ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    บนเวทีขนาดใหญ่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง แสงไฟวิบวับเร้าใจ เสียงดนตรีเพลงลูกทุ่งดังกระหึ่มสะเทือน เลื่อนลั่น

    แดนเซอร์จากสองข้างเวทีออกมาที่หน้าเวที นักร้องนำเดินตามออกมาเต้นอย่างเมามันกลางเวที เต้นมันยิ่งกว่าแดนเซอร์เสียอีก ทำเอาแดนเซอร์ค่อยๆ หยุดมองนักร้องงงๆ ผู้ชมด้านล่างต่างส่งเสียงกรี๊ดสนั่น บ้างก็วิ่งมาคล้องมาลัยติดแบงก์หลายสีให้นักร้องที่กำลังเต้นอยู่บนเวที โฆษกประกาศอย่างตื่นเต้นเร้าใจว่า

    “และนี่ คือนักร้องขวัญใจชาวไร่ ‘เดือน งามพร้อม’ ครับ”

    เดือนยิ้มหวานโค้งคำนับผู้ชมอย่างอ่อนน้อม พลันก็สะดุ้งตกใจเมื่อช้อยแผดเรียกก่อนขึ้นมาบนเวทีด่าลั่น

    “นังเดือน! นังเดือน!! นังนี่งานการไม่ทำ นังเดือน!”

    เดือน...เป็นลูกสาวสวยใสของช้อย แม่ค้าขายปลาในตลาดสด มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้องดัง แม้ช้อยจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่อาจบั่นทอนความฝันของเดือนได้

    ช้อยพยายามจะให้เดือนเจริญรอยแม่ค้า จะเช่าร้านจากคนที่เลิกขายให้เดือนรับผักมาขายต่อ เดือนทำหน้าเบื่อบอกว่า

    “ไม่อ่ะแม่ ฉันรู้ตัวฉันดีว่าฉันอยากทำอะไร อย่าหาอาชีพใหม่มาให้ฉันเลย”

    “เออ...เต้นกินรำกิน ฉันจะคอยดูละกันว่ามันจะทำให้แกมีกินสมใจอยากไหม ไอ้ลูกคนนี้”

    สองแม่ลูกมักจะโต้แย้งกันอย่างนี้เสมอ แล้วต่างคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาเก็บแผงปลากันต่อ

    ooooooo

    ที่วิกลิเก รวิ พระเอกลิเกรูปงามที่พอใจอยู่กับเดือน แต่งหน้าตัวเองจัดจ้านแบบลิเก สำรวจความสวยงามแล้วเดินออกมาเห็นพวกลิเกกำลังซ้อมฟันดาบกับลูกไฟแตกแปลบปลาบ มีสองคนฟันกันเอาเป็น เอาตายจริงจังเกินเหตุ

    “มันซ้อมกันจริงจังไปรึเปล่า” รวิถามขำ ขำบอกว่ามันเคืองกันอยู่เรื่องแม่ยก รวิเลยหยิบดาบคู่แทรกเข้าไปฟันด้วย กลายเป็นฟาดฟันกันแบบสามคน รวิลุยจนดาบของสองคนหลุดมือเขี่ยดาบออกไป ด่าทั้งคู่

    “กินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆ ดีกันซะ แล้วเก็บแรงเอาไว้ออกไปแสดงให้คนดู” พูดแล้วเดินมาหาขำ ขำบอกว่าได้เวลาแล้ว รวิถามว่าคนดูเป็นไง

    “เรื่อยๆ คงพอได้ค่าข้าวมื้อเช้าพรุ่งนี้ล่ะน่า” ขำบอกแล้วเดินออกไปด้านนอกเวทีเพื่อออกแขก

    แม้จะมีคนบางตา แต่ขำก็ออกแขกท่ามกลางเสียงกลองรำมะนาสนุกสนานเร้าใจ เดือนนั่งยิ้มมีความสุขเมื่อลิเกเริ่มออกแขก

    ระหว่างนั้น พิมุก นักมวยหนุ่มอารมณ์ร้อนลูกชายเจ้าของค่ายที่มักจะมีเรื่องชกต่อยกับใครๆเสมอ  เดินมาหน้าวิกลิเกกับบ่างและเตี้ยลูกน้องคู่ใจ เห็นเดือนสาวที่ตนหมายตากำลังดูลิเกตาแป๋วอยู่ก็เกร่เข้าไปหา เห็นเดือนกำลังดูรวิเล่นบทพระเอกสู้กับโจรป่าอยู่อย่างใจจดจ่อหัวเราะใสๆ เหมือนเด็ก บ่างเดินมากระซิบว่า “ลูกพี่สงสัยจะอดนะ”

    “ให้มันรู้ไป” พิมุกพูด จ้องไปที่รวิบนเวทีอย่างเขม่น เตี้ยเดาใจลูกพี่ออกถามว่าเอาไงดี มันคงไม่ลงมาแลกกับเราหรอก “มันไม่ลงมาแลก เราก็ขึ้นไปหามันสิ”

    “มันต้องงี้สิลูกพี่” บ่างกร่างเต็มที่ หยิบแว่นสามมิติจากกระเป๋าเสื้อสามอันแจกคนละอัน พิมุกรับไปใส่ชมว่าแบบนี้ค่อยรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง แล้วทั้งสามก็เดินก๋ากั่นขึ้นไปป่วนบนเวที พิมุกตรงเข้าผลักอกรวิ

