ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ชูเกียรติเดินหัวเสียออกจากบ่อนแต่เช้าเพราะเล่นเสียจนหมดตัว

    เดือน กับป้อมรอชูเกียรติมารับไปซ้อม จนสายก็ยังไม่เห็นมา เดือนบ่นว่าไม่รู้จะเอาอย่างไรเดี๋ยวมารับเดี๋ยวไม่มารับ ป้อมเลยยุให้เดือนซื้อรถไว้ใช้เองสักคัน

    “ก็อยากอยู่นะ แต่รอเก็บเงินให้ได้มากกว่านี้หน่อยดีกว่า ถ้าฉันดังกว่านี้ มีงานเยอะกว่านี้ ฉันซื้อแน่ทั้งบ้านทั้งรถ”

    “พี่ ว่าถ้าเอาเงินในส่วนที่ไอ้ชูเกียรติมันอมไปนะ ป่านนี้เดือนคงดาวน์รถได้แล้วล่ะ” ป้อมบ่น เดือนเลยชวนไปแท็กซี่กันดีกว่าเดี๋ยวจะสายเพราะต้องไปซ้อมคอนเสิร์ตด้วย

    พอ เรียกแท็กซี่ คนขับมองหน้าเดือนถามว่าใช่คนที่เป็นนักร้องหรือเปล่า พอเดือนบอกว่าใช่ คนขับแท็กซี่ดีใจมาก บอกว่าลูกชอบเธอมากเปิดเพลงเธอฟังทั้งวัน ป้อมเลยยุว่า แบบนี้ลุงก็บอกลูกเลยว่าวันนี้เจอตัวเป็นๆ  เดือน

    งามพร้อม แล้วลุงแกบอกว่าเดี๋ยวจะกลับไปบอก แล้วขอลายเซ็นเดือนไปฝากลูกด้วย

    “นี่จ้ะ...ฝากบอกน้องให้ช่วยติดตามผลงานของเดือนไปตลอดด้วยนะจ๊ะ” เดือนเซ็นชื่อใส่กระดาษให้

    ooooooo

    สาย วันเดียวกัน ที่ค่ายเพลง แก้วเดินเชิดเข้าไปเห็นพวกตัวประกอบทั้งหลายจับกลุ่มสุมหัวดูอะไรที่หน้าจอ โทรศัพท์และซุบซิบๆกัน แก้วทำทีแถเข้าไปถามว่าดูอะไรกันหรือ

    คนหนึ่งใน นั้นชี้ให้ดู บอกว่าเป็นข่าวของเดือนทั้ง เอฟบี ไอจี ทวิตเตอร์ที่เดือนโพสต์ดูถูกแฟนคลับไว้ อีกคนหนึ่งชี้ให้ดูว่า มีการเพ้อถึงพระเอกเอ็มวีของนางด้วย ถามว่าเมื่อวานแก้วก็ไปด้วยเห็นมีอะไรผิดสังเกตหรือเปล่า

    “ก็...ก็มีบ้า งอ่ะนะ...แก้วไม่อยากพูดเลย จริงๆนะ” แต่พอถูกคะยั้นคะยอไม่กี่คำแก้วก็เล่าอย่างมันปาก “อืม...แต่อย่าไปบอกใครจริงๆนะ กลัวเดือนเขาจะเสียหายน่ะ... ไม่อยากบอกเลย เดือนน่ะ อู๊ยยย...ทั้งกระแซะทั้งเบียด... นอกบทสุดๆ  นี่แก้วไม่อยากพูดนะเนี่ย กลัวเดือนเขาจะเสียหาย นี่...ก็มีการแลกบงแลกเบอร์ขอไลน์กันด้วยนะ”

    ระหว่างฟังแก้วเล่าอย่างออกรสนั้น บางคนถึงกับรีบโทร.หานักข่าวแล้วบอกแก้วว่า

    “น้อง แก้วคะ เพื่อนพี่ที่เป็นนักข่าวเขาอยากถามรายละเอียดน่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เขาอยากรู้เฉยๆ ไม่เอาไปเขียนหรอกค่ะ” แก้วถลาไปรับโทรศัพท์คุยด้วยทันที

    เดือน กับป้อมมาถึงพอดี ทุกคนหยุดเม้าท์หันมองเดือนเป็นตาเดียว แก้วทักเชิงตำหนิว่าเพิ่งมาหรือ ใครๆเขารอเธออยู่นะ เดือนบอกว่ากำลังจะไปห้องซ้อม แก้วบอกว่าไม่ต้องไปห้องซ้อมหรอก ให้ไปที่ห้องเสี่ยเลย เพราะ...

