด้วยไมตรี โดยเฉพาะวาริชท่าทีกรุ้มกริ่มพอใจหญิงสาวอย่างเปิดเผย ตกเย็นเลิกงานหนุ่มสาวเดินคุยกะหนุงกะหนิงออกมา ห้าวขับรถเข้ามาเห็นพอดี เขามองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความสงสัย แล้วซักถามทันทีที่พิมพรรณเข้ามานั่งในรถว่าหมอนั่นเป็นใคร

“เพื่อนใหม่น่ะ”

“แน่ใจ?”

“แน่ใจสิ พี่ห้าวรีบๆไปเถอะน่า พิมหิวข้าวแล้ว”

ห้าว จำใจออกรถแต่ก็อดจะปรายตามองวาริชด้วยความหวงน้องสาวไม่ได้ พอถึงบ้านห้าวแอบโทร.หารสา ถามว่ารู้จักชายหนุ่มเพื่อนใหม่ของพิมพรรณหรือเปล่า ตนเห็นพวกเขาคุยสนิทสนมกันเหลือเกิน

“พิมยังไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ เขาไม่ค่อยชอบเล่าทางโทรศัพท์ ไปคุยกับพิมดีมั้ย...เอางี้ วันศุกร์พอเลิกงานรสจะรีบไประยองเลย”

ห้าว ยิ้มกว้างดีใจตอบกลับเสียงดังฟังชัดว่าดีจ้ะดีมาก แต่พอรู้ตัวกลัวผิดสังเกตว่าโจ่งแจ้งเกินเหตุก็รีบแจงเหตุผลว่าพี่ดีใจอยาก ให้รสามา เราจะได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

“ค่ะ รสก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนพิเศษจริงๆ พิมต้องเล่าให้รสฟังแน่ๆ รสขอตัวทำงานก่อนนะคะพี่ห้าว”

“จ้ะๆ งั้นวันศุกร์เจอกันจ้ะ อ้อ...รักษาสุขภาพด้วยนะรส อย่าทำงานหนักมาก พี่กับทุกคนที่นี่เป็นห่วง”

รสากล่าวขอบคุณก่อนวางสาย ฝ่ายห้าวยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข แทบจะนับชั่วโมงรอคนที่ตนแอบหลงรัก

ooooooo

รสา ขะมักเขม้นกับงานที่เรือนเล็กตั้งแต่เช้าจดเย็น โดยไม่รู้ว่าภคพงษ์บอกสายใจทำอาหารไว้ให้เธอกินก่อนกลับบ้าน ส่วนตัวเขามีนัดกินนอกบ้านกับยูโฮะ แต่ขณะที่เขาขับรถออกประตู ปรากฏว่ารถชีวินสวนเข้ามา สองฝ่ายเกือบชนกันถ้าชีวินเบรกไม่ทัน

ภคพงษ์ หยุดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาตำหนิครู่หนึ่งก่อนเคลื่อนรถต่อไปอย่างจำเขาได้ และไม่ทันที่ชีวินจะเข้ามาถึงตัวรสา ภคพงษ์ก็ชิงโทร.หาเธอเสียก่อน

“แฟนคุณมาทำไม?”

คำถาม นั้นเล่นเอารสางงเป็นไก่ตาแตก ถามกลับไปว่าเขาหมายถึงใคร? ก็พอดีชีวินเดินเข้ามาพร้อมส่งเสียงทักทาย รสาเลยถึงบางอ้อโดยอัตโนมัติ

“สงสัยว่าจะมีแฟนหลายคนจนไม่รู้ว่าหมายถึงคนไหน”

รสาได้ฟังถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ “ตกลงที่คุณโทร.มามีธุระเรื่องงานหรืออะไรไม่ทราบ”

“ผมแค่อยากเตือนว่าตอนนี้ยังไม่หมดเวลางาน หวังว่าจะไม่แอบกลับบ้านไปก่อน”

“ถ้า คุณโทร.มาเพราะเรื่องนี้ ดิฉันขออนุญาตวางนะคะ เพราะมีงานต้องทำอีกมาก ส่วนเรื่องแฟน... คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ เพราะดิฉันยังไม่มีแฟน”

ภคพงษ์ไม่ พอใจที่โดนวางหูใส่ แต่เมื่อนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เธอบอกว่ายังไม่มีแฟนก็อมยิ้มนิดๆโดยไม่รู้ ตัว ต่างจากชีวินที่หน้าเศร้า บ่นรสาไม่เห็นต้องบอกเลยว่าไม่มีแฟน ปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่มายุ่งกับเธอ

“ไม่ได้หรอก รสไม่อยากให้วินเดือดร้อนไปด้วย”

“เดือดร้อนยังไง”

“ถ้าเขาคิดว่าวินเป็นแฟนรส ตอนวินมาออกแบบสวน เขาจะพาลไม่พอใจเกลียดวินไปอีกคน วินจะทำงาน ลำบาก”

“ลำบากแต่ได้เป็นแฟนรส...วินยอม”

“ว่าไปนั่น”

“จริงนะ แฟนปลอมก็ยังดี” ชีวินยิ้มแฉ่ง แต่รสาออกแนวขำเสียมากกว่า

“รสา ว่าเราไปดูสวนกันดีกว่า มัวแต่พูดเล่นกันไปมาเดี๋ยวก็มืดพอดี” ว่าแล้วรสาหันมาหยิบกระเป๋าเดินนำออกไปทันที ชีวินมองตามตาละห้อย บ่นอุบอิบว่าพูดจริงก็หาว่าพูดเล่นซะงั้น...

สายใจทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว จะให้ปุยนุ่นไปเชิญรสามาทาน พอดีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ปุยนุ่นเลยต้องรับก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงยูโฮะทักทายมาอย่างจำได้ สาวใช้ก็ดี๊ด๊ายิ้มแก้มปริ ตอบทุกคำถามไม่มีเม้ม

“พี่ภัคออกจากบ้านมาหรือยัง”

“ออกไปได้สักพักแล้วค่ะ”

“โอเคขอบใจจ้ะ อ้อนี่ แล้ววันนี้มีใครมาหาพี่ภัคที่บ้านบ้างหรือเปล่า”

“ก็นอกจากคุณพักตร์วิมลแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาเลยนะคะ”

“แล้วมัน...เอ่อ...เขาอยู่นานหรือเปล่า แล้วทำอะไรกันบ้าง”

“ไม่นานค่ะ คุณพักตร์วิมลเธอแวะมาแป๊บเดียว เธอเข้าไปดูเรือนหลังเล็กที่คุณภัคกำลังตกแต่ง เสร็จแล้วก็กลับไปเลยค่ะ”

ยูโฮะสนใจใคร่รู้ว่าภคพงษ์ตกแต่งเรือนหลังเล็กทำไม แต่ปุยนุ่นตอบไม่ได้จริงๆ เธอจึงตัดบทว่าเดี๋ยวจะถามเจ้าตัวเขาเอง

สายใจ เดินเข้ามาเห็นปุยนุ่นวางสายพอดี อดถามไม่ได้ว่าใครโทร.มา พอได้ยินว่ายูโฮะ ก็เริ่มสังหรณ์ใจถามต่อไปว่าหล่อนคุยอะไรกับเขาเป็นวรรคเป็นเวร จะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้คุณหนูอีกหรือเปล่า

“เปล่านะ ฉันก็พูดไปตามความจริง ไม่ได้เม้าท์ ไม่ได้นินทาใครเลยนะ...ปุยนุ่นไปตามคุณรสาก่อนนะป้า”

สาว ใช้รีบชิ่งออกไป สายใจมองตามพลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ฟากฝั่งนักร้องสาวยูโฮะที่หน้าร้านอาหารยังไม่วายติดใจเรื่องภคพงษ์ซ่อมแซม เรือนเล็ก ตั้งใจว่าเดี๋ยวเขามาต้องเอาคำตอบให้ได้ ทันใดนั้นมีนักข่าวสะพายกล้องเดินตรงดิ่งมาถามเธอว่าพร้อมหรือยัง ตกลงจะให้แอบถ่ายจากตรงไหน นักร้องสาวถึงกับสะดุ้งตกใจ ต่อว่าเขาทำไมพรวดพราดออกมาแบบนี้ ทั้งที่ตนบอกแล้วว่าให้โทร.มาก่อน

“ก็พี่เห็นยูโฮะยืนอยู่คนเดียว”

“แต่ พี่ภัคกำลังจะมาแล้ว พี่รีบไปแอบเลยนะ พอพี่ภัคมายูโฮะจะพาเดินช็อปปิ้งก่อน พี่ก็แอบถ่ายตอนเดินซื้อของไปชุดนึง แล้วยูโฮะก็จะพามากินข้าวที่ร้านนี้ ที่โต๊ะริมหน้าต่าง พี่ไปแอบตรงมุมโน้นก็ได้ จะได้ถ่ายรูปถนัดๆ”

นายโอม พยักหน้าเข้าใจทุกอย่าง และกำชับว่าอย่าลืมจัดชอตสวีต เดี๋ยวพี่ลงปกให้เลย รับรองขายกระจาย ยูโฮะยิ้มรับแทนคำตอบ พลันต้องเร่งให้เขาหลบไปเพราะภคพงษ์เดินมาโน่นแล้ว

ส่วนที่บ้านเถลิงยศ สายใจทำอาหารเก้อเสียแล้ว เพราะรสามีนัดกับชีวินไว้ก่อนที่ปุยนุ่นจะมาเชิญ แต่รสาก็มีมารยาทพอที่จะไปขอบคุณสายใจ และพาชีวินไปแนะนำทำความรู้จักไว้ด้วยในฐานะสถาปนิกออกแบบสวนที่นี่

สมควร แก่เวลา รสากับชีวินบอกลาสายใจแล้วเดินออกไปด้วยกันอย่างสนิทสนม สายใจรู้สึกถูกชะตากับทั้งคู่ แต่ภาวนาอย่าให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันเลย ปุยนุ่นได้ยินก็สงสัย อยากรู้เหตุผลว่าทำไม?

“เรื่องของฉัน!! ไม่จำเป็นต้องบอกหล่อน” สายใจตวาดตาเขียวอย่างไม่พอใจความสาระแนของปุยนุ่น

ooooooo

ยูโฮะพยายามควงแขนภคพงษ์เดินช็อปปิ้งและแอบส่งซิกให้นักข่าวตามเก็บรูปได้บ้าง ไม่ได้บ้างเพราะกลัวความแตก กระทั่งพากันกลับมานั่งในร้านอาหารค่อยสมใจหน่อย แต่พักเดียวสาวเจ้าก็หน้ายุ่งเมื่อสอบถามเรื่องซ่อมแซมเรือนเล็กแล้วเขาไม่ ตอบ อีกทั้งยังสังเกตเห็นเขาจ้องมองหญิงอื่นต่อหน้า

