ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้านี้ รวิได้ยินเสียงบางอย่างผิดปกติที่ข้างบ้าน เดินออกไปดูไม่เห็นมีอะไร จึงกลับมาเอาของขี่มอเตอร์ไซค์จะไปที่ออฟฟิศ เทพ ฟ้าประทาน

    ระหว่างทางนั่นเอง รวิพบหญิงคนหนึ่งนอนฟุบอยู่กลางถนน เขาจอดรถลงไปเพื่อช่วยเหลือ กลายเป็นเตี้ยลูกน้องพิมุกใส่วิกปลอมเป็นผู้หญิง รวิรู้ว่าต้องมีเหตุร้ายแน่ หันหลังวิ่งหนีก็เจอพิมุกกับบ่างยืนดักอยู่

    “ไงพ่อพระเอก ไม่คิดจะช่วยซะหน่อยหรือ”

    “พวกแกมีอะไร” รวิเตรียมพร้อมระวังตัว

    พิมุกเยาะเย้ยว่าเป็นลิเกอย่างเดียวไม่พอต้องเล่นดนตรีเสริมด้วยหรือ ตะคอกว่า อยากไปก็ไปคนเดียว ทำไมต้องเอาเดือนไปด้วย รวิถามว่าเดือนจะอยู่ที่ไหนเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

    “ตอนนี้ไม่เกี่ยว อีกหน่อยก็ต้องเกี่ยว ส่วนแก ขอตอบ แทนความหวังดีสะเออะพาน้องเดือนไปหน่อย ไอ้เตี้ยไอ้บ่าง!” แต่เตี้ยกับบ่างทะเล่อทะล่าพุ่งเข้าไปหลับหูหลับตาต่อยกันเอง พิมุกจึงตบมือเรียกสมุนร่างใหญ่สองคนออกมา

    “จับมัน วันนี้ล่ะไอ้ลิเก...จะทำให้แกทั้งรำทั้งเล่นดนตรีอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”

    รวิถูกทำร้ายสะบักสะบอม พาร่างที่บอบช้ำไปที่ออฟฟิศเทพ พอเทพเห็นสภาพรวิก็ถามว่าแบบนี้งานที่จะถึงนี่เล่นไหวหรือ รวิบอกว่าไหว เทพบอกว่าไม่ไหว

    ก็ไม่เป็นไร แล้วเรียกประชุมเพื่อแจ้งให้ทุกคนในวงรู้ว่า ตอนนี้นอกจากเดือนแล้ววงเรายังจะมีนักร้องหญิงคนใหม่ มาเพิ่มอีก

    ก้องดี๊ด๊าถามว่าไปหามาจากไหนหรือ สวยหรือเปล่า

    “หามาจากไหนเหรอ อืม...ก็ใช้วิทยายุทธ์นิดหน่อย น่ะ” เทพยักไหล่ยิ้มๆ ไม่พูดอะไร

    เวลาเดียวกัน นภาก็ไปบอกลาออกจากโรจน์ โรจน์ถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอจะย้ายไปอยู่วงอื่นใช่ไหม

    “ฉันจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน เอาเป็นว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ ฉันจะไม่อยู่วงนี้แล้ว” นภาตัดบท

    “นภา ฉันว่าเธอใจเย็นๆ แล้วลองกลับไปคิดใหม่อีกทีนะ ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันจะลองปรึกษากันเรื่องเพิ่มค่าตัวให้เธอดีไหม” ประทีปเสนอ

    นภาส่ายหน้าบอกว่าตนตัดสินใจแล้วและคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม พูดจบก็เดินออกไป ประทีปร้องเรียกให้กลับมาก่อน โรจน์ขัดขึ้นว่า “ช่างมัน มันอยากไปก็ให้มันไป”

    “แต่ตอนนี้วงเราก็มีนภานะที่เป็นเบอร์หนึ่งน่ะ แล้วจะหาใครมาแทนกันล่ะ นี่ถ้าเดือนยังอยู่ก็จะให้ร้องแทนหรอก แต่นี่...”

    “ไม่ต้องไปพูดถึงมัน นังคนทรยศแบบนั้น...ยัยนภา นี่ก็เหมือนกันฉันต้องรู้ให้ได้ว่า ไอ้วงไหนที่มาซิวของเราไป!”

    ooooooo

    แก้วมาถึงห้องซ้อม เห็นพวกแดนเซอร์จับกลุ่ม ซุบซิบกันก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เดินเข้าไปเงี่ยหูฟัง ถูกป้อมกับขำด่าลอยๆว่า พวกสอดรู้สอดเห็น เลยด่ากันอยู่พักหนึ่ง

    “โอ๊ย...หนวกหู เลิกกัดกันเสียที...ทำงานทำการกันได้แล้ว” ลิ้นจี่เข้ามาแว้ด แก้วเถียงว่าทีกับนภาไม่เห็นไปเร่งมั่งเลย เลยถูกลิ้นจี่ด่าสวนว่า “ทีหลังถ้าอยากรู้อะไรก็หัดมาซ้อมให้มันไวๆ หน่อยนะ นังนภาน่ะมันลาออกแล้ว”

    “อ้าว...ลาออกไปไหนล่ะ แล้วลาออกทำไมล่ะ” แก้วตื่นเต้นตาลุก

    “ถ้าแกอยากรู้มาก แกก็แล่นไปถามมันเองสิ หรือแกอยากจะออกตามมันไปอีกคนไหมล่ะ”

    “แหม...พี่ลิ้นจี่น่ะ แก้วก็แค่...”

    “อยากรู้แค่นั้นเอง!!” ป้อมกับขำพูดต่อให้แข่งกันหัวเราะเยาะ แล้วเดินลอยชายผ่านแก้วไป

    ooooooo

    เย็นนี้ ที่ห้องซ้อมวงดนตรีเทพ ก้องถามเทพกับรวิอย่างตื่นเต้นว่า เทพดึงนักร้องมาจากวงฟ้างามหรือ? เป็นวงเดียวกับวงเก่าของเดือนใช่ไหม? และนักเลงที่มาซ้อมรวิก็เป็นพวกเดียวกับวงฟ้างามใช่หรือเปล่า?

