ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่ห้องซ้อม เดือนกับบรรดาแดนเซอร์เต้นกัน อย่างสวยงาม มีแต่แก้วคนเดียวที่เต้นเก้กังงกเงิ่นเต้นผิดเต้นถูก

    ที่ สำคัญ ระหว่างเต้นยังถูกเดือนแกล้งทุกครั้งที่มีโอกาส จนสุดท้ายท่าเตะ เดือนก็แกล้งเตะโดนแก้วจนหัวคะมำ ซ้ำขำกับป้อมที่จ้องอยู่ ยังเอาผ้าสกปรกไปเช็ดหน้าเช็ดตาให้จนมอมแมมไปหมด
    ชูเกียรติเดินเข้ามาเห็นแดนเซอร์ชายยกเดือน ลอยขึ้นโพสท่าสวยงาม เขาปรบมือชมลั่น

    “โอ้ โห...จุ๊ๆๆยอดเยี่ยมมาก เยี่ยมเลยเดือน ได้ข่าวว่าเดือนคิดธีมมาใหม่ นี่ถ้าวันจริงได้แบบนี้นะจะสุดยอดเลย” ชมเดือนแล้วมองหาแก้ว “แล้วนี่แก้วไปไหนโดดซ้อมอีกล่ะสิ เฮ้อ...จะทำยังไงดีกับเขานะ”

    ปรากฏว่า แก้วนั่งอยู่ที่พื้น  บรรดาแดนเซอร์ที่ห้อมล้อมอยู่แหวกออกเป็นทาง ชูเกียรติตกใจถามแก้วว่าไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น แก้วกระฟัดกระเฟียดลุกขึ้นหน้าตามอมแมมผมเผ้ากระเซิง ชี้ไปที่เดือน ป้อมและขำ อย่างโกรธแค้น แต่ทั้งสามหันมองไปทางอื่นทำไม่รู้ไม่ชี้

    “แก้วเขาคงเหนื่อยน่ะค่ะ เลยลงไปนั่งนอนพัก” เดือนบอก

    “โธ่แก้ว...คนอื่นเขาซ้อมแทบเป็นแทบตาย ตัวเองกลับมานอนเนี่ยนะ...แย่จริงๆ”

    “กรี๊ดดดดดด!!!” แก้วแผดเสียงกระทืบเท้าออกไป ชูเกียรติมองตามบ่นงงๆ “เขาเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย??”

    ชูเกียรติบอกเดือนว่าคืนนี้จะไปค้างที่ห้อง ขำขวางทันทีว่าไม่ได้เพราะคืนนี้ตนจะนอนกับเดือน ชูเกียรติถามเสียงเขียวว่าแกเป็นใคร

    เดือน บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของตน ขำมาขอค้างด้วยสัก 2-3 วันคงไม่มีปัญหาใช่ไหม ชูเกียรติถามว่าทำไมไม่ให้ไปค้างที่อื่น เดือนไม่ตื๊อแต่ขอค่าตัวงานที่ไปล่าสุดซึ่งเขายังไม่ได้จ่ายให้ ตนจะได้ให้ขำไปเปิดห้องค้างที่อื่น

    “เออ...อันที่จริงให้เขาค้างที่คอนโด ก็ได้นะ จะได้ไม่เสียตงเสียตังค์ พี่เองก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระด่วน งั้นพี่ไปก่อนนะสวัสดี” ชูเกียรติรีบผละไปเพราะไม่มีเงินให้เดือน ทุกคนได้แต่มองตามเขาไปอย่างสมเพช

    ooooooo

    ที่ห้องซ้อมวงของเทพ นภาและศิริพรกำลังซ้อม เพลงกันอยู่ มือถือศิริพรดังขึ้นเธอมองแล้วกดทิ้ง อึดใจ เดียวก็ดังขึ้นอีก นภารำคาญบอกให้รับเสียก่อนจะได้ไม่รบกวนคนอื่น

    ศิริพรบอกว่าคนโทร.ผิด ก้องไม่เชื่อแย่งมือถือไปดูว่าใครโทร.มา พอเปิดดูก็พูดเสียงดังว่า

    “แก้ว...ชื่อแก้ว...เพื่อนผู้หญิงนี่”

    ศิริพรตามมากระชากมือถือคืนแล้วเดินออกไปคุยข้างนอก รวิมองสงสัยแล้วตามไปแอบฟังหลังต้นไม้

    “แก เป็นบ้าอะไรนักหนา” ศิริพรตวาดทันทีที่กดรับ “โทร.มาถี่ยิบขนาดนี้ เรื่องด่วน...ด่วนอะไรของแกอีก...อะไรนะ...นังเดือนมันหาเรื่องแก...แกก็เอา คืนมันสิ  มาบอกฉันทำไม...อย่ามาทวงบุญคุณ ฉันก็ให้เงินแกทุกครั้งนี่ แล้วครั้งสุดท้ายเรื่องนังเดือน...ฉันก็ให้แกไปตั้งหมื่นแล้ว แก จะเอายังไงอีก หัดใช้สมองคิดเองซะบ้างสิ...แล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทร.มา...รอจนกว่าฉัน จะโทร.ไปเอง...แค่นี้นะ!!”

