ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วันนี้ แก้วไปที่สำนักงานดนตรีลูกทุ่งของโรจน์ รู้สึกแปลกใจที่ไม่มีใครอยู่เลย เดินไปเปิดตู้เย็นหาของกิน พอปิดตู้เย็นถึงเห็นนภายืนหน้านิ่งอยู่

    “อุ๊ย...พี่นภา ตกใจหมดเลย” นภาไม่เล่นด้วย แก้วพูดพลางหาทางออก “เงียบเนอะวันนี้ ไม่รู้ออกไปไหนกันหมด”

    นภาเดินแอ่นอกเข้าหา แก้วถอยช้าๆ พูดกลัวๆ อย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี ว่า

    “อกพี่ใหญ่ดีเนอะ จะว่าไปแล้ว...เป็นไงมั่งพี่ที่โดนเดือนมันทำร้ายวันนั้น อีนั่นมันทำร้ายน่ะ หน้าหวานสันดานโจรจริงๆ” นภาบอกว่าตนไม่สงสัยเดือน แล้วบอกให้แก้วนั่ง พลางเอาขนมปังทาอะไรบางอย่างเละๆ และเอาแก้วน้ำมีน้ำสีเหลืองๆมาวางตรงหน้า พูดหน้านิ่งว่า

    “บางทีนะ พี่ก็ไม่ค่อยอยากใช้ความรุนแรงแก้ แค้นความรุนแรงหรอก มันไม่ดี อภัยได้ก็อภัยให้กันไป” แก้วทำเป็นดีใจบอกว่าเดือนคงดีใจ นภาบอกแก้วให้กิน ของที่เอามาให้ แก้วพยายามเลี่ยงบอกว่าไม่หิว “กินเหอะ พี่มีน้ำใจ เวลาพี่มีน้ำใจแล้วใครปฏิเสธนี่จะหงุดหงิดมาก ตบคว่ำเลยนะ”

    ฟังแล้วแก้วสยองหาทางเลี่ยง แต่ถูกนภาถามว่าคิดว่าตนเอาขี้ทาขนมปังเอาปัสสาวะรินใส่แก้วมาให้กินหรือ

    “มะ...ไม่...หรอกพี่ พี่จะทำงั้นทำไม”

    “นั่นสิ...มีแต่คนเกลียดกันเท่านั้น ที่จะทำแบบนั้น เราไม่ได้เกลียดกันใช่ไหม งั้นก็กินเสีย”

    แก้วกลั้นใจกินขนมปังทาอะไรเละๆ ถูกนภาบอกให้ดื่มน้ำเสีย แก้วกล้ำกลืนดื่มเข้าไปอีก เสร็จแล้วนภาถามว่าที่กินเข้าไปนั้นรู้ไหมว่ามันคืออะไร แก้วเคี้ยวๆคิดๆ แล้วบอกว่า เนยถั่วเหลืองกับน้ำแอปเปิ้ล นภาพยักหน้าย้ำเตือนว่า

    “จำความรู้สึกนั้นไว้นะ คราวหน้า มันจะไม่ใช่เนยถั่วกับน้ำแอปเปิ้ล แต่มันจะเป็นอะไรอย่างที่แกคิด!!”

    พูดแล้วนภาลุกเดินไป แก้วมองตามเสียวสันหลังกลัวนภาจะเอาคืนเหมือนกัน

    ooooooo

    ข่าวเม้าท์เรื่องเดือนยังกระหึ่มไปทั้งตลาด ช้อยแปลกใจที่ชาวตลาดพากันมองตนแปลกๆ มีลูกค้าคนหนึ่งทักว่า

    “แหม...แม่ช้อย จะมามัวนั่งหลังขดหลังแข็งขายของอยู่ทำไมล่ะจ๊ะ เดี๋ยวก็สบายแล้วนี่” อีกคนพูดแทรกขึ้นว่า “ดีเนอะ มีลูกสาวสวย แถมกล้ามาก”

    ช้อยฟังแปร่งหูถามว่าหมายถึงอะไรกัน? ลูกสาวตนเป็นยังไงมันทำไมหรือ สองคนนั้นไม่ตอบแต่ซุบซิบกันแล้วเดินผ่านไป พลันกิมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพูดกระแนะกระแหนขึ้นลอยๆว่า

    “เออเว้ย...พ่อแม่สมัยนี้มันสอนลูกกันยังไงวะ...เป็นสาวเป็นนางไม่รักนวลสงวนตัวกันซะมั่ง เฮ้อ...นี่ละน้า... พวกเห็นแก่เงิน” พูดแล้วยังไม่เห็นช้อยมีปฏิกิริยาอะไรก็ว่าต่อ “อย่างนี้ละวะ เขาว่ามีลูกสาวถ้าเลี้ยงดีก็ดี  ถ้าไม่ดีก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้านล่ะวะ ไม่เหมือนนังแก้วของข้า ขนาดมีผู้ชายรวยๆมาจีบมันเยอะแยะมันยังไม่สนเลย ไม่เหมือนอีพวกอยากเป็นนักร้องจนตัวสั่น ยอมกระทั่งเอาตัวเข้าแลก ทุเรศ!”

