ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เผอิญเหลือเกิน ที่พงศ์จันทรชวนเพื่อนๆมาฉลองปาร์ตี้สละโสด เพื่อนๆตกใจคิดว่าจะแต่งงาน แต่ที่จริงเป็นการเลิกเจ้าชู้หันมาจีบคนคนเดียวที่เขา คิดว่ารัก...เพื่อนๆลากคุณหญิงนิ่มมาฉลองวันเกิดที่ผับเดียวกัน คุณหญิงไม่ค่อยชอบสถานที่แบบนี้ จึงหลบควันบุหรี่ออกไปข้างนอก

มีผู้ชายคนหนึ่งที่เหล่คุณหญิงนิ่มตั้งแต่ข้างใน ตามออกมาลวนลาม จะดึงเธอให้ไปด้วยกัน คุณหญิงตกใจขัดขืน พอดีพงศ์จันทรผ่านมา จึงทำทีเข้าโอบ ไหล่เธอ

“มาอยู่นี่เอง เขาตามหาตั้งนาน...คุณมีอะไรกับแฟนผมรึเปล่า” พงศ์จันทรถามชายคนนั้น

“พี่พงศ์! ผมโจ้ไงครับ พี่จำได้ไหม รุ่นน้องพี่ที่มหาลัย”

พงศ์จันทรเออออจำได้ เขารีบขอโทษไม่รู้ว่าเป็นเด็กพี่ คุณหญิงนิ่มฉุนจะปฏิเสธ พงศ์จันทรกระชับกอดแน่นขึ้นเอ่ย “เด็กพี่เอง เพิ่งได้มา ยังพยศอยู่นิดๆ”

โจ้ลาแล้วแยกจากไป คุณหญิงนิ่มโกรธ หยิกท้องพงศ์จันทรให้ปล่อย เขาร้องลั่นโวยถ้าไม่พูดแบบนั้นมีหวังเธอโดนสอยไปแล้ว และถือโอกาสทวงบุญคุณที่ช่วยเธอถึงสองครั้งสองครา คุณหญิงนิ่มทำหน้าหมั่นไส้ พลันเธอจามออกมาหลายที น้ำหูน้ำตาไหลเพราะแพ้ควันบุหรี่ในผับ ชายหนุ่มจึงดึงเธอกลับและอาสาไปส่ง คุณหญิงเหล่มองไม่ค่อยไว้ใจ เขาจึงแกล้งเปิดเพลงในรถแนว เกี้ยวพาราสี แล้วปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกให้เห็นแผงอก คุณหญิงตกใจล้วงสเปรย์พริกไทยมาฉีดใส่หน้า พงศ์จันทร ร้องจ๊าก...มองทางไม่เห็น หวิดชนกับรถที่สวนมา

สุดท้ายต้องจอดข้างร้านมินิมาร์ท ซื้อผ้าเย็นมาซับหน้าซับตาเขาให้คลายอาการปวดแสบปวดร้อน ใบหน้าสองคนใกล้กันจนคุณหญิงนิ่มสัมผัสลมหายใจเขา จึงผละออกให้เขาทำเอง...

ด้านประกายดาว นั่งรอจันทรภานุจนหลับอยู่ที่ล็อบบี้ เธอฝันไปว่าคุณชายกลับมาปลุกเธอให้ตื่นแล้ว ถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เธอตอบเขาว่ามาเที่ยวและพักที่นี่ อยากได้ไกด์พาเที่ยว คุณชายตอบยิ้มๆว่า คนที่อยู่หน้านี่แหละที่จะเป็นไกด์ให้ เธอยิ้มดีใจ...แต่แล้วรู้สึกเหมือนมีคนเขย่าตัวเรียกให้ตื่น ประกายดาวลืมตาขึ้นมางงๆ พนักงาน สองคนช่วยกันปลุกบอกเธอว่า ตอนนี้ตีสามแล้ว ให้ขึ้นไปนอนบนห้อง เธอตกใจอายมากรีบจ้ำพรวดๆ ไปด้วยความแปลกใจ ทำไมจันทรภานุถึงไม่เห็นว่าตน รออยู่ที่นั่น

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวเดินชมวิว เห็นจันทรภานุกำลังคุยงานกับผู้จัดการโรงแรม อยากจะเข้าไปทักก็เกรงจะกลายเป็นการจงใจเกินไป จึงแกล้งทำเป็นเดินผ่านไปมา เขาก็ไม่เห็นเสียที จึงหยิบแมกกาซีนมาทิ้งลงพื้นให้เกิดเสียงดัง แล้วเก็บขึ้นมาเปิดอ่าน คนแถวนั้นสะดุ้งหันมองรวมทั้งจันทรภานุด้วย  เขาเดินเข้ามาทัก  เธอทำทีตกใจ

“คุณชายจันทร์!” บังเอิญจังเลยค่ะ คุณชายจันทร์มาทำอะไรที่นี่คะ

“ผมเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ แล้วคุณดาวล่ะครับมาทำอะไร”

“ฉันมาเที่ยวแล้วก็พักอยู่ที่นี่ ฉันมาคนเดียวและตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี”

สีหน้าประกายดาวมีความหวังจะเหมือนในฝัน แต่แล้วจันทรภานุกลับมีท่าทีเหินห่าง บอกว่ามีไกด์บุ๊กนำเที่ยวอยู่ที่เคาน์เตอร์ แล้วขอตัวไปทำงานต่อ หญิงสาวงงมากเขาเป็นอะไร เธอจึงเฟซไทม์หาจิตสุภางค์เล่าเรื่องให้ฟัง ได้คำแนะนำมาว่า อาจจะรุกเขาเร็วไปจนตั้งตัวไม่ทัน

พอดีอภิเชษฐ์ขึ้นมางานราชการที่เชียงใหม่ จึงนัดกับจันทรภานุที่ร้านกาแฟ จันทรภานุอึดอัดใจ สารภาพว่าซองยาที่ให้เขาไปคราวก่อน ความจริงตนเจอในเสื้อที่ประกายดาวใส่เดินแบบ แต่อภิเชษฐ์ไม่คิดว่าประกายดาวจะเกี่ยวข้องกับยานั่น เพราะคนที่ตรวจเจอฉี่ม่วงคืออรอุมา