    ศิริพรกระชากเสียงกดวางสายแล้วเดินกระฟัด กระเฟียดกลับไป รวิยืนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน!

    ooooooo

    เมื่อได้อยู่ด้วยกันสามคน ป้อมพูดอย่างตื่นเต้นว่าอยากให้ถึงงานคอนเสิร์ตเร็วๆจัง เดือนเองก็คิดถึงแม่ บอกกล่าวแม่ลอยๆ

    “เห็นไหมแม่...ฉันก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้วนะ”

    แล้วเดือนก็ยิ่งดีใจ เมื่อชูเกียรติโทร.มาบอกว่าเสร็จงานนี้แล้วมีโฆษณาสนใจให้เธอไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ และอีกเจ้าก็จะให้ไปแคสเล่นหนัง

    “งั้นงานนี้เดือนต้องทำให้เต็มที่เลยนะ” ป้อมกับเดือนกอดกันด้วยความดีใจ ส่วนขำนอนหลับกรนคร่อกๆไปแล้ว

    ที่แท้ชูเกียรติโทร.จากในบ่อน ตานี้เขาเล่นเสียจนหงุดหงิด แต่ก็ยังเล่นอีก จนเพื่อนทักว่าวันนี้ทุนหนา

    “นิดหน่อย พอดีได้เปอร์เซ็นต์งานมานิดหน่อย”

    “แหม...น่าอิจฉาคุณเกียรติจริงๆ ได้ทำงานอยู่กับสาวๆสวยๆเยอะแยะ แถมยังได้เงินใช้อีก” คนเดิมยอ ชูเกียรติหันยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า

    “ถ้าเสี่ยอยากได้สาวๆไว้ข้างกายสักคนก็บอกผมได้นะครับ เอ้า...ผมเกอีกหมื่น” ว่าแล้วเลื่อนชิพเพิ่มลงไปเล่นต่ออย่างอารมณ์ดี

    ooooooo

    รวิเสียใจมากที่เข้าใจเดือนผิด รุ่งขึ้นสะพาย กระเป๋าเดินแทบจะเป็นวิ่งออกจากบ้าน ศิริพรมาเจอถามว่าจะไปไหน

    “อ๋อ...เอ่อ ...พอดีฉันมีธุระน่ะ จะไปที่อื่นหน่อย” พอถูกศิริพรดักคอว่าจะไปหาเดือนหรือ รวิก็ยิ่งประหม่า ตอบติดอ่าง “ปะ...เปล่า...จะไปหาเพื่อนน่ะ...” พอศิริพร มองอย่างรู้ทัน รวิรีบตัดบทถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แล้วรีบเดินไปเลย

    รวิ จ้ำอ้าวผ่านหน้าบ้านนภาที่เทพกำลังไปขายขนมจีบอยู่ เทพตะโกนถามว่าจะไปไหนจ้ำอ้าวอย่างกับควายหาย นภาถามว่าจะเข้ากรุงเทพฯหรือ รวิพยักหน้าเศร้าๆ ทั้งสองจึงชวนรวิไปนั่งที่ร้านกาแฟ

    รวิเล่าความไม่สบายใจให้ฟัง เทพปลอบใจว่าไม่ต้องเศร้ารีบไปขอโทษเดือนเสีย รวิถามว่าถ้าเดือนไม่หายโกรธล่ะ?

    “ทำเองก็ต้องหาทางแก้เอง” นภาแทรกขึ้น “มัวแต่มานั่งแบบนี้ ผู้หญิงเขาคงยอมด้วยหรอกนะ”

    “ขอบคุณพี่นภากับคุณเทพมากนะครับ” รวิตัดสินใจหยิบกระเป๋าสะพายลุกขึ้น

    “บอกยัยนั่นด้วย อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆล่ะ” นภาฝากความถึงเดือน

    พอ รวิไปแล้ว เทพหลีนภาต่อ ชวนไปเที่ยวในเมืองกันไหม นภาเบะปากพูดอย่างสมเพช “ฝันไปเถอะ!” และเมื่อเทพตื๊อไม่เลิก นภาตัดสินใจพูดแรงๆ ถามว่ารู้จักต้นตะบองเพชรไหม เทพพาซื่อบอกว่ารู้จัก

    “ตะบองเพชรน่ะ ถ้าแค่เอามาตั้งไว้แก้เหงามันก็พอได้หรอกนะ แต่สารรูปของมันน่ะ ไม่เหมาะที่จะถือไปอวดใครเขาได้หรอก! พูดแค่นี้พี่คงเข้าใจนะ” พูดแล้วนภาเดินเชิดไป