    “พี่เกียรติเขาก็อยู่ในนั้นแล้ว ไปเร็วๆเข้าเถอะ  แล้วก็ตอบดีๆล่ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาอาจจะใจเย็นลงบ้าง” พอเดือนกับป้อมจะไป แก้วรีบบอก “อ้อ...แต่เสี่ยเขาให้เธอเข้าไปคนเดียวนะ พวกผี พวกประหลาดน่ะ เสี่ยเขาไม่ให้เข้า”

    ป้อมฉุนกึกด่าแก้วว่าวอนแต่เช้า เดือนเรียกปรามป้อมบอกให้รอข้างนอกแล้วกัน ตนเข้าไปพบเสี่ยก่อน

    “อือ...เดี๋ยวพี่รออยู่ข้างนอกนี่ล่ะ เผื่อจะได้ตบคน” ป้อมจิกตาใส่แก้ว

    ooooooo

    ในห้องทำงานของเสี่ยวาทิน เสี่ยกำลังนั่งหน้าโกรธจัดอยู่กับชูเกียรติที่นั่งหงอหน้าจ๋อย พอเห็นเดือนเสี่ยทักประชด

    “มาแล้วเหรอ เธอนี่ขยันสร้างเรื่องจริงๆเลยนะ” เดือนถามว่าตนทำอะไรผิดหรือ “ยังมีหน้ามาถามอีก เธอทำอะไรไว้ล่ะ!”

    “เดือน...เดือน เล่นพวกโซเชียลทำไมไม่บอกพี่” ชูเกียรติต่อว่า ทีมงานที่ยืนอยู่ถล่มซ้ำว่า เล่นไม่เท่าไหร่ แต่ที่ไปโพสต์แต่ละอย่างนี่สิ เดือนยิ่งฟังยิ่งงง ถามว่ายังไง...ตนงงไปหมดแล้ว ชูเกียรติเปิดโทรศัพท์ให้ดู “จะอะไรซะอีกล่ะเดือน มันเรื่องอะไรถึงไปโพสต์แบบนั้น แล้วนี่อีก ทำไมไปพาดพิงคนอื่นเขา”

    เดือนปฏิเสธว่าตนไม่รู้ ตนเล่นพวกนี้ไม่เป็น ถูกชูเกียรติหาว่าเธอจะบอกว่าถูกคนอื่นแกล้งอย่างนั้นหรือ เดือนบอกไม่รู้แต่ที่แน่ๆตนไม่ได้ทำ

    “แล้วอันอื่นล่ะครับ ทั้ง เอฟบี ไอจี ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะโพสต์หรือรู้ทั้งเวลา ทั้งรูปที่ไปทำงานแต่ละที่ได้ยังไง แม้แต่...เอ่อ...งานนอกที่เดือนไป...”

    ชู เกียรติก้มหน้าอย่างมีพิรุธ เสี่ยจี้ว่า “พูดถึงเรื่องนี้ นี่คุณแอบรับงานนอกไม่ผ่านบริษัทใช่ไหม คุณรู้ไหมทำแบบนี้มันผิดสัญญาร้ายแรงนะ!”

    “ก็พี่ชูเกียรติ...” เดือนอึกอัก ชูเกียรติรีบขัดขึ้นว่า

    “เดือน! ทำไมเดือนทำแบบนี้ พี่บอกแล้วไงจะไปงานที่ไหนต้องบอกพี่ ต้องผ่านบริษัท” ชูเกียรติตีสองหน้า พอเดือนจะโต้ก็ไม่เปิดโอกาส “เนี่ยดูซิ เสียมาถึงพี่ด้วยเลย ต้องขอโทษเสี่ยด้วยนะครับ เดือนแกอาจจะยังไม่รู้กฎระเบียบดี...”

    เสี่ยถามว่าไม่รู้ได้ยังไงในสัญญา ก็ระบุไว้ชัดชูเกียรติรีบตัดไฟแต่ต้นลม ขอโทษเสี่ยและรับปากจะดูแลเดือนให้ดีกว่านี้ ขอโอกาสให้เดือนสักครั้ง

    เดือนจ้องหน้าชูเกียรติ คิดไม่ถึงว่าเขาจะตีสองหน้าและโยนความผิดมาให้ตนทั้งที่ตัวเองเป็นคนทำ!

    ในที่สุด เสี่ยสั่งให้พักงานเดือนเป็นเวลาหนึ่งเดือนจนกว่าจะถึงงานคอนเสิร์ต ระหว่างนี้ให้ซ้อมอย่างเดียว ห้ามรับงานใดๆ ทั้งสิ้น ชูเกียรติยังเสียดายถามเสี่ยว่างานที่รับๆไว้จะทำอย่างไร

    “ก็แคนเซิลเขาไป ไม่ก็ให้หนูแก้วไปแทนไปๆๆ พวกคุณออกไปกันได้แล้ว เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด”

    ออกจากห้องทำงานของเสี่ยแล้ว ชูเกียรติพยายามคุยกับเดือน อ้างความจำเป็นที่ต้องบอกเสี่ยไปแบบนั้น

    “จำเป็นเหรอคะ พี่เกียรติมีความจำเป็นอะไรมากเหรอคะถึงต้องโยนความผิดเรื่องรับงานนอกมาให้เดือน ทั้งๆ ที่พี่เองเคยบอกกับเดือนว่าพี่แจ้งบริษัทแล้ว” เดือนเสียงดังจนชูเกียรติขอให้พูดเบาๆ และฟังตนอธิบาย “พอเถอะค่ะ เดือนกินข้าวไม่ได้เล็มหญ้า ถือเสียว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน”