“มองคนอย่ามองแต่ผิวเผิน บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ ต่อหน้าแสนดี ลับหลังกลับร้ายสุดๆ ฉันเจอคนประเภทนี้มาเยอะ จะตัดสินคนคนหนึ่ง เราต้องรู้จักเขาให้ดีซะก่อน ถึงจะบอกได้ว่าเขาดีหรือว่าเลว”...จันทรภานุคิดตามคำพูดของอภิเชษฐ์

ooooooo

ประกายดาวออกมาเดินชมวิวถ่ายภาพ พบกลุ่มหนุ่มสาวที่นั่งวาดรูปนักท่องเที่ยว ก็เกิดความสนใจ เข้าไปชื่นชมสอบถามราคา และให้วาดภาพตนบ้าง พลเป็นคนลงมือวาด  เขาแนะนำให้รู้จักเพื่อน  คือเจ้านายและพิมพ์ไทย ไม่ทันไร ต้นอ้อถือนํ้าเข้ามาสมทบ

“ผมชื่อพลเป็นรุ่นน้องของเจ้านายกับพิมพ์ไทย ผมกับเจ้านายเป็นคนที่นี่ ส่วนพิมพ์เป็นคนกรุงเทพฯ... ส่วนนี่ต้นอ้อครับ มาจากอีสาน

ประกายดาวแนะนำตัวและทักทายทุกคน พอดีพงศ์จันทรโทร.มาถามว่าเธออยู่ไหนเขาจะมาหา เธอตอบ กว้างๆ ไม่อยากให้เขาตามมา ว่ามาทำธุระต่างจังหวัดแล้วตัดบทวางสาย...คนรับใช้ซึ่งล้างรถให้พงศ์จันทรอยู่พบกระเป๋าสตางค์หล่นในรถจึงเอามาให้ พงศ์จันทรนึก ออกว่าคงเป็นของคุณหญิงนิ่มทำหล่นไว้คืนที่รถเกือบชน จึงเอามาคืนให้ที่ร้าน

คุณหญิงนิ่มกำลังหาอยู่พอดี พอรู้ว่าอยู่ที่พงศ์จันทรก็ถามว่ารื้อค้นอะไรบ้างหรือเปล่า ชายหนุ่มเคือง ไม่ขอบใจยังจะมาดูถูกกันอีก จึงแกล้งดึงแขนเธอเข้ามากอดให้ขอบใจ

“ถ้าไม่พูด ผมจะกอดให้แน่นกว่านี้”

คุณหญิงนิ่มทำใจกล้าไม่กลัว พงศ์จันทรจึงขู่จะทำมากกว่ากอด เผอิญมีลูกค้าสองสาวเข้ามาในร้าน

ร้องว้าย! พงศ์จันทรตกใจปล่อยคุณหญิงนิ่ม หนึ่งในสองสาวเกิดเป็นกิ๊กของเขา พอเห็นเช่นนั้น ก็ปรี่เข้าตบคุณหญิงนิ่ม

“เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม ถึงทำให้คุณขอเลิกกับฉัน”

คุณหญิงนิ่มโกรธตบกลับทันที พงศ์จันทรรีบลากกิ๊กเก่าตนออกไปจากร้าน  แล้วบอกเธอว่ารู้หรือไม่ว่าได้ตบหม่อมราชวงศ์หญิงนิมมานนรดี  น้องสาวคุณชายจันทร์เข้าเสียแล้ว  ระวังจะติดคุกหัวโต  กิ๊กกับเพื่อนหวาดหวั่นรีบพากันกลับไป...พงศ์จันทรกลับเข้ามาในร้าน คุณหญิงนิ่มโวยทันที  อยู่ใกล้เขาทีไรซวยทุกที  พงศ์จันทรไม่พูดพร่ำทำเพลง ขู่จะอุ้มถ้าเธอไม่ไปหาหมอ

รับยาจากโรงพยาบาลแล้ว พงศ์จันทรเดินมาตามทางกับคุณหญิงนิ่ม เขาเอ่ยถามรู้ไหมว่าประกายดาวไปไหน คุณหญิงนิ่มเคืองที่มาทำดีเพราะเหตุนี้เอง จึงตอบว่าไม่รู้ ถึงรู้ก็ไม่บอก...

หลังจากวาดภาพเสร็จ ประกายดาวถือเดินดูเข้ามาในโรงแรม เห็นนมพรนั่งอยู่คนเดียวก็นึกถึงคำพูดของมิลินทร์ที่ว่า คุณชายรักนมพรมากจนหม่อมแม่อดน้อยใจไม่ได้  ถ้าอยากเอาชนะใจคุณชายต้องชนะใจนมพรด้วย... ประกายดาวจึงเข้าไปทักสวัสดีนมพรและนั่งคุยด้วย  จันทรภานุเดินมาเห็น คราวนี้เขากลับยิ้มแย้มกับเธอดี นมพรบอกว่าชวนประกายดาวทานข้าวด้วย

“ครับ...เอาอาหารมาเสิร์ฟได้เลย คุณดาวอยากทานอะไรเพิ่มสั่งได้นะครับ”

ประกายดาวลอบมองจันทรภานุยิ้มๆ เสร็จจากทานอาหาร นมพรให้ทั้งสองไปเดินเล่นกัน ตนจะขึ้นไปพัก เขาจึงหันมาชวนประกายดาว

“ดีเหมือนกันค่ะ จะได้ย่อยอาหารด้วย เมื่อกี้ทานข้าวไปตั้งสองจาน”

ระหว่างเดินไปด้วยกัน ประกายดาวเอ่ยมีเรื่องสงสัยอยากถาม จันทรภานุหยุดหันมามอง เธอถามทำไมเมื่อเช้าเขาถึงทำหมางเมินเหมือนคนไม่รู้จักกัน

