ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ด้วยความเป็นห่วงเดือน รวิวานลุงที่เป็นแฟนลิเกพาศิริพรส่งโรงพยาบาลแทน พอเธอรู้ก็ยิ่งแค้นทั้งรวิและเดือน

    พิมุกแกล้งทำเป็นรถเสียกลางทางเปลี่ยวหมายปล้ำเดือน เขาเอาความอยากเป็นนักร้องของเดือนมาล่อว่า

    “ถ้าเธอยอมฉัน ฉันจะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง ฉันทำให้เธอเป็นนักร้องชื่อดังมีแต่คนมาล้อมหน้าล้อมหลัง แม่เธอก็จะสบายไปด้วย”

    ทันใดนั้นเอง เสียงนภาแทรกเข้ามาว่า “ยังมีคนใช้กับดักเชยๆแบบนี้จับหนูอีกเหรอ”

    พิมุกชะงักปรามนภาว่า เราไม่เคยมีเรื่องอะไรกันอย่ามายุ่งดีกว่า หาว่านภาแอบตามตนมา เดือนขอให้นภาช่วยตนด้วย นภาบอกว่าตนไม่เกี่ยว พิมุกบอกเดือนว่านภาก็เริ่มต้นแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน นภาจี๊ดขึ้นมากดโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แต่ไม่มีผู้รับสาย

    “จะมาช่วยมันทำไมเนี่ย เกิดจะรักใคร่กันขึ้นมาซะงั้น” พิมุกเขม่น

    “เปล่า ฉันกลัวนังเด็กนี่มันจะดังเหมือนฉันน่ะสิ ถึงไม่อยากให้มันมาใช้วิธีเดียวกัน...พูดเองนี่” แล้วนภาก็กดโทรศัพท์อีก ทำตาโตบอกว่าติดแล้ว “ฮัลโหล...ตำรวจเหรอคะ”

    พิมุกเห็นนภาเอาจริงก็ปล่อยเดือนไล่ตะเพิดว่าจะไปไหนก็ไป เดือนถลามาหานภา นภากดปิดโทรศัพท์มองเดือนอย่างห่างเหินแล้วเดินไป เดือนรีบเดินตาม พลางขอบคุณที่มาช่วยไว้และขอนั่งรถกลับไปด้วย

    นภาพูดประชดเดือนว่า “เชื่อคนง่ายอย่างนี้สิถึงเกือบได้ผัวนักเลง” ด่าเตือนสติเดือนว่า “หน็อย...คิดจะหาทางลัดหวังจะมีคนดัน มันคงดันอย่างเดียว อย่าหวังว่าจะดังเลย โง่เกิ๊นนน...ทำมาหน้าหวานสันดานกาฝาก อยากจะเกาะคนดัง”

    นภายอมให้เดือนนั่งรถไปด้วยแต่ก็ด่าไปตลอดทาง

    มาถึงหน้าบ้านเดือน นภาพูดก่อนเดือนจะลงไปว่า “เจอกันคราวหน้า อย่าหวังว่าฉันจะญาติดีด้วย บอกเลยอีกนานกว่าที่หล่อนจะฉลาดทันคน...ลงไปได้แล้ว”

    พอเดือนลงจากรถก็เจอรวิมายืนรออยู่แล้ว นภาเลยพูดประชดเดือนส่งท้ายว่า

    “เยอะดีนะ วัยสาวน่ะใช้ให้คุ้มนะ มันอยู่กับเธอไม่นานหรอก” พูดแล้วออกรถพรืดไปเลย

    รวิถามเดือนว่าทำไมนภามาส่ง เดือนไม่ตอบกลับย้อนถามว่าเขามาทำไมหรือ รวิบอกว่าตนห่วงกลัวพิมุกจะ...เดือนตัดบทว่าถ้าพิมุกจะ...ป่านนี้คงเรียบร้อยไปแล้ว พูดประชดว่าให้เขาไปดูแลศิริพรเถอะ

    “คิดมากน่า...วันหลังเดือนก็อย่าไปกับไอ้พิมุกอีกสิ”

    เดือนยังงอนยังเคืองไม่หาย แต่เพราะมีใจให้กันอยู่แล้ว รวิชี้แจงไม่กี่คำก็ใจอ่อน รวิจึงรวบรัดว่า

    “เอาเถอะ ยังไงวันนี้ปลอดภัยก็ดีแล้ว เดือนสัญญากับฉันก่อนสิว่า ต่อไปนี้จะอยู่ให้ห่างไอ้พิมุก”

    “เดือนเองก็ไม่อยากจะยุ่งกับมันนักหรอก ถ้าไม่จำเป็น แต่คุณโรจน์น่ะสิ ชอบใช้ให้เดือนไปหาไอ้พิมุกอยู่ได้ คนอื่นมีตั้งเยอะก็ไม่รู้จักใช้ เฮ้อ...พูดถึงคุณโรจน์แล้วก็โมโห...ไม่ยอมให้เดือนร้องเพลงสักที”

    รวิเตือนเดือนว่าสภาพไม่น่าไว้ใจ บอกเดือนให้ลาออกเสียดีไหม เดือนส่ายหน้าทันที ยืนยันว่า ตราบใดที่ตนยังไม่ได้เป็นนักร้องก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ รวิถามว่าทำไมถึงอยากเด่นอยากดังขนาดนั้น

    “แล้วมันผิดตรงไหนหรือรวิ การที่ฉันอยากดัง อยากมีชื่อเสียง อยากมีเงินทอง อยากมีอะไรเท่าๆกับคนอื่นมันผิดมากนักเหรอ?” รวิติงว่าไม่จำเป็นต้องเสี่ยงขนาดนั้นเพราะวงดนตรีของเดือนมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด เดือนทำหน้ารั้นถือดีบอกว่า “ฉันดูแลตัวเองได้”

    รวิมองหน้าเดือนอย่างอ่อนใจกับความดื้อรั้น มั่นใจของเธอ

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ศิริพรมาเยาะเย้ยพิมุกถึงค่ายมวยว่าแค่ผู้หญิงคนเดียวไม่มีปัญญาจัดการ ถึงกับต้องหัวแตกกลับมา ไม่สมกับเป็นเจ้าของค่ายมวยเลย