    ประโยคสุดท้ายกิมสะบัดเสียงไปทางช้อย ทำให้ช้อยทนไม่ไหว สวนไปทันควัน

    “นังกิม! เอ็งหมายถึงใครหา! หน็อย อีนี่ ว่าจะไม่พูดแล้วนะ ถ้าปากว่างมากก็หาอะไรอมไว้หน่อยไหมล่ะ เอ้านี่เอาส้มไปอมเล่น ปากจะได้ไม่ว่าง” ช้อยโยนส้มหมายที่ปากกิม

    กิมลุกพรวดหยิบส้มปาลงพื้น “หน็อยอีนี่! ฉันจะหมายถึงใครได้ ก็หมายถึงนังเดือนลูกสาวแกน่ะล่ะ โถ...งามหน้าไหมล่ะ เขาลือกันให้ทั่วแล้ว ลูกสาวแกน่ะยอมไปนอนกับไอ้พิมุกแล้วก็พวกแมวมองจากกรุงเทพฯเพื่อแลกกับการได้เป็นนักร้อง เป็นไง...งามหน้าไหมล่ะ”

    ช้อยจะเข้าไปลุย ถูกแม่ค้าข้างเคียงบอกว่าคนเขาก็ลือกันทั้งบางจริงๆนั่นแหละ ถามว่าเลี้ยงลูกยังไงถึงปล่อยให้ทำแบบนี้ ช้อยตะโกนลั่นว่าไม่จริง ลูกสาวตนไม่มีทางทำแบบนั้น กิมท้าให้ไปถามเดือนดู ทำให้ช้อยอึ้ง พึมพำ “นังเดือน...”

    ooooooo

    เทพผู้จัดการวงดนตรีและเป็นเพื่อนกับโรจน์ หลังจากนภาออกจากวงไปอยู่วงของโรจน์เพราะได้ ค่าตัวมากกว่าแล้วทั้งสองก็กลายเป็นคู่หมางใจกัน

    วันนี้เทพไปร้านขายยาในตลาดปรึกษาเรื่องผมร่วงมาก อยากให้บุคลิกดีไปติดต่องานรับงานจะได้เรียกราคาได้
    “ผู้จัดการวงไม่ต้องหล่อมากก็ได้ เอายาทาดีกว่ายากินไม่แนะนำ” คนขายยาบอกพลางเอาตลับยาใส่ถุงให้
    เทพบอกให้เอามาทั้งยากินยาทาเลยอยากหายไวๆ

    “ยากินมันมีผลข้างเคียงนะ ไปลดฮอร์โมน เดี๋ยวไม่ปึ๋งปั๋งขึ้นมาจะมาว่ากันทีหลัง”

    “งั้นไม่กิน เอาแค่ทาก็พอ ถ้าไม่ปึ๋งปั๋งก็ไม่รู้จะหล่อไปทำไมเนอะ”

    คนขายส่งยาให้บอกว่านี่เป็นยาผีบอก รับรองว่าทาคืนเดียวเช้าขึ้นมาพรึ่บ เทพจ่ายค่ายาแล้วขอไปเข้า ห้องน้ำ แต่พอเทพคล้อยหลังไป นภาก็เดินเข้ามาขอซื้อยาแก้เคล็ด พลางจับคางอ้าปากบิดไปมา คนขายยาถามว่าร้องเพลงมากไปหรือ

    “เปล่า โดนหมามันรุมกัดมา” คนขายถามจะเอายากินหรือยาทา “แค่ทาก็พอ”

    คนขายจัดยาให้บอกว่า “นี่เป็นยาผีบอก ไม่มี อย. ทาปั๊บตื่นเช้าเส้นคลายชัวร์”

    ขณะนั้นเอง เทพเดินออกมาเห็นนภายังจับคางตัวเองบิดครางเบาๆ เทพถามว่าเป็นอะไร มีเรื่องในวงหรือเปล่า นภาบอกว่าเปล่า เทพบอกว่าถ้าใครทำอะไร ให้บอก นภาถามหยันๆว่าจะไปจัดการหรือ

    “เปล่า พี่จะลงบันทึกประจำวันเอาไว้” พูดแล้วยิ้มแบบอำเล่น นภาเผลอยิ้มให้ แต่ต่างเก้อๆเขินๆ คนขายยาที่รู้จักทั้งสองดีแซวว่า ถ่านไฟเก่าจะคุหรือเปล่า เนี่ย ทั้งนภาและเทพต่างปฏิเสธว่าไม่มีอะไรกันเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น แล้วต่างจะรับยาจากคนขาย มือโดนกันเข้าต่างก็ชักมือกลับซองยาเลยหล่น

    เทพหยิบซองยายื่นให้ นภารับไปเขินจนไม่ได้ดูซองยา เทพบอกว่าไปเถอะเดี๋ยวจ่ายค่ายาให้เองต่างจากกันเขินๆ จนคนขายยาบอกว่ามีอะไรก็พูดๆกันเสียเถอะ เทพปฏิเสธเสียงสูงแต่หน้ามีพิรุธว่า “ไม่มี้...ไม่มีอะไรหรอก”

    ooooooo

    วันนี้เดือนไม่ได้มาซ้อมเต้น ลิ้นจี่จึงให้แก้วไปยืนแทนที่ แก้วดี๊ด๊าคุยฟุ้งว่าเดี๋ยวจะเต้นให้สะโพก กระเด็นไปเลย

    “เฮอะ...เสียใจด้วยนังแก้วพลาสติก คุณโรจน์เขาอนุญาตให้เดือนลาแล้ว ฉะนั้นทุกอย่างคงเหมือนเดิม เชิญแกกลับไปอยู่ในซอกหลืบของแกต่อไปเหอะ!” ป้อมขัดขึ้นอย่างหมั่นไส้เต็มทน

    เพราะช้อยฟังเสียงครหาเดือนมามาก วันนี้จึงแอบมาดูที่ห้องซ้อม แต่ไม่เห็นเดือนก็ยิ่งระแวง แปลกใจ

    ที่แท้เดือนไปนั่งที่ร้านกาแฟเซ็งๆ พลิกหนังสือ ราชาลูกทุ่งเสียงทองดูไปเรื่อยๆ จู่ๆรวิก็มานั่งด้วยถามว่าวันนี้ไม่ไปซ้อมเต้นหรือ เดือนยังไม่หายงอนพูดอย่างห่างเหินว่า

    “เบื่อ ไม่ได้อยากเป็นหางเครื่อง”

    รวิรู้ว่าเดือนยังงอน เขามองหน้าพยายามง้อ พอเดือนประชดว่าให้ไปมองหน้านางเอกงิ้วไป รวิชี้แจงว่าตนกับศิริพรไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ

    “ก็เห็นเคยจับมือจับไม้กัน” พูดพลางเดือนมองนิ้วรวิที่พันปลาสเตอร์อยู่ รวิฉุกคิดได้ว่าคงเป็นวันที่ตนตอกตะปูโดนมือตัวเอง ถามว่าหึงหรือ เดือนถูกจับได้ว่ามาแอบดู เลยด่าแก้เขิน “บ้า”

    รวิเลยแกล้งหยอกเอาผ้าไปเช็ดหน้าให้ เดือนปัดป้องเลยกลายเป็นหยอกกันไปมา

    ศิริพรหิ้วของพะรุงพะรังมาเห็นพอดี เธอหยุดมองนิ่ง พกความแค้นกลับไปถึงโรงงิ้ว ปัดข้าวของบนโต๊ะตกกระจาย

    “เดือน!! ข่าวลือ ข่าวเสียๆหายๆ ทำอะไรแกไม่ได้เลยเหรอเนี่ย” พลันก็คิดถึงพิมุก หยิบมือถือกดโทร.ออกทันที พิมุกรับสายถามเสียงเย็นชาว่ามีอะไร เธอโวยทันทีว่า “นี่ทำบ้าอะไร ไหนว่าจะจัดการนังเดือนไง!”

    พิมุกบอกว่ายังไม่มีโอกาส ถูกศิริพรด่าว่าแค่นี้ยังไม่มีปัญญาจัดการ พิมุกย้อนว่าพูดอย่างกับตัวเองมีปัญญาจัดการไอ้ลิเกนั่นแล้วนี่

    ศิริพรกดปิดมือถือทันที จิกตาพึมพำ “เดือน...สงสัยฉันต้องลงมือเองซะแล้ว!!”

    ooooooo

    รวิให้เดือนซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่บ้าน ไหว้ช้อยที่นั่งรอเดือนอยู่ พอเดือนลงจากรถ รวิก็ไหว้ลาช้อยอีกที แต่พอเดือนจะเดินเข้าบ้าน ช้อยถามว่าไปไหนมา

    เดือนอึกอักบอกว่าไปซ้อมที่วงมา ถูกช้อยจับโกหกว่าวันนี้ไปดูเดือนซ้อมแต่ไปแล้วไม่เห็น เดือนเอาตัวรอดว่าตอนนั้นตนคงไปเข้าห้องน้ำ และวันนี้ท้องไม่ค่อยดีด้วยเลยรีบกลับก่อน แล้วทำเป็นปวดท้องขึ้นมาอีกรีบวิ่งเข้าบ้านไป

    “เดี๋ยว...อีกเรื่องนึง เรื่องพ่อพระเอกลิเกนั่นน่ะ เขาชอบพออยู่กับคุณศิริพรไม่ใช่เหรอ เอ็งอย่าไปยุ่งกะเขาเลยดีกว่า”

    ตกเย็นขณะนั่งกินข้าว เดือนถามช้อยว่าใครบอกแม่ว่ารวิชอบศิริพร ช้อยบอกว่าก็เห็นศิริพรเทียวไล้เทียวขื่อซื้อของไปให้แทบทุกวัน เดือนบอกว่าเรื่องนั้นศิริพรทำเอง รวิไม่ได้คิดอะไรกับศิริพรเลย ช้อยเอะใจถามว่าหรือรวิมาชอบเดือน ทำเอาเดือนหน้าแดงบอกว่าไม่รู้

    “เฮ้อ...ข้าว่าอย่าไปยุ่งเลยวะ เดี๋ยวจะผิดใจกับคุณศิริพรซะเปล่าๆ” เดือนย้ำว่าก็รวิไม่มีอะไรกับศิริพร ช้อยเลยได้แต่เตือนว่า “เอาเหอะวะ ข้าเตือนอะไรเอ็งไม่ค่อยจะฟังเลย ระวังไว้เหอะ ทั้งไอ้เรื่องงานของเอ็งด้วย เขาลือกันทั่วตลาดแล้วว่าไอ้ที่เอ็งอยากจะเป็นนักร้องจนตัวสั่นน่ะ เขาลือว่าเอ็งน่ะยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อจะได้เป็นนักร้อง”

    เดือนตกใจถามว่าพูดกันถึงขนาดนั้นเลยหรือ ช้อยย้ำเตือนว่าจะทำอะไรยังไงก็คิดให้มันดีก่อน ถึงเราจะเป็นคนจน แต่เราจะต้องไม่เอาศักดิ์ศรีไปแลกกับสิ่งจอมปลอมพวกนี้”

    เดือนพยักหน้า แต่หลบตาแม่เพราะตัวเองรู้ดีว่ากำลังเผชิญกับอะไรอยู่

    ส่วนศิริพรตรงไปที่วิกลิเก ถามรวิที่เพิ่งกลับมาถึงว่าไปไหนมา รวิไม่ตอบ เลยดักคอว่า

    “ไปส่งเดือนมาเหรอ...เกิดเป็นเดือนนี่โชคดีเนอะ กลางวันคน เย็นคน เฮ้อ...น่าอิจฉาจริงๆ”

    “เธอฟังให้ดีนะศิริพร เดือนเขาไม่ใช่คนแบบนั้น...เขาเป็นผู้หญิงที่ดีมาก” ศิริพรโมโหถามว่าแล้วตนไม่ดีตรงไหน “เดือนเขาอาจจะฐานะด้อยกว่าเธอ แล้วเขาก็ไม่ได้มีเงินเท่าเธอนะ แต่อย่างน้อย...เดือนเขาไม่เคยคิดร้ายกับใคร” พูดแล้วเดินหนีไปเลย ศิริพรมองตามอย่างโกรธมาก เพราะแทนที่จะจัดการเดือนได้ตัวเองกลับถูกรวิจัดการเสียเอง

    ooooooo

    เทพได้ยามาด้วยความหวังว่าทายาคืนนี้ตื่นขึ้นพรุ่งนี้เช้า ผมที่บางจนหัวใสก็จะกลายเป็นผมดกปรกไหล่ แต่อยากหล่อให้ครบเครื่องเลยเอายาทาคิ้วด้วย

    นภาเอายามาทาก่อนนอนบรรจงทาทั้งรอบปาก คาง ไปจนถึงกราม หมายว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะได้หายเจ็บหายเคล็ด

    ปรากฏว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเทพเอามือลูบหน้า คิ้วหลุดออกมาเป็นปื้ด เอามือลูบหัวผมหลุดออกมาเป็นกระจุก! พอไปส่องกระจกตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นหน้าตัวเองเลี่ยนเตียนโล่ง คิ้วก็ไม่มี ผมก็ปะหลอมปะแหลม เทพร้องเหมือนถูกผีหลอก

    “หา! ยาผีบอก...เหย...เหย...เหย...”