    “มีอะไรไว้คุยกันหลังเวทีไหม เราทำงานอยู่” รวิพยายามแก้ไขสถานการณ์ แต่พิมุกไม่หยุด ขำบอกรวิว่าพวกมันหาเรื่องกันชัดๆ พริบตานั้นเองพิมุกก็ซัดรวิที่ยืนเผลออยู่เข้าเต็มรัก พวกลิเกที่ถือดาบอยู่กรูกันเข้ามา ระนาดก็รัวรับทันทีเหมือนท้องเรื่องกำลังออกรบจริงๆ บ่างกับเตี้ยชักปืนออกมา เตี้ยตะโกน “ใครไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง เรื่องของผู้ใหญ่” คนดูเลยรู้ว่าเรื่องจริงไม่ใช่ลิเก พากันแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน พิมุกตะโกนว่า

    “ไม่ต้องตกใจ นี่มันคิวบู๊แบบสมจริง เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงเท่านั้นเอง”

    เดือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รวิถูกรุมพลาดท่าถูกต่อยร่วง พยายามจะขึ้นไปแก้มือ ถูกเดือนรั้งไว้เตือนสติว่า

    “อย่าเลย พี่สู้เขาไม่ได้หรอก เขามันนักมวยอาชีพ”

    “นี่แค่ทักทายนะ วันหลังเราต้องเจอกันอีก” พิมุกพูดเย้ยแล้วลงจากเวที เตี้ยกับบ่างควงปืนวางก้ามตามนายไป

    ooooooo

    แฟนลิเกหนีกระเจิงไปหมดแล้ว เดือนนั่งทำแผลให้รวิอยู่ ขำเอาผ้าคลุมเครื่องดนตรีลาโรง

    รวิถามเดือนว่ามานั่งดูลิเกคนเดียวไม่เบื่อหรือ เดือนไม่ตอบแต่ถามว่าสู้เขาไม่ได้ใช่ไหม

    “เดือนก็เห็น มันมาหาเรื่อง มันคงหึงที่เดือนมาดูพี่” พูดแล้วส่ายหน้าสมเพช “คนมันหาเรื่อง ลิเกสามมิติคิดได้ไง” พอดีขำมาแบมือขอค่าตัว รวิเอาใส่มือให้ห้าสิบบาท “อดทนนะ ตั้งใจเล่นให้ดี จะพาไปเล่นที่ไอแม๊กซ์เมเจอร์รัชโยธิน”

    เดือนถามขำๆว่าที่นั่นเขาฉายแต่หนังไม่ใช่หรือ ขำพูดประชดว่าหลอกกันไปวันๆ แล้วรวิถามว่าเราไปแจ้งตำรวจดีไหมที่มันมาหาเรื่องเรา รวิส่ายหน้าพูดอย่างไม่หวังพึ่งว่า โรงพักก็พวกมันทั้งนั้น ถามเดือนว่าหิวหรือยัง เดี๋ยวล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาบะหมี่กินกันดีกว่า

    ระหว่างรอรวิ เดือนเดินไปหน้าเวที จินตนาการว่าตัวเองกำลังโบกมือกับคนดูอยู่บนเวที ทำตัวเหมือนนักร้องดังกำลังถูกแฟนเพลงห้อมล้อมแล้วร้องเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจ

    รวิเดินออกมาเห็นเขายืนมองอยู่ข้างหลังเงียบๆด้วยความสงสารเดือน...

    ระหว่างนั่งกินบะหมี่กัน รวิถามว่าอุตส่าห์นั่งรถสองแถวมาถึงนี่คงไม่ใช่แค่อยากจะมาดูลิเกใช่ไหม เดือนบอกว่าดูพระเอกลิเกไง รวิถามว่าเบื่ออะไรมาหรือ

    “ก็เดิมๆน่ะแหละ แม่พูดอีกแล้วเรื่องจะให้ไปขายผัก แม่คงกลัวว่าฉันจะเดินสายหายไปเหมือนพ่อมั้ง รู้ข่าวอีกทีพ่อก็โดนลูกหลงวัยรุ่นยิงกันในงานวัดตายคาเวที”

    “ไม่หรอก...แม่เขาก็คงจะกลัวเหมือนที่พี่กลัวน่ะแหละ เดือนจะตามเล่ห์เหลี่ยมคนเขาทันเหรอ”

    รวิเตือนเดือนให้รู้ว่าวงการเพลงน่ากลัว เดือนพูดอย่างมุ่งมั่นว่านี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ตนมีหน้ามีตากับใครเขาได้

    “เอาเถอะ ไม่ว่าเดือนจะทำอะไร จะขายหมึกไข่หรือไปเป็นนักร้อง พี่ก็เอาใจช่วย” รวิพูดจากใจจริง เดือนฟังแล้วยิ้มดีใจ สมใจ

    ที่ร้านข้าวมันไก่ข้างๆนั่นเอง ศิริพรนางเอกคณะงิ้วเอกชนเห็นรวิเดินมาตักน้ำกินก็ดีใจจะรี่เข้าไปหา แต่พอเห็นรวิเอาน้ำตรงไปให้เดือนที่โต๊ะก็ชะงัก แต่ไม่ทันคิดจะทำอะไรต่อก็มีเสียงผู้คนฮือฮากันจับความได้ว่า

    “ไปเร็ว เขาว่านภากาศมาเดินตลาดนัดวันนี้”

