ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้เดือนจะกลับไปทำตามความฝันของตนที่กรุงเทพฯแล้ว แต่รวิก็ยังเดินหน้ามุ่งมั่นที่จะทำร้านอาหารและกาแฟให้สำเร็จ เพราะทุนรอนน้อยจึงลงมือทำกันเองกับขำ

    ส่วนเดือน เมื่อไปถึงกรุงเทพฯแล้วก็มีบริษัทหนังมาติดต่อให้เล่นหนัง แม้จะไม่ใช่ความฝันของตนแต่เดือนก็รับงานด้วยความเต็มใจและขอบคุณบริษัทที่ ให้โอกาสตน

    ชูเกียรติอวยเต็มที่ รับปากกับทางบริษัทหนังว่าจะล็อกคิวของเดือนให้ทางนี้ก่อนเลย ส่วนเรื่องคอนเสิร์ต ชูเกียรติให้ความหวังว่า ถ้าเคลียร์เรื่องยุ่งๆแล้วเดือนอาจจะได้ขึ้นคอนเสิร์ตเหมือนเดิม

    เมื่อ ประชุมเสร็จ ป้อมรอฟังข่าวอยู่อย่างตื่นเต้นถามว่าเรียบร้อยไหม เดือนบอกว่าเรียบร้อยเดี๋ยวรอวันเปิดกล้องอีกทีส่วนเรื่องเซ็นสัญญาที่ป้อม เตือนให้ระวังนั้น เดือนบอกอย่างมั่นใจว่า

    “เดือนอ่านละเอียดแล้ว คนเขาไม่เลวเหมือนกันทุกคนหรอกจ้ะ” เดือนแกล้งพูดประชดชูเกียรติ

    “เดี๋ยว เราแวะไปคุยกับบริษัทโฆษณาต่อเลยนะ” ชูเกียรติจัดคิวทันทีอ่อยเดือนว่า “เหนื่อยหน่อยนะ เพื่อเงินและก็เพื่ออนาคต เออ...เดี๋ยวพี่ไปรอที่รถนะ”

    พอชูเกียรติเดินไป ป้อมถามเดือนว่า “นี่เราจะปล่อยให้มันสูบเลือดสูบเนื้อ โกงเราไปอย่างนี้เรื่อยๆ เหรอเดือน”

    “ไม่หรอกพี่ป้อม ไว้มีโอกาสก่อน บางทีเราก็ต้องช่วยเร่งกรรมให้คนบางคน”

    เดือนกับป้อมมองตามชูเกียรติไปอย่างรังเกียจ แต่นาทีนี้ เดือนยังต้องพึ่งพาเขาไปก่อน

    ฝ่าย แก้ว ดูรอยช้ำบนใบหน้าตัวเองแล้วยิ่งเจ็บใจกลัวหายไม่ทันขึ้นคอนเสิร์ต พยายามติดต่อเสี่ยให้ช่วย แต่ติดต่อเสี่ยไม่ได้ แก้วปามือถือทิ้งด่าอย่างหัวเสีย

    “โอ๊ย...ไอ้เสี่ยแก่นี่ก็อีกคน ไม่รับสายฉันเหรอ! ไอ้บ้า! กลัวเมียจนหัวหด!!”

    ooooooo

    นภาเดินมากับเทพเพื่อจะไปช่วยรวิแต่งร้าน ระหว่างเดินผ่านตลาด คุยกันโดยไม่รู้ว่าพิมุกตามมาแอบฟัง

    ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องบ้านเดือนถูกเผา เทพบอกว่าที่ศิริพรพูดนั้น อาจจะเดาเอาก็ได้ นภาแย้งว่า

    “แหม...ท่าจะเดาแม่นมากนะ ถึงขนาดรู้ว่าเจ้าของค่ายมวยอะไรนั่นน่าจะมีส่วนเผาบ้านยัยเดือนงั้นเหรอ”

    พิมุกเอะใจ เงี่ยหูฟังเครียด

    “นายพิมุกนั่น มันเป็นนักเลง ใครๆ ก็รู้ แถมมาติดพันเดือนอีก ศิริพรเขาก็เลยสงสัยมั้ง” เทพยังมองในแง่ดี

    “อย่าพยายามโลกสวยให้มันมาก มองอะไรตามความเป็นจริงหน่อย ยัยนั่นพูดถึงหลักฐาน...ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากพวกเราแล้วก็ตำรวจ”

    ทั้งสองเดินผ่านไปเพื่อไปช่วยรวิตบแต่งร้าน

    พิมุกมองตามทั้งสองพึมพำสงสัย...