    เดือนชวนป้อมไปซ้อม บอกว่าต้องซ้อมให้เต็มที่เพราะไหนๆก็มีเวลาตั้งเยอะแล้ว

    ooooooo

    วงของเทพเร่งซ้อมกันเอาจริงเอาจัง เทพปลุกเร้าลูกวงว่า

    “เอ้า...มันๆกันหน่อย งานและเงินรอเราอยู่”

    แต่ก็หลีใส่นักร้องสาวคนใหม่ไปตามประสา

    รวิไม่มีแก่ใจจะซ้อม เป่าแซกโซโฟนเพี้ยนบ้างคร่อมจังหวะบ้าง  จนศิริพรเสนอให้พักก่อนอ้างว่าสงสัยซ้อมหนักไป แต่เมื่อได้คุยกับรวิตามลำพัง เธอถามเขาว่าเป็นอะไร เหนื่อยหรือ แล้วลุกไปเอาน้ำมาให้ ระหว่างนั้น นภาเดินมาพูดกับรวิว่า

    “มืออาชีพน่ะนะ เขาแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเวลางานออกจากกันนะ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นอะไร แต่นี่คือเวลาซ้อม ช่วยจริงจังกับมันหน่อย อย่าให้คนอื่นเขาต้องเดือดร้อนไปด้วย”

    “ขอโทษครับ” รวิเสียงอ่อย นภาเดาว่าคงเป็นเรื่องเดือนใช่ไหม “เขาจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะครับ ผมไม่อยากได้ยินอะไรเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว”

    “ได้ยิน? งั้นก็แสดงว่ายังไม่เห็น ยังไม่รู้ว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่กลับมานอยด์เองเนี่ยนะ”

    พอดีศิริพรไปเอาน้ำกลับมา ถามนภาอย่างระแวงว่ามีอะไรหรือ นภาบอกว่าไม่เกี่ยวกับเธอ แล้วพูดกับรวิต่อว่า

    “เธอนี่น่าจะกลับไปเป็นพระเอกลิเกเหมือนเดิมนะ” รวิมองเชิงถาม นภาบอกว่า “ก็พระเอกลิเกน่ะ ส่วนมาก ‘มักจะโง่กับเรื่องง่ายๆ’ เสมอแหละ” พูดจบก็สะบัดไป

    ศิริพรมองตามนภาแล้วหันมองรวิเชิงถาม ในขณะที่รวิเครียดจนไม่อยากสนใจใคร สับสนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

    ooooooo

    ในงานจัดแถลงข่าวคอนเสิร์ต หลังการแถลงข่าวและเดือนจะเดินออก ก็ถูกนักข่าวกรูกันเข้ามาสัมภาษณ์

    บางคนถามความรู้สึกที่จะได้ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิต บางคนถามว่าเดือนอาจโดนแบนเพราะแอบรับงานนอก บางคนถามข่าวที่มีการโพสต์ดูถูกแฟนคลับ กระทั่งเรื่องที่มีข่าวลือว่าเดือนแอบจิ้นกับดาราหนุ่มชื่อย่อ ป.ปลา?

    เดือนตอบคำถามแรกอย่างถ่อมตัวว่าตื่นเต้นที่คอนเสิร์ตแรกนี้จะได้ร่วมงานกับพี่ๆที่เป็นนักร้องขวัญใจของตนตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการ เรื่องรับงานนอกตนได้ชี้แจงกับผู้ใหญ่แล้วโดยที่เดือนไม่ได้กล่าวโทษใครเลย ส่วนเรื่องโพสต์ดูถูกแฟนคลับนั้น เดือนบอกว่าไม่ใช่ตน ตนไม่เคยเล่นโซเชียลและตนก็รับไม่ได้กับข้อความนั้นๆ ส่วนเรื่องจิ้นกับดาราหนุ่มนั้น เดือนตอบอย่างพยายามอดทนอดกลั้นว่า

    “เดือนไม่มีอะไรจะเถียงค่ะ เพราะว่ามันไม่มีอะไร ขอโทษนะคะ เดือนมีงานต่อค่ะ” แล้วเดือนก็เดินฝ่านักข่าวออกไปโดยมีป้อมช่วยกันให้

    กลับถึงคอนโดคืนนี้ หลังจากดูข่าวการสัมภาษณ์เมื่อกลางที่ถูกตัดต่อก่อนออกทีวีแล้ว เดือนบอกป้อมว่าอยากกลับบ้านไปทำบุญให้แม่ ป้อมเห็นด้วย แต่นึกได้ถามว่าเดือนต้องอยู่ซ้อมไม่ใช่หรือ

    “ช่วงนี้เขาเทรนด์ให้แก้วก่อนน่ะ เดือนเลยขอเขาหยุดสัก 2-3 วัน พี่ๆเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร” เมื่อทุกอย่างลงตัวจึงตกลงจะกลับกันพรุ่งนี้ “กลับบ้านไปถึงแม้จะไม่มีแม่แล้วตอนนี้ แต่เดือนก็ยังมีพี่รวิอยู่” เดือนยังอุ่นใจเมื่อนึกถึงรวิ

