ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากเกิดเรื่องบนเวทีจนเดือนถูกเสี่ยสั่งแบนแล้ว บรรดานักข่าวต่างมาเจาะข่าวนี้ที่เวทีซ้อม

    “ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงคะ คุณชูเกียรติ ที่มีข่าวออกมาว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะไม่มีน้องเดือน”

    ชูเกียรติที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หันไปแอบถามแก้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตนไม่อยู่วันเดียวทำไมเป็นแบบนี้ แก้วไม่ตอบเขา แต่หันไปตอบนักข่าวเองว่า

    “คือ พอดีมันมีแอคซิเดนท์เล็กน้อยน่ะค่ะ งานนี้เดือนเขาเลยขอบาย” พอนักข่าวถามว่าตกลงเป็นเรื่องอะไรกันแน่ แก้วทำเป็นเอามือทาบอกตกใจ ถามว่าไปเอาข่าวมาจากไหน แต่ทำเป็นบอกว่า “ไม่...แก้วจะไม่บอกว่าเป็นเรื่องแย่งผู้ชายกัน...เดือนเขาก็แค่
    หึงหวงมากไปแค่นั้นเอง”

    “เอา เป็นว่า...คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่าครับ ยังไง เดี๋ยวพอแค่นี้ก่อนนะครับ” ชูเกียรติตัดบทและชวนไปซ้อมกันดีกว่า นักข่าวเลยขอไปดูการซ้อม ขอให้แก้วโชว์ธีมใหม่ให้ดูด้วย

    แก้วอึกอักพยายามหาทางเลี่ยงแต่ไม่รอด ถูกนักข่าวรบเร้าจนจำต้องขึ้นเวที ชูเกียรติจิกเบาๆว่า

    “ปากดีนัก เอาให้รอดนะ อย่าให้ขายหน้าล่ะ”

    แก้วเหงื่อแตกพลั่กเพราะทั้งจำเนื้อเพลงและท่าเต้นไม่ได้

    ปรากฏ ว่าเป็นการโชว์ที่ขายหน้ามาก แก้วร้องเพลงผิดเพี้ยนและเต้นผิดๆถูกๆ จนพวกนักข่าวพากันหนีกลับหมด พอเลิกซ้อมชูเกียรติเรียกแก้วไปเตือนว่า

    “ถ้า เธอไม่รีบปรับปรุงตัวเองนะ ฉันไม่ยอมให้เธอขึ้นงานคอนเสิร์ตนี้แน่” พอแก้วอ้าปากจะเถียง ถูกชูเกียรติดักคอว่า “แล้วก็ไม่ต้องเอาเสี่ยมาอ้างด้วย นี่ถ้าเสี่ยเขารู้ว่าวันนี้เธอร้องเพลงซะนักข่าวหนีหมด เสี่ยเขาก็ไม่เอาเธอไว้เหมือนกัน”

    แก้วจ้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ แต่พอจะไปชูเกียรติถามอีกว่า ผู้ชายที่มามีเรื่องเมื่อวานเป็นใคร แก้วได้ทียิ้มอย่างเป็นต่อ ย้อนถามว่า

    “เอ๊า...เรื่อง แค่นี้ไม่รู้เหรอ ก็ไอ้พระเอกลิเกแฟนเก่าเขาไง อะไร้....อุตส่าห์ให้อยู่คอนโดของตัวเอง แต่ปล่อยให้แฟนเก่าเขามาหาถึงที่”

    พอ ชูเกียรตินึกออก แก้วเย้ยว่า “ป่านนี้มันไปกกกันอยู่ที่คอนโดตัวเองแล้วมั้ง ฮ่ะๆๆ...โอ๊ยยย...ขำ” แก้วหัวเราะร่าออกไป ชูเกียรติกระวนกระวายขึ้นมาทันที

    ooooooo

    เย็นนี้ บรรยากาศในห้องคอนโดที่เดือนอยู่ สดชื่นแจ่มใสเพราะทั้งเดือน รวิ ขำ ป้อม ได้มาอยู่ด้วยกัน ในโอกาสนี้เดือนบอกทุกคนว่าตนจะเลิกเป็นนักร้องแล้ว

    ป้อมกับขำตกใจถามว่าทำไม นี่เป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ

    “เดือนเหนื่อยกับหลายๆ อย่างน่ะ บางทีแม่อาจจะพูดถูกก็ได้นะ ที่ไม่อยากให้เดือนเป็นนักร้อง”

    “เดือน...ถ้าเดือนอยากกลับไปอยู่บ้านเราจริงๆ พวกเราก็ดีใจ แต่คิดดีๆนะ มันเป็นสิ่งที่เดือนรักมากไม่ใช่เหรอ” รวิติงให้คิด เดือนหันมองหน้าเขาบอกว่าบางทีถ้าได้อยู่อย่างสงบๆ อาจจะดีกว่า

    การพูดคุยสะดุดกึกทันที เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ป้อมกับขำบอกกันว่า ชูเกียรติ พลันก็ได้ยินเสียงชูเกียรติเรียกเข้ามา “เดือน...เปิดประตู...ทำอะไรกันอยู่น่ะเดือน! พี่บอกให้เปิดประตูไง!!”