    พิมุกบอกว่าเพราะนภาเข้ามาแทรก ศิริพรถามว่านภาปกป้องเดือนหรือ พิมุกส่ายหน้าบอกไม่รู้เดาทาง ไม่ออก ถามศิริพรว่า มาแต่เช้านี่มีแผนอะไรอีกหรือ

    “ก็ถ้ามันรักกันนักก็ทำให้มันแตกกันเสียสิ” แล้วเล่าว่า “อีกสองอาทิตย์จะมีรายการดนตรีสัญจรจากกรุงเทพฯ มาที่นี่ เขาให้คนในพื้นที่ส่งโชว์เข้าร่วมด้วยได้” พิมุกถามว่าแล้วไง “ก็นังเดือน...เอ๊ย...น้องเดือนเขาอยากเป็นนักร้องไม่ใช่หรือ เราก็จัดให้เขาสักหน่อยซิ”

    “เรื่องอะไร ฉันไม่ปล่อยให้เดือนไปหรอก เกิดดังขึ้นมา ก็ทิ้งฉันไปน่ะสิ”

    “แหม...ฉลาดหน่อยสิคะพ่อนักมวย” ศิริพรเดินมานั่งไขว่ห้างตรงหน้าโชว์ขาอ่อนอ่อย “ไม่อยากให้ดังก็ไม่ต้องให้ดังสิ ก็แค่ทำให้มันพังก็พอ เราก็แค่ยืมมือของรวิ ก็เท่านั้นเอง” พิมุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถามว่าแล้วถ้านภาเข้ามายุ่งอีกล่ะ ศิริพรตอบอย่างมันเขี้ยวว่า “ฉันเอง! ตบคนแก่ มันนักล่ะ”

    ooooooo

    ด้วยการคบคิดกันวางแผนของศิริพรกับพิมุก เดือนถูกวางตัวให้ขึ้นร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร ทำให้ลิ้นจี่กับนภาไม่พอใจ ลิ้นจี่ถามโรจน์ว่าเพราะเดือนยอมนอนกับโรจน์แล้วใช่ไหมถึงได้ดันให้ขึ้นเป็นนักร้อง

    แม้แต่ประทีปก็แปลกใจ ถามโรจน์ว่าทำไมอยู่ๆถึงให้เดือนขึ้นร้องเพลง ไหนบอกว่าพิมุกห้ามไว้

    “แกอยากรู้ก็ไปถามพิมุกมันเองสิวะ ฉันเองก็ยังงงอยู่เนี่ย อยู่ๆมันก็สั่งมาว่าให้จัดเดือนขึ้นร้องงานนี้” โรจน์ทำท่าปวดหัว ประทีปเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีแผนอะไรแน่ “ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้มันสั่งอะไรมาก็ยอมๆมันไปก่อน ให้มีเงินไปใช้หนี้มันเมื่อไหร่ก่อนเหอะ พ่อจะเอาคืนให้หนักเลย!” ประทีปถามเรื่องนภา โรจน์ตัดบทว่า “ทีละเรื่อง เอาทีละเรื่อง”

    เดือนถูกตามตัวไปพบโรจน์ที่ห้องทำงาน บอกเดือนว่าจะให้ขึ้นร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร เดือนดีใจมากลิ่วไปหารวิเพื่อบอกข่าวดี แต่พอเล่าให้รวิฟัง เขากลับไม่ตื่นเต้นดีใจกับเธอ หากยังเตือนสติว่า

    “ทำไมอยู่ๆเขาถึงยอมให้เดือนร้องล่ะ แถมเป็นงานใหญ่เสียด้วยซิ” เดือนบอกว่าพิมุกมาช่วยขอให้ “ไอ้พิมุกอีกแล้วหรือ พี่ว่ามันแปลกๆนะ ไม่น่าไว้ใจนะ เดือนอย่าไปร้องเลยนะงานนี้ พี่ว่ามันต้องมีแผนชั่วอยู่แน่ เดือนเชื่อพี่เถอะ”

    เดือนผิดหวังที่รวิไม่เพียงไม่ดีใจด้วย แต่ยังห้าม ปรามตักเตือน เดือนบอกว่ายังไงงานนี้ตนต้องขึ้นร้องเพลงให้ได้ ไม่ยอมถอนตัวเด็ดขาด บ่นรวิอย่างน้อยใจว่า

    “ฉันอุตส่าห์มาบอก นึกว่าจะดีใจกับฉันเสียอีกนะเนี่ย...งั้นฉันกลับล่ะ” เดือนงอนตุปัดตุป่องกลับไป สวนกับศิริพรที่เดินเข้ามาพอดี ศิริพรถามรวิว่างอน

    อะไรกันหรือ รวิบอกว่าไม่มีอะไรแล้วตอกตะปูซ่อมฉาก แต่ไม่มีสมาธิเลยตอกเอามือเข้าอย่างจัง เขาทิ้งค้อนสะบัดมืออย่างเจ็บปวด ศิริพรจับมือไปดู

    เดือนเดินหน้าง้ำออกมา เจอแก้วพอดี แก้วดักคอว่าหน้าแบบนี้งอนแฟนมาแน่เลย ถูกเดือนเสียงเขียวใส่

    ว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง แก้วทำเป็นแก้ตัวว่าตนไม่มีอะไรกับรวิ

    สักหน่อย แต่ถ้าเป็นนางเอกงิ้วละก็...ไม่แน่ เดือนบอกว่าคงไม่มีอะไรหรอกเพราะที่แจ้งเสียขนาดนั้น แก้วเขี่ยอารมณ์เดือนว่า “ไว้ใจไม่ได้หรอก ทิ้งปลาย่างไว้กับแมวได้ไง” เดือนเลยเดินกลับไปดู

    ไปถึงเจอศิริพรกำลังทายานวดคลึงนิ้วให้รวิอย่างใกล้ชิดพอดี เดือนจะเข้าไปคุยให้รู้เรื่อง แก้วรีบดึงไว้ติงว่า