    ส่วนนภาตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกเจ็บเคล็ดเหมือนเดิม บ่นขณะเดินไปส่องกระจกว่ายาผีบอกไม่เห็นหายเมื่อยเลย แต่พอไปส่องกระจกก็ช็อกตาค้าง เพราะที่เหนือริมฝีปากและคางไปจนถึงกรามมีหนวดขึ้นเขียวครึ้มไปหมด!

    “ยาผีบอก!! ยาผีบอก!!!”

    ทั้งสองไปที่ร้านขายยาอีก พอเห็นหน้าทั้งสอง คนขายยาก็รู้ทันทีบอกว่าใช้ยาสลับซองกันแน่ๆให้แลกยากันแล้วเอาไปใช้ใหม่ บ่นว่าสลับยากันเองแล้วมาโทษยาผีบอก

    ออกจากร้านขายยา ทั้งสองไปนั่งกินอาหารกัน เทพรู้สึกดีที่ใช้ยาผิดทำให้ได้มานั่งกินข้าวด้วยกัน ถามนภาว่าไม่คิดกลับไปอยู่ที่วงด้วยกันจริงๆหรือ

    “อยู่ที่วงน่ะ ไว้ฉันจะเก็บไปคิด แต่อยู่ด้วยกันคงไม่” นภาตอบแต่ไม่สบตา เทพพยักหน้าแล้วเอาตลับยาแลกกัน

    ทั้งสองนั่งกินอาหารกันไปเงียบๆ แต่ในใจลึกๆ ไม่นิ่งเพราะยังมีอะไรต่อกันอยู่

    ooooooo

    เช้าวันนี้ ขำกับป้อมไปที่ตลาด ได้ยินกิมกำลังด่ากระทบกระเทียบเดือนเรื่องยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อจะได้เป็นนักร้อง

    ขำกับป้อมแกล้งด่ากระทบกิมบ้าง แล้วชวนเดือนไปกินกาแฟกันดีกว่า เดือนขอช้อยไปกินกาแฟแป๊บเดียว ช้อยบอกรีบไปรีบมาเผื่อคนเยอะขายของคนเดียวไม่ทัน

    พากันไปนั่งที่ร้านกาแฟ ป้อมก็ด่าศิริพรให้เดือนฟังว่า ให้ลูกน้องไปเที่ยวปล่อยข่าวว่าเดือนยอมไปนอนกับพิมุก เพื่อจะได้เป็นนักร้อง เดือนตกใจถามว่าศิริพร เอาอะไรมาพูด ขำเลยเล่าเพิ่มว่า

    “ไม่แค่นั้นนะ มันยังพูดอีกว่า เดือนน่ะยอมไปนอนกระทั่งกับแมวมองจากกรุงเทพฯด้วย”

    เดือนไม่เข้าใจว่า ตนไปทำอะไรให้ศิริพร จึงทำกับตนถึงขนาดนี้ ป้อมบอกว่าเพราะศิริพรอิจฉาที่รวิมาชอบเดือนเลยคอยหาเรื่อง ฟังป้อมกับขำแล้ว เดือนจึงรู้ว่าที่ศิริพรบอกว่าพิมุกจะช่วยให้ตนเป็นนักร้องก็เป็นเรื่องไม่จริงสิ

    “เดือน...แกต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะ แกคิดดูนะ ถ้าคราวนี้รวิกับพวกฉันไปช่วยไม่ทัน แกจะเป็นยังไง” ป้อมเตือน ขำบอกว่าพิมุกกับศิริพรร่วมมือกันตั้งแต่ที่มีเรื่องกันในวันที่เดือนจะได้ร้องเพลงแล้ว

    ฟังรุ่นพี่ทั้งสองที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของศิริพรกับพิ–มุกแล้ว เดือนเข้าใจรวิดีขึ้น รู้สึกผิดที่เข้าใจเขาไม่ดี ยิ่งเมื่อขำบอกว่ารวิห่วงเธอมาก เดือนก็ยิ่งรู้สึกผิด

    ศิริพรเจ็บใจที่แผนการของตนไม่สำเร็จ จึงหาทางแกล้งรวิ ด้วยการจัดแสดงโชว์กายกรรมที่โรงงิ้ว เรียกคนดูไปจนหมด ทำให้ลิเกของรวิมีแค่เดือนกับคนแก่อีกสองสามคนเท่านั้นที่นั่งดู ศิริพรพึมพำกับตัวเองอย่างอาฆาตแค้นว่า

    “รวิ...เธออยากทำให้ฉันโกรธเอง ฉันจะทำให้คนดูหายไปจากคณะลิเกให้หมด คอยดู!!”

    ขำปรารภกับรวิว่าถ้าลิเกซบเซาคนดูเป็นอย่างนี้ต่อไปจะทำยังไง รวิบอกว่าคนดูย่อมต้องเลือกดูอะไรที่น่าสนใจกว่าตนกำลังคิดอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร รอดูโอกาสเหมาะๆ อีกทีค่อยตัดสินใจ

    ooooooo

    ในที่สุด รวิตัดสินใจยุบคณะลิเก!