“ถ้าผมบอก อย่าโกรธผมนะ” ประกายดาวพยักหน้า จันทรภานุจึงเล่าเรื่องยาที่พบ

“ฉันเนี่ยนะเล่นยา!” ประกายดาวหัวเราะจนคุณชายแปลกใจ “คุณชายจันทร์ใช้อะไรคิดเนี่ย อุ่ย...ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่ายานั้นอยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวที่ฉันใส่เดิน แฟชั่นได้ไง และฉันก็ไม่ใช่พวกศิลปินอาร์ตติสที่ใช้ยาเป็นตัวสร้างอารมณ์ในการทำงาน...คุณชายจันทร์จะให้ฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้” ประกายดาวเงยหน้ามองฟ้าพนมมือ “ท้องฟ้านี้เป็นพยาน ถ้าข้าพเจ้าโกหก ขอให้ข้าพเจ้าถูกฟ้าผ่า จมน้ำ ถูกรถชน โดนหมากัด เพื่อนเลิกคบ ไม่มีใครรัก...”

“พอได้แล้ว ผมเชื่อคุณ...”

“เชื่อเถอะค่ะ เพราะฉันไม่ชอบโกหก” ประกายดาวยิ้มแฉ่ง

“ก็ดี...เพราะว่าผมเกลียดคนโกหก อย่าให้ผมรู้นะว่า คุณมีอะไรที่ปิดบังผมอยู่อีก”

ประกายดาวกลืนน้ำลายเอื๊อก ทำนิ้วไขว้ไว้ด้านหลังก่อนจะยืนยันว่าไม่ว่าไม่มีแน่นอน...จันทรภานุสบายใจขึ้น บอกเธอว่าจะเป็นไกด์พาเที่ยวเอง หญิงสาวดีใจเกือบเก็บอาการไม่อยู่

ooooooo

เช้าวันใหม่ นมพรคุยเฟซไทม์กับคุณหญิงนิ่มว่าประกายดาวอยู่ที่เชียงใหม่ด้วย ท่าทางคุณชายจันทร์มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีรอยยิ้มที่อธิบายไม่ถูก ไม่เพียงเท่านั้น แววตายังยิ้มไปด้วย ตนว่าคุณชายจันทร์ต้องรู้สึกพิเศษกับประกายดาว คุณหญิงนิ่มชอบใจ

พงศ์จันทรพยายามโทร.กลับไปหาประกายดาวแต่เธอปิดเครื่อง เขาจึงคิดมาถามคุณหญิงนิ่มอีกครั้ง บังเอิญได้ยินเธอเปรยคนเดียวว่า

“ถ้านายปลาไหลรู้ว่าพี่ดาวอยู่กับพี่ชายจันทร์ล่ะก็ ได้กระอักเลือดตายแน่”

“คุณรู้จริงๆว่าคุณดาวอยู่ที่ไหน” พงศ์จันทรโพล่งขึ้นมาข้างหลังเธอ

คุณหญิงนิ่มสะดุ้งหันไปทำหน้านิ่ง ก่อนจะกลบเกลื่อน ไม่รู้เรื่อง พงศ์จันทรไม่เชื่อ เดินเข้ามาหาเธอจนเธอถอยชิดกำแพง เขาใช้แขนทั้งสองข้างเท้ากำแพงให้เธอหนีไปไหนไม่ได้

“คุณคิดจะกีดกันผมกับคุณดาวไปถึงไหน ทั้งๆที่คุณดาวไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ชายคุณ หรือว่า...คุณแอบชอบผม ก็เลยไม่อยากให้ผมลงเอยกับคุณดาว”

“คิดออกมาได้ไง...ทั้งบ้าทั้งทุเรศ ฉันเนี่ยนะจะชอบคนอย่างนาย ไม่มีวันและไม่มีทาง ออกไปจากร้านฉันได้แล้ว”

“ผมจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะบอกว่าคุณดาวไปไหน”

คุณหญิงนิ่มไม่ยอมบอก พงศ์จันทรแกล้งยื่นหน้าเข้าใกล้ คุณหญิงล้วงเครื่องช็อตไฟฟ้ามาได้เอาขึ้นมาขู่ ชายหนุ่มผงะถอยออกแหยงๆ บอกจะหาทางรู้ให้ได้ว่าประกายดาวอยู่ไหน
ในขณะที่ จันทรภานุพาประกายดาวมาดอยสุเทพ หญิงสาวไม่ยอมนั่งกระเช้าไฟฟ้า เธอจะเดินแม้จะสูงถึง 306 ขั้น คุณชายจันทร์กลัวน้อยหน้าจึงท้าว่าใครถึงทีหลังต้องเป็นทาสหนึ่งวัน
ประกายดาวเดินถึงก่อน เห็นจันทรภานุ ตามห่างๆ “เป็นไงคะคุณชาย ลิ้นห้อยเลยนะคะ”

“ผมต่อให้คุณหรอกนะ” จันทรภานุหอบแห่กๆ

แทบจะคลาน

ประกายดาวเห็นเหงื่อโทรมที่หน้าเขา จึงเอาผ้าเช็ดหน้าให้อย่างลืมตัว พอนึกได้ก็รีบขอโทษ คุณชายยิ้มๆแล้วชวนเข้าไปไหว้พระข้างใน...พอได้ไหว้พระแล้ว ประกายดาวรู้สึกสบายใจขึ้นมาก เดินมาเห็นต้นดอกปีบก็ยกกล้องขึ้นเก็บภาพไว้ คุณชายจันทร์อธิบาย

“คนเหนือเรียกกาซะลอง หรือกาดซะลอง”

“สวยนะคะ ฉันชอบ ฉันเคยไปอยุธยาที่บางปะอิน ก็มีดอกปีบเยอะมาก”

“ที่โรงแรมผมก็มี ผมให้คนเอามาลงหลายต้น ปีบเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดๆ แล้วก็ไม่ต้องดูแลมาก แต่ออกดอกมาทั้งสวยทั้งหอม...ถ้าผู้หญิงทุกคนเป็นอย่างกาซะลองก็ดีนะครับ”