    ทั้งเทพและรวิตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่าใช่...ถูกต้อง ก้องถามอย่างกังวลว่าแล้วมันจะตามมาถึงที่นี่ไหม?

    เทพบอกว่าไม่มีอะไรหรอก รวิก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร เพราะถ้าไม่อย่างนั้นตนไม่กล้าพาเดือนมาหรอก

    พอดีเดือนเดินเข้ามา เพียงเห็นสภาพของรวิเธอตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้ ใครทำ พลางเข้าจับตัวสำรวจว่าโดนตรงไหนบ้าง รวิบอกว่าไม่เป็นอะไร ตนแค่ไปฟัดกับหมามานิดหน่อยเท่านั้น

    “ขอโทษนะคะ ฉันมาตามที่นัดไว้ค่ะ” นภาเอ่ยพลางเดินเข้ามา เทพหันไปยิ้มทัก...

    “อ้าว...มาพอดีเลย คราวนี้ก็พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว”

    เดือนมองนภาอย่างตกใจ ในขณะที่นภาเองเดินเชิดเข้ามาเหมือนไม่เห็นหัวใครเลย เมื่อเดือนเข้าไปแสดงความยินดีที่นภามาอยู่วงเดียวกันและฝากเนื้อฝากตัว นภาปรายตามองพูดหน้านิ่ง...

    “เดือนจำหลักๆ ไว้ข้อเดียวก็พอจ้ะ...อย่าพยายามเทียบชั้นกับมืออาชีพ!” พูดแล้วเดินผ่านไปเลย เดือนหน้าถอดสี นภานั่งมองเดือนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

    ooooooo

    เมื่อศิริพรรู้ว่ารวิยุบคณะลิเกไปอยู่วงดนตรีเทพ ฟ้าประทาน ซ้ำยังพาเดือนไปเป็นนักร้องที่นั่นด้วย เธอตัดสินใจเก็บชุดงิ้วทั้งหมดเอาชุดนักร้องมาแขวนแทน ทั้งยังฝึกร้องเพลงเอาจริงเอาจัง ข้างตัวมีรูปเดือนถูกกากบาทที่หน้าวางอยู่ด้วย

    วันนี้ ป้อมกับขำและเดือนไปเดินตลาด เดือนซื้อชุดที่ถูกใจมาเตรียมไว้ขึ้นร้องเพลงในงานใหญ่วันมะรืนนี้

    “เอาละเว้ย...สนุกกันละงานนี้ เจ้าภาพรวยเสียด้วย เชิญแขกอย่างกับงานฝังลูกนิมิต” ป้อมคึกเมื่อนึกเห็นภาพงานมะรืนนี้ เดือนที่ยังอ่อนหัดในวงการถามว่ามันยังไงหรือ ป้อมเฉลยว่ามันเป็นงานเดียวกับที่วงฟ้างามจะไปแสดงด้วย ป้อมกับขำจึงรู้จากเดือนว่า นภาได้ย้ายมาอยู่วงเดียวกับตนแล้วด้วยก็อึ้ง

    “งานนี้ข้าว่าได้เห็นหัวหน้าวงเราหัวใจวายตายแน่เลยพี่ป้อม” ขำทำหน้าสยอง

    “เออ...ถ้าเป็นงั้นได้ก็ดี แต่ก็นะเดือน ระวังนภา

    ไว้บ้างก็ดีนะ คนคนนี้ก็ใช่ย่อย” ป้อมเตือน แต่เดือนก็ยังมองว่านภาไม่เห็นจะอะไรกับตน ป้อมเลยย้ำว่า “เออ... มันไม่มีอะไรกับใครหรอก ถ้าไม่มีใครไปดังเกินมันน่ะ”

    แก้วมาแอบฟังอยู่ ทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้แล้วหันหลังเดินออกไปทันที ตรงไปที่ห้องซ้อมของโรจน์ ได้ยินโรจน์ ประทีปและลิ้นจี่กำลังปรึกษากันว่าจะไปหานักร้องที่ไหนมาแทนนภา จนแต้มเข้าประทีปเสนอว่าหรือเราจะไปตามนภากลับมาดี? แก้วเข้าไปเสนอตัวทันทีว่า

    “พี่เขาไม่กลับมาหรอกค่ะ เพราะวงใหม่ที่ไปอยู่เห็นว่าดูแลดีจะตาย ค่าตัวก็ให้เยอะกว่าที่นี่อีก” แก้วถูกโรจน์กับประทีปและลิ้นจี่คาดคั้นถามจนยอมบอกว่า “เห็นว่าไปอยู่วงเดียวกับเดือนนี่ล่ะค่ะ จริงๆนะคะ แก้วเห็นกับตา”

    โรจน์แค้นใจพึมพำว่าเทพจะลองดีกับตนอีกแล้วใช่ไหม ประทีปบอกว่าเห็นว่างานมะรืนเจ้าภาพจ้างเทพมาด้วย ทำให้โรจน์ยิ่งหัวเสียถามว่าแล้วจะทำยังไงดี! แก้วขยับเข้าไปทั้งยั่วยวนและเสนอตัวช่วยแก้ปัญหาไปก่อนไหม คุยว่าเรื่องเสียงตนอาจจะสู้เดือนไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องลีลาตนชนะขาด ชี้ทางที่จะแก้ปัญหาได้ชะงัดว่า

    “ถ้าเรากลัวว่าแก้วจะร้องสู้เขาไม่ได้ เราก็ทำให้เขาร้องไม่ได้สิคะ”