    “นี่พวกมันหมายถึงอะไรกัน??”

    ooooooo

    แม้ รวิกับเดือนจะอยู่ห่างกัน แต่ต่างก็คิดถึงห่วงใยกันตลอดเวลา รวิโทรศัพท์บอกเดือนว่าร้านเกือบเสร็จแล้วถามเดือนว่าเป็นอย่างไรบ้าง กินข้าวหรือยัง

    “กินแล้วจ้ะพี่รวิ พี่รวิล่ะ อย่าหักโหมมากล่ะ... ตอนนี้เดือนมีงานเข้ามาเรื่อยๆเลยจ้ะ...ไหวจ้ะไม่ต้องเป็นห่วง...เดือน งามพร้อมซะอย่าง เอ๊ะ...พี่รวิ เดี๋ยวเดือนต้องไปแล้วนะ แล้วเดี๋ยวเดือนโทร.หาจ้ะ”

    เดือนวางสายจากรวิยิ้มเขินๆ ในขณะที่รวิก็ยิ้มอย่างมีความสุข หันไปตบแต่งร้านอย่างภูมิใจและมีความหวัง

    เทพกับนภาหิ้วของกินมาฝากเต็มสองมือ รวิดีใจถามว่ามายังไงกันล่ะ?

    “ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิแล้วต่อรถสองแถวมาเนี่ย”

    รวิแซวว่าอารมณ์ดี เทพถามว่าตัดสินใจแล้วใช่ไหม ให้กำลังใจรวิว่า

    “อย่าคิดมาก คนเราต้องโต ต้องก้าวหน้าเรื่อยๆ

    จะมาอยู่ในวงตลอดไปได้ไง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าวงจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน หลังๆงานมันก็น้อยลงทุกที”

    รวิบอกว่าตนก็อยากทำอะไรให้มั่นคง นภาถามว่าตกลงเดือนกลับไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

    “ครับ ป่านนี้ก็คงยุ่งๆอยู่แล้วครับ เห็นว่ามีคิวมารอเพียบ ไม่รู้จะเป็นไงมั่ง”

    “ก็ดีแล้ว เส้นทางนี้มันยังมีอะไรอีกเยอะที่ยัยนั่นจะต้องเรียนรู้” นภาแทรกขึ้น

    “เหมือนที่ป้าผ่านมาน่ะเหรอ” ขำสอดขึ้น แต่พอนภาหันมองเท่านั้น ก็รีบหลบไปแอบข้างหลังรวิหาผู้คุ้มครอง

    ooooooo

    เดือนงานชุกมาก เดี๋ยวถ่ายรูปฟิตติ้ง เดี๋ยวร่วมพิธีบวงสรวงเปิดกล้อง มีเวลาก็ต้องรีบอ่านบท  ท่องบท และเข้าฉาก

    ระหว่างเดือนทำงานนั้น ป้อมก็เที่ยวอ่อยเที่ยวสีพระเอกอย่างสำราญใจ

    ส่วนชูเกียรติที่คอยเสนอหน้ารับงาน รับเงิน

    นอกนั้นก็เอาแต่นอนหลับอ้าปากกรนคร่อกๆ จนป้อมเบ้ปากนินทากับเดือนว่า

    “ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเล้ย ดีแต่สูบเงินเขา

    อย่างเดียว ดูซิ ปากอย่างกับปลากระโห้โต้ลม”

    ป้อมนึกได้บอกว่าเมื่อกี๊ขำโทร.มาเล่าว่าร้านเกือบเสร็จแล้วแต่งบหมดก่อน รวิกำลังเครียดเรื่อง

