ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเคียงเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ดาวเคียงเดือน"


ดาริกาโวยวายจนจันทรกานต์หน้าตึงถามว่า ไหนว่าจะสำรวมไง เธอโต้ว่าเรื่องแบบนี้สำรวมไม่ได้อยู่แล้ว ถามว่าจะให้ตนไปเป็นขี้ข้าส่วนตัวหรือ?!

“เลขาครับ ไม่ใช่ขี้ข้า เลขาส่วนตัว” เธอถามอีกว่าส่วนตัวขนาดไหน “ก็...ส่วนตัวที่อยู่ใกล้ชิดผมตลอด ดูแลผมทุกขณะจิต”

จันทรกานต์ตอบเสียจนดาริการ้องยี้ ถามว่าเขามีวิวิทธิ์อยู่แล้วยังจะต้องการชะนีอย่างตนไปทำไม และตอนนี้ตนก็มีงานทำอยู่แล้ว มั่นคงเสียด้วย

“ในเมื่อคุณร้อนเงิน ผมให้เงินเดือนคุณสองเท่าหรืออาจจะสามเท่า”

ดาริกาถามว่ารู้ได้ไงว่าตนร้อนเงิน เขาอ้างว่าเธอเขียนไว้ที่กระดานดำที่บ้านในโครงการ “เพื่อบ้านใหม่” ดาริกาพูดอย่างอหังการว่าคนอย่างตนเงินซื้อไม่ได้

ดาริกาไม่ได้มีไว้ขาย เขาเลยเปลี่ยนเป็นอ้อนว่า งั้นถือว่าสงเคราะห์ก็แล้วกัน เพราะเธอเป็นคนเดียวที่จะจัดการกับพิชญาได้ เธอโวยอีกว่าจะเอาตนไปเป็นไม้กันหมางั้นหรือ

“ไม่ใช่ คุณมีความสามารถมากกว่านั้น ความสามารถที่คนอื่นไม่มี คือ...คุณทำให้ผมสบายใจ เอ่อ...หมายถึงคุณจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง ผมเจอปัญหาหนักๆ คุณช่วยได้หมดทุกครั้ง ทำให้ผมสบายใจน่ะ นี่แหละความสามารถพิเศษของคุณ”

จันทรกานต์โน้มน้าวหว่านล้อมแล้วเห็นเธอนิ่งเขาถามว่าตกลงไหม เธอตอบทันทีว่า “ไม่ค่ะ” เขาขอเหตุผล เธอแจกแจงถึงความแตกต่างสุดขั้วระหว่างเขากับตน ทั้งฐานะ นิสัยส่วนตัว ที่มีเหมือนกันอย่างเดียวเท่านั้นคือชอบผู้ชายเหมือนกัน เธอพูดจนจันทรกานต์เซ็งแล้วลุกขึ้นจะกลับ เขาติงว่าเธอเพิ่งทานไปได้ไม่กี่คำเอง

“ใช่...จะทิ้งรึเปล่า?” เขาบอกว่าก็คงทิ้ง “งั้นขอไปกินต่อที่ห้อง เดี๋ยวเอาจานมาคืน”

ช้างกุลีกุจอมาห่อฟอยล์ให้ เธอขอน้ำจิ้มด้วย จันทรกานต์ยิ้มๆ ทั้งขำทั้งเอ็นดูแต่ยังมองเธออย่างไม่ละความพยายาม

ooooooo

เมื่อดาริกาไปเล่าให้วรางค์ฟังที่ออฟฟิศ วรางค์ถามว่าแล้วเธอว่าอย่างไร พอดาริกาบอกว่าลังเลอยู่เท่านั้น วรางค์ก็ร้องไห้ฮือๆหาว่าดาริกาทรยศ เห็นแก่เงิน

“พี่ตี้ เจ้แกไปกันใหญ่แล้ว” ดาริกาบ่น อาร์ตี้รีบไปปลอบเหมือนโอ๋เด็กบอกว่าดาวยังไม่ได้พูดเลยว่าจะลาออก วรางค์ร้องไห้ไปพูดไปว่าถึงไม่พูดมันก็คิด ดาริกายืนยันว่า “หนูไม่เคยคิดทรยศพี่ หนูไม่มีวันลาออก เข้าใจไหมคะ”
“แน่นะ แกไม่ออกแน่นะ”

“ค่ะ...ที่ไหนจะอบอุ่นเหมือนบ้านเท่าที่นี่ล่ะคะพี่ หนูมีพี่วรางค์ มีพี่ตี้ มีบ๊วย มีอาร์ท มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ หนูไม่ไปไหนหรอกค่ะ” วรางค์ให้เธอสัญญา พอดาริกาสัญญา วรางค์ดึงเธอเข้าไปกอด พูดยิ้มทั้งน้ำตาว่า

“เราเป็นทีมเวิร์กเดียวกันนะดาว เราแทบจะเป็นคนเดียวกันแล้ว คิดเหมือนกัน หายใจร่วมกัน พอปากฉันพูดตูดแกก็สบถ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ ค่ะ...เท่านี้หนูก็ซึ้งใจจะแย่แล้ว ไม่ร้องนะคะ...ไม่ร้อง...”

