ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พรุ่งนี้ก็จะไปพบชูเกียรติแล้ว วันนี้เดือนกับป้อมเดินคุยกันไปในตลาด ป้อมย้ำถามอย่างเป็นห่วงว่าแน่ใจแล้วหรือ

    “จ้ะพี่ป้อม...โอกาสมันมาถึงแล้ว เดือนไม่อยากให้มันหลุดไป แล้วอีกอย่าง...ฉันทนเห็นแม่ลำบากอีกต่อไปไม่ได้แล้วจ้ะ”

    “แต่ยังไงก็ระวังตัวไว้ด้วยนะเดือน เขาว่าวงการนี้ทำให้คนเสียมาแล้วหลายคน อย่าไว้ใจใครให้มากเกินไปล่ะ พี่ล่ะเป็นห่วงเราจริงๆ”

    “จ้ะ ฉันจะระวังตัว”

    เวลาเดียวกัน แก้วไปนั่งทำผมที่ร้าน คุยอวดจนช่างอุทานว่า

    “อุ๊ย...แบบ นี้น้องแก้วก็จะได้เป็นนักร้อง ได้ออกทีวีแล้วสินะ” ช่างแกล้งยอว่าดังแล้วช่วยโปรโมตร้านให้ตนด้วย แก้วยักไหล่ทำเชิด พอดีเดือนกับป้อมเดินผ่านหน้าร้าน ช่างทักว่าไปไหนกันมาหรือ เดือนบอกว่าไปซื้อของมา ช่างจ้อให้ฟังเรื่องแก้วจะได้เป็นนักร้องเป็นดาราว่า “เนี่ย พรุ่งนี้แมวมองก็จะพาไปค่ายเพลงแล้ว น่าอิจฉาจัง เดือนไม่อยากเป็นแบบน้องแก้วบ้างเหรอจ้ะ”

    ฟังช่างเล่าแล้ว เดือนกับป้อมมองหน้ากันแบบเข้าใจอะไรบางอย่าง ป้อมเดินไปยืนเท้าสะเอวมองแก้วพูดเหน็บว่า

    “รู้สึก จะหนีกันไม่พ้นจริงๆ เดือนเอ๊ย...สงสัยต้องทำบุญเยอะๆแล้วว่ะ ขนาดจะไปเป็นนักร้อง ยังหนีไม่พ้นผีบ้าตามไปด้วยเลย” แก้วเชิดใส่ว่านักร้องบ้านนอกอย่างนี้เทียบชั้นกับตนไม่ได้หรอก ป้อมเลยจีบปากจีบคอด่า “อูยยย นอกจากแรดแล้วยังโง่อีก...เดือนน่ะเขาจะไปแคสพรุ่งนี้ โมเดลลิ่งเขาจะพาไป อ้อ...คาดว่าคงเป็นคนเดียวกับแกนั่นแหละ แต่แกแน่ใจเหรอว่าเขาจะเอาแกไปเป็นนักร้อง”

    พอแก้วรู้ว่าอีกคนที่ชูเกียรติบอกให้รอจะไปด้วยกันคือเดือน ก็วางท่าข่มทันทีว่า

    “แหม...เดือนดูท่าเธอคงคิดว่าฉันไม่ใช่คู่แข่งสินะ งั้นเรามาคอยดูกันว่าใครกันแน่ที่ค่ายเพลงเขาจะเลือก!!”

    ที่เตียงสระผม นภานอนฟังอยู่ โดยที่แก้วกับเดือนไม่รู้ตัวเลย...

    ooooooo

    ศิริพรยังมุ่งมั่นที่จะมาเป็นนักร้องในวงของเทพเพื่อจะได้ใกล้ชิดและแย่งรวิเป็นของตนให้ได้ ขอร้องรวิให้ฝากตนกับเทพให้ด้วย

    รถโฆษณาการแข่งขันชกมวยของค่าย พ.พิมุก ผ่านมา เดือนกับรวิเห็นรูปโฆษณามีพิมุกยืนเด่นอยู่ตรงกลาง มีเสียงเชิญชวนอย่างน่าสนใจว่า นอกจากจะมีการแข่งชกมวยแล้ว ยังมีความบันเทิงรออยู่มากมาย...

    “หึ...งานนี้ไอ้พิมุกเป็นเจ้าภาพงั้นเหรอ ใครจะอยากไปดูมันวะ” รวิพึมพำ

    “แต่ฉันว่า งานนี้เราอาจจะได้ไปเล่นดนตรีในงานก็ได้นะ” ศิริพรติง

    “ให้ตายสิ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง แกล้งป่วยดีไหมเนี่ย เดือนเองก็คงไม่อยากไปด้วย ถ้ารู้ว่าเป็นงานของไอ้พิมุก” รวิหาทางเลี่ยง จึงรู้จากศิริพรว่า เดือนไม่อยู่เพราะมีแมวมองพาไปเป็นนักร้องที่ค่ายเพลงดังแล้ว แก้วก็โชคดีได้ไปด้วยอีกคนแล้วทำเป็นตำหนิเดือนว่าทำไมไม่บอกรวิ

    “เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ ว่าจะไปซ้อมต่อน่ะ” รวิ รีบเดินกลับไปด้วยความโกรธเดือน

    รวิลิ่วไปที่ตลาด ต่อว่าเดือนว่าจะไปกับโมเดลลิ่งทำไมไม่บอกตน เตือนว่าคนพวกนั้นไว้ใจได้แค่ไหนก็ไม่รู้