    เดือนตั้งสติได้ ดึงมือรวิวิ่งเข้าไปในห้องนอน ป้อมวิ่งตามไปด้วย เหลือแต่ขำที่เดินไปเปิดประตูให้ชูเกียรติ

    ชูเกียรติกวาดตาไปทั่วห้องถามขำว่าเดือนไปไหน ขำบอกว่ายังไม่กลับ สงสัยจะแวะไปซื้อของ

    เจ้ากรรม! มีเสียงกุกกักในห้องนอน ชูเกียรติเดินดิ่งไปทันที ขำรีบขวางไว้บอกว่าป้อมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ ทำให้ชูเกียรติชะงัก

    รวิกับเดือนแอบอยู่ข้างเตียงด้านใน ความใกล้ชิดทำให้รวิอดใจไม่ได้ยื่นหน้าเข้าไปจะหอมเดือน ถูกเดือนหยิกจนเผลอร้องโอ๊ย...ทำให้ชูเกียรติหันขวับถาม “ใครอยู่ในห้อง!”

    “ฉันเอง เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ รอก่อน...” ป้อมเสียงห้าวใหญ่ตะโกนออกมา ชูเกียรติทำทีจะเดินออกไปอาศัยทีเผลอของขำหันกลับเดินเบียดขำเข้าไปในห้องจนได้

    “ว้าย...คนบ้า คนผีทะเล คนลามก!!” ป้อมด่าเป็นชุดมือจับผ้าขนหนูสั้นเต่อที่นุ่งอยู่ ผ้าสั้นจน “โจ๊แทบเผลี่ยว” ขนหน้าแข้งดำปื้ดไปทั้งสองข้าง ซ้ำยังวิ่งไล่ต้อนเหมือนจะปล้ำ ทำเอาชูเกียรติสยอง ถอยออกมาแทบไม่ทัน

    พอชูเกียรติออกจากห้องไปแล้ว ป้อมบอกเดือนกับรวิที่ออกจากห้องว่า

    “พี่ว่าวันนี้เรากลับบ้านเรากันก่อนเถอะ จะเอาไง จะเป็นนักร้องต่อหรือไม่เป็นเดี๋ยวค่อยว่ากัน”

    ทุกคนมองหน้ากันถอนใจเซ็งๆ

    ooooooo

    พิมุกกลับไปที่ค่ายมวยอย่างคนหัวใจบอบช้ำ รำพึงรำพันกับบ่างและเตี้ยว่าถูกเดือนหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า ถามลูกน้องไม่เต็มบาททั้งสองว่า

    “ต้องทำยังไงวะ ถึงจะให้น้องเดือนมาอยู่กับข้าให้ได้”

    “โธ่พี่...เขาจะมาอยู่ทำไมล่ะ บ้านเขาก็มี ถ้าบ้านเขาไม่มีก็ไปอย่าง”

    “ไม่มีบ้านงั้นเหรอ??” พิมุกปิ๊งไอเดีย

    ศิริพรถูกรวิตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย จึงเดินทางกลับบ้าน ในมือหิ้วถุงใส่อะไรหนักๆมาด้วย ขณะเดินผ่านบ้านเดือน ได้ยินเสียงอะไรกุกๆกักๆจึงย่องไปแอบดู

    พิมุก บ่าง กับเตี้ย ทุกคนมีผ้าโพกหน้ายืนคุยกันอยู่หน้าบ้าน บ่างกับเตี้ยยืนขาสั่นถามพิมุกว่าจะเอาจริงหรือ ติงว่าอย่าเลย บ่างเสนอว่ายังไงก็ไว้พรุ่งนี้ดีกว่า มืดๆอย่างนี้กลัวผียายช้อยโผล่มา

    “ไอ้พวกโง่...มากลางวันคนก็รู้ว่าเป็นฝีมือข้าสิวะ อย่าปอดแหกให้มาก ขึ้นไปเร็วๆรื้อข้าวของทิ้งไป เอาให้อยู่ไม่ได้เลย”

    เตี้ยกับบ่างเดินขาสั่นตะกายขึ้นบันไดไป พิมุกเหลียวซ้ายแลขวาแล้วจึงตามขึ้นไป

    ศิริพรซุ่มดูอยู่ เห็นข้าวของบนเรือนของเดือนถูกรื้อและโยนลงมากระจัดกระจาย ประตูหน้าต่างถูกงัดออก ศิริพรยิ้มเยาะพิมุกว่าทำอะไรโง่ๆ พอพวกพิมุกพังบ้านแล้วพากันวิ่งลงมา ศิริพรรีบหลบ พอพวกพิมุกหนีไปแล้ว เธอจึงพบว่ามีผ้าโพกหน้าหล่นอยู่ผืนหนึ่ง หยิบขึ้นดูปรากฏว่าที่ผ้ามีสัญลักษณ์ของค่าย พ.พิมุก สกรีนไว้

    “มีปัญญาทำกันได้แค่นี้เหรอ” ศิริพรยิ้มเยาะแล้วเอาแกลลอนน้ำมันในถุงที่หิ้วมาเทใส่วัสดุที่เป็นเชื้อไฟแล้วจุดไฟแช็ก พึมพำร้ายกาจ

    “แม่แกฉันยังเอาตายมาแล้ว ทำไมบ้านแค่นี้ฉันจะเผาไม่ได้!”