    เทพยืนงงอยู่อึดใจ พอเข้าใจความหมายก็หน้าสลด ไม่นึกว่านภาจะตอกหน้าเอาเจ็บขนาดนี้

    ooooooo

    เดือนทุ่มเทในการซ้อมเพื่องานคอนเสิร์ตครั้งแรกนี้จนไม่ยอมเสียเวลาให้กับการกินและพักผ่อน พอไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มหงุดหงิด

    น้องแดนเซอร์หญิงคนหนึ่งทำไม่ได้ดั่งใจถูกเดือนจับหน้าให้เข้าที่ จับพลาดเล็บไปข่วนถูกหน้าน้องคนนั้นจนเลือดซิบๆ เดือนตกใจรีบขอโทษบอกให้ไปทำแผลก่อนแล้วค่อยมาซ้อมต่อ

    แก้วฉวยโอกาสนี้โจมตีเดือนว่า

    “ตอนแรกที่เธอเจ้ากี้เจ้าการมาเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่น่ะ ฉันก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าเธออยากจะเด่นคนเดียวโดยไม่สนใจคนอื่นเลย”

    แดนเซอร์อีกคนผสมโรงว่า “แบบนี้ไม่ไหวนะเดือน นึกถึงคนอื่นบ้างก็ดีนะ ไม่ใช่แค่เดือนนะที่อยู่บนเวที”

    บรรดาแดนเซอร์ที่ถูกเดือนสั่งให้ซ้อมกันจนเหน็ดเหนื่อยไม่พอใจเดือนอยู่บ้างแล้ว พากันเดินลงจากเวทีไป แม้แต่โปรดิวเซอร์ก็ส่ายหน้าใส่เดือนแล้วเดินลงจากเวที แก้วเดินเฉียดเดือน สะบัดหน้าใส่อย่างสะใจลงจากเวทีไปอีกคน

    ขณะเดือนนั่งกอดเข่าอย่างเศร้าเหงาอยู่บนเวทีคนเดียวนั่นเอง ขำกับป้อมชวนมากินข้าวกัน เดือนบอกให้กินกันไปก่อน ตนรอซ้อมอีกสักรอบค่อยกิน พูดกับขำและป้อมอย่างน้อยใจว่า

    “ฉันก็แค่อยากให้มันออกมาดีที่สุด”

    “อย่าคิดมากเดือน พี่ว่าคนอื่นเขาคงเข้าใจนะขำ เราไปหาอะไรมาให้เดือนรองท้องหน่อยก่อนดีกว่า...” ป้อมพูดไม่ทันจบดีก็ถูกมือลึกลับปิดปากลากออกไปทั้งสองคน

    “ไม่ล่ะ...เดือนไม่หิว พี่ป้อมกับขำอยากกินอะไรก็ไปซื้อเหอะ...อ้าว...” เดือนหันมาอีกทีทั้งสองคนก็หายไปแล้ว

    ขำกับป้อมถูกลากไปที่ซอกตึก จึงรู้ว่ามือลึกลับนั้นคือรวินั่นเอง ป้อมถามว่ามาได้ยังไงเนี่ย ขำถามว่ารู้ได้ไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่

    “คือเมื่อวันก่อน ฉันได้ยินศิริพรคุยโทรศัพท์แปลกๆ แล้วก็เกิดคิดได้ว่าฉันเข้าใจเดือนผิดหรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจไปซื้อตั๋วรถทัวร์แล้วก็รอเวลา พอถึงเวลาก็ขึ้นรถ พอถึงกรุงเทพฯก็...”

    “ขอย่อๆ เนื้อๆ” ป้อมขัดคอ

    “ที่ตามเดือนมา ก็เพื่อจะขอโทษน่ะ” รวิโพล่งออกไป ขำกับป้อมมองกันแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

    ooooooo

    ศิริพรตามไปที่ท่ารถจนรู้ว่ารวิจะไปกรุงเทพฯจึงไปหาพิมุกชวนไปกรุงเทพฯด้วยกัน อ้างว่ามีธุระด่วน ไม่อยากไปคนเดียว แล้วตัดบทนัดพรุ่งนี้เจอกันเลย

    เดือนเดินมองหาป้อมกับขำ ไปเจอรวิเข้า เขารีบเข้าไปจับมือบอกว่า “เดือน พี่มาขอโทษ” เดือนสะบัดมือเดินหนี รวิเดินตามขอร้องให้ฟังตนก่อน

    “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพี่”

    “เดือนจะไม่ยกโทษให้พี่เลยหรือ” เดือนสวนไปว่าไม่! “ใจดำ...พี่รู้ว่าพี่ผิด...พี่เสียใจมากนะ ให้โอกาสพี่แก้ตัวนะ”

    “ไม่...พี่เสียใจ แต่เดือนยิ่งกว่าเสียทั้งใจทั้งความ รู้สึก” เดือนสะบัดหน้าเดินหนี

    สายวันรุ่งขึ้น เดือนรีบไปที่เวทีคอนเสิร์ตเพื่อซ้อมตามที่นัดกันไว้ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาเลย ป้อมพูดปลอบใจว่า