    “ฉันโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ ที่จะเอาตัวรอดไม่ได้...และที่ไม่บอกน่ะ เพราะไม่อยากรบกวนเวลาของพี่กับ...” เดือนหยุดนิดหนึ่งจึงพูดประชดต่อ “กับนางเอกงิ้วสาว ผู้พลิกผันตัวเองมาเป็นนักร้อง เพื่อชายที่ตนเองรัก”

    รวิพูดขำๆ ว่าเดือนพูดเป็นละครน้ำเน่าไปได้ แล้วคาดคั้นเรื่องของเดือนต่อ เดือนยืนยันว่าไม่ต้องห่วงตนดูแลตัวเองได้ รวิหน้าเจื่อนขอย้ำเตือนก่อนเดินคอตกกลับไปว่า

    “ถ้าเดือนพูดอย่างนั้น พี่ก็คงไม่ห้าม ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน”

    ooooooo

    พอแก้วรู้ว่าคนที่จะไปกับชูเกียรติอีกคนคือเดือนก็เจ็บใจ กลัวตัวเองจะร้องเพลงสู้เดือนไม่ได้

    ระหว่างที่แก้วไปซื้อเสื้อ เจอศิริพรที่ตั้งใจไปดักพบ พาไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟ ยุแหย่แก้วว่า

    “ได้ข่าวว่า เธอจะไปที่ค่ายเพลงอะไรนั่นน่ะ แล้วเดือนก็ไปด้วยใช่ไหม เธอมั่นใจหรือว่าจะสู้เดือนได้”

    “ทำไมฉันจะสู้ไม่ได้ ฉันก็แค่อ่อนประสบการณ์กว่าก็แค่นั้นเอง” แก้วอวดดีทั้งที่กลัว

    ศิริพรมองแก้วอย่างดูถูก เปิดกระเป๋าหยิบห่อกระดาษเล็กๆ มาวางบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าแก้ว แก้วมองห่อกระดาษนั้นสลับกับมองหน้าศิริพรไปมาอย่างระแวง

    “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ไม่ใช่ยาพิษ แค่ช่วยให้หลับได้เร็วและหลับได้ลึกขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าใช้เยอะหน่อยก็ล้มทั้งยืนได้เลยนะ”

    แก้วถามว่าแล้วเอามาให้ตนทำไม ศิริพรแกล้งมองไปทางอื่น แต่ปากก็ยังพูดกับแก้ว...

    “ก็ถ้า...คู่แข่งหมดไปเสียคน โอกาสก็จะเป็นของเธอไม่ใช่เหรอ ยังไงเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ ลองคิดดูให้ดี”

    พูดแล้วศิริพรลุกไป ทิ้งยาห่อนั่นไว้ แก้วหยิบยามองอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    เย็นนี้ เดือนไม่สบายไข้ขึ้นจนช้อยไล่ให้ไปกิน ข้าวกินยาเสีย เดือนแข็งใจช่วยช้อยยกของขึ้นบ้านเพลียๆ

    เดือนนอนหลับสนิท จน 8 โมงกว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ช้อยมาปลุกบอกว่าเพื่อนมารอแล้ว เดือนรีบลุกขึ้นแต่เซจะล้ม ช้อยประคองจึงรู้ว่ายังตัวร้อนอยู่

    “นี่เอ็งยังไม่หายดีเลยนะเดือน ข้าว่าวันนี้เอ็งไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวข้าไปบอกนังป้อมกับไอ้ขำก่อน”

    “ไม่ได้นะแม่ ยังไงฉันก็ต้องไปให้ได้” เดือนฝืนตัวเองเดินโซเซไปหยิบผ้าขนหนูออกไปหาป้อมกับขำ

    ที่ท่ารถ ชูเกียรติกับแก้วรอเดือนอยู่อย่างร้อนใจ เพราะผิดเวลามากแล้ว แก้วเสนอให้ไปกันก่อนดีไหมคาดว่าเดือนคงไม่มาแล้ว ชูเกียรติให้รอต่อ ฉุกคิดได้ถามว่าเราไปหาเดือนที่บ้านดีไหม ถามแก้วว่ารู้จักบ้านเดือนไหม

    “ไม่ค่ะ...ไม่รู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว แก้วว่าเรารอกันที่นี่ดีกว่าค่ะ ถ้าอีกเดี๋ยวไม่มาเราก็ไปกันเถอะ”

    แก้วแอบเบ้ปากไม่พอใจที่ชูเกียรติให้ความสำคัญ เดือนมาก

    เดือนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ขำให้รีบพาไปที่ท่ารถ ป้อมขี่อีกคันตามไปส่ง พอไปถึงเดือนรีบเข้าไปขอโทษที่มาช้า ชูเกียรติไม่ทันพูดอะไร แก้วก็กระแนะกระแหนว่าไม่รู้จักรักษาเวลา ปล่อยให้คนอื่นรอ ขำบอกว่าเดือนไม่ค่อยสบาย

    “อ้าว...จริงเหรอเดือน ถ้างั้นวันหลังก็ได้นะ เดี๋ยวฉันบอกที่ออฟฟิศเขาให้” ชูเกียรติเสนอ แต่เดือนยืนยันว่าไปได้ ป้อมบอกเดือนว่าถ้ามีอะไรก็ให้โทร.บอกทันที

    “เดือนไม่ได้ไปออกรบนะจ๊ะ...ยังไงก็ขอบคุณพ่อป้อมกับขำนะจ๊ะ แล้วเดี๋ยวยังไงเย็นๆ กลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง”