รสานั่นเอง...เธอมา กับชีวินที่อยากเลี้ยงอาหารหรูร้านนี้เพราะมีบัตรส่วนลดตั้งห้าสิบ เปอร์เซ็นต์ ภคพงษ์ มองไปและแอบคิดถึงอาหารเย็นที่ให้สายใจเตรียมไว้ที่บ้าน พอยูโฮะเอ่ยถามอยากรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร เขาปัดทันทีว่าบอกไปก็ไม่รู้จัก

ยูโฮะหน้างอไม่ได้ดั่งใจ แต่พอเหลือบเห็นนักข่าวเตรียมถ่ายรูปก็รีบปั้นยิ้มมีความสุข กุลีกุจอเอาใจตักอาหารเตรียมป้อนภคพงษ์...ชีวินกับรสานั่งโต๊ะกลางร้านห่าง จากกันเล็กน้อย สั่งอาหารเสร็จชีวินหันไปเห็นนายไฮโซจึงเอียงตัวกระซิบบอกรสา

จังหวะที่ รสามองไป ยูโฮะกำลังป้อนอาหารภคพงษ์ พอดี เธอเบือนหน้าหนีพร้อมกับบ่นเบาๆว่า เช้าคนเย็นคน หล่อเลือกได้จริงๆ ชีวินสีหน้าไม่เชื่อ ถามย้ำว่าจริงเหรอ?

“จริง...เมื่อเช้าก็คุณนางเอกมาอาละวาดถึงที่เรือนหลังเล็ก พอตกเย็นมากินข้าวกับนักร้อง คิวทองจริงๆ”

“โห...ไม่หล่อไม่รวยทำแบบนี้ไม่ได้นะเนี่ย”

“ถ้าจิตใจไม่โหดเหี้ยมก็ทำแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน”

“ขนาดนั้นเลย?”

“ก็มันจริงนี่ ทำเหมือนผู้หญิงไม่มีความรู้สึก ควงคนโน้นทีคนนี้ที ตัวเองมีความสุข คนอื่นจะทุกข์แค่ไหนก็ไม่สนใจ”

“มันก็ไม่แน่...ผู้หญิงพวกนั้นเขาอาจจะมีความสุขก็ได้”

“ใครจะสุขก็สุขไปเถอะ รสไม่สุขด้วยหรอก” รสาเชิดใส่ไม่มองและไม่ทัก ชีวินอมยิ้มสบายใจหายห่วง

ภค พงษ์เริ่มหงุดหงิดในใจที่รสาไม่ยอมทัก แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่เมื่อจับได้ว่ายูโฮะแอบให้นักข่าวถ่ายรูป เขาถามเธอเสียงแข็งว่าช่างภาพจากหนังสืออะไร ยูโฮะอึกอักว่าไม่รู้จัก และอ้างว่าตอนนี้พวกปาปารัสซี่เยอะแยะเต็มไปหมดตนจำไม่ได้หรอก พอเขาเขม่นตามองไม่เชื่อ เธอรีบแจกแจงต่ออย่างมีพิรุธ

“อ้อ บางทีเขาก็ให้พวกคนธรรมดาถ่ายแล้วส่งไปให้ก็มีนะคะ คนเมื่อกี้อาจจะเป็นคนที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดีก็ได้ ยูโฮะว่าไม่มีอะไรหรอก พี่ภัคอย่าคิดมากเลยค่ะ”

“ผมไม่คิดมากแต่ไม่สบายใจ ถ้ามีภาพแอบถ่ายของผมกับคุณหลุดออกไป ผมคงไม่สะดวกใจที่จะไปไหนมาไหนกับคุณอีก ถ้ายังอยากเจอกัน อย่าให้รูปหลุดออกไปเป็นอันขาด ฝากเคลียร์ด้วย”

นักร้องสาวถึงกับสะดุ้งวาบ หน้าเสียทันที ภคพงษ์ขยับวางผ้าเช็ดปากไว้บนโต๊ะและบอกลาอย่างผู้ดี

“ผมอิ่มแล้ว ถ้าคุณอยากทานต่อก็เชิญตามสบาย ผมขอเสียมารยาทกลับก่อน”

เขาวางเงินไว้จำนวนหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นท่ามกลางอาการเหวอของยูโฮะ ชีวินเห็นภคพงษ์เดินลิ่วมารีบกระซิบบอกรสาให้รู้ตัวเผื่อจะทักทาย แต่เปล่าเลย รสานั่งกินเฉยเหมือนไม่รู้ไม่เห็น  ทั้งที่เขาเดินมาหยุดนิดหนึ่งข้างโต๊ะก่อนจะก้าวดุ่มๆออกไปด้วยความโมโห โดยมียูโฮะไล่ตามอย่างร้อนใจ

เมื่อชีวินถามรสาว่าไม่ทักเขาแบบนี้เขาจะโกรธหรือเปล่า รสาตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าคงโกรธ

“อ้าว...แล้วทำไมไม่ทัก”

“ก็ตอนนี้หมดเวลางานแล้ว มันเป็นเวลาส่วนตัว”

“ระวังนะ ทำตัวหยิ่งแบบนี้เขาจะมาชอบ”

“ทฤษฎีตำราไหนไม่ทราบคะ”

“ก็วินเห็นตามละครไง นางเอกหยิ่งๆ พระเอกชอบ”

“แต่รสไม่ใช่นางเอกละคร แล้วคุณภคพงษ์ก็

ไม่ใช่พระเอกในสายตารส อีกอย่างเขาชอบผู้หญิงขาวๆ อวบๆเอ็กซ์ๆ ไอ้เก้งก้างอย่างรสเขาไม่สนใจหรอก”