    คืนนี้ พิมุกพาเตี้ยกับบ่างสองลูกน้องไม่เต็มบาทไปด้อมๆมองๆที่บ้านเดือน คาดหวังว่าเดือนอาจจะกลับมา แต่ก็ผิดหวัง

    รุ่งขึ้นรวิไปปัดกวาดทำความสะอาดบ้านให้เดือน ทำไปก็อดน้อยใจไม่ได้ว่า เดือนคงไม่ได้กลับมาอยู่บ้านเล็กๆ โทรมๆนี้อีกแล้ว แต่ก็ตั้งใจทำด้วยความเต็มใจและแอบมีความสุข

    เช้าวันเดียวกันนี้ เดือนกับป้อมมาถึงท่ารถ ทั้งสองต่างรู้สึกชื่นใจกับบรรยากาศเก่าๆที่คุ้นชินมาแต่เด็ก แต่มาคราวนี้มีคนชี้ชวนกันดูอย่างจำได้ว่าเดือนเป็นนักร้อง ป้อมเร่งให้รีบไปดีกว่าก่อนที่จะมีเรื่องวุ่นวายกัน

    “ไม่เป็นไรหรอกพี่ป้อม ฉันว่าคนที่นี่ไม่ได้รู้เรื่องพวกนั้นเท่าไหร่...ฉันว่าบางทีชีวิตแบบนี้อาจจะสงบสุขกว่าที่อื่นก็ได้นะ” เดือนมองไปรอบๆยิ้มให้ทุกคนแล้วจึงเดินไปกับป้อม

    ที่บ้านรวิ เจ้าตัวยังนอนคลุมโปงอยู่ ขำมาร้องโหวกเหวกให้ลุกขึ้นมาฟังข่าวดี รวิโผล่จากโปงถามว่าข่าวดีอะไร

    “เมื่อคืนพี่ป้อมโทร.มาบอกว่าจะกลับมาเที่ยวบ้านกับเดือน ฉันโทร.บอกแกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่แกไม่รับ เอ้าเร็วลุกขึ้นแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวคงมาถึงกันแล้วมั้ง”

    ฟังแล้วรวิกลับมุดหัวเข้าโปงอย่างเดิม ขำงง ถามว่าเป็นอะไร ทุกทีแค่บอกว่าเดือนมาก็กระโดดแทบไม่ทัน

    ส่วนที่ตลาด ศิริพรไปซื้อกับข้าว ยืนเลือกของที่รวิชอบสั่งเอาอย่างละถุง แม่ค้าถามว่าเอาไปฝากพระเอกลิเกหรือ ศิริพรตอบอย่างภูมิใจว่า “เขาชอบ” พอแม่ค้าถามว่าแบบนี้ไม่กลัวแฟนเขาหึงหรือ ศิริพรชักสีหน้าถามว่าแฟนที่ไหน?

    “อ้าว...ก็น้องเดือนไง ที่ตอนนี้เป็นนักร้องไงล่ะ” อีกคนบอกว่าคงคิดถึงบ้านวันนี้เลยกลับมาแต่เช้า เห็นพวกแถวท่ารถบอกว่ามากับกะเทย ศิริพรรีบจ่ายค่าอาหารบอกว่าไม่ต้องทอนแล้วรีบกลับไปอย่างมีแผนการ

    ooooooo

    เดือนกับป้อมกลับมาถึงบ้าน เดือนแปลกใจที่บ้านสะอาดสะอ้านทั้งที่ไม่ได้อยู่กันตั้งหลายวันแล้ว

    ป้อมเอะใจว่าหรือมีใครมาทำให้?

    ป้อมคาดว่ารวิมาทำให้ เดือนเร่งให้เก็บของเร็วๆ จะได้ไปชวนรวิไปทำสังฆทานให้แม่ด้วยกัน

    แต่พอลงจากเรือน เจอพิมุกกับเตี้ยและบ่างมายืนเก๊กหล่ออยู่ เดือนถอนใจเซ็งๆ ถามว่ามีธุระอะไรหรือ พิมุกอ้อนว่า พูดแบบนี้เสียใจแย่ เพราะตนอุตส่าห์มาดูแลบ้านให้ เดือนไม่เชื่อถามว่าเข้าบ้านตนได้ยังไง ขู่ว่างัดบ้านเข้ามาแบบนี้ตนจะแจ้งความข้อหาโจรกรรม พิมุกเลยบอกว่าตนแค่อยู่ข้างนอก ถามว่าเดือนจะไปไหนเดี๋ยวไปส่ง

    “ไม่ต้อง เดือนไปไหนมาไหนเองได้ ขอตัวนะ” พูดแล้วชวนป้อมเดินไปเลย

    พิมุกเสียหน้าแต่ทำกร่างสั่งบ่างกับเตี้ยแก้เกี้ยวว่า “ไปเว้ย! งั้นวันนี้กลับไปเตรียมแผนมาให้ดีๆก่อน หึ...น้องเดือนหยิ่งอยู่ได้อีกไม่นานหรอก แล้วเธอจะต้องมาอ้อนฉันแทน”