ทั้งอาร์ตี้และดาริกาช่วยกันโอ๋จนวรางค์ยิ้มออก วรางค์ให้น้องชายคือป๊อบมาฝึกงานที่บริษัท บ๊วยที่ปกติเป็นม้าเร็วที่ถูกพี่ๆใช้ทำโน่นทำนี่ซื้อนั่นซื้อนี่ พอป๊อบมา บ๊วยก็เลื่อนฐานะตัวเองใช้ป๊อบแทน

บ๊วยทดสอบความจำป๊อบ สั่งไปซื้อกาแฟและเครื่องดื่มของพี่ๆแต่ละคนยาวเหยียด ปรากฏว่าป๊อบซื้อมาผิดหมด บ๊วยเลยสั่งไปซื้ออาหาร สั่งยาวเหยียดตามเคย จนป๊อบมองหน้าเหวอจำไม่ได้

ooooooo

จันทรกานต์ปรึกษาคุณชายเรื่องอยากได้ดาริกามาเป็นเลขา ขณะกำลังคุยกัน ดารารายก็เข้ามาถามเรื่อง อิงฟ้าว่าเป็นอย่างไร มีเค้าอะไรกันบ้างหรือยัง พอจันทรกานต์บอกว่าน้องเขาไม่ได้ชอบตนแบบแฟน ดารารายก็แนะว่า
“มันอยู่ที่ตัวลูกจ้ะ ลูกต้องแสนดี อบอุ่น น่ารัก เอาอกเอาใจเขามากๆ เท่านี้น้องฟ้าก็พร้อมเข้ามาพักพิงในใจของลูกแล้วล่ะ ฮิๆ แหม...ลูกแม่หล่อเสียขนาดนี้ สาวๆที่ไหนจะปฏิเสธลง”

คุณชายดูอาการของดารารายแล้วคิดอะไรบางอย่าง แกล้งถามคุณจันทร์ว่าเรื่องคุณสมบัติของเลขาว่ายังไง ดารารายหูผึ่งถามว่าคุณสมบัติเลขาอะไร??

“คุณสมบัติเลขาที่ดี คุณจันทร์เพิ่งไปเจอเลขาสาวคนนึงเข้า เขามีดีอะไรนะ”

ดารารายถามว่าสาวที่ไหน คุณจันทร์แทบแก้เกมไม่ทัน ดีที่นึกได้เลยบอกว่า

“ที่บริษัทไอทีของเพื่อนเลขาเขาเก่งมาก เขาแก้ปัญหาให้เจ้านายได้ทุกเรื่อง เขามีมุมมองดีๆในการทำงานและการใช้ชีวิต ซื่อสัตย์ มีอารมณ์ขัน อยู่ด้วยแล้วสบายใจน่ะครับ”

ทั้งหมดที่คุณจันทร์บรรยายเป็นคุณสมบัติของดาริกา ดารารายชอบใจบอกว่านั่นคือเลขาในฝันเลยแหละ ให้รีบจ้างมาเลย เพราะตนหาคนแบบนี้มานานแล้ว คุณจันทร์ยิ้มให้คุณชายอย่างรู้กัน

ooooooo

เมื่อคุยกับดาริกาโดยตรงไม่สำเร็จ จันทรกานต์จึงเข้าทางวรางค์ เขาไปพบวรางค์กับอาร์ตี้ เสนอโครงการที่ทั้งสองเห็นตัวเลขแล้วตาโต แต่ต้องแลกกับการที่ดาริกาไปเป็นเลขาส่วนตัวของตน

พอดาริการู้ว่าจันทรกานต์คุยอยู่กับวรางค์และอาร์ตี้ เธอเข้าไปขัดจังหวะถามว่าบุกมาถึงนี่เลยหรือ เรียกให้ออกไปคุยกับตนเลยดีกว่า วรางค์กับอาร์ตี้ปล่อยให้ดาริกาพาจันทรกานต์ออกไปเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับตัวเลขรายได้ในโครงการดาริกาเรียกจันทรกานต์ออกไปด่าตนอยู่ที่นี่มีความสุขดีแล้ว อย่ามาให้ตนต้องไปปวดหัวกับคุณหนูไฮโซ เอาแต่ใจตัวเอง คนแวดล้อมเขาก็ไม่ใช่คนที่จริงใจอย่างสังคมที่ตนอยู่ หน้าซื่อใจคดกันทั้งนั้น ย้ำว่า

“งานหนักฉันไม่ห่วงหรอกค่ะ แต่กับคนไม่จริงใจนี่แหละ ที่น่ากลัวที่สุด”

“เท่านี้เองหรือคือเหตุผลของคุณ เฮ้อ...ผิดคาด แฮะ นึกว่าคุณสู้กว่านี้เสียอีก ที่แท้คุณมันก็ขี้ขลาดกว่าที่ผมคิดเยอะ ไม่เป็นไร เฮ้อ...ผมคิดจะว่าจ้างคุณแค่สองปีเท่านั้นเองนะ เท่านี้ก็กลัวเกินกว่าเหตุเสียแล้ว”

พอได้ยินว่าจะจ้างแค่สองปี ดาริกาก็สนใจขึ้นมา จันทรกานต์อ่อยย้ำว่า

“แค่สองปี เงินเดือนสามเท่าของที่นี่ สวัสดิการเพียบ อีกอย่างที่คุณกลัวเรื่องคน คุณคิดว่าผมในฐานะนายจ้างคุณจะไม่ปกป้องคุณเชียวหรือ ไม่แน่ ถ้าคุณทำงานถูกใจผม ผมอาจจะช่วยซื้อทั้งบ้านทั้งที่ดินให้คุณฟรีๆเป็นค่าตอบแทนอีกต่างหาก อ้อ...ไม่ต้องช็อปของเซลล์ด้วยนะครับ ได้ของแบรนด์ใหม่เอี่ยมใช้ฟรีให้สมฐานะเลขาส่วนตัวของผม”