“ขอให้จริงเหอะ” ชีวินดักคอ...รสายักไหล่เหมือนจะบอกว่าจริงอยู่แล้ว

ภคพงษ์ไม่สนใจยูโฮะ เขาบึ่งรถกลับบ้านและได้รับรายงานจากสายใจว่ารสาไม่ได้ทานอาหารเย็นที่ตนเตรียมไว้

“ผมทราบแล้ว...สำหรับพรุ่งนี้ฝากป้าใจเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้คุณรสาด้วย บอกเขาว่าผมเชิญมาทานด้วยกัน”

“ค่ะ” สายใจรับคำทั้งที่ยังงุนงงว่าคุณหนูของตนรู้ได้ยังไงว่ารสาไม่ได้ทานอาหารเย็นที่นี่ เช่นเดียวกับปุยนุ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ กังขาอยากรู้เหลือเกิน

กระทั่งเช้าวันต่อมา ทั้งคู่ก็ได้คำตอบจากรสาว่าตนกับภคพงษ์ไปเจอกันโดยบังเอิญที่ร้านอาหาร

“แหม...ช่างบังเอิญจังเลยนะคะ ถึงว่าตอนคุณภัคกลับมาป้ายังไม่ทันจะรายงาน คุณหนูก็ชิงตอบซะก่อน...อ้อ แล้วกลางวันนี้คุณรสามีนัดกับใครหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีค่ะ”

“ดีเลยค่ะ เพราะคุณภัคเธอให้ป้าทำอาหารไว้ให้ แล้วก็เชิญคุณมาทานด้วยกัน”

“ทานด้วยกัน?”

“ค่ะ ทานกับคุณหนูน่ะค่ะ”

“แต่รสเกรงใจคุณป้า ไม่อยากทำให้ต้องวุ่นวายเตรียมอาหาร”

“ถ้าเกรงใจก็ต้องทานเยอะๆ ป้าจะได้ดีใจ แต่ถ้าคุณทานนิดๆหน่อยๆ หรือปฏิเสธไม่มาร่วมทานอาหารกับคุณหนู ป้าเสียใจ คิดว่าคุณรสาไม่อยากทานอาหารฝีมือป้า”

“เปล่านะคะ ป้าใจทำอาหารอร่อยมากค่ะ”

“ถ้าอร่อย...กลางวันนี้มาทานกับคุณหนูนะคะ ถ้าอาหารจัดเรียบร้อยแล้วจะให้ปุยนุ่นไปเชิญ ป้าขอตัวไปทำครัวก่อนนะคะ” สายใจรวบรัดเร็วจี๋จนรสาหมดทางปฏิเสธ เธอได้แต่ยืนครุ่นคิดด้วยความอึดอัด

ooooooo

รสาเริ่มงานด้วยการเดินตรวจตราห้องต่างๆในเรือนเล็กอย่างละเอียด จนมาหยุดที่ห้องนอนเก่าของภคพงษ์ ต้องแปลกใจกับกล่องไม้ขนาดย่อมในตู้ เธอหยิบมันออกมาแต่ยังไม่กล้าเปิดกลัวเสียมารยาท

ขณะกำลังลังเลว่าจะเปิดหรือไม่เปิดดี เสียงคนงานร้องเรียกรสาดังขึ้น เธอสะดุ้งเฮือกปล่อยกล่องในมือหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ แล้วหันไปทักถามคนงานว่ามีอะไร

“ช่างที่จะมาทุบกำแพงในห้องนั่งเล่นมาแล้ว จะให้เริ่มเลยไหมครับ”

“เริ่มเลยจ้ะ เดี๋ยวรสตามลงไปดู”

คนงานรับคำแล้วกลับออกไป ส่วนรสาหันกลับมามองพื้นตรงหน้า พบว่ามีรูปถ่ายจำนวนมากกระเด็นจากกล่องเกลื่อนกลาด เธอหยิบดูทีละใบด้วยรอยยิ้มบางๆในความน่ารักน่าชังของเด็กชายภคพงษ์ แต่ก็เอะใจกับอีกสี่ห้ารูปที่มีร่องรอยโดนตัด เหมือนเป็นรูปครอบครัวสามคน แต่โดนตัดทิ้งออกไปหนึ่ง

“ใคร? ตัดทิ้งทำไม?” รสาพึมพำด้วยความแปลกใจ

พลันรสาต้องยุติความสงสัย เนื่องจากมีเสียงแหลมสูงของใครคนหนึ่งดังมาจากข้างล่าง

“ใครเป็นคนออกแบบ เรียกมาคุยกับฉันหน่อยสิ”

นักร้องสาวยูโฮะนั่นเอง เธอวางอำนาจราวกับเจ้าของบ้านใส่คนงานจนรสาต้องลงมาปรากฏตัวบอกว่าตนเป็นคนออกแบบและคุมงาน ยูโฮะมองรสาตั้งแต่หัวจดเท้าและย้อนขวับกลับมาที่หน้าอีกที

“เธอคือคนที่อยู่ในร้านอาหารเมื่อคืนนี้นี่”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่ทักทายพี่ภัค ทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่มีมารยาท”

“ที่ดิฉันไม่ทักเพราะเห็นว่าคุณสองคนกำลังใช้เวลาส่วนตัวกันอยู่ ฉันไม่อยากรบกวน”

ยูโฮะยิ้มกว้างพอใจคำตอบที่มีเหตุผลดีน่าให้อภัย จากนั้นเธอคาดคั้นรสาให้รายงานมาว่าออกแบบบ้านไว้ยังไงบ้าง รสาได้ฟังถึงกับกลอกตาเบื่อหน่าย วันก่อนเพิ่งจะเคลียร์ไปคน วันนี้ดันโผล่มาอีกคน เธอจึงโบ้ยให้ไปถามภคพงษ์เอาเอง