    เมื่อเดือนกับป้อมไปถึงหน้าบ้านรวิ เจอขำนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียว อึดใจเดียวศิริพรก็นวยนาดออกมากับรวิทักเดือนว่ามากันแล้วหรือ เห็นมีข่าวแย่ๆออกมาเต็มเลย เดือนข่มใจบอกว่าจะมาชวนรวิไปทำบุญให้แม่

    “พี่ไม่ว่าง เดี๋ยวจะไปกับศิริพร” รวิตอบอย่างเย็นชา พอเดือนถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า รวิไม่ตอบแต่เดินผ่านเดือนไปเลย เดือนตามไปขอคุยกันให้รู้เรื่อง ก็ถูกสวนกลับมาว่า “พี่ไม่อยากคุยกับเดือน!”

    “ทำไมล่ะ...ทำไมพี่ถึงไม่อยากคุยกับเดือน...เดือนทำอะไรให้พี่โกรธเหรอ พี่บอกเดือนสิ”

    “พี่ไม่รู้ว่าคำพูดของเดือนอันไหนคือความจริงอันไหนคือหน้ากาก”

    “ทำไม...ทำไมพี่คิดว่าเดือนเป็นแบบนั้น” เดือนเสียงสะท้านอย่างสะเทือนใจ

    “เดือนรู้อยู่แก่ใจดีที่สุด แล้วพี่ก็ไม่แน่ใจแล้วด้วย ว่าพี่ยังรู้สึกกับเดือนเหมือนเดิมหรือเปล่า”

    เดือนนํ้าตาคลออย่างสุดที่จะกลั้นไว้ได้...ทั้งสองยังเดินคุยกันไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน เดือนถือตุ๊กตาไม้ที่รวิแกะให้ก่อนเธอไปอยู่กรุงเทพฯ บอกเขาเสียงสั่นเครือว่า

    “ทำไมล่ะพี่รวิ ทั้งๆที่ฉันเก็บความรู้สึกดีๆของเราไว้ตลอด”

    รวิดึงตุ๊กตาจากเดือนปาลงพื้น เดือนตกใจก้มเก็บ ถูกศิริพรเดินมาทำเป็นไม่เห็นเหยียบมือเดือนแล้วขยี้ก่อนที่จะทำเป็นตกใจ บอกให้เอามือออกทั้งที่ตัวเองยังเหยียบขยี้อยู่ ป้อมกับขำตามมาเจอ ป้อมถามว่าทำอะไรกัน แล้วพุ่งเข้าไปผลักศิริพรออก

    “รวิ! ทำไมแกปล่อยให้เดือนโดนรังแกแบบนี้” ขำไม่พอใจ

    “อีงิ้วผี!! วันนี้ถ้าเลือดชั่วมึงไม่ออก อย่ามาเรียกกูว่าอีป้อม!” ป้อมพุ่งเข้าตะลุมบอนศิริพรตบซ้ายขวา...ซ้ายขวาไม่ยั้ง ศิริพรกรีดร้องโวยวายก็ถูกขำเข้าไปเอามืออุดปาก

    เดือนลุกขึ้นเอามือที่กำตุ๊กตาไม้ขึ้นดู มือแตกเพราะถูกศิริพรเหยียบขยี้ รวิเดินเข้ามาถามอย่างรู้สึกผิดและสงสาร

    “เดือน...เป็นอะไรหรือเปล่า...ไปยอมเจ็บเพื่อมันทำไมกะอีแค่ตุ๊กตากระจอกๆ”

    “ถ้าพี่รักฉัน เท่าที่ฉันรักพี่...พี่จะรู้ว่าฉันยอมเจ็บทำไม” เดือนมองหน้ารวินํ้าตาอาบแก้ม ถือตุ๊กตาเดินผ่านรวิไป...

    รวิอึ้งพูดไม่ออก ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก แต่เหมือนเขาไม่รู้สึกอะไรเลย...

    ooooooo

    ป้อมกับขำเดินไปกับเดือน เดือนถามว่าสรุปแล้วรวิโกรธตนเพราะเรื่องนั้นหรือ

    “แหม...เพราะนังแก้วทีเดียว เจ็บใจนัก” ป้อมฮึดฮัด

    “ถ้าพี่รวิไม่เชื่อสักอย่าง ใครก็ทำอะไรไม่ได้ แต่นี่...ช่างเถอะ ว่าแต่ขำบอกเขาหรือเปล่าว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง”

    ขำบอกว่าหมั่นไส้เลยไม่บอก เดือนว่าดีแล้วปล่อยรวิให้เข้าใจไปแบบนั้นแหละ แต่ป้อมยุว่าเดือนต้องจัดการกับพวกนั้นบ้างแล้วนะ ปล่อยให้มันทำอยู่ฝ่ายเดียวได้ไง

    “ไปกันดีกว่า” เดือนบอก ป้อมบ่นทันทีว่าใจอ่อนอีกแล้ว เดือนเลยย้ำ “ไป-เอา-คืนกัน!!”

    ป้อมกับขำมองเดือนอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เดือนบอกทั้งสองอย่างคนที่ฮึดสู้ว่า

    “เดือนใช้ชีวิตแบบขาวๆมาเยอะแล้วนะ ยังไม่วายเจอแต่คนคิดร้าย คราวนี้เดือนขอดำบ้าง ขาวบ้าง เอาแบบเทาๆ ละกัน ให้พวกนั้นได้รู้ว่าเวลาคนโดนทำร้าย มันรู้สึกยังไง!”

    “ต้องอย่างนี้สิเดือน ถึงจะแซ่บเว่อร์เจอราร์ด” ป้อมกระโดดกอดเดือน

    “ว่าแต่จะเอาคืนยังไงล่ะ” ขำถาม เดือนไม่ตอบแต่ยิ้มๆยักคิ้วแผล็บ

    ooooooo

    แก้วซ้อมเพลงอย่างทุลักทุเล ทั้งร้องผิดคีย์เสียงเพี้ยนคร่อมจังหวะ การเต้นก็ยึกยือน่าสมเพช แต่พอชูเกียรติติติงก็อวดดีว่าตนตั้งใจเต็มที่แล้วจะอะไรกันนักหนา

    ชูเกียรติบอกทีมงานว่าซ้อมๆไปก่อนก็แล้วกัน พอถึงเวลาก็ให้เดือนร้องกลบเสียงแก้วเอา

    ส่วนเดือนก็เริ่มแผนทันที วันนี้ไปหาพิมุกที่ค่ายมวย พิมุกมองหื่นถามว่าคิดถึงจนทนไม่ไหวหรือ เดือนหวานกับพิมุกจนเขาปลื้มๆงงๆบอกเดือนว่า

    “เดือนมีอะไรพูดมาได้ตรงๆเลยจ้ะ ถ้าเป็นเรื่องของเดือนน่ะ พี่เต็มที่เสมอ”

    “จริงๆแล้ว เดือนก็อยากจะบอกความรู้สึกกับพี่มาตั้งนานแล้ว แต่ติดตรงที่ว่า...” เดือนทิ้งจังหวะแล้วแอบกดมือถือถึงแก้ว แล้วถาม

    “พี่คิดยังไงกับฉันแน่พี่พิมุก”

    “ไม่น่าถาม เดือนก็รู้อยู่แล้วว่าพี่รักเดือน แต่เดือนนั่นแหละที่คอยหนีพี่ไปหาไอ้รวินั่น”

    “เดือนไม่อยากทำให้เพื่อนต้องเสียใจนี่จ๊ะ” พิมุกถามว่าหมายถึงใคร “ก็แก้วไงจ๊ะ แก้วเขาบอกว่าเขากับพี่รักกัน”

    “อะไรนะ! ยัยแก้วมันพูดอย่างนี้เหรอ ไม่จริงนะเดือนอย่าไปเชื่อ!”

    เดือนกดโทร.ออกถึงแก้วทันที พอแก้วรับสาย เดือนจงใจพูดกับพิมุกดังๆให้เสียงลอดเข้าไปในโทรศัพท์

    “แต่พี่ก็มีอะไรกับแก้วแล้ว”

    “โธ่เดือน...ผู้หญิงแบบนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับห้องน้ำสาธารณะ ไม่มีใครเขาเอาจริงหรอก”

    “งั้นพี่ช่วยพูดช้าๆชัดๆอีกครั้งสิคะ ว่าพี่กับแก้วไม่ได้เป็นอะไรกัน”

    “เดือนฟังนะ พี่ไม่ได้รักแก้ว...แล้วก็ไม่มีวันรักผู้หญิงแบบนั้นด้วย!”

    เดือนหลอกให้พิมุกพูดส่งไปให้แก้วได้ยินแล้วก็ขอบคุณเขาและขอตัวกลับ พิมุกงงๆแต่ยังตะโกนตามหลังไปว่า

    “เดือน...พี่รักเดือนคนเดียวนะจ๊ะ...เดือน...”

    ส่วนแก้วได้ยินการถามตอบกันทุกคำ กำโทรศัพท์จนมือสั่น คำราม “นังเดือน!!”

    ooooooo

    สายวันนี้ ขณะรวิสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์จะออกข้างนอก ศิริพรก็ออกมาปะเหลาะบอกว่าจะไปจองตั๋วรถทัวร์ อาทิตย์หน้าจะขึ้นกรุงเทพฯ

    บอกแล้วบ่นว่าแดดร้อน แล้วโมเมตีขลุมว่ารวิจะไปส่ง รีบขอบใจเขา โดดขึ้นซ้อนรถทันที รวิเลยจำต้องไป

    เดือนกับป้อมจะกลับพอดีโดยมีขำไปด้วย  เดือน อยากกลับไปซ้อมคอนเสิร์ตและมีไอเดียจะเสนอพวกทีมงานด้วย