    พอเดือนไปแล้ว ป้อมกับขำก็ยังเป็นห่วงว่าชูเกียรติจะไว้ใจได้แค่ไหน ขำภาวนาว่าถ้ามีอะไรก็ให้แก้วรับไปคนเดียวก็แล้วกัน แล้วชวนกันกลับ

    ooooooo

    ขณะชูเกียรติขับรถพาสองสาวไปนั่นเอง พิมุกเห็นเดือนกับแก้วไปด้วยเอะใจว่าเด็กที่ชูเกียรติบอกว่าจะพาไปนั่นคือเดือนกับแก้ว คว้าโทรศัพท์โทร.ทันที แต่...ไม่มีสัญญาณ

    พิมุกงุ่นง่าน พยายามโทร.จนติด พิมุกถามทันทีว่า “ตกลงเด็กของนายที่ว่าก็คือเดือนงั้นเหรอ”

    “ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นน้องเดือนคนเดียวกัน...เอาน่า...ยังไงงานนี้ฉันขอแล้วกัน เออๆ รับรองว่าจะมีแต่เรื่องงานเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น ไว้ใจฉันเถอะน่า ถึงฉันจะเป็นแบบนี้แต่ฉันก็ไม่ยุ่งของของเพื่อนหรอก...โอเค...โอเค...แล้วเดี๋ยวไงไว้คุยกันใหม่”

    ชูเกียรติกดวางสายก่อนยิ้มเยาะพูดเย้ย

    “ของอย่างนี้...ใครดีใครได้สิวะ ไอ้พิมุก!”

    เมื่อพาเดือนกับแก้วมาถึงห้องประชุมบริษัท

    ชูเกียรติให้ทั้งสองนั่งรอบอกว่า

    “เดี๋ยวอีกสักพัก กว่าจะมากันครบ นั่งรอไปก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปคุยกับเขาก่อน เอ้อ...เดี๋ยวพี่ให้เขาเอาน้ำมาให้นะ” แก้วรีบบอกว่าไม่เป็นไรตนรอได้ ชูเกียรติมองหน้าเดือนถามว่าไหวไหม เดือนบอกว่าไหวและถามทางไปห้องน้ำ

    ระหว่างเดือนลุกไปห้องน้ำนั่นเอง พนักงานเอาน้ำมาให้ แก้ววางมาดบอกว่าให้วางไว้ตรงนั้นแหละ  พนักงานมองอย่างหมั่นไส้ พอพนักงานออกไป แก้วมองซ้ายมองขวาแล้วแอบเอายาเทลงในแก้วน้ำของเดือน

    เดือนเข้าห้องน้ำ เอาน้ำลูบหน้าปลุกใจตัวเองว่า “สู้ๆ เดือน!” สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเดินออกไปนั่ง หยิบยาแก้ไข้ออกมากินกับน้ำที่วางอยู่ แก้วแอบยิ้มสะใจ

    ช้อยใจไม่ดีเป็นห่วงเดือน ระหว่างนั่งขายของก็อ่านหนังสือธรรมะ ภาวนา...

    “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดช่วยคุ้มครองเดือนมันด้วยเถิดเจ้าค่ะ ขอให้มีแต่คนเมตตามัน อย่าให้สิ่งเลวร้ายมาแผ้วพานนังเดือนด้วยเถิด...สาธุ”

    ooooooo

    เดือนเข้าไปนั่งรอในห้องประชุม รู้สึกตาลายผิดปกติ และง่วงนอนมาก แก้วแอบเห็นอาการของเดือนก็ยิ้มสะใจ

    ชูเกียรติเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวกรรมการจะมากันแล้ว เห็นหน้าเดือนซีดนั่งโงนเงนเหมือนจะเป็นลมก็ห่วงถามว่าไหวไหม เป็นอะไรหรือเปล่า แก้วก็ทำเป็นตกใจเป็นห่วงถามว่าเป็นอะไร ไหวไหม

    “ไหวไหมเดือน ถ้าไงวันนี้แคนเซิ่ลเขาไปก่อนก็ได้นะ” ชูเกียรติเสนอ เดือนพยายามฝืนตัวเองบอกว่าไหว ตนแค่หน้ามืดนิดหน่อยเท่านั้น แล้วขอไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่ แล้วพยายามเดินโซเซออกไป

    ระหว่างนั้น เดือนรู้สึกแย่ แต่เมื่อนึกถึงช้อย นึกถึงความลำบากของแม่ เดือนฮึดขึ้นมาเต็มที่ เดินกลับไปที่ห้องประชุมอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจเด็ดเดี่ยว
    ในห้อง แก้วกำลังโพสท่าโชว์สัดส่วนทิ้งสายตายั่วยวนเต็มที่ พอดีชูเกียรติเห็นเดือนเข้ามา เขาบอกกรรมการว่า

    “มาพอดีเลย นี่ไงครับน้องเดือนที่บอก” ชูเกียรติบอกกรรมการ ทุกคนมองเดือนแล้วซุบซิบกันอย่างพอใจ “ถ้างั้นเดี๋ยวให้เดือนออกมาแนะนำตัว แล้วก็ร้องเพลงให้พวกเราฟังเลยดีไหมครับ แก้วพอแล้วจ้ะ มานั่งพักได้”

    แก้วทำท่าอิดออดอยากโชว์ต่อ แต่จำต้องเดินกลับมานั่งอย่างไม่เต็มใจ หางตาใส่เดือนอย่างหมั่นไส้ที่ได้รับความสนใจจากกรรมการ ในขณะที่เดือนลุกเดินไปอย่างมั่นใจ ไปหยุดที่หน้าห้อง หันยิ้มให้กรรมการทุกคนก่อนเอ่ยแนะนำตัว

    “ดิฉัน...เดือน งามพร้อม ค่ะ”

    ooooooo

    ระหว่างที่เดือนร้องเพลง ชูเกียรติมองยิ้มปลื้ม ส่วนกรรมการที่นั่งฟังอยู่ต่างยิ้มพอใจ เมื่อเดือนร้องจบ กรรมการปรบมือพอใจ ชมว่า