    “เดี๋ยวก็คงมากันมั้งเดือน”

    “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดือนซ้อมร้องเพลงคนเดียวก่อนก็ได้” เดือนเริ่มซ้อมเพลงของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ขณะเดือนกำลังร้องเพลงอย่างเข้าถึงอารมณ์นั่นเอง จู่ๆก็มีเสียงแซกโซโฟนแทรกขึ้นอย่างไพเราะ ทุกคนหันมองตามเสียง เห็นรวิเดินเป่าแซกโซโฟนขึ้นมาหยุดยืนตรงเดือนพอดีเพลงจบท่อน

    “พี่รวิ...นี่พี่ยังไม่กลับไปอีกเหรอ” เดือนถาม มองไปทางขำกับป้อมทำนองว่าทั้งสองรู้เห็นเป็นใจ ทำเอาทั้งสองโบกมือปฏิเสธพัลวัน

    “ไม่เกี่ยวกับสองคนนั้นหรอก จะให้พี่กลับไปได้ยังไง เรายังไม่เข้าใจกันเลย” รวิเอ่ย

    “เดือนไม่อยากจะเข้าใจอะไรทั้งนั้น”

    “แต่พี่อยากให้เดือนเข้าใจพี่” รวิจับมือเดือนขึ้นกุมไว้ “เดือน...พี่...”

    “พี่รวิ!!” เสียงศิริพรแทรกขึ้นทันที ทั้งรวิและเดือนมองไปเห็นศิริพรยืนอยู่ข้างล่าง ต่างอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

    ooooooo

    ศิริพรให้พิมุกกับบ่างและเตี้ยรออยู่ด้านนอก เตี้ยเห็นแก้วเดินควงเสี่ยมาสะกิดให้พิมุกดู ต่างอยากรู้ว่าแก้วมาทำอะไรที่นี่ควงกระแซะใครมา จึงพากันเดินตามไปดู

    ขณะรวิกับเดือนยืนอึ้งนั้น ศิริพรก้าวขึ้นไปบนเวที ตัดพ้อต่อว่ารวิต่อหน้าเดือนที่ยังอึ้งอยู่

    “รวิน่ะ ออกมาก่อนก็ไม่บอก น่าจะปลุกกันสักนิดนึง” พูดแล้วหันไปทางเดือน “เมื่อวานเราเพิ่งมาถึงกันน่ะจ้ะ ก็เลยเปิดห้องที่โรงแรม แหม...น่าจะบอกกันสักนิดว่ามาหาเดือน จะได้มาพร้อมกัน”

    รวิยืนอึ้ง มึน อยู่อึดใจ พอตั้งสติได้ก็บอกเดือนว่าไม่ใช่ และจะชี้แจง ถูกศิริพรพูดแทรกขึ้นอีกว่า

    “ว่าแต่วันนี้มีซ้อมเหรอเดือน คนเงียบจัง” พูดแล้วเดินเข้าไปจับแขนเดือน “อุ๊ยเดือน ระวังนะ เวทีมันสูงถ้าตกลงไปล่ะแย่เลย เหมือนตอนที่แม่แกตกลงมาตายไง!”

    “อย่ามาลามปามแม่ฉันนะ!!” เดือนฉุนขาด จ้องขวับ ศิริพรขยับเข้าใกล้ลดเสียงลงถามเดือนว่า

    “ทำไมล่ะ แกรู้ไหม ทำไมแม่แกถึงตกลงมา... เพราะเขาเห็นรูปทุเรศๆของแกไง แล้วฉันนี่ล่ะที่เป็นคนเอาให้แม่แกดู!!”

    “ศิริพร!! ทำไมเธอถึงเลวได้ขนาดนี้” เดือนเลือดขึ้นหน้า แต่ศิริพรยังคงลอยหน้ายิ้มกริ่มท้าทายต่อว่า

    “จะพูดอะไรก็พูดไป อีกไม่นานเธอก็จะเป็นแค่เดือนดับ...ดับเหมือนชีวิตแม่เธอไง!!” พูดแล้วหันจะเดินไปหารวิ

    เดือนฟิวส์ขาด พุ่งเข้าจิกผมศิริพรกระชากหน้าหงายกลับมาแล้วตบไม่ยั้งจนศิริพรล้มลงไปกอง เดือนขึ้นคร่อมตบต่ออย่างบ้าดีเดือด ขำกับป้อมทำทีเข้าไปห้าม แต่ที่แท้อาศัยความชุลมุนจิกศิริพรขึ้นมาให้เดือนตบ

    แก้วพาเสี่ยวาทินเดินมาถึงเวทีซ้อมคอนเสิร์ต เล่าให้เสี่ยฟังราวกับผู้ควบคุมทีมว่า

    “เนี่ยค่ะ เดือนเขากำลังคิดท่าใหม่ๆอยู่ ส่วนพวกคนอื่นๆเดี๋ยวก็ตามมาค่ะ”