    ระหว่างรอรถออก เดือนลงไปเข้าห้องน้ำ

    รวิพาศิริพรมาถึงท่ารถ ขณะศิริพรไปจองตั๋วรวิแวะไปดูนิตยสารที่แผงหนังสือ เป็นนิตยสารที่มีรูปเดือนขึ้นปก ขณะเขาพลิกดูเนื้อในนั้น เดือนออกจากห้องน้ำมาเห็นปกหนังสือที่รวิถืออยู่เลยหยุดดู พอรวิลดหนังสือลงหน้ากับหน้าเลยอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ต่างเขินๆเมินๆ เพราะยังไม่หายเคืองกัน

    เดือนถามรวิว่า จะไปไหนเหรอ รวิตอบอย่างหมางเมินเหินห่างว่า เปล่า เดือนประชดว่าคงไม่ได้มาซื้อหนังสือที่ท่ารถกระมัง รวิประชดคืนว่า “ถ้าซื้อ คงซื้อเล่มอื่น”

    “งั้นเล่มนี้ขอซื้อไปอ่านบนรถนะ” เดือนรับหนังสือจากรวิแล้วจ่ายเงิน

    ศิริพรจองตั๋วกลับมาพอดี เดือนมองรวิพูดลอยๆว่า “มาซื้อตั๋วนี่เอง”

    ทั้งสามต่างพูดเหน็บแนม ประชดเสียดสีกันไปมาแล้วจึงแยกกัน เดือนกับรวิต่างแยกไปกันคนละทางด้วยความรู้สึกเสียใจไม่น้อยกว่ากัน...

    ooooooo

    ศิริพรมีความสุขสะใจมาก ระหว่างซ้อนรถมอเตอร์- ไซค์กลับก็กอดรวิเสียแน่นจนรวิบอกว่าหายใจไม่ออก

    ทันใดนั้น มีรถคันหนึ่งขับแซงไปแล้วถอยกลับมาเปิดกระจกรถทัก

    “โอ๊ะโอ๋...กลางวันแสกๆแนบเนื้อกันซะขนาดนี้” รวิพยายามควบคุมอารมณ์ขับไปเรื่อยๆ พิมุกขับตามทักศิริพร “ไง...ศิริพร ทำสำเร็จแล้วนี่ ดีใจด้วยนะ แต่จริงๆแล้วเธอต้องขอบคุณฉันนะ”

    “ทำไมฉันต้องขอบคุณเธอ”

    “ก็ขอบคุณฉัน ที่ทำให้น้องเดือนมาหลงรัก ทำให้เธอหมดคู่แข่งไง เมื่อเช้า น้องเดือนเขามาสารภาพรักกับฉันแล้ว แหม...มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก” รวิทนไม่ไหวบิดแซงขึ้นไป พิมุกยังตามจี้ “อ้าว...จะรีบไปไหนล่ะ รับความจริงไม่ได้รึไง”

    รวิโมโหขับรถปาดหน้าจนพิมุกต้องหักหลบเสยเข้าข้างทาง พิมุกลงจากรถมาตะโกนด่า

    “ไอ้รวิ!! ไอ้หมาบ้า!!”

    ooooooo

    พอเดือนพาป้อมกับขำกลับมาถึงคอนโด ขำตื่นเต้นมากชมว่าห้องดูดีมากเลย เดือนบอกว่าไม่ใช่ของตน

    “อีกหน่อยก็ซื้อเองได้ เอาให้หรูกว่านี้ก็ยังไหว”ป้อมคุย

    ขำเห็นมีจดหมายหล่นที่พื้น หยิบขึ้นถามว่าจดหมายรักของใครเนี่ย เดือนบอกว่าของชูเกียรติเห็นมีเป็นประจำ บอกขำว่าอย่าไปแกะแต่ไม่ทัน เพราะขำมือไวฉีกแควกเสียแล้ว

    “มือไวไปหน่อย ไหนๆก็แกะแล้วมาอ่านหน่อยดีกว่า” ป้อมเห็นด้วย ขำเลยอ่านออกเสียงให้ฟังกัน...

    “เรื่อง...ขอให้ชำระหนี้...เรียน คุณชูเกียรติ ตามที่ท่านได้ค้างชำระค่างวดบัตรเครดิต จำนวน 3 งวด เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น...หากท่านยังคงเพิกเฉย ทางธนาคารมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับท่าน”

    อ่านแล้วขำมองหน้าทั้งสองถาม “ไหนว่ามันรวย...”