    งบหมดอยู่ พอเดือนรู้ก็บอกป้อมว่าเงินเก็บของตนพอมีเหลือ คาดว่าน่าจะพอ

    “นั่นมันเงินที่เดือนจะเก็บไว้จัดงานให้ป้าช้อยนะ” ป้อมติง

    “ไม่ เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันมีงานอีกตั้งหลายงานที่เข้ามานี่” ป้อมติงอีกว่าเดือนจะต้องใช้เงินสร้างบ้านอีก “ช่างเหอะพี่ป้อม เรื่องบ้านยังไงเดือนก็ต้องปลูกมันขึ้นมาใหม่ตรงที่ที่เดือนเคยอยู่กับแม่ แต่ตอนนี้เราต้องช่วยกันก่อน ทั้งพี่ป้อมทั้งพี่ขำก็หุ้นกัน จะตัดฉันออกจากกลุ่มรึไง”

    “ไม่ใช่อย่างนั้น แต่พวกพี่เห็นเดือนมีภาระเยอะแล้ว แถมยังโดนไอ้ปลากระโห้นั่นหักอีกตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”

    เดือนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งจึงบอกป้อมอย่างมุ่งมั่นว่า “ฉันว่าเราต้องหาทางจัดการเรื่องนี้แล้วล่ะ”

    ทั้งสองมองชูเกียรติที่นอนกรนคร่อกๆ อย่างหมายมาดที่จะต้องจัดการให้ได้

    รวิ กับขำแต่งร้านใกล้เสร็จแล้ว วางแผนกันว่าแต่งร้านเสร็จจะไปหาเดือนกัน รวิย้ำกับขำว่าอย่าบอกเดือนเรื่องงบแต่งร้านไม่พอเดี๋ยวเดือนจะไม่สบายใจ ปรากฏว่า ขำบอกล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว แต่แก้ต่างให้ตัวเองว่าตนบอกป้อมเท่านั้น

    “แล้วคิดว่าพี่ป้อมจะไม่บอกเดือนหรือ” รวิถาม ขำตอบแหยๆว่า

    “บอกชัวร์ๆ แหะๆ”

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ชูเกียรติไปรอเสี่ยที่ค่ายเพลง เจอเจ้าหน้าที่จึงรู้ว่าเสี่ยเดินทางไปต่างจังหวัดจะกลับมาเย็นนี้ ชูเกียรติถามว่าเสี่ยไปไหน

    “ก็คุณนันทนาน่ะ ลากแกไปงานที่ต่างจังหวัดด้วยตั้งแต่วันก่อน เพราะไม่ไว้ใจตั้งแต่ที่จับเรื่องน้องแก้วได้ ว่าแต่พี่เกียรติมีิเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”

    “ก็ว่าจะมาคุยเรื่องงานคอนเสิร์ตน่ะสิ เอ่อ...เรื่องเดือนน่ะ”

    แก้วผ่านมาได้ยินชื่อเดือนแว่วๆ เห็นประตูแง้มอยู่เลยแอบฟัง

    ชูเกียรติบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ตนจะมาเคลียร์กับเสี่ยอยากให้เดือนได้ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้ พอถูกดักคอว่าจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มสินะ ชูเกียรติก็ชักสีหน้าใส่ ไม่พอใจที่เพื่อนรู้ทัน

    พอแก้วรู้เจตนาของชูเกียรติก็เจ็บใจบอกกับตัวเองว่า

    “ตราบใดที่อีแก้วยังอยู่ อย่าหวังเลย แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ไอ้เสี่ยกว่าจะกลับก็ตอนเย็น” นิ่งคิดครู่หนึ่งก็วางแผน “ยังไงคืนนี้ต้องดึงตัวเสี่ยออกจากอีแก่ให้ได้”

    ooooooo

    เพื่อจัดการแก้ปัญหาชูเกียรติหลอกให้เดือนเซ็นสัญญาไม่เป็นธรรม เดือนกับป้อมวางแผนมอมและวาง ยาชูเกียรติ คืนนี้จึงนัดมาดื่มกันที่ห้อง

