ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเคียงเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ดาวเคียงเดือน"

ดาริกาพึมพำว่ามาได้ยังไงเนี่ย กุสุมาคาดว่าคงแอบมาตอนเราไปตลาด พอทั้งสองเดินเข้าไป คุณจันทร์ก็ไหว้กุสุมา

“คุณจันทร์มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” กุสุมาถามเขาบอกว่ามาเมื่อกี๊นี้เอง ตาทศบอกว่ามาถึงก็ซ้อมเลย นี่แค่วอร์มเดี๋ยวจะต่อด้วยท่าแม่ไม้มวยไทย 15 ท่า ดาริกาโวยว่า 15 ท่าเป็นอาทิตย์ละมั้งถึงจะสอนจบ

“อ้าว...ก็คุณจันทร์เขาจะมาอยู่หลายวันเลยไม่ใช่เหรอ” ตาทศถาม ดาริกาเหวอบอกว่างั้นต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ ว่าแล้วลากคุณจันทร์ออกไปที่ริมน้ำ พูดขึงขังว่า

“ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณมาแต่คุณก็ยังมา แล้วยังมีหน้ามาขอค้างอีกร้ายจริงๆ พอเสร็จธุระก็กลับได้แล้ว”

“ดีครับ กว่าจะเสร็จธุระก็สามวันแน่ะ งั้นผมเอากระเป๋าขึ้นไปจัดเสื้อผ้าบนบ้านเลยนะ” ดาริกาโวยว่าบอกว่าไม่ให้ค้าง แล้วธุระอะไรจะอยู่ตั้งสามวัน? “ผมกำลังมารีเสิร์ชหาข้อมูลแถวนี้ไปใช้กับห้างแกรนด์ของผม...ก็อย่างที่ผมเคยบอก ผมต้องการเรียนรู้ชีวิตลูกค้าชนชั้นกลาง โดยใช้คุณเป็นตัวอย่าง นะ...ให้ผมค้างสองสามคืนเอง รับรองจะติดใจ”

พูดแล้วโมเมไปบอกตาทศว่าดาริกาอนุญาตแล้ว ทั้งกุสุมาและตาทศพาซื่อบอกให้ขึ้นบ้านไปจัดข้าวของเลย

“ตา...แม่...หนูไม่ได้อนุญาตสักหน่อย” ดาริกาตามมาบอก กุสุมาร้องอ้าว ตาทศพูดขำๆว่า

“ตื๊อดีว่ะไอ้เจ้านี่ เขาหน่วยก้านดีนะ แรงเตะ แรงหมัดใช้ได้ ว่าแต่ไม่เป็นเกย์แน่นะ” ตาทศถามกุสุมา

ดาริกาตามขึ้นไปบนบ้าน คุณจันทร์หยิบมือถือขึ้นมาบันทึกไปบรรยายไปว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง

“สำรวจสินค้าตลาดสด ดูกลุ่มผลิตผลทางเกษตร ศึกษาระบบซื้อขายสินค้าโอทอปของท้องถิ่น” ถูกดาริกาประชดว่ากิจกรรมเยอะนะคะ “ครับ...นี่ผมยังศึกษาวิถีไทยชาวบ้านด้วยนะ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะตื่นเช้าตักบาตรที่วัดกับตาทศ คุณจะไปร่วมด้วยก็ได้นะ จะทำบุญเลี้ยงพระเพล ถวายผ้าไตร กลางคืนเห็นว่ามีงาน...”

“พอ...นึกถึงสวัสดิภาพฉันบ้างไหม” ดาริกาขัดขึ้น เขาถามว่าเรื่องอะไรหรือ? “คุณแม่คุณไง ถ้าท่านรู้ว่าลูกชายท่านมาค้างบ้านสัปเหร่อหลังป่าช้า ท่านคงเป็นลมตาย ก่อนตายก็คงฆ่าฉันก่อน”

“ปล่อยท่านเถอะครับ ท่านจะต้องรู้เสียทีว่า ยิ่งท่านบังคับผมมากเท่าไหร่ ผมก็จะดิ้นให้หลุดมากขึ้นเท่านั้น”

ดาริกาถามว่าต้องดิ้นอีกกี่เฮือก เพราะตอนนี้ก็พาแพ็ทมาให้เขาอีกรายแล้วแถมยังขู่ให้ตนลาออกไปเร็วๆ คุณจันทร์ขอให้อดทนอีกหน่อยเหลือเวลาไม่ถึงปี ให้ตนพิสูจน์เรื่องงานของตนให้ได้ก่อน วันนั้นตนจะขอแต่งงานกับเธอต่อหน้าท่าน และจะบอกท่านด้วยว่า ที่ตนประสบความสำเร็จครั้งนี้เป็นเพราะเธอทั้งสิ้น

“ท่านจะเชื่อเหรอคะ”

“ต้องเชื่อซีครับ เพราะชีวิตนี้ผมไม่รักใครและแต่งงานกับใครเด็ดขาด นอกจากคุณ”

ดาริกาฟังเคลิ้ม ปล่อยให้คุณจันทร์ดึงเข้าไปกอดแนบแน่น

กุสุมากับตาทศแอบดูอยู่ ตาทศบอกว่าเชื่อแล้วว่าเขาไม่ใช่เกย์

ooooooo

รุ่งขึ้น คุณจันทร์ในชุดแบบชาวบ้าน ไปช่วยขายข้าวแกงที่เต็นท์ข้าวแกง นอกจากฝีมือทำอาหารของดาริกาจะดึงดูดลูกค้าแล้ว ลีลาเชียร์แขกของคุณจันทร์ก็เป็นเสน่ห์เรียกลูกค้าเข้าร้านกันเนืองแน่น

แต่เพราะยังมือใหม่ คุณจันทร์ยกถาดอาหารไป หลายอย่างเลยจำไม่ได้ว่าใครสั่งอะไรบ้าง เขาประกาศอาหารแล้วถามว่าโต๊ะไหนสั่ง ด้วยลีลาร่าเริงขี้เล่นปากหวานของเขาทำให้ลูกค้ายิ้มอย่างเอ็นดู บางรายหยอกว่าน่าจะแถมรูปหล่อกลับไปด้วย