    ทั้งศิริพรและเดือนต่างชะเง้อมองผ่านผู้คน เห็นนภากาศเดินเยื้องกรายผ่านผู้คนไปราวกับนางพญา มีคนคอยกันคอยดูแลราวกับไข่ในหิน นภากาศเดินผ่านตรงที่เดือนกับรวินั่งอยู่ เดือนลุกขึ้นยืนยิ้มราวกับต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่ นภากาศปรายตามองแล้วเดินผ่านไป

    รวิถามเดือนว่ายืนทำไม เธอบอกว่าไม่รู้ ดูสิถอนสายบัวให้เขาด้วย ศิริพรมองตามนภากาศรู้สึกตัวเองตัวกระจ้อยร่อยกระจิริดเทียบไม่ได้ทาบไม่ติดเลย...

    ooooooo

    ป้อมกะเทยแดนเซอร์รุ่นใหญ่จากบางเสร่ที่ยังไม่ยอมปลดระวางตัวเอง ป้อมสนิทสนมเป็นคู่คิดที่ดีของเดือน สงสารและส่งเสริมความใฝ่ฝันของเดือนเสมอมา

    วันนี้ก็ให้ขำแกะโปสเตอร์ประกาศประกวดร้องเพลงที่ห้างโรซี่สโตร์มาให้ สุมหัวกันดูแล้วรางวัลสูงถึงห้าหมื่นบาท ล่อใจมาก เดือนดูโปสเตอร์ตาเป็นประกายด้วยความหวัง

    แก้วเพื่อนร่วมซอยบ้านเดียวกับเดือนที่เป็นแดนเซอร์ ในค่ายเพลงดัง เป็นลูกน้องของศิริพรแต่ไม่ซื่อสัตย์

    กับลูกพี่นัก อ่านหนังสือก็ต้องสะกดทีละตัว แก้วแกะแผ่นโปสเตอร์ประกวดนักร้องไปดูอย่างสนใจเช่นกัน ศิริพรมาเห็นถามว่าจะไปสู้เดือนได้หรือเพราะเดือนก็จะไปประกวดเหมือนกัน

    แก้วริษยาเดือนที่สวยกว่าแต่ไม่ยอมรับความจริง ศิริพรถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอก แก้วบอกว่าให้ไปช่วยเดือนเถอะเพราะตนเก่งกว่าเยอะ ศิริพรได้แต่มองแก้วอย่างสมเพชที่หลับหูหลับตาหลงตัวเอง

    ooooooo

    พิมุกนอกจากจะเป็นนักเลงแล้วยังปล่อยเงินกู้นอกระบบแก่พวกแม่ค้าในตลาด ช้อยก็เป็นลูกหนี้คนหนึ่งของพิมุก

    วันนี้พิมุกพาบ่างกับเตี้ยมาเก็บดอกเบี้ย ช้อยติด ขัดเงินไม่พอส่งดอกขอผลัดช้าหน่อยเพราะช่วงนี้ขายไม่ดี ก็ถูกพิมุกสั่งลูกน้องทำลายแผงและขว้างปลาทิ้ง

    “อย่าเลย ฉันขอล่ะ แค่นี้ฉันก็ไม่มีเงินจ่ายแล้ว โธ่...แล้วฉันจะเอาของที่ไหนขายเอาสตางค์มาให้กันล่ะนี่ โธ่...”

    แก้วมาเห็นเหตุการณ์ คิดอะไรบางอย่างได้ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์วิ่งอ้าวไปบอกเดือนว่าที่ตลาดเกิดเรื่องใหญ่แล้ว แม่ช้อยโดนพวกพิมุกเล่นงานอยู่ เร่งเดือนให้รีบไปดูแม่

    แต่รวิไปถึงก่อนแล้ว เขาเข้าไปกระชากบ่างออก มาต่อยเปรี้ยง รวิจัดการทั้งบ่างและเตี้ยจนเสียศูนย์ พิมุกเข้ามาช่วยลูกน้อง เดือนวิ่งมาถึงพอดีตะโกน “หยุด...แม่...นี่อะไรกันเนี่ย” แก้วที่วิ่งตามมาแกล้งทำเป็นหยุดไม่ทันชนเดือนหัวทิ่มเข่ากระแทก แม้จะเจ็บเข่าแต่เดือนก็ประคองช้อยลุกขึ้นมาจนได้

    พอพิมุกกับรวิเห็นเดือนมาต่างก็ชะงัก พิมุกเล่น ละครทันทีทักเดือน ทำทีบ่นลูกน้องว่าซุ่มซ่ามเดินเตะแผง แม่ช้อย แล้วสั่งบ่างกับเตี้ยให้ช่วยเก็บของขึ้นแผง

    “เอาเหอะ ไม่ต้องช่วยหรอกเดี๋ยวฉันเก็บเองจะ ไปไหนก็ไปกันเถอะ” เดือนไล่ ถูกพิมุกต่อว่าว่าตนอุตส่าห์ละเว้นไม่เก็บดอกช้อยแทนที่จะชม ถูกรวิโต้ว่าพิมุกทำอะไรใครๆก็เห็น เตี้ยสะอึกออกมาถามว่าใครหน้าไหนเห็น แก้วยุทันทีว่า

    “พวกแกน่ะแหละ ทำร้ายแม่ของเดือนเขา เดือนอย่าไปยอมมัน” พูดแล้วจับมือเดือนไปตบหน้าบ่าง แล้วลอยหน้าท้าว่า “ทำไม...นึกว่าเดือนจะกลัวเหรอ”