    ศิริพรโยนไฟแช็กที่จุดแล้วใส่น้ำมันที่ราดบนเชื้อเพลิง ไฟลุกพึ่บลามไปที่บ้านทันที เธอมองเปลวไฟยิ้มเหี้ยม

    เมื่อชาวบ้านออกมาช่วยกันดับไฟ นภารู้ข่าวจากชาวบ้านตกใจจนลืมความบาดหมางกับเทพรีบโทร.บอกเขาทันที

    ooooooo

    เหตุไฟไหม้บ้านเดือน ทำให้นภาลืมความบาดหมางกับเทพไปชั่วขณะ ช่วยกันหาทางแก้ปัญหา  เทพบอกว่าตนแจ้งไปทางอำเภอแล้ว  ทางนั้นกำลังประสานไปทางรถดับเพลิงอยู่

    ส่วนเบอร์ของเดือนโทร.ไม่ติด เพราะปิดเครื่อง เพื่อนๆของเธอตนก็ไม่มีเบอร์

    เดือน รวิ ขำ และป้อม เดินทางกลับมาถึงท่ารถแล้ว ทุกคนดีใจ สดชื่นกับบรรยากาศเก่าๆ ที่อยู่มาแต่เกิด

    แต่พอเข้าตลาด เดือนถูกแม่ค้าที่คุ้นเคยกันทักว่าทำไมไม่รีบกลับไปดูบ้าน บอกเดือนว่า เมื่อคืนบ้านเดือนไฟไหม้

    เดือนตกใจเข่าอ่อน พอได้สติก็วิ่งอ้าวกลับไปบ้าน ขำกับป้อมและรวิวิ่งตามไปอย่างตกใจเช่นกัน

    ไปถึงหน้าบ้าน เดือนช็อกกับสภาพบ้านที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่ตอ เจอเทพกับนภายืนอยู่ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อคืนได้ยินชาวบ้านเขาโวยวาย มารู้อีกทีก็เป็นแบบนี้แล้ว” นภาเล่า

    “ตอนนี้ทางตำรวจเขาเก็บหลักฐานบางส่วนไปบ้างแล้วล่ะ เดี๋ยวคงรู้ว่าเกิดจากอะไร”

    เดือนมองบ้านที่เคยอยู่กับแม่แต่เกิด ร้องไห้แทบขาดใจ...

    รวิเดินสำรวจรอบบริเวณบ้าน เจอผ้าถูกไฟไหม้บางส่วน หยิบขึ้นดูพบว่าเป็นผ้าที่สกรีน “พ.พิมุก” ไว้

    “เฮ้ย...นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ” พิมุกขี่มอเตอร์ไซค์มากับบ่างและเตี้ยร้องถามแปลกใจ

    “ไอ้พิมุก! มึง!!” รวิตวาดใส่พิมุกอย่างโกรธจัด ตรงเข้ากระชากพิมุกลงจากรถต่อยไม่ยั้ง บ่างกับเตี้ยเห็นลูกพี่โดนชกก็รุมกันเข้าไปช่วย แต่ถูกรวิซัดกระเด็น  พิมุก ตั้งตัวได้พุ่งเข้าใส่รวิ ชกต่อยกันเอาเป็นเอาตาย จนเดือนร้องบอกรวิให้หยุด ทำให้รวิชะงัก ถูกพิมุกฉวยโอกาสซัดเข้าหน้าเต็มๆ ป้อมกับเทพเข้าแยกรวิออกมา

    “ไอ้รวิ เล่นทีเผลอเหรอ! ไอ้ขี้ขลาด”

    “แกน่ะสิไอ้ขี้ขลาด แค่ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยถึงกับต้องบ้ามาเผาบ้านเขาเลยหรือ!” รวิเอาผ้าผืนนั้นมาคลี่ให้ดู “นี่ไงแกยังจะแก้ตัวอีกไหม!!”

    เดือนตะลึงอึ้งถามพิมุกว่าเอากันอย่างนี้เลยหรือ พิมุกยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ ถูกทั้งเดือน ป้อมและขำยันว่าหลักฐานชัดขนาดนี้ยังจะปฏิเสธอีกหรือ พิมุกโมโหพุ่งเข้าใส่ เทพรีบเข้ากันไว้

    “พอเลย! นายหยุดแค่นั้น จะทำหรือไม่ทำเดี๋ยวให้ตำรวจเขาพิสูจน์ดูก็รู้ ตอนนี้พวกนายกลับไปก่อนดีกว่า”

    พิมุกฮึดฮัดแต่ยอมกลับ รวิเดินมาโอบเดือนปลอบใจ...