    “นี่มันอะไรกัน” เสี่ยเห็นบนเวทีกำลังตบกันชุลมุน แก้วมองบนเวทีแอบยิ้มสะใจที่เดือนกำลังพลาด แต่พอเหลือบเห็นพิมุกที่ตามมาดูก็หน้าเจื่อน แต่พิมุกไม่สนใจแสยะยิ้มให้แล้วเดินไปดูใกล้ๆเวที

    หลังจากขำกับป้อมช่วยกันจิกแก้วให้เดือนตบแล้วก็ทำเนียนลากเดือนออกมา ศิริพรเห็นคนมามุงดูมากมายก็ทำสำออยพูดเหมือนถูกซ้อมมาปางตาย

    “เดือน...ทำไมเธอใจร้ายแบบนี้ ฉันไม่เคยคิดจะแย่งผู้ชายกับเธอเลยจริงๆนะ” เดือนฟังแล้วงงถามว่าเธอพูดอะไร! ศิริพรยิ่งเรียกคะแนนสงสาร ร้องไห้ยกมือไหว้ “ขอร้องล่ะนะ อย่าทำร้าย อย่าข่มขู่ฉันเพราะผู้ชายอีกเลย”

    เดือนมึนงง แต่พอมองไปข้างล่างเวที เห็นผู้คนพากันซุบซิบมองเดือนด้วยสายตาตำหนิรังเกียจ เดือนแค้นเลยขอแถมอีกรอบ แต่พอเงื้อมือจะตบ ก็ถูกรวิจับไว้ เดือนกำลังเดือดพล่านเลยตบฉาดใหญ่จนรวิหน้าหัน รวิค่อยๆหันมาเลือดกบปากถามน้ำตาคลอ

    “พอใจหรือยังเดือน...” แล้วหันหลังเดินไปทันที ศิริพรสะใจเชิดใส่เดือนแล้วเดินกะปลกกะเปลี้ยตามรวิไป

    เดือนอึ้ง ตกใจที่ตนพลั้งทำเสียภาพลักษณ์เพราะระงับอารมณ์ไม่อยู่ แต่ยิ่งตกใจแทบช็อกเมื่อเหลือบเห็นเสี่ยวาทินจ้องเขม็งมาอย่างโกรธเกรี้ยว สั่งเสียงดังอย่างทรงอำนาจ

    “พอกันทีกับนักร้องที่สร้างแต่เรื่องอย่างเธอ ให้แบนเธอทุกอย่างไว้ก่อน รวมถึงคอนเสิร์ตนี้ด้วย ให้หนูแก้วขึ้นแทนทั้งหมด”

    เดือนตกใจสุดขีด วิ่งลงเวทีมาหาเสี่ย ป้อมกับขำวิ่งตามลงมาด้วยความตกใจไม่น้อยกว่ากัน

    ooooooo

    เดือนพยายามชี้แจงกับเสี่ยถึงสาเหตุที่เกิดเรื่องว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เสี่ยเข้าใจ ถูกเสี่ยตวาดว่า

    “จะให้เข้าใจยังไง...ที่เห็นอยู่นี่ก็ชัดเจนที่สุดแล้ว ตบตีแย่งผู้ชายกัน นี่ถ้าเรื่องไปถึงนักข่าวอะไรมันจะเกิดขึ้นลองคิดดู” เดือนพยายามจะชี้แจง แต่เสี่ยไม่เปิดโอกาส “พอที...ทุกอย่างให้เป็นไปตามที่สั่งตะกี๊...ถ้าไม่พอใจก็ฉีกสัญญาไปได้เลย”

    เสี่ยสั่งแล้วเดินไป แก้วมองเดือนอย่างสะใจก่อนเดินตามเสี่ยไป แต่พอเหลือบเห็นพิมุก แก้วก็ก้มหน้างุด พิมุกไม่สนใจ เดินไปต่อว่าเดือน

    “เดือนหลอกพี่อีกแล้วใช่ไหม นี่พี่คงใจดีกับเดือนมากไปสินะ งั้นคอยดูต่อจากนี้ เดือนจะได้รู้เวลาที่พี่ไม่ใจดีแล้วจะเป็นยังไง”

    บ่างกับเตี้ยทำกร่างเดินเข้ามาอ้าปากจะด่าเดือน แต่เจอขำกับป้อมชี้หน้าก็หุบปากทันทีรีบเดินตามพิมุกไป

    เดือนทรุดนั่งหมดแรง ขำกับป้อมนั่งลงกอดเดือนปลอบ เดือนบอกทั้งสองเสียงแหบแห้ง...

    “มันจบแล้ว ทุกอย่างมันพังหมดแล้ว...” เดือนน้ำตาไหลพรากอย่างสิ้นหวัง ฝันสลายในพริบตา!!

    ooooooo

    ที่อพาร์ตเมนต์แก้ว ศิริพรนั่งไขว่ห้างอยู่หน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี แก้วเดินมาถามอย่างไม่พอใจว่า

    “ทำไมเธอไม่บอกฉันว่าจะพาพี่พิมุกมาด้วย!”