    แก้วเอาเดือนเป็นหนังหน้าไฟแต่ก็ทำเป็นหวังดีเตือนเดือนว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ แล้วหยิบรองเท้าแตะของเดือนใส่มือยุให้เดือนตบพวกนั้น ทำจนเดือนมองแก้วอย่างสงสัยว่าแก้วหวังดีหรือหวังร้ายกันแน่ แต่รวิกับพิมุกต่างไม่ยอมกัน เดินเข้าหากันอย่างเอาเรื่องจนเดือนต้องเข้าไปขวางกลางขอร้องพิมุกว่า

    “เอาเหอะพี่ ฉันขอบใจพี่มากเรื่องแม่ อย่ามีเรื่องกันเลย เรื่องเงินให้เวลาหน่อย ฉันกำลังจะไปประกวด ร้องเพลง ถ้าโชคดีได้รางวัล ฉันจะจ่ายให้หมดทบต้นทบดอกเลย”

    “ประกวดร้องเพลง” พิมุกตาโต “เออ...ๆ ก็ขอให้ชนะ แล้วกันนะน้องเดือนของพี่ พี่จะรอนับสตางค์ที่บ้าน ว่าแต่...น้องเดือนเป็นคนเอามาจ่ายเองนะจ๊ะ ฮ่าๆๆ พี่จะเปิดห้องนอนรอ”

    รวิทนฟังไม่ได้กระโจนเข้าใส่พิมุก บ่างกับเตี้ยรีบเข้าช่วยนาย ขำกับป้อมก็ช่วยรวิ แต่พอเผชิญหน้ากัน พิมุกก็ยกมือห้าม “เฮ้ย...ไม่เป็นไร กลับ...วันนี้สนุกพอแล้ว ยังไม่อยาก ‘ออกแรง’ ไปเว้ย” แล้วเดินนำลูกน้องกลับ ไม่วายหันมองหน้ารวิแบบฝากไว้ก่อนอีกครั้ง แก้วยังหาเรื่องให้เดือนอีกจนได้ หยิบรองเท้าแตะของเดือนเขวี้ยงใส่หลังบ่าง ตะโกนเย้ยว่าจะรีบไปไหนล่ะ จนรวิต้องบอกให้พอเถิด แล้วถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับลีลาร้ายตื้นๆของแก้ว

    พอพิมุกเดินออกไป นึกถึงเรื่องที่เดือนจะไปประกวดร้องเพลงฉุกคิดอะไรได้ หยิบมือถือขึ้นกดโทร.ออกทันที

    ส่วนรวิบอกเดือนให้รีบนอนและดูแลแม่ช้อยด้วย เพราะคงตกใจมาก อยากจะเตือนเดือนเรื่องไปประกวดร้องเพลง แต่ไม่ทันพูด เดือนก็บอกอย่างมั่นใจเสียก่อนว่า

    “ฉันต้องชนะให้ได้ เอาใจช่วยด้วยนะพี่”

    รวิเลยไม่ได้เตือน ฝืนยิ้มพยักหน้ารับ

    ooooooo

    ศิริพรที่แอบชอบรวิเช่นกัน ดักรอรวิขณะเดินกลับบ้านในตลาด ทำเป็นหวังดีฝากให้เขาเตือนเดือนเรื่องจะไปประกวดร้องเพลง รวิขอบใจชมว่าวันนี้เธอเป็นนางเอกมาก

    ป้อมเป็นพี่เลี้ยงให้เดือนเต็มที่ ให้กำลังใจว่า ท่องไว้ ‘ห้าหมื่น’ และคว้ารางวัลมาให้ได้ เดือนขอบคุณป้อม มีกำลังใจที่จะต่อสู้เต็มที่

    เมื่อขึ้นเวที โฆษกประกาศว่า “และแล้ว ก็มาถึงผู้ประกวดนักร้องขวัญใจโรซี่คนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ขอเสียงปรบมือดังๆให้กับ เดือน งามพร้อม!” ทั้งความสวยความใสน้ำเสียง และลีลาการร้องเพลงของเดือนได้รับความสนใจจากผู้ชมมาก นภากาศริษยาวางแผนสกัดดาว เดินหายไปจากบริเวณเวที ไม่นานไฟก็ช็อต นภากาศถอนหายใจอย่างโล่งอก

    “ต้องเป็นพิมุกแน่ๆ” รวิพุ่งเป้าไปที่พิมุกเมื่อนึกถึงคำเตือนของศิริพร

    กรรมการตัดสิทธิ์เดือนเหตุเพราะ ไฟดับร้องเพลงไม่จบ เดือนไม่ยอมพยายามต่อสู้ทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของตนจะร้องให้ฟังสดๆตรงนั้นก็ได้ แต่ไม่มีใครสนใจ รวิเห็นว่าสู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ พยายามบอกเดือนให้พอและชวนไปหาอะไรกินกันดีกว่า

    ooooooo

    เพราะปักใจเชื่อว่าเหตุไฟดับเป็นแผนแกล้งเดือนของพิมุก รุ่งเช้า รวิกับขำจึงพากันไปที่ค่ายมวย พูดใส่หน้าพิมุกว่า “แค่จะมาบอกไว้ ลอบกัดผู้หญิงแบบนั้นมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

    “ข้าก็มีเรื่องอยากจะบอกเอ็งเหมือนกัน เรื่องน้องเดือนของข้า หน้าอย่างเอ็งอย่ามาสะเออะไปตีสนิทด้วย ไอ้วิกลิเกกระจอกๆของเอ็งน่ะ ลูกน้องข้าไม่กี่คนก็พังราบ ไสหัวกลับไปซะ วันนี้ถือว่าข้าอารมณ์ดี ถ้างั้นล่ะก้อ!”