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ ผู้หญิงทุกคนชอบการดูแลเอาใจใส่จากผู้ชาย ยิ่งดูแลเอาใจใส่มาก ผู้หญิงก็ยิ่งอยากสวย เพื่อให้ผู้ชายที่เขารักภูมิใจเวลาที่ต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน”

“แล้วคุณล่ะครับคุณดาว คุณเป็นผู้หญิงประเภทนั้นรึเปล่า”

“ฉันเป็นคนประหลาดค่ะ ไม่ชอบการดูแลเอาใจใส่”

“งั้นคุณก็เป็นกาซะลอง เป็นในแบบที่ผมต้องการ” จันทรภานุเอาดอกปีบมาดม สบตาเธอแล้วยื่นให้ เล่นเอาประกายดาวทำหน้าไม่ถูก เกือบใจละลาย รับดอกปีบเอาไว้

จันทรภานุเดินไป ประกายดาวต้องเดือนสติตัวเองอย่าหวั่นไหว ไม่อย่างนั้นจะเป็นหนึ่งในสาวที่ถูกเดตเดียวดับอีกคนของเขา เตือนตัวเองให้คิดถึงลูกเข้าไว้...พอเดินตามจันทรภานุมาถึงที่จอดรถ ประกายดาวเอ่ยถามว่ายังไม่ลืมข้อตกลงของเราใช่ไหม

“นึกว่าคุณลืมไปแล้ว”

“ฉันเป็นคนความจำดีมากค่ะ ไม่มีทางลืมง่ายๆ”

“อยากให้ผมทำอะไร บัญชามาได้เลยครับ”

“วันนี้ฉันขอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากผู้ชายแล้วกันนะคะ”

จันทรภานุจึงเปิดประตูรถให้เธอขึ้นนั่ง ระหว่างขับรถมาตามทาง เขาลอบมองเธอยิ้มๆจนเธอถามว่ายิ้มอะไร พลันอภิเชษฐ์โทร.เข้ามา คุณชายจันทร์รับสายบอกว่าตนพาประกายดาวมาเที่ยวดอยสุเทพ แล้วหันไปถามประกายดาวว่า เพื่อนตนขอมาทานข้าวด้วยได้ไหม

“ได้สิคะ เรียกเพื่อนคุณมาเลย”

“ตกลง เดี๋ยวเจอกันที่ร้านประจำของเรา” จันทรภานุวางสาย ขับรถมุ่งหน้าไปที่นัดหมาย

ooooooo

เมื่อไม่ได้คำตอบจากคุณหญิงนิ่ม พงศ์จันทรจึงมารีดถามจากอ้อยสาวใช้ที่วัง จนรู้ว่าคุณชายจันทร์ไปเชียงใหม่

พออภิเชษฐ์ได้พบประกายดาวก็หลงเสน่ห์ แนะนำตัวเองยกใหญ่จนจันทรภานุหมั่นไส้ อภิเชษฐ์ยอมรับว่าประกายดาวน่ารักตรงสเป็กตัวเอง คุณชายจันทร์หน้าเจื่อน สองหนุ่มแย่งกันตักอาหารให้ประกายดาว...หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งสามคนเดินคุยกันออกมา ประกายดาวชวน

“ฉันกับคุณชายจันทร์จะไปเที่ยวที่ปางช้าง คุณอภิเชษฐ์ไปด้วยกันไหมคะ”

อภิเชษฐ์รับปากทันทีบอกว่าวันนี้ว่าง...พอเข้ามาในปางช้าง ประกายดาวดูมีความสุขกับการถ่ายรูปช้าง อภิเชษฐ์หยั่งเชิงถามเพื่อนว่าตนจะจีบเธอดีไหม คุณชายจันทร์เสียงขุ่นถามทำไม

อภิเชษฐ์แหย่ “เอ้า...ฉันก็ต้องถามแกก่อน เพราะถ้าเกิดแกชอบคุณดาว ฉันจะได้ไม่ยุ่ง”

“ฉัน...ฉันไม่ได้ชอบ”

“ทำไมตอบไม่เต็มเสียงวะ”

พอดีประกายดาวร้องเรียกให้ทั้งสองมาถ่ายรูปด้วยกัน สีหน้าจันทรภานุเซ็งๆไม่อยากยิ้ม ประกายดาวนั่งบนอัฒจันทร์ดูการแสดงช้างอย่างตื่นเต้น พอพิธีกรประกาศเชิญใครก็ได้มาเตะบอลกับช้าง เธอรีบฝากกระเป๋ากับกล้องคุณชายจันทร์ บอกเขาให้ถ่ายรูปตนด้วยแล้ววิ่งลงไป สองหนุ่มอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเธอจะกล้า ท่าทางของประกายดาวทำให้คุณชายจันทร์อดยิ้มไม่ได้

อภิเชษฐ์เห็นกระเถิบเข้ามาถาม “ติดใจล่ะสิไอ้หม่อม”

จันทรภานุเผลอพยักหน้ายิ้มๆพอนึกได้ก็ชะงักถามตะกุกตะกัก หมายความถึงอะไร อภิเชษฐ์ยิ้มๆบุ้ยใบ้ว่าหมายถึงการแสดงช้าง...พอทั้งสามจะขึ้นขี่ช้าง อภิเชษฐ์จึงให้จันทรภานุนั่งกับประกายดาว ส่วนตนไปนั่งกับฝรั่งอีกเชือก ประกายดาวถ่ายภาพตลอดทาง ตัวเธอโยกไปมาตามแรงเหวี่ยง คุณชายจันทร์จึงโอบประคองตัวเธอไว้ เธอหันมองยิ้มๆแอบพ่นลมเพราะรู้สึกใจสั่น