ที่ร้านสุดสวาท เจ้าตัวนั่งเงียบเหงาหาวนอน สุดหล่อเอาแต่เล่นเกม สุดที่รักมองร้านดาริกาเซ็งๆถามแม่ว่าเด็กเสิร์ฟเป็นใคร สวาทบอกว่าคงเป็นผัวใหม่กระมัง สามแม่ลูกกระแนะกระแหนดาริกากันเจ็บแสบ แต่ดาริกา กุสุมาและตาทศต่างมองหน้ากันยิ้มๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาขายอาหารกันมือเป็นระวิง ขายดีจนคุณจันทร์บอกว่า

“แม่ครับ ตาครับ คนสั่งเพิ่มเพียบเลย ผมว่าวันนี้เราขายดีเกลี้ยงร้านแน่ๆ” ตาทศถามว่าทำไมถึงเสิร์ฟคล่องอย่างกับมืออาชีพเลย “ผมกำลังใช้กลยุทธ์ในการขายมาลองปฏิบัติจริงดูน่ะครับ นี่ครับ ข้าวที่สั่งเพิ่ม” พูดพลางยื่นรายการให้ดู

แต่พอสวาทรู้ว่าไอ้หนุ่มเสิร์ฟคนนั้นคือหม่อมหลวงจันทรกานต์ก็หาว่าดาริกาทำเสน่ห์ใส่เขา ตาทศบอกว่าใช่ ให้สวาทลองไปทำดูบ้าง ง่ายๆแค่จุดธูปดอกเดียวไหว้พระ ทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา คิดดี ทำดี นั่นแหละเสน่ห์ที่นังดาวมันใช้ล่ะ สวาทฟังแล้วเบ้หน้าว่าแค่สัปเหร่อปลดระวางไม่ต้องมาเทศนาให้เหม็นขี้ฟัน แล้วสะบัดกลับร้านไป

พอกลับถึงร้านตัวเองที่เงียบราวกับป่าช้า สวาทก็สั่งสุดที่รักให้เอาเบอร์ของดำรงพ่อของดาริกามา สุดที่รักกดเบอร์ส่งให้ทันที สวาทรับโทรศัพท์ไปจิกตามองไปทางเต็นท์อาหารของดาริกาอย่างหมายมาด

ooooooo

อาร์ตี้กลับมาทำงานบริษัทวรางค์อีกครั้ง ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคน อาร์ตี้ขอบคุณทุกคนที่ฉุดตนขึ้นจากการทำลายตัวเองด้วยน้ำเมา และขอทุกคนว่าถ้าตนหวนกลับไปดื่มอีกให้เตะกันคนละทีเลย

นอกจากนั้น อาร์ตี้ขอบคุณวรางค์เป็นพิเศษที่ฉุดตนขึ้นจากน้ำเมาเป็นครั้งที่สองสัญญาว่าจะไม่มีครั้งที่สามที่สี่แน่นอน และยังมีผลงานดีไซน์เล็กๆเป็นพิเศษให้วรางค์โดยเฉพาะอีกด้วย นั่นคือการ์ดแต่งงานที่มีชื่อ วรางค์กับอาร์ตี้คู่กัน

ขณะทุกคนกำลังมุงดูการ์ดอย่างตื่นเต้นนั่นเอง แพ็ทเดินมาทักว่าดูอะไรกันอยู่หรือ วรางค์จึงบอกน้องๆ ให้ไปทำงานกันได้แล้ว พอทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน แพ็ทก็ต่อว่าอาร์ตี้และวรางค์ว่าทำไมไม่บอกตนสักคำว่าจะกลับไปถ่ายทำโฆษณากาแฟ “ภูตะวัน” ของตนได้แล้ว

วรางค์เชิญแพ็ทไปคุยกันที่ห้อง แพ็ทบอกว่าเวลาตนไม่มากพูดตรงนี้เลย อาร์ตี้จึงบอกว่าเรายุติโปรเจกต์กาแฟภูตะวันแล้ว เพราะเราคงตอบสนองความต้องการของเธอไม่ได้โดยเฉพาะที่ให้ตนรับบทพระเอก แพ็ทบอกว่าแบบนี้เรื่องยาวแล้วและขอคุยส่วนตัวกับอาร์ตี้ที่ห้องทำงาน

แพ็ทตำหนิและต่อว่าอาร์ตี้ว่าทำไมทำกับตนแบบนี้ อาร์ตี้ชี้แจงว่าเพราะเธอมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ คืนนั้นตนเมาก็ลากไปค้างด้วยทั้งคืน ตัดบทว่า

“พอเถอะครับ เราจบกันเท่านี้ แล้วค่าเสียหายทางเรายินดีชดใช้ให้ เชิญครับ” อาร์ตี้ผายมือเชิญออกไป แพ็ทใช้แผนเด็ดโผกอดอาร์ตี้ร้องไห้รำพันว่า เรื่องความรักไม่มีอะไรชดใช้ได้ ถูกอาร์ตี้ผลักออกแล้วขอตัวออกไปเลย แพ็ทเช็ดน้ำตามองตามอาร์ตี้ไปขำๆ

พอออกจากห้อง วรางค์ถามอาร์ตี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาตอบไม่สบตาว่าไม่มีอะไรแล้วเดินไปเลย เมื่อแพ็ท ตามออกมา วรางค์เข้าไปขอโทษ แพ็ทฝืนยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร พลันก็ได้ยินพวกน้องนางคุยกันเรื่องเจ้าสาวและเพื่อน เจ้าสาว แพ็ทเดินไปถามน้องนางว่าเจ้าสาวอะไร? พอเห็นการ์ดก็อุทาน

“อ้าว...คุณวรางค์ การ์ดแต่งงานนี่คะ ระบุเวลาสถานที่เรียบร้อยแล้วด้วย ยังไงก็ต้องเชิญแพ็ทนะคะ เพราะแพ็ทมีของขวัญชิ้นพิเศษสุดจะมอบให้คุณและอาร์ตี้ ลาล่ะค่ะ...ยายนาง! กลับ!” แพ็ทสั่งเฉียบขาดจนน้องนางต้องลาทุกคนกลับ

ระหว่างลงบันได แพ็ทโทร.ถึงคุณจันทร์บ่นหัวเสียว่าทำไมไม่รับสาย น้องนางเลยเล่าให้ฟังว่า เห็นพี่ๆเขาแชร์รูปให้กันเป็นรูปพี่ชายจันทร์กับพี่ดาว แพ็ทขอดู เป็นรูปคุณจันทร์กับดาริกากำลังรดน้ำต้นไม้กันอย่างสนุกสนาน...คุณจันทร์เสิร์ฟอาหารในร้านดาริกาอย่างทะมัดทะแมง...คุณจันทร์ถ่ายรูปกับกุสุมาและตาทศโดยมีดาริกายืนซบอยู่ข้างๆ