    พิมุกพูดแล้วก็เรียกลูกน้องไปกัน ขำเลือดขึ้นหน้าขึ้นเวทีท้าเหยงๆ

    “มา! ส่งใครก็ได้ขึ้นมาคนนึง จะสอนให้รู้จักแม่ไม้มวยไทยไชยา”

    พิมุกหันไปพยักหน้าให้นักมวยร่างยักษ์คนหนึ่งขึ้นเวที เตือนว่าให้ระวังตัวด้วย ดูท่าขำจะเป็นมวย

    ผลปรากฏว่า ขำที่เก่งมวยแบบลิเก ถูกลูกน้องพิมุกเล่นงานเสียจนหน้าตาแตกยับเยิน กลับไปทำแผลกันที่แผงขายปลาของช้อย เดือนทำแผลให้ ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน ขำอึกอักทำท่าจะเล่า รวิส่ายหน้าห้ามไว้ เดือนเลยงอนบอกว่าไม่อยากเล่าก็ไม่อยากฟัง ช้อยเดินเข้ามาบอกเดือนว่า “คืนนี้ที่ศาลเจ้าจะมีงิ้วนะ ว่าจะเอาขนมไปขาย”

    “โห แม่จะไหวเหรอ...กลางวันขายปลา กลางคืนจะขายขนมอีก กว่างิ้วจะเลิกก็เที่ยงคืน” แต่พอช้อยถามว่าแล้วจะไปไหม เดือนก็ตอบทันทีว่า “ไปสิแม่...ยังไงก็ต้องไปช่วยอยู่แล้ว”

    พอดีป้อมเดินมายื่นใบปลิวแผ่นเล็กให้ เดือนรับไปอ่านทันที “รับสมัครนักร้องประจำวงดนตรี ฟ้างามครามฝัน” เดือนตาโตตื่นเต้นดีใจ ถูกช้อยขัดคอว่า คราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกหรือ เดือนบอกว่าคราวที่แล้วประกวด แต่คราวนี้รับสมัคร เราไม่ต้องเสียอะไรเลย ป้อมก็เชียร์ว่าเดือนเสียงดีไม่แพ้ใครอยู่แล้ว ยอว่าหน้าตาก็สวยถอดแบบป้ามา ขำก็เชียร์สุดใจขาดดิ้น

    “เออ...เชิญพวกแกสองคนตื่นเต้นกันไปเหอะ อาชีพอื่นมีเยอะแยะไม่เลือก อยากจะไปเต้นกินรำกินเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเสือสิงห์กระทิงแรดก็เชิญ” ช้อยประชดเคืองๆ

    ที่แท้ช้อยเป็นห่วงกลัวเดือนจะมีชะตากรรมเหมือนพ่อที่ไปร้องเพลงแล้วถูกลูกหลงพวกวัยรุ่นยิงกันตายกลางเวที บอกว่าถ้าอยากเต้นกินรำกินก็จะฝากให้ไปเล่นงิ้ว เพราะยังไงก็อยู่ใกล้หูใกล้ตากว่า

    “ฉันไม่ได้อยากเล่นงิ้ว ฉันอยากเป็นนักร้อง” เดือนบ่นว่า “แม่ไม่เข้าใจความฝันหรอก”

    “เอ็งนึกว่าข้าไม่มีความฝันเหรอ นึกว่าข้าอยากถูกผัวทิ้งต้องเป็นแม่ค้าหาเลี้ยงลูกง่อยๆ แบบนี้เหรอ”

    “แม่ก็ยอมให้ฉันฝันแทนแม่สิ”

    “เท่าที่ผ่านมา ข้าให้เอ็งฝันมากเกินไปแล้ว”

    เดือนส่ายหน้าอย่างน้อยใจ เจ็บชํ้า ตัดพ้อว่า “แม่ให้ฉันฝัน เท่าที่แม่อยากให้ฉันเป็นต่างหาก”

    ooooooo

    ช้อยไปหาศิริพรคืนนี้เลย เพื่อฝากเดือนให้มาเล่นงิ้วด้วย ศิริพรถามว่า แล้วเดือนสมัครใจหรือเปล่า ถ้าไม่สมัครใจน่าจะยาก

    สายวันรุ่งขึ้น ช้อยบ่นกับกิมและฉวีแม่ค้าแผงติดกันว่ากลุ้มใจที่ห้ามอะไรเดือนก็ไม่ฟัง ตนอยากให้เป็นแม่ค้าแต่เดือนอยากไปยืนบนเวที กิมแม่ของแก้วซึ่งทั้งแม่ทั้งลูกไม่ถูกกับช้อยและเดือนอยู่แล้ว สนับสนุนอย่างประชดประชันว่า

    “ฉันว่าก็ดีนะ เอาความสาวความสวยมาใช้ประโยชน์ นังเดือนนี่ฉลาดไม่เบาคงหวังหาเสี่ยรวยๆ จากงานนี้”