“ฉันสั่ง เธอต้องทำ รายงานมาเดี๋ยวนี้” ยูโฮะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ พอรสาไม่ปฏิบัติตามก็อ้างตัวเป็นแฟนของนายจ้าง รสาถึงกับเซ็งเป็ด พูดลอยๆว่าแฟนมาอีกคนแล้ว “อีกคน? หมายความว่ายังไง”

“เมื่อวานก็มีผู้หญิงมาบอกว่าเป็นแฟนคุณภคพงษ์ วันนี้คุณก็มาบอกว่าเป็นแฟนอีก นี่ถ้าฉันจะต้องรายงานต้องแก้ทุกอย่างตามที่แฟนคุณภคพงษ์ต้องการ ฉันคงจะต้องขอเงินเพิ่ม”

“นังนั่นมันเป็นแฟนตัวปลอม ฉันเป็นแฟนตัวจริง ต้องฟังฉันเท่านั้น”

รสาเอือมระอาใจ แต่แล้วคิดอะไรบางอย่างได้ แอบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทร.หาภคพงษ์ พร้อมกับเจรจากับยูโฮะไปด้วย “ได้ค่ะ ฉันจะฟัง คุณบอกความต้องการของคุณมาได้เลยค่ะ ฉันจะได้ใส่ลงไปในแบบ”

ยูโฮะยิ้มพอใจก่อนร่ายยาวว่าตนต้องการห้องนอนแบบอลังการ เตียงนอนต้องใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ผนังเป็นสีทองหลุยส์ๆ เริดๆ ล้ำๆ นอนแล้วเหมือนตนเป็นเจ้าหญิงอยู่ในพระราชวัง ห้องน้ำก็ต้องแอบเซ็กซี่หน่อย ตนกับภคพงษ์จะได้มีกิจกรรมทำด้วยกัน

ภคพงษ์อยู่ในสายได้ยินหมดทุกอย่าง แต่ยูโฮะยังไม่รู้ตัว เพ้อเจ้อต่อไปอย่างเพลิดเพลิน

“ส่วนห้องจัดเลี้ยงก็ต้องเปิดโล่งๆกว้างๆ มีเวทีสำหรับให้ฉันกับเพื่อนๆจัดคอนเสิร์ตซ้อมเต้น แล้วก็ใช้แถลงข่าวเปิดอัลบั้มด้วย อ้อ...แล้วก็ต้องมีโรงหนังในบ้านด้วยนะ เพราะฉันไม่ชอบไปดูหนังข้างนอก มันไม่มีความเป็นส่วนตัว”

“มีอะไรอีกไหมคะ”

“ตอนนี้คิดได้แค่นี้ เอาไว้ถ้านึกอะไรออก ฉันจะบอกอีกที”

“ได้ค่ะ” รสารับคำแล้ววางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะพร้อมกับเปิดลำโพงสปีกเกอร์โฟน “คุณได้ยินความต้องการทั้งหมดของแฟนคุณแล้วนะคะ”

ยูโฮะตกใจหน้าเหลอหลา รสายังคงสนทนากับภคพงษ์ต่อไปว่า ถ้าเขาต้องการให้แก้แบบตามที่แฟนของเขาสั่งก็บอกมา ตนจะรีบทำให้แต่คงต้องขอคิดเงินเพิ่มอีกเท่าตัว...ยูโฮะโกรธมากที่รสาแอบโทร.หาภคพงษ์ จึงโวยวายทันที่รสาวางสาย แต่อีกไม่กี่อึดใจก็เป็นฝ่ายหน้าซีดเสียเองเมื่อเจ้าของบ้านตัวจริงโทร.มาสั่งให้เธอออกจากเรือนเล็กเดี๋ยวนี้

“แต่พี่ภัคคะ...ฟังยูโฮะก่อนนะคะ”

“ออกมา และห้ามเข้าไปอีกถ้าผมไม่อนุญาต...กรุณาอย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม”

“ค่ะๆ ไปแล้วค่ะ” ยูโฮะเดินกระแทกส้นออกไปด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่ปากยังคงออดอ้อนเสียงหวานจะอธิบายเหตุผล แต่ชายหนุ่มกดสายทิ้งทันที แล้วก็นั่งอมยิ้มที่รสาแสบไม่ใช่เล่น

ooooooo

ใกล้เวลาอาหารกลางวัน รสาจะออกไปกินข้างนอก แต่สายใจไม่ยอมเพราะภคพงษ์กำชับให้ทำอาหารเผื่อเดี๋ยวเขาจะมากินด้วย ตอนนี้กำลังขับรถกลับจากบริษัท

“แต่รสเกรงใจ อีกอย่างก็เหมือนกับที่เคยบอกป้าใจน่ะค่ะ ทานขาวกับคุณหนูของป้าทีไร รสทานไม่ค่อยสะดวกทุกที”

“ใหม่ๆก็แบบนี้แหละค่ะ พอทานกันบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน”

“ไม่ไหวมั้งคะป้า นานๆทีดีกว่าค่ะ”

“พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับคำเชิญแล้วใช่ไหมคะ” รสาเลิกคิ้วงงๆ สายใจจึงทบทวนให้ฟัง “ก็คุณรสาบอกว่านานๆทานที งั้นครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่นานๆทีนะคะ”