    “เยี่ยมมาก...คุณชูเกียรติ คราวนี้คุณหานักร้องคุณภาพมาได้จริงๆ”  ชูเกียรติยิ้มกว้างถามว่าคราวนี้คงถูกใจเสี่ยใช่ไหม กรรมการคนหนึ่งบอกว่า “ก็คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหานะ หน้าตาแบบนี้เสียงแบบนี้ สู้กับคู่แข่งได้สบายๆ”

    เมื่อกรรมการลุกเดินออกไปแล้ว ชูเกียรติบอกเดือนว่าคราวนี้เธอต้องดังแน่

    “ขอบคุณมากนะคะคุณชูเกียรติ”

    “เรียกพี่เกียรติก็ได้จ้ะ”

    แก้วทนไม่ได้ที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในสายตาชูเกียรติเลย ถามแทรกขึ้นว่า “พี่เกียรติคะ แล้วแก้วล่ะคะ”

    “เออ...แก้ว...เดี๋ยวยังไงพี่จะช่วยฝากให้มาเป็นแดนเซอร์ให้นะ แดนเซอร์ที่นี่ก็มีสิทธิ์ดังได้นะ เอ่อ...ถ้าทำดีๆน่ะ” แก้วฟังแล้วทำท่าจะกรี๊ด แต่ชูเกียรติพูดขึ้นเสียก่อนว่า “ไป...งั้นเดี๋ยววันนี้พี่ไปส่งก่อน แล้วถ้ายังไงเดี๋ยวคงต้องเรียกเข้ามาถ่ายรูปฟิตติ้ง ทำอะไรอีกเยอะแยะ”

    บอกแล้วชูเกียรติเดินออกไป เดือนลุกตาม แต่แก้วยังนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

    ooooooo

    เทพเองก็ไม่รู้ว่าเดือนไปกรุงเทพฯกับชูเกียรติ จนรวิที่นั่งเหงาเศร้าสร้อยอยู่บอกว่า เดือนคงไม่มาแล้วเพราะเธอไปแคสงานกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แล้ว

    “อ้าว...จริงเหรอเนี่ย แล้วงานที่จะเล่นอาทิตย์หน้า แล้วก็ที่ลูกค้าจองไว้อีกล่ะ จะหานักร้องที่ไหนทันเนี่ย แหม...เดือนก็น่าจะบอกกันสักนิดนึง” เทพบ่น
    ก้องเสนอให้นภาร้องแทน เทพติงว่านภาร้องเพลงช้าได้แต่เพลงเร็วล่ะ? นภาเสนอให้ศิริพรร้อง เพราะเดือนคงไม่กลับมาแล้ว ในที่สุดเทพให้ศิริพรกับนภาแบ่งกันร้องเพลงของเดือนสลับกัน

    พิมุกหงุดหงิดงุ่นง่านไม่หายที่ถูกชูเกียรติฉกเดือนไป

    ด่าว่านี่มันเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกัน พึมพำอย่างอาฆาตว่า

    “ไอ้เกียรตินะไอ้เกียรติ ถ้าแกคิดจะงาบน้องเดือนละก็...แกได้เจอฉันแน่!!”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เดือนเจอขำกับป้อมจึงเล่าอาการที่เกิดขึ้นขณะไปแคสที่กรุงเทพฯกับแก้วให้ฟัง ขำตั้งข้อสังเกตว่าอาการที่ว่านั้นไม่น่าจะเกิดจากที่เดือนไม่สบาย ป้อมฟันธงว่าแก้วต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ

    แม้เดือนจะไม่แน่ใจกับอาการที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่อยากเชื่อว่าแก้วที่เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็กจะทำอะไรขนาดนั้น ป้อมบอกว่าขนาดพี่น้องยังฆ่ากันตายได้เลย เชื่อว่าเดือนต้องถูกแก้วแอบวางยาแน่ๆ

    “ใครวางยาอะไรใครกัน หา!” ช้อยได้ยินแว่วๆถามขณะลงจากบ้านมาหาทั้งสาม

    ขำเกือบพลั้งปากบอกไปดีแต่เดือนขัดขึ้นว่าไม่มีอะไรและป้อมก็โมเมเฉไฉว่า ไม่มีอะไร ขำบอกว่าอีกหน่อยเดือนคงได้เป็นดารา แล้วแอบหยิกขำให้เออออห่อหมกกับตน เดือนเลยรีบเปลี่ยนเรื่องว่า

    “รีบจัดของกันดีกว่า เดี๋ยวสายแล้วลูกค้าหายหมด” เลยเกลื่อนเรื่องเสียจนช่วยไม่ติดใจ

    แต่พอไปจัดแผงขายของ เดือนก็หลุกหลิกมองโน่นมองนี่จนช้อยถามว่าเป็นอะไร เดือนทำเป็นบ่นว่าลูกค้าหายไปไหนหมด แล้วบอกช้อยว่าเดี๋ยวมา จะซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากด้วย บอกว่าไปแป๊บเดียว แล้วลุกไปเลย

    ooooooo

    เดือนหิ้วกับข้าวหลายถุงไปที่บ้านรวิ มองเข้าไปในบ้านเห็นรวินั่งหันหลังกำลังเตรียมจะกินข้าว ก็พึมพำขำๆ แกมหมั่นไส้ว่า

    “เชอะ น่าจะปล่อยให้กินข้าวเปล่าซะเลย” พลางจะผลักประตูเข้าไป พลันก็ชะงักเมื่อเห็นศิริพรเดินออกมาในมือถือจานอาหารเข้ามานั่งด้วยกัน พูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างร่าเริง