แพ็ทถามน้องนางว่านี่ที่ไหน น้องนางเล่าอย่างสนุกสนานว่าที่บ้านดาริกาเห็นว่าคุณจันทร์จะไปค้างตั้งสองสามคืน

“ยี้...บ้านในป่าช้าน่ะหรือ” แพ็ททำเสียงสยองแสยง แล้วบ่น “คุณจันทร์นะคุณจันทร์ ทำไมใฝ่ต่ำอย่างนี้ แชร์รูปมาให้ฉัน” น้องนางดักคอว่าพี่แพ็ทคงไม่ทำอะไรที่ต่ำช้า อุบาทว์ และสารเลวนะ ก็ถูกตวาด “ส่งรูปมา!!” พอน้องนางส่งรูปให้ แพ็ทยิ้มกริ่มอย่างมีแผน

ooooooo

อรชรให้นักสืบไปสืบพ่อแม่ของข้าวตอก ดอกไม้และข้าวตู ปรากฏว่าพ่อแม่หายสาบสูญไปหมดแล้ว ครั้นจะอุปโลกน์ใครขึ้นมาเป็นพ่อแม่ก็ไม่กล้า กลัวความแตกจะเสียชื่อคุณหญิงของตน

พอดีอิงฟ้าเดินลงมาบอกว่าจะไปทำงาน บอกว่าปุ๊กับเป้าไม่ต้องตามเพราะไปเกะกะที่บริษัท บางวันก็ไปงัดข้อกับยาม ส่งเสียงดังจนคนที่นั่นเขารำคาญจะแย่แล้ว อรชรยอมแต่สั่งว่าคืนนี้ต้องกลับมาทานข้าวกับแม่ อิงฟ้ารับคำแต่อาจต้องรอถึงห้าทุ่ม พออิงฟ้าออกไป ป้าแมวก็สาระแนว่า กลับห้าทุ่มแบบนี้ต้องแว่บไปหาเจ้าปลาจวดแน่ๆเลย

“ยายปุ๋ม ที่ให้ทำตัวเป็นนักสืบ ได้ความอะไรบ้างไหม” อรชรถามปุ๋ม แม่นั่นดี๊ด๊าทันทีว่าสดๆร้อนๆ เมื่อ กี๊นี้เอง แล้วสาธยายที่แอบฟังอิงฟ้าคุยโทรศัพท์ขณะแต่งตัวอยู่ในห้องนอน เล่าราวกับอัดเทปมาว่า

“ใช้งานคุณจันทร์แบบลูกทาสเลยเหรอคะ พี่ดาวน่ะชอบแกล้งพี่ชายเรื่อยเลย เขาว่าแกล้งมากก็รักมาก ฮิๆ พรุ่งนี้จะขายของที่ตลาดน้ำ อุ๊ย...อยู่ใกล้ๆ มูลนิธิด้วย งั้นฟ้าขอไปเที่ยวด้วยนะคะ จะพาเด็กๆไป แน่นอนอยู่แล้ว...คุณพ่อวิวิทธิ์ต้องไปด้วยอยู่แล้ว”

ฟังปุ๋มแล้ว อรชรโกรธมากที่อิงฟ้านัดกับวิวิทธิ์จะไปเที่ยวตลาดน้ำใกล้บ้านดาริกา เอะใจถามว่า คุณจันทร์ชอบดาริกาหรือ? พอเป้าบอกว่าเท่าที่เห็นดูจะสนิทกันเกินเจ้านายกับเลขา อรชรสั่งปุ๊กับเป้าให้ตามอิงฟ้าไปตลาดน้ำและให้รายงานสดอย่าให้พลาดแม้แต่ช็อตเดียว ปุ๊รับคำจะออกไปทันที ถูกป้าแมวด่าว่าจะบ้าหรือ คุณหนูจะไปพรุ่งนี้!

แพ็ทเอารูปที่บังคับเอาจากน้องนางไปให้ดารารายดู ดารารายแทบจะกรี๊ดเมื่อเห็นลูกชายไปอยู่บ้านสัปเหร่อ ทำงานหนักทั้งรดน้ำต้นไม้ ถูบ้าน เสิร์ฟอาหาร เอารูปให้ดูจุดอารมณ์ของดารารายแล้ว แพ็ทบอกว่าตนคงไม่สามารถสานต่อธุรกิจกับคุณจันทร์ได้แล้วรวมทั้งเรื่องที่จะให้ตน...ดารารายตัดบททันทีว่าอย่า เพิ่งปฏิเสธ งานนี้ตนไม่ยอมง่ายๆแน่ ถามว่า

“พรุ่งนี้หนูว่างไหม ไปกับน้าหน่อย” แพ็ทถามว่าจะไปบ้านดาริกาหรือ “ใช่ งานนี้ต้องลงทุนกันหน่อย และน้าจะรื้อฟื้นอาชีพเดิมของน้าด้วย...ตากล้องเอาต์ดอร์มืออาชีพไงจ๊ะ”

แล้วดารารายก็เปิดลิ้นชักหยิบกล้องถ่ายรูปราคาแพงและอุปกรณ์ต่างๆออกมาเพียบ แพ็ทมองแล้วอมยิ้มสมใจ

ooooooo

คืนนี้ดาริกากางมุ้งให้คุณจันทร์นอนที่โถงกลาง เขาถามว่าไม่ให้นอนในห้องหรือ เธอบอกว่าไม่มีห้องเหลือ นอนตรงนี้แหละเย็นสบายดี

คุณจันทร์ดูกระดานดำที่ดาริกาจดเงินที่สะสมไว้เพื่อซื้อที่วัด เห็นใกล้ความจริงแล้ว เขาแสดงความยินดีด้วย

“น้ำพักน้ำแรงของฉันเลยนะคะ ซื้อที่เป็นของเราเสียที จะได้ไม่ต้องเช่าวัดอยู่ แม่กับตาจะได้สบายใจเสียที” เขาถามว่าซื้อที่ได้แล้วจะทำอย่างไรต่อ “เร่ิมด้วยให้ตากับแม่เลิกทำงาน ให้ท่านพักผ่อนเสียที เห็นตากับแม่สบายกายสบายใจฉันก็มีความสุข”