“ใช่ค่ะ ป้าใจพูดถูก นะคะคุณรสา อยู่ทานเป็นเพื่อนคุณภัคเถอะค่ะ เธอไม่ค่อยเอ่ยปากชวนใครนะคะ”

ปุยนุ่นช่วยอีกแรง แต่รสาก็ยังลังเลอยู่ดี สายใจเลยย้ำอีกทีอย่างขอร้อง “ทานเถอะค่ะ คิดซะว่าช่วยป้า ป้าจะได้ไม่โดนคุณหนูเอ็ด”

เพื่อเห็นแก่สายใจ ในที่สุดรสาก็ยอมร่วมโต๊ะอาหารกับภคพงษ์ เมื่อเขารู้เหตุผลนี้จึงออกตัวกึ่งประชดเธอว่าไม่ต้องห่วง แค่ทานข้าวกับตนไม่มีใครคิดไปทางชู้สาว รสาถึงสะอึก รีบแก้ว่าตนไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น

“ไม่ห่วงก็ดี จะได้ไม่มีข้ออ้างในการปฏิเสธครั้งต่อไป”

“ครั้งต่อไป?”

“ใช่ ตลอดเวลาที่คุณทำงานที่นี่ ผมจะให้ป้าใจทำอาหารไว้ให้วันละสองมื้อ คือกลางวันและเย็น ถ้าผมอยู่ก็ทานด้วยกัน ถ้าผมไม่อยู่ก็เชิญคุณตามสบาย”

“ดิฉันยังไม่ได้รับปากนะคะ”

“แต่คุณก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”

รสาชะงักพูดไม่ออก ภคพงษ์หันไปทางสายใจและปุยนุ่นที่ยืนยิ้มอยู่ไม่ห่าง สั่งให้ตักข้าวได้...จากนั้น

รสาก็รีบกินจะได้ออกไปพ้นตรงนี้เสียที แต่ดูเหมือนเขารู้ทันและอยากแกล้ง พอได้ยินเธอรับโทรศัพท์จากชีวินที่มาถึงเรือนเล็กแล้วโดยการนำพาของนายเปลี่ยน เขาจึงไม่รอช้าที่จะรั้งเธอไว้ด้วยการชวนทานของหวานที่สายใจตั้งใจทำและหาทานไม่ได้ง่ายๆ

สายใจเออออไปกับเจ้านายว่าตนทำขนมเสน่ห์-จันทร์กับทองเอก ส่วนปุยนุ่นสาระแนว่าป้าใจอบเทียนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน หอมมากเลย รสาฟังแล้วก็เริ่มลำบากใจ

“ปุยนุ่นรีบไปยกมาไป คุณรสาคงจะอยากทานแล้ว” ภคพงษ์รวบรัดหน้าตาเฉย รสาท้วงเบาๆว่าตนยังไม่ได้พูดเลยสักคำ เขาตอบกลับอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ผมเห็นคุณกลืนน้ำลาย ผมก็รู้แล้ว หรือว่าคุณไม่อยากทานขนมที่ป้าใจตั้งใจเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน”

รสาสะอึกเล็กน้อย เห็นสายใจส่งยิ้มให้ก็พูดไม่ออก จำยอมนั่งกินต่ออย่างรีบๆ กินเสร็จขอตัวไปทำงาน แต่ภคพงษ์ยังรั้งอีก คะยั้นคะยอให้เธอดื่มกาแฟก่อน แล้วก็รอสายใจจัดขนมใส่กล่องเอากลับไปบ้านด้วย...

ที่ออฟฟิศของพิทยาวันนี้ค่อนข้างเงียบ พนักงานส่วนใหญ่ออกไปดูงานข้างนอก แต่สำหรับชีวินที่คัพเค้ก

รายงานว่าไปหารสาที่บ้านภคพงษ์เพื่อเตรียมงานออกแบบสวน พิทยาไม่เข้าใจทำไมต้องรีบ เพราะอีกเป็นเดือนกว่าจะเริ่มจัดสวน

“ไปเฝ้าของรักของหวงมั้งคะ” คัพเค้กพูดขึ้นลอยๆ พิทยาค้อนปะหลับปะเหลือก สั่งเลขาฯจอมแบ๊วอธิบายมาอย่างละเอียด “ไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว คัพเค้กไม่ยุ่ง ขอโทษจริงๆนะคะ แต่มันเป็นจรรยาบรรณในวงการค่ะ”

“มาทำเป็นมีจรรยาบรรณใส่ ตกลงจะรู้เรื่องไหมเนี่ย” พิทยาบ่นไล่หลังคัพเค้กที่เดินนวยนาดจากไป

ทันใดนั้นมีเสียงข้อความเข้ามือถือพิทยา เขาหยิบมาดูก่อนจะอุทานอย่างคาดไม่ถึง “คุณภคพงษ์!!”

ภคพงษ์แอบส่งข้อความบางอย่างถึงพิทยา เป็นจังหวะที่รสาดื่มกาแฟเสร็จ และสายใจก็จัดขนมใส่กล่อง เรียบร้อยพอดี รสาไหว้ขอบคุณก่อนรับมาแล้วทำท่าจะออกเดิน

“เดี๋ยว...” ภคพงษ์ส่งเสียง...เธอชะงักและชักสีหน้าด้วยความรำคาญ

“อะไรอีกคะคุณ ทั้งอาหาร ของหวาน กาแฟ ดิฉันก็ทานจนครบแล้ว คุณยังต้องการให้ดิฉันทานอะไรอีก”

“หมดเวลาอาหารแล้ว แต่คุณต้องออกไปทำธุระข้างนอกกับผม”

“ทำธุระข้างนอก ธุระอะไรไม่ทราบ ดิฉันเป็นมัณฑนากรนะคะ ไม่ใช่เลขาฯ”

“ก็เพราะคุณเป็นมัณฑนากร คุณถึงต้องไปกับผม เพราะผมจะออกไปดูเฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ในการตกแต่งเรือนหลังเล็ก”

“ไปดูเฟอร์นิเจอร์?”