    เดือนยืนงัน กำถุงอาหารแน่น ศิริพรที่นั่งตรงข้ามกับรวิมองมาเห็นเดือนแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็น ยิ่งพูดคุยหัวเราะริกรี้กับรวิมากกว่าเดิม เดือนทนดูไม่ได้สะบัดหน้ากลับไป พอศิริพรเห็นเดือนกลับไปก็ยิ้มสะใจ พูดคุยหยอกล้อกับรวิเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    เดือนหิ้วก๋วยเตี๋ยวกลับมาฝากช้อย บอกแม่ว่าเจ้าโปรดของแม่เลยล่ะ ช้อยถามว่าแล้วของตัวเองล่ะ เดือนบอกว่าไม่ค่อยหิว ให้แม่กินก่อนเลย

    “เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่าวะเดือน” ช้อยถามเมื่อเห็นเดือนหงอยๆ เดือนพยายามยิ้มบอกแม่ว่าไม่มีอะไรให้รีบกินเสียเดี๋ยวจะเย็นชืดไม่อร่อย แล้วหันไปทำโน่นทำนี่กลบเกลื่อน แต่ก็ยังไม่อาจลบภาพที่เห็นไปจากความนึกคิดได้ จนต้องสะบัดหน้าไล่ความนึกคิดนั้นแล้วหันไปจัดของเพื่อให้ลืมๆเสีย

    ooooooo

    ที่วงดนตรีเทพ พวกนักดนตรีนั่งเช็ดเครื่องดนตรีกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนเทพนั่งคุยอยู่กับศิริพรที่โต๊ะ จัดแบ่งเพลงของเดือนให้ศิริพรกับนภาช่วยกันร้อง

    ศิริพรฝากเนื้อฝากตัวกับนภาเพราะตนมือใหม่ นภาพูดอย่างไว้ตัวว่า ไม่มีปัญหาจะคอยดูคอยแนะนำให้

    “โอเค...งั้นเดี๋ยวเริ่มซ้อมกันเลย” เทพสั่งงาน แต่พอทุกคนจะแยกย้ายกันไปซ้อม เดือนก็ผลักประตูเข้ามา เธอขอโทษทุกคนที่มาสาย ถามว่ายังไม่ได้ซ้อมกันใช่ไหม

    “อ๋อ...ก็กำลังจะซ้อมน่ะ...ว่าแต่เดือนเถอะ วันนี้มาดูพวกเราซ้อมเหรอ” นภาถามเชิงบอกในที ซึ่งเดือนก็ฉลาดพอที่จะฟังออก ถามว่า มาดูซ้อมหมายความว่าอย่างไร เทพจึงพูดในฐานะหัวหน้าคณะว่า

    “อ้าว...ก็เห็นบอกว่า เดือนออกไปอยู่กับค่ายเพลงแล้ว ก็เลยคิดว่า...”

    “แต่เดือนยัง...” เดือนจะชี้แจง ถูกนภาลุกเดินมาประชิด พูดชัดเจนว่า

    “ตอนนี้ก็เลยให้ศิริพรมาแทน...แล้วเราก็แบ่งเพลงกันเรียบร้อยแล้วด้วย...อ้อ แต่ถ้าเดือนจะมานั่งดูพวกเราซ้อมก็ได้นะ ไม่มีปัญหา”

    “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นวันนี้เดือนคงไม่รบกวน เดือนขอตัว” เดือนหยิ่งพอที่จะไม่ตอแย แต่พอหันหลังเดินออกมาก็น้ำตาคลอ กำเนื้อเพลงในมือแน่น แต่อึดใจเดียวก็เชิดหน้าเดินไปอย่างมั่นใจ

    ooooooo

    พอศิริพรรู้ว่าแก้ววางยาเดือนไม่ได้ผลก็ด่าว่าขี้ขลาด ปอดแหก เหยื่ออยู่ตรงหน้าแล้วยังปล่อยให้ผยองได้

    แก้วอ้างว่าตนไม่รู้ว่าที่ให้ไปเป็นยาอะไร ขืนใส่ไปหมดเกิดเดือนตายขึ้นมาตนมิซวยหรือ แต่เพื่อจะใช้แก้วทำงานต่อไป ศิริพรบอกว่าที่แล้วก็แล้วไป เรามา “ช่วยให้เดือนดังอย่างที่ตั้งใจก็ได้” แล้วกระซิบบอกแก้ว พอแก้วฟังก็ยิ้มร้าย

    นภาไปตลาดได้ยินพวกที่มุงดูรายการเพลงในทีวีที่หน้าร้านหนึ่ง เตี้ยกับบ่างมุงดูอยู่ด้วยและวิพากษ์วิจารณ์ชื่นชอบนักร้องที่เป็นเด็กใหม่สดซิงว่าไม่เหมือนพวกนักร้องเก่าแก่ตกกระป๋อง นภารับไม่ได้ก้มหน้าเดินหงุดหงิดออกไป ถูกแก้วที่กำลังเดินดูอะไรเพลินชนจนล้มทั้งคู่ แก้วลุกปัดตัวเองโวยว่า

    “โอ๊ย ป้า! ไม่มีตารึไงเดินยังไงเนี่ย...อ้าว...พี่นภา”

    โดนชนจนล้มแล้วยังถูกเรียก “ป้า” อีก นภาฉุนขาด ต่างไม่ยอมกัน สุดท้ายตบตีด่าทอกันลั่นตลาด