    โรจน์กับประทีปสบตากัน โรจน์หันมองยิ้มร้ายบอกแก้วว่า

    “หึ...เอาสิ...ถ้าเธอทำให้ไอ้วงนั่นเจ๊งได้นะ ฉันมีรางวัลใหญ่ให้แน่”

    เดือนซ้อมหนักเพื่อเตรียมขึ้นเวทีเป็นนักร้องเต็มตัว กลับถึงบ้านก็บอกช้อยว่าเหนื่อยจัง ปะเหลาะช้อยที่ยังเคืองอยู่ว่า

    “แม่...หายโกรธฉันได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปร้องเพลง

    แล้วถ้าได้ทิปมานะ ฉันจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แม่ด้วยเอาไหม แม่จะได้มีอะไรใหม่ๆไปอวดเขามั่ง”

    “โอ๊ย...ข้าไม่อวดอะไรใครทั้งนั้นล่ะ แค่มีกินไปวันๆ ก็ดีแค่ไหนแล้ว แล้วกว่าจะถึงวันนั้นข้าคงไปอยู่ในหลุมแล้วละมั้ง” ช้อยลูบหัวเดือนเตือนอย่างห่วงใยว่า “เดือน...ข้านะไม่ขออะไรมากหรอก แค่ขอให้เอ็งมีความสุข มีชีวิตที่ถูกที่ควร แค่นี้ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”

    ooooooo

    คืนนี้จะได้ขึ้นเวทีกันแล้ว...

    โรจน์กับประทีปซักซ้อมกับแก้วเป็นพิเศษ ประทีปบอกว่าเราขายนักร้องไม่ได้ก็ขายความสวยไว้ก่อน แก้วรับรองว่าคนอย่างตนไม่เคยยอมแพ้ใคร  ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอา ด้วยกล โรจน์ถามว่าเตรียมรับมือสองคนนั้นไว้แล้วใช่ไหม

    “พี่นภาน่ะ ไม่ค่อยห่วงหรอก เพราะแกแก่แล้วร้อง แต่เพลงช้าๆ ไม่มีอะไรดึงดูด แต่ที่ต้องห่วงน่ะคือนังเดือน คงต้องหาทางให้มันร้องไม่ได้” ประทีปเตือนว่าจะทำอะไรก็อย่าให้เดือดร้อนมาถึงพวกตนก็แล้วกัน “แก้วไม่ทำอะไรมากมายหรอกน่า...ไม่ต้องห่วง...เอาแค่พอขำๆ แต่ก็นะ ไม่รู้ว่าเดือนเขาจะขำออกหรือเปล่า ฮ่ะๆ”

    ฝ่ายวงเทพ ฟ้าประทาน เทพขึ้นนั่งที่คนขับรถตู้ของวง ถามพรรคพวกว่าไม่ลืมอะไรกันแล้วนะ  แล้วขับรถไป

    ไปถึงบริเวณงาน เจ้าหน้าที่มาบอกให้จอดใกล้ๆ รถของคณะฟ้างาม แล้วพาคณะเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ทางเจ้าภาพจัดไว้ให้ ซึ่งก็อยู่ติดๆกับโต๊ะของวงฟ้างามอีก

    โรจน์เดินถือแก้วเครื่องดื่มเดินมาพูดเหน็บแนมทันที

    “ไงคุณเทพ...เห็นวงเล็กๆแบบนี้ แต่ซิวเด็กผมไปตั้งสองคนเลยนะ”

    “อย่างคุณโรจน์หาเด็กใหม่ๆได้ไม่ยากหรอกมังครับ”

    “ยากไม่ยากไม่รู้นะ แต่คนในวงการเดียวกันไม่ทำแบบนี้กันหรอก” โรจน์จ้องหน้าเทพ อ้าปากจะพูดต่อก็พอดี รวิแทรกเข้ามาพูดขึ้นเสียก่อนว่า

    “คนเราถ้าอยู่ที่ไหนแล้วสบายใจก็อยากจะอยู่ที่นั่น แต่ถ้าอยู่แล้วต้องถูกเอาเปรียบก็ไม่มีใครอยากอยู่กันหรอก”

    โรจน์จ้องหน้ารวิไม่พอใจแล้วเดินกลับไป ป้อมเข้ามาถามเดือนว่าโรจน์มาหาเรื่องหรือ เดือนปัดว่าช่างเขาเถอะแล้วถามป้อมว่าทางวงทำอย่างไรต่อไป จึงรู้จากป้อมว่าโรจน์กับประทีปให้แก้วขึ้นมาร้องแทน นภาที่ฟังอยู่ได้ยิน มองขวับไปทางแก้วที่ยืนแจ๋อยู่  เบ้หน้าอย่างดูแคลน

    ooooooo

    แก้วแกล้งไม่ให้เดือนขึ้นร้องเพลง แอบไปที่รถตู้หยิบชุดของเดือนออกมา พลันก็สะดุ้งเมื่อศิริพรถามจากข้างหลังว่า

    “ชุดนั้นมีอะไรหรือ” แก้วตกใจรีบเอาซ่อน ศิริพรรู้ทันบอกว่า “จะทำอะไรก็รีบๆเข้า นังเดือนมันกำลังลุกมาแล้ว”

    พูดแล้วศิริพรเดินเชิดไป แก้วเอากรรไกรตัดชุดของเดือนจนรุ่งริ่ง พึมพำสะใจ “แก้ผ้าขึ้นไปร้องแล้วกัน นังเดือน!”

    เทพให้นักร้องนักแสดงซ้อมกันเล็กน้อยแล้วบอกให้ไปแต่งตัวเตรียมขึ้นเวที ครู่เดียวเดือนก็เดินหน้าซีดเอาชุดที่ถูกตัดรุ่งริ่งมาให้ดู เทพสบถอย่างหัวเสีย...