ระหว่างนั้นจัสตินกับป๊อบทำทีมาปรึกษาอะไรกับอาร์ทและบ๊วย แอบฟังกันหูผึ่ง ได้ฟังข้อเสนอของจันทรกานต์ก็อุทานกันฮือฮา ดาริกาจับได้ด่าว่า จะแอบฟังก็ให้มันเนียนกว่านี้หน่อย พวกนั้นเลยแตกฮือไปคนละทางจันทรกานต์อ่อยไปมากมายแล้วถาม “ว่าไงครับ” ดาริกาตอบอย่างผยองว่าคนอย่างตนเงินซื้อไม่ได้ บอกให้เขากลับไปเสีย กระนั้นจันทรกานต์ก็ยังตื๊อ บอกเธอว่า “ผมยังรอคำตอบอยู่นะครับ”

ooooooo

เพชรกับยุพายังหาทางบั่นทอนความน่าเชื่อถือในการทำงานของจันทรกานต์ไม่ลดละ

พอรู้ว่าข้าวตอก ดอกไม้ กับข้าวตู โดยเฉพาะข้าวตอกอดีตเป็นเด็กล้วงกระเป๋ามือฉมัง ทั้งสองจึงคิดวางแผนให้ล้วงเครื่องเพชรของใครสักคนที่มางานให้เป็นเรื่องขึ้นมา พิชญามาได้ยินจึงขอร่วมแผนด้วยคน

จังหวะเหมาะเมื่อหญิงน้อยกับหญิงใหญ่รู้ว่าวันนี้สื่อมามาก ก็เข้าห้องน้ำเพื่อเติมหน้าโดยฝากกระเป๋าไว้กับป้าแมว เป็นเวลาที่ข้าวตอก ดอกไม้ กับข้าวตูร้องเพลงและแสดงโชว์เสร็จพากันวิ่งจะไปหาอะไรกินที่สวนอาหารทั้งที่ครูห้ามออกมากัน เพชรเห็นเข้าสั่งยามให้ไล่จับเด็กทั้งสามหนีไปทางห้องน้ำ วิวิทธิ์ออกจากแกลเลอรี่พอดีเขามองอย่างสังเกตสงสัย

ทีแรกเพชรสั่งยามให้จับเด็กพวกนี้ให้ได้ พอเห็นเด็กวิ่งไปทางห้องน้ำหญิงก็พอใจเหมือนต้อนเด็กเข้าแผนได้สำเร็จ สั่งยามว่าไม่ต้องตามแล้ว

ยุพาคอยทีอยู่ในห้องน้ำ ไล่จับเด็กจะให้ออกไป เด็กทั้งสามวิ่งหนีไปทั่วห้อง ชนเอากระเป๋าของหญิงน้อยกับหญิงใหญ่ร่วง เครื่องเพชรในกระเป๋าตกกระจาย ดอกไม้วิ่งมาล้มตรงนั้นพอดี

ป้าแมวตกใจร้องเรียกให้ช่วยกันเก็บเครื่องเพชรก่อนที่หญิงน้อยกับหญิงใหญ่จะออกมาเห็น ป้าแมวเก็บไปบ่นไปว่า

“เครื่องเพชรทั้งนั้น ไม่รู้ของใครเป็นของใคร อย่าบอกคุณหญิงน้อยหญิงใหญ่นะคะว่าเครื่องเพชรเธอหล่นกระจายแบบนี้” ยุพาที่มาช่วยเก็บเครื่องเพชรกระหนาบเด็กทั้งสามห้ามพูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด พิชญาบอกยุพาให้พาเด็กออกไป พอยุพาลากเด็กออกไป หญิงน้อยกับหญิงใหญ่ก็ออกมาพอดี หญิงใหญ่ถามว่าเอะอะอะไรกัน ป้าแมวบอกว่าเด็กเข้ามาวิ่งเล่นแต่เอาออกไปแล้วหญิงน้อยกับหญิงใหญ่เอาเครื่องเพชรมาใส่เพิ่มหญิงน้อยเอะอะว่าแหวนเพชรหาย ป้าแมวตกใจหน้า ซีดเผือด

ooooooo

จันทรกานต์กล่อมดาริกาไม่สำเร็จกำลังจะกลับ ได้รับโทรศัพท์จากวิวิทธิ์ฟังปลายสายแล้วเขาอุทาน

“อะไรนะวิวิทธิ์ เด็กขโมยเพชรคุณนายในงาน! ครับ ผมกลับออฟฟิศเดี๋ยวนี้” ดาริกาถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ “แหวนคุณนายเพื่อนคุณหญิงอรชรหายไป เธอโทษเด็กๆของคุณอิงฟ้า ข้าวตอก ดอกไม้กับข้าวตู”

ดาริกาขอตามไปด้วย บอกว่าตนเป็นห่วงครูตุ้ยกับครูอิงฟ้าที่ห้องรับรองของออฟฟิศ กำลังมีการซักถามกันว่าแหวนเพชรหายไปได้อย่างไร ต้องมีการวางแผนกันไว้แน่ๆ

“ไม่ทราบจริงๆค่ะว่าเด็กจะก่อเรื่องแบบนี้”

พิชญาตีหน้าตาย หญิงใหญ่บอกว่ายังไงทางมูลนิธิก็ต้องรับผิดชอบ อรชรในฐานะที่เป็นคนเชิญทั้งสองมางาน ขอรับผิดชอบทั้งหมด คุณชายจันทรยืนยันว่าใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด

วิวิทธิ์กับอิงฟ้าอยู่ที่แกลเลอรี่ อิงฟ้ามั่นใจว่าเด็กไม่ได้ขโมย ส่วนข้าวตอกที่เคยขโมยกระเป๋าสตางค์ของวิวิทธิ์คราวนั้นก็กำลังปรับพฤติกรรมอยู่ ตนเชื่อว่า

ข้าวตอกเลิกขโมยแล้ว อีกมุมหนึ่งครูตุ้ยค้นเจอแหวนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของดอกไม้ ถามว่าเอามาจากไหน ดอกไม้ร้องไห้บอกว่าตนไม่รู้ ตนไม่ได้ขโมย

อิงฟ้าเชื่อว่าต้องมีคนแกล้งเด็กๆแน่ พอดีอรชรมาบอกว่าหญิงน้อยกับหญิงใหญ่จะเอาเรื่องเด็ก ถ้าหาแหวนไม่เจอก็จะเรียกตำรวจมา อิงฟ้าบอกว่าตนจะรับผิดชอบด้วยการยุติโครงการนี้

“ดี...เดี๋ยวแกจะต้องไปรายงานตามนี้ให้ทุกคนทราบ และต้องกราบขอโทษคุณชายจันทรกับคุณดารารายเสียด้วย บ้านเด็กดีที่มีแต่เด็กเลวของแกก็ล้มเลิกเสียที ฉันขายขี้หน้าเขาจะแย่อยู่แล้ว นี่...เรียกครูตุ้ยของแกไปขอโทษด้วยนะ”

ในภาวะนี้ อิงฟ้ารับคำทุกอย่าง วิวิทธิ์ถามว่าตัดสินใจดีแล้วหรือ?

“ฉันไม่มีทางเลือก ทางเราต้องบอกความจริงว่าเพชรอยู่ที่ดอกไม้ ทางมูลนิธิต้องรับผิดชอบค่ะ”

“อย่าเพิ่งครับ บอกครูตุ้ยกับทุกคนนะครับว่าอย่าเพิ่งบอกว่าดอกไม้ขโมยและอย่าเพิ่งคืนเพชรให้คุณหญิง

ผมเชื่อตามคุณ เด็กโดนแกล้งแน่ๆ” วิวิทธิ์มั่นใจ อิงฟ้ามองเขาอย่างสงสัย

ooooooo

เมื่อเอากล้องวงจรปิดมาดู เห็นเพชรกับยุพาอยู่ในห้องน้ำด้วย วิวิทธิ์ที่เห็นเหตุการณ์แต่ต้นบอกว่า เพชรเป็นคนไล่ต้อนเด็กพวกนั้นเข้าไปในห้องน้ำที่ยุพากับพิชญารออยู่ในนั้นแล้วอย่างผิดสังเกต

ภาพมาถึงตอนที่ดอกไม้ล้มลงตรงที่พิชญากำลังเก็บเครื่องเพชร ทุกคนจึงเห็นว่าพิชญาที่หันหลังให้กล้องนั้นหยิบอะไรใส่ในกระเป๋าเสื้อของดอกไม้ ดาริกาถามว่าพวกเขาทำอย่างนี้เพื่ออะไร

“นายเพชรต้องการให้ผมล้มเหลวในทุกๆโปรเจกต์ที่ผมทำขึ้น ส่วนคุณพิชญาคงต้องการกำจัดคุณอิงฟ้านั่นแหละครับ” จันทรกานต์ฟันธง

วิวิทธิ์ถามว่าจะแก้เกมอย่างไรดี จันทรกานต์ถามว่าตอนนี้แหวนอยู่ที่ใคร วิวิทธิ์บอกว่าอยู่ที่อิงฟ้า

“งั้นเราก็ต้องทำให้โปรเจกต์นี้และคุณอิงฟ้าได้อยู่ต่อไป” จันทรกานต์วางแผนแก้เกมอย่างมั่นใจ

จันทรกานต์ วิวิทธิ์และดาริการีบเดินออกจากออฟฟิศ เจอเพชรกับยุพากำลังเดินอ้าวไปที่ห้องรับรองบอกว่าจะไปดูเด็กโจรสารภาพผิด จันทรกานต์ถามว่า หมายความว่าอย่างไร

“ได้ยินมาว่าครูตุ้ยและครูอิงฟ้าพาเด็กไปสารภาพกับทางคุณหญิงน้อยแล้วค่ะ” ยุพาบอกยิ้มในหน้า แล้วผ่านไป

จันทรกานต์สั่งเปลี่ยนแผนใหม่ทันที บอกวิวิทธิ์ให้รีบไปห้ามอิงฟ้าไว้ก่อน พอวิวิทธิ์วิ่งไป เขาหันมาทางดาริกา

“ดาริกา ช่วยผมหน่อย”

“ว่ามาเลยค่ะ”

ooooooo

วิวิทธิ์เข้าไปในห้องแกลเลอรี่ อิงฟ้ากำลังกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอรับผิดชอบด้วยการยุติโครงการนี้ทั้งหมด และจะคืนรายได้ให้กับทางแกรนด์ทั้งหมดด้วย

คุณชายจันทรบอกว่าไม่ต้องคืนหรอก อรชรย้ำว่าแต่แหวนเพชรราคาเรือนแสนต้องคืน เพชรถามอย่างจงใจย้ำความผิดว่า ตกลงพบเพชรในตัวเด็กไหม ครูตุ้ยพยักหน้าให้อิงฟ้าพูด อิงฟ้าเอ่ยขึ้นว่า “ค่ะ...เราพบเพชร...”