    “แล้วทำไมฉันต้องบอกเธอด้วยล่ะ” ศิริพรถามอย่างไม่ยี่หระ พอแก้วจะพูดก็ถูกขัดดักคอว่า “ไม่อยากให้พิมุกรู้เรื่องฉาวๆ ของเธองั้นสิ หึ...พิมุกน่ะ เขารู้ทุกอย่างน่ะแหละ ตั้งแต่อยู่ที่วงเก่าแล้วว่าเธอไปอะไรกับใครบ้าง”

    แก้วโกรธจนหน้าแดงที่ศิริพรทำท่าจะสาวไส้ตน ติงว่ายังไงก็น่าจะบอกตนก่อน ศิริพรลุกขึ้นพูดคอแข็ง

    “ฉันไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนั้นหรอก ตอนนี้ที่สำคัญ ฉันทำให้นังเดือนมันเป็นเดือนดับได้ ฉันก็พอใจแล้ว”

    พอดีมีเสียงเคาะประตู แก้วบอกศิริพรว่าเธอกลับไปได้แล้ว ศิริพรยิ้มหยันพูดอย่างรู้ทันว่า

    “อ๋อ...ได้สิ ได้เวลาทำงานของเธอแล้วนี่ แหมเก่งจังเลยนะ ขายทั้งเสียง ขายทั้งลีลา แล้วก็ยังขาย...” ศิริพรไม่พูดแต่ใช้สายตามองต่ำลงมาอย่างเหยียดหยาม หยิบกระเป๋าเดินสะบัดออกไป แต่พอเปิดประตูเจอเสี่ยวาทินยืนอยู่ เสี่ยมองศิริพรอย่างสนใจ ศิริพรปรายตามองแก้วที่ยืนจ้องอยู่ แล้วทิ้งสายตาไปทางเสี่ยอย่างยั่วยวนเดินสีเสี่ยออกไป

    “คนรู้จักของแก้วน่ะค่ะ เขากำลังจะกลับแล้ว” แก้วแนะนำพลางดึงเสี่ยเข้าแนบตัวกันท่าศิริพร

    ooooooo

    ที่คอนโดห้องพักของเดือน เดือนขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ป้อมกับขำมายืนเคาะประตูเรียกที่หน้าห้อง

    “เดือน...เปิดประตูหน่อย ออกมากินข้าวกินปลาสักหน่อยนะ” ป้อมเสียงอ่อนอย่างห่วงใย

    “อย่าคิดมากสิเดือน...ออกมาคุยกัน ช่วยกันหาทางแก้ไขเถอะนะ” ขำพูดแล้วข้างในยังเงียบกริบ เลยปรึกษาป้อม “เอาไงดีพี่ป้อม เดือนไม่หือไม่อือเลย”

    “เฮ้อ...ข้าก็ไม่รู้ว่ะ เดือน...เดือน...ออกมาเถอะนะ”

    ป้อมกับขำยังคงยืนเรียกและรอเดือนอย่างห่วงใย...

    เดือนอยู่ในห้องนอน...ที่พื้นห้องมีกระดาษเนื้อเพลงที่เตรียมขึ้นคอนเสิร์ตกระจายเกลื่อนพื้น ที่ข้างเตียง เดือนนั่งกอดเข่าร้องไห้ปานหัวใจสลายไปกับฝันที่พังทลายไปในพริบตา...

    ooooooo

    หลังจากถูกนภาตัดสัมพันธ์อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาแล้ว เทพอกหักจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไร เอาแต่ขัดเครื่องดนตรีจนก้องแซวว่าจะขัดให้เลขออกเลยรึไง

    นภามาที่วงเพื่อจะซ้อมเพลง เทพบอกว่าวันนี้งดซ้อมเพราะรวิกับศิริพรไม่อยู่

    “ทุกทีก็ซ้อมได้ ทำไมจะต้องงดล่ะ” นภาข้องใจ เทพพูดกับก้องประชดนภาก่อนเดินผ่านเธอไปว่า

    “ใครจะซ้อมก็ซ้อมนะ พี่กลับล่ะ”

    ซ้ำร้ายกว่านั้น เย็นวันรุ่งขึ้น เมื่อนภาจะมาซ้อมตามปกติ ก็เจอป้ายปิดที่ประตูว่า “งดซ้อม ไม่มีกำหนด”

    “อยู่ๆก็งดซ้อมอีกแล้ว งานก็จะมีอยู่อาทิตย์หน้าแล้วด้วย” ก้องบ่นกับนภาแล้วชวนเพื่อนๆกลับ

    นภายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปถามเทพว่า ทำไมงดซ้อมอีก งานก็จะถึงแล้วไม่ใช่หรือ

    “ก็คนไม่ครบ รวิกับศิริพรไม่อยู่”