    “โธ่เอ๊ย...ฉันประมาทเอง เห็นว่ารถอยู่แค่นี้ไม่น่าจะมีอะไร ก้อง นายไปบอกทางนู้นทีว่าเรามีเอ็กซิเดนท์เล็กน้อย ขอขึ้นเวทีช้าหน่อย”

    นภาทำทีมาแสดงความเห็นใจจะเอาชุดของตนให้ใส่แล้วก็บอกเองว่าคงใส่กันไม่ได้ บอกเดือนว่างานนี้ตนร้องคนเดียวก็แล้วกัน  แล้วจะแบ่งค่าตัวให้ เดือนคิดไม่ทันพูดไม่ออก ทำหน้าจะร้องไห้ ศิริพรแทรกเข้ามาเสนอว่าให้เดือนร้องเถอะ แล้วยุแยงว่า

    “เมื่อกี๊ฉันเห็นเพื่อนเธออยู่ที่วงนู้นน่ะเดือน ที่ชื่อแก้วอะไรนั่น มายืนลับๆล่อๆที่รถ แต่ไม่คิดว่าจะ...” พูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วหันไปพูดกับเทพ “ให้เดือนร้องเถอะนะคะ เรื่องชุดน่ะเดี๋ยวเอาของฉันก็ได้ ฉันมีติดมาในรถสองสามชุด ของใหม่นะเดือน”

    รวิเห็นด้วย บอกเดือนว่าจะไปซื้อใหม่ก็ไม่ทันแล้ว เทพขอบคุณศิริพรที่ช่วยแก้ปัญหาให้

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อนาคตฉันอาจจะไปอยู่ในวงคุณก็ได้ใครจะรู้” ศิริพรกรุยทางยิ้มใสซื่อ

    เมื่อได้เวลาขึ้นเวที นภาขึ้นไปร้องเพลงอย่างไพเราะ กลุ่มคนดูที่เป็นผู้ใหญ่ต่างดื่มด่ำกับเพลงในยุคของตน

    บ้างก็ร้องคลอตามเบาๆ ส่วนพวกวัยรุ่นลูกหลานเจ้าภาพพากันนั่งหาวหวอดทำหน้าเซ็ง พอนภาร้องเพลงจบก็มีเสียง ปรบมือเปาะแปะจากกลุ่มผู้ใหญ่ มีลุงแก่ๆคนหนึ่งเดินมายื่นดอกไม้ให้เทพที่ถือกีตาร์อยู่แนะนำเพลงต่อไปว่า

    “เอ้า...เรามาเปลี่ยนบรรยากาศให้คึกคักสนุกสนานกันมั่ง กับนักร้องสาวสุดสวยของเรา เดือน งามพร้อม!”

    พอเดือนก้าวออกมาในชุดสีแดงสด สั้น และผ่าลึก เธอทั้งร้องและเต้นสุดชีวิต มีเสียงปรบมือร้องตามและเต้นกันอย่างสนุกสนานจากพวกวัยรุ่น

    นภาที่เข้าไปหลังเวทีแล้ว แอบมองด้วยความริษยาที่เดือนได้รับเสียงเชียร์มากกว่าตน

    ส่วนแก้ว พอเห็นเดือนออกมาในชุดแดงสดสวยเซ็กซี่ก็ตาวาวพึมพำ “อะไรกัน มันไปเอาชุดจากไหนนี่!”

    มิหนำซ้ำ เมื่อเดือนร้องและเต้นเสร็จ พวกวัยรุ่นต่างรุมกันมาให้ดอกไม้จนรับแทนไม่ทัน มีคนหนึ่งมาบอกเดือนว่า

    “น้องๆ ท่านเรียกไปรับรางวัลแน่ะ”

    เดือนเดินลงจากเวทีไปโต๊ะเจ้าภาพที่ถือซองรางวัลรออยู่แล้ว ท่านชมว่าเดือนร้องและเต้นได้สุดยอดจริงๆ เดือนไหว้อย่างสวยงามรับซองแล้วจะกลับก็ถูกอีกคนหนึ่งเรียกให้มาถ่ายรูปด้วยกัน ถือโอกาสแต๊ะอั๋งโอบเดือนไว้บ้าง โน้มหน้ามาจนเกือบถูกหน้าเดือนบ้าง แม้เดือนจะไม่พอใจแต่ก็ฝืนยิ้ม

    โรจน์กับแก้วต่างยืนมองอย่างอิจฉามาก โรจน์ตำหนิแก้วว่าไหนว่าจะจัดการไม่ให้เดือนได้ขึ้นร้องเพลงได้ไง แก้วแก้ตัวว่าใครจะไปรู้ว่ามันเตรียมพร้อมมาดี โรจน์สั่งแก้วว่า “ถึงตาเธอละ เอาให้เจ๋งกว่ามันแล้วกัน”

    “แก้วตา ยาใจ” นักร้องของวงฟ้าครามขึ้นเวทีทั้งร้องทั้งส่ายอย่างยั่วยวน ตั้งหน้าตั้งตายั่วยวนเสียจนร้องเพลงผิดๆ ถูกๆ พอรู้สึกตัวร้องใหม่ก็คร่อมจังหวะ เสียงหลง

    เจ้าภาพและคนดูเริ่มซุบซิบกันอย่างไม่พอใจ แก้วแก้สถานการณ์ด้วยการดึงกระโปรงทิ้งเหลือแต่กางเกงสั้นจู๋ เต้นกระเด้าเมามันจนโรจน์เอามือกุมหน้าผาก ประทีปถึงกับส่ายหน้าถามโรจน์ว่านักร้องใหม่เขาขายอะไรกันแน่?