ตกบ่าย อภิเชษฐ์ขอแยกตัวไปทำงาน จันทรภานุถามประกายดาวอยากไปเที่ยวไหนอีก เธอรู้สึกเหนื่อยจึงขอกลับไปพัก คุณชายเอ่ยปาก “วันนี้ดินเนอร์กับผมนะครับ”

ประกายดาวตื่นเต้นอย่างมาก กลับมาถึงห้องพักรีบโทร.เล่าให้จิตสุภางค์ฟัง แต่กลับได้รับคำเตือน “ฉันรู้ว่าแกเขิน แต่อย่าเพิ่งเขินแล้วก็อย่าเพิ่งดีใจ แกลืมเรื่อง เดตเดียวดับ ของคุณชายจันทร์ที่ไอ้ลินทร์เคยบอกไปแล้วเหรอ”

ประกายดาวนึกได้ อย่างที่มิลินทร์ว่า คุณชายจันทร์คงคิดว่าเสียใจในวันแรกที่เจอกัน ยังดีกว่าคบกันไปหลายปีแล้วถูกบอกเลิก อย่างหลังจะเสียใจกว่า...จิตสุภางค์ย้ำ ถ้าไม่อยากเป็นเดตเดียวดับ ก็ห้ามไปตามคำเชิญของคุณชายจันทร์เด็ดขาด ประกายดาวร้อนใจจะทำอย่างไรดี

ooooooo

เย็นวันนั้น จันทรภานุแต่งตัวหล่อเหลาจนนมพร อดแซวไม่ได้ ว่าตั้งแต่เลี้ยงเขามาไม่เคยเห็นหน้าตามีความสุขอย่างวันนี้มาก่อน คุณชายจันทร์ทำท่าเขิน นมพรยินดีด้วยที่เขาเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง การที่ได้เจอคนที่ถูกใจไม่ได้หากันง่ายๆ เป็นเพราะพลังบุญที่เคยร่วมสร้างกันมา

ไม่ทันไร พนักงานมารายงานว่า ประกายดาวป่วยขอเลื่อนนัดไปก่อน จันทรภานุเป็นห่วงรีบไปเคาะห้อง ประกายดาวกำลังนั่งสบายใจที่หาทางเอาตัวรอดได้แล้ว กลับต้องสะดุ้ง

“ผมรู้มาว่าคุณไม่สบาย คุณเป็นอะไรมากรึเปล่า ถ้าคุณไม่เปิดประตู ผมต้องขออนุญาตใช้คีย์การ์ดไขเข้าไปนะครับ”

ประกายดาวตกใจ คิดๆ แล้วตัดสินใจ ยีหัวตัวเอง ทำเสียงแหบไอแค่กๆ มาเปิดประตูให้ คุณชายจันทร์เห็นสภาพเธอยิ่งเป็นห่วง จะพาไปหาหมอ ประกาย–ดาวปฏิเสธขอนอนพักก็พอ เขาบอกว่าได้สั่งข้าวต้มไว้ให้แล้ว และขอจับหน้าผากเธออย่างนุ่มนวล

“ตัวคุณร้อนนะเนี่ย ร้อนจนหน้าแดงเลย”

ประกายดาวคิดในใจ “จะไม่ให้แดงได้ไง เล่นอยู่ใกล้ฉันขนาดนี้...” ก่อนจะถามเขาว่าตนหน้าแดงมากเลยหรือ

“ครับ ผมว่าคุณไปนอนดีกว่า พออาหารมาผมจะเรียก” เขาประคองเธอไปนอนที่เตียงแล้วห่มผ้าให้ หญิงสาวมองด้วยความประทับใจ จู่ๆเขาก็บอกว่า “เช็ดตัวซักหน่อยดีกว่านะครับ ไข้จะได้ลงเร็วขึ้น” ว่าแล้วเขาก็ไปจัดแจง

ประกายดาวหน้าเหวอ ไปกันใหญ่แล้ว เธอขอ ทำเองเขาเอ็ด “ทำอวดเก่งอีกแล้ว เลิกดื้อซักทีเถอะคุณนี่นิสัยเหมือน...”

จันทรภานุชะงัก เช็ดแขนให้ประกายดาวไปนึกถึงความหลัง ที่เคยเช็ดตัวให้แพทตอนเธอเป็นไข้ เธอบอกเขาว่า โชคดีที่มีแฟนน่ารักอย่างนี้ เขายังกระเซ้าแล้วรัก หรือเปล่า เธอตอบว่ารักรักมากที่สุด เขาอมยิ้ม...แต่แล้วเธอก็ทิ้งเขาไป

“คุณชายคะ คุณชายยังพูดไม่จบเลยว่าให้ฉันเลิกดื้อเหมือนใคร” ประกายดาวแทรกขึ้น

จันทรภานุนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบว่า เหมือนคุณหญิงนิ่ม ประกายดาวถามอีกว่าเขาเรียนรู้การดูแลคนป่วยมาจากที่ไหน เขาจึงตอบว่าตอนอยู่ต่างประเทศ ดูแลเพื่อนบ่อยๆ

“เพื่อนหรือแฟนคะ...เอ่อ ขอโทษค่ะ ฉันคงยุ่งมากเกินไป” ประกายดาวเห็นเขานิ่งๆ

พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น จันทรภานุบอกว่าคงเป็นอาหารที่สั่งแล้วลุกไปรับ ประกายดาวรู้สึกผิดที่ต้องโกหก...คุณชายจันทร์ยกชามข้าวต้มมาวาง หญิงสาวถามเขาไม่ทานด้วยกันหรือ เขาตอบว่ายังไม่หิว ให้เธอรีบทานจะได้ทานยา เธอจึงตักเข้าปากแล้วร้องโอ๊ย...เพราะร้อน คุณชายจันทร์ขำ

“คุณชายขำอะไร ปากฉันจะพองไหมเนี่ย อูย...”