    ยาที่เตรียมมามีทั้งยาเร่งเมาและยาถ่าย นัดแนะกันเรียบร้อยว่าเอาแค่สองหยดก็พอ

    ชูเกียรติมาอย่างแปลกใจที่วันนี้เดือนชวนมานั่งดริ๊งก์กัน แต่ทั้งสองก็ชวนคุยจนชูเกียรติไม่ติดใจสงสัย ก่อนกินดื่มกัน เดือนบอกให้ชูเกียรติไปล้างมือก่อนอ้างว่ามือเขาดำ

    พอชูเกียรติลุกไปล้างมือ เดือนกับป้อมก็ส่งสัญญาณให้กัน ชูเกียรติกลับมาดื่มเบียร์ไม่ทันไรก็เมา คุยโวโอ้อวดถึงศักยภาพของตนในวงการ เดือนก็ปะเหลาะยกยอปอปั้นคะยั้นคะยอให้ดื่มอีกและให้เซ็นชื่อยกเลิกสัญญาที่ทำกันไว้ แต่ชูเกียรติก็ไม่ยอมเซ็นสักที ทั้งสองกระซิบกันว่าหรือเราหยอดยาน้อยไป

    ป้อมรับขวดยาจากเดือนไปเขย่าเพื่อหยอดเพิ่ม แต่เขย่าแรงไปหน่อยเลยหกพรวดลงไปทั้งขวด! พอชูเกียรติยกจะดื่ม ทั้งสองพยายามจะทักท้วงให้เพลาๆ ก่อน ปรากฏว่าไม่ทัน ชูเกียรติยกกระดกทีเดียวหมดแก้ว!

    ครู่เดียว ชูเกียรติก็ปวดมวนท้องจะลุกไปเข้าห้องน้ำ เดือนกับป้อมคะยั้นคะยอให้เซ็นชื่อก่อน เขาบอกว่าไม่ไหวมันมาถึงประตูแล้ว แต่ถูกทั้งสองรั้งไว้จนทนไม่ไหวต้องรีบเซ็นให้ก่อนที่มันจะทะลักออกมา
    “พี่ป้อม เซ็นแล้ว...เดือนเป็นอิสระแล้ว” เดือนร้องบอก ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจสุดๆ

    ooooooo

    แก้วรอเสี่ยอยู่อย่างร้อนใจจนกระทั่งเสี่ยกลับและหนีเมียมาคุยกันที่ผับ พอแก้วแยกกับเสี่ย ก็คิดหนักเมื่อทบทวนการคุยกันเมื่อครู่นี้...

    แก้วบอกเสี่ยว่ายังไงตนก็ไม่ยอมให้เดือนกลับมาขึ้นเวที เสี่ยชี้ว่าหน้าแก้วก็ยังไม่หาย ซ้ำก็ร้องผิดๆถูกๆ แก้วเสนอว่าเพลงท่อนไหนที่ตนร้องไม่ได้ก็ให้คนอื่นร้องแทน

    “จะให้คนไหนล่ะ ทุกคนเขาก็ร้องเพลงตัวเองหมด ถ้าอยากให้มีคนมาช่วยร้อง แก้วก็หามาสิ หาได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ฉันก็ต้องยอมให้เดือนเขาขึ้นเวที”

    คิดแล้วแก้วเครียดถามตัวเองว่า “จะไปหาใครได้ล่ะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงอยู่แล้ว...ที่สำคัญจะให้มันมาเด่นเกินหน้าฉันไม่ได้ด้วย...หรือว่า...”

    แก้วตาเป็นประกายเมื่อนึกออกว่าจะแก้ปัญหา อย่างไร

    ooooooo

    หลังจากจัดการให้ชูเกียรติเซ็นยกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรมแล้ว เดือนเริ่มจังหวะก้าวที่สอง บ่ายหน้าไปที่ห้องเสี่ยวาทิน เพื่อขอกลับมาขึ้นคอนเสิร์ต

    แต่พอจะยกมือเคาะประตูก็ต้องชะงักเมื่อเสียงศิริพรทักขึ้น

    “อรุณสวัสดิ์จ้ะเดือน”