    พอร้องเพลงจบ แก้วก็ลงจากเวทีไปหาเจ้าภาพทั้งที่ท่านไม่ได้เรียกหมายได้ซองอย่างที่เดือนได้ ซึ่งเจ้าภาพก็ให้เพื่อรักษาน้ำใจ แต่บรรดาป๋าๆ ที่นั่งอยู่พากันหยิกก้นบ้างลูบขาอ่อนบ้าง แก้วยิ้มให้ทุกคนอย่างเชิญชวนยินดี

    “หมด...หมดกันคราวนี้ ชื่อเสียงของวงฟ้างาม ครามฝัน สู้ไม่ได้แม้กระทั่งไอ้วงกระจอกๆแบบนั้น” โรจน์มองไปที่วงของเทพที่กำลังเก็บเครื่องดนตรีกันอย่างคึกคักร่าเริงก็ยิ่งแค้นใจ

    ศิริพรมาดักพวกรวิกับเดือนที่รถ เธอเอ่ยชมกับรวิว่าวันนี้ทุกคนเยี่ยมมาก แล้วเกริ่นกับเทพว่าท่าทางวงของเทพน่าจะสนุก ชักอยากอยู่ด้วยเสียแล้ว เทพเชิญชวนทันที ศิริพรฉวยโอกาสบอกว่าตนจะถือว่านี่เป็นคำสัญญา

    เดือนบอกศิริพรว่าตนจะเอาชุดของเธอไปซักก่อนแล้วค่อยเอามาคืน ศิริพรน้ำใจกว้างยกให้เลยเพราะตนมีหลายชุด เดือนขอเป็นซื้อต่อแล้วกัน ศิริพรยิ้มส่ายหน้าแล้วขอตัวไป

    วันนี้ได้ทิปมาเยอะ เดือนเสนอเทพว่าให้เอาไปแบ่งให้เท่าๆกันทุกคน เทพถามว่าจะดีหรือเพราะแขกตั้งใจให้เดือน

    “แหม...ถ้าไม่มีพวกพี่ เดือนก็ร้องไม่ได้อยู่ดี” เดือน เห็นถึงคุณค่าของทุกคนที่ร่วมงาน พอดีมาถึงหน้าบ้าน เดือนบอกให้จอดรถ ลงไปแล้วยังยืนส่งจนรถออกไปไกลแล้วจึงเข้าบ้าน

    ooooooo

    ช้อยชะเง้อคอยเดือนตั้งแต่หัวค่ำด้วยความ

    เป็นห่วง มองรูปพ่อของเดือนแล้วอดคิดไม่ได้ว่า เดือนเหมือนพ่อไม่มีผิด ภาวนากับรูปให้ช่วยคุ้มครองลูกด้วย

    เพราะสุขภาพไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ช้อยคอยอยู่ไม่นานก็หน้ามืดหมดสติไป เดือนกลับมาพบแม่นอนหมดสติอยู่ที่พื้นเธอตกใจสุดขีด

    รุ่งขึ้น รวิกำลังจะไปเยี่ยมช้อย เจอศิริพรเดินอ้าวมาถามว่าจะไปไหนแต่เช้า รวิบอกว่าไปเยี่ยมช้อยเพราะเมื่อคืนเป็นลม เดี๋ยวจะชวนเดือนพาไปหาหมอ ศิริพรทำเป็นตกใจบ่นสงสารเดือนว่าถ้าช้อยเป็นอะไรไปเหลือเดือนคนเดียวคงแย่ แต่ก็ชวนรวิแวะไปตลาดซื้อของไปฝากช้อยก่อน รวิเกรงใจจึงไปด้วย

    เพราะแม่ไม่สบาย เดือนจึงจัดของเตรียมเอาไปขายแทนแม่เพราะถ้าตนไม่ไปแม่ก็ต้องแอบไปอยู่ดี

    “ก็เออสิ...ข้าวของมันเตรียมไว้แล้ว ขืนไม่ไปก็ ขาดทุนสิวะ”

    “แต่ฉันจะไปขายแค่วันสองวันนี้นะแม่ ส่วนแม่ก็พักไปก่อนเลยไม่ต้องไปขายมันแล้ว” เดือนหว่านล้อมให้แม่ไปหาหมอ ช้อยไม่ไปอ้างว่าหมอจะรู้ดีกว่าตนได้ไง เดือนเอากระเป๋ามาหยิบเงินให้แม่บอกว่าได้มาเมื่อคืนให้แม่เก็บเอาไว้ แล้วเดินลงเรือนไป ช้อยมองเงินในมือแล้วมองตามเดือนไปอย่างอดห่วงใยไม่ได้

    เดือนเดินออกมาเจอรวิพอดี เขามาคนเดียวเพราะศิริพรทำเป็นเสียใจที่ตนเป็นต้นเหตุให้รวิต้องยุบคณะลิเกร้องไห้เดินแยกไป แต่ฝากของที่ไปซื้อด้วยกันเอามาเยี่ยมช้อยแทน

    ช้อยได้ยินเสียงคุยกันถามเดือนว่าใครหรือ เดือนบอกว่ารวิ แล้วให้เขาขึ้นไปหาแม่ รวิเอาของเยี่ยมให้ช้อยบอกว่าศิริพรฝากมา ช้อยเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

    “โถแม่คุณ...ทั้งสวยทั้งใจดี ผู้หญิงอย่างนี้น่ะ ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป...นี่เดือนถ้าเอ็งเจอคุณศิริพรฝากขอบคุณเขาด้วยนะ”

    เดือนบาดใจตั้งแต่รู้ว่ารวิกับศิริพรไปซื้อของด้วยกันแต่เช้าแล้ว บอกแม่ว่าไปก่อนนะแล้วลุกเดินไปเลย

    “อ้าว...เดือนเดี๋ยวก่อนสิ...เอ่อ...งั้นฉันไปก่อนนะจ๊ะป้า เดี๋ยวยังไงเย็นนี้ซ้อมกันเสร็จแล้วฉันจะมาส่งเดือนเองจ้ะ”

    รวิไหว้ลาช้อยแล้วรีบตามเดือนไป

    ooooooo

    ศิริพรเดินมาเห็นนภานั่งดื่มกาแฟที่ร้าน พลางหยิบรูปของตัวเองออกมาดู...จึงเดินเร่เข้าไปทักชะโงกดูรูป ชมว่าสวยจัง นภาบอกว่ารูปนี้ถ่ายนานแล้ว