    “อย่าเพิ่งไปเคลียร์อะไรให้มันรู้เรื่องตอนนี้เลย เรากำลังแรง เขาก็แรง...ดูซิ แรงรักเสียด้วยนะนั่นน่ะ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ”

    เดือนมองรวิกับศิริพรอีกทีแล้วสะบัดหน้าเดินไป แก้วมองตามยิ้มร้าย พึมพำ

    “ขืนให้เคลียร์อะไรกันรู้เรื่องตอนนี้ มันจะไปสนุก ได้ยังไง” แล้วแก้วก็ย่องเข้าไปแอบฟังรวิกับศิริพรคุยกัน ได้ยินรวิบอกศิริพรว่า เดือนมาบอกว่าจะได้ร้องเพลงแล้ว แก้วก็อิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที ยังได้ยินศิริพรบอกรวิว่า ได้ยินมาว่างานนี้พิมุกช่วยดันเดือนให้เป็นนักร้อง ซ้ำยังเปรยว่า พิมุกดูท่าจะหลงเดือนเอามากๆด้วย สุดท้ายป้ายสีใส่เดือนว่า

    “เดือนเองเขาก็คงจะรู้สึกดีกับพิมุกขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ แหม ก็ทุ่มเทให้เสียขนาดนี้ ยังไงก็ภาวนาให้พิมุก อย่าเล่นอะไรตุกติกเลย”

    ฟังศิริพรแล้ว รวิลุกเดินไปตามทางที่เดือนเพิ่งเดินไป ส่วนแก้วฟังแล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา รวิไปที่ค่ายมวยของพิมุก บอกว่า มีเรื่องอยากคุยด้วย พิมุกถามว่ามีอะไรให้ว่ามา

    พอรวิบอกว่ามาพูดเรื่องเดือน พิมุกทำไขสือถามว่า เดือน? ทำไมหรือ? รวิฉุนกึกถามว่า

    “เรื่องที่แกให้เดือนร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร อะไรนั่นน่ะ แกต้องการอะไรกันแน่” พิมุกทำหน้าสมเพชบอกว่า ตนก็แค่หวังดีอยากให้เดือนได้เป็นนักร้องสมใจเท่านั้น “หึ! แกแน่ใจเหรอว่าแค่นั้น...นายมีแผนอะไรกันแน่!!”

    “แผนอะไรเหรอ ก็แผนที่จะให้น้องเดือนคนสวยมาเป็นเมียฉันไง” พิมุกพูดใส่หน้าอย่างท้าทาย

    “ขอเตือนแกไว้เลยนะ ถ้าแกทำอะไรเดือนแม้แต่นิดเดียว ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่” รวิชี้หน้าพิมุกก่อนเดินออกไป

    เดือนถูกโรจน์ใช้ให้เอาซองเงินมาให้พิมุก เห็นรวิเดินออกมาก็ร้องเรียก แต่เขาขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเสียก่อน เดือนแปลกใจว่ารวิมาทำอะไรที่นี่?

    พอเดือนเข้ามาหาพิมุกก็ยกมือไหว้ขอโทษที่คราวก่อนตีหัวเขาแตก แล้วถามว่า

    “เห็นคุณโรจน์เขาบอกว่า...เอ่อ...พี่เป็นคนสนับสนุนให้ ฉันได้ขึ้นร้องเพลงงานดนตรีสัญจรหรือ ยังไงก็ขอบคุณนะ”

    “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ก็อยากให้เดือนได้ทำในสิ่งที่รัก ได้เป็นนักร้องสมใจ ที่ผ่านมาที่พี่ทำไม่ดีกับเดือนเพราะพี่อาจจะชอบเดือนมากไปหน่อย แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่า แค่ ได้เห็นเดือนทำในสิ่งที่เดือนรัก พี่ก็มีความสุขแล้ว”

    แล้วพิมุกก็ใช่เล่ห์เหลี่ยมเป่าหูให้เดือนผิดใจกับรวิ บอกว่าตนไม่อยากให้เดือนหยุดอยู่แค่งานนี้เท่านั้น เพราะเมื่อกี๊รวิเพิ่งมาบอกว่าไม่อยากให้เดือนเป็นนักร้อง มาขอไม่ให้ตนสนับสนุนเดือน พูดแล้วทำเป็นถอนใจบ่นว่า...

    “เฮ้อ...น่าเสียดาย แต่เขาคงรักเดือนมากมั้ง เลยไม่อยากเห็นเดือนดัง เขาคงกลัวจะโดนเดือนทิ้งน่ะ”

    “ไม่เกี่ยวกันเลยนะ ยังไงเดือนก็จะเป็นนักร้องให้ได้ พี่เคยบอกจะช่วยเดือนไม่ใช่เหรอ”

    “แต่...” พิมุกทำหน้าลำบากใจ

    “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เรื่องนี้เดือนเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่เกี่ยวกับพี่รวิ...นะพี่นะ...” แล้วเดือนก็บ่นรวิอย่างหงุดหงิดอยู่คนเดียว...“คิดอะไรของเขานะ”

    พิมุกแอบยิ้มสะใจที่ปั่นให้เดือนผิดใจกับรวิได้

    ooooooo

    ส่วนศิริพรก็ไปเป่าหูรวิเรื่องวงดนตรีจากกรุงเทพฯ มาโชว์และให้วงดนตรีเจ้าถิ่นร่วมแจมด้วย ถ้าใครมีแวว พวกแมวมองจากกรุงเทพฯก็จะดึงไปร่วมสังกัดด้วย

    พูดให้รวิระแวงแล้ว ศิริพรเป่าหูว่า “แต่งานนี้ฉันว่าฉันจะไม่ไปดูนะ ไม่อยากเสี่ยงเพราะได้ยินมาว่า งานนี้น่ะไอ้พิมุกกับพวกคู่อริมันนัดจะมาตีกันในงานนี้ ฉันไม่ไปเสี่ยงหรอก”