    “นี่ขนาดมันอมเงินของเดือนไปตั้งเยอะแล้วนะดูท่าการเงินของเดือนจะไม่ปลอดภัยซะแล้วล่ะ” ป้อมถล่มซ้ำ

    เดือนหยิบซีดีที่เป็นงานคอนเสิร์ตของต่างประเทศเพื่อเปิดศึกษา บอกพี่ๆทั้งสองว่า

    “ฉันคงต้องรีบทำตัวเองให้หลุดพ้นไปจากคนพวกนี้เร็วๆซะที”

    ooooooo

    ที่ห้องประชุมค่ายเพลง เดือนกลับมาเสนอบางอย่างแก่ทีมงาน ทุกคนพอใจมากชมว่าเริ่ดมาก ขอบคุณที่ช่วยคิด และบางคนก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ กับแก้วว่า

    “จนป่านนี้แล้วทั้งร้องทั้งเต้นยังไม่ได้เรื่องเลย” อีกคนเสริมว่า “กลัวจะพาคนอื่นเสียไปด้วย”

    “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเดือนกับพี่ป้อมจะช่วยดูให้เอง”

    “ต๊าย...น่ารักมากเลย งั้นฝากด้วยนะจ๊ะ อ้อ...อีกเรื่องนึง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เราจะซ้อมกันที่เวทีจริงแล้วนะจ๊ะ จะได้บล็อกกิ้งแล้วก็รันคิวกันดูด้วย” พี่ทีมงานอีกคนแจ้งแล้วพากันออกไป

    “ได้เวลาสนุกอีกแล้วพี่ป้อม” เดือนเอ่ย ป้อมเดินมาเกาะไหล่เดือนยิ้มให้กันอย่างพอใจ

    ครู่ใหญ่ แก้วกรีดกรายเข้ามา พอเห็นเดือนก็ชักสีหน้าแต่รีบเก็บอาการ ทำเป็นทักแต่กัดในที

    “อ้าว...มาได้แล้วเหรอ นึกว่าอายจนหนีไปเสียแล้ว”

    “ไม่หรอกจ้ะ ตอนนี้พวกพี่ๆเขาไปจัดการเรื่องยุ่งๆให้แล้ว แฟนคลับเขาก็เข้าใจ”

    “หึ...งั้นเหรอ...” แก้วมองไปเห็นขำก็ทำท่าตกใจ “ต๊าย...นี่ขนพวกบ้านนอกมากันเลยเหรอ”

    “ใช่ๆ มากันหมดเลย นี่ๆยัยกิมแม่เธอ ฝากมาบอกว่าส่งเงินให้ใช้บ้างนะ ของขายไม่ค่อยดี” ขำแฉ ฉีกหน้า ป้อมถล่มซ้ำว่า “โธ่ถังกะละมังบุบ มาจากบ้านนอก เหมือนกัน นี่ฉันลืมเธอไปได้ยังไง”

    ทั้งขำและป้อมพูดเสียงดังจงใจแฉจนแก้วหน้าชา หันมองไปรอบตัวเห็นพนักงานและตัวประกอบพากันซุบซิบๆ ก็ยิ่งเสียหน้า

    เดือนชวนแก้วไปซ้อมกัน แต่พอเริ่มซ้อม ทุกคนเต้นกันอย่างสวยงาม มีแต่แก้วคนเดียวที่ยืนเอ๋อเต้นไม่ทันและเต้นไม่เหมือนคนอื่น แต่กลับโวยวาย

    “นี่มันอะไรกัน ทำไมมันไม่เหมือนกับที่ซ้อมมาทีแรก”

    “พอดีฉันคุยกับพวกพี่ๆเขาแล้วว่าจะปรับรูปแบบให้มันดูอลังการหน่อย เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ทั้งที” เดือนชี้แจง

    “จะยุ่งยากไปถึงไหน ของเดิมฉันเกือบจะจำได้หมดแล้ว...แล้วนี่อะไร แบบนี้ฉันไม่เต้นด้วยหรอก”

    “อืม...ก็กะอยู่แล้วว่าเธอคงไม่มีปัญญาเต้นหรอก เอาเหอะ เธอลองไปคุยกับพี่ๆเขาใหม่ก็ได้ บอกว่าเธอทำอะไรไม่ได้สักอย่าง!”

    “แกคิดว่าฉันเป็นใครกันยะ ไอ้ท่าง่ายๆ พวกเนี้ย แป๊บเดียวฉันก็ทำได้แล้ว” แก้วอวดดี

    “ตายจริง...ไม่รู้มาก่อนเลย งั้นก็มาซ้อมต่อสิจ๊ะ...” เดือนยิ้มแย้ม เดินเข้าไปกระซิบ “หรือว่าดีแต่ปาก!!” แล้ว สั่ง “โอเคค่ะ...มิวสิก”

    แก้วเดินเข้าประจำตำแหน่งเดิม เดือนแอบยิ้ม พอเพลงขึ้น ทุกคนก็โพสท่า...

    ระหว่างนั้น ชูเกียรติเดินเซ็งๆเข้ามา ทีมงานทักว่า

    “พี่เกียรติเพิ่งมาเหรอ” ถูกตอบกวนๆว่ามานานแล้วมั้ง “แหม...ถามนิดถามหน่อยทำเป็น...เขาซ้อมกันอยู่ในห้องแน่ะ น้องเดือนมาแล้วนะ คิดธีมการแสดงมาให้เราใหม่ด้วย เจ๋งไปเลย”

    “เดือนเนี่ยนะ?? อะไรกัน หายเครียดแล้วเหรอ ผู้หญิงนี่มันตามอารมณ์ไม่ทันเลยว่ะให้ตายเหอะ!”ชูเกียรติทำหน้าสงสัยแล้วเดินไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:33 น.