    พอเขาบอกขำกับป้อม ทั้งสองตกใจ ป้อมถามว่าทำไมต้องยุบ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนดึงคนดูของศิริพร รวิบอกว่าเพราะอย่างนี้เราถึงต้องยุบ ป้อมเสนอให้เอาคืนจากศิริพร รวิไม่อยากใช้วิธีแบบนั้น แต่ถ้าจะสู้กันตรงๆ ทุนรอนเราก็ไม่มี คงไม่มีปัญญาสู้กับศิริพรที่ทุนหนากว่าเรามากมาย

    “เอาเถอะ ฉันเองก็คิดไว้แล้วว่าจะทำอะไรต่อ แล้วถ้ามันไปได้สวย ฉันอาจจะช่วยให้ฝันของเดือนเขาเป็นจริงก็ได้”

    ป้อมกับขำมองหน้ากันงงๆว่ารวิจะไปทำอะไร ในขณะที่รวิมองไปข้างหน้ายิ้มๆอย่างมีความหวัง

    เมื่อตัดสินใจแล้ว เย็นวันต่อมา รวิแต่งตัวทะมัดทะแมง เอากระเป๋าแซกโซโฟนสะพานไหล่ ใส่หมวกกันน็อก ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป หมายน้ำบ่อหน้า

    รวิมาจอดรถ เงยหน้ามองป้ายออฟฟิศ “เทพ ฟ้า– ประทาน” สูดลมหายใจลึกๆ ตั้งสติมั่น ก้าวเข้าไปอย่างมีความหวัง

    เมื่อเทพได้ฟังรวิเป่าแซกโซโฟนแล้ว เขาพอใจ มาก บอกว่าไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นพระเอกลิเก ถามว่าทำไมถึงได้เบนเข็มมาทางนี้ รวิบอกว่าตนก็เสียดายลิเก แต่อีกใจก็ชอบทางนี้เหมือนกัน

    “ดี...ถ้างั้นก็...วงดนตรี เทพ ฟ้าประทาน ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่” เทพยื่นมือออกไป รวิสัมผัสมือกับเทพพร้อมคำขอบคุณ

    ooooooo

    หลังจากแก้วถูกส่งไปให้พิมุกครั้งหนึ่งแล้ว แก้วหลงรักพิมุกหมดใจ แต่ทางโรจน์ก็ไม่ส่งไปหาพิมุกอีก เอาแต่ส่งไปให้คนอื่น ทนไม่ได้เดินเข้าไปถามว่าเมื่อไหร่จะส่งตนไปหาพิมุกสักที

    ประทีปบอกว่าพิมุกไม่ได้ไปเรียกหาเธอ แก้วบอกว่าไม่ได้เรียกก็ส่งไปเอง อ้อนจนประทีปกับโรจน์ส่งเธอไป

    เสพสมอารมณ์หมายแล้ว พิมุกมองอย่างดูถูก ถามว่าติดใจตนมากหรือ ได้ข่าวว่าร่ำร้องจะมาหาตนอยู่ตลอด

    “แหม...ก็แก้วหลงรักคุณพิมุกไปแล้วนี่คะ คุณพิมุกไม่อยากอยู่เป็นครอบครัวด้วยกันหรือ มีลูกเล็กๆ วิ่งไปมา”

    “เลอะเทอะ!” พิมุกทำเสียงรังเกียจลุกเดินไป แต่เมื่อแก้วอ้อนออเซาะมากเข้า พิมุกพูดอย่างเสียไม่ได้ ว่า “แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าแก้ขัดให้ฉัน” โยนเงินให้บอกว่า “เธอให้ฉัน ฉันก็ให้เธอ วินๆ” แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ตะโกนออกมาว่า ถ้าคราวหลังจะมาก็แวะซื้อถุงยางอนามัยติดมือมาด้วย อย่าคิดว่าตนจะยอมมีลูกกับใครง่ายๆ”

    แก้วคิดจะผูกมัดพิมุก แอบเปิดกระเป๋าสตางค์ของเขา เอาถุงยางอนามัยในกระเป๋าเขามาใช้เข็มเจาะทะลุถุงยางออกมาสี่ห้ารู แล้วเอาถุงยางอนามัยเดินตรงไปยังห้องน้ำ พิมุกกำลังแปรงฟันถามว่าเข้ามาทำไม

    “แก้วจะกลับแล้ว ไม่รู้ว่าอีกกี่วันจะได้มาอีกขอส่งท้ายสักนิดไม่ได้เหรอ” อ้อนจนพิมุกออกจากห้องน้ำ พูดหยันๆว่า ถือว่าเป็นช่วงโปรโมชั่นก็แล้วกัน

    หลังจากนั้น แก้วมองพิมุกที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียง คลำท้องตนเองพึมพำ

    “ว่ายกันให้แข็งแรงนะลูก เจอไข่สุกๆเจาะเข้าไปเลย เราจะได้สบายกันเสียที”

    ooooooo

    เดือนยังต้องเป็นหางเครื่องอยู่ในวง “ฟ้างาม ครามฝัน” อย่างฝืนใจ ยิ่งเมื่อถูกแฟนเพลงบางคนฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเวลาให้พวงมาลัยก็ไม่พอใจ กระทั่งไม่ไปรับพวงมาลัย

    แต่แก้วไม่สนใจ ขอแต่ให้ได้พวงมาลัยก็พอ เมื่อเดือนไม่ไปรับพวงมาลัยกับบางคน  แก้วก็รี่เข้าไปรับแทน ทั้งยังตำหนิเดือนว่า

    “เดือนน่ะ เขาเป็นอย่างนี้ล่ะจ้ะ ถือว่าตัวเองเป็นดาวเด่น เลยคิดว่าใครๆต้องง้อเขามังคะ มาคล้องหนูแทนนี่ล่ะดีแล้ว หนูน่ะเรียกปุ๊บมาปั๊บเลย ขอแค่มีเงิน...” ทั้งยังยั่วยวนทิ้งสายตาอ่อยเต็มที่