    ช้อยโมโหเอาปลาขว้างใส่ด่าคืนว่าดีแต่วิจารณ์ลูกสาวชาวบ้าน ลูกสาวตัวเองก็ระวังไว้เถอะ เลยกลายเป็นต่างเอาของบนแผงของตัวเองปาใส่กัน กิมคุยทับว่า

    “ลูกสาวข้าน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ลูกทุ่งกระจอกๆ น่ะน้อยไป อย่างลูกข้ามันต้องวงสตริงโก้กว่าเยอะ”

    พอแก้วรู้จากกิมว่าเดือนจะไปสมัครเป็นนักร้องก็ถามแม่ว่าถ้าตนจะไปสมัครแม่จะว่ายังไง?

    ooooooo

    ที่ออฟฟิศวงดนตรี “ฟ้างาม ครามฝัน” อันมีโรจน์เป็นเจ้าของ และมีประทีปเป็นผู้ฝึกสอนในวง

    หลังจากพิมุกคุยกับศิริพรอย่างมีเลศนัยแล้ว เขาไปที่ออฟฟิศวงดนตรี “ฟ้างาม ครามฝัน” พอโรจน์เห็นพิมุกก็กุลีกุจอต้อนรับอย่างนอบน้อมทักว่า งวดนี้มาเองเลยหรือ แต่พิมุกไม่สนใจถามทันทีว่า ที่เหลือจะจ่ายเมื่อไหร่!

    โรจน์บอกว่าเร็วๆ นี้แหละ ประทีปก็พูดออกตัวว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีรับงานเงินได้บ้างไม่ได้บ้าง พิมุกฟังไปอย่างนั้นเองแต่ตากวาดมองไปบนโต๊ะ หยุดที่แฟ้มหนึ่ง หยิบขึ้นดูถามว่า

    “รับสมัครนักร้องใหม่อยู่เหรอ...” พิมุกดึงกระดาษจากแฟ้มออกมาแผ่นหนึ่งยื่นให้โรจน์กับประทีปดู “คนนี้...เด็กฉัน จะให้ทำอะไรก็ทำไป ยกเว้น ‘นักร้อง’ เพราะฉัน ‘หวง’ ตกลงไหม”

    โรจน์กับประทีปเอื้อมมือไปรับกระดาษแทบจะพร้อมกัน โรจน์เอ่ยขึ้นก่อนว่า

    “เดือน งามพร้อม อ๋อ...คนนี้เองหน้าก็สวย เสียงก็ดี แหมคุณพิมุกช่างตาถึง”

    “อาทิตย์หน้าจะให้ลูกน้องเข้ามาใหม่ คราวนี้อย่าช้าล่ะ” พิมุกวกเข้าเรื่องหนี้สินแล้วจะกลับ แต่หันกลับมากระซิบอะไรบางอย่างกับโรจน์และประทีป ทั้งสองพยักหน้าอย่างรู้กัน

    ooooooo

    หลังจากยื่นใบสมัครแล้ว เดือนได้รับโทรศัพท์นัดไปที่ออฟฟิศวงดนตรีพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. เดือนดีใจมาก ความฝันอันบรรเจิดกำลังจะเป็นจริงแล้ว

    ความตื่นเต้นอยากเป็นนักร้อง ทำให้เดือนไปถึงที่หมายก่อนเวลานัด เธอนั่งรอจนเริ่มรู้สึกอึดอัด โรจน์กับประทีปเข้ามาบอกว่าลิ้นจี่เตรียมชุดไว้ให้เธอแล้ว ถามว่าเคยมีพื้นฐานด้านเต้นอะไรมาบ้างไหม เดือนบอกว่าพอโยกๆตามไปได้บ้าง

    ประทีปพาเดือนไปที่ห้องแต่งตัว เจอป้อมคุยอยู่กับลิ้นจี่อย่างคุ้นเคย ถามว่าใครหรือ ลิ้นจี่บอกว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นแดนเซอร์บางเสร่ก๊กแรกเริ่ม ก่อนออกไปประทีปฝากลิ้นจี่ให้ดูแลเดือนให้ด้วย บอกว่าคนที่จะมาช่วยดูให้ใกล้มาแล้ว ลิ้นจี่บอกเดือนให้รอแป๊บตนปวดฉี่ แล้วรีบออกไป

    เดือนอยู่คนเดียวจึงลองซ้อมเพลงดู พอลิ้นจี่กลับมาชมว่าเสียงดีแบบนี้น่าจะเป็นนักร้อง เดือนดีใจรีบยกมือไหว้ฝากเนื้อฝากตัว ลิ้นจี่มองสำรวจรูปร่างของเดือนก็ชมว่ารูปร่างแบบนี้ใส่อะไรก็สวย ถามว่าเคยเต้นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า เดือนส่ายหน้างงๆ ป้อมเริ่มเป็นห่วงอาสากับลิ้นจี่ว่าตนจะช่วยดูแลให้ก็ได้

    “อ้อ...สนิทกันหรอกเหรอ ก็ดี งั้นฉันไปล่ะ แล้วอย่าลืมสอนกฎกติกามารยาทในการทำงานด้วยนะ จะได้อยู่อย่างมีความสุข” พูดแล้วสะบัดออกไป

    “กฎอะไรเหรอพี่ป้อม”

    “อย่าไปสนใจเลย ยัยนั่นน่ะเป็นหัวหน้าแดนเซอร์ที่นี่ ชื่อลิ้นจี่ แต่อีกตำแหน่งที่พ่วงน่ะเป็นเมียของหัวหน้าวงด้วย ไอ้กฎที่บอกก็คงมีอยู่อย่างเดียว อย่าไปยุ่งกับผัวแก”

    ป้อมถามเดือนว่ารู้หรือยังว่าคืนนี้ต้องขึ้นด้วย เดือนดีใจนึกว่าคืนนี้จะได้ขึ้นร้องเพลงแล้ว ป้อมถามว่าเขาไม่ได้บอกหรือว่าไม่ได้รับเดือนเป็นนักร้อง แต่ให้เป็นหางเครื่อง!