    “ศิริพร! เธอมาที่นี่ทำไม!” เดือนชักสีหน้าถาม เดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง ศิริพรยิ้มยั่วย้อนถามว่าทำไมตนจะมาไม่ได้ “เธอรีบไปให้พ้นจากที่นี่เลยนะ”

    “เธอจะใจร้ายกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เรื่องผู้ชายเนี่ยนะ” ศิริพรแกล้งพูดเสียงดังหมายให้ใครๆได้ยิน

    “คนที่ต้องไปน่ะ...คือพวกแกต่างหาก” เสียงแก้ว แทรกเข้ามาเดือนมองขวับถามว่าเธอมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ แก้วตอบเย้ยว่า “สิทธิ์อะไรไม่รู้นะ แต่ที่รู้ๆคนที่ให้ศิริพรมาที่นี่น่ะ คือตัวเสี่ยเอง เสี่ยเขาให้หานักร้องคนใหม่ จะมาช่วยฉันขึ้นคอนเสิร์ตแทนแกไงล่ะ นังเดือน!”

    ขณะเดือนตกใจนั้น แก้วพาศิริพรเดินผ่านเดือนเข้าไปหาเสี่ย ศิริพรเชิดใส่เดือนอย่างเย้ยหยัน สะใจ

    “มาแทนฉันเหรอ?” เดือนพึมพำโกรธจนน้ำตาคลอ

    ooooooo

    แก้วเข้าไปฉอเลาะเสี่ยว่า พาคนที่จะช่วยตนร้องเพลงมาแล้ว พลางหันไปเรียกศิริพรให้เข้าหาเสี่ยอย่างวางท่า

    “สวัสดีค่ะเสี่ย” ศิริพรนวยนาดเข้าไปยกมือไหว้เสี่ยเอ่ยเสียงหวาน เมื่อเสี่ยเงยหน้ามอง ศิริพรก็หรี่ตาให้อย่างยั่วยวน เสี่ยมองอย่างพอใจ จนแก้วทนไม่ได้เรียกเสี่ยให้สนใจตน แล้วแนะนำศิริพรว่า

    “ศิริพรเขาร้องอยู่ที่วงเทพ ฟ้าประทาน อะไรนั่นน่ะ วงดนตรีบ้านนอกน่ะค่ะ เสียงก็พอถูๆไถๆได้ แต่ก็ยังห่าง ไกลจากแก้วอีกเยอะค่ะเสี่ย...เสี่ย...เสี่ยคะ!” แก้วเรียกเสียงดังจนเสี่ยสะดุ้งถามว่ามีอะไรหรือ แก้วงอนที่เสี่ยไม่สนใจฟัง รวบรัดว่า “เอาเป็นว่าตกลงให้ศิริพรมาขึ้นเวทีแทนนังเดือนนะคะ ได้ไหมคะเสี่ย”

    พอเสี่ยบอกว่า ต้องได้อยู่แล้ว ศิริพรก็รีบไหว้ “ขอบพระคุณเสี่ยมากเลยนะคะ” แล้วทิ้งสายตายั่วยวน อีกรอบ

    แก้วมองศิริพรแล้วมองเสี่ยไปมาอย่างระแวง ไม่พอใจ พอออกจากห้องเสี่ย แก้วถามศิริพรทันทีเรื่องสายตาท่าที ที่เธออ่อยเสี่ย ศิริพรทำไก๋ถามว่าพูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง

    “ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ฉันไม่ใช่นังเดือนนะ ฉันอุตส่าห์ให้เธอได้มีโอกาสขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งชีวิตเธอทั้งชีวิตก็คงไม่มีโอกาส อย่าคิดมาแทงข้างหลังฉันนะ” ศิริพรลอยหน้าถามว่าคิดมากไปรึเปล่า “ฉันเห็นนะ แล้วก็รู้ว่าเธอทำอะไร เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ! เธอก็มีไอ้ลิเกนั่นอยู่แล้วนี่”

    “เธอรู้ไหม” ศิริหันเผชิญหน้ายิ้มเยือกเย็น “ถ้าฉันหมดรักสิ่งไหนก็แล้วแต่ ฉันก็ไม่มีวันกลับไปแตะต้องมันอีกเป็นครั้งที่สอง!!”