    เวลาเดียวกันกิมก็โทร.บอกแก้วว่าบ้านเดือนถูกไฟไหม้ แก้วหัวเราะสะใจ บอกกิมว่าทางนี้ยังไม่มีใครรู้ เดือนหายไปก็ดีแล้วใครๆจะได้คิดว่าหนีไปกับผู้ชาย

    พูดแล้วจะวางสาย กิมรีบขอเงิน แก้วทำเป็นสัญญาณไม่ดีแล้วตัดสายเลย

    “โทรศัพท์อะไรของมันวะนังแก้ว พูดเรื่องเงินทีไรไม่มีสัญญาณทุกที เฮ้อ...” กิมบ่น พลันก็ชะงักเมื่อเห็นศิริพรเดินกรีดกรายยิ้มกริ่มมา กิมแกล้งกระแอมกระไอจนศิริพรถามว่ามีอะไรหรือ

    กิมถามว่ารู้เรื่องเดือนหรือยัง บ้านเดือนถูกไฟไหม้วอดไปทั้งหลังเลย ศิริพรมองโน่นมองนี่อย่างไม่สนใจ กิมดักคอว่า “หรือว่า...เธอรู้อยู่แล้ว”

    “อ๋อ...ก็ได้ยินมา แล้วไหม้ได้ไงล่ะ”

    “เห็นว่าต้องรอให้ตำรวจมาสืบ ฉันล่ะสะใจจริงๆ สมน้ำหน้ามัน แล้วทีนี้จะไปซุกหัวนอนที่ไหน อ้อ...ลืมไป มันคงไปอยู่กับไอ้พระเอกลิเกแฟนมัน”

    “ก็ช่างมันสิ!” ศิริพรอารมณ์ขึ้นทันที สะบัดไปอย่างหงุดหงิดจนกิมงง พึมพำกับตัวเอง

    “อะไรวะ??”

    ooooooo

    เทพแสดงความเห็นใจเดือน แต่ก็เบาใจที่เดือนยังมีที่พักที่กรุงเทพฯ เดือนบอกว่าตนไม่กลับไปเป็นนักร้องอีกแล้ว

    นภามองขวับพูดอย่างไม่พอใจว่า

    “ไม่ใช่เด็กเล่นขายของนะ มีปัญหาอะไรทำไมไม่กลับไปแก้ หนีแบบนี้มันช่วยอะไรได้” เดือนบอกว่าตนเหนื่อยแล้ว ไม่อยากสู้รบกับใครอีก “แต่เธอก็เซ็นสัญญากับเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

    ขำกับป้อมช่วยกันเล่าว่าตอนนี้เสี่ยแบนงานของเดือนทุกอย่างแล้ว เทพถามว่าเกิดอะไรขึ้น ป้อมบอกว่าฝีมือของแก้วไง นภาถามเดือนว่า

    “แล้วเธอก็ยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้? ดี...งั้นก็เลิกไปเสีย เจอปัญหาแค่นี้ก็ถอย ก็อย่าเป็นมันเลยนักร้องน่ะ!”

    เทพถามว่าตอนนี้จะเอายังไงดี ป้อมเสนอให้ไปพักกับตนก่อนก็ได้ ขำติงว่าบ้านป้อมทั้งเล็กทั้งเก่าจะอยู่ได้หรือ รวิจะเสนอให้ไปอยู่บ้านตน เดือนบอกทันทีว่า “คงไม่เหมาะหรอกพี่รวิ”

    “มาอยู่บ้านฉันก่อนแล้วกัน” นภาเสนอ ทำเอาทุกคนมองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง นภาถามทุกคนว่า “อะไร...มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ” พวกนั้นพากันโบกมือส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน

    เดือนลังเลว่าจะเอาอย่างไรดี?

    ooooooo

    พิมุกยังงงไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บ้านเดือนไหม้ได้ยังไง? ฟันธงว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ ชอบมาพากลแน่ๆ!