    ส่วนเดือนก็ถูกโรจน์เรียกไปตำหนิและปรามว่าวันนี้เต้นผิดๆถูกๆมั่วไปหมด ให้ตั้งใจหน่อย ไม่อย่างนั้นคงให้เธอเต้นต่อไปไม่ได้

    “เดือนก็ไม่ได้อยากจะมาเป็นแดนเซอร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เดือนอยากเป็นนักร้อง คุณโรจน์ต่างหากที่ไม่ยอมให้เดือนร้องเพลงสักที” เดือนเดินสะบัดออกไป สวนกับแก้วที่เดินเชิดเริ่ดเข้ามาอาสากับโรจน์ว่า

    “เอ่อ...ถ้าเดือนเขาไม่อยากเต้นแล้ว ก็ให้แก้วไปยืนแทนที่เดือนก็ได้นะคะ”

    โรจน์กับประทีปมองหน้าแก้ว ต่างส่ายหน้าแล้วเดินออกไป

    ooooooo

    รวิดีใจมาก ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาดักเดือนขณะเดินกลับบ้าน เดือนถามว่าเอาแซกโซโฟนไปเป่าให้สาวที่ไหนฟังมา

    “จะไปเป่าให้สาวที่ไหนฟัง นอกจากเดือน”

    “แหวะ...นี่ดีนะยังไม่ได้กินข้าว ไม่งั้นมีหวัง...”

    รวิเลยชวนเดือนไปกินข้าวกัน พาเดือนไปที่ร้านข้าวต้ม รวิก็ยังถูกเดือนเหน็บเรื่องศิริพร แล้วถามว่าเอาแซกโซโฟนมาทำอะไร

    “อ๋อ...ว่าจะเล่าให้เดือนฟังอยู่ วันนี้ไปสมัครเป็นนักดนตรีของวงเทพ ฟ้าประทานมาน่ะ เขารับด้วยนะ เป็นไง เก่งป่าว” รวิยิ้มเต็มหน้า เดือนถามว่าจริงหรือ แล้วลิเกล่ะ รวิบอกว่ายุบคณะแล้ว เพราะคนดูไม่มี ฝืนทำต่อไปมีหวังอดตายพอดี

    รวิบอกเดือนอย่างมีความหวังว่า การที่ตนตัดสินใจยุบคณะเพราะคิดถึงเรื่องอื่นไว้ด้วย แต่พอเดือนถามว่าเรื่องอื่นหมายถึงอะไร รวิตอบอำๆว่า “เอาไว้ถึงเวลาแล้วจะบอกเอง แต่ตอนนี้...” พูดแค่นั้นแล้วก็คีบกับข้าวให้เดือน บอกให้กินเสีย

    ooooooo

    พิมุกไม่พอใจที่โรจน์ไม่ส่งเดือนไปให้ตน พาลูกน้องมาบุกออฟฟิศและทำร้ายโรจน์จนสะบักสะบอม ยื่นคำขาดว่าอีก 3 วัน ต้องส่งเดือนไปให้ตนให้ได้

    รวิไปซ้อมดนตรีที่ออฟฟิศเทพอีก เทพปรารภว่าดนตรีเราไม่แพ้วงอื่น แต่น่าเสียดายที่ไม่มีนักร้องหญิงที่มีคุณภาพ รวินึกถึงเดือนทันทีอาสาจะพามาให้ดู พอกลับมารวิรีบไปหาเดือนที่บ้าน พากันไปนั่งคุยที่แคร่หน้าบ้าน

    รวิบอกเดือนว่า วงดนตรีของเทพกำลังต้องการนักร้องหญิงที่มีคุณภาพ ถามว่าเดือนสนใจไหมจะเอายังไง เดือนตอบทันทีว่าสนใจ ไปแน่ๆตนจะได้เป็นนักร้องเสียที รวิจึงนัดพรุ่งนี้สายๆจะมารับ

    เป็นเวลาเดียวกับที่โรจน์ตัดสินใจจะส่งเดือนไปให้พิมุก เพราะถ้าไม่ทำตามที่พิมุกสั่งจะได้รับอันตรายทั้งงานและชีวิต เมื่อเล่าให้ประทีปฟัง ประทีปปรารภว่า

    “เฮ้อ...ที่สำคัญ ตอนนี้ถ้าเดือนมันตัดสินใจอะไรบางอย่างละก็ เราอาจจะเดือดร้อนกว่าที่คิดนะ ฉันสังหรณ์ใจบางอย่างว่าเดือนมันคงทนอยู่กับพวกเราอีกไม่นานแน่ ถ้างั้นจะทำอะไรก็ต้องรีบๆทำเสีย”

    ooooooo

    แก้วฝันหวานว่าตนต้องท้องแน่ๆ กระทั่งบอกกิมล่วงหน้าว่าต่อไปตนจะเลี้ยงแม่ให้อยู่สบาย

    วันนี้ขณะออกไปซื้อของกับศิริพร ก็แอบไปซื้อที่ตรวจครรภ์ ศิริพรมาเห็นเข้า แก้วบอกว่าซื้อไปฝากเพื่อน

    แต่พอตรวจจริงๆปรากฏว่าไม่ท้อง แก้วผิดหวังมาก แม้จะผิดหวังแต่แก้วก็บอกกับตัวเองว่า “ฉันไม่ยอมแพ้หรอก!”