“ใช่ และผมก็แจ้งให้คุณพิทยาทราบแล้วว่าวันนี้คุณจะออกไปดูเฟอร์นิเจอร์กับผม”

รสาแปลกใจถามเขาว่าแจ้งตอนไหน เขาไม่ตอบแต่บอกว่าอีกเดี๋ยวพิทยาคงโทร.หาเธอเอง...พูดไม่ทันขาดคำมือถือรสาดังทันที เขาตัดบทว่าจะออกไปรอหน้าบ้าน คุยเรียบร้อยแล้วรีบตามไปจะได้ไม่เสียเวลา

รสางงหนักแต่ก็รับสายของพิทยา แล้วอีกครู่ต่อมาชีวินก็รับทราบจากพิทยาด้วยว่ารสาต้องออกไปดูของแต่งบ้านกับภคพงษ์ ชีวินตั้งข้อสังเกตอย่างไม่วางใจว่าบ้านยังซ่อมไม่เสร็จ ทำไมรีบไปดูเฟอร์นิเจอร์ มันข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า

“แล้วที่แกแจ๋นไปดูสวนทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้สั่ง มันข้ามทั้งขั้นตอนทั้งข้ามหัวฉันเนี่ย แคร์บ้างไหมฮะ?”

ชีวินหน้าเสียตอบเสียงอ่อย “ขอโทษครับพี่ ผมก็แค่รักงาน อยากทำงาน เลยกระตือรือร้นมากไปหน่อย”

“นี่แกไม่ต้องมาทำเป็นพูดเอาความดีใส่ตัว อยากทำนักใช่ไหมงานน่ะ ได้...พรุ่งนี้แกต้องส่งแบบสวนบ้าน คุณภคพงษ์ให้ฉันดู ฉันมาออฟฟิศเก้าโมงเช้าต้องมีแบบวางอยู่บนโต๊ะ ถ้าไม่มีแกโดนตัดเงินเดือนแน่”

“ส่งแบบพรุ่งนี้เช้า คืนเดียวเนี่ยนะ ใครจะไปทำทัน”

“ก็ไม่มีไง แกจะได้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ อยากทำงานนักไม่ใช่เหรอ ทำสิ จะมาโวยวายหาสวรรค์ วิมานอะไร แค่นี้นะ” พิทยาวางสายด้วยความสะใจ ตรงข้ามกับชีวินที่หนักใจสุดๆ พอเห็นรสานั่งรถออกไปกับภคพงษ์ ก็มองตามตาละห้อย

รสาชูมือถือโบกไปมาเหมือนจะบอกชีวินว่าเดี๋ยวโทร.หา ภคพงษ์ปรายตามองหมั่นไส้ แกล้งเร่งความเร็วจนรสาแทบคะมำ

ผ่านไปพักใหญ่ รถหรูของภคพงษ์มุ่งสู่ถนนนอกเมืองอย่างไร้จุดหมาย รสาเริ่มไหวตัวถามเขาว่าทำไมมาทางนี้

“ผมอยากซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ร้านนอกเมือง”

“ร้านนอกเมือง ร้านไหนของคุณคะ”

“ยังไม่รู้”

“อ้าว...ยังไม่รู้แล้วคุณลากดิฉันมาทำไมคะ”

“มาช่วยผมหา” เขาตอบหน้าตายแล้วเร่งความเร็วฉิวไป ไม่สนใจว่ารสาจะโวยวายยังไง...ที่สุดเธอทนไม่ไหวขอลงตรงนี้ถ้าเขายังขับรถแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย “ลงตรงนี้แล้วโทร.ให้คนอื่นมารับหรือไง”

“อาจจะใช่ หรือไม่ก็เรียกรถกลับเข้ากรุงเทพฯ ดิฉันไม่เข้าใจทำไมคุณต้องหาเรื่องแกล้งดิฉันแบบนี้”

“ทำไมถึงคิดว่าผมแกล้งคุณ”

“ก็มันไม่มีเหตุผลอื่น คุณคงไม่ชอบหน้าดิฉันและพยายามทำทุกอย่างให้ดิฉันทนไม่ได้ และไม่ทำงานให้คุณ”

“คิดไปเองเป็นเรื่องเป็นราว”

“ถ้าดิฉันไม่ได้คิดไปเอง ช่วยตอบหน่อยสิคะว่าทำไมคุณถึงลากดิฉันมาถึงที่นี่”

“ผมบอกแล้วว่า...ผมต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์”

“เฟอร์นิเจอร์อะไรของคุณต้องมาซื้อถึงที่นี่ ช่วยบอกหน่อยสิคะว่าคุณต้องการอะไรกันแน่”

ยิ่งพูดหญิงสาวก็ยิ่งเดือด แต่ชายหนุ่มกลับอมยิ้มนิดๆ ก่อนพูดโพล่งเมื่อมองไปเห็นโอ่งขนาดใหญ่วางหน้าร้านริมถนน

“โอ่ง!! ผมต้องการโอ่ง”