“เราพบว่าเพชรไม่ได้อยู่ในตัวเด็กครับ” วิวิทธิ์พูดต่อแก้เกมได้ทันกาล เพชรติงว่าดูไม่ชอบมาพากล เสนอให้ค้นเด็กทั้งสามคน ดาริกาแอบกระซิบกับข้าวตอกและข้าวตูให้ทำตามที่ตนบอก

ดาริกาล้วงกระเป๋ากางเกงข้าวตอกกับข้าวตูออกมาปรากฏว่าไม่พบอะไร พิชญาค้นดอกไม้ไม่พบอะไรเหมือนกัน หญิงน้อยไม่เชื่อคาดคั้นดอกไม้ว่าเอาแหวนไปซ่อนไว้ที่ไหน ถ้าไม่ยอมรับจะจับส่งตำรวจ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เข้าขยุ้มคอ

“หยุดนะ! คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเด็กแบบนี้” อิงฟ้าสะอึกเข้าขวาง

ดาริกายืนยันว่าเด็กพวกนี้ขี้ขโมยจริงๆ ของตนหายทุกครั้งที่ไปทำบุญที่บ้านเด็กดี วิวิทธิ์ผสมโรงว่ากระเป๋าสตางค์ตนก็หาย ชี้ว่าข้าวตอกนี่แหละขโมยไป ดาริกายุให้จับเด็กทั้งสามคนส่งตำรวจเลย

“เฮ้ย หนี!” ข้าวตอกตะโกนแล้วทั้งสามคนก็วิ่งหนี จันทรกานต์กระโดดไปขวางประตูไว้ เด็กทั้งสามวิ่งพล่านระหว่างชุลมุนนั่นเอง จันทรกานต์เข้าประชิด

อิงฟ้าบอกให้ส่งแหวนให้ตน จังหวะนั้นข้าวตูกระโดดขึ้นโต๊ะเล็กที่มีกระเป๋าหญิงใหญ่วางอยู่ ทำโต๊ะเล็กคว่ำ กระเป๋าของหญิงใหญ่ร่วงของหล่นกระจาย พริบตานั้นจันทรกานต์ดีดแหวนวงนั้นไปที่กระเป๋าหญิงใหญ่ทันที อิงฟ้าเห็นเต็มตา มองทึ่ง!

ooooooo

หญิงใหญ่บอกให้ช่วยกันเก็บของของตนด้วย ยุพาอุทานดีใจเมื่อเห็นแหวนเพชรที่พื้น ดาริกาพรวดเข้ากระแทกยุพาเซไปแล้วปัดแหวนไปทางป้าแมว

“เอ๊ะ...แหวนเพชร” ป้าแมวอุทาน

ซักถามกันว่าทำไมแหวนของหญิงน้อยจึงมาอยู่ในกระเป๋าของหญิงใหญ่ได้ เรื่องเลยกลายเป็นว่า ขณะช่วยกันเก็บของใส่กระเป๋าที่ห้องน้ำนั้น หยิบแหวนใส่ผิดกระเป๋า! หญิงน้อยดีใจที่ได้แหวนคืนจึงไม่ติดใจเอาความใดๆ

“เอาล่ะ เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ เราก็ต้องขอโทษเด็กๆ กันแล้วล่ะครับ” คุณชายจันทรเอ่ยขึ้น

บรรดาพวกที่เคยด่าและกล่าวโทษเด็กๆ พากันหน้าเจื่อน ส่วนจันทรกานต์ ดาริกา วิวิทธิ์แอบยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ

ในที่สุดทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี อรชรให้อิงฟ้ากับครูตุ้ยทำโครงการต่อไป ส่วนเพชร ยุพา และพิชญาถูกวิวิทธิ์เสนอให้ไล่ออก เขาเป็นคนไปเสนอต่อคุณชายจันทรเอง แต่คุณชายรอให้จันทรกานต์ตัดสินปัญหาเองดีกว่า เพราะอยากรู้ว่าคุณจันทร์จะจัดการกับคู่ต่อสู้ของเขาอย่างไร

ดารารายดึงจันทรกานต์ไปถามว่าดาริกามายุ่งกับเรื่องนี้ได้อย่างไร จันทรกานต์เลยถามว่าทำไมแม่ถึงไม่ชอบเธอ ดารารายพูดอย่างรังเกียจว่าก็กระโดกกระเดกกระด้างกระดางลางเสียขนาดนั้นไม่น่าไว้วางใจ วิวิทธิ์แอบขยิบตากับจันทรกานต์เพื่อกันเขาออกไป บอกว่าได้เวลาไปส่งอิงฟ้าแล้ว จันทรกานต์จึงขอตัวไป

แต่คนที่ไปส่งอิงฟ้าจริงๆ กลายเป็นวิวิทธิ์ เขาบอกเธอว่าตนอาสามาส่งเอง อิงฟ้าพูดอย่างเกรงใจว่า

“วันนี้เลยต้องขอบคุณคุณหลายครั้ง เพราะนอกจากช่วยเด็กๆและมูลนิธิแล้วยังอาสามาส่งฉันอีก”

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” อิงฟ้าถามว่าตนจะตอบแทนอะไรเขาได้บ้าง “มีเรื่องนึงครับ ผมอยากให้คุณวาดรูปให้ผมสักรูป แนวธรรมชาติ แบบไหนก็ได้ผมเองก็เรียกไม่ถูก” อิงฟ้าจึงชวนเขาเข้าไปดูอะไรในบ้าน

วิวิทธิ์เข้าไปดูรูปในห้องวาดรูปของเธอที่มีรูปวาดสะสมไว้มากมาย วิวิทธิ์เห็นฐานะของเธอแล้วรู้สึกตัวเองต่ำต้อย นึกสมเพชตัวเอง เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