    “จริงเหรอ...แบบนี้ก็ไม่ปลอดภัยน่ะสิ” รวิแอบห่วงเดือนขึ้นมา

    ศิริพรเดาใจรวิออก แกล้งทำเป็นนึกได้ถามว่างานนี้เดือนได้ขึ้นร้องเพลงด้วยใช่ไหม ยังไงก็ให้ระวังตัวด้วย อยู่บนเวทีโดนลูกหลงเอาง่ายๆ ทำให้รวิยิ่งเป็นห่วงบ่นว่า เดือนไม่ยอมฟังกันเลยแล้วเดินลุกออกไป

    “ทีนี้ก็เหลือนังนภา” ศิริพรคิดถึงเป้าหมายต่อไป ยิ้มสะใจที่เป่าหูรวิได้สำเร็จโดยง่าย

    ooooooo

    ในวันซ้อม ทุกคนซ้อมกันอย่างจริงจัง เดือนซ้อมได้ดีมากจนประทีปชม บ่นกับโรจน์อย่างเสียดายว่าถ้าให้เดือนมาเป็นนักร้องตั้งแต่แรกป่านนี้ดังเป็นพลุไปแล้ว

    “เฮ้อ...ทำไงได้ ก็ไอ้พิมุกมันสั่งไว้นี่ นี่ก็ไม่รู้งานนี้จะเล่นอะไรตุกติกอีกหรือเปล่า” โรจน์บ่นระแวงพิมุก

    แก้วริษยาเดือนที่ได้เป็นนักร้องและประทีปกับโรจน์ก็ชื่นชมมาก เลยเต้นผิด ถูกโรจน์ขู่ว่าถ้าเต้นไม่ได้จะโดนไล่ออกหรือไม่ก็ให้ไปยืนริมเหมือนเดิม ด่าลิ้นจี่ว่าไม่ซ้อมลูกทีมให้ดี ทั้งด่าทั้งบ่นลิ้นจี่อย่างเบื่อหน่ายว่ายิ่งแก่ยิ่งไม่ได้เรื่อง

    วันนี้เดือนซื้ออาหารเข้าบ้านหลายอย่างจนช้อยเตือนว่าให้ซื้อแต่พอกินพอใช้ ที่บ้านมีอะไรก็กินๆเข้าไปเถิดจะได้ประหยัดเงิน เดือนให้ความหวังแม่ว่าอีกไม่นานตนก็จะได้เป็นนักร้องแล้วเพราะตนจะได้ขึ้นเวทีใหญ่อาจดังก็ได้ ช้อยถามว่าทำไมอยู่ๆ ถึงได้ขึ้นเวทีใหญ่ เดือนบอกว่าพิมุกช่วยสนับสนุน

    พอได้ยินชื่อพิมุก ช้อยเป็นห่วงเดือนขึ้นมาบอกเดือนอย่าไปร้องเลยงานนี้ ตนสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้

    “โธ่แม่...พูดเหมือนพี่รวิเลย ไม่รู้ล่ะ ยังไงงานนี้ฉันต้องขึ้นร้องให้ได้”

    “เฮ้อ...จะพูดจะเตือนอะไรมันไม่เคยฟังเลยนังลูกคนนี้” ช้อยบ่นอย่างอ่อนใจ ยิ่งเป็นห่วงเดือนมากขึ้นอีก

    ส่วนแก้ว คิดหาทางที่จะแข่งเอาชนะเดือนให้ได้ จึงไปเข้ากับพวกศิริพร ศิริพรเองก็อยากได้นภาเป็นพวก แต่พอไปเกริ่น นภาบอกว่าตนอยู่ฝั่งเดือน ศิริพรพูดอย่างมาดร้ายว่า

    “ถ้าไม่อยู่ข้างเดียวกัน ก็ตรงกันข้ามเท่านั้นเอง” แล้วยืนขวางจ้องหน้านภา ถูกนภาพูดเสียงเย็นเยียบว่า

    “หลีก เดี๋ยวเอานมตบหน้าหัน”

    ศิริพรกับแก้วจึงหลีกทางให้ แก้วยังถูกกิมยุให้เอาชนะเดือนให้ได้ แก้วบอกแม่ว่าตนไม่ยอมแพ้เดือนทั้งเรื่องความเด่นดังและเรื่องพิมุก พูดแล้วโทร.หาศิริพรทันทีบอกว่า “ศิริพร...ฉันเอาด้วย”

    ooooooo

    วันนี้เดือนเดินถามใครต่อใครให้วุ่น จนมาถึงกลุ่มรวิ เดือนถามว่าเห็นบัตรประชาชนตนไหม ทุกคนส่ายหน้า

    แล้วสายวันนี้เองศิริพรกับแก้วก็ร่วมมือกัน แอบเอาถุงครอบหัวนภาขณะเอาของเก็บใส่ท้ายรถที่ตลาดแล้วกระหน่ำเสียจนนภาแน่นิ่งไป จากนั้นแก้วเอาบัตรประชาชนของเดือนที่ขโมยมาให้ศิริพร ศิริพรรับแล้วโยนทิ้งข้างร่างนภาที่นอนแน่นิ่งพูดเย้ยว่า “จะเอานมตบเหรอ?!”

    ต่อมา ขณะเดือนกำลังซ้อมเพื่อขึ้นเวทีดนตรีสัญจรนั้น มีตำรวจมาเรียกตัวไปโรงพัก โรจน์ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

    ตำรวจเอ่ยถึงชื่อนภาแต่ไม่บอกว่าเป็นอะไรจนทุกคนตกใจมาก แต่พอไปถึงโรงพัก เจอนภาอยู่ที่นั่นแล้ว เลยโล่งใจ

    เดือนถูกตำรวจเรียกไปสอบเพราะพบบัตรประชาชนของเธอในที่เกิดเหตุ ขำเป็นพยานว่าบัตรประชาชนเดือนหายเพราะเมื่อเช้าเดือนยังมาถามหากับพวกตน ส่วนแก้วก็ ผสมโรงหาว่าเดือนคิดร้ายกับนภาเพื่อชิงความเด่นดังในงานดนตรีสัญจร เสนอตัวอย่างหวังดีว่า นภายังคอเคล็ดอยู่และเดือนก็กำลังมีคดีอาจติดคุก คืนนี้ตนจะขึ้นร้องเพลงแทนก็แล้วกัน

    แต่แก้วต้องผิดหวัง เพราะนภาไม่แจ้งความบอกว่าคนที่ทำร้ายตนไม่ใช่เดือน เพราะตนไม่เคยคิดจะเอานมตบหน้าเดือน และตนก็ไม่รอกฎหมายจัดการด้วยบอกตำรวจว่า “เดี๊ยนจัดการเองดีกว่า” เดือนถามว่านภาคิดว่าเป็นใคร ก็ถูกตวาดว่าอย่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของตน แต่สะบัดหน้าแรงไปหน่อยเลยเจ็บคอที่เคล็ดอยู่ โรจน์ถามนภาว่าแล้วคืนนี้จะร้องเพลงไหวไหม?