“คุณทำทุกอย่างให้กับคนที่คุณรัก” ดาริกาบอกว่าอะไรจะมีค่าเท่ากับเห็นคนที่เรารักมีความสุขเล่า เขาเลยอ้อนบ้าง “ใช่ครับ...แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลาของคนรักอย่างผมเสียที”

ดาริกาค้อนเขินๆ บอกให้นอนเถอะ ดึกแล้ว เขาถามว่าไม่อยู่เป็นเพื่อนหน่อยหรือ ดูมันวังเวงเหมือนกันนะ เธอถามขำๆว่ากลัวเหมือนกันหรือ บอกให้นอนเสีย เก็บ ชายมุ้งให้แน่นด้วย เดี๋ยวลมพัดหลุดยุงจะเข้ามาหามเอา

แต่พอดาริกาไปแล้ว คุณจันทร์เหลือบมองฝาโลงเห็นสีเหลืองเหมือนจะเรืองขึ้นมา เขารีบดึงผ้าห่มคลุมโปง พลันหูก็แว่วเสียงกรูเกรียว เสียงเหมือนคนเดิน เสียงเหมือนคนหัวเราะ คุณจันทร์ทนไม่ไหวลุกวิ่งอ้าวไปหาดาริกาบอกว่าตนถูกผีหลอก ตาทศเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น ให้เขานิ่งฟัง แล้วกุสุมาก็อธิบายว่า

“เสียงลูกไม้มันหล่นบนหลังคาน่ะค่ะ ค้างคาวมันมากินชมพู่” ส่วนเสียงหัวเราะ ตาทศอธิบายว่า

“เสียงตุ๊กแกน่ะครับ มันร้องหาคู่” กุสุมาเพิ่มเติมว่าแล้วเวลามันฟาดหางกับฝาบ้าน รวมกับเสียงร้องมันเลย เหมือนเสียงคนหัวเราะ “ที่เรากลัวน่ะ เรากลัวความรู้สึกของเราเอง ก็เลยจินตนาการไปใหญ่โตอย่างที่คุณเป็นอยู่นี่แหละ” แล้วตาทศก็เรียกคุณจันทร์ให้ตามตนไปที่ฝาโลง ให้จุดธูปขอขมาเจ้ากรรมนายเวรเสีย จิตใจจะได้สงบขึ้น ทุกคนทำตาม

“ฝาโลงน่ะ มีเพื่อให้เข้าใจชีวิต ชีวิตมันก็เท่านี้ ตายไปก็เหลือแค่ฝาโลง เหมือนแค่เศษธุลี เตือนสติให้เราตระหนักรู้ว่าความตายอยู่ใกล้เราทุกขณะ เพราะฉะนั้น ดำเนินชีวิตอย่างไรไม่ให้ประมาท ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ตัวกูของกู ใช้ชีวิตให้มันพอเพียง รู้จักแบ่งปันไม่ละโมบไม่เบียดเบียน เท่านี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว”

“รู้สึกดีขึ้นไหมคะ” ดาริกาถามเมื่อเห็นเขาสงบและยิ้มออก เขาบอกว่าดีขึ้นเยอะเลยไม่กลัวผีอีกแล้ว แต่พอเธอบอกให้ไปนอนได้แล้ว เขากลับบอกว่านอนคนเดียวมันโล่งๆ รู้สึกไม่คุ้น กุสุมาเลยให้ดาริกามานอนเป็นเพื่อนก็แล้วกัน

แต่ไม่ใช่ดาริกามาคนเดียว ทั้งกุสุมา ตาทศมานอนเรียงกันเป็นตับ ซ้ำดาริกายังถูกตาทศกับกุสุมานอนกั้นไว้ด้วย

ooooooo

เพราะคุณจันทร์เรียกแขกเก่ง ดาริกาเลยชวนไปขายต้นสมุนไพรและไม้มงคลกันที่ตลาดน้ำ ขณะกำลังจะช่วยกันขนต้นไม้ขึ้นรถ ดำรงก็โผล่มาทักทายตาทศ กุสุมาและดาริกาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทั้งสามมองอย่างเสียความรู้สึก

ดำรงแสดงความเป็นพ่อ เป็นเจ้าข้าวเจ้าของดาริกาและตีสนิทกับคุณจันทร์ราวกับรู้จักกันมานาน ดำรงคุยโวอวดความร่ำรวยและบารมีของตำรวจเก่าจนดาริกาอาย

เมื่อดำรงกลับไปแล้ว ดาริกาบอกให้คุณจันทร์คิดใหม่ตัดสินใจใหม่ได้แล้วว่ายังอยากแต่งงานกับตนที่มีพ่อเป็นคนแบบนี้ไหม ถ้าแต่งกันเขาจะต้องถูกขูดรีดไปทั้งชีวิต ถ้าจะถอนตัวก็ยังทัน คุณจันทร์บอกว่าแค่นี้ตนจัดการได้ ทั้งยังพูดอย่างชื่นชมว่า

“ครอบครัวคุณเป็นครอบครัวที่น่ารักที่สุด อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา ดาริกาไม่รู้หรอกหรือว่าผมมีความสุขแค่ไหนที่ได้มาพักที่นี่ อยู่กับคุณ อยู่กับคุณแม่ คุณตา บ้านที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใยที่คนใน ครอบครัวมีให้กันแบบนี้ มันอบอุ่นที่สุดแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ ที่ไม่รังเกียจความเป็นฉัน”

“จำไว้นะดาริกา คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตผม” คุณจันทร์ดึงเธอไปกอดอย่างรักใคร่

ดาริกาเอาต้นสมุนไพรและไม้มงคลไปวางขายที่ร้านเฮียเขียว เมื่อเฮียเขียวมาเห็นไม้มงคล ดาริกาบอกว่าอยากได้ต้นไหนหยิบไปเลย ทำให้คุณจันทร์ได้เห็นถึงธรรมเนียมอันดีงามของคนค้าขายที่มีน้ำใจแลกเปลี่ยนของกันและเอื้ออารีต่อกัน ไม่ถือเงินตราเป็นพระเจ้า เขาบอกว่าจะจำไปใช้บ้าง