    “ใครกันที่มันกล้ามาลองดีกับข้า!” พิมุกคำรามในลำคอ

    ส่วนนภา หลังเหตุการณ์สงบก็นึกได้ว่ายังเคืองเทพอยู่ บอกเทพหน้านิ่งๆว่ายังไงก็ขอบคุณที่อุตส่าห์มา

    “ไม่เป็นไร ขอบคุณเหมือนกันที่เวลามีอะไรแล้วยังนึกถึงพี่เป็นคนแรก เออ...แล้วก็...ตะบองเพชรน่ะมันคงไม่เหมาะจะถือไปอวดใครจริงๆนั่นแหละ แต่นานๆทีมารดน้ำพูดกับมันบ้าง แค่นี้มันก็ไม่ตายแล้วนะ”

    นภาทำหน้าไม่ถูก รู้สึกผิดอยู่บ้าง ได้แต่หลบตาแล้วขอตัวกลับ

    ส่วนรวิ ขำ และป้อม หารือกันว่าจะช่วยเดือนอย่างไรดี

    “ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเอาเงินเก็บมาลงทุนเปิดร้านเล็กๆ แล้วฉันจะดูแลเดือนเอง” รวิตัดสินใจเสนอ

    ขำกับป้อมถามว่า ร้านเล็กๆที่ว่านั่นร้านอะไรหรือ

    “ฉันจะเปิดร้านอาหารน่ะ มีดนตรีโฟล์กซองเล็กๆ ไปหาเช่าตึกแถวในเมืองน่าจะได้อยู่” ขำถามว่ามีเงินพอหรือ “ถ้ามันไม่พอ ฉันก็จะขายของที่มีอยู่แล้วถ้าไม่พออีก ฉันก็จะไปหากู้มาเพิ่ม” รวิมองทั้งสองยืนยันอย่างมุ่งมั่นจริงจัง

    ooooooo

    นภาพาเดือนไปพักที่บ้าน เดือนเห็นรูปนภาในชุดนักร้องมีพวงมาลัยคล้องเต็มคอ นภาบอกว่าเป็นรูปเมื่อ 4–5 ปีก่อน

    เดือนชมว่าเธอสวยมาก นภาพูดเชิดๆว่า “แน่นอน ใครๆก็บอกว่าฉันทั้งสวยทั้งเสียงดี” พูดแล้วเอารูปที่เดือนหยิบดูวางไว้ที่เดิม บอกเดือนว่า

    “เอาข้าวของไปเก็บสิ ถ้าขาดอะไรก็มาเอาของฉันก่อนก็ได้”

    “ขอบคุณมากนะคะ”

    “พูดมากน่ะ รีบไปจัดการได้แล้ว”

    เดือนเดินเข้าห้อง อดหันมองนภาด้วยความรู้สึกขอบคุณไม่ได้...

    ooooooo

    ที่เวทีซ้อมคอนเสิร์ต เสี่ยนั่งดูแก้วซ้อมปรบมือชอบอกชอบใจทั้งที่แก้วร้องเพลงผิดๆถูกๆ เต้นยึกยือเหมือนไส้เดือนโดนขี้เถ้า

    ชูเกียรติเข้ามาเลียบเคียงเสี่ยว่าไม่ลองคิดเรื่องเดือนใหม่หรือ เสี่ยทำเป็นหูทวนลม ชูเกียรติยังไม่ละความพยายาม...

    “เสี่ยลองคิดดูดีๆนะครับ เดือนน่ะกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเลย ทั้งร้องทั้งเต้นก็สุดยอดเลย...นะครับ เสี่ยอย่าเพิ่งแบนเดือนเลย ตอนนี้ลูกค้าหลายรายก็ต้องการเดือนไปร่วมงานเยอะแยะเลยนะครับเสี่ย ผมก็รับเงิน...เอ๊ย...รับงานเขามาแล้ว”

    “แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหมล่ะ เขาโผล่มามั่งไหมล่ะ” เสี่ยหันถามเสียงขุ่นอย่างรำคาญใจ พอชูเกียรติบอกว่าเดือนอาจจะยังตกใจอยู่ เสี่ยตัดบทว่า “หึ! งั้นเหรอ พอเหอะคุณชูเกียรติ เด็กคุณน่ะ น้องแก้วเขาเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว ตอนนี้หนีกลับบ้านนอกไปกับผู้ชายเรียบร้อย...”

    ชูเกียรติยังจะหว่านล้อมต่อ แต่ถูกแก้วเข้ามาแจ๋อ้อนเสี่ยคืนนี้ต้องไปค้างกับตน เสี่ยหันไปจี๋จ๋ากับแก้ว ปล่อยชูเกียรติยืนเก้อ เขาชกมือตัวเองพึมพำเครียด

    “สงสัยฉันต้องออกแรงทำอะไรสักอย่างแล้ว ต้องเอาเดือนกลับมาให้ได้!”

    ooooooo

    ที่วงเทพ ขณะรวิ นภา และเทพ นั่งคุยกันอยู่ ศิริพรกรีดกรายเข้ามา เทพถามว่าหิ้วถุงอะไรมามากมาย

    “ขนมน่ะค่ะคุณเทพ วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษก็เลยซื้อมาฝาก อ้ะ...นี่ของคุณเทพ...นี่ของก้อง” พูดพลางส่งขนมให้

    “ขอบใจจ้ะ...ลาภปาก เดี๋ยวผมออกไปซื้อน้ำแข็งมาใส่นะ” ก้องกระวีกระวาดออกไป

    “อันนี้ของพี่นภา” ศิริพรยื่นถุงขนมให้นภาผ่านหน้ารวิเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น นภาขอบใจแต่ตนไม่ชอบ “งั้นพี่นภาชอบอะไรล่ะคะ วันหลังจะได้ซื้อมาฝาก”

    “ผลไม้...เหมือนเธอไง ชอบ สะตอ...เบอรี่!”