    “จริงเหรอคะ...นึกว่าเพิ่งไม่นานนี้เอง พี่ทำยังไงเนี่ย ถึงดูไม่เปลี่ยนเลย” ศิริพรเยินยอว่าทั้งสวยทั้งเสียงดี นภาบอกว่าถึงยังไงก็สู้รุ่นใหม่ๆไม่ได้อย่างเดือนเป็นต้น ศิริพรแย้งว่าไม่จริงแขกชอบอย่างอื่นของเดือนมากกว่า

    “หึ...นักร้องสมัยนี้ แค่ขอให้ดัง ทำได้ทุกอย่าง” นภาเบ้หน้า

    “นั่นสิคะ ทั้งๆที่บางคนเสียงดีกว่าแท้ๆ อย่างเมื่อ

    คืนนี้พี่ก็คงจะได้เป็นดาวเด่นไปแล้วถ้าไม่มี...” ศิริพรแกล้งพูดค้างไว้ แอบสังเกตสีหน้านภา

    “อันที่จริงนักร้องสมัยไหน แค่ขอให้ดังก็ทำได้ทุกอย่างเหมือนกัน”

    ศิริพรมองหน้านภาที่โกรธ เครียดขึ้นมาอย่างมากก็ยิ้มสะใจ

    ooooooo

    ชูเกียรติเครียดที่ทางบริษัทให้หานักร้องใหม่มาปั้นเพื่อชนกับคู่แข่ง แต่เขาหาไม่ได้ คนที่เข้ามาแต่ละคนสวยสะเด็ดแต่ร้องเพลงทั้งผิดทั้งเพี้ยนฟังไม่ได้เลย

    เขาได้รับโทรศัพท์จากพิมุกชวนไปกินเหล้ากัน ทีแรกก็ปฏิเสธเพราะกำลังเครียด แต่พอฉุกคิดอะไรได้ก็โทร.กลับนัดพรุ่งนี้เจอกัน เพราะนึกได้ว่าที่นั่นก็มีอะไรดีๆอยู่ไม่น้อย

    ศิริพรวางแผนจะเข้าไปเป็นนักร้องในวงเทพเพื่อจะได้ใกล้ชิดรวิ เธอไปฝึกร้องเพลงที่วิกลิเกเก่าของรวิ รวิได้ยินเสียงเพลงเดินไปดู เธอทำเป็นตกใจเขิน พอรวิชมว่าร้องเพลงเพราะก็ทำเป็นออกตัวว่าตนแค่มือสมัครเล่น รวิถามว่าจะเอาดีทางนี้จริงหรือ

    “ฉันว่าฉันเองก็ชักจะชอบการร้องเพลงขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะ” รวิยุว่าถ้าเธอตั้งใจจริงมีหวังรุ่งแน่ “แหม...

    รวิก็...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เออ...จริงสิ รวิเดี๋ยวเธอต้องไปซ้อมใช่ไหม ฉันไปด้วยได้ไหม ฉันอยากเห็นเวลาซ้อมกันจริงๆจังๆน่ะว่าเป็นยังไง”

    พอรวิบอกว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ศิริพรก็แกล้งทำเป็นเซจะล้ม รวิรับไว้เลยใกล้ชิดเหมือนกอดกัน

    เดือนมาดูอยู่นานแล้ว เห็นความใกล้ชิดนั้นก็ได้แต่เสียใจ ยิ่งเมื่อรวิพาศิริพรมานั่งคุยแนะนำการร้องเพลง ศิริพรหัวเราะระริกระรี้ตลอดเวลา เดือนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งแกล้งทำโน่นทำนี่ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

    “รวินี่ร้ายไม่เบานะ แอบซุ่มไม่บอกกันเลยเนอะเดือนเนอะ” ก้องเข้ามาแหย่ เดือนเลยประชดด้วยการทำเป็นสนิทสนมกัน รวิทนดูไม่ได้จะลุกไปหาก็ถูกศิริพรรั้งไว้ทำเป็นถามเพลงท่อนโน้นท่อนนี้

    แต่แล้วก็วงแตกเมื่อนภาเข้าถามว่า “จะนั่งจีบกันอีกนานไหม พี่อยากจะซ้อมแล้วนะ” ทุกคนเลยลุกแยกไปประจำที่ของตัวเอง นภาเดินไปพูดเบาๆพอได้ยินกันสองคนกับเดือนว่า

    “ถ้าคิดจะเป็นนักร้องที่ดี ก็ต้องรู้จักพยายามใช้ความสามารถไม่ใช่ใช้แค่หน้าตา”

    “ขอบคุณนะคะที่สั่งสอน พอดีเดือนมั่นใจว่าเดือนมีทั้งสองอย่างนั่นเสียด้วยสิคะ”

    นภาถูกเดือนย้อนเอาเจ็บแสบก็จ้องจิกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พอดีเทพผลักประตูเข้ามา เห็นศิริพรก็ร้องทัก ศิริพรถือโอกาสฝากเนื้อฝากตัว เทพแปลกใจแต่ก็ตอบอย่างมีไมตรีว่า

    “ถ้าเป็นคุณศิริพรละก็ ยินดีครับ”

    ooooooo

    ที่วง ฟ้างาม ครามฝัน โรจน์แจกจ่ายเงินค่าตัวให้แต่ละคน แก้วรับเงินยิ้มย่องลำพองใจ แต่พอเห็นจำนวนเงินก็โวย “อะไรกันเนี่ยคุณโรจน์ ทำไมแก้วได้แค่นี้ล่ะ”

    “ก็ค่าตัวบวกกับค่าทิปไง ของเธอฉันก็ให้มากกว่าคนอื่น เพราะเธอเป็นนักร้อง” แก้วถามว่าเมื่อวานตนได้ทิปตั้งเยอะแยะ โรจน์บอกว่า “ทิปที่ได้ต้องหารเท่ากันทุกคน”