    “ก็ซ้อมกันเท่าที่อยู่ก่อนสิ ไม่ใช่เดี๋ยวหยุด...เดี๋ยวหยุด แล้วถ้าวันจริงเล่นผิดร้องผิดขึ้นมาจะทำยังไง”

    “ไม่ผิดหรอก นักร้องระดับนภาจะผิดได้ยังไง” นภามองขวับถามหมายความว่าไง! “แหม...ก็อดีตนักร้องชื่อดังร้องเองทั้งที จะมีผิดพลาดได้ไง เฮ้อ...แต่นักร้องชื่อดังตอนนี้กลับต้องมาอยู่วงกระจอกๆแบบนี้คงต้องทำใจหน่อยนะ”

    เทพตั้งใจพูดประชดตัวเองแต่ไปสะกิดแผลนภาเข้า เธอหน้าเสียจนเทพตกใจรีบพูดออกตัวว่า

    “เอ่อ...พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั่นนะ นภา...คือ...”

    “ขอบคุณที่ทำให้ฉันตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก จำไว้!!” นภาเดินคอแข็งออกไป

    “นภา...ไม่ใช่อย่างนั้น...โธ่...พูดอะไรไปวะเนี่ยไอ้เทพเอ๊ย...” เทพเขกหัวตัวเองที่พูดพล่อยจนเป็นเรื่อง

    ooooooo

    รวิเสียใจที่ไปง้อเดือนแต่เกิดเรื่องขึ้นบนเวที ตัดสินใจจะกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงท่ารถกลับลังเล ในที่สุดเปลี่ยนใจ

    ป้อมกับขำเฝ้าเดือนอยู่หน้าห้องนอนจนหลับผล็อยถึงเช้า เดือนออกมามองทั้งสองที่หลับอยู่หน้าห้องอย่างรู้สึกขอบคุณในความห่วงใย กลับไปเอาผ้ามาห่มให้

    เมื่อป้อมกับขำตื่นขึ้นมาเห็นผ้าห่มคลุมตัวอยู่ก็รู้ว่าเดือนเอามาให้ แต่คิดว่าเดือนยังคงอยู่ในห้อง ไปพูดที่ประตูว่าหมกอยู่แต่ในห้องเดี๋ยวจะไม่สบาย แต่ทุกอย่างเงียบจนผิดสังเกต เปิดประตูเข้าไปดู

    จึงรู้ว่าเดือนหายไปแล้ว ถามกันว่าเดือนหายไปไหน ก็พอดีมือถือขำมีสายเข้า ขำรีบรับสาย

    “ฮัลโหล...พอดีเลย รวิ! เดือนน่ะ เดือนหายไปไหนไม่รู้!”

    รวิรีบมาที่คอนโด ป้อมบอกว่ายังติดต่อเดือน ไม่ได้เพราะปิดมือถือ ปรึกษากันว่าจะไปหาเดือนที่ไหน เดือนมีเพื่อนที่ไหนบ้าง ปรากฏว่าเดือนมีแต่ขำกับป้อมเท่านั้น ทันใดนั้นมือถือรวิดังขึ้น รวิดูแล้วบ่น...

    “ศิริพรน่ะ โทร.มาตั้งแต่เช้าเป็น 10 สายแล้ว”

    “เอามานี่” ป้อมแย่งมือถือจากรวิกดรับดัดเสียงพูด “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถแก้คันได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อมาใหม่ชาติหน้าค่ะ” พูดจบก็รีบเอามือถือออกจากหูก่อนโดนด่า แล้วส่งคืนให้รวิ หันมาปรึกษากันต่อว่าจะไปตามหาเดือนได้ที่ไหนดี

    “งั้นก็คงต้องไล่หามันตั้งแต่ที่บริษัท แล้วก็ที่ซ้อม ไปมันทุกที่นั่นแหละ” ขำเสนอ ทุกคนเห็นด้วย ลุกขึ้นพร้อมลุย

    ที่แท้เดือนไปที่บ้านพักคนชรา เธอไปดูแลคนชราที่นั่น ช่วยผู้ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้คนชราที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างไม่รังเกียจ ทั้งยังร้องเพลงและเต้นให้ความบันเทิงแก่คนชรา มีความสุขทั้งคนร้องและคนฟัง

    ooooooo

    ทั้งสามออกตามหาเดือนตามที่ต่างๆที่คาดว่าเดือนจะไป จนสายๆ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ แต่คนที่ไม่อยากเจอกลับเจอ!

    ศิริพรนั่นเอง  เธอตามหารวิจนเจอ ถามว่าทำไมต้องหนีตนด้วย รวิพูดไม่อ้อมค้อมว่า

    “เธอรู้อยู่แก่ใจแล้วนี่ศิริพร เรื่องทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น เธอจะบอกว่าไม่ใช่ฝีมือเธองั้นเหรอ!”