    ขำกับป้อมไปลากเดือนมาดู กิมได้ยินลุกตามมาด้วย เดือนเข้าไปแยกทั้งคู่ออก กิมเข้าไปลากแก้วออก เดือนถามนภาว่าเป็นอย่างไรบ้าง กลับถูกนภาตวาดว่าวันหลังไม่ต้องมายุ่ง นึกอะไรได้ก็หันมาด่าต่อ

    “อ้อ...พวกเดียวกันนี่ลืมไป เชิญไปเด่นไปดังกันเหอะ แต่ระวังนะ จะเสียตัวก่อนจะดัง!” ด่าแล้วสะบัดไปเลย

    “เป็นไงล่ะเดือน พี่บอกแล้วโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ” ป้อมโกรธแทน เดือนได้แต่ส่ายหน้าแล้วพากันเดินกลับไป

    แต่เรื่องกลายเป็นว่า เมื่อรวิเอาเนื้อเพลงไปให้ศิริพร เจอศิริพรกำลังทำแผลให้นภาอยู่ รวิถามว่าไปโดนอะไรมา ศิริพรบอกว่าถูกแก้วหาเรื่อง นภาและเดือนก็เข้าไปช่วยแก้วด้วย ตนไปเจอพอดีเลยพานภามาทำแผล

    รวิไม่เชื่อว่าเดือนจะเป็นคนอย่างนั้น ศิริพรท้าว่าไม่เชื่อก็ตามใจ เดี๋ยวก็รู้เองว่าอะไรเป็นอะไร

    ooooooo

    พิมุกยังติดใจไม่หาย เรียกชูเกียรติมาถามเรื่องเดือนกันอย่างนักเลง ชูเกียรติยืนยันว่าเมื่อรู้ว่าเดือนเป็นเด็กของเขาก็ไม่คิดยุ่ง แต่เรื่องงานต้องขอ

    “ฉันก็หวังว่าเป็นอย่างนั้น เพราะนายก็รู้นิสัยฉันดีนี่ ถ้าใครมายุ่งกับของของฉันแล้วจะเป็นยังไง”พิมุกย้ำเครียด

    ชูเกียรติทำตัวสบายๆ เปลี่ยนมาถามเรื่องที่พิมุกจะจัดชกมวยว่ามีคู่ไหนเด็ดๆพอที่จะให้ตนทำกำไรเล็กๆ

    น้อยๆได้บ้าง พิมุกบอกว่าถ้าอยากเล่นตนจะจัดคู่มันๆให้ รับรองว่ามันหยดแน่

    ตกเย็น ชูเกียรติไปพบแก้วที่ท่ารถตามที่เธอโทร.นัด พอเจอกันชูเกียรติถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา แก้วสำออยว่าเรื่องมันยาวเดี๋ยวเราไปหาที่คุยกันเงียบๆดีกว่า ชูเกียรติจึงพาไปนั่งในรถให้แก้วเล่าให้ฟัง แต่พอฟังแก้วเล่าว่ามีเรื่องกับเดือนและถูกเดือนตบ เขาถามอย่างแปลกใจไม่เชื่อว่า จริงหรือ?

    แม้ไม่เชื่อแต่ชูเกียรติก็ขอว่ายังไงก็ต้องทำงานร่วมกัน มีอะไรค่อยๆเคลียร์กันดีไหม แก้วได้ทีฝากเนื้อ ฝากตัวว่า

    “พี่เกียรติช่วยดันแก้วด้วยสิคะ แก้วเชื่อว่าระดับบิ๊กๆอย่างพี่เกียรติต้องทำได้อยู่แล้ว...แล้วถ้าพี่เกียรติช่วยดันแก้ว แก้วก็จะยอมให้พี่เกียรติดัน...หรือมากกว่านั้นก็ยังไหว”

    แก้วอ่อยเสียขนาดนี้ มีหรือจะพ้นมือเสือผู้หญิงอย่างชูเกียรติ

    คืนนี้...ขณะที่ชูเกียรตินอนอยู่กับแก้วนั้น เขาโทรศัพท์ถึงเดือน เตือนว่าพรุ่งนี้ไปรอที่เดิม วางสายจากเดือนแล้ว เขามองแก้วที่หลับอยู่พึมพำ “หึๆ...อีกไม่นานหรอก เธอก็จะได้มานอนข้างๆพี่แบบนี้แหละเดือน...”

    เช้ารุ่งขึ้น ชูเกียรติพาแก้วกับเดือนไปที่ห้องแต่งตัว แก้วเกาะแจแสดงความสนิทสนมกับเขาเป็นพิเศษ

    “เดี๋ยวช่วยจัดการเรื่องหน้าผมให้สองสาวด้วยนะ เสร็จแล้วให้ไปถ่ายรูปทำโปรไฟล์เลยนะ” ชูเกียรติบอกช่าง

    ทำผมแต่งหน้าเสร็จช่างบอกว่าเดี๋ยวให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าถ่ายรูปทำโปรไฟล์กัน เดือนจะเอาไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำ ถูกแก้วแขวะว่าจะหน้าบางไปถึงไหน ช่างเองก็เสนอให้เปลี่ยนที่ห้องนี้ก็ได้ ระหว่างที่เดือนเปลี่ยนชุดนั่นเองแก้วเอามือถือไปแอบถ่ายรูปตอนเดือนถอดเปลี่ยนชุดไว้อย่างมีแผนร้าย

    ooooooo

    สายวันนี้ พิมุกพาเตี้ยกับบ่างลูกน้องไม่เต็มบาททั้งสองไปที่ตลาด ตรงไปหาช้อย ช้อยรีบเอาดอกเบี้ยให้ พิมุกไม่รับแต่ต่อรองว่า