จันทรภานุเผลอเอามือจับหน้าเธอมองที่ริมฝีปาก แล้วบอกว่าไม่พองแค่แดงๆ ประกายดาวอึ้งมองหน้าเขาที่ชิดใกล้อย่างใจสั่น คุณชายรู้ตัวรีบปล่อยมือแล้วหันไปหาน้ำมาให้แก้เก้อ...เขากลับมาพร้อมยาลดไข้ เธอบ่ายเบี่ยงไม่กินยาแต่เขาขู่ถ้าไม่กินจะพาไปหาหมอ เธอต้องฝืนกิน

“ทีนี้ก็นอนได้แล้วนะครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าคุณจะหลับ”

“ไม่ต้องค่ะ...ฉันเกรงใจ”

“แต่ผมเต็มใจ” จันทรภานุสวนทันควัน ทำเอาประกายดาวพูดไม่ออก ถอนใจเฮือกใหญ่

เวลาผ่านไปกลางดึก ประกายดาวแอบหรี่ตามองเห็นจันทรภานุยังนั่งอ่านหนังสือเฝ้าอยู่ ไม่ทันไร เขาลุก ขึ้นมา เธอรีบหลับตาลง เขาเข้ามาจับหน้าผากเธอ แล้วบ่นทำไมเหงื่อผุดเต็มหน้าแบบนี้ เขาดึงทิชชูมาซับ หน้าให้ ประกายดาวอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอดไป

ooooooo

บ้านเช่าในเมืองเชียงใหม่ พล ต้นอ้อ เจ้านายและพิมพ์ไทยพักอยู่ด้วยกัน คืนนั้น พลรับโทรศัพท์จากพ่อแล้วบอกว่าจะไปหาเดี๋ยวนี้ เขาสั่งเพื่อนๆเฝ้าบ้านดีๆ ตนต้องไปทำงานให้พ่อ

ต้นอ้อแปลกใจถามพิมพ์ไทยว่าพ่อของพลเป็นใคร พิมพ์ไทยส่ายหน้า “ไม่รู้สิ พิมพ์กับเจ้านายไม่เคยเห็นหน้า แต่พี่พลเคยเล่าให้ฟังว่าเขารวยมากทำธุรกิจ หลายอย่าง แถมยังเป็นคนที่มีอิทธิพลสุดๆ”

“แล้วใช่พ่อแท้ๆของพลไหม”

“ไม่ใช่ เขาเลี้ยงพี่พลมาตั้งแต่เด็ก เขาให้พี่พลทำอะไร พี่พลก็ต้องทำทุกอย่างโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”

ต้นอ้อลองถามแล้วถ้าไม่ทำ พิมพ์ไทยตอบว่า พลเคยขัดใจพ่อครั้งหนึ่ง โดนอัดปางตายน่าสงสารมาก...ต้นอ้อครุ่นคิด แล้วโทรศัพท์รายงานอภิเชษฐ์

“เท่าที่ฟังพิมพ์เล่า คนที่พลเรียกว่าพ่อน่าจะเป็นนายใหญ่ของขบวนการค้ายาบ้า”

อภิเชษฐ์ให้เธอสืบมาให้ได้และย้ำอย่าทำกระต่ายตื่นตูมเสียก่อน ต้นอ้อรู้สึกน้อยใจที่เขาไม่เป็นห่วงตนบ้างเลย กลับห่วงแต่จะเสียงาน

ooooooo

วันต่อมา นันทินีชวนหม่อมสุรีย์มาเซอร์ไพรส์จันทรภานุที่เชียงใหม่ กลับพบนมพรเพียงคนเดียว นมพรเองก็ตะลึงไม่คิดว่าหม่อมสุรีย์จะมา จึงไม่รู้จะบอกว่าคุณชายจันทร์ไปไหนทั้งคืน

ประกายดาวตื่นขึ้นมาเห็นจันทรภานุนั่งหลับอยู่ก็ตกใจที่เขาเฝ้าตนทั้งคืน จึงเข้าไปปลุกจะให้เขากลับห้อง แต่เขากลับเอนมาทับ เธอพยายามดันเขาไว้แต่ไม่ไหวจนล้มหงายลงไป เขาตกใจตื่นแต่ไม่ทันทรงตัว ล้มทับปากสองคนประกบกันต่างตะลึงงัน เขารีบลุกขึ้นทำหน้าเขิน

“ขอโทษนะครับคุณดาว”

“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ...นี่คุณชายจันทร์อยู่ในห้องฉันทั้งคืนเลยเหรอคะ”

“ผมเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ว่าแต่คุณดาวดีขึ้นไหมครับ”

“อะไรดีเหรอคะ?” ประกายดาวลืม

“ก็อาการป่วยของคุณดาว”

“อ๋อ...อาการป่วยของฉัน ดีขึ้นแล้วค่ะ หายสนิทเลยค่ะ”

พลัน แม่บ้านมาเคาะประตู ประกายดาวเดินไปเปิดประตูรับน้ำดื่มที่ต้องเอามาส่งทุกเช้า แม่บ้านมองเข้าไปเห็นจันทรภานุก็แปลกใจ...แม่บ้านเอาเรื่องมาเม้าท์ให้พนักงานฟังว่าเห็นคุณชายจันทร์อยู่ในห้องหญิงสาว หม่อมสุรีย์กับนันทินีเดินมาได้ยิน โวยทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร นมพรหวั่นใจแอบโทร.ไปเตือนจันทรภานุว่า หม่อมสุรีย์กับนันทินีกำลังไปที่ห้องประกายดาว ให้รีบออกจากห้องด่วน

พอประกายดาวรู้ก็หน้าตื่น เร่งให้เขารีบออกไป แต่พอแง้มประตูเห็นหม่อมสุรีย์เดินมาแล้ว ทำให้คุณชายออก ไปไม่ได้ ประกายดาวนึกได้ว่าควรทำอย่างไร เธอยิ้มเจ้าเล่ห์

หม่อมสุรีย์เคาะห้อง ประกายดาวเปิดประตู ทำหน้าแปลกใจก่อนจะสวัสดีอย่างนอบน้อม

“แปลกใจจังเลยค่ะ ที่เจอหม่อมกับคุณนันที่นี่”