สายๆ อิงฟ้ากับวิวิทธิ์ก็พาเด็กๆมาถึง วิวิทธิ์ทักคุณจันทร์ว่าวันนี้เป็นพ่อค้าเต็มตัวเลย อิงฟ้าดูต้นไม้บอกวิวิทธิ์ว่า “น่าซื้อไปปลูกที่บ้านนะพ่อ” วิวิทธิ์ตอบเต็มปากเต็มคำว่า “ครับ คุณแม่อิงฟ้า” ทำเอาคุณจันทร์และดาริกามองหน้ากันอึ้งๆ

ooooooo

ที่ทางเข้าตลาด ปุ๊กับเป้าซ้อนมอเตอร์ไซค์สุดหล่อกับไอ้เนมาเพื่อติดตามอิงฟ้า ทั้งสองเห็นดาริกากับคุณจันทร์กำลังจัดต้นไม้อยู่ในร้าน

สุดหล่อถามทั้งสองว่ารู้จักหม่อมหลวงหน้าตี๋กับดาริกาด้วยหรือ ปุ๊กับเป้าคุยว่าตนรู้จักดี ไอ้เนถามว่าตามคนบ้านเด็กดีมาทำไมเผื่อตนจะช่วยได้ เพราะตนเป็นคนพื้นที่ ปุ๊กับเป้าสนใจเลยชวนกินกาแฟยกล้อแล้วงัดข้อเล่นกันหน่อย

อิงฟ้ากับวิวิทธิ์เห็นผู้มาเที่ยวพากันเดินผ่านร้านไปอย่างไม่สนใจ คุณจันทร์เสนอว่าเราต้องมีวิธีเรียกแขก แล้วก็จัดให้ข้าวตอก ดอกไม้และข้าวตูออกไปเต้นเรียกแขก เด็กๆเต้นผิดเต้นถูก คุณจันทร์ ดาริกา อิงฟ้าและวิวิทธิ์เลยโดดลงไปเต้นด้วยอย่างสนุกสนาน

ดารารายกับแพ็ทที่อำพรางใบหน้าเต็มที่เดินมาเห็น ดารารายหาว่าพวกดาริกาเอาเด็กมาขอทาน แพ็ททำเป็นทนดูคุณจันทร์ไม่ได้บ่นว่าพี่ชายเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ

นอกจากคุณจันทร์จะเต้นแล้วยังเชียร์แขกอย่างสนุกสนานจนมีคนมามุงดูต้นไม้กันเป็นกลุ่ม บางส่วนก็มายืนดูเด็กๆอย่างเอ็นดู

“คุณจันทร์ ได้ผลแฮะ เด็กๆเรียกคนเข้าร้านได้จริงๆ ไอเดียคุณนี่เจิดจริงๆ สุดยอด ขอบคุณค่ะ” เธอเข้าไปจุ๊บแก้มเขาทีหนึ่งแล้วแยกไปขายของ แพ็ทฟ้องว่า “จูบกันด้วยค่ะน้าดาว” ดารารายถ่ายรูปมือสั่นหน้าซีด

“อีดาว...แกมาขายของอยู่ตรงนี้นี่เอง ไอ้หม่อมหลวงจันทร์ วันนี้แกเสร็จข้าแน่ ฮ่ะๆๆ” เสียงดำรงดังจากข้างหลังดาราราย ทำเอาทั้งดารารายและแพ็ทตกใจ ยิ่งเมื่อเห็นดำรงเข้าไปพูดดุดันกับดาริกาและคุณจันทร์ ดารารายกลัวว่าดำรงจะฆ่าคุณจันทร์แต่ไม่รู้ว่าดำรงเป็นใคร

ooooooo

สุดหล่อกับไอ้เนถามปุ๊กับเป้าว่าต้องการเฉดเด็กสามคนนั้นออกจากบ้านเด็กดีใช่ไหม มันอาสาทำให้แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย

สุดหล่อเสนอหัวละแสนห้าสามหัวสี่แสนห้าลดให้เหลือห้าแสน ปุ๊ฟังแล้วงงบ่นว่ามันเพิ่มหรือลดกันแน่ แต่ที่แน่ๆคือมันเรียกแพงเกินไป

ดำรงแอบมาได้ยินตัวเลขก็ตาโต เข้าไปขอเอี่ยวด้วย สุดหล่อสงสัยเพราะดำรงคุยโวไว้ว่ารวยเป็นร้อยล้านอยู่แล้ว

“เฮ้อ นั่นน่ะมันแค่สร้างภาพว่ะ เงินเมียฉันทั้งนั้น ไม่มีเงินฉัน นังเมียใหม่มันบังคับให้ฉันทำงานที่โรงสีจ่ายเป็นรายวัน วันละสามร้อยไม่ทำก็ไม่จ่าย ฉันถึงต้องมาหาทุนแถวนี้ไง นี่...ถ้าแกให้ฉันรวมหุ้นด้วยฉันมีแหล่งทำเงินให้แกอีกแหล่งด้วยนะโว้ย”

สุดหล่อกับไอ้เนมองหน้ากันอย่างสนใจ

ดารารายติดตามถ่ายรูปคุณจันทร์ ดาริกา อิงฟ้า และวิวิทธิ์แล้วงง เพราะเท่าที่เห็นดาริกากับคุณจันทร์สนิทกันมาก และอิงฟ้ากับวิวิทธิ์ก็ยิ่งสนิทกัน พอถาม แพ็ทยืนยันว่าอิงฟ้ากับวิวิทธิ์รักกันมานานแล้ว

“โกหกกันทั้งหมดเลยเหรอ” ดารารายงงมาก แพ็ท บอกว่าเล่นละครกันเป็นทีมเป็นขั้นเป็นตอนจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเชียวแหละ “ไม่อยากเชื่อ ทำไมร้ายกาจกันขนาดนี้”

คุณจันทร์จะไปเข้าห้องน้ำ ดำรงตรงเข้าไปทัก ดารารายตกใจคิดว่าจะเข้าไปทำร้ายคุณจันทร์ แต่พอได้ยินทั้งสองทักทายกันจึงรู้ว่า ดำรงเป็นพ่อของดาริกา

ดำรงบอกคุณจันทร์ว่าห้องน้ำที่นี่ไม่ค่อยสะอาด ชวนไปเข้าที่ร้านโกฮับดีกว่า จะได้ดื่มกาแฟกันด้วย พอไปนั่งที่ร้านโกฮับ คุณจันทร์บอกว่า “มีอะไรก็ว่ามาเลยครับ”