    “นี่...อย่าบอกนะว่าเธอหมดรักไอ้ลิเกนั่น...แล้วตอนนี้ก็กำลังหาที่หมายใหม่” แก้วถามสีหน้าหวาดหวั่นกับท่าทียั่วยวนของศิริพร พอศิริพรยิ้มเจ้าเล่ห์จะเดินไป แก้วรีบตาม “นี่เดี๋ยวก่อน อย่าได้คิดจะมายุ่งกับเสี่ยของฉันเลยนะ...บอกให้หยุด!!”

    ooooooo

    รวิกับขำช่วยกันตบแต่งร้านเกือบเสร็จแล้ว เขาเพิ่งรู้ว่าขำไปเอาเงินของเดือนมาช่วยซื้ออุปกรณ์ตบแต่งร้าน บอกขำว่าไหนๆ ก็เอามาแล้ว เดี๋ยวตนจะหาเงินไปคืนเดือนเอง

    เทพมาหาพร้อมลูกชิ้นปิ้งมาฝาก ขำเคี้ยวลูกชิ้นตุ้ยๆ พูดเสียงคับปากว่าลูกชิ้นอร่อยจังลุงซื้อจากไหนหรือ

    เทพเคืองที่ถูกขำเรียกลุง ด่าไปก่อนแล้วจึงบอกว่านภาซื้อมาฝาก ขำถามว่าตกลงนภาเขาเป็นคนยังไง

    กันแน่เดี๋ยวก็เชิดเริดหยิ่งแต่บทจะดีก็ดี๊...ดี เทพเล่าเรื่องนภาเขินๆอย่างมีความสุขที่ได้พูดถึงว่า

    “เห็นนภาเชิดๆแบบนั้นน่ะ จริงๆแล้ว นภาไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรหรอก ถ้าได้รู้จักกันไปนานๆแล้วจะรู้ว่าเขาใจดีแค่ไหน”

    เพราะตั้งใจจะเอาเงินที่ขำเอาจากเดือนไปคืนเธอ รวิเอาสร้อยทองอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไปขายแล้วชวนขำพรุ่งนี้ไปหาเดือนที่กรุงเทพฯกัน

    ส่วนเดือนที่ยังมีอารมณ์ค้างจากศิริพรกับแก้วอยู่ ทำให้วันนี้เดือนจำบทผิดบ่อย จนผู้กำกับบอกให้ไปพักก่อน ให้กำลังใจว่าใหม่ๆก็เป็นแบบนี้แหละ

    ขณะเดือนนั่งพักนั้นเอง ชูเกียรติเดินอาดๆ เข้ามาต่อว่าเดือนที่ไม่ปลุกกัน จะได้มาดูแลเดือนตามหน้าที่

    “งั้นเดือนคงไม่ต้องรบกวนพี่เกียรติอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะต่อจากนี้มันไม่ใช่หน้าที่ของพี่เกียรติอีกต่อไปแล้ว” ชูเกียรติทำหน้างง ป้อมเลยช่วยชี้แจงว่าต่อไปนี้เขาไม่ใช่ผู้จัดการของเดือนอีกต่อไปแล้ว พลางเอาเอกสารให้ดู
    “นี่มันอะไรกันเดือน แบบนี้หมายความว่าไง” ชูเกียรติทั้งโกรธทั้งตกใจ

    “เอกสารขอยกเลิกสถานะความเป็นผู้จัดการและการรับส่วนแบ่งจากงานทุกงานของเดือน พี่เกียรติเป็นคนเซ็นเองนะคะ” เดือนยิ้มอย่างเป็นต่อ ชูเกียรติพูดไม่ออก เขาจ้องหน้าเดือนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เดือนยังคงพูดต่ออย่างใจเย็นว่า “หวังว่าพี่เกียรติคงเข้าใจตามนี้นะคะ”

    ชูเกียรติลำเลิกว่าลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนพาเธอเข้าวงการ เดือนยืนยันว่าตนไม่เคยลืม