    แก้วอ้างว่าตนทั้งร้องทั้งเต้นเหนื่อยกว่าคนอื่น ลิ้นจี่เลยแนะนำว่าถ้าอยากได้เยอะกว่านี้ก็ออกไปเป็นศิลปินเดี่ยวเสีย เจอไม้นี้แก้วก็พูดไม่ออกทำเป็นอ้อนว่าตนก็แค่บ่นนิดๆหน่อยๆเท่านั้นไม่ได้คิดอะไร

    โรจน์จึงใช้ให้แก้วเอาซองไปให้พิมุก แก้วดีใจเหมือนกระดี่ได้น้ำระริกระรี้รีบไปทันที

    แก้วไปเจอชูเกียรตินั่งกินเหล้าอยู่กับพิมุก จึงเอาซองเงินให้พิมุกแต่แอบส่งสายตาให้ชูเกียรติ

    “สาวสวยคนนี้เด็กใหม่นายเหรอพิมุก ขาวดีนี่” ชูเกียรติมองแก้วตาเป็นมัน พิมุกพูดอย่างไม่สนใจว่า ถ้าสนก็คุยกันเองสิ แก้วฟังแล้วหน้าเสียที่ตนไม่ได้มีค่าอะไรกับเขาเลย

    ชูเกียรติถามแก้วว่าสนใจเข้าวงการไหม ตนเป็นโมเดลลิ่ง แก้วตาโตบรรยายคุณสมบัติตัวเองยาวเหยียดว่า

    “จริงเหรอจ๊ะ พี่เป็นโมเดลลิ่งเหรอจ๊ะ หนูชื่อแก้วนะจ๊ะ ตอนนี้เป็นนักร้องของวงฟ้างาม เต้นได้ ร้องได้แล้วก็ทำได้อีกหลายๆอย่างเลยจ้ะ” พูดแล้วทิ้งสายตาให้ท่า

    “อืม...น่าสนใจดีนี่ ถ้าไงเอานามบัตรพี่ไปสิ แล้วถ้ายังไง ก็โทร.มานะ” ชูเกียรติเอานามบัตรตัวเองให้ แก้วรับนามบัตรเหลือบมองพิมุก เห็นเขาไม่สนใจก็แกล้งยั่วยวนชูเกียรติ

    “ถ้ายังไง เดี๋ยวพรุ่งนี้แก้วโทร.หาพี่นะคะ” พูดแล้วละล้าละลังดูท่าทีพิมุก เห็นเขายังเฉยจึงเดินหน้าง้ำออกไป

    ชูเกียรติมองตามแก้วไปตาเป็นมัน

    แก้วฝันหวานว่าต่อไปตนจะได้โด่งดังเป็นนักร้อง เช้าวันรุ่งขึ้นก็ทาครีมพอกหน้าเอาจริงเอาจัง บอกกับกิมว่าตนกำลังจะได้เข้าวงการแล้ว กิมถามว่าวงการอะไร?

    “เมื่อวานนี้ฉันไปเจอญาติของพี่พิมุกมา แม่รู้ไหมว่าเขาเป็นโมเดลลิ่ง แล้วเขาบอกว่าเขาจะพาฉันเข้าวงการ ไปเป็นดารา เป็นนักร้อง”

    “เก่งมากลูกสาวแม่...ทั้งเก่งทั้งสวยเหมือนแม่แกตอนสาวๆเลย...มาเดี๋ยวแม่จะช่วยขัดเนื้อขัดตัวให้นะจ๊ะ”

    ooooooo

    เพราะเมื่อเย็นวานมีอะไรขัดเคืองใจกันอยู่ วันนี้รวิจึงไปหาเดือนแต่เช้า กุลีกุจอช่วยจัดแผงขายผลไม้ จัดเสร็จก็นั่งกระแซะช่วยขายต่อ

    ระหว่างนั้น ชูเกียรติเดินมาหาซื้อของที่ตลาดเห็นเดือนก็จำได้รี่เข้าไปทักทาย ถามว่าจำได้ไหม ชูเกียรติที่เคยให้นามบัตรไว้ไง เดือนจำได้รีบยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณชูเกียรติ”

    “เรียกพี่เกียรติก็ได้จ้ะ แล้วว่าไง ตัดสินใจได้หรือยัง เดือนหน้านี้ทางค่ายเพลงที่พี่รู้จักเขาจะปั้นนักร้องใหม่แล้วนะ” พูดแล้วเห็นแววตาเดือนเป็นประกายขึ้นมา ชูเกียรติอ่อย “โอกาสไม่ได้มาบ่อยๆหรอกนะ ถ้ามันมาถึงแล้ว ต้องรีบคว้าไว้ แล้วพี่จะรอนะ” พูดแล้วยิ้มให้ก่อนเดินไป เดือนมองตามจนรวิถามว่าใครหรือ?

    “อ๋อ...คุณชูเกียรติ เขาเป็นโมเดลลิ่งที่เคยเล่าให้ฟังไง” รวิถามว่าไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ “พี่ก็คิดมากไปได้น่า เขาไม่มีอะไรหรอก” เดือนหันกลับไปหยิบโน่นหยิบนี่แต่แววตาครุ่นคิดเงียบๆไป แม้เดือนจะไม่พูดอะไร แต่รวิก็อ่านใจเธอออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่...

    ooooooo

    เพียงสายๆวันนี้ แก้วก็โทร.ไปหาชูเกียรตินิ่งฟังปลายสายหน้าตาตื่นเต้น มีกิมนั่งลุ้นอยู่ข้างๆด้วย

    “ค่ะ...พี่ชูเกียรติ วันมะรืนเหรอคะ ได้ค่ะ...อ๋อ... ว่างค่ะ ไม่มี๊...ไม่ติดอะไรทั้งสิ้นเลย...อะไรนะคะ อ๋อ...รออีกคนเหรอคะ ได้ค่ะ...ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ค่ะสวัสดีค่ะพี่เกียรติ” พอแก้ววางหูปุ๊บกิมก็ถามปั๊บ “เขาว่าไง?”