    วันนี้ขณะแก้วกำลังยกเข่งอยู่แถวแผงเซ็งๆ ศิริพรมาเจอทักว่า กำลังท้องกำลังไส้ไม่ควรยกของหนัก แก้วตกใจกลัวคนอื่นได้ยิน ถามเบาๆแต่เครียดว่า “พูดอะไรน่ะ”

    “สรุปว่าติดหรือไม่ติดล่ะเด็กในท้องน่ะ” แก้วทำเฉไฉไขสือ ศิริพรเลยพูดตรงๆว่า “คิดจะจับผู้ชายด้วยวิธีปล่อยให้ท้องน่ะ โง่มาก” แก้วโมโหถามว่ายุ่งอะไรด้วย เลยถูกศิริพรปรามว่า “พูดจากันดีๆหน่อย อย่าลืมสิ เรามีศัตรูคนเดียวกันนะ”

    แก้วสนใจจี๋ขึ้นมาทันทีถามว่ามีอะไรดีๆมาเสนอหรือ ศิริพรบอกว่าใกล้แล้ว แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งท้อง ลดเสียงลงกระซิบว่า

    “ตั้งท้องมันเป็นเรื่องของคนแพ้ ถ้าจะมีใครท้อง ควรเป็นนังเดือน!” พูดแล้วเดินผละไป แก้วมองตามพึมพำเครียด

    “ฉันควรจะกลัวใครมากกว่ากันวะ สองคนนี้น่ะ”

    ooooooo

    สายวันนี้ รวิมารับเดือนตามที่นัดกันไว้ ทั้งสองนั่งมอเตอร์ไซค์ผ่านตลาด หยอกล้อกันอย่างร่าเริงไปตลอดทาง

    แก้วเห็นเข้า เขม้นมองอย่างสงสัยว่าสองคนนี้จะไปไหนกัน เรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามไปทันที

    แก้วตามไปจนเห็นว่ารวิพาเดือนไปที่สำนักงานวงดนตรี “เทพ ฟ้าประทาน” แก้วยิ้มอย่างสะใจที่ได้รู้ความลับของทั้งคู่ พอกลับถึงบ้านก็เล่าให้กิมฟังว่า

    “ตอนนี้ตัวขัดลาภของฉันหมดไปคนนึงแล้ว ที่เหลือค่อยลุยต่อ” กิมถามว่ายังไง “นังเดือนไงแม่ นังเดือนมันไปจากวงแล้ว มันไม่อยู่นะ ทีนี้ล่ะ ฉันจะได้เด่นกว่าใครเลย แล้วคุณพิมุกก็จะต้องมาสนใจฉัน”

    “เออๆ ดีๆ แกจับให้ได้เลยคุณพิมุกน่ะ เงินทองออกจะเยอะแยะ ฉันจะได้สบายไปด้วย”

    แก้วเชิดหน้าอย่างผยองลำพองให้กับตัวเองล่วงหน้า

    ooooooo

    พอได้ฟังเดือนร้องเพลงให้ฟัง เทพพอใจมากบอกรวิว่าเชื่อแล้ว ตัวจริงเสียงจริงมาเลย แล้วเอ่ยกับเดือนว่า

    “น้องเดือนสุดยอดเลยครับ...มาอยู่วงเดียวกับเราเถอะนะครับ วงเราถึงไม่ใหญ่แต่ก็ใจดีนะครับ”

    “ค่ะ...ถ้างั้นก็...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เดือนดีใจมาก

    เทพบอกว่าต่อไปนี้เราจะได้มีนักร้องหญิงเสียที เดือนถามว่า “แล้วที่ผ่านมาไม่มีนักร้องหญิงเลยเหรอคะ”

    “มีน่ะมันมีหรอกครับ แต่เหมือนเป็นคำสาปมังครับ อยู่กันไม่ยืดสักคน เข้ามาแป๊บๆก็ออกไปแต่งงานกันหมด น้องเดือนคงยังไม่มีแฟนใช่ไหมครับ” ขจรชิงตอบแทนเทพ เลยถูกก้องขัดคอว่าแล้วตัวเองมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ

    รวิเห็นก้องกับขจรขี้หลีออกนอกหน้าก็ไปยืนข้างๆ กันท่าไม่ให้เข้าใกล้เดือน ถามเทพว่าตกลงให้เดือนเริ่มงานได้เลยใช่ไหม เทพพยักหน้า...

    “อืม...มันต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว เดี๋ยวไงรวิก็ช่วยแจ้งเวลาซ้อมแล้วก็เรื่องอื่นให้เดือนรู้ด้วยนะ...ยังไงก็คนพิเศษอยู่แล้วนี่ คงคุยกันง่าย...ใช่ไหม” เทพแซวยิ้มๆ เห็นเดือนกับรวิมองหน้ากันยิ้มเขินๆ เทพตัดบท “โอเค งั้นเอาตามนี้ ยังไงก็พยายามกันเข้าล่ะ ทุกคนเลย ถ้ามีโอกาสเราอาจจะได้ไปงานใหญ่ๆกันบ้างล่ะ”

    ตกเย็น เดือนไปลาออกจากวงกับโรจน์และประทีป โรจน์ตกใจ ถามว่าเธอมีอะไรไม่พอใจหรือ หรือว่าเธออยากจะเรียกค่าตัวเพิ่ม เดือนยืนยันว่าตนต้องการเป็นนักร้องไม่ใช่แดนเซอร์ ในเมื่อเขาไม่ให้เป็นนักร้องตนก็ขอไปทำในสิ่งที่ชอบ

    ประทีปเอาน้ำเย็นเข้าลูบ บอกเดือนให้ใจเย็นๆ เพราะโรจน์เตรียมจะให้เธอเป็นนักร้องอยู่แล้ว เดือนบอกว่าตนไม่อยากถูกหลอกจากเขา จากโรจน์ และจากคนที่อยู่เบื้องหลังเขาอีกแล้ว โรจน์ถามว่า

    “แล้วเธอจะออกไปทำอะไร ออกไปช่วยแม่เธอขายผักขายปลาที่ตลาดเหมือนเดิมหรือ อยากใช้ชีวิตแบบนั้นหรือ?”