    ศิริพรหุบยิ้มทันที แอบจิกตาใส่นภาที่เชิดไปทางอื่น เทพถามว่าแล้วของรวิล่ะ ศิริพรโบ้ยไปที่โต๊ะบอกว่าวางอยู่โน่น รวิบอกเทพว่าตนไม่ชอบกินเชิญกันตามสบายเลย ศิริพรสอดรู้สอดเห็น ถามว่าคุยอะไรกันอยู่หรือ พอเทพบอกว่าคุยเรื่องเดือนเธอก็แทรกขึ้นทันทีว่า

    “อ๋อ...เรื่องไฟไหม้บ้านเดือนน่ะเหรอคะ น่าสงสารจริงๆ โธ่...พิมุกนี่ก็ใจร้ายจัง ไม่น่าทำกับเดือนได้ลงคอเลย”

    ทุกคนชะงัก รวิถามว่าเธอรู้เรื่องเดือนได้ยังไง ศิริพรอ้างว่าเขารู้กันทั้งนั้น เพราะไฟไหม้บ้านเป็นเรื่องใหญ่

    “ไม่ใช่! เธอรู้ได้ไงว่าพิมุกเป็นคนทำ” รวิซัก

    “ก็...ก็...ฉันเดาเอาน่ะ ก็พิมุกน่ะนิสัยเลวจะตาย เขาทำได้อยู่แล้ว หลักฐานก็มีไม่ใช่เหรอ”

    “ไม่มีใครพูดถึงเรื่องพิมุกเลยนะ แล้วหลักฐานที่ว่าน่ะ ก็ไม่มีใครรู้ นอกจากพวกเราไม่กี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์” รวิรุก นภาถามแทรกขึ้นว่า บอกมาสิว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง ศิริพรชักสีหน้าทำเป็นหงุดหงิด

    “โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงจะมาซักโน่นซักนี่อะไรกันนักกันหนา อย่ากงอย่ากินมันเลย” ว่าแล้วก็คว้าถุงขนมทั้งหมดที่แจกไปเอาคืน เดินปึงปังออกไปสวนกับก้องหิ้วถุงน้ำแข็งกลับมาพอดี ก้องถามว่าจะไปไหนหรือ

    “กินน้ำแข็งเปล่าไปละกันไอ้ก้องเอ๊ย” เทพตอบแทน

    รวิกับนภามองหน้ากันอย่างสงสัยพฤติกรรมของศิริพร

    ooooooo

    ค่ำนี้ เดือน ขำ กับป้อม พากันไปกินบะหมี่ที่ร้านเจ้าประจำ เดือนพยายามทำร่าเริงชวนคุยว่าไม่ได้กินแบบนี้มานานคิดถึงเหมือนกันนะ

    “เอ่อพี่ป้อม พรุ่งนี้ลองไปดูในเมืองกันดีกว่า เผื่อว่าจะหาอะไรมาขายได้” เดือนชวน ขำโพล่งไปว่าไม่ต้องหาแล้วเพราะรวิจะ...พูดได้แค่นั้นก็หยุดกึกร้องโอ๊ย เพราะที่ใต้โต๊ะโดนป้อมเตะหน้าแข้งอย่างจัง เดือนถามว่าเป็นอะไร

    “เก้าอี้มันหนีบตูดน่ะ ใช่ไหมไอ้ขำ” ป้อมถามนำจ้องหน้าเขม็ง ขำผสมโรงว่าใช่ ป้อมบอกเดือนว่า “พี่ว่าเดือนคิดดีๆ อีกทีก็ได้นะ ยังไงเดี๋ยวเราลองไปคุยกับไอ้เสี่ยนั่นอีกที”

    เดือนส่ายหน้าไม่เอา ขำยุว่าแบบนี้ก็เท่ากับเราปล่อยให้แก้วแย่งซีนไปเลยน่ะสิ

    “ก็ช่างเขาเถอะ เดือนเชื่อนะว่ายังไงคนเราก็ต้องได้รับผลจากสิ่งที่ตัวเองทำ” พูดแล้วชวนกินต่อมื้อนี้ตนเลี้ยงเองป้อมบอกว่าให้ขำจ่ายก็ได้ ขำถูกหักคอ ค้อนป้อมขวับหนึ่ง บอกว่าตนยอมจ่ายแต่ทำเพราะเห็นแก่เดือน

    ooooooo

    เพราะคืนนี้แก้วนัดเสี่ยให้มานอนด้วย ขณะแก้วแต่งตัวรออยู่หน้ากระจก มีเสียงเคาะประตู แก้วดี๊ด๊ารีบไปรับ