    “เขาบอกเดี๋ยววันมะรืน เขาจะพาฉันไปแคะๆ อะไรก่อนนี่ล่ะ แต่ต้องรอดูอีกคนหนึ่งก่อน จะได้ไปพร้อมๆ กัน” กิมถามว่ารอใคร “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าเป็นใครนะแม่ ฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก จะให้ใครมันมาเด่นกว่าฉันได้ไง”

    “มันต้องอย่างนี้สิวะ ถึงจะสมเป็นลูกข้า แล้ว...อะไรที่ยอมๆ ได้ก็ยอมๆ ไปบ้างเหอะวะ คุณเขาจะได้เมตตา”

    กิมพูดเป็นนัยอย่างรู้กันระหว่างแม่ลูก แก้วยิ้มให้แม่แล้วเดินเชิดไปอย่างยโส

    ooooooo

    วันก่อนได้ยินรวิบ่นว่าแซ็กโซโฟนเก่าโทรมพอๆกับเจ้าของ วันนี้ ศิริพรจึงชวนเทพไปเดินห้างในกรุงเทพฯกัน

    เทพแปลกใจที่ศิริพรชวนตนมา เธอออกตัวว่าเพราะตนไม่มีความรู้เรื่องดนตรี เลยต้องรบกวนนักดนตรีระดับเทพอย่างเขา พอดีถึงร้านขายเครื่องดนตรี เทพจึงเดินนำเข้าไป

    ระหว่างที่เทพกำลังคุยกับคนขายเครื่องดนตรีนั้น ศิริพรเดินไปดูแผ่นเพลงฝรั่งที่วางอยู่ หยิบขึ้นมาดูสองสามแผ่นแล้วหันกลับจะไปดูเทพ เธอชนเข้ากับใครบางคน เธอมองหน้าเขาเอ่ยขอโทษแล้วเดินผ่านไป แต่ยังหันมองอีกครั้ง พยายามคิดว่าเคยเห็นเขาที่ไหน เทพถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอบอกเปล่า ถามว่าเรียบร้อยไหม

    “เรียบร้อยครับ ผมเลือกให้แล้ว รับรองว่าตัวนี้เจ๋งที่สุด รวิต้องชอบแน่ๆ”

    “ขอบคุณค่ะ ถ้าระดับคุณเทพเลือก ฉันมั่นใจอยู่แล้ว”

    ศิริพรมองแซ็กโซโฟนตัวนั้นแววตาเป็นประกายราวกับเห็นความสมหวังอยู่ตรงนั้น

    กลับถึงห้องซ้อม ใครๆ พากันตื่นเต้นกับแซ็กโซโฟนใหม่เอี่ยมที่วางอยู่ รวิเดินมาดู เขาตื่นเต้นมาก ถามว่าของใคร สวยจัง เทพเดินมาบอกว่า “ของนายแหละรวิ”

    “ของผมเหรอครับ โห...นี่คุณเทพซื้อให้ผมเหรอครับ แต่จะดีเหรอ ของแพงๆแบบนี้” ถามหยอกว่า “นี่คิดอะไรกับผมรึเปล่าเนี่ย”

    “เฮ้ย...ฉันยังไม่คิดเปลี่ยนแนว...ฉันไม่ใช่คนซื้อโน่น คนซื้ออยู่โน่น” เทพชี้ศิริพรที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แต่ทำเป็นพูดอายๆว่า

    “ขอโทษทีนะรวิ ที่ถือวิสาสะน่ะ แต่ฉันเห็นว่าตัวเก่าของรวิน่ะ มันไม่สมประกอบแล้ว ตั้งแต่ไปทะเลาะกับพวกนั้น เรื่องเดือนน่ะ...เอ่อ...แต่ฉันไม่ได้หมายความว่า เดือนเป็นต้นเหตุอะไรหรอกนะ เดือนอย่าเข้าใจผิดนะ”

    รวิบอกว่าของราคาแพงตนรับไว้ไม่ได้หรอก เทพบอกว่าศิริพรอุตส่าห์ไปซื้อถึงกรุงเทพฯเชียวนะ รวิจึงขอรับไว้แต่จะจ่ายเงินให้ ศิริพรยิ้มหน้าบานบอกว่าตนเข้าใจ

    แค่รวิรับไว้ตนก็ดีใจแล้ว เดือนทนอยู่ไม่ได้เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ศิริพรตามไปก่อกวนอีก บอกเดือนว่าตนจะมาเป็นนักร้องที่นี่ เพราะรวิสอนให้ร้องเพลงจนมั่นใจแล้ว ตบท้ายเย้ยเดือนว่า

    “เตรียมตัวให้พร้อมนะ ถ้าฉันก้าวขึ้นเวทีเมื่อไหร่ ใครบางคนอาจจะต้องร่วงลงมาแทน”

    แต่เดือนวันนี้ ไม่เหมือนเดือนคนก่อนแล้ว เพราะอยู่ในแวดวงที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บ ทำให้เธอรู้จักป้องกันตัวและรับมือได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เดือนสวนไปว่า

    “ก็ไม่แน่หรอกนะ วันที่เธออยู่บนเวที ฉันอาจจะเด่นอยู่บนฟ้า จนเธอไม่มีปัญญาตามไปถึงแล้วก็ได้”

    กลับถึงห้องนอนคืนนี้ เดือนหยิบนามบัตรของชูเกียรติขึ้นมานั่งดูที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า

    “ถึงเวลาที่จะต้องหลุดพ้นจากดินที่มีแต่คนมาเหยียบย่ำเสียที...และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอต้องไปเด่นอยู่บนฟ้าให้ได้นะ...เดือน!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:54 น.