    “ฉันต่อให้...คืนนี้ ยังไงฉันก็ไม่ให้หล่อนฉายแสงคนเดียวหรอก” นภาหันไปพูดใส่หน้าเดือน

    แก้วหงุดหงิดเจ็บใจที่แผนสกัดดาวของตนไม่สำเร็จ

    ooooooo

    ที่หน้าเวทีดนตรีสัญจร ผู้คนพากันมาชมมาฟังอย่างคับคั่ง นาทีสำคัญมาถึงเมื่อเปิดตัว “เดือนงามพร้อม” ที่ขำทำหน้าที่โฆษกบนเวทีประกาศว่าเป็น ดาวรุ่งพุ่งแรงดวงใหม่ของวงการ

    เดือนขึ้นเวทีคู่กับนภา เดือนร้องและเต้นสุดหัวใจ ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวจากผู้ชม

    ด้วยความเป็นห่วงเดือน คืนนี้รวิแทรกตัวชมดนตรีอยู่ในกลุ่มชาวบ้าน พิมุกพาลูกน้องเดินมาเห็นรวิ จึงส่งสัญญาณกันแล้วตรงไปหา ลูกน้องพิมุกชักปืนออกมาพร้อมมีเรื่อง รวิเห็นดังนั้นจึงพุ่งเข้าหา เกิดตะลุมบอนกัน กลุ่มชาวบ้านแตกหนีกันโกลาหล

    พวกพิมุกชกต่อยกับพวกรวิกันจนวุ่นวายแล้วจึงพากันหนีหายไป พอตำรวจเข้ามาที่หน้าเวทีก็ไม่มีใครแล้ว!

    เดือนกับนภาร้องเพลงยังไม่จบ ทั้งสองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นภาเจนเวทีกว่าค่อยๆถอยไปหลังเวทีอย่างเยือกเย็น แต่เดือนตื่นตระหนกจนป้อมต้องมาฉุดไปหลังเวที

    ลิ้นจี่โวยวายลั่นเมื่อเห็นเวทีพังพินาศ แก้วผสมโรงว่าไม่น่าเลย เพราะเวทีนี้คนบางคนทำท่าจะเกิดแล้วเชียวพูดแล้วมองไปทางเดือน พูดต่ออีกว่าแล้วคนบางคนก็เกือบดับแล้วด้วย พลางปรายตาไปทางนภา

    โรจน์หัวเสียกว่าเพื่อน ยิ่งถูกลิ้นจี่ประชดว่าวันแรกของนักร้องใหม่สะใจดีไหม ก็ตวาดไล่

    “ไม่ใช่เรื่องของเธอ มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไป อย่าปากดี” แล้วสั่งประทีป เดี๋ยวไปคุยกันข้างนอกหน่อย ถามนภาว่า นภาไม่เป็นอะไรนะ นภามองหน้าโรจน์แค่ยิ้มที่มุมปากเท่านั้น

    ooooooo

    ป้อมชวนขำกับเดือนเดินเลี่ยงไปนั่งคุยกันที่โต๊ะว่างด้านนอก เดือนนั่งเศร้าจนป้อมกับขำต้องคอยปลอบโยน ป้อมบอกว่าอย่าเศร้าเลยงานนี้พังเดี๋ยวก็มีงานอื่นเข้ามา

    “แต่งานนี้เป็นงานแรกเลยนะที่ฉันได้ร้องเพลง แถมเป็นงานใหญ่อีกด้วย ทั้งๆที่ฉันอาจจะได้เกิดในงานนี้ด้วยซ้ำแต่ทำไมล่ะ...ทำไม”

    ขำเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของพิมุกแน่ แต่เดือนกลับบอกว่าฝีมือของรวิ!

    ขำกับป้อมไม่เชื่อ ถามเดือนว่ารวิจะทำอย่างนี้เพื่ออะไร หรือรวิเห็นพิมุกจะมาทำอะไรเลยเข้าไปขวางเสียก่อน

    “ไม่ใช่หรอก ฉันเห็น...พี่รวิเข้าไปหาเรื่องพี่พิมุกก่อน” เดือนยืนยัน ป้อมถามว่ารวิจะทำอย่างนั้นทำไม? “พี่รวิเขาไม่อยากให้ฉันเป็นนักร้อง เขาไม่อยากให้ฉันดัง เขากลัวว่าถ้าฉันดังแล้วฉันจะไม่เหมือนเดิม”

    ป้อมไม่เชื่อ เพราะรวิมีแต่คอยช่วยเหลือเดือนมาตลอด เดือนยืนยันว่ารวิคิดแบบนั้นจริงๆ

    ขำเตือนว่าให้รีบไปเก็บของดีกว่าเตรียมตามไปช่วยรวิที่โรงพัก เพราะเมื่อกี๊เห็นตำรวจมาลากไปแล้วป้อมลุกขึ้นชวนรีบไปกัน เดือนอิดออดไม่อยากไป เพราะยังเคืองรวิอยู่

    เมื่อประทีปมาคุยกับโรจน์ที่อีกด้านหนึ่ง โรจน์พูดอย่างแค้นใจว่า “ฉันว่าฉันรู้แล้วว่ะว่าอะไรเป็นอะไร” ประทีปเดาว่าหมายถึง...“ใช่...สาเหตุที่ไอพิมุกมันยอมให้เดือนร้องเพลงครั้งนี้...แสบนักไอ้พิมุก เพื่อผู้หญิงคนเดียว มันยอมลงทุนถึงขนาดนี้ ทำให้พวกเราต้องเดือดร้อนไปด้วย”