“ไม่น่าแปลกหรอก เพราะที่นี่เป็นโรงแรมของลูกชายฉัน เธอต่างหากที่แปลกที่มาพักที่นี่” นันทินีช่วยเสริมว่าประกายดาวจงใจบังเอิญมากกว่า”

หม่อมสุรีย์ให้เรียกคุณชายจันทร์ออกมา ประกายดาวทำหน้างงบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ นันทินีโวยว่าไม่จริง มีคนเห็นเขาอยู่ในนี้ หม่อมสุรีย์ขอเข้าไปดู ประกายดาวผายมือเชิญ...สองคนเดินเข้ามา เห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมและหมวกอาบน้ำ บนหน้ามีแผ่นมาส์กสีขาว แปะอยู่

“เพื่อนฉันค่ะ กำลังมาส์กหน้าไม่สามารถขยับตัวและพูดได้ ถ้าไงเชิญหม่อมกับคุณนันรีบๆดูแล้วรีบออกไปดีกว่านะคะ”

สองคนสะบัดหน้าเข้าค้นตามห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า และระเบียงห้อง เมื่อไม่พบก็ยอมล่าถอย...พอสองคนกลับไป ประกายดาวก็รีบมาดึงแผ่นมาส์กจากหน้าคุณชายจันทร์แล้วบอกให้เขารีบไป เธอขอบคุณเขาอีกครั้งที่ดูเเลตนทั้งคืน

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหมคะ”

“จะให้ฉันเลี้ยงข้าวคุณชายใช่ไหมคะ ได้เลยค่ะ”

“ไม่ไช่ครับ ผมอยากให้คุณดาวไปเป็นเพื่อนผม”

“ไปที่ไหนคะ”

“ไม่บอก ถ้าไงอีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่ล็อบบี้นะครับ” จันทรภานุยิ้มๆเดินไป...

หม่อมสุรีย์หงุดหงิดกลับมาที่ห้องกับนันทินี นมพร ทำทีถามไม่เจอหรือ หม่อมสุรีย์หาว่าเเม่บ้านตาฝาด ทำให้ตนอายขายขี้หน้าเขา ไม่ทันไร จันทรภานุเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมาจากในห้องเข้ามากอดหม่อมอย่างเอาใจ ต่อว่าจะมาทำไมไม่บอกจะได้ไปรับที่สนามบิน

“เเม่อยากทำเซอร์ไพรส์ เเต่เเม่กลับเซอร์ไพรส์เสียเองเพราะลูกชายตัวดีหายไป”

คุณชายจันทร์เเก้ตัวว่าออกไปวิ่ง นันทินีรีบเจ๋อ คราวหลังชวนตนบ้างตนชอบวิ่งคุณชายไม่สนใจทำเอาเธอเหวอ หม่อมสุรีย์ชวนลูกชายออกไปซื้อผ้าไหมด้วยกัน

“ผมไม่ว่างครับ มีธุระ ผมต้องไปเเล้ว ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ” ว่าเเล้วคุณชายผละไป

นันทินีจ๋อยที่เขาไม่ไยดีตนเเม้เเต่น้อย...จันทรภานุลงมาพบประกายดาวที่ล็อบบี้ เขาช่วยถือกระเป๋ากล้องแล้วเปิดประตูให้ขึ้นรถ นันทินีตามลงมาเห็นกำมือเเน่นด้วยความเจ็บใจ เเล่นมาฟ้องหม่อมสุรีย์บนห้อง หม่อมซักไซ้นมพรว่า  คุณชายจันทร์นัดเจอประกายดาวที่นี่ใช่ไหม

“อิฉันไม่ทราบค่ะ เพราะไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร”

“นี่นมพรหาว่าฉันยุ่งเหรอ”

“มิได้ค่ะ นมไม่ได้ว่า ที่นมพูดหมายถึงนิสัยของนมเองค่ะ อุ๊ย! นึกได้ว่ายังไม่ได้ทานยาลดความดัน นมขอตัวไปทานยาก่อนนะคะ”

นันทินีหน้าเศร้าบ่นอุบว่าตนคงหมดหวังจะได้เเต่งงานกับคุณชายจันทร์ เเต่หม่อมสุรีย์กลับปลอบอย่าเพิ่งท้อ มันต้องมีวิธีเเยกสองคนนี้ออกจากกัน

ooooooo

พงศ์จันทรมาถึงเชียงใหม่ เข้าพักที่โรงเเรมของจันทรภานุ เขาเอากล้องมาถ่ายวิวเเละสถานที่ส่งไปเย้ยคุณหญิงนิ่ม ตอนเเรกคุณหญิงมองไม่ออกว่าที่ไหน เเต่พอรูปหลังๆก็ตกใจ

“โรงเเรมพี่ชายจันทร์!”

พงศ์จันทรนั่งดื่มน้ำผลไม้อย่างมีความสุข คาดเดาแล้วว่าเดี๋ยวคุณหญิงนิ่มต้องโทร.มา  และก็จริงดั่งคาด เขาแกล้งไม่รับสาย ทำให้คุณหญิงนิ่มหงุดหงิด โทร.เข้าไปอีกหลายครั้ง จนนึกได้โทร.เข้าเบอร์โรงแรมและให้พนักงานเอาโทรศัพท์ไปให้พงศ์จันทร พอเขารับสายก็ตกใจ

“นึกว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ...อย่าลืมว่าที่นั่นเป็นโรงแรมของพี่ชายฉัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครอยู่ซอกไหนหลืบไหน มุมไหนก็ไม่มีทางพ้นสายตาฉันอยู่ดี”

พงศ์จันทรกลับหัวเราะ “เว่อร์ไปหรือเปล่าคุณ ผมไม่ใช่ผู้ร้ายข้ามแดน และคุณก็ไม่ใช่ตำรวจสากล ผมแค่มาตามจีบคุณดาวก็เท่านั้น”