    “มาพูดกันจริงๆจังๆดีกว่านะแม่ช้อย ฉันน่ะหลงรักเดือนมาตั้งนานแล้ว แม่ช้อยเองก็รู้ แล้วตอนนี้ ไอ้ชูเกียรติญาติฉัน ก็กำลังจะพาเดือนไปโด่งดัง ถ้าฉันไม่รีบทำอะไรเสียก่อน เกรงว่าเดือนอาจจะหลุดลอยไปไกลเกินเอื้อม”

    พูดแล้วส่งสัญญาณให้เตี้ยกับบ่างไปประกบช้อยไว้ แล้วจึงพูดต่อ

    “ฉันอยากจะขอเดือนไปเป็นเมีย เรื่องสินสอดไม่ต้องห่วง แม่ช้อยอยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา”

    ช้อยบอกว่าเรื่องนี้ตนบังคับเดือนไม่ได้ เดือนจะรักใครชอบใครก็แล้วแต่ ตนจะเที่ยวไปยกให้ใครไม่ได้ พิมุกพยายามเอาความร่ำรวยมาอ่อย เมื่อช้อยยังยืนยันว่าตนไม่อาจตัดสินใจแทนเดือนได้ พิมุกก็ส่งสัญญาณให้เตี้ยกับบ่าง ทั้งสองทำลายข้าวของของช้อยทันที

    รวิกับศิริพรเดินผ่านมาพอดี รวิเห็นข้าวของของช้อยหกกระจัดกระจายก็วิ่งเข้ามาช่วย พิมุกสะอึกออกมาเผชิญหน้าอย่างกระเหี้ยนกระหือรือที่จะมีเรื่องกัน ท้าว่า

    “ถ้าแกแน่จริง ถ้าแกไม่ได้ดีแต่ปาก วันที่ 15 เดือนหน้านี้ ที่งานเวทีมวยของฉัน ฉันขอท้าแกขึ้นชกกับฉันตกลงไหม” รวินิ่งไป ถูกเย้ยว่า “ขี้ขลาดแบบนี้จะไปปกป้องเดือนได้ไง คงตั้งใจเกาะชายกระโปรงเดือนกิน”

    รวิฟิวส์ขาดรับคำท้า ประกาศจะทำให้คนเห็นว่าเวลาเจ้าของค่ายมวยโดนน็อกจะเป็นอย่างไร ศิริพรตกใจเตือนรวิว่า พิมุกต้องมีแผนขี้โกงแน่ๆ

    พิมุกเดินเข้าหาศิริพรอย่างคุกคาม ศิริพรหันไปหยิบมีดที่วางอยู่ใกล้ๆ เอามีดชี้หน้าพิมุกสั่ง...

    “หยุดอยู่แค่ตรงนั้นล่ะพิมุก ไม่ต้องก้าวเข้ามาอีก คงไม่อยากเสียเลือดตอนนี้ใช่ไหม อย่าลืมนะ เธอน่ะ รับเลือดของใครไม่ได้สักคนนอกจาก...”

    ได้ผล! พิมุกถอยไปทันที แต่ยังชี้หน้าศิริพรและรวิ ขู่อย่างไว้เชิงว่า

    “โอเค...งั้นวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน ส่วนแก” พิมุกชี้หน้ารวิ “รับปากฉันแล้ว อย่าปอดแหกหนีไปเสียก่อนล่ะอย่าลืม!” พูดแล้วจะกลับ แต่ยังทำกร่างหันมาทำท่ายกปืนยิงใส่รวิ แล้วจึงเดินกลับไป

    ทั้งรวิและช้อยต่างหนักใจเป็นห่วงเดือน เมื่อรู้ว่า พิมุกเป็นญาติกับชูเกียรติ

    ศิริพรพยายามหว่านล้อมให้รวิเปลี่ยนใจที่จะขึ้นชกกับพิมุกเพราะฝ่ายนั้นเป็นนักมวย ตนขี้เกียจโยนผ้าขาวข้างเวที

    “อย่าเชียวนะ ถ้าฉันจะน็อกก็ให้มันน็อกไปแต่ฉันไม่มีทางยอมแพ้มันแน่” ศิริพรถามว่าทำไมต้องยอมเจ็บตัวแบบนั้นด้วย “ไม่มีผู้ชายคนไหนทนเห็นตัวเองปกป้องผู้หญิงที่ตัวเองรักไม่ได้หรอก”

    ศิริพรได้ฟังถึงกับน้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่รวิยังมั่นคงกับเดือนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ไม่วายพูดเป่าหูเขาว่า

    “เดือนนี่น่าอิจฉาจังนะ แล้วเจ้าตัวเขารู้มั่งหรือเปล่าเนี่ย ป่านนี้คงเริงร่าอยู่ที่ค่ายเพลงแล้วมั้ง”

    “ช่างเหอะ...เห็นเขามีอนาคต มีความสุขกับสิ่งที่เขารัก ฉันก็ดีใจแล้ว” พูดแล้วเดินนำไปเลย

    ooooooo

    ถ่ายรูปทำโปรไฟล์แล้ว ชูเกียรติเดินมาหาเดือนกับแก้ว บอกว่า

    “เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเดือนจะต้องเข้ามาฝึกร้องเพลงที่นี่ทุกวันนะ จะมีครูคอยสอนให้  แล้วก็อาจจะต้องยุ่งหน่อย เพราะพี่ต้องพาไปเยี่ยมเยียนทักทายสื่อด้วย”