    โรจน์จิกตาอย่างเจ็บใจ!

    ooooooo

    ที่โรงพัก...พิมุกกับลูกน้องกำลังให้ปากคำกับ ตำรวจอยู่ เดือน ป้อมและขำ เดินเข้ามา เดือนถามพิมุกว่า เป็นยังไงบ้างในขณะที่ป้อมกับขำค้อนควับแล้วเดินผ่านไป

    พิมุกบอกว่าเจ็บนิดหน่อยไม่เป็นไร ปากหวานจนเลี่ยนว่า “แค่เห็นหน้าเดือนก็หายแล้ว”

    ป้อมถามตำรวจว่ารวิอยู่ไหน ตำรวจชี้ไปที่ห้องขัง ถามป้อมว่าเป็นญาติกันหรือ จะมาประกันตัวใช่ไหมป้อมฉุนขึ้นมาถามว่าทำไมจับแต่พวกรวิเข้าห้องขัง ทีพิมุกมานั่งหน้าสลอนอยู่ข้างนอก แบบนี้มันสองมาตรฐานชัดๆ ตำรวจอ้างว่ามีพยานหลายคนเห็นว่าพวกรวิเข้าไปทำร้ายพิมุกก่อน ตำรวจจึงต้องดำเนินตามกฎหมาย

    ป้อมฟังแล้วรับไม่ได้ แต่ที่รับไม่ได้ยิ่งกว่าคือเดือน ออกมายืนยันว่าตนก็เห็นว่ารวิเริ่มก่อนจริงๆ พิมุกทำคะแนนกับเดือนว่าที่จริงตนก็ไม่อยากเอาเรื่อง แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจัดการไป แล้วพูดยุให้เดือนโกรธรวิยิ่งขึ้นว่า

    “แต่ก็น่าเสียดายนะ งานนี้เดือนอุตส่าห์ได้เป็น นักร้องทั้งที พี่เห็นนะ ตอนที่เดือนออกมาร้องทีแรก เอ่อ...ก่อนจะเกิดเรื่องน่ะ พวกแมวมองจากกรุงเทพฯเขามองเดือนแล้วชอบใจกันใหญ่เลย แหม...น่าเสียดายจริงๆ ดีไม่ดีเขาอาจจะเอาเดือนไปปั้นจนดังก็ได้”

    เดือนฟังแล้วทั้งโกรธทั้งเสียดาย พิมุกเหลือบมองยิ้มสมใจ พอดีศิริพรเข้ามาขอประกันตัวรวิ พิมุกสบตาศิริพรอย่างรู้กัน แต่ทั้งเดือน ขำ และป้อม หน้าตึงทันที!

    ระหว่างที่ศิริพรกรอกเอกสารนั่น ตำรวจก็สั่งจ่าให้ไปพาตัวรวิกับพวกออกมา ศิริพรชายตามองเดือนพูดอย่างเห็นใจ

    “เสียใจด้วยนะเดือน อุตส่าห์ได้ร้องเพลงทั้งทีแต่ก็นะ...รวิเขาคงเป็นห่วงเธอน่ะ” พอดีจ่านำรวิออกมา ศิริพรหันไปทัก “รวิ...เป็นไงบ้าง ฉันมาประกันตัวเธอกับลูกน้องแล้ว” พลางลุกไปพารวิมานั่งดูรอยฟกช้ำที่หน้าอย่างห่วงใยใกล้ชิด

    รวิชำเลืองมองเดือนที่กำลังสะบัดหน้าไปอย่างโมโห เธอพูดกับป้อมและขำแขวะทั้งรวิและศิริพรว่า

    “พี่ป้อม ขำ เรากลับกันเถอะ บางคนเขามีคนคอยดูแลแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”

    ooooooo

    เดือนเดินลิ่วๆลงจากโรงพัก รวิรีบตามมาเรียก ถูกเดือนหันขวับมองตาขวาง พูดเสียงเขียว...

    “สะใจพี่หรือยัง สะใจพอหรือยัง! ตอนนี้ทุกอย่างมันพังแล้ว ฉันไม่ได้เป็นนักร้องแล้วตอนนี้ พี่พอใจหรือยัง!”

    รวิขอให้เดือนฟังตนก่อน ถูกพิมุกตามมาตำหนิรวิทำคะแนนกับเดือนอีกว่า “โธ่เอ๊ย...รวิ นายมีอะไรก็น่าจะคุยกันตรงๆ ไม่น่าใช้วิธีนี้เลย เนี่ยรู้ไหม เดือนเขาอุตส่าห์รอคอยวันนี้มานานแค่ไหน นายไม่น่าเลย”

    รวิพยายามจะชี้แจง เดือนตัดบทว่าพอเถอะตนไม่อยากฟังตนเห็นกับตาตัวเองแล้วว่าอะไรเป็นอะไร แล้วเดินเข้าตัวไปหาพิมุกเอามือลูบหน้า ถามเสียงอ่อนหวาน

    “พี่พิมุกเจ็บมากไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปเยี่ยมพี่ที่บ้านนะ วันนี้ขอตัวก่อน”

    ระหว่างนั้น พิมุกกับศิริพรมองหน้าและยิ้มให้กันอย่างสะใจ

    เดือนกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด จนช้อยสงสัยถามว่าเป็นยังไง ได้ยินว่ามีเรื่องกันหรือ แล้วเป็นยังไงบ้าง เดือนเป็นอะไรหรือเปล่า เดือนบอกว่าไม่มีอะไรมีคนตีกันนิดหน่อย พอช้อยถามว่าได้ร้องเพลงไหม เดือนระเบิดอารมณ์ทันทีว่า

    “ร้องเหรอแม่...จะร้องได้ยังไงล่ะ ทุกอย่างมันพังหมด มันพังหมดแล้วแม่...ได้ยินไหม!!” เดือนร้องไห้วิ่งขึ้นไปข้างบน ช้อยมองตามงงๆ สงสารลูก

    เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อสองแม่ลูกไปขายของที่ตลาดก็ถูกกิมพูดเรื่องตีกันเมื่อคืนอีก แขวะช้อยกับเดือนว่า

    “เห็นเขาว่า พอนักร้องดาวรุ่งคนใหม่ขึ้นปุ๊บ มันก็มีเรื่องกันปั๊บเลยนี่หว่า...ฮ่าๆๆ สงสัยจะพุ่งแรงจริงๆว่ะ...เฮ้อ...น่าสงสารจริงจริ๊ง...อุตส่าห์จะได้เป็นนักร้องกับเขาสักที หมดหวังซะแล้ว”

    โดนกิมแขวะไม่ทันจบดี ศิริพรก็กรีดกรายเข้ามา ทักช้อย แล้วสั่งซื้อผลไม้ เดี๋ยวจะให้ลูกน้องมาเอาพูด อารมณ์ดีว่า

    “เหมาตรงนี้แล้วกัน จะเอาไปฝากรวิกับลูกน้องเขาน่ะจ้ะ รวิเขาชอบกิน” พูดแล้วชายตาไปทางเดือน

    “แหมคุณศิริพรช่างเอาอกเอาใจกันจังเลยนะจ๊ะ” ช้อยชม ดีใจที่ศิริพรช่วยเหมาผลไม้ไปหมด

    ooooooo

    รวิรู้ว่าศิริพรจะต้องมา เขานั่งรออยู่ที่ขอบเวทีวิก ศิริพรเดินนำลูกน้องรวิที่ให้ไปหิ้วอาหารและผลไม้ที่เหมาจากร้านช้อยมา บอกให้วางแล้วไปกันได้เลยเดี๋ยวตนจัดเอง ฉอเลาะรวิว่า

    “รวิ วันนี้ฉันซื้อผลไม้มาฝากเธอเยอะแยะเลยนะ”

    รวิไม่สนใจ เขาหันมองหน้าศิริพรถามว่า “เรื่องเมื่อคืน เธอรู้ใช่ไหม ว่าไอ้พิมุกมันวางแผนแกล้งฉัน”

    ศิริพรหน้าเจื่อนแต่เกลื่อนได้ทัน ทำหน้าตายถามว่าเรื่องอะไร รวิหมายถึงอะไรตนไม่รู้เรื่อง

    “เธอเป็นคนมาบอกฉันเอง ว่าไอ้พิมุกมันจะมีเรื่องไม่ใช่เหรอ”

    “ก็...ก็...ฉันได้ยินมาอย่างนั้นนี่ ก็...มันก็มีเรื่องจริงๆ ไม่ใช่เหรอ”

    “ใช่มีเรื่องจริงๆ แต่กลายเป็นฉันที่ไปมีเรื่องกับไอ้พิมุก แถมยังเป็นคนหาเรื่องมันก่อนด้วย”

    “เอาน่า...ถือซะว่าเอาคืนไอ้พิมุกที่มันชอบมาหา เรื่องเธอไง มา...มากินข้าวดีกว่า อย่าไปสนใจเรื่องเมื่อวานเลย อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านกันไป”

    รวิเลยนั่งกินข้าวกับศิริพร แต่กลืนไม่ลงคอเท่าไรนัก

    ศิริพรยังตีหน้าเนียนดำเนินแผนของตนต่อไป เมื่อเดินมาเจอนภาที่ริมถนนก็ยิ้มแย้มเข้าไปทักว่าเป็นอย่างไรบ้างเห็นว่าถูกทำร้าย กำลังจะไปเยี่ยมอยู่พอดีเลย

    “หายกันแล้วนะ” นภาพยักหน้าให้ ศิริพรทำหน้าสงสัยถามว่าหายยังไงเหรอ นภาผลักศิริพรล้มเข้าไปคล่อมตบหน้าไม่ยั้ง ศิริพรตั้งตัวไม่ทัน ได้แต่ร้องห้ามถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน นภาตะคอกใส่หน้าว่า “ทำตามสัญญาไง!”

    ศิริพรถามว่าตนไปสัญญาอะไรด้วย นภาบอกว่า “ฉันสัญญาว่าจะเอานมตบหน้าแก...นี่...ไง...ล่ะ... เป็น... ยัง...ไง...” นภาสะบัดหน้าอกตบหน้าศิริพรหกทีรวด ศิริพรลุกขึ้นได้ก็เซไปชนถังขยะล้มลง “จำเอาไว้นะ หึ! อย่า...อย่ามาลอบกัดกันอีก...ว่าไม่แล้วเชียว” นภาดึงเสื้อให้เข้ารูปแล้วเดินเชิดไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ศิริพรถูกนมตบจนยืนโงนเงน จิกตาคำราม “เล่นทีเผลอนี่หว่า...อูย...”

    พาสังขารกลับไปถึงโรงงิ้ว ศิริพรนั่งเครียดพึมพำกับตัวเอง...

    “เจ็บใจนัก...หน็อย! นังนภาฝากไว้ก่อนเถอะ...” คิดๆ แล้วเหมือนนึกอะไรออก “เรื่องจัดการนังเดือนต้องมาก่อนแล้ว” ศิริพรก็เรียกลูกน้องสองคนให้เข้ามาสั่ง “เดี๋ยวมีอะไรให้พวกลื้อทำหน่อยนะ ช่วยไปปล่อยข่าวนังเดือนเสียๆหายๆในตลาดให้หน่อย เอาให้หนัก!”

    “เรื่องอะไรดี” ลูกน้องถาม

    “เรื่องเสียๆหายๆของผู้หญิงมีกี่เรื่องกันเชียวไม่รู้เหรอ จะได้ไล่ออกให้หมด เลี้ยงเสียข้าวสุก!”