    เดือนโมโห กำลังจะเถียง แก้วก็โผล่พรวดเข้ามาโพล่งขึ้นว่า

    “แหม...คุณโรจน์ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ เดือนน่ะเขามีวงใหม่แล้ว เอ๊ะ...ชื่อวงอะไรนะ...เทพ...เทพ... ฟ้าประทาน อะไรนี่แหละค่ะ” พูดแล้วทำเป็นขอโทษเดือน อ้างว่าวันนั้นบังเอิญตนเห็นเธอกับพระเอกลิเกเข้า ไม่ได้ตามไปเลยจริงๆ

    “อย่างนี้นี่เอง!” โรจน์หน้าเครียดจ้องเดือนเขม็ง แก้วทำเป็นสะดิ้งบอกว่าบรรยากาศไม่ดีแล้ว ออกไปดีกว่า

    “เอาอย่างนี้ดีกว่านะเดือน เรื่องลาออกน่ะ กลับไปคิดเสียใหม่นะ ส่วนเรื่องที่จะให้เธอเป็นน้องร้องน่ะ ฉันรับรองเลย งานหน้าเธอจะได้ขึ้นร้องแน่ๆ” ประทีปหว่านล้อม

    “ไม่ดีกว่าค่ะคุณประทีป เดือนตัดสินใจแล้ว เดือนขอลาออกตั้งแต่วันนี้เลย” พูดแล้วไหว้ลาออกไปเลย

    ประทีปพยายามจะเรียกเดือนไว้ แต่โรจน์ส่ายหน้าห้ามด้วยความโมโห

    ooooooo

    เดือนสะพายกระเป๋าเดินออกจากออฟฟิศวง

    “ฟ้างาม ครามฝัน” ป้อมกับขำวิ่งตามจนหอบแฮ่ก

    พอไล่ตามทัน ป้อมบอกว่าวันนี้เดือนอารมณ์ดีขึ้นเยอะ หน้าไม่อมทุกข์เหมือนเมื่อก่อน

    “ก็ตอนนี้ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันรักแล้วนี่ ถึงจะยังไม่ดังอะไรก็เถอะ แต่มันก็มีความสุขนะ” ขำถามว่าจะไปร่วมกับวงโน้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนจะได้ไปเชียร์ “วันมะรืนน่ะขำ จะว่าไปเดี๋ยวถ้าเขารับคนเพิ่มฉันจะมาชวนขำกับพี่ป้อมไปอยู่ด้วยกันดีไหม”

    “โอย...ฉันน่ะมันแก่แล้ว จะไปเริ่มวงใหม่คงไม่ไหว อยู่กวนประสาทพวกมันอย่างนี้ล่ะ แล้วอีกอย่างนะ ฉันอยู่ทางนี้จะได้รู้ด้วยว่าพวกมันจะทำอะไรแกอีกหรือเปล่า บอกตามตรงนะ ฉันไม่ไว้ใจเลย ว่ามันจะปล่อยแกไปง่ายๆน่ะ” ป้อมบอก

    “ใช่...ใช่ ฉันกับพี่ป้อมอยู่ทางนี้ มีอะไรจะได้ช่วยเตือนเดือนกับรวิก่อน”

    “ขอบคุณมากจริงๆนะพี่ป้อม ขำด้วย ตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่วงนี้ก็มีพี่ป้อมกับขำนี่แหละที่คอยช่วยมาตลอด จนฉันไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี”

    ป้อมกับขำบอกเดือนไม่ต้องคิดมาก  เดือนเป็นคนดีก็ต้องได้รับอะไรดีๆอย่างที่เขาพูดกันว่า คนดีผีคุ้มไงล่ะ

    เดือนตื้นตันใจในความรัก ความหวังดี และความจริงใจของป้อมกับขำจนน้ำตารื้น

    ooooooo

    ดึกคืนนี้ ขณะพิมุกนอนกกคำหล้าอยู่นั้นมีโทร.เข้ามา เขาสะดุ้งตื่นงัวเงียขึ้นรับสาย

    “ฮัลโหล...ใครวะ โทร.มาดึกดื่นป่านนี้...โรจน์... โรจน์ไหนวะ อ๋อ...ว่าไง...มีอะไร...น้องเดือน...หา! อยากกินปลากรอบ...แกก็ไปซื้อให้สิวะ แค่ปลากรอบ จะโทร.มาบอกทำไม... หา! ไม่ใช่...ลาออก...อืมมม... น้องเดือนลาออกไปอยู่วงเดียวกับรวิ... อืมมม...แล้วไง เหรอๆ...เออ...แค่นี้นะ”

    พิมุกพูดมั่วงัวเงีย แล้วนอนต่อ แต่พอได้สติก็ทะลึ่งพรวดขึ้นตาเหลือกโพลงกับตัวเอง...

    “น้องเดือนลาออก...”

    พิมุกหยิบมือถือกดไปหาโรจน์ทันที

    “ฮัลโหล...ตะกี๊แกว่าไงนะ หา!! น้องเดือนลาออก จากวง! แถมไปอยู่วงเดียวกับไอ้ลิเกนั่น โธ่เว้ย! แล้วทำไมแกไม่รีบบอกฉันวะ ปัดโธ่!! แค่นี้นะ”

    พิมุกขว้างมือถือทิ้ง คำหล้างัวเงียลุกขึ้นถามว่าเสียงดังอะไรกัน ถูกพิมุกที่กำลังอารมณ์เสียไล่ตะเพิดให้กลับไปเสีย คำหล้าลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าคลุมตัววิ่งออกไป ส่วนพิมุกยังบ้าคลั่งคำรามฮึดฮัด

    “โธ่เว้ย!! ไอ้รวิ แกอีกแล้ว สงสัยคราวนี้ต้องเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยมั้ง ถึงจะสะใจ” แล้วหันไปหยิบมือถือที่ปาทิ้งไปขึ้นมากดโทร.ออก “ฮัลโหล...เออ...ฉันเอง มีงานให้ช่วยจัดการหน่อย เออ...พรุ่งนี้มาหาฉันด้วย”

    พิมุกปิดมือถือโยนไปที่เตียง ฮึดฮัดฟึดฟัด อึดใจเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม คำราม...

    “คราวนี้อย่าหวังเลย ว่าแกจะได้เป็นนักดนตรีหรือแม้แต่พระเอกลิเก...ไอ้รวิ!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:57 น.