    “มาแล้วคะเสี่ยขา” แต่พอเปิดประตูแก้วผงะ เพราะเจอหญิงกลางคนถามว่าหนูแก้วใช่ไหม “ชะ...ใช่...ป้าเป็นใคร มีธุระอะไร”

    “เห็นรูปฉันทุกวันยังจำหน้าฉันไม่ได้อีกเหรอ หรือว่าไม่ได้ใส่ใจคอยจะจ้องแต่ผัวฉัน!” เธอคือนันทนาเมียของเสี่ยนั่นเอง! นันทนาจิกผมแก้วไปตบซ้ายขวาๆไม่ยั้ง

    แก้วปฏิเสธว่าตนไม่มีอะไรกับเสี่ย ตนโดนใส่ร้าย เพราะคนที่มีอะไรกับเสี่ยคือเดือนต่างหาก นันทนาไม่เชื่ออ้างว่าที่ตนได้ยินมาไม่ใช่อย่างนั้น แล้วก็ตบแก้วเสียหนำใจ ปรามว่า

    “ถ้าขืนแกยังมายุ่งกับเสี่ยอีก แกได้ไปร้องเพลงอยู่ในทะเลแน่!”

    พอนันทนากลับไป แก้วในสภาพบอบช้ำจนดูไม่ได้ พึมพำแค้น “ไอ้พี่เกียรติงั้นเหรอ!”

    รุ่งขึ้น แก้วไปที่ค่ายเพลงเจอชูเกียรติพอดี ถูกทักขำๆ ว่าหน้าไปโดนอะไรมา สะดุดรักใครมาเหรอ? แก้วใส่ทันทีว่าเขาเป็นคนบอกเมียเสี่ยเรื่องตนใช่ไหม หาเรื่องตนเพื่อจะเอาเดือนกลับมาเพราะเขาไปรับงานและรับค่าตัวเดือนมาแล้วใช่ไหม

    “รู้ดีจังนะ ในเมื่อรู้แล้วก็สังวรไว้นะ เดือนน่ะเป็นตัวทำเงินของพี่ พี่จะเอาเดือนกลับมาให้ได้ และที่สำคัญ เดือนจะต้องเด่นต้องดังกว่าแก้ว เหมือนคราวนี้ไง ได้ข่าวว่าถ้าหน้าหายไม่ทัน จะโดนระเห็จกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมไม่ใช่เหรอ”

    ชูเกียรติหัวเราะสะใจแล้วเดินหนีไป ทิ้งแก้วให้ยืนกรี๊ดอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    วันนี้ รวิตัดสินใจทุบกระปุกออมสินเพื่อเอาเงินไปลงทุนตามแผนที่คุยไว้กับป้อมและขำ

    ขำกับป้อมขอร่วมหุ้นด้วย รวิปรารภอย่างปลื้มใจว่าถ้าเดือนรู้คงจะดีใจ ขำถามว่า

    “แล้วแน่ใจเหรอว่าเดือนจะไม่กลับไปจริงๆ”

    เป็นคำถามที่ทำให้ทุกคนมองหน้ากันไปมา แต่ก็ตัดสินใจพากันไปหาร้านเพื่อเปิดร้านอาหารและกาแฟในเมือง พอหาได้ถูกใจรวิถามขำกับป้อมว่า “ฉันว่าได้เวลาบอกเดือนแล้วล่ะ” ทั้งสามพากันกลับด้วยความอิ่มเอมใจกับโครงการในฝัน

    วันเดียวกัน เดือนที่ไปพักอยู่บ้านนภา เปิดทีวีดูรายการคอนเสิร์ตลูกทุ่งอย่างใจจดจ่อ ถูกนภามาปิดทีวีถามว่าจะดูไปทำไม ในเมื่อเธอตัดสินใจจะออกจากวงการนี้อยู่แล้ว บ่นว่า ไม่รู้ว่ามันสนุกตรงไหน มานั่งฝืนตัวเองอยู่ได้ แล้วนภาก็เล่าอดีตของตัวเองให้ฟังว่า

    “ฉันก็เคยเจอไม่ต่างจากเธอหรอกนะ” นภาลุกขึ้นไปหยิบกล่องเหล็กเก่าๆในตู้ออกมา เปิดกล่องหยิบกระดาษหนังสือพิมพ์และนิตยสารเก่าๆขึ้นดู เดือนมาดูด้วย เอ่ยขึ้นว่า

    “นี่ทั้งรูปทั้งข่าวที่เกี่ยวกับพี่นภาหมดเลยนี่คะ”

    “อืม...แม่ฉันเป็นคนตัดเก็บไว้น่ะ...แม่ฉันตายไปหลายปีแล้วล่ะ เธอรู้ไหม วันที่แม่ตาย ฉันก็มัวแต่ไปร้องเพลงออกงานยุ่งไปหมด...เธอกับฉันนี่มีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่างนะ พอจะเริ่มดังแม่ก็มาตายเหมือนกัน แถมเจอแต่พวกขี้อิจฉาเต็มไปหมด”