อย่างรู้สึกสับสนในตัวเองระหว่างไปนั่งทำใจในห้องน้ำนั่นเอง อรชรกับป้าแมวพากันเข้ามาในห้องน้ำเพื่อสปาเท้า ไปเจอวิวิทธิ์อยู่ในห้องน้ำต่างก็ตกใจ วิวิทธิ์วิ่งออกมา อรชรวิ่งตามมาตำหนิอิงฟ้าว่า ห้องน้ำนี้ใช้เฉพาะเราสองคน ทำไมถึงให้คนอื่นมาเข้า

“คุณวิวิทธิ์มาส่งหนู และเขาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับหนูค่ะ” วิวิทธิ์รีบขอลากลับ อิงฟ้าจะไปส่ง อรชรบอกไม่ต้อง แล้วถามว่าทำไมจันทรกานต์ไม่มาส่ง

“คุณจันทร์ไม่อยากมาส่งค่ะ” อรชรถามว่าทำไม? “คุณจันทร์ไม่ชอบหนูค่ะ”

อิงฟ้าให้เหตุผลมั่วๆไปว่าเพราะคุณจันทร์ไม่ชอบคนรูปร่างบางเรียบเป็นแผ่นกระดานอย่างตน

ooooooo

วรางค์อยากได้โปรเจกต์ใหญ่ที่จันทรกานต์เสนอเพื่อแลกกับการให้ดาริกาลาออกไปเป็นเลขาของตน

วันนี้เธอจึงเรียกดาริกามาทานข้าวที่บ้าน ทำทีป่วยและเล่าสถานะของบริษัทว่าขาดทุนมาตลอดสามปี ถ้าไม่มีรายได้เพิ่มอาจจะต้องปิดบริษัท

ดาริกาเอะใจบังคับป๊อบให้ไขตู้เอาแฟ้มที่จันทรกานต์เสนอมาดู ปะติดปะต่อกับที่แอบได้ยินวรางค์วางแผนกับน้องๆ ทำให้เธอรู้ว่ากำลังถูกวรางค์วางแผนหลอกให้ตนลาออกแลกกับโปรเจกต์ใหญ่ที่จันทรกานต์เสนอ

พอถูกจับได้ไล่ทัน วรางค์บอกเธอว่าก็แล้วแต่ใจเธออยากไปก็ไป แต่ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องไป

“ขอบคุณค่ะที่พี่ไม่บังคับหนู” พูดแล้วดาริกาแยกไปทุกคนที่สมคบกันวางแผนพากันเซ็ง แต่สุมหัวกันต่อด้วยความกระหายอยากได้โปรเจกต์รายได้งามที่จันทรกานต์เสนอเพื่อแลกกับการให้ดาริกาไปเป็นเลขาส่วนตัวของตน

ooooooo

จักรพัฒน์ที่รับรู้พฤติการณ์ของพิชญามาตลอด เขาต่อว่าจันทรกานต์ที่รับรู้ตลอดมาว่าพิชญาชอบเขา แต่ท่าทีที่ไม่ชัดเจนของเขาทำให้พิชญาสับสนและมีความหวัง แต่ก็โทษตัวเองที่รักพิชญามากจนยอมเธอทุกอย่างตลอดมา

เมื่อจักรพัฒน์ได้ดูกล้องวงจรปิดที่พิชญาหยิบแหวนเพชรใส่กระเป๋าเสื้อของดอกไม้แล้ว เขาขอให้เธอลาออกเสีย พิชญาไม่ยอมรับความจริง สับสนจนคุมสติไม่ได้ ทุบตีจักรพัฒน์แต่ก็ขอร้องให้เขาช่วยตนด้วย ตนกำลังจะบ้าแล้ว

“อย่าหย่าเลยนะ อยู่กับผมเถอะ ลืมเรื่องที่ผ่านมาเสีย” จักรพัฒน์กอดเธอไว้ปลอบโยนอย่างอบอุ่นจนพิชญาสงบลง จักรพัฒน์ขอร้องให้เธอลาออกจากแกรนด์ เธอบอกว่าอยากทำงาน เขาถามว่าเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดจันทรกานต์ใช่ไหม?

“ไม่ค่ะ ไม่มีคุณจันทร์อีกแล้ว ฉันมันบ้าไปจริงๆ ให้ฉันทำงานที่แกรนด์เถอะนะคะ สัญญาว่าฉันจะไม่ยุ่งกับคุณจันทร์อีก”

จักรพัฒน์ดึงเธอเข้าไปกอดบอก “รักคุณที่สุดเลย” พิชญากอดเขาบอกทั้งที่สีหน้ายังสับสนว่า “ค่ะ...

รักคุณเช่นกัน”

ooooooo

วันนี้ ดาริกาไปนอนค้างที่บ้านแม่ ถูกสุดหล่อเอาหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวดำรงพ่อของเธอที่ทิ้งแม่ไปกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรงสี

สวาทเยาะเย้ยกุสุมาว่าดูเสียจะได้หายโง่เพราะคิดว่าเขายังรักตัวเองอยู่ สุดหล่อก็หัวเราะเยาะว่า กุสุมากับพราวพิลาศเมียใหม่ของดำรงนั้น เหมือนนางฟ้ากับขี้ข้าในเหวนรก

ดาริกาแค้นมาก ด่าและสาวไส้สุดหล่อว่านอกจากค้ายาแล้วยังใช้บ้านเป็นที่พักยาด้วย อย่าให้ตนแจ้งตำรวจแล้วกันไม่งั้นอนาคตดับวูบทั้งบ้าน ถูกแฉจุดตายเข้าบ้างสุดหล่อเรียกไอ้แอล ไอ้เน กับไอ้ตี้ วางแผนเล่นงานดาริกาในป่าช้าที่เธอต้องเดินผ่านเพื่อกลับไปทำงานพรุ่งนี้