“ผมไม่ใช่พ่อที่ดีเท่าไหร่เพราะไม่ได้เลี้ยงดาริกาเลย แต่คุณคงไม่รู้ความจริง” ดำรงเริ่มปั้นน้ำเป็นตัวใส่ไคล้กุสุมาว่า เธอโกรธเกลียดตนที่พาไปอดมื้อกินมื้อ ครวญว่าเงินเดือนจ่าตำรวจจะสักเท่าไหร่กัน ตนเป็นคนมือสะอาดเมียเลยทิ้ง อุ้มท้องหนีมาอยู่กับตาทศไม่ยอมให้พบลูก

“แต่เท่าที่ผมรู้ คุณพ่อไม่เคยมาหาดาริกาเลยนี่ครับ เงินทองไม่เคยส่งเสีย”

“ไม่จริงครับ ผมส่งเงินมาให้เกือบทุกเดือน แต่กุสุมาไม่เคยบอกความจริงลูก ทำให้ลูกเข้าใจผิด เกลียดผมมาจนโต” คุณจันทร์เริ่มเห็นเค้าถามว่าคุณพ่อต้องการอะไร ดำรงบอกว่าตนต้องการแค่ความมั่นใจว่าเขารักลูกตนจริง พอเขาถามว่าต้องพิสูจน์อย่างไร ก็เข้าทางดำรง เสนอทันทีว่า

“เรื่องแบบนี้มันต้องมีราคาของมันหน่อยนะครับ อย่าหาว่ามาขอนะครับ ให้ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่ผมส่งเสียไอ้ดาวมันจนโต” คุณจันทร์ถามว่าคุณพ่อต้องการเท่าไหร่ “ไม่มากไม่น้อย สามแสนก่อนก็แล้วกันครับ” แล้วหยิบมือถือให้ออนไลน์เข้าบัญชีตนเลย ย้ำด้วยว่า “ไม่เอาเช็ค”

พอคุณจันทร์รับปาก ดำรงยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนแยกไปยังย้ำให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ที่เด็ดกว่านั้นคือ ขอเงินสดติดกระเป๋าหน่อยเพราะเมียให้ติดตัวมาแค่ห้าสิบบาทเอง คุณจันทร์ตัดรำคาญหยิบแบงก์พันให้จำนวนหนึ่ง ดำรงยกมือไหว้ท่วมหัวรับเงินยิ้มร่าออกไป คุณจันทร์มองตามอย่างระอาใจ

ดารารายแอบดูอยู่บอกแพ็ทว่ามันปล้นเงินคุณจันทร์ทำท่าจะออกไปเอาเรื่อง พลันก็ชะงักเมื่อเห็นสุดหล่อ กับไอ้เนเดินอาดๆเข้าไปหาดำรงที่กำลังนับเงิน สุดหล่อถามว่า “ตกลงใช้ความเป็นพ่อตารีดเงินว่าที่ลูกเขยใช่ไหม”

“แหล่งขุมทรัพย์อย่างดีเลยโว้ย งวดแรกก็สามแสนแล้ว จะต้องมีงวดต่อไปเรื่อยๆและเพิ่มค่าขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถ้าแต่งกัน ข้าจะขอหุ้นห้างแกรนด์สักจิ๊ด...เปอร์เซ็นต์สองเปอร์เซ็นต์ เท่านี้ก็หลายล้านแล้วโว้ย”

ดำรงคุยโวจนสุดหล่อกับไอ้เนเคลิ้ม ขอเป็นสาวก ดำรงทำเป็นรู้ทันถามว่าแบบนี้อยากให้ตนเข้าร่วมทีมเรื่องเด็กสามคนนั้นไหม คุยว่าตนมีเซฟเฮาส์ไว้ต้อนรับเด็กพวกนั้นโดยเฉพาะด้วย

สุดหล่อกับไอ้เนอัญเชิญดำรงมาร่วมแก๊ง จับมือเป็นสัญญากันอย่างฮึกเหิม ดารารายทนดูไม่ได้เก็บของออกจากร้านไป แพ็ทรีบตาม ดารารายเกิดอาการซวนเซ พูดอย่างรับไม่ได้ว่า

“ไม่นึกเลย ลูกน้าจะเข้ามาอยู่ในวงจรไอ้พวกมหาโจร นี่มันคิดจะปล้นทัศนัยเลยเหรอ” พูดแล้วเรอเอิ๊กต้องรีบหายามาดม บอกแพ็ทให้พากลับเลย

กลับไปที่ห้องทำงาน แพ็ทชงชาบำรุงหัวใจให้ดื่ม ดูแลจนอาการดีขึ้น ดารารายให้เธอเล่าเรื่องที่บอกว่าสี่คนรวมหัวกันกุข่าวหลอกตนหลอกอรชรนั้น มันอะไรกัน?

แพ็ทเล่าว่า เรื่องคุณจันทร์เป็นหมันนั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ทั้งสี่คนคือ คุณจันทร์ ดาริกา อิงฟ้า และวิวิทธิ์วางแผนหลอกด้วยการเปลี่ยนขวดอสุจิ โดยเอาของคนชื่อเกริกเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของคุณจันทร์ที่เป็นเกย์มาแทนของคุณจันทร์ พอถูกดารารายซักรายละเอียด แพ็ทก็พูดออกตัวว่าตนไม่ทราบรายละเอียด ทราบแต่ว่ามีการเปลี่ยนขวดอสุจิกัน

“ถ้าเป็นความจริง น้าจะไม่ให้อภัยทุกคนเด็ดขาด” แพ็ทขออย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยตนเป็นห่วงคุณจันทร์ “ก็คุณจันทร์นี่แหละตัวดี น้าไม่นึกว่าคุณจันทร์จะโกหกน้าได้ถึงขนาดนี้” แพ็ทได้ทีใส่ไฟว่าทั้งหมดนี้ดาริกาเป็นคนวางแผน ดารารายถามว่าเธอรู้จากไหน แพ็ทบอกว่าน้องนางเป็นสายสืบให้ตน เพราะดาริกาเล่าทุกอย่างให้ทีมงานของวรางค์ฟัง แพ็ทบอกว่าดาริกานี่แหละที่ปลอมตัวเป็นพยาบาลในวันที่มีการเปลี่ยนขวดอสุจิกัน