รสาขมวดคิ้ว ทวนคำพูดของเขาอย่างงงงวย พลันร้องว้าย...ร่างเซตามแรงเหวี่ยงของรถที่เลี้ยวเข้าไปจอด หน้าร้านขายโอ่งด้วยความเร็ว

ooooooo

พนักงานออกมาต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้ม รสานึกไม่ออกว่าเขาจะซื้อโอ่งไปตั้งตรงไหนของบ้าน ถามเขาก็ไม่ได้คำตอบ เพราะความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจมา แค่อยากจะแกล้งเธอเท่านั้น

ภคพงษ์เดินนำหน้าดูโอ่งสารพัดชนิดที่วางเรียงรายไปเรื่อยเปื่อย ท่าทางไม่ยินดียินร้าย มีพนักงานคอยแนะนำและเสนอขายสินค้าอย่างนอบน้อม

“ที่ร้านเรามีมากกว่าโอ่งนะคะ งานเซรามิก พวกอ่าง กระถางต้นไม้ หรือแจกันก็มีนะคะ ทางด้านโน้นจะเป็นที่แสดงขั้นตอนการปั้นโอ่งและเครื่องเซรามิกค่ะ เราเปิดให้เข้าชมฟรีนะคะ จะลองไปดูไหมคะ”

รสาจะปฏิเสธแต่ภคพงษ์ตอบตกลง พนักงานจึงนำไป ภคพงษ์ขยับพร้อมกับผายมือเชิญรสาที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างสุดเซ็ง เธอชักไม่แน่ใจว่าเขาอยากดูจริงๆหรืออยากแกล้งกันแน่ แต่จำต้องเดินตามพนักงานไปอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ฝ่ายภคพงษ์พอลับหลังรสา เขาลอบยิ้มที่เอาชนะเธอได้ และนึกสนุกอยากจะชนะต่อไปเรื่อยๆ

เย็นมากแล้ว ชีวินยังปักหลักอยู่ที่บ้านเถลิงยศ ทำงานไปด้วยรอรสาไปด้วยอย่างกระวนกระวาย ปุยนุ่น เดินยิ้มเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มที่สายใจให้เอามาเสิร์ฟ

“ขอบคุณมากครับ ผมฝากขอบคุณคุณป้าด้วยนะครับ”

ปุยนุ่นรับคำแล้วตั้งท่าจะรินให้ ชีวินเกรงใจขอจัดการเอง แต่สาวใช้ก็ยังไม่ขยับไปไหน แถมเปิดปากเม้าท์มอยประสาคนช่างพูด

“คุณชีวินกับคุณรสาขยันจังเลยนะคะ ครั้งที่แล้วที่คุณภัคต่อเติมเรือนหลังใหญ่ คนที่เขามารับทำไม่เห็นจะตั้งใจแบบนี้เลย บางคนทำแค่วันสองวันก็หายไปแล้ว ต้องเปลี่ยนคนทำตั้งเกือบสิบคนนะคะกว่าบ้านจะเสร็จ”

“เกือบสิบคน?!” ชีวินทวนคำอย่างเหลือเชื่อ

“ค่ะ แต่ครั้งนี้ปุยว่าคงไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ คุณภัคดูเหมือนจะชอบคุณรสนะคะ...เอ่อ...คือปุยหมายถึงชอบ งานน่ะค่ะ”

คำพูดของปุยนุ่นทำให้ชีวินเป็นกังวลจนต้องแอบหยั่งเชิงด้วยความอยากรู้ “แล้วทำไมปุยนุ่นถึงคิดว่าคุณภัคชอบรส...หมายถึงชอบงานของรสน่ะ”

“ก็คุณรสาเธอตั้งใจทำงาน อีกทั้งคุณพักตร์วิมล กับคุณยูโฮะมาอาละวาด คุณรสาก็รับมือได้หมด แถมคุณภัคก็ยังเข้าข้างคุณรสาอีก ปกติปุยไม่เคยเห็นคุณภัคเธอเข้าข้างใครเลยนะคะ”

“ทำไมครับ”

“ปกติคุณภัคไม่ค่อยยุ่งกับใคร ใครทะเลาะกันอย่างมากก็เดินหนี ไม่มีใครที่จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่กับคุณรสาต่างกันมากเลยค่ะ อ้อ...มีอีกอย่างหนึ่งนะคะ ปกติคุณภัคไม่ค่อยชอบทานอาหารร่วมโต๊ะกับใคร โดยเฉพาะทานที่บ้าน แม้แต่คุณเผด็จนานๆถึงจะเชิญสักครั้ง แต่กับคุณรสาชวนทั้งกลางวัน ทั้งเย็น ถ้าวันไหน ไม่อยู่ก็ให้ป้าใจทำไว้ให้ คุณภัคเธอให้เกียรติคุณรสามากๆเลยค่ะ”

ปุยนุ่นสาธยายด้วยความชื่นชม คิดว่าชีวินได้ยินแล้วน่าจะรู้สึกดี แต่หารู้ไม่ว่าความเครียดกำลังเกาะกุมใจเขาต่างหาก

“ปุยล่ะโล่งอกแทนคุณรสาที่คุณภัคเธอปลื้ม เพราะถ้าไม่ปลื้ม แค่วันแรกก็ต้องไปแล้วล่ะค่ะ นี่อยู่มาได้ตั้ง หลายวัน ปุยล่ะดีใจจริงๆ”

ยิ่งฟังชีวินก็ยิ่งอึ้ง หน้าตาเครียดอย่างเห็นได้ชัดจนปุยนุ่นเริ่มสังเกตเห็น

“คุณชีวินไม่ดีใจเหรอคะที่คุณภัคปลื้มคุณรสา”

ชายหนุ่มสะอึกพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆแหะๆด้วยความหนักใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:22 น.