    “เธอหมายถึงอะไรฉันไม่เข้าใจ ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน เธอก็เห็น เดือนเขาหึงไปเอง”

    “งั้นเหรอ...แล้วที่เธอบอกเดือนว่าเราพักด้วยกันล่ะ? แล้วที่เธอร่วมมือกับแก้วทำให้ฉันกับเดือนต้องเข้าใจผิดกันอีกล่ะ” ศิริพรบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง แก้วทำอะไรตนไม่เกี่ยวด้วย “หึ! ไม่เกี่ยวหรอ เอาเถอะ ฉันมันก็ไม่มีหลักฐาน แต่เอาเป็นว่าต่อไปนี้ เธออย่ามายุ่งกับฉันและเดือนอีก”

    “อะไรนะ! ต้องถึงขนาดนั้นเลยหรือรวิ?”

    “ที่จริงเธอเองก็เป็นเพื่อนที่ดีของฉันนะ แต่...แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเดือนอีกแล้ว หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ”

    พูดเสร็จรวิเดินผละไปอย่างไม่แยแส ศิริพรกำมือแน่นน้ำตาคลอ จิกตาพูดลอดไรฟัน

    “รวิ! คนอย่างศิริพร ไม่ยอมให้ใครมาทำให้เจ็บฟรีๆหรอก ในเมื่อเธอไม่เคยเห็นค่าของฉัน อยากเป็นศัตรูกันก็ได้!”

    ooooooo

    รวิ ขำ กับป้อม ออกตามหาเดือนกันจนเย็น กลับถึงคอนโด ปรากฏว่าเดือนกลับมาทำอาหารไว้รอแล้ว

    “โธ่ถังกะละมังบุบ...หายไปไหนมาเดือน รู้ไหมเขาเป็นห่วงกันแทบแย่” ป้อมตัดพ้อต่อว่าตุปัดตุป่อง

    “นั่นดิ...เนี่ย เรา 3 คนนะ หาเดือนแทบจะทั่ว กทม.อยู่แล้ว”

    “3 คน??” เดือนมองหน้าสองคนงงๆ

    ขณะนั้นเอง รวิเดินยิ้มเจื่อนๆเข้ามาถามเสียงอ่อนโยน “หายไปไหนมาเหรอเดือน พี่เป็นห่วงนะ”

    พอเดือนเห็นรวิ เธอทำปั้นปึ่งมองไปทางอื่น จนขำต้องขอร้องว่า

    “เรื่องอื่นเอาไว้เดี๋ยวค่อยเถียงกันแล้วกัน ตอนนี้ฉันหิวมากเลย กินข้าวกันก่อนเถอะ”

    ป้อมกับขำรีบลุกไปคดข้าว แต่รวิยังนั่งทำตาปริบๆ ขำถามว่าไม่กินเหรอ รวิตอบอย่างน้อยใจว่า

    “เดือนเขายังโกรธอยู่ ฉันไม่กล้ากินหรอก”

    ป้อมเรียกให้มากินเสียเดือนไม่ว่าอะไรหรอก รวิก็ยังนั่งทำหน้าจ๋อยบอกว่าตนไม่กล้า

    แต่เพียงครู่เดียว รวิก็ทำเป็นทนเพื่อนเรียกไม่ได้ลุกไปคดข้าวมากิน พอลงมือเท่านั้นก็กินเอ๊า...กินเอา...เพราะหิวจัด ป้อมกับขำถือช้อนส้อมมองตาค้าง พอรวิกินอิ่ม เห็นป้อมกับขำนั่งมองตนอยู่ ถามว่าทำไมไม่กินล่ะ

    “เห็นแกอิ่ม ฉันก็ดีใจแล้ว” ขำบอก แล้วสะกิดกันออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้รวิง้อเดือนได้ไม่ต้องเขิน

    “พี่กับไอ้ขำไปนั่งดูทีวีห้องนู้นนะ” ป้อมบอกพร้อมกับลุกลากกันไป เดือนจะลุกตาม ถูกรวิจับมือไว้ เดือนดุว่า

    “แต๊ะอั๋ง เดี๋ยวโดน” รวิทำหน้าสยองบอกว่าโดนแล้วเมื่อวานนี้ เดือนหันมองหน้าเห็นรอยแผลที่มุมปาก ถามว่าเจ็บมากไหม รวิอ้อนว่าสุดๆ เดือนถามอย่างไม่หายงอนว่า “ก็ใครให้มาขวางล่ะ” พอรวิบอกว่าห่วง เดือนถามว่าห่วงใคร??

    “ห่วงเดือน ห่วงเดือนคนเดียว ห่วงเดือนเท่านั้น” รวิพรั่งพรูความรู้สึกออกมาจนเดือนใจอ่อน ยกมือแตะแผลเบาๆ บอกว่าเดี๋ยวใส่ยาให้นะ...

    เพียงเท่านี้ ความรู้สึกรักและห่วงใยที่มีต่อกันก็กลับคืนมาเหมือนเดิม...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 16:54 น.