ไม่เพียงเท่านั้น แพ็ทยังเป่าหูว่า ดาริกาต้องทำเสน่ห์ใส่คุณจันทร์แน่ ไม่อย่างนั้นคุณจันทร์ไม่หลงหัวปักหัวปําอย่างนี้หรอก ดารารายปาดน้ำตา พูดอย่างเจ็บใจทั้งที่ยังอ่อนแรงว่า

“น้าอยู่เฉยไม่ได้แล้ว น้าต้องจัดการกับยายคนนี้ขั้นเด็ดขาด”

แพ็ทแอบยิ้มพอใจที่ดารารายหูเบาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ooooooo

หลังจากช่วยกันขายอาหารจนหมดร้าน เมื่อไปขายต้นไม้สมุนไพรและไม้มงคลก็ขายดิบขายดี กลับถึงบ้านวันนี้ทุกคนจึงกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย

อาหารบ้านๆที่กุสุมาทำวันนี้คือน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ผักลวกราดกะทิ ผักสด แกงเผ็ดปลาน้ำจืด และแกงจืดเป็นอาหารที่คุณจันทร์ชอบมาก เติมข้าวถึงสองครั้ง หลังอาหาร พอรู้ว่าคืนนี้ที่วัดมีงานเวียนเทียน คุณจันทร์ชวนดาริกาไปด้วยกัน

หลังเวียนเทียนและกราบพระประธานกลับบ้านด้วยจิตใจผ่องแผ้ว รุ่งขึ้น คุณจันทร์ก็เตรียมเดินทางกลับ ดาริกาลงไปรอเขา รอนานผิดปกติจึงขึ้นไปดู เห็นคุณจันทร์กำลังคุยกับตาทศและกุสุมาท่าทางเป็นทางการ ดูเครียดๆ ดาริกาพอจะเดาได้ว่าเขาคุยอะไรกัน

กุสุมาเดินลงมาส่งน้ำตายังเต็มตา ดาริกาถามว่าคุณจันทร์คุยอะไร ทำไมแม่ร้องไห้ กุสุมาบอกว่าคุณจันทร์ขอเธอกับตนและคุณตา ดาริกาอุทาน “ขอหนู?!”

“ใช่...เขามาพูดทาบทามหนูไว้ก่อน แล้ววันหลังถึงจะให้ผู้ใหญ่มาเจรจาเป็นทางการอีกที” เธอถามว่าแม่ตกลงเหรอ? “ถึงต้องถามเรานี่ไง เราน่ะพร้อมจะเป็นเจ้าสาวของเขารึเปล่า” ดาริกาบอกว่ามีปัญหาเรื่องแม่เขาเท่านั้นแหละ “แม่พูดเรื่องนี้แล้วนะ คุณจันทร์บอกว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้เอง เขาจะทำให้แม่เขายอมรับในตัวเราให้ได้”

ดาริกาทำหน้าหนักใจบอกกุสุมาว่า แม่เขาทั้งอคติ ทั้งเผด็จการ ตนไม่แน่ใจว่าคุณจันทร์จะจัดการได้ ก็พอดีคุณจันทร์ลงมาบอกว่าตนเรียบร้อยแล้ว ดาริกาเร่งว่าสายแล้วไปกันเถอะ ขณะทั้งสองเดินไปที่รถด้วยกัน ตาทศก็เปรยๆว่า

“มันก็สมกันดีนะ”

“จ้ะ...แต่ไม่รู้ว่าดวงจะสมพงศ์กันหรือเปล่าน่ะซีพ่อ” กุสุมายังกังวล

ooooooo

กลับถึงคอนโด ดาริกาถามคุณจันทร์ว่าบอกได้หรือยังว่าไปอ้อนอะไรกับแม่กับตา เขาบอกว่าอ้อนขอลูกสาวเขา ดาริกาถามว่าแล้วแม่กับตายอมหรือ

“ทีแรกไม่ยอม แต่ผมใช้ลูกตื๊อ ลูกอ้อน ลูกไม้ สารพัดลูก ท่านเลยใจอ่อน ว่าแต่ตัวลูกสาวเถอะ ใจอ่อนรับเป็นเจ้าสาวให้ผมแล้วหรือยัง” เธอตอบทันทีว่ายัง ถามเขาว่าจะให้ตนเข้าไปเป็นสะใภ้ทัศนัยได้ยังไง ในเมื่อคุณแม่เขารังเกียจตนถึงขนาดนี้ คุณจันทร์พูดอย่างมั่นใจว่า ท่านจะยอมรับในตัวเธอเอง แต่ถ้าไม่ยอม ตน ก็จะพาเธอออกจากร่มเงาของท่าน ถามว่า “ผมเคยสัญญากับคุณลืมแล้วหรือ ผมจะปกป้องคุณเอง ไม่ให้ใครมาทำร้ายหรือรังแกคุณได้”

ดาริการ้องไห้บอกว่าตนไม่ได้เก่งไม่ได้สามารถไปทุกเรื่องหรอก บางเรื่องตนก็อ่อนแอต้องการที่พึ่งพิงเหมือนกัน เอ่ยอ้อนๆว่า “ดูแลฉัน ปกป้องฉันนะคะ คุณจันทร์”

“สัญญาครับ พระจันทร์จะดูแลดาราน้อยๆ ดวงนี้เอง” คุณจันทร์ดึงดาริกากอดไว้แนบอก เธอรู้สึก อบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดของเขา...

เมื่อคุณจันทร์คุยเรื่องดาริกากับคุณชายจันทร

เขาเล่าถึงความประทับใจจากการได้สัมผัสกับครอบครัวดาริกาว่า

“ผมได้คติในการใช้ชีวิตเยอะมากจากการไปบ้านคุณตาทศคราวนี้ ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง สำคัญสุดเรื่องชีวิตกับธรรมะครับ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าธรรมะมันอยู่กับเราตลอดเวลา เมื่อก่อนผมคิดว่ามันไกลตัวผมเหลือเกิน”

“แสดงว่าตาทศของดาริกานี่แกน่าจะเป็นแนว ‘ปราชญ์ชาวบ้าน’ นะ หลานสาวก็คงได้รับจากตาเต็มๆ ถึงได้เป็นคนพิเศษ ถูกตาต้องใจลูกขนาดนี้”

ระหว่างนั้น ดารารายเดินผ่านมาได้ยินเสียงพ่อลูกคุยกันจึงหยุดฟัง คุณจันทร์ยังเล่าให้ท่านชายฟังว่า