    แม้จะผิดหวังมากแต่เดือนก็ตัดสินใจทำ เพราะคิดว่าคงจะมีโอกาสที่จะได้เป็นนักร้อง เมื่อช้อยรู้ก็ทัดทาน เดือนเล่นแง่ว่าก็แม่ไม่ให้เป็นนักร้องตนก็มาเป็นแดนเซอร์แล้วไง

    เมื่อรวิรู้ว่าทางวงดนตรีรับเดือนไว้เป็นหางเครื่องก็ติงว่าจะดีหรือเพราะไม่ค่อยจะได้เห็นหางเครื่องขยับขึ้นมาเป็นนักร้องเลย ซ้ำเมื่อศิริพรรู้ว่าเดือนไปเป็นหางเครื่องก็ถามยิ้มๆเหมือนจงใจสะกิดแผลให้เดือนเจ็บยิ่งขึ้นว่า

    “อ้าวเดือน ไหนใครๆก็รู้ว่าเธออยากเป็นนักร้อง ทำไมจะไปเต้นซะแล้วล่ะ”

    ooooooo

    แก้วริษยาและหาทางแกล้งเดือนไม่ให้ไปถึงดวงดาว วันนี้จักรยานที่แก้วขี่มาโซ่หลุดจึงหยุดใส่โซ่จักรยาน ระหว่างนั้นเดือนเดินมาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อ เหรียญสิบติดมา ตกกลิ้งไปใต้ท้องรถที่จอดอยู่

    ด้วยความเสียดาย เดือนก้มมองเห็นเหรียญกลิ้งไปไกลจึงพยายามเอื้อมมือเก็บ แก้วฉวยโอกาสนั้นขี่จักรยานทับขาเดือนจนข้อเท้าซ้น เป็นจังหวะที่นภาขับรถผ่านพอดี เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ก็ขับรถผ่านไปทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

    แกล้งเดือนแล้วแก้วก็ทำเป็นห่วงใยทำเป็นจะช่วยแต่ที่แท้แกล้งทำให้เดือนล้มลงเจ็บหนักขึ้นไปอีก เดือนเจ็บจนน้ำตาร่วง แต่เห็นแววตาใสซื่ออย่างรู้สึกผิดของแก้วก็ไม่โทษไม่โกรธเพื่อน

    เดือนไปที่ห้องซ้อมทั้งที่เดินกะเผลก ไปรออยู่คนเดียวจนเอะใจว่าทำไมไม่มีใครมา ที่แท้โรจน์กับประทีปสมคบกันหลอกเดือนมาให้พิมุกแลกกับการไม่ถูกบีบคั้นเรื่องหนี้ พอพิมุกเข้ามา เดือนเห็นท่าไม่ดีก็จะกลับ พิมุกเผยโฉมหน้าทันทีบอกว่าอยากคุยกับเธอที่นี่เดี๋ยวนี้ พอเดือนจะออกไปก็ขวางประตูไว้ ถามขู่ๆว่า

    “เธอรู้ไหมที่ไอ้วงดนตรีเล็กๆกระจอกนี่รับเธอเข้ามาเพราะใคร วันนี้เป็นได้แค่แดนเซอร์ มันก็ไม่แน่นะ ถ้าเธอทำดีๆกับฉัน เธออาจจะได้เป็นนักร้องตามที่เธอฝันก็ได้”

    “อย่าเลย พี่กำลังจะบอกให้ฉันเอาตัวเข้าแลก?”

    “มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เธอก็รู้ว่าพี่ชอบเธอมาตั้งนานแล้ว” พิมุกจับตัวเดือนโน้มเข้าใกล้ เดือนขืนตัวไว้

    เวลาเดียวกัน ลิ้นจี่กับป้อมและบรรดาแดนเซอร์รอเดือนอยู่ที่ลานใต้ต้นไม้ ถามกันว่า ทำไมเดือนยังไม่มา ป้อมสงสัยว่าเดือนอาจไปผิดที่ เพราะเป็นเด็กใหม่ไม่รู้ว่าเราไม่ได้ซ้อมกันที่วง ป้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดโทร.ถามขำว่าเดือนอยู่กับขำหรือเปล่า รวิเอะใจเพราะเดือนบอกว่าวันนี้จะไปซ้อมเต้น ทั้งสองมองหน้ากันขำเอะใจพึมพำ “หรือว่า!...”