คุณหญิงนิ่มโวยไม่ให้จีบประกายดาว เขาโต้พ่อแม่ยังห้ามไม่ได้แล้วเธอเป็นใคร ทำไมต้องเชื่อ ว่าแล้วก็บอกว่าจะไปหาประกายดาวแล้วและวางสาย คุณหญิงนิ่มแทบดิ้นพราด นึกได้โทร.หานมพร นมพรเสียงอ่อยจะไปห้าม
ใครได้ สิทธิส่วนบุคคล

“แต่ที่เราทำเพราะหวังดีกับพี่ดาวนะคะ นายนั่นทั้งกะล่อนทั้งเจ้าชู้ ถ้าเกิดพี่ดาวชอบเขาขึ้นมา พี่ดาวจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า”

“มันก็เป็นเรื่องของเขาค่ะ ไม่เกี่ยวกับเรา”

“แม่นมพรอ่ะ ไม่ช่วยหญิงเลย ถ้าเกิดนายปลาไหลเจอพี่ดาว แล้วชวนพี่ดาวกลับกรุงเทพฯจะทำไง”

“นายปลาไหลของคุณหญิงยังไม่มีทางเจอคุณดาวหรอกค่ะ เพราะตอนนี้คุณดาวออกไปกับคุณชายจันทร์ แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณดาวจะกลับกรุงเทพฯคงเป็นเพราะหม่อมสุรีย์กับคุณนันทินีมากกว่า”

คุณหญิงนิ่มตกใจเมื่อรู้ว่าทั้งสองคนยังอยู่ที่เชียงใหม่ ชักเป็นห่วงประกายดาวที่ต้องเจอศึกสามด้าน จึงตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ทันที

ooooooo

ในขณะที่จันทรภานุพาประกายดาวมาหมู่บ้านชาวเขาบนดอย เด็กๆพอเห็นเขามา ก็หยุดเล่นวิ่งมาห้อมล้อมคุณชายจันทร์ เรียกพ่อกันทุกคน ทีแรกประกายดาวตกใจนึกว่าคุณชายจันทร์แอบมามีลูกเมียทิ้งไว้ แต่พอเห็นเด็กเป็นสิบคนเรียกพ่อหมดก็เข้าใจแล้วว่าเขาเป็นพ่ออุปถัมภ์

พงศ์จันทรโทร.เข้ามือถือประกายดาว แต่เธอลืมมือถือไว้ในรถ...การที่จันทรภานุมาเป็นพ่ออุปถัมภ์เด็กชาวเขา ก็เพราะเขาไม่ต้องการให้พวกเด็กๆ โตมาขายยาหรือขายบริการ เขาตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสือ กลับมาพัฒนาหมู่บ้านตัวเอง ประกายดาวทึ่ง

“ตอนแรกที่ฉันเจอคุณ ฉันไม่นึกเลยนะคะว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ฉันนึกว่าคุณจะเป็นพวกไฮโซหยิ่งยโส เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แข็งกระด้างไม่มีน้ำใจ อุ่ย...ฉันไม่ได้ว่านะคะ แค่พูดไปตามที่คิด”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณซักคำ ตอนนี้คุณก็ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผมแล้ว คุณว่าผมเป็นคนยังไง ขอสามคำ”

ประกายดาวยกนิ้วโป้งให้ “ดี...เยี่ยม...หล่อ”

คุณชายจันทร์หัวเราะชอบใจ...ยิ่งพอประกายดาวได้เห็นเด็กทารก เธอยิ่งตื่นเต้นเข้าไปขออุ้มท่าทางมีความสุขจนคุณชายจันทร์แซว ดูตื่นเต้นอย่างกับเป็นลูกตัวเอง หญิงสาวถือโอกาสบอกเขาเลยว่า ตนอยากมีลูก เขาทึ่ง ผู้หญิงลุยและห้าวอย่างเธอ ไม่น่าจะอยากเป็นแม่คน

“ความฝันของฉันคือการได้เป็นแม่ค่ะ ฉันอยากมีลูกเป็นของตัวเองมาก เพราะตอนนี้ก็ได้แต่เลี้ยงลูกของพี่ชาย”

“ถ้างั้นคุณดาวต้องรีบหาคนแต่งงานด้วยแล้วล่ะครับ”

“ฉันไม่อยากแต่งงานค่ะ” คุณชายนิ่วหน้าแล้วจะมีลูกได้อย่างไร ประกายดาวย้ำ “ฉันอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี”

“มันเป็นไปได้ด้วยเหรอครับ”

“เป็นไปได้ค่ะ เพื่อนฉันเขามีโครงการที่จะทำเด็กหลอดแก้ว”

“เด็กหลอดแก้ว...ผมเคยได้ยิน แต่ผมไม่รู้กระบวนการ”

“การทำเด็กหลอดแก้ว คือการนำเอาเซลล์สืบพันธุ์จากฝ่ายหญิงและตัวเชื้อจากฝ่ายชายมาผสมกันในจานเพาะเลี้ยง ทำให้เกิดการปฏิสนธิและมีการแบ่งตัวของเซลล์ตัวอ่อน จากนั้นก็นำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปเลี้ยงต่อในโพรงมดลูก เท่านี้เราก็มีลูกได้โดยที่ไม่ต้องมีสามีแล้วค่ะ”

จันทรภานุฟังแล้วอึ้ง “ผมกำลังคิดว่าถ้าเพื่อนคุณดาวทำแบบนั้น เด็กที่เกิดมาก็จะไม่มีพ่อ แล้วมันจะดีต่อตัวเด็กเหรอครับ ในความคิดของผม การที่เด็กขาดพ่อหรือแม่จะทำให้เด็กมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ การมีแค่คนใดคนหนึ่งจะทำให้เด็กเติบโตไปแบบมีปัญหา...ผมว่าคุณดาวไปบอกเพื่อนอย่าทำแบบนี้เลยครับ ถ้าอยากมีลูกก็ต้องมีความพร้อมและทำให้ตัวเองมีครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ได้ซะก่อนจะดีกว่า”

ประกายดาวฟังแล้วเครียด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:50 น.