    ลูกน้องพยักหน้าเข้าใจ ศิริพรจึงวางแผนให้ พอลูกน้องออกไป เธอก็ยิ้มเจ้าเล่ห์กับแผนของตัวเอง

    ooooooo

    วันนี้ ขณะขำกับป้อมกำลังเดินซื้อของในตลาด ขำเร่งป้อมให้รีบไปกลัวก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยจะหมดเสียก่อน

    “ซื้ออะไรกันนักหนา ไอ้พวกแป้งเปิ้งอะไรเนี่ย ทาไปก็ไม่เห็นพี่จะหายแก่เลย” ขำบ่น ถูกป้อมเขกหัวด่าไอ้ปากเสียพลันก็เหลือบเห็นลูกน้องของศิริพรสองคนยืนคุยหัวเราะร่าอยู่กับแม่ค้าเลยสะกิดขำให้ดู แล้วพยัก หน้าพากันเกร่เข้าไปใกล้ๆทำทีเลือกซื้อของแต่เงี่ยหูฟัง

    “จริงเหรอเนี่ย ต๊ายตายๆๆๆผู้หญิงสมัยนี้” แม่ค้าคนที่ฟังลูกน้องศิริพร อุทานทำหน้าสยอง

    “เรื่องจริงทุกอย่างเลย อั๊วน่ะเห็นมากับตาหายเข้าไปในบ้านกันสองต่อสอง”

    “อุ๊ยตายแล้ว อกอีแป้นจะแตก โถๆๆ อยากดัง จนเอาตัวเข้าแลก...หน้าไม่อายจริงๆ”

    ขำกับป้อมมองหน้ากันอย่างไม่พอใจ พลันก็ได้ยินเสียงกิมแม่ของแก้วทำเสียงสยองว่า

    “น่าไม่อายจริงๆ” พอหันมองเห็นลูกน้องศิริพร อีกคน คุยอยู่กับกิม กิมมองไปทางช้อยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม พูดเสียงดังให้ได้ยิน “นี่ละหนา...พ่อแม่มันคงไม่สั่งสอน ลูกมันถึงไม่มียางอาย ยอมเปลืองเนื้อเปลืองตัวเพื่อความดัง”

    ช้อยมองไปทางกิมอย่างสงสัยแต่ไม่พูดอะไร ขำกับป้อมมองหน้ากัน แต่ตัดสินใจเดินเลี่ยงไป ขำชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวกันดีกว่า แล้วพากันเดินไปด้วยความสงสัยทั้งคู่

    ooooooo

    ไปนั่งในร้านก๋วยเตี๋ยวแล้ว ขำถามป้อมว่าที่พวกนั้นเม้าท์กันนั่นมันเรื่องอะไรกัน ป้อมก็ไม่รู้ขำตั้งข้อสังเกตว่า

    “ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย ยิ่งเรื่องลูกน้องยัยงิ้วผีนั่นด้วยแล้ว ฉันว่ามันมีแผนชั่วอะไรแน่ๆ”

    พอดีขำเห็นรวิเดินมา จึงเรียกมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน พอรวิเดินมาขำถามว่าเป็นอะไรหน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว รวิบอกว่านิดหน่อย ป้อมเดาว่าเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม รวิพยักหน้าอย่างเหนื่อยใจ ปรารภว่า

    “เดือนเขาเข้าใจว่าฉันจงใจทำงานเขาพัง เพราะไม่อยากให้เขาเป็นนักร้อง” ป้อมถามว่าแล้วเขานึกยังไงถึงได้ไปใส่พิมุกอย่างนั้น ขำบอกว่าคงหมั่นไส้จนทนไม่ไหว แต่ก็น่าจะรอตนก่อนไม่อย่างนั้นคงได้มันกว่านี้ รวิส่ายหน้าบ่นอย่างโมโหตัวเอง “ฉันมันโง่เอง ไอ้พิมุกมันยังแกล้งโชว์ปืนให้ฉันเห็น ฉันกลัวเดือนกับคนอื่นจะโดนลูกหลงน่ะ...เลยซัดมันซะก่อน”

    ขำถามว่าอะไรทำให้สงสัยว่าพิมุกจะก่อเรื่อง รวิบอกว่าศิริพรเป็นคนบอก

    “นั่นไง! ฉันว่าแล้ว...มันมีอะไรทะแม่งๆ ไม่งั้นแกคงไม่ไปใส่มันก่อนหรอก ไอ้พิมุกกับนังงิ้วผีนี่มันเลวจริงๆ อยากจะตบมันให้ฟันร่วงจริงๆ” ป้อมฮึดฮัด ขำเตือนว่าเรื่องเมื่อกี๊หวังว่ามันคงไม่ทำอะไรชั่วๆอีกนะ

    “เมื่อกี๊...ทำไม...มีอะไรหรือ” รวิมองขวับ

    พอดีอาแปะเอาก๋วยเตี๋ยวมาให้ บอกว่าทำพิเศษให้เลย ฉลองให้ที่จะมีเพื่อนเป็นนักร้อง ขำถามว่านักร้อง อะไรที่ไหน

    “อ้าว...ก็อาเดือนไง ได้ข่าวว่าเดี๋ยวอีจะได้เป็น

    นักร้องดังแล้วนี่ แหม...แต่อีก็ใจกล้าจริงๆเนาะ ยอมทั้งอาพิมุก ยอมทั้งแมวมอง” อาแปะพูดทำหน้าสยองนิดๆ รวิลุกพรวดถามอาแปะว่าพูดอะไร? เดือนยอมใคร? ที่ไหน! “อ้าว...ก็เขาลือกันให้ทั่วตลาด ว่าอาเดือนยอมไปนอนกับอาพิมุกกับแมวมอง เพราะอีอยากเป็นนักร้อง”

    “อาแปะ ลื้อซี้ซั้วต่านะ อาเดือนอีไม่ทำแบบนั้นหรอก ลื้อมันเฉาฉุ่ยปากเหม็นพูดซี้ซั้ว” ป้อมโมโห ขำด่าว่าอาแปะปากเสีย อาแปะโดนด่าก็ร้อง...เค้าเป๋...ก็คนเขาพูดกันแบบนั้นจริงๆ

    “ข่าวลือก็คือข่าวลือ ลื้ออย่าซี้ซั้วพูด พี่ป้อม ขำเราไปกันเถอะ” รวิชวน หมดอารมณ์ที่จะกินก๋วยเตี๋ยว ป้อมจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวแล้วพากันไปเลย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 18:01 น.