    พิมุกพยายามจะลวนลามเดือน เมื่อเห็นจวนตัวเดือนทำทีเจ็บข้อเท้ามาก พิมุกจึงไปหายามานั่งกับพื้นนวดให้ เดือนหาจังหวะเหมาะถีบหน้าพิมุกหงายตึง พิมุกโมโหพุ่งเข้าหมายใช้กำลังเผด็จศึก ในนาทีวิกฤตินี่เอง รวิกับขำมาช่วยไว้ทัน เมื่อคู่ปรับมาเจอกันในสถานการณ์เช่นนี้ ต่างจะวางมวยกันอีก พอดีโรจน์กับประทีปตามเข้ามาขอร้องอย่ามีเรื่องกันในนี้เลย

    “ถ้ามีเรื่องกันที่นี่ เพราะเดือน เธอต้องรับผิดชอบ ลืมไปได้เลยเรื่องที่จะได้ขึ้นเวทีดนตรีน่ะ” ประทีปขู่

    “เพื่ออนาคตของฉัน ฉันจะลืมเรื่องนี้ไปเสีย เลิกแล้วต่อกัน” เดือนบอกพิมุก

    เพื่อรักษาฟอร์ม พิมุกอ้างธุระที่จะต้องรีบไปทำ เดือนจึงบอกรวิว่า “กลับไปก่อนเถอะนะ คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ”

    รวิมองหน้าโรจน์กับประทีปอย่างชั่งใจแล้วจึงกลับไป ส่วนโรจน์กับประทีปมองหน้ากันแล้วต่างถอนใจโล่งอก

    ส่วนเดือนก็รีบไปหาป้อมกับลิ้นจี่ที่ลานซ้อมเต้นไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และกัดฟันทนเจ็บเริ่มซ้อมเต้นกับพวกแดนเซอร์ เมื่อพบกับรวิตอนเย็น รวิบอกว่าถ้ายังเจ็บมากก็อย่าเพิ่งไปซ้อมเลย เดือนตอบอย่างมุ่งมั่นว่า

    “พี่จะให้เดือนยอมแพ้ตั้งแต่ก้าวแรกเลยเหรอ ไม่เอาหรอก มันเป็นลางไม่ดี ทายา เต้นเสร็จพรุ่งนี้ค่อยพัก” เห็นรวิยังมองอย่างเป็นห่วง เดือนปลอบใจว่า “พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันทำเพื่ออนาคตตัวเอง อะไรที่เป็นโอกาส ถึงมันจะเลือนราง ฉันก็ขอคว้าเอาไว้ก่อน”

    ส่วนพิมุกที่ยังอารมณ์ค้างทั้งยังเสียหน้าเสียฟอร์ม พอเจอโรจน์กับประทีปก็ด่าว่าไอ้หน้าโง่ เรื่องแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ สั่งให้ไปหาเงินมาใช้คืนตน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้วงดนตรีจะไม่เหลือชื่อแน่

    แต่พอโรจน์กับประทีปจัดสาวอึ๋มมาให้ บอกสาวให้ดูแลพิมุกให้ผ่อนคลายหน่อย พอเห็นสาวอึ๋มพิมุกก็ไล่ทั้งสองออกไปพร้อมทั้งบอกขอยืมใช้ห้องนี้พักผ่อนหย่อนใจสักคราว

    โรจน์กับประทีปรีบพยักหน้าพากันออกไปอย่างโล่งอกที่พ้นวิกฤติไปได้อีกครั้ง

    ooooooo

    คืนนี้ เดือนขึ้นเวทีเต้นสุดชีวิตทั้งที่เจ็บข้อเท้าแทบน้ำตาร่วง นอกจากต้องทนกับความเจ็บปวดแล้ว เดือนยังต้องระวังตัวจากพวกแฟนเพลงขี้หลีที่คอยแต๊ะอั๋งด้วย

    นภาเห็นแฟนเพลงเริ่มคลั่งไคล้เดือนจนลืมตนก็ริษยา เมื่อมาเจอกันหลังเวทีก็เชิดใส่ราวกับนางพญา ส่วนลิ้นจี่ก็ตำหนิเดือนว่าไปเล่นตัวอย่างนั้นกับคนดูได้ยังไง ป้อมช่วยแก้ให้ว่าเด็กยังใหม่ไม่ชิน อย่าลืมว่าเดือนเพิ่งขึ้นเวทีเป็นคืนแรก

    เวลาอยู่บนเวทีเดือนทนได้แม้เจ็บเจียนขาดใจ แต่พอเต้นเสร็จลงมาก็เดินแทบไม่ไหว รวิมารับเห็นสภาพของเดือน จึงเอาเธอขึ้นหลัง เดือนเกรงใจมากที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้วันนี้รวิกับพิมุกเกือบมีเรื่องกันแล้วเขายังต้องมาดูแลตนอีก


    “พูดแล้วมันน่าโมโห ไม่ใช่ความผิดของเดือนสักหน่อย ไอ้พิมุกนั่นต่างหาก พี่อยากเตือนไว้นะ พี่ว่าโรจน์กับประทีปก็ไม่น่าจะไว้ใจ ระวังๆไว้บ้างก็ดี”

    “จะให้ฉันทำยังไงล่ะพี่รวิ ไม่ใช่ฉันไม่กลัว ไอ้ตอนบนเวทีนั่นก็ด้วย แต่นี่มัน เพิ่งก้าวแรกของฉัน ถ้าไม่อดทน ความฝันของฉันคงไม่มีทางเป็นจริง”

    เดือนมองหน้ารวิน้ำตาคลอทั้งที่อยากระบายความอัดอั้นบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ได้ เลยได้แต่เงียบกัดฟันข่มใจเก็บกดไว้คนเดียว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 16:34 น.