    “หึ...ไม่เคยลืม แล้วนี่มันอะไรล่ะ อีตอนก่อนจะเข้าวงการอ้อนวอนสารพัด พอได้ดีแล้วก็ถีบหัวพี่ส่ง”

    “พี่เกียรติ! อย่าพูดแบบนี้ ที่ผ่านมาเดือนอดทนทำงานสารพัด ออกงานไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ พี่เกียรติก็ไม่ได้มาดูแลอะไรเดือนเลย ที่สำคัญพี่เกียรติโกงเงินเดือนไปตั้งเท่าไหร่แล้ว พี่น่าจะรู้ดีที่สุด!”

    ทั้งสองเสียงดังกันจนใครๆพากันมอง ป้อมบอกคนรอบข้างว่าไม่มีอะไร เข้าใจผิดกันนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนเดือนก็บอกว่าไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปซ้อมบทต่อ

    ooooooo

    พิมุกเก็บงำความสงสัยในวันที่แอบฟังเทพกับนภาคุยกันขณะเดินผ่านตลาด สบโอกาสวันนี้เจอนภาเดินอยู่คนเดียวจึงสะกดรอยตามหมายถามให้รู้เรื่อง

    เมื่อนภารู้ตัวว่ามีคนเดินตาม หันไปเจอพิมุกถามว่านึกยังไงมาเดินตาม พิมุกบอกว่าตนมีอะไรจะถาม แล้วเกริ่นว่าวันนั้นตนได้ยินเธอเดินคุยกับเทพ เรื่องบ้านของเดือนพวกเธอสงสัยตนและศิริพรถามว่า “ยัยนั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย”

    “อยากรู้เรื่องนี้สินะ...แล้วทำไมไม่ไปถามนางเองล่ะ” พิมุกนิ่งอึ้ง นภาเย้ยว่า “อ้อ...ที่แท้ก็ไม่กล้า เอาเถอะจะบอกให้เอาบุญก็ได้ ศิริพรน่ะ เขารู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นอย่างกับตาเห็นแน่ะ รู้กระทั่งว่าเธอทิ้งหลักฐานไว้ด้วย เธอคิดว่ายังไงล่ะ”

    “แล้วเขารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” พิมุกร้อนใจ

    “นั่นล่ะ ที่เธอต้องหาคำตอบเอาเอง อ้อ...จะทำอะไรก็รีบๆหน่อยนะ เพราะถ้าผลสรุปของตำรวจออกมาแล้ว คนบางคนอาจจะต้องเข้าไปนอนในนั้นเอง”

    เย็นนี้เอง พิมุกสั่งเตี้ยให้ไปดูว่าศิริพรอยู่บ้านหรือเปล่า ส่วนตัวเองก็กดโทร.ถึงศิริพรไม่หยุด บ่นอย่างหงุดหงิด

    “ไปไหน มือถือก็ไม่รับ...หรือว่า จะใช่อย่างที่คิด! ศิริพร...นังงูพิษ!!”

    ooooooo

    ที่กองถ่ายหนัง ทีมงานบอกเดือนว่าวันนี้ขอถ่ายฉากต่อจากเมื่อวานเลย ถามว่าจำบทได้ไหม

    เดือนพยักหน้าบอกว่าจำได้ ป้อมอวดว่าไม่ต้องห่วงเดือนท่องจนเก็บไปละเมอแล้ว

    “ดีๆขยันแบบนี้รุ่งแน่ ทานอะไรมายัง ไปเตรียมตัวก่อนได้นะ” ทีมงานบอก เดือนพยักหน้าแล้วชวนป้อมไปหาฝ่ายเสื้อผ้า

    ชูเกียรตินั่งดูสัญญาเลิกจ้างศิลปินในสังกัดอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสถานที่ถ่ายหนังคิดแผนแก้เผ็ดเดือน พอดีเห็นรวิกับขำเดินเด๋อๆเข้ามาในกองถ่าย ชูเกียรติยิ้มอย่างมีแผนเปิดประตูรถออกไปทันที