“งานนี้ผมได้พบพ่อของดาริกาด้วย ก็...มาแนวรีดไถเงินท่าเดียว ผมว่าถ้าเกินกว่าเหตุก็คงต้องจัดการกันหน่อยล่ะครับ เพราะถ้าไม่รีดจากผมก็คงไปรีดจากดาริกาแน่ๆ”

ดารารายนิ่งงัน ยิ่งมั่นใจว่าคุณชายรู้เห็นกับคุณจันทร์ทุกเรื่องและร่วมทีมโกหกปกปิดตนด้วย

“อ้อ...เรื่องสำคัญที่สุดครับ” คุณจันทร์พูดต่อ “ผมได้ทาบทามขอลูกสาวกับทางผู้ใหญ่เขาแล้ว” ถูกคุณชายกระเซ้าว่าไปค้างแค่สามวันสองคืนได้เรื่องขนาดนี้เลยหรือ ถามว่าแน่ใจแล้วหรือ? “ผมแค่เกริ่นๆน่ะครับ แล้วทางผู้ใหญ่จะมาสู่ขออีกที ต้องเป็นหน้าที่พ่อแล้วนะครับ พ่อต้องช่วยผมนะ”

“พ่อน่ะไม่มีปัญหา มีแต่แม่เขานั่นแหละ”

“พูดถึงฉันอยู่รึเปล่าคะ” ดารารายทนไม่ได้เข้าไปในห้องทันที ทำเอาพ่อลูกหน้าเจื่อน คุณชายบอกว่าเปล่า “มาตามน่ะค่ะ ไม่เห็นลงไปทานข้าวเช้าสักที เอ๊ะทานอะไรเนี่ย” ทำเสียงไม่พอใจเมื่อเห็นคุณจันทร์ทานแซนด์วิช

คุณจันทร์บอกว่าวันนี้รีบเลยทานบนห้องเกรงเดี๋ยวจะสาย เลยถูกแม่ถามอย่างขัดใจว่าทานแซนด์วิชทั้งๆที่อาหารเช้าเต็มโต๊ะน่ะหรือ

“เปลี่ยนบ้างก็ดีครับแม่” คุณจันทร์พูดแล้วลุกหยิบแจ็กเกตเดินกลับไปใส่ในห้องนอน ดารารายบ่นคุณชาย ว่าปล่อยให้ลูกไม่มีระเบียบอย่างนี้ได้ยังไง คุณชายเลยยกคำพูดของคุณจันทร์มาตอบว่า

“ลูกบอกทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงนี่ครับ”

ooooooo

ดารารายเดินตามเข้าไปในห้องคุณจันทร์ เห็นกำลังใส่สูทลวกๆอยู่หน้ากระจกก็บ่นอีกว่าทำไมไม่ให้ช้างใส่ให้ คุณจันทร์บอกว่าช้างงานเยอะอยู่แล้ว แค่นี้ตนทำเองได้

ดารารายมองอย่างสังเกตแล้วเลียบเคียงถามว่าไปค้างสามวันสองคืนที่รีสอร์ตเก่าของเราที่ระยองเห็นว่าพอจะปรับปรุงขยับขยายอะไรได้บ้างไหม คุณจันทร์นิ่งไปนิดหนึ่ง พอตั้งหลักได้ก็ปดไปตามน้ำว่า

“ยังไม่มีความเห็นครับแม่ รอให้ผมลงรายละเอียดมากกว่านี้ดีกว่านะครับ” ดารารายเร่งให้รีบหน่อยเพราะเตรียมจะมอบเป็นของขวัญวันแต่งงานของเขากับแพ็ท และวันนี้ก็ได้นัดแพ็ททานข้าวเที่ยงด้วยกัน เตรียมตัวให้ดีด้วย

“แม่ครับ ทำไมไม่บอกผมก่อน บอกตรงๆนะครับแม่ แพ็ทน่ะไม่ใช่ผู้หญิงที่ผมอยากคบด้วยเลย แม้แต่ เรื่องธุรกิจ” ดารารายหาว่าเขาเชื่อข่าวลือที่ว่าแพ็ทชอบแย่งสามีชาวบ้านหรือรสนิยมพิลึกพิลั่นนั่นหรือ? “มันมากกว่านั้นอีกครับ เอาเป็นว่า สำหรับผู้หญิงคนนี้ ผมปฏิเสธโดยสิ้นเชิง”

“แล้วหันไปหาของราคาถูกต่ำๆ อย่างแม่เลขา ตลาดสดงั้นเหรอ”

“ครับ ดาริกามีคุณค่ามากมายสำหรับผม และถ้าผมจะแต่งงาน ผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะแต่งด้วยคือดาริกาครับ...เลิกบังคับผมเสียทีครับแม่ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่อยู่ให้แม่บังคับผมอีกเลย” พูดแล้วคว้ากระเป๋าเอกสารออกจากห้องไป

ดารารายตามออกมาเรียกให้พูดกันให้รู้เรื่องก่อน คุณจันทร์เดินอ้าวไปไม่ฟังเสียง คุณชายเดินมาบอกว่าตนเตือนแล้วเรื่องแพ็ท ยังจะบังคับลูกอีกหรือ ถามว่าแล้วทำไมถึงมีอคติกับดาริกานัก ดารารายโต้ว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้ลูกเราเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย คุณชายถามว่าเช่นเรื่องอะไรบ้าง

“ก็เห็นอยู่นี่ไงคะ ทำตัวไม่อยู่ในกรอบ และที่เลวร้ายที่สุด โกหกปั้นน้ำเป็นตัว โกหกหน้าตาย อย่างเมื่อกี๊ฉันรู้นะคะว่าลูกไม่ได้ไปรีสอร์ตระยอง บางทีเรื่องการโกหกหน้าตายอาจจะไม่ใช่แค่คุณจันทร์ แต่อาจจะแพร่ไปยังคนรอบข้างเหมือนไวรัส ฉันเกลียดนัก พวกไม่ซื่อสัตย์ โดยเฉพาะกับคนที่เราไว้วางใจที่สุด!”

ดารารายด่ากราดกระทบคุณชายแล้วสะบัดออกไป คุณชายฟังแล้วนึกรู้ว่าดารารายต้องรู้อะไรมาแล้วแน่ๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:03 น.