แต่ข่าวดำรงจะแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรงสี กลับทำให้ทั้งตาทศ กุสุมา และดาริกา สมเพชความประพฤติของดำรงที่เที่ยวหลอกผู้หญิง ฟันแล้วทิ้งไม่เลิก

“ทำไมผู้ชายต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ หนูละเบื่อผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบนี้” กุสุมาถามว่าเพราะอย่างนี้ใช่ไหมเธอถึงไม่ยอมมีแฟนเสียที “มีไปทำไมแม่ ผู้ชายดีๆสมัยนี้หายากจะตาย คนมีความรับผิดชอบแทบไม่เหลือ ดาวไม่อยากมีครอบครัวแล้วต้องแตกแยกเหมือนครอบครัวเรา”

พูดแล้วรู้ตัวรีบขอโทษกุสุมาบอกว่าตนไม่ได้ตำหนิแม่ กุสุมาบอกว่าตนผิดเองที่ไปเลือกคนอย่างดำรง

“แม่ผิดตรงไหน แม่ไม่เคยผิดเลย แม่เลี้ยงดาวมาลำพัง เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ดาว ดาวภูมิใจในตัวแม่ที่สุดเลย” ดาริกาโผกอดแม่ หันบอกตาทศที่มองอยู่ว่า “ตาด้วยนะ ตาก็เป็นพ่อให้ดาว ถึงดาวไม่มีพ่อ แต่ดาวมีแม่กับตา ชีวิตของดาวก็สมบูรณ์ที่สุดแล้ว”

คืนนี้ ดาริกาเล่าเรื่องที่จันทรกานต์จะให้ตนไปเป็นเลขาส่วนตัวให้กุสุมากับตาทศฟังโดยจะเพิ่มเงินเดือนให้สามเท่า บอกแม่ว่าถ้าจริง เราก็จะเก็บเงินได้เกือบครบห้าแสนแล้ว บอกตาทศอย่างภูมิใจว่า

“ตา...เราจะมีเงินมาซื้อที่ดินเป็นของเราเองแล้ว” แต่พอกุสุมาถามว่าตกลงจะไปทำงานกับจันทรกานต์จริงๆหรือ สงสัยว่าทำไมเขาถึงเลือกเธอ “หนูก็ยังงงๆ เขาบอกว่าเพราะหนูจัดการปัญหาให้เขาได้ทุกเรื่อง และอีกข้อนึง เขาบอกว่าอยู่กับหนูแล้ว ทำให้เขาสบายใจ”

“พูดเหมือนเขามาจีบแกอย่างนั้นแหละ” ตาทศเอ่ย เธอบอกว่าเขามีแฟนแล้วแต่แฟนเขาเป็นผู้ชาย กุสุมาถามว่าแล้วตัวเธอเองตัดสินใจยังไง จะทำหรือไม่ทำ “ยังลังเลอยู่เลย เงินก็อยากได้นะ แต่กลัวไปทำงานกับผู้ดีน่ะ ผู้ดีนั่นน่ากลัวทั้งนั้น” กุสุมาบอกว่าถ้าไปทำแล้วไม่มีความสุขก็อย่าเลย ดาริกาเห็นด้วย พลันก็ตื่นเต้นเมื่อมีโทร.จากจันทรกานต์เข้ามือถือ

เขาถามว่าตอนนี้อยู่ไหนเพราะไปเคาะที่ห้องแล้วไม่อยู่ พอรู้ว่าอยู่บ้านแม่ เขาถามจะกลับเมื่อไหร่ เธอบอกว่าพรุ่งนี้สิบโมง ถามว่าทำไมหรือ เขาบอกว่า “ไม่มีอะไรครับ แล้วเจอกัน”

ooooooo

รุ่งขึ้น ดาริกาเดินหิ้วของที่แม่กับตาให้เดินผ่านป่าช้าเพื่อจะไปเรียกรถแท็กซี่ ก็ถูกสุดหล่อกับพวกมาดักรุมทำร้าย เธอใช้แม่ไม้มวยไทยที่ตาทศสอนให้ต่อสู้ป้องกันตัว แต่พวกมันมีมากกว่าและแข็งแรงกว่ารุมกันเข้าจับตัวเธอไว้

“แกล้งผู้หญิงแบบนี้ ไม่เฟี้ยวละมั้ง” เสียงจันทรกานต์แทรกเข้ามา สุดหล่อหันถามว่ามาจากไหน “เบอร์หนึ่งตัวจริงกรุงเทพฯโว้ย” เขาตอบด้วยสำนวนเด็กแว้น ไม่เพียงเท่านั้น จันทรกานต์ยังพุ่งเข้าต่อสู้กับพวกมัน กันดาริกาออกมาได้

แม้เขาจะถูกพวกมันรุม แต่คนมีครูทั้งมวยไทยมวยสากลอีกทั้งยังฝึกเทควันโดมาด้วย ทำให้จันทรกานต์มีอาวุธรอบตัว ผสมผสานต่อสู้กับมวยวัดมวยหมู่อย่างสุดหล่อกับพวกทั้งสี่ได้อย่างสวยงามและเป็นต่อ ทั้งยังมีดาริกาคอยช่วยด้วย สุดท้ายพวกมันก็เผ่นกันแน่บ