    แก้วดี๊ด๊าว่าตนต้องเตรียมตัวแล้ว ถามว่าแล้วตนจะไปๆ มาๆ ได้ยังไง ชูเกียรติบอกว่าแก้วไม่ต้องไปทุกที่ก็ได้มา แค่ช่วงที่มีซ้อมก็พอ เพราะตอนนี้เสี่ยขอปั้นเดือนคนเดียวก่อน ส่วนของแก้วตนจะช่วยดูให้อีกที แก้วหน้าเสียจะทักท้วง ถูกชูเกียรติมองดุๆ เลยเงียบไป แต่ยังฮึดฮัดฟัดเฟียด

    “แล้วอย่างนี้ใช้เวลานานไหมคะ กว่าจะได้ออกจริงๆ” เดือนถาม

    “ไม่หรอก เพราะทางเสี่ยเขาทำเพลงไปแล้ว เหลือแค่รอนักร้องเท่านั้นเอง”

    เดือนถามว่าเสี่ยที่ว่านั้นคือใคร ชูเกียรติบอกว่าเสี่ยวาทิน เจ้าของค่ายเพลง แล้วชี้ให้ดูรูปเสี่ยที่ถ่ายกับหญิงมีอายุคนหนึ่ง บอกว่านั่นคือคุณนันทนา เมียของเสี่ย พูดแล้วชวนไปทานข้าวกัน แล้วเดี๋ยวจะพาไปส่ง

    ooooooo

    วงดนตรีของเทพกำลังไปได้ดี นภากับศิริพร ร้องเพลงเข้าขากันดี เทพบอกทุกคนว่าหลังจากงานนี้แล้วยังมีงานใหม่ในวันที่ 15 เดือนหน้าอีก

    เทพบอกว่าเป็นงานแข่งชกมวย เจ้าภาพอยากให้มีดนตรีไปบรรเลงด้วย แต่เทพจำชื่อค่ายมวยไม่ได้ รวิเลยบอกว่าค่าย พ.พิมุก บอกเทพว่าตนอาจจะเล่นได้ไม่เต็มที่ เทพถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ

    ทุกคนตกใจเมื่อศิริพรบอกว่ารวิต้องขึ้นชกในงานนี้ เทพถามว่าเรื่องมันไปยังไงมายังไงกัน

    “ศึกชิงนาง!!” ศิริพรโพล่งไปอย่างมีอารมณ์ เทพเดาว่าเรื่องเดือนหรือ รวิพยักหน้า ทุกคนพากันอึ้ง เทพเลยเปลี่ยนเรื่องเรียกทุกคนให้รีบมาซ้อมกัน

    ระหว่างชูเกียรติพาเดือนกับแก้วมาส่งบ้านนั้น ชูเกียรติบอกเดือนว่าเธอต้องย้ายมาอยู่ใกล้ๆออฟฟิศเพราะไปๆ มาๆ แบบนี้คงไม่ไหวเดือนตกใจถามว่าตนจะทิ้งแม่ไปได้ยังไงเพราะแม่ไม่ค่อยแข็งแรง

    “เดือน...เดือนต้องเข้าใจนะ ตอนนี้เดือนกำลังจะเป็นศิลปินแล้ว เดือนต้องเข้าไปเรียน ไปซ้อม แล้วยังต้องไปทักทายแนะนำตัวกับสื่ออีก จะมามัวนั่งรถไปๆมาๆ แบบนี้มันไม่ไหวหรอก” เดือนจะชี้แจง ถูกตัดบทว่า “คิดให้ดีนะเดือน แม่เขาคงเข้าใจแหละ ถ้าเพื่ออนาคตของเดือน”

    เดือนอึ้งไป พูดไม่ออก แต่สีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

    ooooooo

    ค่ำวันนี้ ช้อยฝันว่าพ่อของเดือนมาเรียกบอกว่าได้เวลาแล้ว อีกไม่นานหรอก...แล้วเดินไป ช้อยลุกตามไปเรียกให้รอด้วย เห็นแต่เงาดำรางๆ เดินหายไป
    เสียงรถที่เข้ามาจอดหน้าบ้าน ทำให้ช้อยสะดุ้งตื่น เดือนเดินเข้ามาทักว่าบอกให้แม่นอนก่อนแล้วไง แม่มารอตนหรือถามว่ามารอทำไม ก็บอกแล้วไงว่าคืนนี้กลับดึก

    “ก็ข้าอดห่วงเอ็งไม่ได้นี่หว่า เดือน...คนเป็นแม่น่ะ ลูกจะโตแค่ไหนก็ยังห่วงอยู่เสมอล่ะ ข้าเองก็ไม่รู้จะอยู่รอเอ็งกลับบ้านแบบนี้ไปได้อีกถึงเมื่อไหร่ล่ะ”

    “แม่...แม่พูดอะไรน่ะ ห้ามพูดแบบนี้อีกนะ”

    “คนเราน่ะไม่มีใครหนีความตายไปได้หรอกข้าเองก็อยากจะอยู่จนถึงวันที่เอ็งโด่งดัง ได้เป็นอย่างที่เอ็งตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้ถึงวันนั้นหรือเปล่า” เดือนใจไม่ดีบอกแม่ว่าอย่าพูดแบบนี้อีก “เดือน...เอ็งฟังแม่นะ ถ้าเผื่อแม่อยู่ไม่ถึงวันนั้น เอ็งจะต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้ชื่อเสียงเงินทองมานำพาเอ็งไปในทางที่ผิด...แค่นี้ ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”

    เดือนน้ำตาไหล โผกอดแม่ไว้แน่น

    เมื่อกลับห้องนอน เดือนคิดหนัก คิดถึงที่ชูเกียรติจะให้เธอย้ายไปอยู่ใกล้สำนักงาน แต่เมื่อได้เห็นสภาพและได้ยินช้อยพูดเมื่อครู่ เดือนก็ยิ่งรู้สึกกดดันถามตัวเองว่า...

    “ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย????”

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:47 น.