    “พี่นภาเคยเจอด้วยเหรอคะ”

    “ไม่ใช่แค่ฉันกับเธอหรอกนะ นักร้องดังๆที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาก็เจออะไรกันมาเยอะแยะ แต่พวกนั้นเขาเข้มแข็งกว่าฉันเยอะ ฉันมันอ่อนแอเกินไป ถึงได้มาเป็นแค่นักร้องบ้านนอกแบบนี้ไง”

    “มิน่า...พี่นภาถึง...” เดือนไม่กล้าพูดต่อ

    “อยู่ที่เธอนะ จะเลือกตามฝัน หรือจะอ่อนแอแบบฉัน” นภาพูดพลางเก็บกระดาษและรูปทั้งหมดใส่กล่องเหล็กเอาไปเก็บที่เดิม เดือนมองตามอย่างครุ่นคิด...

    เย็นวันเดียวกัน ชูเกียรติเดินทางมาเพื่อจะพาเดือนกลับไปเป็นนักร้อง เมื่อรู้จากพิมุกว่าบ้านเดือนถูกไฟไหม้ ชูเกียรติก็ยิ่งมั่นใจว่าจะเอาเดือนกลับไปได้ง่ายขึ้น

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน รวิ ป้อมและขำ เรียกเดือนมาที่บ้านรวิ แล้วเปิดตัวโครงการร้านอาหารและกาแฟมีดนตรีกล่อมให้เดือนดู รวิเล่าอย่างภูมิใจว่า

    “นี่เป็นร้านของเรา พี่ตัดสินใจแล้ว พี่จะเปิดร้านอาหารเล็กๆมีดนตรีเบาๆแล้วเราก็จะ...”

    รวิบอกว่าตนทำร้านนี้เพื่อเดือน ป้อมกับขำก็ช่วยกันเล่าว่ารวิเอาเงินส่วนตัวและไปกู้มาอีกส่วนหนึ่งเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ แต่ดูเดือนไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร รวิถามตรงๆเดือนจึงเล่าอย่างไม่สบายใจว่า

    “คือวันนี้พอเดือนได้คุยกับพี่นภาแล้ว เดือนก็เลยคิดว่า...คิดว่า...” เดือนพูดไม่ออก แต่ชูเกียรติแทรกเข้ามาเสริมว่า

    “คิดว่าเดือนควรจะต้องกลับไป! พี่ได้ข่าวเรื่องบ้านเดือนแล้ว คิดว่าเดือนต้องอยู่ที่นี่ เลยตามมา”

    ป้อมโมโหโพล่งไปว่าเดือนไม่กลับไปหรอก ชูเกียรติถามทันทีว่าจะละเมิดสัญญาหรือ ป้อมเถียงว่าเสี่ยเป็นคนบอกให้ฉีกสัญญาทิ้งแล้ว

    “สัญญากับเสี่ยน่ะเขาให้ฉีกได้ แต่ของฉันน่ะ ถ้าอยากโดนปรับเป็นแสนก็เอาสิ” พลางเอาสัญญาที่หลอกให้เดือนเซ็นให้ดู รวิดูแล้วโมโหด่าว่าโกงกันชัดๆ ชูเกียรติอ้างว่าเดือนเป็นคนเซ็นเอง เดือนโต้ว่าทีแรกเราไม่ได้ตกลงกันแบบนี้

    “เอาเถอะน่าเดือน กลับไปกับพี่เถอะ ยิ่งตอนนี้เดือนก็เดือดร้อนอยู่ด้วย เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น”

    “พี่กลับไปก่อนเถอะ เดือนขอคุยกันเองก่อน”

    เมื่อชูเกียรติกลับไป รวิบอกเดือนว่าตนจะหากู้เงินมาจ่ายให้มันเองจะได้หลุดจากสัญญาบ้าๆนี่เสียที เดือนจึงพูดตรงๆกับรวิว่า ถึงไม่มีสัญญานั่น ตนก็อยากจะกลับไป รวิถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า ทำไม ก็เห็นทีแรกเดือนบอกว่าจะ...

    “เดือนเหนื่อย เดือนท้อ แต่วันนี้ พอเดือนได้คุยกับพี่นภาแล้ว มันทำให้เดือนได้รู้ว่า มันมีอะไรอีกหลายอย่างที่เดือนต้องเจอ แล้วก็ต้องผ่านมันไปให้ได้” รวิมองหน้าเดือนอึ้งพูดไม่ออก เดือนขอร้องว่า “ให้เดือนกลับไปนะ เดือนอยากผ่านมันไปให้ได้ เดือนอยากตามฝันของเดือนให้ได้”

    ทั้งสองมองหน้ากัน รวิดึงเดือนเข้าไปกอดไว้แน่น ครู่หนึ่งต่างผละออกจากกัน ค่อยๆเดินถอยห่างจากกันทั้งที่ยังมองกันด้วยความรักและห่วงใย...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 18:06 น.