ดาริกาขอบคุณเขาถามว่าแล้วเขามาได้ยังไง เขาบอกว่าจะมารับเธอกลับและพบคุณแม่กับคุณตาเธอด้วย พอดีดาริกาเห็นเลือดซึมจากกลางหลังเขา จึงรีบพาไปทำแผลที่บ้าน

“ไอ้สุดหล่อนี่มันเลวจริงๆ แม่จะเอาเรื่องมันเข้าคุกให้ได้คอยดู” กุสุมาเจ็บใจ ครู่หนึ่งตาทศกลับมา บอกว่าไปแจ้งหลวงพ่อไว้แล้ว เพิ่งไปบ้านสุดหล่อมา มันกับเพื่อนหนีไปหมดแล้ว ชวนเดี๋ยวเราไปแจ้งความด้วยกันหมดนี่เลยดีไหม

ดาริกาไม่อยากให้ตาทศแจ้งความ เกรงว่าพวกมันจะยิ่งแกล้งเรา โดยเฉพาะแม่ต้องไปขายของที่ตลาดคนเดียวทุกวัน

“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะจัดคนมาเฝ้าคุณแม่กับคุณตาให้” ดาริกาถามว่าเอาคนที่ไหน “ผมจ้าง รปภ.ได้ครับ ให้มาเฝ้าที่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง คุณพ่อผมรู้จักผู้กำกับที่นี่ด้วยจะให้ช่วยดูแลอีกทาง” กุสุมากับตาทศมองเขาทึ่ง

จันทรกานต์เหลือบเห็นโครงการ “เพื่อบ้านใหม่” ที่กระดานดำ เห็นตัวเลขพุ่งขึ้นเป็นห้าแสนแล้ว เขายิ้มอย่างมีความหวัง เมื่อดาริกาทำแผลขั้นต้นให้เสร็จ จันทร–กานต์จึงเริ่มคุยกับกุสุมาและตาทศ

“จะมาขออนุญาตคุณแม่กับคุณตา เรื่องจ้างดาริกาไปเป็นเลขาส่วนตัวของผมน่ะครับ” กุสุมาบอกว่าอยู่ที่การตัดสินใจของดาริกาเอง แล้วถามเจ้าตัวว่าจะว่าอย่างไร เธอบอกแม่ว่าปฏิเสธไปแล้ว ตาทศติงว่าข้อเสนอเขาก็ดีนะ ดาริกายืนกรานว่าคำไหนคำนั้น กุสุมาเลยหันไปขอโทษจันทรกานต์ บอกว่าลูกสาวตนก็ดื้ออย่างนี้แหละ

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ เพียงมาบอกคุณแม่กับคุณตาไว้ก่อนเท่านั้น”

ขณะเดินออกมาขึ้นรถด้วยกัน ดาริกาพูดประชดว่าเข้าใจทำนะ มาเข้าทางผู้ใหญ่ ทำอย่างกับจะมาสู่ขอลูกสาวอย่างนั้นแหละ เขาเลยลองเชิงว่าอาจมาสู่ขอจริงก็ได้ นี่ถือเป็นการซ้อม ดาริกาตัดบทว่า เวลาแค่สองปี เลขาเก่งๆมีถมไป

“สองปีที่ว่า ผมกำลังอยู่ในช่วงฝึกงาน ถ้าทำงานไม่เข้าเป้าผมก็จบ พ่อจะส่งผมไปศึกษางานเพิ่มต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ผู้ช่วยผมทุกคนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเลขาอย่างคุณ” พูดแล้วเปิดประตูรถให้เธอขึ้น ดาริกาแปลกใจถามว่าเขากำลังอยู่ในช่วงฝึกงานหรือ “ครับ ผมต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าผมสามารถจริงๆ”

ooooooo

กลับถึงคอนโด ยังไม่ทันเข้าห้อง ดาริกาก็ได้รับโทรศัพท์จากกุสุมาว่า มี รปภ.สองคนไปดูแลและยังมีสารวัตรอีกหนึ่งคนที่เวียนมาดูแลด้วย

กุสุมาเล่าว่า พวกนั้นจะดูแลให้ทั้งอาทิตย์ ชมว่าจันทรกานต์พูดจริงทำจริง ฝากขอบคุณเขาด้วย คุยกับแม่เสร็จหันมาเจอจันทรกานต์มายืนอยู่ข้างหลังเชิญเธอไปที่ห้องหน่อย พอไปถึงเขาขอให้เกาหลังให้ และขอให้เธอไปเป็นเลขาให้ด้วยเพราะถ้าเธอทำงานกับตนแล้วช่วยให้ตนประสบความสำเร็จในการฝึกงาน ถือว่าเป็นการสงเคราะห์ตนอย่างที่สุด

“เป็นเลขาให้ผมนะ...ได้ไหม” จันทรกานต์อ้อน ดาริกามองหน้าย้ำว่าสัญญาอย่างที่พูดไว้นะว่ามีปัญหาอะไรเขาพร้อมจะปกป้องตนเสมอ จันทรกานต์บอกว่าไม่เคยลืม ย้อนถามว่า “นี่คือคำตอบใช่ไหม”

พอดาริการับคำ เขาขออนุญาตขอกอดหน่อย แล้วกอดเธอไว้อย่างนุ่มนวลพร้อมคำขอบคุณจากใจ

“ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ”

ดาริกาเผลอใจเคลิ้มไปกับอ้อมกอดที่อบอุ่นนุ่มนวล แต่ในความคิดก็ยังมีสติเตือนตัวเองว่า

“อย่ากอดแน่นซีคะทูนหัวของบ่าว ฉันยังไม่อยากตกหลุมรักเกย์หรอกนะคะ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16:44 น.