    รวิกับขำถูกเจ้าหน้าที่กันไม่ให้เข้าในบริเวณกองถ่าย ทั้งสองบอกว่าเป็นเพื่อนกับเดือนก็ถูกหาว่าแอบอ้างโชคดีที่เดือนเหลือบเห็นจึงมารับเข้าไป พอรู้ว่ารวิเอาเงินมาคืน เดือนถามว่าไปเอาเงินมาจากไหน ตนไม่ได้ทวงคืนสักหน่อย

    เดือนไม่รับคืน บอกรวิว่า ถือเป็นเงินเข้าหุ้นด้วยก็แล้วกัน เลยยัดเยียดกันไปมามือกับมือจับกันโดยไม่รู้ตัวเสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น รวิรีบดึงมือกลับมองหาที่มาของเสียง

    “อย่างนี้นี่เอง ไม่อยากแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้พี่ เพราะอยากจะเอาเงินมาปรนเปรอผู้ชายนี่เอง” ชูเกียรติเยาะเย้ย

    “พูดให้ดีๆนะเว้ย!” รวิฉุนขาด

    “โธ่...เดือนนะเดือน พี่เคยเตือนเดือนแล้วนะจะคบใครให้ดูให้ดี นี่ดูซิ หมดไปกับผู้ชายคนนี้ตั้งเท่าไหร่แล้วล่ะ” รวิปรี่เข้าหาชูเกียรติ เดือนกับป้อมรีบขวางไว้ ชูเกียรติได้ทีเย้ย “ดูๆเป็นอันธพาลอีกต่างหาก พี่เตือนแล้วไม่ฟังระวังไว้เถอะเดือน” พูดแล้วชูเกียรติแหวกคนที่มามุงเดินหนีไประหว่างอยู่ในห้องขณะพักการถ่ายทำ รวิยังพยายามคืนเงินให้เดือน เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นพวกเกาะผู้หญิงกิน เลื่อนซองเงินไปให้เดือนแล้วทำเมินไม่ฟังคำชี้แจงอะไรอีก เดือนหมั่นไส้เลยกระโดดขี่หลังพยายามยัดเงินใส่กระเป๋าให้

    “เดือน...ทำอะไร...จั๊กจี้...หนักด้วย...เดือน...” รวิโวยวายไปหัวเราะไป ทั้งยังหนักจนเดินโซเซ สุดท้ายหันบอกเดือนว่ายอมแล้ว แก้มเลยไปถูกจมูกเดือนโดยบังเอิญ แต่ทำเอาต่างเขิน

    “เดี๋ยวเดือนต้องไปถ่ายต่อแล้ว เดือนวางเงินไว้นี่นะ ไปเหอะพี่ป้อม” เดือนเดินไปเขินๆ

    “เดี๋ยวพี่กับไอ้ขำแวะไปหาที่ห้องตอนเย็นนะ” รวิร้องบอกแล้วชวนขำไปกัน

    ooooooo

    เดือนกับป้อมกลับไปที่ห้องพักตอนหัวค่ำเจอ ชูเกียรตินั่งหน้าเป็นม้าหมากรุกอยู่ ข้าวของในห้องถูกรื้อ ทิ้งกระจัดกระจาย ชูเกียรติยื่นคำขาดว่า ในเมื่อตอนนี้ เดือนไม่ได้เป็นเด็กของตนแล้วก็ให้ไปหาที่อยู่ใหม่เสีย

    ชูเกียรติมองเดือนอย่างอาฆาตก่อนออกจากห้องยังย้ำว่า

    “ยังไงพวกแกก็ต้องออกไปจากห้องฉัน ฉันให้เวลาพวกแกอาทิตย์นึง ไม่งั้นมีเรื่องแน่” พูดแล้วชี้หน้าเดือนกับรวิ แต่พอรวิสะอึกจะเข้าหาก็จ้ำอ้าวออกไปแทบไม่ทัน

    ทุกคนเดินเข้ามาดูสภาพข้าวของที่ถูกรื้อ เดือนพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

    “ดีแล้วล่ะ...เราจะได้ไปให้พ้นๆ จากคนเลวๆ แบบนี้เสียที”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:57 น.